A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: School of Budda  (อ่าน 6 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
School of Budda
« เมื่อ: 18 มีนาคม 2020, 07:25:30 »




School of Budda

พุทธศาสนาแตกต่างกับศาสนาอื่นๆโดยสิ้นเชิง
เพราะอาศัยปัญญาหรือ
ความจริงในการพิจารณา
ไม่ต้องร้องขอ
ไม่มีคำชม
ไม่มีบทลงโทษ
รู้ได้เองเห็นเอง
มีเพียงตนเองที่รู้
หรือ
ใครทำใครได้
ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น
แม้กาลเวลาจะผ่านมานาน
กว่า 2,600 ปี
แต่พระธรรมคำสอนในหลักสูตร
ก็ยังทันสมัยอยู่เสมอ
สามารถใช้ได้ตลอดเวลา
ทุกลมหายใจ
หลักสูตรก็มีแค่ในพระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก (บาลี: Tipiṭaka; สันสกฤต: त्रिपिटक) เป็นคัมภีร์ที่บันทึกคำสอนของพระโคตมพุทธเจ้า[1] ไตรปิฎก แปลว่า ตะกร้า 3 ใบ เพราะเนื้อหาแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆคือ

พระวินัยปิฎกว่าด้วยพระวินัยสิกขาบทต่าง ๆ ของภิกษุและภิกษุณี
พระสุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระสูตรซึ่งเป็นพระธรรมเทศนาของพระโคตมพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกที่แสดงแก่บุคคลต่างชั้นวรรณะและการศึกษา
ต่างกรรมต่างวาระกัน
มีทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง
พระอภิธรรมปิฎกว่าด้วยพระอภิธรรมหรือปรมัตถธรรม
ซึ่งเป็นธรรมะขั้นสูง
อธิบายด้วยหลักวิชาล้วน ๆ โดยไม่อ้างอิงเหตุการณ์และบุคคล

รายละเอียดในพระไตรปิฎกสรุปสั้นๆได้ว่า
"กายกับจิตนี้แหละ"
เรียนรู้กายด้วยจิต
เรียนรู้จิตด้วยกาย
สำรวมอินทรีย์
อันมี
ตาหูจมูกลิ้นกายใจหรือจิตนั่นเอง
ด้วยการเจริญภาวนา
ด้วยสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา
จนสิ้นสงสัยในความจริง
ผู้จบหลักสูตรจะได้เป็นบัณฑิตหรือที่เราเรียกท่านว่า
"พระอรหันต์"
มีปริญญาที่เรียกว่า
"พระนิพพานหรือตื่น"

School นี้น่าเรียนกันไหมล่ะโยมทั้งหลาย

เจริญพร
วิกีพีเดีย
บทที่ ๒๕ กรวดน้ำอิมินา

วัดอ้อน้อย นครปฐม

(ผู้นำ) (หันทะ มะยัง อุททิสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เส)
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยบุญนี้อุทิศให้
อุปัชฌายา คุณุตตะรา อุปัชฌาย์ ผู้เลิศคุณ
อาจะริยูปะการา จะ แลอาจารย์ ผู้เกื้อหนุน
มาตาปิตา จะ ญาตะกา ทั้งพ่อแม่ แลปวงญาติ
สุริโย จันทิมา ราชา สูรย์จันทร์ แลราชา
คุณะวันตา นะราปิ จะ ผู้ทรงคุณ หรือสูงชาติ
พรัหมะมารา จะอินทาจะ พรหมมาร และอินทราช
โลกะปาลา จะ เทวะตา ทั้งทวยเทพ และโลกบาล
ยะโม มิตตา มะนุสสาจะ ยมราช มนุษย์มิตร
มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ ผู้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ขอให้เป็นสุขศานต์ทุกทั่วหน้า
อย่าทุกข์ทน
ปุญญานิ ปะกะตานิ เม บุญผองที่ข้าพเจ้าทำ
จงช่วยอำนวยศุภผล
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ให้สุขสามอย่างล้น
ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง ให้บรรลุถึง นิพพานพลัน
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยบุญนี้ที่เราทำ
อิมินา อุททิเสนะ จะ แลอุทิศให้ปวงสัตว์
ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ เราพลันได้ ซึ่งการตัด
ตัณหุปาทานะเฉทะนัง ตัวตัณหา อุปาทาน
เย สันตาเน หินา ธัมมา สิ่งชั่วในดวงใจ
ยาวะ นิพพานะโต มะมัง กว่าเราจะถึงนิพพาน
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ มลายสิ้นจากสันดาน
ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว ทุก ๆ ภพที่เราเกิด
อุชุจิตตัง สะติปัญญา มีจิตตรง และสติ
ทั้งปัญญาอันประเสริฐ
สัลเลโข วิริยัมหินา พร้อมทั้งความเพียรเลิศ
เป็นเครื่องขูดกิเลสหาย
มารา ละภันตุ โนกาสัง โอกาสอย่าพึงมี แก่หมู่มารสิ้น
ทั้งหลาย
กาตุญจะ วิริเยสุ เม เป็นช่องประทุษร้าย
ทำลายล้างความเพียรจม
พุทธาทิปะวะโร นาโถ พระพุทธเจ้า ผู้บวรนาถ
ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม พระธรรมเป็นที่พึ่งอันอุดม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ พระปัจเจกะพุทธะสมทบ
สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง พระสงฆ์ที่พึ่งผยอง
เตโสตตะมานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพนั้น
มาโรกาสัง ละภันตุ มา ขอหมู่มาร อย่าได้ช่อง
ทะสะ ปุญญา นุภาเวนะ ด้วยเดชบุญทั้งสิบป้อง
มาโร กาสัง ละภันตุมา ฯ อย่าเปิดโอกาสแก่มารเทอญ.

บทที่ ๒๕ กรวดน้ำอิมินา

ห้องสมุดธรรมอิสระ