A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: สับสน  (อ่าน 848 ครั้ง)

ออฟไลน์ ผกาภรณ์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
สับสน
« เมื่อ: 23 สิงหาคม 2013, 14:20:07 »
ขอเรียนถามค่ะ
1.มีคนบอกว่าค้าขายต้องเซ่นไหว้เจ้าที่แต่ปกติดิฉันจะสวดมนต์แล้วอุทิศส่วนกุศลแทนไม่ทราบว่าเทวดาเจ้าที่ต้องฉันอาหารหยาบของมนุษย์ด้วยหรือคะ
2.บางครั้งเวลาถวายสังฆทานอยากถวายพระพุทธรูปแต่ก็ไม่ทราบว่าพระท่านจะเอาไปทำอะไรกลัวจะเป็นภาระให้ท่านต้องหาที่เก็บเสียเปล่าๆ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะ
3.เวลาขับรถอยากสวดมนต์ภาวนาหรือทำอะไรให้มีประโยชน์เวลารถติดแต่ก็รู้สึกขัดแย้งว่าไม่ตั้งใจขับรถจะทำให้เกิดอุบัติเหตุรึเปล่าควรฝึกสติอย่างไรดีคะ
ขอบคุณค่ะ
ผกาภรณ์

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 339
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
Re: สับสน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2013, 22:02:06 »
อ้างถึง
ขอเรียนถามค่ะ
1.มีคนบอกว่าค้าขายต้องเซ่นไหว้เจ้าที่แต่ปกติดิฉันจะสวดมนต์แล้วอุทิศส่วนกุศลแทนไม่ทราบว่าเทวดาเจ้าที่ต้องฉันอาหารหยาบของมนุษย์ ด้วยหรือคะ
2.บางครั้งเวลาถวายสังฆทานอยากถวายพระพุทธรูปแต่ก็ไม่ทราบว่า พระท่านจะเอาไปทำอะไรกลัวจะเป็นภาระให้ท่านต้องหาที่เก็บเสียเปล่าๆ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะ
3.เวลาขับรถอยากสวดมนต์ภาวนาหรือทำอะไรให้มี ประโยชน์เวลารถติดแต่ก็รู้สึกขัดแย้งว่าไม่ตั้งใจขับรถจะทำให้เกิด อุบัติเหตุรึเปล่าควรฝึกสติอย่างไรดีคะ
ขอบคุณค่ะ
ผกาภรณ์

ขอตอบดังนี้
1. ที่ว่าค้าขาย มีการเซ่นไหว้... คงถือตามธรรมเนียมจีนกระมัง ..คนไทยก็มีไม่น้อยที่ทำเช่นนี้
การให้ทานแล้วอุทิศผลบุญให้ จะสามารถถึงแก่เหล่าเปรตที่อาศัยผลบุญที่ผู้อื่นอุทิศให้ (เปรตจำพวก "ปรทัตตูปชีวีเปรต") การสวดมนต์ภาวนา แล้วอุทิศให้ ผลบุญจากสมาธิ เป็นบุญละเอียด สัตว์ผู้หยาบ ไม่สามารถจะอิ่มหนำสำราญได้  ส่วนมาก พวกเทพจะรับบุญที่เกิดจากสวดมนต์ภาวนาได้ เพราะเป็นบุญอันละเอียด ขอยกข้อเปรียบ..ไม่รู้จะพอชี้ให้เห็นได้ไหม

เปรียบเหมือนการให้ขนมที่ชอบใจ เช่น ขนมหวาน เป็นต้น แก่เด็ก ๆ ก็ดีใจ พอใจ แถมอิ่มได้  แต่สำหรับผู้ใหญ่โดยมากเพียงคำว่า ขอบคุณ..ก็ชื่นใจ (เปรียบเด็ก ยังหยาบในการรับสิ่งของ  ถ้าขอบคุณเด็ก ๆ ก็ยังไม่รู้สึกปลื้มใจยิ่งไปกว่าการได้สิ่งของ, ผู้ใหญ่ จะละเอียดขึ้น สามารถรับเพียงคำขอบคุณได้)

2. เรื่องถวายพระพุทธรูป ให้เป็นแง่คิด พิจารณาเองเถิด เพราะที่โยมพูดมา ก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ครูบาอาจารย์ที่ท่านรู้ (เช่นหลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ท่านบอกว่า การถวายพระพุทธรูป ผู้อนุโมทนาบุญ จะปรากฏแสงสว่าง ..เรียกว่า กระแสบุญแรงกว่า (อันนี้ไม่สามารถรู้เหมือนท่าน)

3. ในช่วงปี ๔๗ ขณะขับรถไปทำงาน ก็สวดมนต์ เช่น โพชฌังคปริตร และธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นต้น จิตก็จดจ่อ ..เพราะตั้งจิตอธิษฐานในพรรษา (อธิษฐาน ๑๐๘ จบ ในพรรษา)..ให้ได้ตามกำหนด เราจะมีสติทั้งสวดมนต์และขับรถได้  ไม่ใช่ว่าเราสวดมนต์และหลับตานี่นา  การใส่ใจฝึกฝนจิต สามารถทำได้ ตามเหตุอันควร
บางครั้ง การทดสอบดู พิจารณาดูว่า ผลที่เกิดกับจิตเป็นเช่นไร เบิกบานในธรรม หรือยังเป็นกังวล  ดีหรือไม่ ก็พิจารณากระทำให้ประจักษ์กับตน  ..จะทดสอบดูลม เข้าและออก พร้อมคำบริกรรมก็ได้ หรือสวดบทพุทธคุณ, ธัมมคุณ, สังฆคุณ ก็ได้ หรือว่าจะเปิดเทศน์ครูบาอาจารย์ฟัง  หาสิ่งที่เหมาะกับจิต  ทำจิตใจให้สงบสุข สบาย เบิกบานในธรรม มีปัญญารักษาใจของตน ปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่ตน การไม่ประมาท ย่อมไม่เกิดอุบัติเหตุโดยง่าย (ยกเว้นว่า แม้เราขับถูกต้องและระวังดีแล้ว แต่คนอื่นอาจจะวิ่งมาชนเรา อันนี้ก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ ขึ้นอยู่กับกรรมและผลของกรรมที่เราเคยทำมาในอดีต)

ขอให้เจริญในธรรม
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ มโน

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 339
  • ดูและรู้สิ่งที่เกิดกับจิต
    • MSN Messenger - chin_ps@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • มโนธรรม : ความรู้ของใจ
    • อีเมล์
Re: สับสน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2013, 14:27:03 »
เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแผ่เมตตาอุทิศบุญกุศล (จากประวัติคุณแม่จันดี โลหิตดี)
http://www.naddalim.com/forum/viewtopic.php?f=17&t=1872


มีผีใหญ่ตนหนึ่งมาเข้าสิงญาติท่าน...บอกว่า “ชาติก่อนเคยเป็นคนรวย มีคอกม้าด้วยความเป็นห่วงสมบัติ ตายแล้วจึงมาเฝ้ารักษา เป็นทุกข์มาก อยากไปเกิดมาขอร้องให้ท่านช่วย จะยกสมบัติที่เฝ้าอยู่ให้ ขอให้นำเงินของเขามาทำบุญกับพระหลวงตาให้ เขาจะได้ไปผุดไปเกิด” ท่านและญาติ ๆ มากราบเรียนพระหลวงตา ท่านบอก “ถ้าจะไป ไม่มีจันดีห้ามไปนะ จะไปต้องมีจันดีไปด้วย” ญาติ ๆ ทุกคนทำตามคำสั่งของพระหลวงตา... ก็พากันไปขุดตามผีใหญ่บอกตำแหน่ง ขุดลงไปก็เจอไหจริง และมีเงินอยู่เต็มไห หลายไห พอจะให้ ผีใหญ่กลับเปลี่ยนใจ บอกยังมีกรรมมากอยู่ รู้สึกเสียดายเงิน ไม่กล้าปล่อย ขอชดใช้กรรมต่ออยู่เฝ้าสมบัติต่อไป...ไหที่ขุดเจอ พอผีไม่ยอมให้...ไหหมุนหายลงไปในดินเหมือนเดิม...ผีใหญ่สารภาพกับคุณแม่ว่า “จะให้ใจก็เกิดหวงแหนในเงิน ในทรัพย์ มันตัดไม่ได้ รู้อยู่ว่าทุกข์แสนทุกข์ แต่ก็ตัดใจไม่ได้ และขอให้ท่านช่วยแผ่เมตตา ส่งบุญกุศลมาถึงด้วยเพราะเวลาได้รับมีความสุขมาก...
ใครๆ ล้วนรักสุข เกลียดทุกข์, จงรับรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
และถ้าสามารถ..ก็ดูความเป็นกลางให้ได้

ออฟไลน์ simiranjao

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด
    • feora
Re: สับสน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2015, 10:11:35 »
ขอเรียนถามค่ะ
1.มีคนบอกว่าค้าขายต้องเซ่นไหว้เจ้าที่แต่ปกติดิฉันจะสวดมนต์แล้วอุทิศส่วนกุศลแทนไม่ทราบว่าเทวดาเจ้าที่ต้องฉันอาหารหยาบของมนุษย์ ด้วยหรือคะ
2.บางครั้งเวลาถวายสังฆทานอยากถวายพระพุทธรูปแต่ก็ไม่ทราบว่า พระท่านจะเอาไปทำอะไรกลัวจะเป็นภาระให้ท่านต้องหาที่เก็บเสียเปล่าๆ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะ
3.เวลาขับรถอยากสวดมนต์ภาวนาหรือทำอะไรให้มี ประโยชน์เวลารถติดแต่ก็รู้สึกขัดแย้งว่าไม่ตั้งใจขับรถจะทำให้เกิด อุบัติเหตุรึเปล่าควรฝึกสติอย่างไรดีคะ
ขอบคุณค่ะ
ผกาภรณ์

1.ถ้าทำได้ทั้ง แผ่นกุศลให้ และ เซ่นด้วยอาหารหยาบแล้วเอาไปแจกจ่าย จะได้มากกว่าการไหว้ปกติ
2.ถวายได้ เป็นเรื่องดี ส่วนพระจะเอาไปทำอะไรเป็นเรื่องของสงฆ์ อย่าไปคิดแทน
3.สวดมนต์ไม่ได้ทำให้ เกิดผลบุญเป็นเทวดานางฟ้า เป็นเพียงแนวทางการฝึกจิต ซึ่งควรใช้เวลาว่าง ๆ ทำ โดยตอนขับงรถ ควรตั้งจิตไว้กับปัจจุบัน ทำสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีสุดคือการขับรถ   ถ้าการสวดมนต์ ได้ผลจิรง ให้คนเป็นเอดส์ เป็นมะเร็ง สวดทั้งโรงพยาบาล ป่านี้ไม่ต้องมีหมอแล้ว

ออฟไลน์ Nuttawut168

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: สับสน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 24 มีนาคม 2017, 11:22:40 »
เป็นความรู้ใหม่เลยดีครับเว็บนี้มีประโยชน์ได้ความรู้มากครับ