A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: D.R.แล้วไง  (อ่าน 21 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 730
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
D.R.แล้วไง
« เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2019, 10:48:01 »







D.R.แล้วไง

ในโลกยุคไร้พรมแดนทุกวันนี้ ที่มีกระแสการเคลื่อนไหว
ทุกอย่างเช่น
วัฒนธรรม
ความรู้
การค้า
การเงิน
สงคราม
เกิดขึ้น
ไหลบ่าอย่างรวดเร็วมาก
ผ่าน

การสื่อสารทางช่องทางมากมาย
เช่น

บล็อกเชน
Big Data อินเทอร์เน็ต
ที่ผ่านมาาทาง Portal
อย่าง
Google Facebook
และอื่นๆอีกมากมาย

การศึกษาของคนทั้งโลกในยุคปัจจุบันนี้
แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ทั้งภาษาสากล แทบทุกประเทศในโลกก็ต้องเรียนรู้กันหมดแล้วเช่น
ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน
การเรียนรู้ของเด็กๆ
ก็เริ่มต้นจากพ่อแม่
โรงเรียน
มหาวิทยาลัย
ทีวีช่องการศึกษา
นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีโรงเรียนสอนที่บ้าน
สอนแบบไม่เน้นวิชาการอย่าง
Summer Hill
ที่บ้านเราก็มีโรงเรียนแบบนี้สำหรับเด็กยาก จนที่มีครูข้างถนนคอยสอนให้
และมีมานานมากแล้ว
แต่ยังมีอีกหลายๆคนยังไม่รู้ที่เรียกว่าการศึกษานอกโรงเรียน
การศึกษาต่างๆทำให้ผู้คนมีโอกาสอันหนึ่ง โอกาสอันนั้นก็คือ....
การได้เข้าทำ งาน
ได้แข่งขันกัน เพื่อที่จะสร้างความเจริญเติบ โตให้กับสังคม
สร้างสังคมของตัวเองให้ดีขึ้น
ปรับปรุงฐานะครอบครัวของตัวเองให้มีความเป็นอยู่ดีและมีความสุขขึ้น
แต่หลังจากที่มี กระแสการไหลบ่าของการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังมากของ
Digital Disruption
เมื่อไม่กี่ปีมานี้หแม้เหตุการณ์นี้จะเริ่มก่อเกิดมานานกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม
หรือนานกว่านั้นตั้งแต่เราเริ่มมี Facebook อินเทอร์เน็ต
Ebay
Amazon
Alibaba
เทคโนโลยี่ใหม่ๆเหล่านี้จึงมักทำให้เกิดเรื่องตื่นตระหนกเช่นเรื่องที่ว่า
ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะขายสินค้าได้ในวันหนึ่ง ถึง38,000ล้านเหรียญสหรัฐ
ได้
แต่เมื่อวันที่ 11 เดือน 11 2019 Single Day ของจีนอย่าง
Alibaba
สามารถทำได้
เพราะDigital world
มันหมุนรวดเร็วมาก
คล่องแคล่วว่องไวราวกับติดจรวด
ทุกคนในเมื่อสิบปีก่อน
ที่ก่อตั้งstart up
ใช้เงินจำนวนน้อยมาก
ที่จะก่อตั้งธุรกิจองค์กรที่สา มารถจะเติบโต
อย่างรวดเร็วจนหายใจแทบจะไม่ทัน
และเติบใหญ่มาถึงทุกวันนี้
ที่เรียกว่า
ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI
สามารถใช้เครื่องมือเครื่องไม้
ทางการสื่อสาร
และเทคโนโลยีที่เรียกว่า
หุ่นยนต์หรือ
เสมือนหุ่นยนต์อีกทั้งมันยังสา มารถลดค่าใช้จ่ายต่างๆได้อย่างมหาศาล
ทั้งใน
ด้านแรงงาน
ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์
ด้านพนักงาน
และด้านการขนส่ง
โดยใช้ระบบออนไลน์
ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร
การสั่งซื้อสินค้า
หรืออื่นๆก็เช่นกัน
ยิ่งสามารถจัดส่งของออนไลน์ทั้งหมดได้รวด เร็วด้วยระบบขนส่งที่มีประสิทธภาพเช่นปัจจุบัน
ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพ

ในรัฐที่มีระบบต่างๆเหล่านี้
จึงทำให้เกิดกระแสสังคมหรือ
เทรนด์ใหม่ทั้ง
ความเป็นอยู่ของผู้คน
ตลอดจนความคิดและอุปนิสัยของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงสองสามปีนี้
มากจนหลายๆคนกลัว
กลัวว่าจะไม่มีงานทำ
ก็เพราะได้เห็นจำนวนการปลดพนักงาน
และ
คนงานมากมายทั่วทุกมุมโลก
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ของผู้ใช้แรงงาน
ทั่วโลกกลุ่มหนึ่ง สำหรับในเมืองไทยเอง
ที่กรุงเทพฯมีคนตกงานอยู่ประมาณ1 ล้านกว่าคน
ชนะตัวเลขเก่าๆมาก
ก็ถือว่าเยอะ แล้ว
และเป็นคนที่ไม่ได้ทำงานในทุกวันนี้ก็เยอะ
เรียนจบปริญาโทมากลับขายข้าวแกงเป็นต้น
ปัญหาที่ตามมาอาจจะเป็นปัญหาของสัง คม
ปัญหาอันเกิดจากการขาดเงิน ที่จะใช้จ่าย
จนมีปัญหาในเรื่องของการจี้ปล้นหรืออาชญากรรมตา มมา
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น
คนธรรมดาสถาบันการเงิน
หรือองค์กรต่างๆล้วนแล้วแต่กลัว
Digital Disruption
คือการเปลี่ยนแปลง
อันนี้ที่ผลจาก กระแสของการพัฒนาการทางเทคโนโลยี่ที่ทำให้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป
คนที่ชอบดูหนังหรือภาพยนตร์คงจะเห็นกันมาเป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้วหรือกว่านั้นว่า
เราได้เห็นบุคคลเสมือนจริง
มาเล่นหรือแสดงแทนคน
ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เช่นอวตาร
Avenger
End Game
ผู้สื่อข่าวหุ่นทางทีวีที่ประเทศจีน
สิ่งต่างๆที่กังวลนั้น
ก็เพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวไป นี่คือระบบการศึกษาในปัจจุบัน
คือเรียนรู้จากหนังสือ ตำรา
เรียนรู้มาเพื่อทำมาหากิน
แม้จะเก่ง
เฉลียวฉลาด หาเงินหางานได้ดี
แต่ถ้าเปรียบเป็นระบบการศึกษาแล้ว
ก็ยังเป็นระบบการศึกษาแบบหมาหางด้วนอยู่ คือเป็นหมาที่มีองค์ประกอบไม่ครบ
หางหมาที่เป็นตัวชี้ถึงอารมณ์ และปัญญาที่แท้จริง
หรือชี้นำชีวิตไม่มี
ทุกคนจึงหวาดกลัว
ตื่นตูม
ทุกข์
รับไม่ได้กับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับการเปลี่ยน แปลง
แต่จะมีใครเคยนึกบ้างว่า
หุ่นยนต์หรือสมองกลก็ตาม
มันก็แค่ประมวลผลจากข้อมูล
ที่ใส่เข้าไปเท่า นั้น
แม้มันจะประมวลผลให้รู้จักวิธีคิด
มันก็เป็นแต่เพียงปัญญาประดิษฐ์
และเป็นเพียงแต่ปัญญาขั้นต้นของคนเราเท่านั้น

ความคิดของคน เรานี้
มันแยบคายกว่านั้นมาก
ยกตัวอย่างเช่นภาพยนตร์ 2 เรื่องที่กล่าวถึงข้างต้น
เป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลกโดยคนเป็นผู้สร้าง
ยิ่งนานวัน
ยิ่งสร้างเงินได้มากมายเท่านั้นเพราะยังขายลิขสิทธิ์ต่างๆได้อีกนานแสนนาน
ขนาดที่ว่าคนสร้างสามารถใช้เงินไปได้ตลอดชาติ
เพราะมีตัวเลขรายได้ที่มหาศาลเหล่านั้นล้วนเกิดจากปัญญาของคนทั้งนั้น
ความเฉลียวฉลาดของคน
พวกเราอย่าได้คิดจะดูแคลนมันในเวลานี้
จะรู้สึกอ่อน
น้อมถ่อมตนกับปัญญาประดิษฐ์
นั้น
อาจจะผิดพลาด เมื่อสองพันกว่าปีก่อน
สมเด็จพระบรมครู
ได้บังเกิดขึ้น พระองค์ทรงตรัสสอนพระธรรมล่วงหน้ามานานแล้ว
พนะธรรมอันเป็นคำสอนที่ทันสมัยอยู่เสมอ เรียกว่าอกาลิกธรรมคือใช้ได้ตลอดกาล
สอนให้เรารู้จักความจริง
เห็นความจริงยอมรับความจริงและเข้าใจความจริง
เพื่อให้เราเกิดปัญญาสูงสุด
ปัญญาที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่สา มารถจะสร้างขึ้นได้
ก็คือปัญญาแห่งการพ้นทุกข์
พระทรงตรัสสอนให้คนจำนวนมากได้รู้ถึง 84,000 พระธรรมขันธ์
ด้วยใบไม้เพียงกำมือเดียวของพระองค์เท่านั้นอนิจจังคือ
ความไม่เที่ยง ทุกขังคือความทนได้ยาก อนัตตาคือ
ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
หากทุกคนเปิดใจกว้างที่จะ
พัฒนาศักยภาพของใจตนให้มีความสุขสงบ
โดยการมองใจของตัวเองให้ชัดๆ
เมื่อสงบใจได้
อันมี
วิตกวิจารปีติสุขเอกัคคตาแล้ว ปัญญาก็จะเกิดขึ้นจากความสงบในชั้นแรกที่เรียกว่าปฐมฌาน
มันจะนำพาให้เราให้เกิดปัญญาในชั้นสูงและลึกต่อไป
ซึ่งผู้สนใจทั้งหลาย
สามารถเรียนรู้ได้จากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่มีในปัจจุบัน
คำสอนของสมเด็จพระบรมครูซึ่งเป็นตัวแทนของพระองค์
คือพระธรรม เป็นพระพุทธเจ้าในกาลปัจจุบัน ทำให้เรามีปัญญาเกิดขึ้น
เมื่อได้รู้จักอนิจจังทุกขังอนัตตาแล้ว
เราก็มองเห็นความจริงต่างๆอย่างแน่นอนว่าไม่เที่ยงเปลี่ยนแปลงไป เป็นทุกข์
แล้วก็ไม่ใช่ตัวไม่ตน
สิ่งหนึ่งที่พระองค์ทรงตรัสสอนว่าตัณหาหรือความอยากเป็นที่มาของทุกข์เหล่านั้น
ถ้าเราหยุดอยากได้มากเท่าไหร่ปัญญาก็จะเกิดมากขึ้นเท่านั้น
คนที่หิวเงินมากอยากจะมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านบาท
คุณเชื่อหรือว่าเขามีความสุข แบบตาสีตาสาที่อยู่ชายนาหรือเถียงนา
ที่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด
แม้พวกเขาจะไม่มีเงินเลยสักล้านบาท
แต่พวกเขาหลับสบาย
มีความสุข
มีข้าวกินเห็นหน้าลูกทุกวัน
มีความสุขที่
ไม่จมกับกระแสของโลก
ไม่โดนเทรนด์ต่างๆกัด
ไม่ใช้ของแบรน ด์เนม
อยู่อย่างพอเพียง
สุขสงบ
อดกลั้นกับความความอยาก
โดยระงับความอยากได้ดี
เวลาตายก็เห็นเป็นธรรมดา
แม้สิ่งต่างๆในโลกจะเปลี่ยน แปลงหรือแปรปรวนไปแค่ไหน
ก็ไม่มีทุกข์ตามไปด้วย
เมื่อไม่ทุกข์แล้วคนเราจะห่วงอะไรกับ
Digital Disruption
แม้มันจะเกิดเภทภัยอะไรก็ยิ้มได้เหมือนคำพูดที่ว่า
"ที่ควรชมนิยมกัน คือคนยิ้มได้เมื่อภัยมา" สมเด็จพระบรมครูท่านทรงตรัสสอนทั้งหมดเป็นระบบอย่างดี
ลองศึกษาดูจาก พระไตรปิฎกหรือตำราต่างๆที่พระองค์ทรงตรัสสอนมานั่นแหละ
จะได้เข้าใจ
การสอนแบบมีระบบการศึกษาแบบหมาธรรม ดา
ที่มีหัวมีหางมีตรงกลางหมด
ไม่ใช่ระบบการศึกษาแบบมหาวิทยาลัยในปัจจุบันที่เห็นทุกข์ก็ไม่รู้ว่าทุกข์มันเกิดจากอะไร
ทุกข์ล้วนเกิดจากความอยากของใจนั่นแหละ จงพิจารณาดูนะ ถ้าฉันพูดผิดไปฉันก็ขออโหสิ กรรมมาไว้ณ.ที่ นี้ด้วย
คนเรามันผิดพลาดกันได้
แต่ฉันมีความศรัทธา
ในองค์สมเด็จพระบรมครูอย่างเหนือเศียรเหนือเกล้า
เชื่อมั่นและเชื่อเรื่องกรรมที่สุด
ฉันเลยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
มันจะdisruptหรือไม่ก็เรื่องของมัน
แล้ว......มีใครรู้ตัวบ้างว่า
พรุ่งนี้หรือชาติหน้าอะไรจะมาก่อนกัน
เป็นคำพูดที่ดีนะเพราะมันไม่เที่ยงจริงๆ
เจริญพร

อนาคาริก