A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: กูรู้เรื่องทางการเงิน  (อ่าน 12 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 701
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
กูรู้เรื่องทางการเงิน
« เมื่อ: 29 สิงหาคม 2019, 21:22:17 »





วันจันทร์ถึงวันศุกร์
กูเบื่อ
วันเสาร?อาทิตย?
กูชอบ
วันหยุด
กูชอบที่สุด
วันเงินเดือนออก
กูอารมณ์ดี
วันรับโบนัส
กูสดชื่นมื่น
วันเกิด
กูสบายใจฉลอง
วันแม่และวันพ่อ
กูไปหาพ่อกับแม่ถ่ายรูป
วันๆ
กูไม่ได้ทำอะไร

อึ้งสิมึน

กูรู้เรื่องทางการเงิน

มีรายการทีวีอยู่รายการหนึ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงิน
และการลงทุนบ้านเรา
ที่ออกอากาศเผยแพร่ความรู้มานานกว่า 13 ปีตั้งแต่ปีพศ 2548
ก็คือรายการ Money Channel
เป็นรายการที่ดีมาก
ให้ความรู้ดีที่สุด
กว่ารายการอื่นๆมีประโยชน์แทบจะทุกด้าน
จนต้องมาปิดการออกอากาศไป
เมื่อวันที่ 1 มกราคมพศ 2562
ด้วยเหตุผลที่ท่านชี้แจงมานั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รายการนี้สนับ สนุนการออมและการลงทุนให้คนมาก
มีหัวข้อหนึ่งที่ยิงสปอร์ตโฆษณาอากาศออกบ่อยมาก
คือเกษียณสุข
โดยมีการสัมภาษณ์ผู้คนในหลายๆอาชีพ
หลายๆเหตุการณ์
ว่ามีเงินสักเท่าไรเท่าจึงจะพอใช้ในยาม เกษียณ
เป็นที่จดจำและฝังหัวคนดูกันเยอะว่า
คุณจะต้องมีเงิน 5 ล้าน
10 ล้าน
20 ล้าน
30 ล้านบาทจึงจะพอใช้หบังเกษียณ
ในฐานะนักการเงินตัวน้อยๆคนหนึ่ง
ที่อยู่ในแวดวงการเงินและทำงานหนักมามากกว่าสามสิบปี
มีการลงทุน
มีการกระจาย การลงทุนในธุรกิจ
หลายๆช่องทางและลงทุนในตลาดลักทรัพย์เหมือนกัน
แต่สิ่งที่ผมไม่ค่อยทำเท่าไหร่ ก็คือหาช่องทาง ในการลงทุนเพื่อนำเอามาหักลดหย่อนภาษีเพราะเชื่อว่า เงินส่วนหนึ่งรัฐจะได้มาปรับปรุงประเทศชาติ
ตามฐานะของหน้าที่พลเมืองดีทุกวันนี้. .ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่นัก
เพราะถือว่ามันเป็นหน้าที่ในการช่วยชาติข้างต้น หากจะคิดในแง่ของนักการเงินผมอาจจะผิดร้ายแรง
ที่ไม่รู้จักการลงทุนด้านนี้
เพราะมันเป็นวิธีถูกต้องและฉลาด
ที่ว่าเกษียณสุขแล้ว
ถ้าเราไม่มีเงิน
5 ล้าน
10 ล้าน
20 ล้านบาท
เราก็คงจะไม่มีรายได้เพื่อจ่ายในแต่ละเดือนหรือยากจนจริงไหมครับ
เอาเป็นสมมุติว่าเรามีเงิน 10 ล้านบาท
10 ล้านบาทเราได้ดอกเบี้ย 3%ต่อปี
เป็นจุดเริ่มต้น อ.ดบ3% นี่
หาได้จากไหน 3%
หาได้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถาบันเลื่องชื่อที่มั่นคง
กรรมการเข้มแข็ง
มีการตรวจสอบและการบริหารอย่างรอบคอบระมัดระวัง
เช่นสหกรณ์ของโรงพยาบาลศิริราช
สหกรณ์ของ ของกลุ่มเครือบริษัทยักษ์
หรือไม่ก็
สหกรณ์ของการไฟฟ้าต่างๆ
เราจะมีรายได้เดือนหนึ่ง
จากเงินปันผลหรือดอกเบี้ยของสหกรณ์ขั้นต่ำคือ 300,000
บาท
เราก็จะมีเงินใช้ประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน
25,000 บาทสำหรับคนวัยเกษียณ
หากใช้แบบธรรมดา
ไม่ต้องเคร่ง เครียดกับมันมากนัก
ผมว่าอยู่สบาย เพราะคนวัยเกษียณเอง
คงจะใช้อะไรในเรื่องกินอยู่คือ
ตามปกติเฉลี่ยแล้วตกวันละ 1,000 บาท 1,000 บาทนี้เป็นค่าอาหารไม่ต้องเดินทาง ออกจากบ้าน
ไม่ต้องผ่อนอะไร
จะมีเงินเหลือจ่ายค่าน้ำค่าไฟเล็กๆน้อยๆ
ถ้าใครอยู่คอนโดฯ
ก็ยังพอมีเงินเหลือ
จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดฯอีก
ในไซส์หนึ่งที่ตามความเหมาะสมของฐานะของท่าน
ที่ท่านรู้เองอยู่แล้ว
เพราถไม่รู้ไม่ได้
นี่เป็นอัตรารายได้ขั้นต่ำที่เราจะใช้จ่ายสบายๆไปนาน
แต่คนบนโลกนี้ไม่ใช่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น
ใครกันจะมีเงินออมถึง 10 ล้าน 20 ล้านบาท
หรือมากสักเท่าไรกี่คน
ถ้าคิดแบบโฆษณา
1 + 1 = 2
มันก็ถูกหรอกที่ต้องมี
แต่ในชีวิตจริง คนเราไม่ได้
มี 1 + 1 = 2 มากนักหรอก
บางคนทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นเงินล้านบาทเลย ก็มี
แต่บางคนเกิดมาก็มีเงิน
ร่ำรวยเป็นหลายร้อยล้านบาทแล้ว
ที่เรียกว่าเกิดบนกองเงินกองทอง
เตี่ยอาม้าหาให้
มา
แต่เนื่องจากถูกโฆษณากรอกหูอยู่ทุกวันไปเรื่อย
คนเลยนิยมการลงทุนการที่มีความเสี่ยงต่างๆโดยไม่ประมาณ
การลงทุนของตนเอง
อาจจะไม่มีความรู้เรื่องดีพอ
ก็....เจ๊ง
การลงทุนในกองทุนต่างๆที่ตนไม่มีความรู้เรื่องดีพอ
เพราะเชื่อใจสถาบันการเงินเก่ง
ก็....เจ๊งมาก
ถ้าลงทุนแล้วมัวแต่ไปฟัง
เขลา
เล่าว่า
...เจ๊งบริสุทธิ์สนิทยังไงก็. .เจ๊งแน่
อย่างนี้ต้องเรียกว่า
รวยแล้วยังโง่ อีก
ดังนั้นการที่ท่านมีเงินอยู่ในทางธุรกิจของท่านโดยอาชีพของท่าน
ท่านไม่ต้องแสวงหาการลงทุนอื่นๆไปมากนักหรอกนอกจากท่านจะเบื่อหน่ายในการทำธุรกิจนั้นๆแล้ว
ท่านก็มาหัดลงทุนในการเล่นหุ้นเองได้
อยากจะดูบริษัทไหนที่มันเหมาะสมกับท่าน
ก็เลือกเอาสักตัวสองตัวในแต่ละวัน
หาข้อมูลเอง
ไม่ต้องโลภมาก แล้วสักวัน
ไม่นานนักหรอกท่านก็จะหาบริษัทนั้นๆเจอตรงที่กับใจของท่าน
ทุกๆท่าน
ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเก็งกำไร
หรือหุ้นลงทุนก็ตาม
แล้วแต่ลักษณะนิสัยของท่านเอง
แต่ไม่ใช่...
เสียน้อยเสียยาก
เสียมากเสียง่าย สุดท้ายก็...เจ๊งเหมือนกัน
เพราะเก่งมากๆเลย
หาเงินมาได้มากจริงๆแต่ไม่ใช้
แล้วสุดท้ายมันไม่ใช่ของเราหรอก
เพราะคิดว่าเราจะอยู่เป็นอมตะ
ก็เรื่องหนึ่ง
เผลอๆไม่ได้ใช้เลย
ตายเสียก่อน
แต่ผมเชื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าทุกอย่างมัน
ไม่เที่ยง
มีเงินก็ใช้เงินซะบ้าง
ตายไปแล้วไม่ได้ใช้
เงินที่ท่านหามาเก็บมากองทั้งหมด
ก็ไม่ใช่เงินของท่าน
แม้จะใส่ปากตอนตายได้แค่บาท
สองบาทเองเท่านั้น
เกษียณสุขหรือเกษียณสุกกันแน่
อาจจะกลายเป็นเกษียณทุกข์
ต่างหากก็ได้นะ
ทำบุญเสียบ้างจะดีลดความตระหนี่ถี่เหนียว
ครับ
การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง
ควรศึกษาและพิจารณาก่อนการลงทุน
ทุกอย่าง
แต่สิ่งแรกที่ท่านต้องทำคือ
ตั้งสติ
มีสติเท่านั้นที่ทำให้ท่านรอดได้
สติเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำให้ท่านมีความสุขได้
พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสสอนเรื่องสตินี้มากที่สุดในพระไตรปิฎก

เมื่อมีสติแล้วหนังสือ How to ทั้งหลาย
ก็ไม่ต้องอ่านเลย
เสียเวลาเปล่าๆเพราะท่านจะรู้เองว่าจะทำอย่างไร
กับคำว่า How to อยู่แล้ว

กูรู้นิดหน่อย