A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ไซนัสอักเสบเป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ  (อ่าน 1160 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 677
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร เผยไซนัสอักเสบเป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ
 
 
โรคไซนัสอักเสบเป็นหนึ่งในโรคของระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่พบบ่อย หลายคนเมื่อเป็นไข้หวัดธรรมดาก็มักจะกังวลว่าตนเองจะป่วยเป็นโรคไซนัสอักเสบ หรือบางคนเมื่อเคยเป็นแล้วก็คิดว่าจะเป็นโรคประจำตัว เป็นแล้วต้องเป็นใหม่ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด
       
โรคไซนัสอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อในโพรงจมูกและลุกลามเข้าไปในโพรงไซนัส ส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักจะหายได้เอง แต่ในบางครั้งอาจมีเชื้อแบคทีเรียติดมา ทำให้โรคไม่หายเองหรือเป็นนานและอาการจะรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และโรคมักหายขาดได้เองหลังทำการรักษา โดยที่อาจไม่กลับมาเป็นอีก หรือเป็นใหม่ได้อีก เหมือนเช่นการเป็นหวัด เจ็บคอทั่ว ๆ ไป
       
ลักษณะอาการและความรุนแรงของไซนัสอักเสบ โรคไซนัสอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียมักมีอาการคัดแน่นจมูก มีน้ำมูกหรือเสมหะลงคอสีเหลืองหรือเขียว ปวดบริเวณใบหน้าตามโหนกแก้ม หัวตา หรือระหว่างคิ้ว การได้กลิ่นลดลง โดยมีอาการเกิน 10 วัน หรือมีอาการแย่ลงใน 5 วันหลังเริ่มเจ็บป่วย ควรจะมาพบแพทย์ อาจแบ่งโรคออกเป็น 2  กลุ่มคือ กลุ่มเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยทั้งสองกลุ่มมีอาการเหมือนดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่กลุ่มเฉียบพลันจะมีอาการมาน้อยกว่า 12 สัปดาห์ และกลุ่มเรื้อรังมีอาการมาเกินกว่า 12 สัปดาห์ ซึ่งการรักษาจะมีความแตกต่างกัน
       
กลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ ที่พบมากได้แก่ กลุ่มที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง   เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน อยู่ระหว่างการทำเคมีบำบัด ภาวะขาดภูมิคุ้มกันตั้งแต่กำเนิด เป็นต้น โรคไซนัสอักเสบส่วนใหญ่ไม่ได้มีสาเหตุจากพันธุกรรม มีเพียงบางโรคซึ่งพบได้ยากมากในประเทศไทย
       
โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้อาจทำให้ผู้ป่วยบางคนเข้าใจผิดหรือสับสนว่าตนเองเป็นโรคไซนัสอักเสบได้ ควรจะพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรคให้ถูกต้อง ปัจจุบันยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้เกิดจากโรคไซนัสอักเสบได้บ่อยกว่าคนที่ไม่ได้เป็นภูมิแพ้หรือไม่ แต่การสูบบุหรี่นั้นทำให้การทำงานของเยื่อบุในโพรงไซนัสทำงานบกพร่องได้
       
วิธีการรักษาในปัจจุบัน และยาที่ใช้ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า โรคไซนัสอักเสบในกลุ่มเฉียบพลัน ถ้ามีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส โรคมักหายได้เอง แต่กลุ่มที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ควรจะพบแพทย์ โดยแพทย์หู คอ จมูก จะทำการตรวจในช่องจมูก ช่องด้านหลังโพรงจมูก หรือทำการส่องกล้องเข้าไปตรวจช่องโพรงจมูกและไซนัส ซึ่งไม่เจ็บปวด เพื่อทำการวินิจฉัยที่ถูกต้อง นอกจากนี้พบว่าแพทย์ทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคไซนัส มักให้ผู้ป่วยทำการเอกซเรย์เพื่อวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบ ซึ่งการตรวจวิธีนี้ไม่มีความแม่นยำ และทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น สำหรับการรักษาคือให้ยาปฏิชีวนะ หรืออาจให้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกร่วมด้วย โดยไม่จำเป็นต้องทำการล้างจมูก
       
ส่วนกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังนั้นจำเป็นที่จะต้องตรวจโดยละเอียด โดยเฉพาะการส่องกล้องในโพรงจมูกและไซนัส เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเฉพาะเนื้องอก และการรักษาจะแตกต่างจากกลุ่มโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ
     
ปัจจุบันผู้ป่วยเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดทั่วไปหรือเป็นโรคไซนัสอักเสบจากเชื้อไวรัส มักไปซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาแก้อักเสบที่ชาวบ้าน ชอบใช้เรียกกัน ในทางการแพทย์คือยาปฏิชีวนะ ทำให้เกิดการใช้ยาโดยไม่จำเป็นและทำให้เกิดภาวะเชื้อดื้อยา ทำให้การรักษายากมากขึ้น และค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น จึงไม่แนะนำให้ซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
       
โอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนใด ๆ นั้น โรคไซนัสอักเสบอาจมีผลแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ได้กล่าวถึงในข้างต้น โรคอาจมีการลุกลามเข้าตา ทำให้เกิดหนองที่ตา และทำให้ตาบอดได้ หรืออาจมีการลุกลามเข้าสมองทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือฝีในสมองทำให้พิการและเสียชีวิตได้
       
ควรปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อทราบว่าเป็นไซนัสอักเสบ
       
เมื่อพบว่าผู้ป่วยมีอาการข้างต้นในช่วงแรก ๆ อาจรอสังเกตอาการไปก่อนได้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ หาก 5 วัน แล้วอาการแย่ลง หรือไม่หายภายใน 10 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง.

นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร