A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร  (อ่าน 814 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 630
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร
« เมื่อ: 07 สิงหาคม 2018, 15:38:43 »





ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร
เพียงแต่เราไปปรุงรสมัน
ใส่สีมัน
ใส่ไข่มัน
ตามรสที่เราอยากจะให้มันเป็น
สุดท้าย.....
เราหวานมันเค็มกับชีวิต
ทุกข์ทุรนทุรายกับรสชาดต่างๆ
เพราะมันไม่ได้ดังใจ
เมื่อสงบจิตสงบกิเลส
ได้แล้ว
เราจะเป็นอิสระต่อรสชาดทั้งหมด
มีแต่สงบสว่างสะอาดสบายเพราะ..
จิตตื่น

อนาคาริก

ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร
เพียงแต่เราไปปรุงรสมัน
ใส่สีมัน
ใส่ไข่มัน
ตามรสที่เราอยากจะให้มันเป็น
สุดท้าย.....
เราหวานมันเค็มกับชีวิต
ทุกข์ทุรนทุรายกับรสชาดต่างๆ
เพราะมันไม่ได้ดังใจ
เมื่อสงบจิตสงบกิเลส
ได้แล้ว
เราจะเป็นอิสระต่อรสชาดทั้งหมด
มีแต่สงบสว่างสะอาดสบายเพราะ..
จิตตื่น

อนาคาริก

นิเทศน์

ผมรักแม่ม่าย

ท่านอาจารย์ครับ
ผมติดตามโพสต์ของท่านมาหลายปีแล้วครับ
มีแง่คิดมากมายทั้งโลกและธรรม
มาถึงวันนี้ผมอยากจะเรียนถามท่านว่า
ผมจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อ
ผมเป็นคนทำงานออฟฟิศครับ
แต่รายได้ค่อนข้างดีเพราะมีความรู้ความสามารถในงานที่ผมถนัด
ผมแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งว่า
ทำไมผมถึงมีแต่เมียแม่หม้ายครับ
ทั้งๆที่มีสาวๆโสดสนิทมาตามตื้อผมมากอยู่
แต่ผมก็ไม่เลือกเธอเหล่านั้นเลยสักคน

ทุกครั้งที่ผมได้กับเมียแต่ละคน
ใช้เวลาไม่นานเลย เหมือนกับจุดไฟชนวนได้เร็วมาก
เมียแต่ละคนผมก็พึงพอใจเธอในระดับหนึ่ง

ในคนแรกผมเจอเธอตอนพวกเราอายุยังน้อยในช่วงวัยรุ่น
เธอพลาดท่าเสียที ผู้ชายึนหนึ่ง
ทั้งๆที่มีหนุ่มๆมาติดเธอมาก
แต่เธอก็พลาดท่าไปและถูกข่มเหงมาตลอด
จนเธอกลับคิดได้
ก็มาขออยู่กับผม
ซึ่งผมก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี
เธอเองก็นิสัยดีมากแต่ออกจะมีเรื่องตื่นเต้นบ่อยๆคือมีผู้ชายมาตามตื๊อเธออยู่หลายคนเหมือนกัน
เราอยู่กันมาได้กว่าห้าปี
แล้วมีเหตุต้องแยกออกจากกันซึ่งไม่เกี่ยวกับความรักของเราเลย
เพราะต่างคนต่างรักกันมาก
แต่มีความจำเป็นจริงๆในชีวิต
ทุกวันนี้เธอไม่ได้แต่งงานใหม่
จนมาถึงเมียคนที่ 2 ซึ่งเธอเป็นอดีตเมียน้อยของหมอคนหนึ่งซึ่งมีฐานะการเงินดีมาก
แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนที่มนุษย์สัมพันธ์ดีเกินไป ชอบดื่มเหล้า
แล้วเลิกกับหมอมาพร้อมด้วยเงินก้อนใหญ่
เธอก็ใช้เงินก้อนนั้นหมดไปกับวงเหล้า จนน่าใจหาย
เงินหลายล้านบาทอยู่ในมือเธอ
แต่เธอก็เก็บไม่อยู่ จนเธอหมดตัว
แล้วมาพบผมเข้า
เริ่มจากเป็นเพื่อนกินเหล้ากัน
จนมาอยู่ด้วยกัน
เธอเป็นแม่บ้านที่ดีสำหรับเรา
ทำอาหารเก่งอร่อยดูแลดีไม่ตกหล่น
แต่ชอบดื่ม
ไม่ถึงกับราน้ำ
แต่ดื่มได้ทุกวันเพื่อนฝูงจึงมาก
ตามไปดื่มทีไรก็ไปทันที
แม้กระทั่งนัดทานข้าวกับผมก็ยังชวนผมไปร่วมวงด้วย
จนผมเบื่อที่จะไปดื่มเหล้ากับเธอแล้ว
ตอนหลังเธอดูเหมือนได้คิด
ก็เพลาๆลงไป
ดื่มบ้าง
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมต้องอึ้งกับเธอก็คือ เธออยากไต่เต้าในทางการงานก็เลยไปมีอะไรๆกับหัวหน้างาน
ซึ่งผมเห็นว่ามันออกจะเกินเลยไปหน่อย ก็รับเธอไม่ไหว เพราะความซื่อสัตย์ที่อยู่ด้วยกัน
ผมมีให้เธอเต็มเปี่ยม

ผมก็ว่างอยู่พักใหญ่พักหนึ่ง
แล้วผมก็ไปเจอเมียคนที่ 3 ม่ายสาวอีกคนหนึ่งอายุ 25 ปีเอง
อดีตสามีเป็นนายตำรวจ
แต่เธอเลิกกับนายตำรวจคนนั้นแล้วเพราะว่านายตำรวจขี้เหล้าเมายาเจ้าชู้
ชอบใช้เงินของเธอมากมาย
จนเธอเป็นหนี้สินถึงต้องเลิกกัน
ผมรู้แต่เพียงเท่านั้น
เรามีความสุขที่อยู่
ด้วยกัน
อยู่กันแบบชาวบ้าน เธอจะให้เกียรติผมมาก
โดยเธออ้างว่ามีการศึกษาน้อยกว่าผมมาก
แต่ความจริงเธอให้เกียรติ
ผมอยู่และรักเธอด้วยความจริงใจมีความสุขในวัยหนุ่มเต็มที่จนกระทั่ง เธอกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อไปงานศพน้องชายอายุหกปีที่เสีย
เธอซึมบ้างนิดหน่อยเพราะเธอรักน้องคนนี้มาก
แต่ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติในวันสองวัน

เพื่อนๆของเธอล้วนเป็นสาวสวย
ผมรู้จักหมดทุกคน
เธอจะไว้ใจผมมาก
มีแต่เธอจะตีกันป้องกันเพื่อนๆไม่ให้มายุ่งกับผมพอสมควรอย่างรัดกุมด้วยความหวง
ซึ่งผมเองก็ทำอะไรด้วยความสุภาพเรียบร้อยไม่เคยล่วงเกินใคร
เราคบกันมาได้ปีหนึ่งกับห้าเดือนจนถึงปลายทางซักระยะหนึ่ง
เราไม่มีอะไรเป็นข้อบกพร่องเลย
แต่ผมหาเธอไม่เจอแม้กระทั่งที่คอนโดที่เธอเช่าอยู่
เธอก็ยังคงเช่าอยู่แต่ไม่กลับมานานแล้ว
ผมไม่สามารถจะติด ต่อเธอได้อีกเลย
เพราะเธอไม่ใช้มือถือใช้แต่โทรศัพท์ของคอนโดเท่านั้น
ก็เลยต้องเลิกกันโดยปริยาย
จนมาถึงคนต่อมาเป็นพยาบาลในชุดขาว
แม้เธอจะสวยงามแต่ต้องเลิกกับสามีเพราะว่าสามีเจ้าชู้มาก
จนมีเรื่องราวให้เธอกลับมาคิด
เพราะผู้หญิงของอดีตสามีต่างไปรังควาญเธอที่ทำงาน
จนเธอรับไม่ไหวอีกต่อไป
แล้วเธอก็มาตกหลุมรักผม
เธออยู่กันกับผมได้สัก 2 ปี
ในปีแรกเธอดีกับผมมาก
ดีกับผมทุกอย่างเข้าใจทุกอย่างสุดท้ายปีที่สองเธอเริ่มคุกคามผม
เริ่มตรวจสอบผมว่าผมไปมีอะไรๆกับผู้หญิงอื่นหรือเปล่า
ซึ่งมันไม่มีทางเลยผมเลิกงานก็ไปรับเธอทุกวัน
ท้ายที่สุดผมก็ทน
อามณ์ฉุนเฉียวของเธอไม่ไหว
หลังจากที่เธอบอกเลิกกับผมหลายสิบครั้ง
ผมก็ยินยอมให้เธอจากไป
เธอร้องไห้ตอนที่ผมจากมา
และตามกลับมาขอคืนดีกับผมสองครั้ง แต่ผมคงไม่มีวันที่จะกลับไป
เพราะผู้หญิงแบบที่เป็นแบบของเธอในตอนนั้น
ไม่ใช่แบบที่ผมจะเลือกเดินด้วยกันได้เลย
ท้ายสุดผมมาเจอแม่หม้ายอีกคนหนึ่งอายุมากกว่า
เธอมีลูกผู้ชายแล้วคนหนึ่ง
เธอหว่านเสน่ห์กับผมสุดฤทธิ์
ตอนแรกผมก็เฉยๆ แต่ด้วยความรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ซื่อน่าสงสาร
ใจรักความสงบ เป็นคนรับผิดชอบสูง
มีอดีตสามีมาแล้วหลายคน
พูดจาตรงไปตรงมา เราคบกันได้อยู่สัก 2 ปี
แล้ววันหนึ่งเธอมา
บอกกับผมว่าเธอหมดรักผมแล้วล่ะ
ผมก็ยอมรับ
ตอบรับเธอไปอย่างตรงไปตรงมาว่า
ได้ไม่เป็นไรครับยินดีทางของพวกเรามันตันเช่นนั้นเอง
ทั้งๆที่พวกเรารักกัน ขอให้เธอโชคดี
สุดท้ายผมก็เลิกกับแม่หม้ายทั้ง 5 คน
วันนี้ผมมาทบทวนตัวเองว่า
ผมควรจะทำเช่นไรทำอย่างไร
ผมผิดอย่างไร
ที่ทำให้ผมได้ไปเจอกับแม่หม้ายเหล่านั้น แผนที่จะตั้งหลักมีครอบครัวของผมล้มเหลวไม่เป็นท่า

จริงๆแล้วผมอยากจะจริงจังกับใครสักคน ทุกวันนี้หน้าที่การงานผมค่อนข้างดีมาก
สบายๆ
รายได้มากพอสมควรสามารถ
ดูแลผู้หญิงไม่ฟุ้งเฟ้อให้ดีได้คนหนึ่งสบายๆ
มีบ้านมีรถเป็นของตัวเอง
ผมเคยบวชแล้วอยู่หนึ่ง 1 เดือน
มีความสุขมากที่ได้อยู่ตรงนั้น
เหมือนผมเป็นอิสระกับสิ่งทั้งปวง
แม่ของผมท่านก็สนับสนุนให้ผมบวชผมจึงบวชให้แม่ด้วยความรักท่าน
จนตอนนี้แม่แก่มากแล้ว
ท่านอยากจะให้ผมมีครอบครัว
เป็นฝั่งเป็นฝามีลูกมีหลานให้ท่านอุ้ม
นี่คือความปวดหัวของผมในวันนี้ว่า
ผมควรจะทำเช่นไรแม่ไม่เคยขออะไรกับผมเลย
กับผู้หญิงทั้ง 5 คนที่ผ่านมา
ผมก็พาเข้าบ้านหมด ให้แม่ได้รู้จัก
แม่เองก็ไม่ได้บอกรับหรือบอกปฏิเสธอะไรกับผม
ท่านได้แต่ยิ้ม
แล้วบอกกับผมว่า
ผมโตแล้ว
ผมตัดสินใจเองได้แล้ว
ท่านเชื่อในการตัดสินใจของลูก
เพราะลูกก็ดูแลแม่ดีเหลือเกิน
เป็นคนดี
แต่พอแม่ขอให้ผมแต่งงาน
มีครอบครัว
มีลูก
ผมกลับรู้สึกพอแล้วไม่ไว้ใจตัวเองในสิ่งที่ผมใช้ชีวิตผิดพลาดกับเมียแม่ม่ายเหล่านั้นทั้งหมด
มีสามคนที่ยังโทรกลับมาหาผมว่า
ยังรอผมอยู่
ผมไม่รู้จะทำอย่างไร
ผมก็เหมือนกับคนที่ติดตามอ่านโพสต์ของท่านหวังว่าท่านคงจะให้ข้อแนะนำ ดีๆหรือ
ข้อธรรมดีๆกับผมนะครับ
กราบมนัสการครับ

สุรพงษ์
ป้จจุบันผมอายุ32ปีครับ

ฉันก็พูดตามตรงตามที่เล่ามานะ
ว่าคุณหลง
หลงไปกับหลงผิดไปก้อนเนื้อหนังมังสาหลงไปกับตามรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหลงรูปลงกลิ่นหลงเสียงหลงสัมผัส
ถ้าคุณตั้งสติให้ดี
จนได้คุณรู้ว่าคุณจะเอาอะไรกับชีวิตของคุณ
คุณบอกว่าบวชมาได้เดือนหนึ่ง
คุณมีความสุขมากนั่นคืออิสระที่ทุกคนพึงกระทำได้
ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจใจที่นิ่งๆสงบ
การปฏิบัติธรรมเป็นหนทางอันหนึ่งที่ดีที่จะลดความฟุ้งเฟ้อฟุ้งซ่านฟุ้งกิเลส
แล้วคุณจะเห็นว่าคุณจะเลือกอะไรเป็นอะไร
ฉันตอบแทนคุณไม่ได้หรอกว่า
จะเลือกอะไร พระพุทธเจ้ายังทรงกล่าวว่า
อักขาตาโร ตถาตาพระองค์เป็นเพียงผู้ทรงชี้ทางเท่านั้นแต่คุณคือผู้ที่จะเดินทางสายไหน
ทางสายโลกีย์หรือทางธรรมะปฏิบัติ
เมื่อคุณเลือกได้แล้วคุณก็สามารถกลับมาตอบตัวเองได้
และตอบคุณแม่ของคุณได้ว่าคุณอยากเป็นอะไร
หวังว่าคุณคงเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปพวกเราล้วนเป็นคนที่มีฝุ่นละอองในดวงตาที่เรียกเวไนยสัตว์เท่านั้นที่สามารถบรรลุธรรมได้ในความเป็นคน เจริญพรนะโยม
ทั้งหมดที่คุณเล่าล้วนเป็นกรรมเก่าและกรรมใหม่
ขอจงสุขสวัสดิ์นะคุณสุรพงษ์

อนาคาริก

อ้อคำว่า
มนัสการกับกราบนั้นมันคือคำเดียวกันนะโยม ใช้สักอย่างเป็นพอ
และสถานที่กินเหล้ามันเป็นที่อโคจรไม่ควรจะไปนะโยม

ออฟไลน์ Jeasical

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • sbobet24hr
Re: ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 16 มกราคม 2019, 14:05:11 »
อ่านเพลินอย่างมากเลยครับ