A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: คำสอนของพระธรรมสิงหบุราจารย์(หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)๑ (จบ)  (อ่าน 1143 ครั้ง)

ออฟไลน์ mini

  • เพราะทุกข์ จึงเห็นธรรม
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1284
    • MSN Messenger - nichapat333@yahoo.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
                                             นาฬิกาชีวิต
                                                                                                                                                                                                           พระราชสุทธิญาณมงคล

                                                                       ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๑
 
   (ต่อ) การรักษาหม้อแบตเตอรี่ชีวิตของเรา  ต้องหมั่นเจริญกรรมฐานทุกวัน  หมั่นกำหนดจะหยิบอะไรก็กำหนด  เสียใจก็กำหนด  เมื่อจิตตกกังวล  เสียใจ  ถ้าไม่แก้  หม้อแบตเตอรี่จะเสีย  ถ้าจิตตกถึง ๓ วง  โยมไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล  รักษาไม่หายด้วย  เป็นโรคเครียด  โรคประสาท  รักษาไม่หาย  จำไว้  ต้องทิ้งหม้อแบตเตอรี่กระทั่งตาย  จึงจะหายด้วยไฟด้วยการเผาหรือฝัง  จำไว้เลย  ตรงนี้สำคัญมาก  คือการเจริญกรรมฐาน  ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลแต่ประการใด  ชัดเจนมาก  ชัดเจนที่สุดแล้ว  เพราะฉะนั้นอย่าทิ้ง

            การกำหนดจิต  ถ้าโยมเสียใจ  กำหนดเสียใจหนอ…ที่ลิ้นปี่  หายใจยาว ๆ เดี๋ยวจะหาเหตุได้เลย  เสียใจหนอ…  หลับตา  ดูที่ลิ้นปี่  กำหนดเสียใจหนอ ๆ  ๆ  สติดี  เป็นการรักษาหม้อแบตเตอรี่ไม่ให้มันเสีย  จิตก็ไม่ตกกังวล  จิตก็เข้มแข็ง  สมมติว่าเสียใจเรื่องลูกไม่เรียนหนังสือ  ลูกไม่เรียนหนังสือมาจากเหตุนี้เขาจึงเสียใจ  ทำงานบริษัท  ทำงานธนาคารก็ไม่อยากทำ  เพราะคิดถึงลูกไม่เรียนหนังสือ  คิดหนอ  คิดหนอ  คิดหนอ  รู้แล้ว  สติจะบอกทันทีว่า  เราเป็นแม่เขา  โปรดแผ่เมตตาให้ลูก  อย่าโกรธลูกซิ  โกรธลูกถึงได้เสียใจขนาดนี้  ความโกรธจะหายเลย  คิดหนอ  ต่อไปอีก  คิดว่าจะแผ่เมตตาอย่างไร  จะออกมาว่า  อ๋อ! นั่งกรรมฐาน  สวดพาหุงมหากา  แล้วแผ่เมตตาให้ลูก  ลูกกลับร้ายกลายดี  ตั้งใจเรียนหนังสือทันที  นี่ คือวิธีแก้

            เรื่องโกรธเป็นเรื่องสำคัญ  ถ้าโกรธขึ้นมาจะแย่เลย  เสียใจไม่เป็นไร  โมโหร้ายเสียทั้งบ้านเลย  อย่าโกรธได้ไหม  แก้โกรธเสียเดี๋ยวนี้  โกรธนี่มันยักษ์  ยักเอว  ยักไหล่  ยักเหนือ  ยักใต้  ยักนอก  ยักใน  ยักษ์มันโกรธถึงตาย  ไม่มีใครช่วย  จะทำอย่างไร  ต้องแก้นะ  หายใจยาว ๆ  กำหนด  โกรธหนอ ๆ  ๆ  กลับไปบ้านแล้วก็ทำ  อย่าเลิก  อย่าเอาไปทิ้ง  หมั่นเทียบนาฬิกาภายในไว้    มงคลชีวิตจะมีแก่โยมแน่นอน

