A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: หมอพิม ตีระจินดา ( 5472700)  (อ่าน 33 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 570
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
หมอพิม ตีระจินดา ( 5472700)
« เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2018, 14:15:33 »




หมอพิม ตีระจินดา ( 5472700)
หมอใจพระผู้เพียบพร้อมด้วย
พรหมวิหารสี่

ผมได้ไปรักษาตัวในเรื่องของออฟฟิศซินโดรม
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เมื่อหลายปีก่อน
โดยมีท่านอาจารย์หมอพิม ตีระจินดาเป็นผู้ดูแลรักษา
ตลอดจนควบคุมขบวนการรักษาอาการของผมอย่างดียิ่ง
ซึ่งผมเองก็ได้รับความเมตตาจากท่านเป็นอย่างมากตลอดมา
ท่านใส่ใจ ตั้งใจรักษา
ผม
อย่างจริงจัง จริงใจด้วยองค์ความรู้ที่ท่านมี
ด้วยความเป็นหมอและอาจารย์หมอคุณธรรมแห่งโรงพยาบาลคุณธรรมจุฬาลงกรณนี้
ในสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู อย่างเต็มความสามารถ อาการโดยรวมของผมในช่วงขณะนั้นดีขึ้นเป็นลำดับ
นอกจากผมจะกล่าวชมท่านแล้วคนไข้อื่นๆก็ล้วนแต่กล่าวชมท่านเช่นกัน
แทบจะทุกคนและ ทุกคนก็รักท่านเหมือนกันกับผม
อาการของผมดีขึ้นเป็นลำดับจนผมสามารถไปเรียนโยคะ
กัยอาจารย์หนูชมชื่น สิทธิเวช
ที่ซอยทองหล่อได้อย่างสบายๆ
จนรู้สึกว่าร่างกายกลับคืนมา
มีความแข็งแรงมากขึ้น
ประกอบกับอาการดีขึ้นจนถูกลดวันการทำกาย ภาพบำบัดลงในช่วงนั้น
ผมก็ยังอยู่ได้สบายดี

ต่อมาผมมาเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 5 มกราคม
2559
อาการต่างๆก็ทรุดลงเป็นลำดับภายในชั่วระยะเวลาไม่กี่วัน
จนเมื่อหมอนิติเวชของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ตรวจร่างกายของผมแล้ว
ท่านสรุปกับผมว่า
เกิดจากการกระชากรุนแรงทำให้กระดูกทับเส้นประสาทที่คอที่หลังจนไม่สามารถจะทำงานได้
ท่านจึงสั่งให้ผมหยุดพักงาน 3 เดือน
อาการโดยรวมของผมแย่ลงมาก จนผมเดินไม่ได้
และได้หยุดการรักษาจากทางโรงพยาบาล
ที่ตึกเวชศาสตร์ฟื้นฟูไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง
รวมทั้งขาดการรับการรักษาจากท่านอาจารย์ธีรศักดิ์ผู้รักษา
ซึ่งท่านเป็นผู้มีความรู้มีความสามารถสูงมากที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมา
หาคนที่จะทัดเทียมกับท่านได้ยากในเรื่องที่ท่านอาจารย์ธีรศักดิ์เชี่ยวชาญ
ท่านเป็นพระผู้ให้อีกท่านหนึ่งที่ผมเคารพอย่างหมดหัวใจ
แต่เนื่องจากในตอนหลัง ร่างกายของผมมันไม่ตอบสนองกับการรักษาของท่านเลย
ช่วงนั้นผมได้รับความเมตตาจากท่านสัก กอแสงเรือง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบมูลนิธิปอเต็กตึ้งและกรรมการปอเต็กตึ้ง ให้ผมไปลองรักษาตัวที่คลีนิคไทยจีนหัวเฉียว แถวสะพานยศเส
โดยหมอหลี่ฮั่นเฉินห้อง 206 ที่เป็นหมอชำนาญด้านฝังเข็มกระดูกและข้อดูแลให้
ซึ่งการรักษาเช่นนั้นร่างกายของผมก็ตอบสนองบ้าง
ผมลองไปรักษาดูในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ผ่านมา
แต่อาการโดยรวมของผมเริ่มทรุดลงสติลางเลือนจนถึงกับลืมพกเงไปต้องรบกวนเพื่อนมาช่วยชำระเงินเพราะสิทธิที่รักษาพยาบาบในช่วงสั้นหมดลง
เนื่องจากผมยังไม่เข้าใจวิธีการที่เราจะพยุงร่างกายให้อยู่ได้
ให้แข็งแรงขึ้นได้อย่าง ไรเพราะกล้ามเนื้อในส่วนรวมของผมมันแย่ลงมากๆ
ผมได้แต่ถามตัวเองว่าจะทำอย่างไร
เพราะมีแต่คนบอกให้ทำให้กล้ามเนื้อให้แข็งแรงแค่นั้น
แต่ไม่มีวิธีการที่แสดงแจ้งชัดมาให้
ที่จะทำให้องค์มวลรวมเป็นเช่นนั้น
ซึ่งมันก็เรื่องยากเช่นกัน
และเป็นเรื่องยากที่ต้องรู้เอง
ฟังเองในสิ่งที่หมอสอน
อาการของผมแย่ลงจนต้องเข้าไปแอดมิตที่โรงบาลเซ็นหลุยส์อยู่หลายวัน ท่านสักก็เมตตาไปเยี่ยมทันทีเพื่อให้กำลังใจ
แถมยังมีอาการของ
โรคอื่นๆตามมาอีกมากมายด้วยเช่นชัก
อย่างทุรนทุราย
จนผมรู้สึกกว่าผมเองเป็นคนที่หมดอนาคตที่ไม่มีวันพรุ่งนี้เหลืออีกแล้ว
หลังจากนั้นผมก็เริ่มท้อถอย ยอมแพ้ความเจ็บ ซึ่งปกติผมทนได้สูงมากพอสมควร
สติลดงลงและพาลหมดกำลังใจ
ท่านอาจารย์ธีรศักดิ์เป็นห่วงและเมตตาผมมาก ช่วยพูดโอ้โลมปฏิโลมผมให้กำลังใจผมอย่าง
หาที่เปรียบไม่ได้
รวมทั้งพูดให้ผมกลับมาฟื้นฟูร่างกายกับท่านใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ด้วยการจัดวิธีการรักษาใหม่บางส่วน
ให้รองรับความเจ็บป่วยของผมได้
สอนการบริหารร่างกายตั้งแต่นั่ง ยืน ลุกเดิน
ท่านบอกกับผมว่าน่าจะใช้เวลามากพอสมควร
มันจะดีขึ้นทีละน้อยๆ
และมันก็เป็นจริงอย่างที่ท่านพูด
อาจารย์หมอพิมเองก็สอนผมว่าลองฟื้นฟูกล้ามเนื้อของเราให้แข็งแรงจะดี และสอนบางท่าการบริหารให้
ทุกอย่างจะเบาขึ้นๆ
แม้จะดีขึ้นทีละน้อยละน้อยก็ตาม
แต่มันก็เห็นผลได้จริงอาการโดยรวมของผมในช่วงปีแรกๆมันดีขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์แล้วถึง 50 เปอร์เซ็นต์ในปีถัดมานี้
แม้จะมีอาการแกว่งขึ้นลงไปบ้าง
คือบางทีก็เจ็บเอาเรื่องรุนแรงแล้วก็มันลดลงเบาบางลงไปบ้าง
มันดีกว่าอาการเจ็บเดิมๆที่10 ส่วนหรือ80-90เปอร์เซ็นต์ซึ่งทนได้ยากฝืนได้
ยาก
จนต้องเข้าโรงพยาบาล
เพราะนอนไม่หลับ
กลัวจะตื่น
เหมือนเช่นทุกคืนที่จะมีคนมาบิดคอของผมทุกตอนตีสอง
เป็นเวลาร่วมเดือน
และเป็นช่วงเวลาที่ผมหดหู่ท้อถอยหมดกำลังใจมากที่สุด
หากผมไม่ได้รับความเมตตาจากท่านทั้งหลายคือท่านอาจารย์หมอพิม
อาจารย์ธีรศักดิ์และท่านสัก กอแสงเรืองแล้ว
ผมคงจะตายทั้งเป็นหรือตายไปนานแล้ว
ผมได้รับความช่วยเหลือจากการทำกายภาพบำ บัดอย่างเข้มข้นจากอาจารย์ ธีรศักดิ์และการทำ Shock waveใหม่
รวมทั้งการออกกำลังกายต่างๆที่เหมาะสมกับผมรวมทั้งการเดินออกกำลังกายอย่างจริงจัง
อาการของผมจึงฟื้นคืนมาได้มากกว่าครึ่ง
แม้จะยังไม่นิ่ง
บางทีก็แย่ลงเจ็บ
แต่มันก็ไม่ได้เจ็บร้ายแรงจนผมทนไม่ได้เหมือนแต่ก่อน
รอวันมันดีขึ้นเป็นลำดับ

