A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: จิตสุดท้ายไปไหน  (อ่าน 887 ครั้ง)

ออฟไลน์ namo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2015
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
จิตสุดท้ายไปไหน
« เมื่อ: 29 กันยายน 2013, 18:54:57 »
จิตสุดท้ายไปไหน
พระไพศาล วิสาโล

วารสารธรรมะชาติบำบัด
ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๕๖



 
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ

ตุ๊ขอโอกาสส่งอีเมลล์ของอาจารย์ปิ่นแก้ว(ครู รร.ประถม) ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ระยะสุดท้าย มาถวายค่ะ (ข้อความขยายในวงเล็บตุ๊เพิ่มเติมให้ เพื่อให้ท่านเข้าใจเรื่องที่เขาพยายามสื่อด้วยค่ะ)

เขาอยากกราบพระอาจารย์มาก แต่บุญอาจไม่ถึง

อ่านจากจดหมายแล้วพระอาจารย์คงประเมินได้ไม่ยากว่า ขณะนี้สิ่งค้างคาใจของอาจารย์ปิ่นแก้วคือเรื่องความสัมพันธ์กับสามี และห่วงลูก

รบกวนพระอาจารย์เมตตาตอบคำถามของเขาที่ว่า "เมื่อจิตออกจากร่างแล้ว ไปไหน" เพื่อเป็นกำลังใจ และให้โอกาสเขาได้สัมผัสพลังเมตตาจากพระอาจารย์โดยตรงด้วยค่ะ

สำหรับตุ๊ ตั้งใจไว้ว่าวันจันทร์ที่ 18 กพ.นี้ ตอนบ่ายจะไปเยี่ยมเขาที่บ้านค่ะ
เคารพและศรัทธาอย่างสูง

ตุ๊

-----จดหมายจากอาจารย์ปิ่นแก้วผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ระยะสุดท้าย-----

สวัสดีค่ะ

เมื่อคืนปิ่นส่งไปแล้ว 1 mail วันนี้ขอรายงานผลไปฟังตับ ลืมจำชื่อคุณหมอ
อยู่ห้องอายุรกรรม 101 ผลดังนี้คือ เพื่อนที่รัก (มะเร็ง) เขาไปเที่ยวที่ปอดและตับ กระดูก เรียบร้อยแล้ว ถามคุณหมอว่าจะถึง 2 เดือนหรือไม่ ท่านตอบว่าแล้วแต่คน แต่ตอนนี้อยากทำอะไรก็ทำได้เลย

พี่ตุ๊ค่ะปิ่นก็พร้อมที่จะไปอยู่กับป้าไพจิต (ผู้ป่วยมะเร็งในเครือข่ายที่เพิ่งถึงแก่กรรมไป) แต่เร็วเกินไปตั้งตัวไม่ติด เขา(สามี) ไปโรงพยาบาลด้วยแต่เขาก็ไม่ถามอะไรสักคำ เดินก็นำหน้า ถ้าเราร่วงก็คือคนอื่นช่วยเราก่อนที่เขาจะเห็น ก็พยายามมองบวกว่าเขาก็ยังเป็นธุระพาเราไปหาหมอ ทำกับข้าวให้กินตามเวลา จะเห็นหน้าเขาก็ 3 เวลาเหมือนอาหารเช่นกัน คืนวันที่13 ตอนตี 2.39 นาที ต้องคลานไปเคาะประตูห้องเขา คือลมตีขึ้นหายใจไม่ออกจริงๆอยากมีคนลูบหลังเพื่อให้อาเจียน แต่ลูบหลังให้ตัวเองไม่ได้จึงต้องคลานไปรบกวนเขา

สงสารลูกที่บอกเขาว่าแม่คงได้เห็นเบสจบ ม.6 ให้เขาไปสอบจ่าอากาศที่กรุงเทพฯ เขาไม่ยอมไปอ้างว่าห่วงแม่มันไกล ก็ยังเหลือลูกนี่แหละยังมีความรักให้เรา คนรอบข้างก็มีแต่คนดีมีน้ำใจให้ความห่วงใย เรื่องนี้ปิ่นคิดว่าจะยังไม่บอกใครเพราะเขาจะต้องลำบากเดินทาง เสียเวลาที่งาน เงินในการเดินทางมาเยี่ยมเรา เพราะที่สุดแล้วก็ .......ตาย

ถามว่าจิตตกไหม ตอบว่าจิตตกเหมือนกัน เพราะหมอกิตติพงษ์(ศัลยแพทย์ที่รักษาเขาประจำ)บอกว่าไม่มีอะไร ปิ่นก็สบายใจก็คิดว่าอีก 1-2 ปี ก็จะครบ 5 ปี แต่คิดว่าไม่ถึงหรอกแค่ 1 ปี ก็ดีแล้ว แต่พอเป็นอย่างนี้จะถึง 2 เดือนหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ซึ่งสิ่งที่คิดว่าจะทำยังเหลืออีก 2-3 อย่าง เวลาที่เหลือ ปิ่นอยาก

1.เห็นลูกบวชครองผ้าเหลือง
2.เห็นสวนที่ปิ่นกำลังจะหากระท่อมหลังเล็กๆเอาไว้ไปนั่ง สมาธิ แต่ยังไม่ได้ทำ
3.ไปนมัสการพระอาจารย์ไพศาล พี่แดงบอกว่าวัดของท่านสงบน่าอยู่มาก ฟังเทปของท่านทุกวัน
4.ไปเที่ยวภาคใต้เกาะสมิหรา
เวลาเหลือแค่ ปิ่น คงไม่ได้ทำ.........................

