A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอมือหน่อย  (อ่าน 259 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 678
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ขอมือหน่อย
« เมื่อ: 12 มิถุนายน 2018, 20:42:18 »



ขอมือเธอหน่อย

มือเป็นอวัยวะสำคัญ
ชิ้นหนึ่งในร่างกาย

ลองนึกถึงสภาพดูนะว่า
ถ้าเราไม่มีมือสักข้างหนึ่งหรือ 2 ข้าง

เราจะใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบากมากน้อยขนาดไหน
แล้วเราใช้มือทำอะไรได้บ้าง
นอกจากจะ
หยิบของ
เก็บของ
กินอาหารทุกอย่าง ตลอดจน
หยิบ
จับ
คว้า
ถือ
ชก
สะบัด
จะขาดมือไปสักข้างใดข้างหนึ่ง
ชีวิตคงจะพิลึกกึกกือไปมากทีเดียว
มือเป็นอวัยวะที่ลูกน้อยจะใช้
จับมือแม่
จับมือพ่อ
ดูดนิ้ว
อุ้มขวดนม
หรืออะไรก็ตาม
พ่อกับแม่จะยื่นมือให้ลูกน้อยได้จับ
ให้ลูกรู้สึกว่า
ลูกจะต้องทำอะไรกับ
ชีวิตหลายๆอย่าง
ด้วยมือของลูกนี้
คนที่รักกันชอบกันเขาจะส่งมือให้กันและกันจับ
ดังนั้นเราจะเห็นว่าคนบางคู่ก็เดินจูงมือกันไปไหนมาไหน
ตั้งแต่เป็นแฟนกัน
แต่งงานกันเป็นสามีภรรยากัน
จนมีลูกน้อยก็จูงมือลูกไปเที่ยวไหนต่อไหนกันความสัมพันธ์ก็เป็นไปอย่างแนบแน่น
มือเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงความรัก
ความห่วงใยที่ใช้กันในการจูงมือซึ่งกันและกันนี่แหละ
แสดงความห่วงใยผ่านทางมือก็เป็นการแสดงออก
ทางใจอย่างหนึ่ง
ทางกายอย่างหนึ่ง
เช่นกัน
บางคนอยู่ด้วยกันใหม่ๆก็จูวมือกันแน่น
ไปไหนก็ควานหามือกัน
แต่ในบางคู่เป็นสามีภรรยานานเข้าก็หันหน้าออกจากกัน
หรือไม่
ก็อาจจะคลายมือออกจากกัน
ที่ยังจะจับมือกันอยู่ก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
แสดงถึงความเป็น
สามีภรรยากันอย่างจริงจัง
ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน
แบบหลอกๆ
เเบบที่ว่าร่วมเเต่สุขไม่ร่วมทุกข์
มีข้อมูลขั้นต้นที่สรุปได้แน่นที่สุดว่า
ทำไมคนเราถึงต้องแต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน
อยู่ด้วยกันเพราะต้องการสืบพันธุ์
อยู่ด้วยกันเพราะเงิน
อยู่ด้วยกันเพราะขี้เกียจทำงาน
อยู่ด้วยกันเพราะความสบาย
อยู่ด้วยกันเพราะอื่นๆเช่น sexเป็นต้น
คนที่รักกันจริงๆมันเป็นเพราะบุพเพสันนิวาสกัน
จริงๆไม่ต้องไปดูหนังการะเกดหรอก
ในทางพุทธเรียกยุพเพสันริวาสนี้ว่ามีกรรมร่วมกัน
จึงมาอยู่ด้วยกัน
หากอยู่กันมานานก็
มีธรรมเสมอกัน
มีศีลเสมอกัน
ในธรรมของฆราวาส 4 ก็ยืนยันแล้ว
ไบางคนก็หลงกระแสไปหลงเมากิเลสเมาโลภเมาโกรธเมาหลง
ทำให้ความรักมันเจือจางกัน
ไปธรรมของฆราวาสก็จางคลายออกไป
แล้วก็แตกหักไปก็มี
ในหลายๆประเด็น
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ไม่เช่นนั้นเขาจะเรียกสามีภรรยาหรือว่าเป็นคู่ๆ
คู่ทุกข์คู่สุข
แต่ไม่ใช่อยู่ด้วยกันแล้วเอาแต่ทุกข์ใส่กัน
เขาเรียกว่า
คู่กรรม
อยู่ด้วยกันแล้วสุขมีสุขร่วมเสพมีภัยร่วมต้านนี้มือก็จะจับกันเหนียวแน่น
จูงมือกันได้ตั้งแต่หนุ่มสาวยันแก่เฒ่าโบราณท่านเรียกว่า
ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
แต่ถ้ามันหมดกรรมดีซึ่งกันและกันแล้ว
มือและขาสองข้างก็จะแยกจากกันเอง
ไม่มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันให้คอยดูแล
เพื่อหนุนกันต่อไป
เป็นเรื่องธรรมดาเช่นกันใครที่อยู่ในสภาพอย่างนี้ให้ทำใจความเข้าใจ
รู้ความจริงอันนี้ไว้
คู่สร้างคู่สม
คู่ทุกข์คู่ยาก
คู่ผ้วเมียละเหี่ยใจ
คู่กรรม

พระพุทธองค์ยังทรงตรัสไว้ว่าเป็นผู้ชี้มือให้กับพุทธศาสนิกชนหนึ่งเพราะพระองค์เป็นแค่ผู้ชี้บอกทางให้เท่านั้นเองไม่ได้ร่วมพ้นทุกข์
"อักขาตาโร ตถาตา"
คือไปพระนิพพาน
แต่การพ้นทุกข์ทุกคนต้องช่วยตัวเอง
อัตตาหิ อัตโน นาโถเท่านั้น
โดยเจริญอิทธิบาท 4 โดยให้ช่ำชอง
ฉันทะ
วิริยะ
จิตตะ
วิมังสา
คือมีความพึงพอใจในธรรมติดตาติดใจคือความมุ่งมั่นในธรรมเพื่อจะเห็นความจริงของโลกและชีวิต
วิริยะคือความเพียรมุ่งที่จะปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงความจริงโลกและชีวิต
วิมังสาคือการใคร่ครวญในธรรมเหล่านั้น
บุคคลที่เจริญอิทธิบาท 4 คือช่ำชอง
พระท่านว่าจะมีอายุยั่งยืนนานอายุยืนยาว
เป็นผู้พ้นแล้วพึ่งตนได้แล้ว
เป็นพระโสดาบัน

ขอมือเธอหน่อยนะ............................

เจริญพร

อนาคาริก

บ่อยครั้งที่พวกเราคิดถึงพ่อกับแม่
เพราะเราคิดถึงคุณงามความดีของท่าน
ที่ไม่มีที่สุด
ให้
อภัย
อโหสิกรรม
รักเหลือประมาณ
เป็นเยี่ยงอย่าง
.....ในใจเราเสมอ

อนาคาริก