A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ปุจฉา...ปฏิจจสมุปบาท เกิดขึ้นกับ สัตว์เดรัจฉาน หรือไม่ เพราะเหตุใด..?  (อ่าน 1549 ครั้ง)

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 339
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
มีญาติธรรม ตั้งคำถามในกลุ่ม "วิปัสสนาสนทนาธรรม๙" ว่า
ปุจฉา...ปฏิจจสมุปบาท เกิดขึ้นกับ สัตว์เดรัจฉาน หรือไม่ เพราะเหตุใด..?

บางคนตอบว่า สัตว์มีขันธ์ ๕ ก็น่าจะมีกระแสปฏิจจ

บางคนก็ว่า ปฏิจจสมุปบาท อธิบายการทำงานของขันธ์ ๕

บางคนก็ว่า ปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา หรือปัจจยาการ คือเหตุและปัจจัยในการเกิดรูปนามทั้งมีวิญญาณ และไม่มีวิญญาณ แม้การแตกตัวของอะตอมอันเป็นทฤษฎีที่"ไอสไตร์" ค้นพบก็เนื่องด้วยธรรมของพุทธองค์ว่าสะสารทั้งหลายล้วนมีเหตุใจมาประกอบกัน จึงสร้างสูตรขึ้นมาว่า E = Mc2 นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถสร้างระเบิดปรมาณูที่ชื่อ อะตอมมิคบอมพ์ได้

ผู้ถามก็ให้ความเห็นว่า น่าจะเกิดขึ้นกับ มนุษย์ขึ้นไป และว่า ปฏิจจสมุปบาท คือความเกิดขึ้นและดับลง ของกองทุกข์ทั้งปวง ดั้งนั้น ปฏิจจสมุปบาทย่อมเกิดขึ้นเฉพาะกับสัตว์ผู้ที่สามารถดับทุกข์ภายในใจได้...

@- ถ้าพูดถึงอวิชชา ต้องพูดถึงบริวารของอวิชชาด้วย กรรม วิบาก กิเลศ ฯลฯ (เพิ่มเติม) อวิชชา ตัณหา จิต กรรม นิพพัตติการเกิดแห่งรูป(ชีวิต)กลับมาที่เดิม

#- ก็พอเข้าใจครับ แต่ประเด็นคือ ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่า คนกับสัตว์ต่างกันที่ตรงไหนครับ

-----ก็เลยได้นำคำตอบนำมารวมกัน (๒ ครั้ง) ------
(ตอบครั้งแรก) เห็นคำถาม เลยพิจารณาโดยธรรมว่า ธรรมอันลึกซึ้งเช่นนี้ ไม่สามารถเกิดกับสัตว์เดรัจฉานได้ คือสัตว์ไม่สามารถพิจารณาธรรมคือปฏิจจสมุปบาท (หรือธรรมใดๆ ก็ตาม) เพราะสัตว์ไม่ได้อยู่ในภูมิที่จะมีนิสัยวาสนาในการ "เรียนรู้ธรรม.. พิจารณาธรรม ตรัสรู้ธรรม"

ธรรมที่พระองค์ทรงตรัส เหมาะแก่ผู้มีวาสนา จึงมีผู้แสวงหาค้นคว้าทดสอบด้วยตน(ของแต่ละดวงจิต..ที่มีภูมิรับรู้ได้ คือมนุษย์และเทวดา)

แต่หากเห็นคำถาม แล้วตีความไม่ลึกซึ้ง ก็เข้าใจผิดกันได้ง่าย ๆ


(ตอบครั้งที่ ๒) คนผู้มีธุลีในปัญญาจักษุน้อย ฟัง..น้อมมาพิจารณา บรรลุง่าย
คนที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส จึงไม่เคยสั่งสมอบรมมา การบรรลุในชาติที่ปฏิบัติ จึงเป็นไปได้ยาก

ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงสัตว์เลย

เพราะว่าสัตว์ไม่สามารถฟัง ไม่สามารถพิจารณา จึงไม่สามารถบรรลุได้ (แม้จะมีขันธ์ ๕ ก็ตาม)
ง่าย ๆ คือสัตว์ไม่มีปัญญาใคร่ครวญธรรมใดๆ ไม่จำต้องกล่าวถึงธรรมอันลึกซึ้ง คือปฏิจจสมุปบาทเลย

และเข้าใจในผู้ปุจฉา ที่ถามเพื่อให้เกิด "ธัมมสากัจฉา" ที่เป็นเหตุเป็นผล

เกิด(สายเกิด) (อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา .. สมฺภวนฺติ)
ดับ(สายดับ) (อวิชชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรโธ .. นิรุชฺฌนฺติ)
ทำไมเรียกสาย เพราะสืบสายต่อกันมา หรืออิงอาศัยกัน

พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้ผู้ที่มีอุปนิสัยวาสนาได้พิจารณาให้เห็นทุกข์เห็นโทษของ "การเกิด" จนได้ประพฤติปฏิบัติเพื่อการดับ

อวิชชา ไม่รู้แจ้ง ..จึงทำให้เกิดภพชาติ มีทุกข์ (สัมภวันติ)
วิชชา รู้แจ้ง ..ทำให้ภพชาติหมดสิ้นไป คือไม่สืบต่อ ..ดับทุกข์ (นิรุชฌันติ)

ขอย้ำว่า คนมีกิเลสหนา แม้มีจะมีขันธ์ ๕ ซึ่งมีสิทธิ์ในการอ่านหรือพิจารณาปฏิจจสมุปบาทก็ตาม (ไม่อยากคิดเลยว่า คนกิเลสหนาๆ จะอยากน้อมเอาธรรมมาพิจารณา ตรงกันข้ามกับคนมีกิเลสเบาบาง) ก็ไม่อาจจะสามารถผ่าน "สายดับ" ได้

จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึงสัตว์ดิรัจฉาน ซึ่งไม่มีอุปนิสัยในการบรรลุธรรม

และที่มาเกิดเป็นสัตว์ ก็เพราะมารับวิบากกรรมที่เคยทำไว้
คำว่า ติรัจฉาน ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า ขวาง ..จะกล่าวว่า ขวางต่อการบรรลุธรรม ก็ไม่น่าจะผิด (ไม่ได้ขยายความเหมือนอรรถกถาทั้งหมด)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ธันวาคม 2013, 22:37:24 โดย มโน »
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 339
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
Keetasin Chaiyanaresphithak โยมกลับมีความเห็นว่า สรรพสัตว์ล้วนวนเวียนอยู่ในวงจรปฏิจจสมุปบาททั้งหมดทั้งมวล รวมทั้งสัตว์เดรัจฉานด้วย ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยดิรัจฉานเกิด ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ได้ เดรัจฉานก็อยู่ในวงจรอันนี้ด้วยเหมือนกับมนุษย์อย่างแน่นอน.... แตกต่างกันตรงที่ เดรัจฉานไม่สามารถตัดวงจรนี้เพื่อหลุดพ้นได้เท่านั้น แต่มนุษย์ทำได้

ผิด-ถูก ขออภัยด้วยนะคะ แค่ความคิดเห็นหนึ่งเท่านั้นค่ะ ^^


Chinnawat Phongsri นั่นแหละ คนส่วนมากคิดเอาแต่ สายเกิด ไม่ได้มองไปถึงสายดับ เลยเป็นการคิดเอาเอง ว่า สัตว์มีทุกข์ ก็ต้องอยู่ในวง "สายเกิด" นี้ หากคิดเช่นนี้ ก็พอคิดได้

แต่มีมุมมองว่า "สัตว์" ขวางต่อการเรียนรู้ธรรม ไม่สามารถฟังธรรมและคิดเป็น จึงไม่จำต้องพูดถึงการพิจารณาจนแจ่มแจ้งในธรรมได้

เลยไม่เข้าข่ายกับ "ธรรมที่ลึกซื้งได้" ในแง่ของการพิจารณาธรรมเพื่อบรรลุ

ซึ่งก็มีความคิดเห็นหลากหลาย เนื่องจากมุมมองที่ว่า สัตว์เอง ก็มีขันธ์ ๕ มีทุกข์

สำหรับที่อาตมาตอบ ..ด้วยมองทั้งสายเกิด และ สายดับ จึงเป็น "ธรรมอันลึกซึ้ง" ที่สัตว์ (แม้จะอยู่ในวงจรสายเกิด) ไม่สามารถจะเข้าถึง "ความดับ" (สายดับ) ดังแสดงให้ทราบ


Chinnawat Phongsri ปุจฉา...ปฏิจจสมุปบาท เกิดขึ้นกับ สัตว์เดรัจฉาน หรือไม่ เพราะเหตุใด..?

อย่างที่โยมกล่าว ถ้าคิดง่ายๆ สัตว์อยู่ในวงจรที่มีอวิชชาเป็นตัวนำ .. จึงเกิดทุกข์ (เหมือนคนมีอวิชชา .. มีทุกข์) - อันนี้เป็นการกล่าวสั้น ๆ

แต่อาตมาพิจารณาความของคำถามว่า การเรียนรู้แล้วพิจารณา..ทำให้เกิดมีขึ้นภายในใจสัตว์ได้หรือไม่
ก็ตอบว่าไม่ได้ เพราะสัตว์ขวางต่อมรรค-ผล-นิพพาน


นัท เอหิปัสสิโก สาธุ ครับ เห็นด้วยกับท่านชินนะ
..สิ่งที่สัตว์ไม่มี คือ สติ.. แม้ในคนเราสติก็ยังต้องฝึก ต้องทำให้เจริญ..
สัตว์มี ทุกข์ แต่ไม่รู้ว่า นั้นคือทุกข์..
..
ธรรมนี้ลึกซึ้ง ต้องประกอบด้วยการปฏิบัติ จึงเข้าถึงธรรมได้
..พระพุทธองค์ จึงทรงบอกไว้ว่า ท่านเป็นแค่ผู้ชี้ทาง..
เราต้องเดินเอง จึงจะถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้



https://www.facebook.com/cpongsri/posts/10202770979058358
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ธันวาคม 2013, 22:23:30 โดย มโน »
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 677
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
กราบเรียนทั้งท่านที่ปุจฉา และท่านวิส้ชชนา
   ปฎิจจสมุปบาทและอิทัปปยตา แยกไว้ละเอียดเพียงพอหรือไม่ในกระทู้นี้ แต่นู่เองก็ไม่ได้รู้ลึกซึ้งอะไรเลยจ้ะ รู้แต่เพียงว่าจะรู้ให้เท่าทันทุกข์เท่านั้น
   กราบๆๆหลวงพ่อและท่านทั้งหลายจ้ะ

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 339
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
อ้างถึง
กราบเรียนทั้งท่านที่ปุจฉา และท่านวิส้ชชนา
   ปฎิจจสมุปบาทและอิทัปปยตา แยกไว้ละเอียดเพียงพอหรือไม่ในกระทู้นี้ แต่นู่เองก็ไม่ได้รู้ลึกซึ้งอะไรเลยจ้ะ รู้แต่เพียงว่าจะรู้ให้เท่าทันทุกข์เท่านั้น
   กราบๆๆหลวงพ่อและท่านทั้งหลายจ้ะ

ในกระทู้ เพียงแสดงให้เป็นแง่พิจารณา

หากผู้สนใจจริง อยากรู้ในรายละเอียด เดี๋ยวนี้ค้นหาเวบต่างๆ เช่นเวบพระไตรปิฎก ผ่านกูเกิ้ล ก็ทำได้ง่ายดาย

เท่าทันทุกข์ได้ในปัจจุบัน ..เป็นการเหมาะแล้ว
ให้เดินตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ไปเรื่อยๆ


คำ "อิทัปปยตา" แก้เป็น "อิทัปปัจจยตา"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ธันวาคม 2013, 09:21:18 โดย มโน »
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 677
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
จ้ะหลวงพ่อ กราบๆๆ