A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: TOXIC PEOPLE : เจอคนเหล่านี้ เตรียมหนีให้ดี!  (อ่าน 11 ครั้ง)

ออนไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
TOXIC PEOPLE : เจอคนเหล่านี้ เตรียมหนีให้ดี!
« เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2019, 08:46:41 »





TOXIC PEOPLE : เจอคนเหล่านี้ เตรียมหนีให้ดี!

By Pawares Mood Journal, Survival Guide 05/06/2016



เราเคยได้ยินว่า เพื่อนมนุษย์ที่เรารู้จักและอยู่รอบตัวเราในช่วงชีวิตนั้นๆ มีผลกระทบกับเราได้แค่สองรูปแบบ คือถ้าเค้าไม่ใช่คนที่บันดาลใจเรา เค้าก็คือคนที่ดูดพลังงานและเวลาในชีวิตเราไปมาก บ่อยครั้งที่เรารู้สึกแย่เพราะ bad vibe จาก คนประเภทที่สองที่อยู่รอบๆ ตัวนี่แหละ
บางคนไม่รู้ตัวว่า ทำไมในบางสถานการณ์เรา upset เรารู้สึกไม่สบายตัวไม่สบายใจแบบหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งจริงๆ อาจเป็นเพราะคนใกล้ตัวเนี่ยแหละ เพราะ บุคลิก (Personality) หรือ ทัศนคติ (Attitude) บางอย่างของคนๆ นั้นมันกระทบความรู้สึกเรา เคยเป็นไหม กับบางคนอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก แต่กับบางคนกลับรู้สึกอึดอัด อยากจะแยกจากกันเร็วๆ
เราเรียกคนประเภทหลังว่าเป็น Toxic People คนกลุ่มนี้เหมือนมีพลังงานบางอย่างที่ปล่อยออกมาตลอดเวลา อย่างกับว่าส่งพลังงานบางอย่างไปรบกวนสารเคมีในสมองเรา ทำให้สุขภาพจิตเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้เราเลยอยากจะมาเขียนถึงประเภทของ Toxic People ต่างๆที่อยู่รอบตัว มาดูกันว่า ตัวเองเป็นแบบไหนหรือมีคนใกล้ตัวเป็นแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า ส่วนเราบางทีก็เผลอทำตัวเป็น Toxic Person กับคนรอบข้างไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน แหะๆ

1. อันนั้นไม่เห็นดีตรงไหน นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ดี! (Judgemental)

ไม่มีอะไรดีพอสำหรับเค้า คนประเภทนี้จะหาเรื่องวิจารณ์ ติติง ตัดสินทุกอย่างรอบตัวอยู่ตลอดเวลา คนประเภทนี้มักจะมองเห็นสิ่งรอบตัวอยู่แค่สองมิติ คือ “ดี” กับ “ไม่ดี” ทุกอย่างมีแค่ ถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่ ควรหรือไม่ควร ดีหรือเลว คุณจะใช้เวลาอธิบายให้เค้าฟังเท่าไหร่ก็ได้ แต่สุดท้ายมักจะเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เค้าไม่ค่อยได้ฟัง เพราะเค้าได้ตัดสินไปแล้ว
เราเคยต้องทำงานกับคนประเภทนี้อยู่เนืองๆ รู้สึกเหนื่อยมากๆ เหนื่อยกับการที่ต้องฟังเค้าวิจารณ์นู่นนี่ตลอด เราอยากบอกเธอเหลือเกินว่า มนุษย์เรามันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะตัดสินใจว่า ดำหรือขาว ทุกอย่างมันมีทุกสีแหละ มันมีเหตุผล มันมีปัจจัยเยอะมากเลยนะ เราเข้าใจว่าเราทุกคนก็มีมาตรฐานในการตัดสิน หรือมาตรวัดทางศีลธรรม (Moral Standard) อยู่ แต่สิ่งที่เธอแสดงออกมามันไม่ใช่นะ มันเหมือนกับว่าเธอแค่ชอบตัดสินทุกอย่าง (นี่ไง เราก็กำลังตัดสินเธอ!)

