A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: พระยานาค (พญานาค) มีอยู่จริง  (อ่าน 15074 ครั้ง)

ออฟไลน์ จู-จิราพร

  • http://thammasatu-com.hi5.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5274
    • MSN Messenger - ju-jirapon@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • www.thammasatu.com
    • อีเมล์
พระยานาค (พญานาค) มีอยู่จริง
« เมื่อ: 02 เมษายน 2010, 21:38:51 »


เล่าประสบการณ์โดย      ยรรยง สินธุ์งาม

การที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ มีความเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเรื่อง วิญญาณ ดังนี้

1. พญานาค เป็น วิญญาณ อยู่ ใน สวรรค์ ชั้นที่ 1 ชั้น จาตุมหาราชิกา มี ท้าววิรูปักษ์ เป็นราชาผู้ปกครอง ซึ่งท่านจะดูแลอยู่ทิศตะวันตกของสวรรค์ ชั้นนี้

2. เมื่อมีพญานาค ก็ต้องมี สวรรค์ ชั้นนี้ อยู่จริง

3. เมื่อมี ภพสวรรค์อยู่จริง การทำความดี ก็ย่อมมีผลดี และส่งผลให้ผู้กระทำ ไปสู่ภพภูมิ ที่ดี ส่วน ผู้ทำความชั่ว ก็ย่อมได้รับ ผลที่ไม่ดี และทำให้วิญญาณ ของผู้นั้น ต้องไปรับ ทุกข์ทรมาน อยู่ใน นรกภูมิ

ความเข้าใจเกี่ยวกับพญานาค

คนไทยโดยทั่วไป มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค มาตั้งแต่ครั้ง พุทธกาล ที่พระพุทธเจ้าเสี่ยงทายลอยถาด แล้วถาดก็จมลงสู่ท้องน้ำที่มีพญานาคตนหนึ่งเฝ้ารักษาไว้ หรือเหตุการณ์ที่ พญานาค มุจรินทร์ แปลงกายมาปกป้องลม ฝน ให้พระพุทธเจ้าถึง 7 วัน 7 คืน หรือ เหตุการณ์ ที่ พญานาค แปลงกายมาขอบวชเป็นพระในพุทธศาสนา ซึ่ง พระพุทธเจ้า ไม่อนุญาตให้บวช ด้วยเพราะ เป็น สัตว์เดรฉาน

จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลก ข้างต้นได้ กล่าวว่า เป็น วิญญาณ ระดับเทวดา ที่อยู่สวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิกา แต่กลับเป็นสัตว์เดรฉาน เหตุผลจะเป็นเช่นใด ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่จากการที่ศึกษา พบว่า สวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิกา

เป็น สวรรค์ชั้นที่อยู่ ใกล้ชิดกับโลกมนษย์และเดรฉาน เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งมีความหลากหลาย ของ วิญญาณระดับต่าง ๆ มากมาย อยู่ในชั้นนี้

จากที่ศึกษามา พญานาค มี 4 ตระกูลใหญ่ ๆ 1. ตระกูลวิรูปักษ์ จะมีผิวกาย สีทอง 2. ตระกูลเอราปถ จะมีสีกายเป็นสีเขียว 3.ตระกูล ฉัพพยาปุตตะ จะมีสีกาย เป็นสีรุ้ง 4. ตระกูลกัณหาโคตรมะ จะมีผิวกายเป็น สีดำ

มีข้อน่าสังเกต อย่างหนึ่ง เกี่ยวกับ ชื่อ ของ นาคตระกูล ทั้ง 4 ทำไมเป็นภาษา บาลี สันสกฤต ทั้งหมด ทำไมไม่มีชื่อเป็น จีน เป็น ฝรั่ง เป็น เกาหลี หรือเป็นภาษาอื่นเลย หรือ ภาษาบาลีและสันสกฤต คือ ภาษากลาง ของภพภูมิวิญญาณ หรือ รวมไปถึง ภาษากลางของจักรวาล ขอตั้งข้อสังเกตไว้ นะครับ