และในวันนี้
อาจารย์หมอพิมท่านได้ยังคงเมตตาต่อผมเช่นเดิมหรือมากกว่าเดิม ท่านสอบถามผมและถามความคิดของผมว่าจะเปลี่ยนวิธีการรักษาไปทางอื่นๆหรือไม่เพื่อให้หายขาดจากโรคที่เป็นผมเป็นอยู่นี้หายหรือชะลอความไม่เจ็บให้ยาวนานขึ้น
เนื่องจากโครงสร้างหลังสุดของผมจากการทำ MRI ยังดูแย่ลง
หากเกิดอุบัติเหตุอาจจะรุนแรงถึงตายหากเกิดอุบัติเหตุ

แต่ผมยังมีความเชื่อในวิธีการรักษาแบบเดิมของอาจารย์หมอพิมและอาจารย์ธีรศักดิ์เป็นอย่างมากด้วยความเคารพ
เพราะสิ่งที่ผมเห็นและสิ่งที่ผมเป็นในตอนนี้
นอกจากตัวของผมแล้วหมอทุกคนที่ท่านรู้จักผม
เพื่อนทุกคนที่ทำกาย ภาพบำบัดด้วยกัน
ดีใจและแอบดีใจกับผมด้วยความรักซึ่งกันและกันเมื่อเห็นผมดีขึ้น

ผมจึงเรียนหมอพิมในเรื่องนี้ไปว่า
ผมได้คุยกับอาจารย์หมอที่เป็นศัลยแพทย์กระดูกที่รักษาด้วยการผ่าตัดคอและหลังแล้ว
ท่านก็ตอบรับกับผมเป็นอย่างดีให้ความมั่นใจว่าถ้าผมมีอาการแย่กว่านั้นและถึงคราวจำเป็นท่านจะเป็นคนผ่าตัดให้กับผม
ในชั้นต้นนี้ผมยังอยากปรึกษาและให้อาจารย์หมอพิมพ์รักษาให้ผมต่อไปก่อน
ซึ่งท่านก็เห็นด้วย
ด้วยความรักเหมือนเช่นคนในครอบครัว
เอาผมเป็นหลัก
ไม่ใช่เอาแต่วิธีการรักษาเป็นหลัก
ซึ่งหาได้ยากยิ่งกับหมอในยุคปัจจุบัน
แต่ที่โรงพยาบาลจุฬา ลงกรณ์
มีหมอมากมายที่มีความรักความและความเมตตาให้คนไข้เป็นหลักเสมอ
ผมสัมผัสได้ตลอดเวลาที่มารักษาที่นี่
กับหมอเกือบแทบทุกท่าน
ผมเองก็แสดงผลอันหนึ่งให้อาจารย์หมอพิมเห็นว่าผมแข็งแรงขึ้น
อาการชาน้อยลงซึ่งท่านตรวจแล้วก็ยังเห็นด้วยว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง
และเพื่อชีวิตที่มีคุณภาพในปัจจุบันเพื่อใช้ประกอบการงาน
การกุศลต่อไปเช่นที่ทำมาหลายสิบปี
รวมทั้งการปฏิบัติธรรมที่ผมได้มีโอกาสเป็นประธานชมรมพุทธธรรมนำทาง
มาเป็นเวลาเกือบค่อนปีซึ่งได้เจริญใจกับพี่ๆน้องๆเพื่อนๆในการสวดมนต์ทำวัตร นั่งสมาธิและสนทนาธรรม
ฟังเทศน์จากพระอาจารย์กมโรวัดนายโรงด้วยความสุขสนุกสนาน
ยินดีในธรรมเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงเวลานี้ที่ผมเองก็ยังจำเป็นต้องทำการรักษาและบำบัดอยู่
ผมมีความเชื่อลึกๆอยู่ว่าผมสามารถประคองตัวเองจากสิ่งเหล่านี้ในบั้นปลายชีวิตได้ระดับหนึ่ง
เรื่องของอนาคต
ผมเองก็ไม่ทราบว่าอะไรจะเกิด
ยังคงต้องรบกวนอาจารย์หมอพิมและอาจารย์ธีรศักดิ์ให้ช่วยดูแลผมในเรื่องแบบนี้ต่อไป
ผมเชื่อมั่นว่าจะผมได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์หมอพิมเหมือนที่เช่นผ่านมา
ท่านก็เห็นจริงเหมือนกันว่าคุณภาพชีวิตผมดีขึ้นมากไม่เป็นภาระแก่ครอบครัว
จะเป็นภาระก็แต่หมอและอาจารย์ธีรศักดิ์ผู้รักษาเท่านั้น
อาจารย์ธีรศักดิ์ท่านพูดกับผมเสมอว่าชาวเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรงพยาบาลแห่งนี้จะไม่มีวันทิ้งผม
บุญคุณอย่างนี้หาที่เปรียบมิได้อีกแล้วในสิ่งที่ผมได้รับด้วยหัวใจต่อหัวใจ
ผมจึงรักพวกท่านเสมือน กับญาติพี่น้องสนิท
ทุกวันนี้ผมไม่เคยคิดเลยว่าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นี้จะเป็นที่และสถานรักษาของผม
แต่คิดว่ามันเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของผม ที่ผมได้มาเรียนรู้ธรรมและชีวิตในวัยเหนื่อยและวัยซ่อม
แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะสนุกสนานไปกับมัน
ผมเพียงแต่ยอมรับมันเข้าใจมัน
เข้าใจในสรรพสิ่งของร่างกายสังขารที่ทรงและทรุด
เข้าใจในความเป็นไปของชีวิต
ที่ผมอดที่จะกล่าวถึงไม่ได้คือท่านสัก กอแสงเรืองผู้ที่ประชาชนเคารพกันทั้งประเทศ
ผู้จิตเมตตาต่อทุกคนและทำงานหนักอย่างสนุกสนานเป็นแบบอย่างส่วนหนึ่งให้แก่ผมในเรื่องความเป็นคนดี เข้มแข็งกล้าหาญ
ไม่เคยทิ้งเพื่อนทิ้งน้องหรือใครๆ
ช่วยเหลือผมในทุกสิ่งที่ท่านทำได้
แม้กระทั่งการรักษาในด้านการแพทย์แผนจีน
ท่านก็อนุเคราะห์ให้แก่ผมมาตลอด

แม้ผมจะเป็นคนจน
แต่ผมไม่เคยหิวเงินเลย ทุกคนที่รู้จักผม รับประกันตัวผมได้ว่าเป็นเช่นนั้น
และสิ่งที่จะยืนยันได้อย่างแท้จริงคือใจของผมเองและวิบากกรรมของผมเอง
ผมดีใจที่ได้ช่วยทำงานที่มูลนิธิและทำบุญมากว่าที่ผมรักษาตัวหลายหมื่นบาทไปแล้ว อีดทั้งครอบครัวยังทำบุญกัยอากวมาตลอดจนล้มป่วยก็ยิ่งไปทำบุญขอพรกับไต้ฮงกง
และจะทำงานให้มูลนิธิเต็มสติปัญญา อ่อนน้อมโปร่งใส กตัญญูต่อท่านทั้งหลาย

ในปีนี้ผมได้กราบเรียนท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพิพัฒน์วราภรณ์ว่าจะจัดผ้าป่ากองใหม่ไปทอดที่ลุมพินีปาร์คปิ่นเกล้าแทนวัดแคนางเลิ้งในวันที่ 15 กรกฎาคมศกนี้
เลี้ยงถวายเพลพระ พระธรรมเทศนาจากพระราชาคณะ
ซึ่งคณะกรรมการนิติฯได้อนุมัติในเรืรองนี้แล้ว
จากการรวมตัวของเพื่อนๆหลายๆสายขึ้นด้วยความตั้งใจจริง
จะทำบุญกุศลไปเรื่อยๆจนกว่าตาจะปิดทั้ง 2 ข้างเหมือนเช่นยี่สิบปีทีผ่านมาในนามกองทุนพระรัตนตรัย
แทบจะไม่มีปีใดที่ว่างเว้นเลย
บางปียังตั้งผ้าป่าเองตั้งสองกอง
ไม่เคยมีการพิมพ์ซองผ้าป่าแจกกรรมการ
เพราะไม่กล้ารบกวนใคร
จนได้เงินทำบุญหลายล้านบาท
ที่ใช้ร่วมสร้างศาลาปฎิบัติธรรรมวัดบ้านขาว ระโนดสงขลา
แจกเทปธรรมะและหนังสือธรรรมะ
"ง่ายกว่าที่คิด"ของพอจ ปสันโน
"หัวใจพุทธศาสนา"ของหลวงปู่คำดี ปภาโส
โดยมีคุณชัยสิงห์ สุนทรไพบูลย์ คุณชัญญา ตั้งตระกุลยุทธชัย
เป็นหัวเรือใหญ่
นอกจากนั้นเรายังร่วมซ่อมแซมเสนาสนะแก่วัดที่มีพระปฎิบัติดี
ทำบุญให้โรงพยาบาล
รามาธิบดีผ่านหมอจักรพันธ์ เอื้อนรเศรษฐ์
และปักหลักหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในบั้นปลายชีวิตนี้
เช่นในหลายปีที่ผ่านมา
จนเหล่าอาสาท่านรู้จักผมกันหลายท่าน
แม้จำนวนเงินจะไม่มากนักตามภาษาคนจน
มีน้อยช่วยน้อย

วันนี้ผมอยากจะอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด
และผมอยากจะคืนเงิน ที่ผมได้รับการอุปถัมภ์จากของทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคลินิกหัวเฉียวไทยจีนผ่านมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง คือเงินรายได้ที่ผมจะได้รับชดเชยจากการบาดเจ็บจากคู่กรณีของผม
ก็จะเอามาคืนให้ทางโรงบาลจุฬาลงกรณ์และคลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทย
ตามที่ผมได้กราบเรียนท่านอาจารย์ธีรศักดิ์และท่านสักกอ แสงเรืองให้ทราบมาแต่เนิ่นๆ
คือผมเป็นผู้รู้กตัญญูกับองค์กรที่ดูแลผมเป็นอย่างดี
ที่ท่านจะเมตตารักษาให้ผมฟรีหรือไม่คิดเงิน
และที่ไหนที่ผมมีสิทธิรักษาพยาบาล
มันก็เกินจำเป็นที่ผมจะรักษาฟรีในตอนนี้
ผมก็ไม่ได้จะไปสนใจจะใช้สิทธิอะไรอย่างนั้นไปทั้งหมด
ผมยังคงทำงานอยู่
จะทำบุญอยู่จนกว่าตาจะปิดดังที่เรียนข้างต้น
บุญกุศลที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ผมได้ทำทั้งหมดผมขออุทิศให้อาจารย์คุณหมอพิม
อาจารย์ธีรศักดิ์
ท่านสักกอแสงเรือง
พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่หลวงพ่อบรรพบุรุษอันมีพ่อแม่เป็นปฐมพี่ป้าน้าอาเพื่อนๆทั้งหลายตลอดจนเจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ให้มีความเจริญเจริญยิ่งในทุกภพทุกชาติที่ท่านเป็น
ให้ถึงธรรมได้ชัดเจน

อันนี้เป็นสิ่งที่ปรารถนาก็ค่อยทำไปไม่ต้องกล่าวอ้างอะไรใครทำใครได้เป็น
สันทิฏฐิโก
ปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ
อกาลิโก
สวัสดีครับ

https://youtu.be/A_fE2dolOxE

สิ่งที่คนสมัยนี่จะพลาดกันมากที่สุด.....
คุยกับคนที่คุณรัก
ทำอะไรๆสำคัญในชีวิต
สวดมนต์
ฟังเทศน์
สนทนาธรรม
นั่งสมาธิ
ตรึกธรรม
แทนที่จะเล่นมือถือ

เจริญพร

อนาคาริก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 พฤษภาคม 2018, 06:25:54 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ Nataliie

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: หมอพิม ตีระจินดา ( 5472700)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2018, 17:15:29 »
โชคดีมากเลยทีเจอหมอดี