A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: คนเราติดอยากอวด  (อ่าน 470 ครั้ง)

ออฟไลน์ muisun

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • ดูรายละเอียด
คนเราติดอยากอวด
« เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์ 2015, 21:14:59 »
คนเราติดอยากอวด ถึงจะทำได้หรือไม่ได้ก็อยู่ภายใต้ความอยากอวด ถ้าทำไม่ได้แล้วอยากอวด พระพุทธเจ้าปรับ อวดอุตริมนุสธรรม อยู่ในฐานปาราชิก ถ้าทำได้แล้วอวด อยู่ในฐานปาจิตตีย์ เพราะฉะนั้น การทำพระพุทธเจ้าบัญญัติไว้อยู่ 5 อย่าง 1.ทำเพราะบ้า 2. ทำเพราะโง่ 3. ทำเพราะปราถนารามก 4.ทำเพราะเห็นว่ามันดี 5. ทำเพื่อจะขัดเกลา ทั้ง 5 อย่างที่ถูกต้อง คือ ทำเพื่อขัดเกลา การคิด การพูด การทำ ก็อยู่ภายใน 5 อย่างทั้งสิ้น 1. ทำเพราะบ้า คือ ความยึดถือ (รู้ไม่ทัน) 2. ทำเพราะโง่ ไม่รู้เหตุรู้ผล ไม่รู้ตน ไม่รู้ประมาณ ไม่รู้กาล ไม่รู้บริษัท ไม่รู้จักเลือกคบบุคคล 3.ทำเพราะปราถนารามก ละโมบอยากได้ของเขา อยากได้รับคำยกย่อง อยากได้รางวัล อยากได้ค่าตอบแทน อยากได้ชื่อเสียง อยากได้รับคำสรรเสริญ อยากได้รับคำยกย่อง 4. ทำเพราะเห็นว่ามันดี เค้าว่าเจริญธรรม รักษาศีล เจริญธรรม ก็ไปทำกับเค้าเหมือนกัน แล้วก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันดีตรงไหน จึงเรียกว่า ทำไปเพราะเห็นว่ามันดี 5. ทำเพื่อจะขัดเกลา ต้องใส่ใจสังเกตให้เห็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะจิต คือเห็นตัวจะ จะพูด จะคิด จะทำ จะสุข จะทุกข์ จะบุญ จะบาป รู้ให้ทันต้นเหตุแล้วดับเหตุนั้นด้วยความรู้ทันที่ความคิด จะคิดดับๆๆ 
การดับมีอยู่ 5 อย่าง
1. ดับด้วยสมาธิ 2. ดับด้วยปิติ 3. ดับด้วยปัสสัทธิ 4.ดับด้วยถีนมิทธะ 5.ดับด้วยอริยมรรค อริยผล
ดับด้วยสมาธิ คือ จิตตั้งมั่นแล้วหมดความรู้สึกไป
ดับด้วยปิติ คือ อิ่มอกอิ่มใจแล้วหมดความรู้สึกลงไป
ดับด้วยปัสสัทธิ คือ จิตสงบแล้วหมดความรู้สึกลงไป
ดับด้วยถีนมิทธะ คือ ง่วงเหงาหาวนอนแล้วหมดความรู้สึกลงไป
ดับด้วยอริยมรรค อริยผล ต้องเห็น ต้น กลาง สุด แล้วหมดความรู้สึกลงไปตอนไหนต้องรู้ ว่าดับตอนต้น ตอนกลาง หรือตอนสุด หลังจากดับแล้วมีความรู้สึกมาใหม่จะรู้ทันทีว่าหมดความสงสัยโดยสิ้นเชิง เลิกสงสัยสิ่งใดๆ อีกต่อไป จะคิดดับๆๆ