ตามความเข้าใจ เราจะเห็นว่า พญานาค เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ ไม่ว่าจาก ตำนาน จากเรื่องเล่า ของ พระธุดงค์ พระวิปัสสนา ทั้งหลาย ทำให้เรารับรู้ว่า พญานาค มีฤทธิ์ แปลงกายเป็นงู หรือ เป็นคนก็ได้ เรื่องการแปลงร่างของ พญานาค สามารถแปลงเป็น เรือ ให้คนข้ามฟาก ก็ได้ เป็นเต่า เป็นจระเข้ ก็เคยมี เรามักจะเคยชิน กับ รูปร่าง ของพญานาค จากการถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ เช่น ภาพวาด หรือ งานปั้น ตาม วัดวา อาราม ทางพุทธศาสนา บ้างก็มี หัวเดียวบ้าง สามหัว ห้าหัว เจ็ดหัว เก้าหัวบ้าง ก็น่าแปลก ทำไมจำนวนหัวไม่เป็นเลขคู่บ้างล่ะ นี่ก็เป็น อีกหนึ่งข้อสังเกต

พญานาคที่ข้าพเจ้าได้เคยพบ

เมื่อประมาณ กลางปี 2535 ผมชวนน้องชาย ไปสำรวจถ้ำ ตามตำนาน ริมแม่น้ำโขงแถบอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เข้าไปในถ้ำต่ำ ๆ แห่งหนึ่ง มีสายน้ำเล็กเย็นฉ่ำ ไหลจากภายในออกมานอกถ้ำ สู่ลำห้วย ซึ่งลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำโขง อีกไม่ถึง ห้าสิบเมตร เราเดินก้มย่อตัวต่ำ ๆ เดินเข้าไปข้างใน อย่างระมัดระวัง ใช้ไฟฉายส่องทาง ได้ระยะทาง สิบกว่าเมตร ผนังถ้ำก็ตัน มีแอ่งน้ำ ลักษณะครึ่งวงกลม อยู่ท้ายสุดของถ้ำ

ผมก็ไม่รู้ว่าแอ่งน้ำ จะมีความลึกเท่าไร เราหยุดเดิน เพราะถ้ำตันซะแล้ว ขณะที่สายตาสำรวจก้อนหินตามผนังถ้ำ ก็ปรากฏ งูสีเขียว โผล่หัวขึ้นมาดูพวกเรา ขนาดเท่าหลอดยาดม ที่วางขายตามท้องตลาด เขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมาประมาณ สิบ เซนติเมตร ทำให้ผมชะงัก เพราะกำลังจะลงไปในแอ่งน้ำ ผมเอามือวิดน้ำใส่ งู ตัวนั้น 2 -3 ที งูก็ดำน้ำหายไป และไปโผล่มองดูเรา อีกด้านหนึ่งของขอบแอ่งน้ำ ผมก็เอามือ วิดน้ำใส่อีก งู ก็ดำน้ำและก็หายไป

ในความคิดของผม ตั้งแต่ที่เห็นแอ่งน้ำ ก็จะรู้ทันที ว่าใต้แอ่งน้ำนี้ จะต้องมีช่องทาง เพื่อไปอีกสถานที่หนึ่ง พอผมลงไปในแอ่งน้ำ ความลึกอยู่ระดับเอว เมื่อเอามือลูบผนังถ้ำลงไป ในน้ำ จะพบรูขนาดที่คนตัวใหญ่ ๆ มุดเข้าไปได้ ผมลองมุดเข้าไปดู ซักครู่ ก็โผล่ขึ้นมา พร้อมบอก ให้น้องชายส่งเชือกมา ผมมัดที่ข้อเท้าขวา ก่อนที่จะดำน้ำหายเข้าไปใน รูใต้น้ำ อีกครั้ง ความกดดันที่มากขึ้นทำให้น้ำทะลักเข้าหู ผมทั้งสองข้าง