พี่ตุ๊คะ เมื่อจิตเราออก จากร่างเราไปไหนเหมือนกับที่เราอ่านหนังสือหรือไม่ พี่อาจจะตอบว่ายังไม่ตายเลยไม่่รู้ แต่ที่ถามเพราะท่านเป็นผู้ศึกษาธรรมะมากกว่าได้เจอพระอาจารย์เยอะท่านเคยพูด อะไรให้ฟังบ้างคะ ในความรู้สึกถ้าเราไปในเส้นทางที่เราไม่เคยไปก็กลัวหลงทางต้องคอยมองป้าย ข้างถนน หลักกม.เพื่อให้ถึงที่หมาย แต่ไปคราวนี้ปิ่นอยากเตรียมเดินทางบ้างกลัวจิตตัวเองจะพาไปตกขุมนรกถ้าได้ รับคำชี้แนะ(แผนที่นำทาง)บ้าง เมื่อตอนใจขาดจะได้ลดความกลัวความตื่นเต้น จุดธูปบอกให้ป้าไพจิตมาเล่าบ้างก็ ไม่มา..................

รักพี่และน้องเป้ามาก

ปิ่น
 
เจริญพร คุณหมอตุ๊

อาตมาขอตอบคำถามของเขาเลยว่า

เมื่อจิตสุดท้ายเกิดขึ้น (เรียกว่า จุติจิต หรือมรณาสันนวิถี) จึงจะตายอย่างสมบูรณ์ จากนั้นจิตใหม่ก็จะเกิดขึ้นในภพภูมิใหม่ หากทำความดี สร้างบุญกุศลเป็นประจำ อีกทั้งก่อนตาย หรือช่วงที่จวนเจียนจะตายนั้น จิตเป็นกุศล นึกถึงสิ่งดีงาม เช่น พระรัตนตรัย หรือความดีที่ได้ทำ ไม่มีห่วงกังวล ก็จะไปเกิดในภพใหม่ที่เป็นสุคติ เช่น เป็นมนุษย์ หรือเทวดา(แต่ถ้าจิตปล่อยวางอย่างสิ้นเชิง เพราะเห็นว่าไม่มีอะไรน่ายึดถือ ก็อาจถึงขั้นหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ไม่ไปเกิดที่ไหนอีก ) แต่หากก่อนตาย จิตเป็นอกุศล เช่น โกรธ แค้น รู้สึกผิด หรือห่วงใย ไม่ว่าลูกหลาน ทรัพย์สมบัติ หรือคนรัก
จิตก็จะไม่ไปเกิดในภพภูมิที่ดี เรียกว่าไปอบาย เช่น เกิดเป็นสัตว์ เปรต หรือไปนรก

ดังนั้นก่อนตาย จึงควรน้อมจิตให้เป็นกุศล ละวางสิ่งทั้งปวง ให้อภัยทุกคน และนึกถึงสิ่งดีงาม ทั้งพระรัตนตรัย บุญกุศลหรือความดีที่เคยทำ อาจจะสวดมนต์ ทำจิตเป็นสมาธิ อยู่กับลมหายใจเข้าออก พุท-โธ หรือนึกภาพเห็นพระพุทธองค์ หรือนึกในใจว่ามีแสงสว่างแห่งกุศลทอดเป็นทางยาว แล้วเดินตามทางนั้นไป อย่างมั่นใจ ไม่หวั่นวิตก เป็นต้น

หากเขาไม่ไหวจริง ๆ ก็อยากแนะนำให้เขาปล่อยวางเรื่องลูก มั่นใจว่าลูกจะดูแลตัวเองและมีชีวิตที่ก้าวหน้าได้แม้ไม่มีเขา
เมื่อจะไป ควรไปอย่างสบาย เหมือนเดินทางไกล ไม่แบกสัมภาระไปมาก ไปตัวเปล่ายิ่งดี เพราะเสบียงรออยู่ข้างหน้าแล้ว เสบียงนั้นก็คือบุญกุศลและความดีที่เขาได้สั่งสมมา ทั้งในฐานะลูก แม่ ครู และพุทธมามกะ

ธรรมและพร
พระไพศาล

ป.ล. ลูกชายเขามีความคิดที่จะบวชก่อนที่แม่จะเสียหรือไม่ ตอนนี้น่าจะถึงเวลาแล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป