A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ไอ้จุ๊ง..............................บรรลุธรรม  (อ่าน 46 ครั้ง)

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2337
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ไอ้จุ๊ง..............................บรรลุธรรม
« เมื่อ: 20 มิถุนายน 2017, 21:09:45 »



ไอ้จุ๊ง...บรรลุธรรม
ผมมีเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กข้างบ้านอยู่คนหนึ่ง
มันชื่อ....ไอ้จุ๊ง
ไอ้จุ๊ง.....มันเป็นเด็กนิสัยนักเลงออกจะเกเรไปบ้าง แต่ไม่ถึงกับเลว
มันชอบแกล้งคนมาแต่ไหนแต่ไร
ชอบการพนัน สูบบุหรี่กินเหล้า
มันรู้ว่า
วา เด็กผู้หญิงหน้าตาดีข้างบ้านของผมที่มีนิสัยออกจะเป็นทอมชอบผม และเป็นเพื่อนสนิทของผมด้วย
ไอ้จุ๊งจึงชอบเสี้ยมให้เราสองคนทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ
และมันก็ได้ผลเสมอ เมื่อมันแหย่วา
พวกเราทะเลาะกันไปงอนกันไป
แต่ละครั้งก็หลายวันอยู่
จนเจ้โหง่วพี่สาวของวา
เอาพวกเราไปล้ออยู่เสมอว่าพวกเราเป็นคู่กัดเมี้ยวๆ......
แม้กระทั่งตอนเจ๊โหง่ว
พาไปดูหนังด้วยกัน
เจ๊โหง่วเดินไปซื้อไอติม กับป๊อบครอนอร่อย ๆมาให้กิน
กลับมายังว่าแซวคู่กัดอีก
เวลาเราทะเลาะกัน
เจ๊โหง่วจะห้ามและปรองดอง
แถมยังคับให้พวกเราหอมแก้มกันและกันด้วย
วาก็เลิกโกรธและงอนผมทันทีทุกครั้ง
จนกระทั่ง....วันหนึ่งแงซาย
สาวน้อยแสนสวยจากเชียงรายย้ายเข้ามาอยู่บ้านของอาจารย์ศรีนวลครูสอนภาษาอังกฤษจอมดุที่โรงเรียนของผมในฐานะหลานสาว
เนื่องจากรั้วบ้านของเธอติดกับรั้วบ้านของผม
( บ้านของแงซาย ที่อาศัย น้าพวงลุงของแงซายอยู่และทำเป็นหอพักให้นักศึกษาเช่า )
ความสวยและน่ารักของแงซาย มากเหลือเกิน
ทำให้ผมชอบแอบมองดูเธอทางหน้า ต่างบ้านทุกวัน
และความสวยของเธออีกเช่นกัน ทำให้ผมฟุ้งซ่านคิดถึงเธอได้ทุกวันอีกด้วย
แม้จะเห็นหน้ากันและยิ้มให้กันทุกๆกันเลย
แต่เชื่อไหมคร้บว่า....ผมไม่กล้าพูดกับเธอสักคำเดียว
เพราะผมเป็นคนขี้อายมาตั้งแต่เล็ก
อีกทั้งยังต้องผ่านด่านเจ๊นิด สาวสวยพาณิชยการพระนคร ที่มีใบหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา ที่ผมกลัว
แถมเจ๊นิดยังเป็นพี่เลี้ยงให้แงซาย อีกด้วย
พอผมเริ่มจนมุมเข้า.....
ก็ได้แต่วิ่งผ่านไปทางอาจารย์ศรีนวล คุณป้าของแงซาย
ท่านอาจจะกันท่าคนอื่นในการคบกับแงซาย
แต่กับผมท่านเห็นว่าผมเป็นเด็กดีมีอนาคต แม้จะดุกับผมบ้างก็ตาม
ท่านก็ไม่ได้กีดกันอะไร
ความสัมพันธ์ของผมกัยเเงซายเริ่มขึ้นอย่างพิสดารมาก
คืออยู่มาวันหนึ่งเจ๊นิดสาวสวยขึ้เก็กบอกกับผมว่า.....
มีอะไรจะฝากบอกไปถึงแงซายไหม
พร้อมกับยื่นกระดาษและปากกาส่งมาให้กับผม..........แล้วเธอก็ยิ้ม
ผมงี้....มึนตึ๊บไปหมด
แต่ก็อุตส่าห์เขียนโน๊ตไปว่า..........
"อยากจะคบกับผมไปเจอกันแถวตู้โทรศัพท์หน้าอำเภอตรงข้ามบ้านเรานะครับ"
เจ๊นิดยิ้มเชือดเฉือนใจผมครั้งหนึ่ง ก่อนเก๊กหน้าปกติ
พร้อมรับกระดาษโน๊ตจากมือผมไป
ถึงเวลานัด...
แงซายเธอไปยืนรอผมที่ตรงนั้นจริงๆตรงตามเวลานัดหมาย
ใจของผมนั้น.....ระส่ำเป็นกลองรัว
แงซายจับมือของผมแล้วบอกว่าเธอบอกเจ๊นิดเองว่าอยากจะคบกับผม
ช่วยผมหน่อย.......
ตอนนี้หัวใจของผมมันพองโตเป็นลูกโป่ง คับอก
ผมเพิ่งเข้าใจเลยว่าคำว่าครึ้มใจเป็นอย่างไรในวันนั้นอย่าง.....ชัดเจน
แล้วเราก็ชวนกันไปดูหนัง
ผมบอกตามตรงเลยว่าผมดูหนังไม่รู้เรื่อง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหนังชื่อเรื่องว่าอะไร
รู้แต่ว่ามันเป็นหนังฝรั่งเสียงในฟิล์มเท่านั้น เพราะผมเอาแต่จ้องมองหน้าเธอ
จนเธอผมบอกว่า"อาย"
ผมเลยต้องเลิกจ้องเธอ นานๆจะแอบหันไปมองสักครั้ง
มันเป็นความรู้สึกเบิกบานเป็นครั้งแรกในชีวิต
ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
แม้กระทั่งกับวาที่เล่นเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่เด็ก
จนแม่ของวาพูดเล่นๆกับผมบ่อยๆว่า
ให้ไปบอกแม่มาขอวาไปเป็นสะใภ้ด้วย
ผมคบอยู่กับแงซาย มาสองปี กว่า
จนวันหนึ่งผมรู้สึกได้ว่าเธอแปลกไป
กล้าขึ้น และชอบนั่งซ้อนท้ายไอ้จุ๊งไปตลาด
แถมยังถามผมอีกว่าอยากได้อะไรจะซื้อมาให้ และจะรีบไปรีบมา
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
เช้าวันหนึ่ง ไอ้จุ๊งมันเดินมาบอกผมว่าแงซายเป็นผู้หญิงของมัน.....ห้ามยุ่ง
ผมได้แต่เงียบและสงสัย
จนกระทั่งแงซายถูกส่งกลับไปเชียงราย
ภายหลังไอ้แอร์พี่ชายนิสัยดีของเธอและเป็นเพื่อนสนิทของผมตายจากไปเพราะฉีดยาเสพติดเกินขนาดในวัยสิบแปดปี
อาจารย์ศรีนวลได้แต่งงานแยกตัวออกไป
ตั้งแต่นั้นมา.....ผมก็ไม่เคยได้ข่าวของแงหรือแงซายอีกเลย
แต่ผมโกรธไอ้จุ๊งมันมากจนสาบานว่าจะไม่ยกโทษให้มันอีกและจะเกลียดมันไปตลอดชีวิต ฐานแย่งคนรักของผมไป
เจ้โหง่วได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาหลายปีต่อมาเธอได้ชวนให้พ่อแม่ไปอยู่ด้วย
แต่พ่อของเธอเกิดโรคร้ายชิงตายไปก่อน แม่ของเจ้โหง่วจึงย้ายไปอยู่กับเธอ
วาที่ตอนนี้เป็นสาวสวยแล้วมาพูดกับผมว่า จะแต่งงานกับเธอไหม..
ผมเงียบ
เธอก็ตบบ่าผมครั้งหนึ่งและเดินจากไป พร้อมกับแม่ของเธอ
ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ไม่เคยได้เจอแงและวากับครอบครัวของเธออีกเลย
ไอ้จุ๊งมันยังคงเวียนวนรบกวนผมอยู่เรื่อย
แม้...พนักงานต้อนรับในร้านอาหาร ที่มาชอบผมและยัดกุญแจห้องนอนใส่มือของผม
ไอ้จุ๊งมันก็มาแย่งเอาไปแถมยังบอกผมอีกว่าเป็นผู้หญิงของมัน
หลังจากนั้นผมห่างจากบ้านไปนานหลายปีเพราะเรียนและทำงานหนัก
จนเข้าสู่วัยกลางคนมีครอบครัวน่ารักแล้ว
จึงได้มีโอกาสเจอกับไอ้จุ๊งและจุ๋มเมียของเขา ที่เป็นผู้หญิงสวยน่ารักมากคนหนึ่ง
ที่สำคัญหน้าตาเธอเหมือนแงซายอย่างกับแกละแต่ไม่ใช่
นิสัยห้าวหาญกว่า
เธอมีลูกสาวสวยสองคนอายุสิบแปดเข้าเรียนวิศวกรรมศาสตร์และสถาป้ตย์ในมหาวิทยาลัยชื่อดังทั้งสองคน
เจอกันคราวนี้..ไอ้จุ๊ง มันโกนหนวดและผมยาวที่มันแสนรักจนหมดและสั้น
มันเงียบจนเป็นคนละคน
พูดจาสุภาพมาก
จนผมแปลกใจ
จุ๋มเล่าให้ฟังว่าไอ้จุ๊ง มันหัวใจวาย พอมันฟื้นกลับมา
มันขอเกษียณอายุจากงานเพราะเงินทองมันหามาพอใช้แล้ว
มันไปสมัครเป็นมัคนายกและไวยาจักรที่วัดข้างบ้าน
ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็น
แล้วก็นั่งสมาธิภาวนาทุกวัน
จุ๋มบอกว่าพอลูกๆเรียนหนังสือจบหมดแล้ว
ไอ้จุ๊งมันจะขอบวช
มันเอ่ยปากขอโทษผม ในเรื่องเก่าๆทั้งหมด
เออ.........ไอ้จุ๊งกูอโหสิกรรมให้มึง
ไอ้จุ๊ง.....บรรลุธรรม