            โกรธหนอ ๆ  ๆ  กำหนดช้า ๆ  โกรธเรื่องอะไร  เรื่องสามี  สติจะบอกเป็นขั้นตอนว่า  โกรธสามี  อ๋อ! โกรธเขาทำไม  อยู่กับเขามาตั้ง ๓๐ ปี  โกรธเขาทำไม  เขาไปชอบผู้หญิงใหม่  โกรธหนอ ๆ  ๆ  สติบอกอีกแล้วว่า  ดีแล้ว  เขาไปชอบผู้หญิงใหม่  อนุโมทนากับเขา  ถ้ายังโกรธต่อไปอีก  ก็กำหนดต่อไป  โกรธหนอ ๆ  ๆ  อ๋อ! เขาไปชอบกับวาสนาหรือ  พอหายโกรธแล้วจิตก็มีเมตตา  อ๋อ! อนุโมทนาด้วย  ขอให้วาสนากับสามีของฉันอยู่เย็นเป็นสุขตลอดกัลปาวสาน  แก้ได้เลย  จะไม่หึงไม่หวงแน่  และสามีจะกลับทันที

            ถ้าเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้  เมตตามาทั้งบ้าน  จะเยือกเย็นเป็นสุขในบ้านของเราตลอดไป  เรียกว่า  มงคลชีวิต  แปลว่าเทียบนาฬิกาภายในได้แล้ว  และวาสนาที่สามีไปชอบก็กลับมารักเรา  และจะมาบอกกับเราว่า  ฉันไม่มีอะไรหรอก  ฉันเป็นเพื่อนกันและช่วยเหลือกันไปเท่านั้น  แก้ได้เลยเท่านี้เอง  ทำไมทำกันไม่ได้  นาฬิกาเรือนในนี้จะบอกแก่มงคลชีวิต  บอกเวลาของชีวิตว่า  เราจะแก้อย่างไร  เวลานั้นแก้ได้  เวลานี้แก้ไม่ได้  เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้  มีดังต่อไปนี้

๑.    โลภะจริต  อยากได้  จะต้องเอาให้ได้  ถ้าเราไม่ฝึก

๒.   โทสจริต  ห้ามไม่ได้  กำลังโกรธจะตบตี  ห้ามไม่ได้

๓.    โมหะจริต  ห้ามไม่ได้

๔.    ทิฏฐิที่แรงกล้า  ห้ามไม่ได้

๕.    จิตคิดจะไป  ห้ามไม่ได้  จิตจะไปกับแฟน  ห้ามไม่ได้  

            ถ้าไม่ฝึกสติ  ขาดสติ  ห้ามไม่ได้  ถ้าเราฝึกสติอยู่  จะห้ามได้  บังคับด้วยนาฬิกาของมงคลชีวิต  ชีวิตนี้ถึงจะแน่นอน  ถูกต้องต่อไป

            ถ้ารู้จัก มงคลชีวิต  จะแปลออกมาว่า  คบคนพาลได้ผิด  คบบัณฑิตได้ผล  คบคนชั่วทำตัวให้อับจน  คบคนดีให้ผลจนวันตาย  เมาเพศหมดค่า  เมาสุราหมดความสำคัญ  เมาการพนันหมดตัว  เมาเพื่อนชั่วหมดดี  จะออกมาประเภทนี้ชัดเจน

            สัตว์โลกที่อยู่กันนี้ต้องพึ่งโลกอยู่  อย่าไปตีโลกเสียหาย  โลกคือหมู่สัตว์ที่เราอยู่ร่วมกัน  อย่าทะเลาะกัน  ถ้าเราไม่มีนาฬิกาชีวิตจะทะเลาะกัน  แย่งสมบัติกันเพราะดูแต่นาฬิกาของโลก  เราต้องสร้างนาฬิกาเรือนใน  เรือนใจ  เทียบให้เข้ากับเขาให้ได้

            รำวงต้องมีกองเชียร์  มีฉิ่ง  ฉับ  กรับ  ถึงจะไปได้  ต้องมีกระบอกเสียง  นกไม่มีขน  คนไม่มีความรู้  หรืออีกนัยหนึ่ง  นกไม่มีขน  คนไม่มีพวก  ไปไม่รอด  เราอยู่กับโลกต้องอาศัยโลกครึ่งหนึ่ง  อาศัยธรรมครึ่งหนึ่ง  นาฬิกาต้องมี ๒ เรือนนะ   โยมเข้าใจนาฬิกาเรือนในหรือยัง  นำไปใช้ที่บ้านด้วย

            นาฬิกาเรือนนอกนี้ก็ต้องหมั่นตั้ง  เวลาของคนอื่นเขา ๑๑.๐๐ น.  ของเรายัง ๘.๐๐ น.  อยู่นั่นแหละ  ยังไม่ตื่นอีกหรือ  และชื่อของคนก็ไม่ต้องไปเปลี่ยน  ขอฝากไว้  ถ้าพ่อแม่ตั้งให้  พระตั้งให้เป็นมงคล  อย่าเปลี่ยน  มันเป็น รูปธรรม  แต่หากว่าเป็นบัญญัติชื่อ  จะได้เรียกถูกว่าเป็นใคร  แต่ข้อเท็จจริงอยู่ที่ นามธรรม  อยู่ที่กิจกรรมของตัวเอง  อยู่ที่กฎแห่งกรรมชัด

            กิจกรรมคือกฎแห่งกรรมจากโครงการของชีวิต  ยืนหนอ ๕ ครั้ง  ทำให้ได้  ถ้าทำได้แล้ว  จะเห็นจากหน้าผากออกไปอัตโนมัติ  เราไม่ต้องกำหนดว่า เห็นหนอ… มันจะอัตโนมัติไปเอง  พออัตโนมัติจะกลับมาบอกว่าคนนี้คบไม่ได้  เห็นหนอเข้าไปอีก  ไม่มีศีรษะแล้ว  เห็นหนอไปอีก  เอ๊ะ ต่อไม่ติด  ต้องตาย  ไม่เคยพลาด  แต่ไม่หมายความว่าจะเห็นทุกครั้ง  บางครั้งเราก็วุ่นวายกับเรื่องสัพเพเหระ  จะไม่เห็น  ถ้าเรามีสติครบวงจร  จะเห็นทันที  

            บางครั้งโยมที่นั่งกรรมฐาน  ถ้าไม่พูดกับใครเลย  จิตครบวงจรเมื่อใด  จะระลึกชาติได้บางประการ  ระลึกชาติของตัวเอง  ระลึกชาติกฎแห่งกรรมในชาตินี้  อย่างที่อาตมาระลึกได้ว่า  จะต้องคอหักตายในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๑  เพราะไปหักคอนก  แต่อาตมาคอหักแล้วยังไม่ตาย  หมอประดิษฐ์ใส่เผือกแน่น  ทานอาหารเองไม่ได้  ต้องหยอดน้ำทีละหยดเป็นเปรตรับกรรม  ที่ยายให้นำอาหารไปถวายพระ  แต่อาตมาไม่ถวาย  ชวนเพื่อนไปทานกันเอง  ยายบอกว่าต้องเป็นเปรต  อาตมาเป็นเปรตไปแล้ว  ญาติโยมทั้งหลายเอ๋ย  กรรมฐานแก้ปัญหาชีวิตได้แน่นอน  แต่ไม่สามารถจะแก้กรรมได้  ฟังให้ออกนะ

            กรรมฐานแก้ปัญหาชีวิตได้  แต่ไม่สามารถจะแก้กรรมที่เราทำไว้ได้  กรรมที่เราทำไว้ต้องใช้  แต่อาจผ่อนหนักเป็นเบา  เหมือนอาตมาต้องตายแต่ก็กลับฟื้น  ที่อาตมาพูดนี่  อย่านำไปเป็นตัวอย่างนะ  อาตมารับกรรมมาหมดแล้ว  เคยรับจ้างต้มเต่า  ก็ถูกน้ำร้อนลวกไฟลวกแล้ว  กรรมฐานที่อาตมาสอนคือสติปัฏฐานสี่  แก้ปัญหาชีวิตได้ทุกอย่าง  ในชีวิตที่ผ่านมาและปัจจุบัน  อดีตอย่ารื้อฟืน  เรื่องของคนอื่นอย่านำมาคิด  กิจที่ชอบทำ  แก้ได้เฉพาะปัจจุบัน  อดีตที่ผ่านมานั้นแก้ไม่ได้

            โยมโปรดพิจารณาให้ดีนะ  ปัจจุบันแก้ได้แล้ว  อนาคตจะแก้ได้ไหม  ต้องได้แน่นอน  ปัจจุบันดี  อนาคตต้องดี  อดีตดี  ปัจจุบันดี  อดีตเลว  ปัจจุบันเลว  แต่เขาแก้ปัจจุบัน  แก้ปัญหาชีวิตได้  แต่แก้กฎแห่งกรรมไม่ได้  ต้องใช้กรรม

            นั่งกรรมฐานเพื่อแก้ปัญหาชีวิต  และเพื่อชดใช้กรรม  ไม่ดื้อรั้น  อาตมายินดีตายในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๑  เพราะรู้ว่าเราไปหักคอนกจริง  ตัวไหนจิก  ถลกหนังเลย  เราก็ต้องมาหนังศีรษะถลกไปข้างหลังหมดเลย  หมอเย็บได้ดีมากไม่มีตะเข็บ

            ถ้าเราไม่เจริญกรรมฐาน  ไม่มีโอกาสใช้กรรมในปัจจุบันขณะนี้  ต้องไปใช้เวลาตาย  ตายแล้วต้องไปนรกอีกเป็น ๑๐๐ ปี  ถ้าเราสร้างความดีจะชดใช้กรรมให้หมดไป  เหมือนเรายืมเงินเขามา ๑,๐๐๐ บาท  ใช้วันละ ๑๐๐ บาท  เดี๋ยวก็หมด  แต่ถ้าเราไม่เคยใช้เขาเลยก็ต้องมีดอกเบี้ยไปชาติหน้า  สรุปได้ว่า

            ๑) การเจริญกรรมฐานแก้ปัญหาชีวิตได้แน่นอน

            ๒) นั่งกรรมฐานเพื่อชดใช้กรรมที่เกิดขึ้นและไม่ปฏิเสธทุกข้อหา  ต้องอดทนต่อเวทนา  จะได้เห็นกรรม  จะได้ใช้กรรมได้โดยไม่ปฏิเสธทุกข้อหา  ถ้าโยมทำได้อย่างนี้  จะไปได้รอด

            มหากิตติเดิมอยู่วัดสระเกศไปอยู่วัดพุทธาราม  กรุงเบอร์ลิน  ประเทศเยอรมัน  โทรศัพท์มาหาอาตมาว่า  ท่านได้ไปให้กรรมฐานคนเป็นอัมพาตคนหนึ่งเดินไม่ได้  และมอบหนังสือของหลวงพ่อจรัญให้ภรรยาอ่านให้ฟัง  หนังสือมีทั้งภาษาอังกฤษ  ภาษาไทย  และภาษาเยอรมัน  สามีก็ปฏิบัติกรรมฐาน  เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่เขาเดินไม่ได้  แต่วันนั้นแปลกมากที่ลุกนั่งได้เลย  กำลังใจมาแล้ว  หม้อแบตเตอรี่เกิดดีขึ้น  ลุกนั่งได้เลย  พอคนทักเข้าหมดกำลังนอนลงไปอีก  อยู่ต่อมา ๑ เดือน  จึงลุกนั่งได้  และเดินได้จนบัดนี้  คนเราไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม  ถ้ามีกำลังใจสูง  มีพลังสูง  หายทุกราย  ไม่น่าเชื่อว่าเป็นอัมพาตจะเดินได้  พอมีกำลังใจจะยกแขนขาได้เลยนะ  หายแน่นอน

            เรามาเจริญกรรมฐานเพื่อเพิ่มผลผลิตในร่างกายสังขารทั้งรูปธรรมและนามธรรมให้อุดมสมบูรณ์  โรคภัยไข้เจ็บหายได้ทันที  ถ้าเราไม่อุดมสมบูรณ์คือแก่แล้ว  มันก็เสื่อม  พอเสื่อมไป  หมดกำลัง  เกิดโรคแทรกซ้อน  ตายแน่นอน  ถ้าทำใจให้เข้มแข็ง  เดินจงกรมให้ชัดเจน  พองหนอ…  ยุบหนอ…  หายใจยาว ๆ  ถ้าหายใจยาว ๆ ได้  พองหนอ  ยุบหนอได้  จะได้หมดเลย

            ญาติโยมทั้งหลายโปรดฝึกตัวเอง  แข่งเรือแข่งแพแข่งได้  แต่แข่งบุญวาสนาไม่ได้  แข่งเรือแข่งแพได้  แต่อยากจะถามโยมว่า  โยมพายเรือเป็นหรือไม่  ไม่เคยฝึก  ไม่เคยหัด  จะไปแข่งได้หรือ  พายเรือไม่เป็น  ต้องหมั่นฝึกฝนไว้

            การฝึกปฏิบัติกรรมฐานวันแรกก็มีแต่เพียงว่า  เดินจงกรมให้ได้  ยืนหนอ ๕ ครั้งให้ได้  และพองหนอ  ยุบหนอให้ได้

            ระยะต่อไปก็เก็บอิริยาบถให้ได้  กำหนดอายตนะธาตุอินทรีย์  ตาเห็นรูป  หูได้ยินเสียง  จมูกได้กลิ่น  ลิ้นลิ้มรส  กายสัมผัสร้อนหนาว  ต้องให้รู้โดยอิริยาบถ

            ระยะต่อไป  ต้องการให้ละเอียดเพิ่มขึ้นอีก  ถ้าทำได้จะรู้อะไรแปลก ๆ เพิ่มขึ้น

            การกำหนดลมหายใจ  คนโกรธหายใจสั้น  ถ้าโยมขี้โกรธ  ขี้ปด  ขี้เกียจ  หายใจช้า ๆ จากจมูกถึงสะดือ  แล้วจะหาย  เวลาคนโมโหจะหายใจไว  ตบตีกันได้โดยขาดสติ  คนหายใจไว  ขาดสติ  กลิ่นตัวจะเหม็นขึ้นมาทันที  ถ้าโยมหายใจช้า ๆ ตั้งสติไว้ก่อน  จะทำอะไรก็มีปัญญา  จำไว้ตรงนี้ไม่มีใครคิดเลย

            ถ้าโยมหายใจสั้น ๆ จะคิดอะไรไม่ออกเลย  จะลืมโน่น  ลืมนี่  หายใจช้า ๆ จะทบทวนได้ดีมาก  หายใจช้า ๆ เข้าไว้ท่านออกมาในรูปนี้

            ๑. ขยันเอาการ

            ๒. งานสะอาด

            ๓. ฉลาดรอบคอบ

            คนที่รอบคอบ  จะชอบระวัง  ตั้งใจตรง  ทรงศีลธรรม  นำทางถูก  ปลูกสติ  ดำริชอบ  ชัดเจนจะเข้าหลักนี้

            ถ้าคิดอะไรไม่ออก  กำหนดคิดหนอ ๆ  ๆ หายใจยาว ๆ  ปักจิตที่ลิ้นปี่  ไม่มีระยะคิดออกมาครั้งแรก  จะคิดออกมาได้เร็วมาก  จะบอกก่อนว่า  คิดเรื่องอะไร  มันต้องแล้วแต่เรา  ครั้งที่สอง  จะบอกว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกหรือไม่  ครั้งที่สาม  สิ่งที่คิดนั้นนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่  ถ้านำไปใช้ประโยชน์ได้เลยก็เป็นความคิดที่ถูกต้อง  ถ้าความคิดนั้นนำไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้  ความคิดนั้นก็ไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง

            วันนี้ก็พอสมควรแก่เวลา  พระอาทิตย์อัสดงคตไปนานแล้ว  แต่ปัญหาขณะนี้  อย่าให้กำลังใจตก  ตามพระอาทิตย์  ขอให้ความชั่วสามานย์ในตัวของเราทุกคนตกไปตามพระอาทิตย์  อย่าให้โผล่ออกมาอีกเลย  สร้างความดีขึ้นใหม่  เหมือนอรุณแจ้งแสงทองเงินไหลนองทองไหลมาต่อไปเถิด  ขณะนี้ตรงนี้เป็นปัญหาชีวิตของเราที่จะต้องแก้  อย่าลืมนาฬิกา ๒ เรือน  นาฬิกาทางโลก  ที่เราต้องอาศัยในโลกมนุษย์  แต่แก้ปัญหาชีวิตต้องใช้นาฬิกาของตัวเอง  เทียบให้ตรงกับคนอื่นเขา  จะอยู่กับใครก็ต้องใช้นาฬิกาเทียบ  เราต้องปรับตัวเอง  ปลงให้ตก  ปรับตัวและเปลี่ยนใจ  ปรับชีวิตเสียใหม่ให้เข้ากันได้  มัชฌิมาปฏิปทาปานกลาง  เราอยู่กับเขาได้  ไม่มีปัญหา

            คนชอบสร้างปัญหา  วิธีแก้ปัญหามีอยู่ทางเดียว  แก้ตรงนั้นทันที  ไม่ใช่หลบปัญหา  ไม่ใช่หนีไปฟังเพลง  หนีไปเที่ยว  นั่นเป็นการหลบปัญหาไปชั่วคราวใช่หรือไม่  ต้องรู้ปัญหาและแก้ปัญหาให้ได้ปัจจุบัน  อย่าหนีปัญหา  อย่างทิ้งปัญหา  เช่น  ปัญหาครอบครัว  สามีภรรยาตีกันทะเลาะกันต้องแก้ที่จุดนั้น  อย่าไปแก้ที่อื่นไม่ได้  จะไปแก้ด้วยการหนีออกจากบ้านไม่ได้

            ถ้าโยมเป็นสามี  เกิดปัญหาในบ้าน  อย่าหนี  ปัญหาเรื่องภรรยาต้องชี้แจงกันให้เข้าใจ  อย่าหนีปัญหา  อย่าทิ้งปัญหา  ฝากไว้ให้ลูกเป็นปมด้อย  ต้องแก้ปัญหาปัจจุบัน  ต้องสู้ปัญหา  อย่าหนีปัญหา  ถึงจะแก้ได้  ถ้าหนีปัญหา  ทิ้งปัญหา  เป็นการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น  จะเสียใจต่อภายหลัง  ถ้าโยมทำอย่างที่อาตมาพูดได้  จะไม่มีปัญหาต่อไป  กรรมฐานเป็นการแก้ปัญหาได้ดีมาก  ด้วยการกำหนดจิตตั้งสติด้วยการแก้ปัญหา  อย่าทิ้งปัญหา  อย่าทิ้งสติสัมปชัญญะ

            ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย  อำนาจบุญกุศลทั้งหลาย  โปรดประทานพรให้ญาติโยมทั้งหลายทุกท่าน  จงประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพรโดยทั่วหน้ากัน  ขอกุศลขันธ์ที่อาตมาภาพได้บวชมาเป็นเวลานาน  สร้างบุญกุศลในส่วนดี  ขอมอบให้โยมทุกท่าน  ขอให้โยมไปเผยแผ่ให้ลูกหลานในบ้าน  บิดามารดา  และคุณครูอาจารย์ของท่าน  ขออำนวยพรย้อนอดีตถึงชีวิตแห่งสุโขทัย ๗๐๐ ปีลายสือไทย  ๔๑๗ ปีแห่งกรุงศรีอยุธยา  ๒๐๐ ปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  มารวมอยู่ในชีวิตของเราทั้งหมด  ปรารภถึงอดีตที่ผ่านมาทุกท่านจงสุขสันต์นิรันดร  ขอจงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ๔ ประการ  มีอายุขอให้ยืนนาน  วรรโณ  ผิวพรรณผ่องใส  สุขัง  ขอให้สุขภาพกายอนามัย  ทุกท่านโปรดได้ใจดี  โรคภัยไข้เจ็บมีก็โปรดหาย  สิ่งทั้งหลายที่คิดอยู่ ณ บัดนี้  และจะคิดต่อไปในโอกาสหน้า  จงพรรณนาให้เกิดความสำเร็จเผด็จผล  สมเจตน์จำนงความมุ่งมาดปรารถนา  ด้วยกันทุก ๆ ท่าน ณ โอกาสบัดนี้ เทอญ  ขอเจริญพรทุก ๆ ท่าน
    คำสอนของพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)                  
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 พฤศจิกายน 2009, 14:11:05 โดย mini »
อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจจากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน