A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ก้อนหิน..  (อ่าน 55 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 690
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ก้อนหิน..
« เมื่อ: 21 มิถุนายน 2019, 20:59:29 »



ก้อนหิน..

ในสมัยที่พวกคุณยังเป็นเด็กๆ
มีใครเคยเล่น
เตะก้อนหิน
ปาก้อนหิน
เก็บก้อนหิน
กันบ้างไหม
ผมเชื่อว่า
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในยุคไหนๆ
ที่ยังรุ่งเรือง
หรือ
ไม่รุ่งเรือง
การเตะก้อนหินเล่นหรือ
การปาก้อนหินเล่น
พวกคุณคงจะทำกัน
ยิ่งปาก้อนหินลงในน้ำเล่น
เด็กๆมักจะชอบกันมาก
เพราะก้อนหินที่ถูกปาลงไปในน้ำ
จะทำให้น้ำเป็นคลื่นวงกลมเป็นวงกว้าง
ยิ่งชอบกันใหญ่เเละสนุก

พอโตขึ้นบางคนก็เลิกเตะก้อนหินหันไปเตะอย่างอื่นแทน
จนอาจจะโดนคนอื่นเขาเตะเข้าบ้างก็มี
บางคนปาก้อนหินลงน้ำอยู่ดีๆไม่ชอบ
เปลี่ยนไปเป็นปาก้อนหินใส่หน้ากระจกรถแล้วก็โดนตำรวจจับติดคุกกันไปก็มี

ทุกวันนี้ก้อนหินมันสนิทกับคน
ในชีวิตประจำวันยังผูกพันกันมากขึ้นๆไปทุกที
ยิ่งจะมากขึ้นตามอายุของคนเราที่มากขึ้นไปทุกปีด้วยซ้ำ
เมื่อคนเติบโตมากขึ้น
ก็จะมีภาระมากขึ้น
แล้วก็แบกก้อนหินกันมากขึ้น
แบกกันทั้งกายแบกกันทั้งจิตใจ
อายุมากขึ้นๆทุกวัน
ก็แบกร่างกายที่เสื่อมลงมากขึ้นๆ
แต่จิตใจถ้ายังสงบดีพอ
ก็ยังคิดว่ายังเตะหรือปาก้อนหินเล่นไปเรื่อยก็หนักกายอย่างเดียว
แต่ยังคงเก็บก้อนหินเพื่อแบกอยู่ต่อไป
แบกหนักขึ้นไปเรื่อยๆทุกวัน
กาแบกก้อนหินตามภาระหน้าที่ของคนแบกก้อนหิน
ทั้งภาระหน้าที่การงาน
ภาระครอบครัว
แต่หากใจมันไม่แบกตามไปด้วยมันจะไม่หนักที่ใจเลย

เรียกว่าแบกแต่ตัวใจไม่แบก

คนที่แบกมากกว่านั้น
คือคนที่แบก
ทั้งกายทั้งใจ เปรียบเสมือนกับคนคอยเก็บก้อนหินอยู่เรื่อยๆ
ใส่ถุงไปเรื่อยๆ
แม้มันจะไม่มีมูล ค่าอะไรเลย
ก็ยังชอบเก็บชอบแบกมันอยู่
เพราะยังมองไม่เห็นว่ามันมีหนทางอื่นที่ดีกว่าการแบกก้อนหินนั้น

แบกแบบนี้คงต้องจะแบกก้อนหินมากเกินไป
จนเก็บใส่ถุงใหญ่เท่าไรๆก็ไม่พอเก็บ
เอาก้อนหินไปเก็บใส่ห้องจนเต็มไปหมด
เก็บจนไม่มีที่จะเก็บก้อนหินแล้ว
แถมยังเอาก้อนหินมาเก็บไว้ที่ใจอีก
ซึ่งดูจะเหมือนว่า
มันหนักขึ้นทุกวันๆ
หนักทั้งกายและหนักทั้งใจนะ
เพราะว่าเราไม่รู้เหมือนกันว่า
เราจะเก็บหรือเราจะแบกมันไปทำไม
ขาดทุนมากนะ

ก้อนหินก้อนนั้นก็คือทุกข์
ก้อนที่เราแบกอยู่นั่นอหละ
แบกแล้ววางไม่ลง
เพราะความเคย ชิน
ที่พระท่านเรียกว่าอนุสัย
ยิ่งเราสนใจรายละเอียดของก้อนหินมากเท่า ไร
มันยิ่งหนักมากขึ้นไปเท่านั้น
บางคนอาจจะมีเพื่อนหลายๆคนบอกให้คุณปล่อยวางก้อนหินนั้นลง
คำว่าปล่อยวางที่หลายคนชอบพูดกันนั้น
มันเข้าใจยาก
แม่บ้านก็พูดไปอย่างนั้น
คนทั่วไปก็อาจจะพูดไปอย่างนั้น
พูดตามๆกันไป พูดเพราะไม่รู้อะไร
พูดเพราะรู้อะไรบ้าง
ไม่รู้อะไรบ้าง
พูดเพราะรู้ว่าถ้าแบกของอะไรอยู่มันหนัก
วางลงไปมันก็เบานะสิ
แล้วมันจะทนทรมานไปทำไม
พูดได้ว่าปล่อยวางเป็นอย่างนั้น
อันนั้นมันแบกทางกาย

แต่ขั้นตอนการปล่อยวางทางใจมันมากกว่ากันนะ
มันมันต้องใช้เวลา
และใช้หลายๆอย่าง
ใช้....
ใจที่แท้จริง
ใจที่เหมาะสม
ใจที่มีกำลัง

ก้อนหินที่แบกแล้ววางลงทางกาย
แต่ทางใจมันยังแบกอยู่
ใจมันบันทึกข้ามภพข้ามชาตินะจนกว่าคุณจะปล่อยวางมันได้จริงๆ
แต่ที่เราแบกมันแล้ววางไม่ลงเพราะเราไม่รู้จักก้อนหินจริงๆ
ก้อนหินที่คุณแบกนั้นแหละ
ทุกข์ทั้งนั้น...

ก้อนขี้หมา