A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)  (อ่าน 2504 ครั้ง)

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 337
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2010, 00:29:10 »


พุทธธรรมนำใจ

     ข้อความดังต่อไปนี้ ได้จดบันทึกตอนที่มีโยมผู้หญิง (คนขอนแก่น) และโยมผู้ชาย (คนสารคาม) มาสนทนาธรรมด้วย ในวันที่ ๑๐ และ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓


ถ:  นมัสการเจ้าค่ะพระอาจารย์
ต:  เจริญพร มีสิ่งใดหรือหนอ

ถ:  เจ้าค่ะ มีบางสิ่งที่สงสัยยังไม่กระจ่างเจ้าค่ะ
ต:  สิ่งใดหรือหนอ เจริญพร

ถ:  คือโยมอยากทราบว่า การที่ชาวพุทธเราเขาปฏิบัติกันอยู่นี้มันถูกต้องตามพุทธพจน์จริงแล้วหรือเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  ตามที่อาตมาพิจารณาดู มาก็มีบางสิ่งที่ยังขัด บางสิ่งที่ว่าจะถูกก็ไม่ถูกไปซะหมด มันจะผิดเสียมากกว่า เจริญพร

ถ:  แล้วยังไงเจ้าค่ะ จึงจะได้ชื่อว่า ปฏิบัติตามแบบฉบับชาวพุทธได้จริง ๆ เจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  เป็นคำถามที่ถามได้ดีมากนะ เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ

ต:  เจริญพร ประการแรกเลยที่ชาวพุทธเราทุกวันนี้ ที่มักจะปฏิบัติกันผิดและเชื่อแบบผิด ๆ  คือ เรื่องสรณะที่ ๔  และเรื่องเกี่ยวกับประเพณี บางสิ่งบางอย่างที่พิจารณาแล้วยังไงก็ผิดไม่ถูกตามอรรถะ หรือพุทธพจน์ แม้ชาดกบางเรื่องที่ยกมา ยังมีความเพี้ยนไปมาก เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ  แล้วเราต้องทำยังไงเจ้าค่ะ จึงจะได้ชื่อว่า ปฏิบัติตามอย่างแท้จริงและถูกต้องที่สุดเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  ในเรื่องนี้ถ้าจะเอากันจริง ๆ แล้ว อาตมาเห็นว่า เป็นเรื่องที่ยากอยู่ เพราะผู้คนส่วนมากจะห่วงเรื่องปากเรื่องท้องเสียส่วนใหญ่  จะพูดธรรมแม้ข้อหนึ่งก็ยากแล้วที่เขาจะทนนั่งฟังให้ เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ อือ... แล้วจะมีทางใดบ้างเจ้าค่ะ  ที่จะพอชักพอจูงผู้คนเหล่านั้นเข้าหาอรรถหาธรรมได้บ้างนะเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  อันนี้ถ้าจะให้ถูกต้องเป๊ะ ๆ  หรือถูกต้องจริง ๆ นั้น มันก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่นะ เจริญพร เพราะถ้าจะให้อาตมาเทศน์อยู่ฝ่ายเดียว โดยที่เขาเหล่านั้น ไม่นำสิ่งที่เทศน์เข้าสู่โสตสู่ใจด้วยแล้ว มันจะเป็นที่น่าสังเวชมากสำหรับอาตมา เพราะกว่าจะได้มาซึ่งคำพูดทั้งหลายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าอาตมาเองจะทำความเห็นให้ตรงตามพระธรรมคำสอนก็ยาก  และยากพอสมควร  จนเอาตายเข้าแลกมาก็ว่าได้  เพราะกว่าจะได้มาและเชื่อตามได้มันก็เอากันหนักหนาอยู่เหมือนกัน เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ  แล้วจะพอมีทางช่วยเขาเหล่านั้นได้บ้างไหมเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  ทางนั้นพอมี และมีมากด้วยซ้ำแหละ  ว่าแต่ผู้คนเหล่านั้นหรือญาติโยมเหล่านั้นเขาจะพร้อมยอมตาม หรือปฏิบัติตามกันได้แค่ไหน เพราะสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่อยู่พอสมควรนะ ถ้าไม่เข้าใจจริง ๆ แล้ว  หรือไม่ทำจริง ๆ แล้วย่อมไม่มีทางที่จะปฏิบัติได้ และถูกต้องได้เหมือนอย่างสาวกทั้งหลายท่านที่ได้กันมาเป็นแน่เจริญพร

ถ:  ยังไงเจ้าค่ะ  ช่วยให้พระอาจารย์ไขข้อสงสัยนี้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  คือขั้นแรกเลย เราต้องนำใจของเรานั้นเข้าหาสาระหรืออรรถธรรมนั้นให้จริงให้ได้ก่อน  หรือง่าย ๆ คือ  การน้อมใจนั้นเข้าหาเรื่องนั้น ๆ ให้ได้ก่อน แล้วก็ศึกษาเรื่องนั้นให้ถ่องแท้ด้วยความวิริยะหรือความเพียรของตนนั้นให้ได้ แล้วก็พร้อมยอมปฏิบัติได้จริง ๆ  แค่ไหน  อันนี้ก็ขึ้นอยู่ที่เรา  เจริญพร  จนเกิดเป็นความเชื่อที่แท้จริง วิริยะที่แท้จริง  สติจริง สมาธิจริง ปัญญาจริง  ขึ้นมาว่าจะปฏิบัติตามธรรมนั้นอย่างจริงจังนั้นแล เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ ต้องทำยังไงเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  คือให้เราตรวจสอบใจเราดูว่า  เรามีความเชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้นมากแค่ไหน

ถ:  เจ้าค่ะ
ต:  หรือตอนนี้ ในใจของเรายังมีสรณะที่ ๔  เข้ามาอยู่ไหม  อันนี้คือต้องดู นี่แหละที่อาตมาได้พูดมาตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าเรื่องสรณะที่ ๔  เป็นที่สำคัญมาก สำหรับชาวพุทธเราทุกวันนี้  ถ้ายังตัดสรณะที่ ๔ นี้ไม่ได้ ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้แน่ว่าจะรู้แจ้งในอรรถในธรรมนั้นอย่างแท้จริง แม้ที่สุดก็อย่าได้หวังเลยว่าจะปิดได้ซึ่งอบาย เจริญพร  ถ้าตราบใดยังเห็นสรณะที่ ๔ หรือยึดอยู่ซึ่งสรณะที่ ๔ นั้น เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ  แล้วสรณะที่ ๔ ที่ว่านี้คือยังไงเจ้าค่ะ หรือหมายถึงสิ่งใดเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร   สรณะที่ ๔ ที่ว่านี้ความหมายก็ง่าย ๆ คือให้รู้เลยว่า สิ่งอื่นใดที่เป็นความเชื่ออื่น ที่จะชวนให้เชื่อหรือให้ยึดถือนอกไปจากรัตนะ คือพุทธ ธรรม สงฆ์ นี้แล้ว ให้ชื่อว่าเป็นสรณะที่ ๔ ทั้งหมด เจริญพร  ยกตัวอย่างเช่น  ถือฤกษ์ถือยาม ถือเครื่องรางต่าง ๆ  ที่เป็นส่วนเดรัจฉานวิชาหรือส่วนที่ไม่ใช่วิชาของศาสนาพุทธ  หรือที่พระพุทธเจ้าไม่สอนแล้วนั้นแล

ถ:  เจ้าค่ะ
ต:  พิธีการต่าง ๆ ที่มีหมอสูตร (พ่อมดหมอผี หรือแม้แต่หมอดู) เป็นต้น เหล่านี้ชื่อว่าไม่ได้จัดอยู่ในคำสอนของพุทธศาสนาแล้วนั้นแล  หรือเชื่อในพิธีการล้างบาป พิธีการประกอบลงอักขระยันต์ต่าง ๆ  เหล่านี้ไม่จัดอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนาได้เลยเจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ อือ... แต่คนทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้นกันส่วนมากนะเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  นั้นแหละเพราะความเชื่อเหล่านี้มันเห็นมากและมีมาก  ผู้ศึกษาก็มาก มันจึงซึมลึกได้ง่าย ยังไงล่ะมันเลยมีเป็นส่วนมาก

ถ:  เจ้าค่ะ 
ต:  แล้วก็ไม่เคยมองมาย้อนดูความเชื่อของตนเลย  หรือศึกษาเลยว่าตอนนี้ในใจของตนนั้นได้มอบให้กับความเชื่อใดอยู่  หรือสรณะของตนนั้นอยู่ที่อะไร  จึงทำให้หลงไปกับสิ่งรอบข้างนั้นมากกว่าสิ่งที่ตนมีอยู่จึงเป็นที่น่าระอาใจมากสำหรับท่านที่รู้ ที่เห็นอยู่ว่ายังไงมันก็เป็นสรณะที่ ๔ อยู่ดี แล้วจะเป็นไปได้หรือที่จะให้ความปรารถนาที่ตนทำอยู่นั้นสำเร็จได้เพราะใจของตนนั้นยังปันให้ผู้อื่นอยู่ร่ำไป  จนไม่เห็นว่าตอนนี้ใจตนไปอยู่ที่สิ่งไหนแล้ว เพราะไม่เคยตรวจดูหรือมองดู เป็นอย่างนั้นไหมล่ะ พิจารณาซิ  หรือถ้าจะว่าอาตมาพูดผิดก็ค้านสิ ฮึฮึ  ก็มันเห็นอยู่นี่นะ

ถ:  เจ้าค่ะ  คงไม่ค้านเจ้าค่ะ  เพราะตอนนี้โยมเองก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่เจ้าค่ะ ฮึฮึ (ขำตนเองบ้าง)

ต:  นั้นแหละ ต่อไปนี้ก็ให้กลับไปพิจารณาดูว่าควรจะทำยังไง จะเอาแค่ ๓ นี้ที่เลิศที่ประเสริฐที่สุดแล้ว หรือจะปันไปให้สรณะที่ ๔ อยู่ หรือผู้อื่นอยู่ก็ไปคิดเอานะ เพราะอาตมาก็ให้ได้แค่นี้แหละ แต่ที่แน่ ๆ ถ้ายังเป็นอย่างนั้นอยู่ ดูยังไงมันก็โกหกตัวเอง และสรณะที่พึ่งของตัวเอง แม้กระทั่งพระพุทธเจ้า  พระธรรม พระสงฆ์ นั้นอยู่ร่ำไป  แล้วจะมีทางใดได้ล่ะที่จะสำเร็จความปรารถนานั้นได้ เพราะโกหกตัวเอง คนเดียวยังไม่พอ ยังโกหกคนอื่นด้วย มันจะมีทางไปสำเร็จได้อยู่หรือ  ถ้ายังตัดข้อมุสาที่มีอยู่ในคุณธรรมห้าข้อนั้นให้บริสุทธิ์ได้แล้ว  ไปคิดดูให้ดี ๆ นะ เจริญพร


ถ:  เจ้าค่ะ   โยมจะนำไปพิจารณาเจ้าค่ะ


ต:  เจริญพร ดีแล้ว  ถ้ายังอยากจะสำเร็จความปรารถนาอย่างท่านทั้งหลาย ที่ท่านเชื่อจริงทำจริงจนรู้จริงเห็นจริงและได้จริง ซึ่งความสุขที่แท้จริงนั้นก็จงทำให้มันได้อย่างท่านด้วยการเดินให้ถูกทางอย่างท่านที่ท่านทำเป็นตัวอย่างไว้ให้ดูนั้นนะ

ถ:  เจ้าค่ะ
ต:  และที่สุดก็จงตรวจดูใจตนให้ดี ว่าจะเอาจริงแค่ไหน หรือจะทำจริงแค่ไหน

ถ:  เจ้าค่ะ
ต:  แล้วก็ให้ดูวิธีการทั้งหลายนั้นด้วย  ว่าที่เขาพากันทำอยู่นั้นนะ มันหลงจนเกินไปไหม  หรือมันเกินเลยจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแค่ไหน ด้วยการทำความเห็นนั้นให้ตรง  และพิจารณาด้วยปัญญานั้น นั่นแล  เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ  โยมจะนำไปพิจารณาเจ้าค่ะ เพราะโยมเองก็หวังซึ่งความสุขที่แท้จริงนั้นเช่นกันเจ้าค่ะ หรืออย่างนั้นถ้าจะไม่ได้จริง ๆ  โยมก็ขอให้ได้มนุษย์หรือสวรรค์คืนบ้างเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  ดีแล้ว  สิ่งใดที่พระศาสดาท่านสอน  หรือวางไว้ดีแล้วนั่นแล  พึงนำไปสำเหนียกหรือพิจารณาให้ละเอียดเถิด

ถ:  เจ้าค่ะ 
 ต:  เจริญพร

ถ:  ถ้าอย่างนั้นวันนี้คงต้องกราบลาพระอาจารย์แล้วนะเจ้าค่ะ  เพราะรบกวนมานานแล้ว
ต:  เจริญพร ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ เจริญพร


วันที่สองของการถาม (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)



ถ:  นมัสการอีกครั้งเจ้าค่ะพระอาจารย์
ต:  เจริญพร  มีสิ่งใดอีกอย่างนั้นหรือ

ถ:  เจ้าค่ะ มีเจ้าค่ะ
ต:  มีสิ่งใดหนอเจริญพร เชิญว่ามาเถิด

ถ:  เจ้าค่ะ  คือเมื่อวานนี้ที่ได้ฟังจากพระอาจารย์ไปแล้ว ก็กลับไปบ้านโยมได้นำไปพิจารณาดู ตกใจเลยเจ้าค่ะ  เพราะไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะเจ้าค่ะ ที่จะทำความเห็นให้ตรงได้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่เข้ามาขัดขวาง ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นความคิดของตนทั้งนั้นเลยนะเจ้าค่ะ กว่าจะเอากันลงได้ โห ยากพอสมควรเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  นั่นแหละ มันก็อย่างนั้นแหละ เพราะการที่เราจะเชื่ออย่างที่ท่านพากันเชื่อมานั้นและเห็นให้ตรงอย่างท่านนั้น ท่านก็อย่างนั้นแหละ จะว่าไปแล้วยากกว่าเราเป็นไหน ๆ นะ

ถ:  เจ้าค่ะ ยากมากเจ้าค่ะ

ต:  เจริญพร  แต่ก็ให้ยึดมั่นให้ได้นะ  เอาความคิดไหนที่มันเห็นตรง ๆ นั่นแหละ  ถ้ายังสงสัยก็ให้มาถามใหม่ได้  เพราะนั่นแหละคือหนทางที่เราจะสำเร็จความปรารถนาลงได้  คือต้องทำให้ชนะ หรือเอาชนะตัวสัญญาเก่าทั้งหลายนั้นให้ได้จนกว่าจะได้ในที่สุด  และมั่นใจได้ในที่สุดในสิ่งที่เราได้มอบให้แล้ว โดยผ่านความคิดที่เห็นนั่นแหละ ว่าจะให้สิ่งนี้จริง ทั้งกาย ทั้งวาจา ทั้งใจ  ว่าเราพร้อมที่จะประพฤติปฏิบัติตามโดยจริงจังไม่เหลาะแหละ และจะไม่มุสาเหมือนที่ผ่าน ๆ มานั้น  เพราะพระพุทธศาสนานี้ อย่างที่เรารู้ ๆ นั่นแหละว่าเป็นของเล่นที่ไหน เพราะท่านให้ได้ทุกอย่างในทรัพย์ภายใน ไม่ว่ามนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมโลกสมบัติ หรือแม้กระทั่งนิพพานสมบัติ  ที่เป็นสมบัติอันเลิศ ยิ่งกว่าสมบัติทั้งหลายทั้งปวง ด้วยการที่ท่านรู้เห็นด้วยญาณอันแท้จริง จึงค่อยนำมาบอกมาสอนเราด้วยของจริงที่ท่านได้มาและสอนสาวกมาก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว เห็นใช่ไหมล่ะ  ในครั้งที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ดังที่มีในอรรถกถา ว่าพระองค์ได้ให้สาวกทั้งหลายนั้นมากน้อยแค่ไหน พิจารณาซิ  หรือดูซิ  ก่อนที่จะเห็นพระพุทธศาสนานี้เป็นของเล่นนะ เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ อือ...เป็นอย่างนั้นเจ้าค่ะ  เพราะโยมเองก็เคยได้อ่านมาบ้างอยู่นะเจ้าค่ะ และโยมเองก็หาใช่ว่าจะเห็นพระพุทธศาสนานี้เป็นของเล่นไม่เจ้าค่ะ  เพราะธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้า ท่านได้วางไว้ดีแล้วนั้น   ท่านย่อมได้มาด้วยความยากลำบาก  ถูกหรือไม่เจ้าค่ะ  หามิได้ที่โยม แม้รู้ว่าจะยังมืดอยู่ จะเห็นเป็นของเล่นอย่างว่าไม่เจ้าค่ะ 

ต:  สาธุ ดีแล้ว เจริญพร   ที่ไม่เห็นเป็นของเล่น เพราะที่อาตมาเห็นมาส่วนมากแล้ว จะเห็นเป็นของเล่นกันเสียหมด ทำไมถึงพูดเช่นนั้น อ้าว ก็พิจารณาซิ  ถ้าไม่เห็นเป็นของเล่นแล้วใยจึงไม่ศึกษาด้วยความจริง ค้นคว้าด้วยความจริง ปฏิบัติให้จริง ทำให้จริงล่ะ ใยจึงต้องโกหกอยู่ร่ำไป แล้วยังนอกลู่นอก ทาง นอกรอยท่านสอน เขวไปโน่น เขวไปนี่ นั่นแหละ ใช่ไหมล่ะ พิจารณาซิ ทุกวันนี้ หรืออาตมาพูดผิด จะค้านก็ได้นะ อันนี้อาตมาไม่ได้ว่าอะไรหรอก เพราะมันเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ทำไมถึงไม่ปฏิบัติตาม ถ้ารู้ถ้าเห็นว่าท่านวางไว้ดีแล้ว อันนี้มิหนำ ยังมีการมาลบล้างคำสอนของพระองค์อีก ทั้ง ๆ ที่พระองค์เองก็บอกว่า ธรรมและวินัยทั้งหลายเราได้วางไว้ดีแล้ว เธอทั้งหลายพึงนำไปศึกษาและปฏิบัติให้ถ่องแท้ และให้เกิดให้มีแก่ตนอย่างจริง ๆ จัง ๆ ตามที่เหล่าตถาคตได้วางไว้ดีแล้วนั่นเถิด ใช่ไหมล่ะ  ในอรรถกถาก็มีคำนี้ ที่พระองค์กล่าวไว้

ถ:  เจ้าค่ะ  เหมือนว่าจะเคยได้ยินเจ้าค่ะ
ต:  นั่นแหละ  ไอ้ที่ว่าลบล้าง ลบล้างยังไงถึงได้ว่าลบล้าง

ถ:  เจ้าค่ะ ยังไงเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  ก็ดูซิ ทุกวันนี้ เขาได้ปฏิบัติอย่างที่พระองค์ได้ตรัสไว้หรือเปล่าล่ะ แล้วแทนที่จะศึกษาและปฏิบัติซึ่งธรรมคำสอนนั้นให้ถ่องแท้ ไหนเลยกลับไปโน่น  เครื่องรางเอย ฤกษ์งามยามดีบ้างเอย  หรือแม้กระทั่งพิธีการต่าง ๆ ใครทุกวันนี้เป็นคนทำ บอกใบ้ให้หวยใครเป็นคนทำ  แล้วยังมีกระทั่งพิธีการล้างบาปล้างกรรมมีด้วยหรือสิ่งเหล่านี้ในพระธรรมคำสอนของพระองค์ ไอ้ล้างบาปล้างกรรมพระองค์พาหนีมิใช่หรือ มิใช่ว่าจะมาทำบุญล้างเอาง่าย ๆ หรือว่าจะมาทำพิธีล้างเอาเลย  ไม่เห็นเหรอ พระองค์พาทำจนเอาตายเข้าแลกก็ว่าได้ กว่าพระองค์จะเห็นลู่ทางหนีได้ แล้วมาบอกเราให้หนีตามด้วยลู่ทางที่พระองค์ได้วางไว้นั้น  แล้วอย่างนี้จะชื่อว่า ลบล้างได้ไหมตามที่อาตมาได้กล่าวมานั้นนะ

ถ:  เจ้าค่ะ
ต:  ถ้าเห็นว่าไม่ได้แล้วก็ค้านซิ หรือเห็นว่าอาตมาพูดไม่ถูกแล้วนะ เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ โยมก็ไม่รู้นะเจ้าค่ะ ว่าไปเอาอะไรมาค้านท่าน ถึงแม้โยมจะมืด แต่เท่าที่พิจารณาดู คำพูดทุกคำของพระอาจารย์แล้ว ยังหาที่ค้านไม่ได้เลยเจ้าค่ะ อือ อือ...  ก็เลยไม่รู้ว่าจะค้านยังไงเจ้าค่ะ

ต:  เจริญพร อืม... เพราะสิ่งที่พระองค์สอนมานั้น พระองค์สอนให้เชื่อกรรมมิใช่หรือ  หรือเชื่อความดีมิใช่หรือ  และยังเน้นให้กลัวบาปอกุศลมิใช่หรือ อีกอย่างที่พระองค์ทรงประทานให้และตรัสอยู่เป็นประจำคือให้มีสติมิใช่หรือ คืออย่าได้ประมาทในความตายนั่นแหละ ให้ประกอบคุณงามความดีไว้มิใช่หรือ แล้วให้เรามามองย้อนดูซิ ดูซิว่าอะไรบ้างล่ะที่เป็นคุณงามความดีอย่างที่พระองค์สอนหรือตรัสไว้

ถ:  เจ้าค่ะ 
ต:  แล้วทำไมไม่มามองที่จุดนี้กันเลย ไม่มาศึกษาให้มันเข้าใจ ว่าจริง ๆ  แล้วพระองค์สอนอะไรกันแน่  เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ อือ...พระอาจารย์เจ้าค่ะ แล้วพระที่ท่านทำแบบนี้อย่างที่พระอาจารย์พูดมาแต่ต้น จะเรียกอีกชื่อว่า เป็นผู้ปล้นศาสนากินได้ไหมเจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร อันนี้ก็ให้โยมพิจารณาดูเอาเถอะ ว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ล่ะ

ถ:  เจ้าค่ะ ถ้าจะให้พิจารณาแล้วก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เจ้าค่ะ เพราะโยมพิจารณาดูแล้วยังไงก็นอกเหนือจากคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแน่แท้เจ้าค่ะ
ต:  เจริญพร  อย่างที่อาตมาพูดมานั่นแล ให้โยมพึงเข้าใจเอาเถิด  ตอนนี้อย่าเพิ่งเชื่อให้พิจารณาก่อน

ถ:  เจ้าค่ะ
ต:  สิ่งไหนที่อาตมาพูดมา ตั้งแต่ต้นก็ดี กลางก็ดี ท้ายก็ดี ให้พิจารณาให้ละเอียดก่อน เมื่อพิจารณาละเอียดแล้วเห็นเป็นเช่นไร ก็อยู่ที่โยมแล้วล่ะ ว่าจะเชื่อหรือไม่อย่างไร

ถ:  เจ้าค่ะ อือ... เจ้าค่ะ  วันนี้ก็ถือว่าได้ความรู้เยอะแล้ว พอสมควรแล้ว ยังไงโยมก็ขอไม่รบกวนแล้วเจ้าค่ะ อือ...ก็รบกวนมาสองวันแล้วเจ้าค่ะ กลัวพระอาจารย์จะเมื่อยนะเจ้าค่ะ

ต:  เจริญพร ไม่เป็นไรหรอก ตามสบายเถิด  ถ้ามีสิ่งใดสงสัยอยู่ก็เชิญถามต่อได้เด้อ  พร้อมให้คำตอบได้เสมอ เจริญพร

ถ:  เจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ที่เมตตาเจ้าค่ะ 
ต:  เจริญพร

ถ:  คงต้องลาเจ้าค่ะ ขอนมัสการเจ้าค่ะ
ต:  ถ้าอย่างนั้นก็เจริญในศีลในธรรมนะ เจริญสุขสวัสดี เจริญพร
ถ:  เจ้าค่ะ สา...ธุ... เจ้าค่ะ

หมายเหตุ  ถ: หมายถึง ผู้ถาม โดยโยมผู้หญิงที่จ.ขอนแก่น
ต: หมายถึง ผู้ตอบ คือพระไพรศาล ชิตมาโร ที่วัดป่านันทาวาส บ้านโคกกลาง อ. หนองเรือ จ. ขอนแก่น (ซึ่งจำพรรษาที่ สำนักสงฆ์รอยช้าง บ้านเสียว ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ปี ๒๕๕๓ แล้วเดินทางกลับบ้านเดิม หลังจากรับกฐินแล้ว)
ตรองด้วยรู้ พิจดูด้วยธรรม นำสุขเข้าสู่หัวใจ..เทอญ



อ่านให้พิมพ์โดยท่านไพรศาล
จัดพิมพ์และเรียบเรียงโดยผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
นำขึ้นสู่เวบโดย...

ผู้ปรารถนาจะพิมพ์เป็นรูปเล่มเล็ก ๆ เท่าฝ่ามือ แล้วพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน จัดดำเนินการได้เลย ไม่ต้องขออนุญาต เพราะหวังใจให้ทุกดวงใจมีสุขถ้วนหน้า กับคำถามคำตอบที่จะเกิดประโยชน์ ไม่มาก..ก็น้อย

พึงศึกษาเถิด  เจริญพร



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 มีนาคม 2013, 15:14:17 โดย พุทธธรรม »
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 337
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2010, 15:09:52 »
พระธาตุเสด็จมาเพิ่มเองอีก ๒๖ องค์ จากที่ให้สามเณรนับได้ ๔๑ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

เมื่อวานเลยนับดู ปรากฏว่ารวมเป็นจำนวน ๖๗ องค์  ก็เลยได้ขอพระธาตุจากท่านไพรศาล



จาก http://picasaweb.google.com/chinnawat.p/OwShRJ#5541530799452251234
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 พฤศจิกายน 2010, 15:34:01 โดย มโน »
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 337
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2010, 20:57:05 »
อย่าทำตน  ให้เป็นคน  เห็นแก่ตัว
จะหมองมัว  เมื่อยามคน  เขาพบเห็น
ความสงบ  เยือกเย็นนั้น  สิ่งจำเป็น
ใครพบเห็น  ย่อมเย็นใจ  ให้ผูกพัน

มนุษย์เรา  ที่เกิดมา  บนพิภพ
ย่อมประสบ  ทุกข์สุข  ไปทั่วหล้า
แม้โลกนี้  โลกหน้า  ก็ย่อมนำพา
สุขทุกข์หนา  ย่อมพบพา  ทุกคราไป

จนตราบใด  เราหยุดได้  ซึ่งการเกิด
ที่เห็นเลิศ  ประเสริฐกัน  นั่นแหละหนา
เช่นดั่งองค์  ตถาคต  ท่านนำพา
ตื่นเถิดหนา  รีบหาทาง  ตามพระองค์

พระพุทธองค์  ท่านทรงสอน  สิ่งใด (แก่) เรา
ใยมัวเมา  เฝ้าทุกข์อยู่  รู้กันไหม
จงทำใจ  ให้ตื่นเถิด  ก่อนเกิดภัย
เมื่อตายไป  จะได้รู้  ที่อยู่ตน

                โดย...ท่านไพร

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 มกราคม 2011, 18:16:40 โดย พุทธธรรม »
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ jerawan

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 686
    • ดูรายละเอียด
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2010, 17:15:54 »
สาธุ สาธุ สาธุค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 ธันวาคม 2010, 20:05:40 โดย jerawan »

ออฟไลน์ พุทธธรรม

  • Global Moderator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2010, 16:04:07 »
ท่านใดที่ประสงค์อยากจะได้พระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุไปบูชาเชิญมารับได้ที่วัดโสมนัสวิหาร   จากท่านไพร หรือท่านพุทธธรรม อาตมายินดีมอบให้ผู้ที่อยากจะได้ไปบูชา  เพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องเตือนสติ  เจริญพร

ออฟไลน์ พุทธธรรม

  • Global Moderator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 03 ธันวาคม 2010, 09:52:47 »
แต่ถ้าหากยังหาความเชื่อให้ตนไม่ได้ในเรื่องพุทธศาสนาแล้วก็จงพิจารณาเสียใหม่และทำความเชื่อให้เกิดมีในตนนั้นเจริญพร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 ธันวาคม 2010, 09:58:58 โดย พุทธธรรม »

ออฟไลน์ mini

  • เพราะทุกข์ จึงเห็นธรรม
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1284
    • MSN Messenger - nichapat333@yahoo.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2010, 12:26:51 »
สาธุ  สาธุ  สาธุค่ะ
อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจจากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน

ออฟไลน์ พุทธธรรม

  • Global Moderator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: พุทธธรรมนำใจ โดยท่านไพร (พุทธธรรม)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2012, 08:34:39 »