ผมดำน้ำเข้าไปได้ระยะทางประมาณ 6 ถึง 7 เมตร ยังไม่เห็นว่าจะทะลุตรงไหน ใจก็คิดว่า เราจะไม่เหลืออากาศ พอที่จะ ดำน้ำกลับนะ ครั้งนี้ พอแค่นี้ก่อนเถอะ ก็เลยหมุนตัว ในช่องหิน กลับหัว แล้วว่ายออกมา เมื่อโผล่ขึ้นจากผิวน้ำ ก็พบน้องชายนั่งทำหน้าตกใจอยู่ เขาบอกว่า กลัวมาก ที่ต้องนั่งอยู่คนเดียว เราเดินทางโดยปราศจากอาวุธใด ๆ ทั้งสิ้น พกพาไปเฉพาะเครื่องนอน และอาหารแห้ง ข้าวจี่ น้ำดื่ม กล้องก็ยังไม่มีจุดสำคัญมันอยู่ที่ งูเขียว ตัวนั้น รูปร่างหัว ลำตัวเหมือน งูทั่วไป มีเกล็ดสีเขียวทอง เกล็ดทั่วตัว (ที่โผล่พ้นน้ำ)

จะสะท้อนแสงไฟ ระยิบระยับ คล้ายกับ กระดาษกากเพชร ไม่แลบลิ้น ตาไม่สะท้อนแสงไฟ เกล็ดส่วนหัวไม่สะท้อนแสง เหมือนเกล็ดช่วงลำตัว ส่วนหัวมีหงอนสีแดง ส่วนโคนมีสีเหลืองอ่อน ช่วงกลางถึงปลายเป็นสีแดง ไม่ปรากฎ ครีบตรงสันหลัง



ภาพวาด พญานาค พบที่แอ่งน้ำในถ้ำ ริมแม่น้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ กลางปี 2535
    
    
ลักษณะที่เกล็ดส่วนลำตัวสะท้อนแสงระยิบระยับ น่าจะเกิดจากการลักษณะการเรียงตัวของเกล็ดไม่เป็นระเบียบ คล้าย ๆ กับการเจียรไน เหลี่ยมมุมของเพชร และ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากโครงสร้างของธาตุ ที่เป็นองค์ประกอบของเกล็ด



แม้จะสังเกตพบว่า งู ที่พบในถ้ำ ต่างจากงูโดยทั่วไป ผมเองก็ไม่ได้พูดให้น้องชายที่ไปด้วยฟัง เพราะเกรงว่า เขาจะกลัว จนเกินกว่าเหตุ เมื่อบอกว่า นั่นคือ ร่างกายหยาบ ของ พญานาค

นี่เป็นประสบการณ์ การผจญภัยเมื่อวัยรุ่น ของผม สำหรับหน้าถัดไป จะเล่าถึงการ สนทนาธรรมกับพญานาค ที่ภูน้อย มุกดาหาร  และการต่อสู้กันระหว่างพญานาคกับพญานาค  การท้าดวลกันระหว่างคนกับนาค รวมทั้ง จะวิเคราะห์ ภาพพญานาค จากเว็บตามที่ มีการบันทึกไว้ เช่น หนองคาย  หรือที่ มุกดาหาร ซึ่งกำลังฮือฮา และตามด้วย ภาพกายทิพย์ ของ พญานาค ลักษณะต่าง ๆ ที่ผมบันทึกภาพไว้ได้

 ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยียน




แนะนำเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

     หลักความเชื่อของพระพุทธเจ้า (หลักกาลามสูตร) http://www.vcharkarn.com/vblog/11858

     ฉกามาพจร สวรรค์ 6 ชั้น  http://www.vcharkarn.com/vblog/34073

     วิญญาณศึกษา spirit education   http://www.vcharkarn.com/vblog/89320
    
    บั๊งไฟพญานาค : หน้าผู้หญิงในลูกไฟ ไขปริศนาโดยรูปถ่าย  http://www.vcharkarn.com/vblog/47178

     แผนผังถ้ำพญานาค    http://www.vcharkarn.com/vblog/89320
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กรกฎาคม 2010, 13:57:54 โดย จู-จิราพร »
จู จิราพร การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง