A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อของฉัน  (อ่าน 74 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
พ่อของฉัน
« เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2019, 18:45:53 »



พ่อของฉัน

ฉันไม่เคยพูดอะไรถึงพ่อของฉันเลย

ทั้งๆที่อยู่กับพ่อมางาน

ตั้งแต่เกิด
ฉันเห็นพ่อตั้งแต่ยังเด็ก
จนถึงทุกวันนี้
แม่เล่าให้ฉันฟังว่า
พ่อของฉันทำงานธนาคารมาก่อนเป็นเสมียน

ตอนพ่อลาออกจากธนาคาร
ฉันก็เริ่มโตแล้วเรียนอยู่ชั้นประ ถม
พ่อออกจากงานมาขายเสื้อผ้าอยู่พักหนึ่ง
แล้วก็กลับไปทำงานต่อ
เพราะมีคนมาขอร้องให้พ่อไปช่วยถึงที่บ้านมากมาย
มีรถประจำตำแหน่งให้ใช้ด้วย
และเป็นรถคันแรกของพวกเรา

รถประจำตำแหน่งคันแรกของพ่อนั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไร

เป็นรถญี่ปุ่นสีขาวที่พ่อเลือกเอง
แม้พ่อจะเลือกรถที่แพงกว่านี้ได้
พ่อก็ไม่เอา
พ่อบอกแม่ว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังไม่แข็งแรงพอ

ตอนนั้นพ่อไปอยู่ในบริษัทที่กำลังเติบโตมาก มีออฟฟิศอยู่แถวๆเพลินจิต
ซึ่งที่นั่นพ่อเคยพาฉันไปในวันหยุดเรียน
และให้ฉันนั่งอ่านการ์ตูนที่พ่อซื้อให้อย่างไม่เบื่อหรือเสียดายเงินเลย
เพราะพ่ออยากให้ฉันอ่านหนัง สือเก่ง

ทุกๆคนในบริษัทดูออกจะกลัวพ่อ มาก
ทั้งๆที่พ่อเป็นคนใจดีที่สุด
คุณป้าแม่บ้านจะมาถามพ่อกับฉันว่ากลางวันจะกินอะไรทุกวัน

แล้วก็ไปซื้อข้าวมาให้กิน
บริษัทนี้เขาเลี้ยงข้าวกลางวันพ่อด้วย
มีโอวัลติน
มีกาแฟฟรี
ตอนฉันเรียนชั้นอนุบาล
ฉันเรียนถึง 2 โรงเรียน

ตอนนั้นพ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันมากนัก
งานโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้ไป
จนพอโตขึ้นหน่อย
ก็เริ่มเห็นพ่อมารับมาส่ง
และแถมมีคนขับรถชื่ออาทิตย์มาส่งให้ถึงที่โรง เรียนด้วย

พ่อเริ่มจับฉันให้เรียนพิเศษ
เรียนภาษาอัง กฤษ
เรียนคณิต ศาสตร์
เรียนว่ายน้ำ
และเรียนเทนนิส

ตอนฉันเรียนชั้นประถม

ฉันเคยไปเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษในหลายโรงเรียนแล้ว
ไม่เข้าใจอะไรเลยเสียเงินไปเยอะ

จนฉันไม่อยากเรียนแล้ว
พ่อก็เลยขอให้ฉันไปเรียนกับครูหลุยส์
ที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เก่งมาก
ท่านรักเด็กไที่สุด
เรียนกันเป็นกลุ่มคละชั้นอยู่ 7 คน ในบ้านของลุงศักดา
พ่อก็ตามไปซื้อข้าวซื้อหนังสือ student Weekly
ที่เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียนมาให้กับ
ทุกๆคนเป็นประจำทุกวันเสาร์
ด้วยความเต็มใจ ในช่วงหลังๆนี้พ่อจะมาเฝ้าดูว่าฉันเรียนอะไรแล้วก็ตามตลอด
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพ่อหาเวลามาจากไหนมาก มายในตอนนั้น
ทั้งๆที่พ่อก็ยุ่ง เพราะพ่อเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทต่างๆที่พ่อทำงานอยู่
มีภาระรับผิดชอบมาก
จนฉันเรียนถึงชั้นป. 6
ฉันต้องไปสอบเข้าโรงเรียนต่อชั้นมัธยมของโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงที่แม่มุ่งหวังจะให้ไปเรียนต่อ
และเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน
พ่อดูไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เลยในตอนนั้นเพราะพ่อยุ่ง

แต่พอผลสอบออกมาว่าฉันสอบไม่ได้

ฉันอาจจะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง เพราะฉันสอบได้ติดตัวสำรองอันดับ 1เท่านั้น แล้วก็พลาดไม่ได้เข้าโรงเรียนนี้ พ่อจึงเริ่มเข้าจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ
พ่อเอาฉันไปฝากไว้ให้กับโรงเรียนมัธยมอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งเขาต้องการเด็กเรียนเก่งได้ เกรด4
พร้อมกับเพื่อนของฉันอีกคนหนึ่งชื่อโจ้
ที่มีผลการเรียนไม่ถึงเกรด4
แต่อยากเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้(
ปัจจุบันโจ้เขาทำงานอยู่ในฝ่ายคอมพิวเตอร์ของธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง )
พ่อบอกครูไปว่า ถ้าจะรับลูกของพ่อคือฉันที่เรียนดีเกรด 4
จะต้องรับเพื่อนของฉันที่ชื่อโจ้เข้าไปเรียนด้วย

ไม่งั้นจะไม่ให้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ทั้งสองคน
ครูก็เลยยอมรับโจ้
แม้จะผิดนโยบายของโรงเรียนไปว่า
เด็กที่มาเรียนที่นี่จะต้องได้เกรด 4โดยไม่ต้องสอบเข้า

ฉันยังสงสัยเลยว่สทำไมพ่อของฉันถึงช่างกล้าหาญ
เอาอนาคตของลูก
มาต่อรองกับอนาคตของเด็กคนอื่นด้วยนะ
แต่ตอนนี้ฉันหายสงสัยแล้ว
เพราะพ่อเป็นเช่นนี้
ใจดีที่สุด

แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่า
ตอนที่แม่ท้องฉันอยู่สองเดือน
แม่เข้าโรงพยา บาลเพราะป่วยหนัก
มีการถ่ายเอกซเรย์มาก
แม่วิตกกังวลว่าฉันจะไม่แข็งแรงหรือพิการ
และยังมีการตรวจด้วยเครื่องมือทางการแพทย์อีกหลายๆอย่าง
พ่อดึงแม่มากอดแล้วบอกกับแม่ว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ลูกของเราจะมาเกิด
เป็นลูกรักของเรา ไม่ทำแท้งเด็ดขาด เขาจะเกิดมาดี"
ฉันจึงได้เกิดมาตามรอยของพ่อจนถึงทุกวันนี้

ลูกของพ่อและแม่

พพ มาก