2. ทำไมไม่ทำแบบนี้ ทำตามที่ฉันบอกสิ! (Control Freaks)

คนประเภทนี้ไม่เคยฟังใครทั้งสิ้น! เพราะ (เชื่อว่า) ฉันรู้จริงและรู้ดีกว่าใครทุกคน รู้มากขนาดว่าสามารถบอกได้ว่าใครควรทำอะไร และควรทำยังไง ถึงได้เรียกว่า ดี ทำยังไงถึงเรียกได้ว่าแย่ อะไรที่คนอื่นพูดหรือทำไม่ดีเท่าตัวเองสักอย่าง เพราะฉะนั้นอย่ามาขัดใจหรือแสดงความคิดเห็น! คนประเภทนี้จะกลายเป็นฝันร้ายที่สุด ถ้าต้องกลายเป็นคนที่คุณต้องทำงานด้วยหรือใช้ชีวิตอยู่ด้วย เพราะถ้าคุณทำอะไรที่ไม่ตรงกับที่เค้าคิดแล้วล่ะก็…เขาอาจจะอาละวาดทุบโต๊ะกลางที่ประชุม หรือหยิบจับข้าวของมาเขวี้ยงทิ้งอะไรเบอร์นั้นเลย เพราะฉะนั้นเลิกคิดเรื่องอธิบายให้เขาเข้าใจเถอะ ไม่มีวันซะหรอก
เราเจอคนประเภทนี้มาในลักษณะของการเป็นลูกค้า โอ้โห ให้ตายสิ เหมือนกับจ้างเรามาเพื่อทำตามที่เค้าบอก ไม่ได้จ้างเรามาเป็นที่ปรึกษาอะไรทั้งนั้นอ่ะ เค้าจะรู้สึกดีว่างานทุกอย่างเป็นไปตามที่เค้าบอก เค้าควบคุมได้หมด ทั้งๆ ที่บางครั้งการที่ทำตามที่เค้าบอกน่ะ มันคือหายนะที่แท้จริง

3. เราว่าเราเก่งกว่าเธอนะ ฟังเราดีกว่า (Arrogant)

เดี๋ยวๆ อย่างเพิ่งเข้าใจสับสนระหว่าง คนที่มีความมั่นใจในตัวเอง กับคนหยิ่งผยอง วิธีแยกคนสองประเภทนี้ออกจากกันแบบง่ายๆ คือคนที่มีความมั่นใจตัวเอง จะเป็น good vibe ในการ inspire คนรอบข้าง แต่คนที่หยิ่ง (อารมณ์ว่ามั่นใจว่าตัวเองดีและเก่ง) มักจะสร้าง bad vibe จะมีความรู้สึกเหมือนข่มเราอยู่เนืองๆ และทำให้เราอึดอัดและด้อยกว่าในบางครั้ง จริงๆ มันเป็นเรื่องของ attitude ล้วนๆ เวลาเค้าแสดงมันออกมา ไม่ว่าจะเป็นทางสายตา คำพูด หรือท่าทาง ทุกอย่างจะนำไปสู่ภาพของยักษ์หรือนางพญา มันจะมีแต่ความอึดอัด มีความรู้สึกในการข่มเราเบาๆ ยิ่งต้องทำงานด้วยนะ โอ้โห หื้มมมมมม เลย
เราเชื่อว่าคนประเภทนี้ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวนะ ว่าตัวเองเป็นแบบนั้น มักจะสับสนกับความมั่นใจในตัวเองแบบผิดๆ กับความรู้สึกที่ว่า เราดีกว่าคนอื่น เราฉลาดกว่า คือยอมรับว่าบางคนแม่งก็เก่งจริงๆแหละ แต่แค่ไม่รู้จักวิธีการแสดงออกที่เหมาะที่ควร เลยกลายเป็นเหยียดซะงั้น

4. คนอะไรไม่เคยผิด (The Blamer)

คนประเภทนี้มีข้ออ้างตลอด น่าเหลือเชื่อตรงที่ว่า เค้าต้องเป็นคนยังไงนะ ถึงได้รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยทำผิด เวลามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น มักจะเกิดจากคนอื่นเสมอ (ต้องโตมาแบบไหนนะ ถึงได้มี attitude ที่ strong ขนาดนี้) แบบที่ไม่เคยต้องรับผิดชอบความผิดพลาดอะไรทั้งนั้น มีหน้าที่ชี้ความผิดให้คนอื่นอย่างเดียว หรือถึงจะรู้ตัวว่าผิดก็จะไม่ขอโทษ! สำหรับเรา เราว่าทำงานและใช้ชีวิตกับคนประเภทนี้แม่งโหดและน่าหงุดหงิดสุดละ
เคยทำงานกับลูกค้าแบบนี้ โอ้โห ให้ตายเถอะ เอาตัวรอดเป็นยอดคนเลย อะไรที่ตัวเองผิด ขนาดมีอีเมลหลักฐานชัดๆ ยังกลบเกลื่อน บิดประเด็น หาข้อเสียของเราอย่างอื่นมาอุด จนกลายเป็นเราผิดซะงั้น โห แล้วคนประเภทนี้ เวลาตัวเองทำผลงานอะไรนะ เอามาพูดจนหลานบวชได้เลย ให้ตายเถอะ!

5. นางอิจฉาจากช่อง 7 (The Envious)

คนประเภทนี้ก็น่ากลัวไม่ใช่ย่อย เป็นประเภทที่ ถ้าเธอไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าฉัน ฉันเป็นเพื่อนที่ดีของเธอนะ แต่ถ้าเธอมีอะไรที่ดีกว่าฉันแล้วละก็ เดี๋ยวฉันจะคอยขัด คอยขวาง และจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ดีกว่า! เค้าจะรู้สึกว่า สิ่งดีๆทุกอย่างที่เกิดขึ้น เค้าเป็นคนที่สมควรจะได้รับ ไม่ใช่คุณ ข้อสังเกตและสัญญาณคือก่อนที่พวกเขาจะลงมือทำอะไรเพื่อขัดขวางเรา เขามักจะพูดเปรียบเทียบเรากับตัวเค้าเสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ชอบเปรียบเทียบจะเป็นคนประเภทนี้หมดนะ บางทีเขาอาจจะแค่ไม่มั่นใจในตัวเองแล้วน้อยใจ ไม่ได้ไปถึงขั้นอิจฉาก็ได้
เราว่าอีกรูปแบบนึง คือเป็นคนประเภทที่ว่า ใครเคยทำอะไร จะมาแบบ ฉันก็เคย เคยแบบดีกว่าเธอด้วย แต่ไม่ได้สื่อสารออกมาตรงๆนะ เป็นลักษณะข่มอ้อมๆ เช่น เราเคยไปดูหนังเรื่องนี้ นางก็จะข่มมาล่ะว่า เราเคยไปดูเรื่องนี้ รอบสื่อด้วย เพื่อนเราที่รู้จักเป็นทีมงานที่ทำอยู่ ฯลฯ ทำนองว่ากูบลัฟรัวๆ

6. เราว่าโลกมันไม่สวยนะ (Negative Nancy)

คิดว่าจะได้กำลังใจจากคนประเภทนี้หรอ ไม่มีทางซะหรอก เพราะว่าเค้าจะมองเห็น worst case ตลอด และเค้ามักจะพูดตัดกำลังใจเรา หรือคอยพูดให้เรารู้สึก insecure หรือเสียความมั่นใจได้ง่ายๆ เลย คนประเภทนี้ไม่เคยจะสนับสนุนความคิดเราหรือสิ่งที่เราจะทำ มีแต่จะ discredit ในทุกๆทางที่จะเป็นไปได้ มองเห็นแต่ความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาด แทนที่จะมองเห็นโอกาสที่จะทำให้สำเร็จ
แต่คนประเภทนี้ อย่าไปเหมารวมกับคนที่เป็นเพื่อนสนิทเรานะ บางทีเค้าก็เตือนเพราะเห็นว่าเราอาจไม่มีโอกาสกับสิ่งๆนี้ หรือเราควรจะไปทำอะไรที่เหมาะกว่านี้ แต่เราเชื่อว่า ใครๆก็แยกออกอ่ะ ระหว่างคนที่มองเห็นแต่ worst case กับคนที่มองรอบๆแบบรอบคอบ แล้วเตือนเรา vibe มันต่างกัน

จริงๆแล้วเราไม่ได้กำลังบอกว่า คนประเภทเหล่านี้เป็นคนไม่ดีนะ เพียงแต่สำหรับเรา เรารู้สึกว่าลำพังในแต่ละวันแค่จัดการกับภาวะทางอารมณ์ของตัวเองก็เหนื่อยมากพอแล้ว นี่ถ้าเราต้องมาโดนคนเหล่านี้ ดูดพลังไปด้วยแล้วล่ะก็ มันทำให้เราหมดพลังงานจริงๆ เรามีคนทุกประเภทเหล่านี้อยู่รอบตัวเราแหละ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะต้องตัดคนเหล่านี้ออกจากชีวิตทุกครั้งนะ เราเพียงแค่ต้องเรียนรู้วิธีที่จะจัดการและใช้ชีวิตกับคนเหล่านี้อย่างมีศิลปะ ทุกคนก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่มีใครอยากทำตัว toxic กับคนรอบตัว เพียงแต่บางทีเค้าไม่รู้ตัว เพราะขนาดเราเองยังเผลอทำตัว toxic กับคนอื่นตั้งหลายครั้ง ซึ่งเกือบทุกคนก็เข้าใจและก็ยังอยู่กับเราไม่ไปไหน ฝากบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ขอบคุณนะ 

ปล. คราวหน้าจะมาบอกวิธีจัดการกับคนเหล่านี้และจัดการตัวเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้ด้วยล่ะ

ILLUSTRATION BY SETAPA

FOLLOW US ATFACEBOOK.COM/MOODYTWENTIES

Bipolar DisorderDepressionMental HealthMental IllnessSanitySelf-ConfidenceSelf-EsteemWellnessจิตแพทย์สุขภาพจิตสุขภาพจิตวัยรุ่นอารมณ์แปรปรวนโรคซึมเศร้าไบโพลาร์



Written By

Pawares

เช็คมั๊ย ‘Toxic people’ นิสัยเป็นพิษที่ทำให้คนใกล้ตัวอึดอัด

เชื่อมั๊ยว่าความเป็นพิษมีอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่ตัวคุณเองก็อาจมีนิสัยที่เป็นพิษกับคนรอบข้างได้ พิษที่ว่านั้นเกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัดโดยไม่รู้ตัว มาเช็คกันดูสิว่านิสัยแบบไหนบ้าง

Abigail Brenner, M.D., จิตแพทย์ชาวอเมริกันบอกว่า คนที่มีพฤติกรรมบ่อนทำลายความรู้สึก สร้างความน่าอึดอัดทุกครั้งที่ต้องปฏิสัมพันธ์ด้วย คนเหล่านี้เรียกว่า ‘Toxic people’

#บงการเก่ง – เมื่อไหร่ที่คนอื่นไม่ทำตามที่คุณบอกหรือที่คุณแนะนำ คุณก็จะแสดงอาการไม่พอใจออกมา เช่น จะต้องกินข้าวร้านนี้ ไปเที่ยวที่นั่น ถ้าพวกเขาไม่ไปร้านนี้คุณก็จะยกเลิกนัดไม่กินหรือไปไม่ไปทันที พฤติกรรมเหล่านี้แหละเป็นพิษ นอกจากจะทำให้ทุกคนอึดอัดที่จะต้องคอยตามใจคุณแล้ว ยังไม่แฟร์กับคนอื่นด้วย
วิธีแก้ : เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ลองนึกถึงเสียงส่วนมากเป็นหลัก หรือไม่ก็ตกลงกันว่าคราวนี้ฉันตามใจเธอแล้ว คราวหน้าเธอต้องตามใจฉันบ้างนะ ข้อตกลงแบบนี้ดูจะแฟร์กับทั้งสองฝ่าย

#ช่างตัดสิน – มักมีคำติอยู่ตลอดเวลา และเป็นการติที่ไม่ใช่ติเพื่อก่อ แต่เป็นการติไปเรื่อยๆ เช่น เธอทำงานไม่เก่ง หาเงินได้น้อยจัง เธออ้วนแล้วนะ เธอไม่สวยเลย จริงๆ แล้วคำพวกนี้ถ้าพูดย้ำๆ ซ้ำบ่อยๆ คนฟังก็จะรู้สึกว่าฉันไม่มีค่าหรือไม่มีดีอะไรเลยหรอ เป็นการบั่นทอนจิตใจ แถมยังทำให้หมดความมั่นใจไปเรื่อยๆ
วิธีแก้ : ถ้าคุณหวังดีจริงก็ควรแนะนำด้วยการพูดด้วยเหตุผล หยุดนิสัยการติซ้ำๆ ติทุกครั้งที่เจอกัน เพราะจะทำให้คนอื่นเสียความมั่นใจ และก็ไม่ได้ทำอะไรดีขึ้นมาอีกด้วย

#ไม่รับผิดชอบความรู้สึกตัวเอง – คุณมักโทษว่าความรู้สึกแย่ๆ ของคุณเกิดขึ้นจากอีกฝ่าย เช่น ที่ฉันรู้สึกไม่โอเคแบบนี้ก็เป็นเพราะเธอทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่คิดว่าความสุขของตัวเองนั้นสร้างได้จากตัวเราเอง คอยแต่จะโทษอีกฝ่ายโดยตลอด ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดตลอดเวลา
วิธีแก้ : หยุดโทษคนอื่น หันกลับไปสำรวจตัวเองก่อนว่าความสุขหรือทุกข์ที่เราเป็นนั้นเป็นเพราะคนอื่นหรือที่ตัวเรา จริงๆ แล้วความสุขหรือทุกข์นั้นขึ้นอยู่กับตัวเรา ความคิดของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร

#ไม่ขอโทษ - แม้ว่าจะทำผิดอะไร ก็ไม่เคยคิดจะเอ่ยคำขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น มัวแต่คิดว่าฉันไม่แคร์ ไม่ใช่ความผิดของฉัน จึงไม่จำเป็นที่จะขอโทษ... เจอแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
วิธีแก้ : เมื่อรู้ตัวว่าผิดก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ไม่ต้องตีโพยตีพายโทษคนอื่น ผิดก็คือผิด ลดทิฐิมองตามความจริงแล้วขอโทษซะ แค่นี้ไม่ยาก!

#เอาแน่เอานอนไม่ได้ - อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อวานนัดกันอย่างดี พอตอนเช้าเปลี่ยนซะงั้น ทำอะไรไม่คงเส้นคงวา วันนี้จะทำแบบนี้ได้ แต่พรุ่งนี้ไม่ได้แล้ว สรุปจะเอายังไงกับชีวิตดีคนรอบข้างสับสนไปหมดแล้วจ้า
วิธีแก้ : เอาใจเขามาใส่ใจเรา รักษาคำพูดบ้าง นิสัยแบบนี้นอกจากคนรอบข้างจะเบื่อแล้ว ยังทำให้คุณหมดความน่าเชื่อถืออีก ครั้งต่อไปพูดอะไร หรือนัดกับใคร ก็ไม่มีใครอยากไปกับคุณก็เพราะนิสัยเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานี่แหละ

#ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น – พฤติกรรมโนสนโนแคร์ ไม่ห่วงใย ไม่สนใจว่าใครจะชอบอะไร หรืออยากทำอะไร สนใจแต่อะไรที่ตัวเองอยากทำ โดยไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น
วิธีแก้ : หยุดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง สนใจความคิดและความรู้สึกคนรอบข้างบ้าง ลองนึกดูสิถ้ามีคนมาทำแบบนี้กับคุณ คุณจะโอเคมั๊ย? หันมาสนใจคนอื่นบ้าง ถามไถ่ความรู้สึก เลิกเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลกได้แล้ว!

​รู้มั๊ย? ว่าการที่จะต้องอยู่กับคนที่มีนิสัยเป็นพิษบ่อยๆ มันทำให้คนรอบข้างเบื่อ อึดอัด และยังทำให้สุขภาพจิตเสียอีกด้วย

ลองสำรวจตัวเองสักนิด หากพบว่าตัวเองเข้าข่าย "เป็นพิษ" ต่อคนรอบข้างแล้วล่ะก็ ปรับปรุงด่วนเลยนะจ้ะ

นิสัยไม่ดี นิสัยเป็นพิษ Toxic people เอาแต่ใจ นิสัย

TOXIC PEOPLE

วิธีจัดการกับพวกมนุษย์มลพิษ

อย่าปล่อยให้ มนุษย์เหล่านี้พาคุณดิ่งสู่ภาวะทางอารมณ์ด้านลบ เพราะมันจะส่งผลต่องาน สุขภาพ และสมอง มารับมืออย่างชาญฉลาดกันเถอะ!
ปกติแล้วเนี่ยะ พวกมนุษย์มลพิษจะมีพลังงานบางอย่างที่ปล่อยออกมาตลอดเวลาจนทำให้ไปรบกวนสารเคมีในสมองของคนรอบข้างให้สุขภาพจิตเสีย
Toxic People ถูกจำกัดความครั้งแรกในหนังสือ Emotional Intelligence 2.0 ของ ดร.Travis Bradberry ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกฝนทางอารมณ์สำหรับผู้นำทางธุรกิจ (เขาจบการศึกษาด้านจิตวิทยาสำหรับองค์กร) และเรียกเจ้ามนุษย์ที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบเหล่านี้ว่า Toxic People หรือมนุษย์ที่เป็นพิษต่อคนรอบข้าง
แน่นอนพวกเขามักไม่รู้ตัวหรอก และไม่มีตรรกะใดจะหยุดมนุษย์พลังงานด้านลบให้ไม่ทำร้ายคนอื่นได้ พวกเขามักพึงพอใจเมื่อได้สร้างความเครียด ยุ่งยาก ปั่นป่วนต่างๆ ความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น รวมถึงความขัดแย้ง และที่เลวร้ายที่สุดคือ จะรู้สึกดีมากๆ ที่กดให้คนอื่นจมลง
คนพวกนี้มักมีความสุขและความพึงพอใจที่มาจากความคิดเห็นของคนอื่น และนั่นเท่ากับกว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เป็นเจ้านายแห่งความสุขของตัวเองอีกต่อไป
มีงานวิจัยพบว่า ความเครียดอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสมอง การได้รับความเครียดเพียงไม่นานสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเซลประสาทในสมองส่วน ฮิปโปแคมปัส และเมื่อถูกทำลายซ้ำอย่างรุนแรงจะมีอาการสูญเสียความจำ เพราะฮิปโปแคมปัสเป็นสมองส่วนรับผิดชอบในการใช้เหตุผลและความจำ และเมื่อคุณไม่สามารถควบคุมความเครียดได้ ประสิทธิภาพการทำงานของคุณจะลดลง ความเครียดจึงเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวสำหรับความสำเร็จของคุณ

มนุษย์มลพิษที่คอยสร้างความเครียดให้คุณจึงเป็นสิ่งที่คุณควรจัดการ
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ คุณสามารถควบคุมคนพวกนั้นได้มากกว่าที่คุณคิด!
นี่คือวิธีการที่คนประสบความสำเร็จใช้เพื่อป้องกันพฤติกรรมแย่ๆ ของผู้อื่นที่มีผลต่อการทำงานและความสุขของพวกเขา

จำกัดเวลาและรักษาระยะห่าง


มนุษย์พลังงานลบเหล่านี้ปกติแล้วมักจะมาพร้อมกับข่าวร้ายและเรื่องแย่ๆ มักเรียกร้องให้คนรอบตัวต้องมารับฟังคำบ่นของตัวเอง หรือพยายามเปลี่ยนคุณให้เป็นพวกเขา เนื่องจากมักจะหมกมุ่นอยู่แต่กับปัญหาของตัวเองและยังไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา เรียกร้องให้รับฟังเฉพาะปัญหาของพวกเขา คนเหล่านี้ต้องการเพียงผู้คนเห็นใจ เพื่อให้พวกเขารู้สึกดีกับตัวเอง จนทำให้หลายครั้งผู้คนรอบข้างเขาถูกดำดิ่งลงสู่ภาวะอารมณ์เชิงลบ
คุณสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้เพียงแค่ลองจำกัดเวลาและปรับระยะห่างเมื่อจำเป็น เช่น ให้มองเห็นคนเหล่านี้เหมือนกับการยืนคุยกับคนที่สูบบุหรี่ ส่วนเสียงบ่นเหล่านั้นคือควันพิษ คุณจะทนนั่งดมควันบุหรี่มือสองหรือไม่?
วิธีที่ดีที่สุดเมื่อคนพวกนี้เริ่มต้นบอกเล่าเรื่องแย่ๆ ให้คุณถามกลับไปว่า แล้วสรุปจะแก้ปัญหาอย่างไร? ส่วนใหญ่เมื่อเจอถามกลับแบบนี้มักชะงักเงียบและเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเลย

สู้กับพวกเขาอย่างชาญฉลาด


คนที่ประสบความสำเร็จรู้ว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อต่อสู้กับอีกวันสำคัญแค่ไหน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศัตรูของคุณเป็นพวกมนุษย์มลพิษ คนพวกนี้สามารถทำให้คุณสติแตกได้เพราะพฤติกรรมอันไร้เหตุผลของพวกเขา ใช่มันผิด พฤติกรรมและเหตุผลที่ผิดตรรกะ ขัดแย้งกับเหตุผลและความถูกต้องอย่างสิ้นเชิง
แต่เชื่อไหมว่าคุณไม่จำเป็นต้องถูกดูดดลงไปในความรู้สึกแบบนั้น
ยิ่งมีใครบางคนที่ไร้เหตุผลพยายามพูดหรือเรียกร้องมากเท่าไหร่ มันก็เหมือนกับการที่คุณไปเจอกับคนสติไม่ดีบนถนนและเที่ยวป่าวประกาศว่าตัวเองคือ John F. Kennedy คุณไม่มีทางไปอธิบายความเป็นจริงด้วยเหตุผลให้คนประเภทนี้เข้าใจได้เลย คุณควรทำแบบเดียวกันกับเมื่อเจอคนสติไม่ดี
บางครั้งเพียงแค่ยิ้มรับและพยักหน้าจากนั้นก็เดินออกมา
เมื่อเราเพิกเฉยและไม่หลงตอบโต้ไปกับมนุษย์พลังงานลบแล้ว เราจะพบกว่าพวกเขามักมีรูปแบบการแสดงออกซ้ำๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรารับมืออย่างเป็นระบบได้ว่าเมื่อไรที่เราจะปะทะกับคนพวกนี้ และเมื่อไรที่เราจะหลีกเลี่ยง เช่น เมื่อต้องทำงานร่วมกันเป็นโปรเจค เราอาจเลี่ยงการติดต่อโดยตรง โดยการรักษาระยะห่างผ่านอีกคนได้ หรือลองใช้วิธีเดียวกับจิตแพทย์ก็คือ พูดได้คุยได้แต่ไม่มีเยื่อใยทางอารมณ์ต่อกัน เช่น ตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ต้องมีอารมณ์ร่วมหรืออินมากเกินไป พยายามหาข้ออ้างเรื่องงานเข้ามาช่วยจะแนบเนียนมากขึ้น