A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ทุกข์...เพราะคนรักหนีจากไป  (อ่าน 1680 ครั้ง)

ออฟไลน์ หนูดี

  • สาธุ สาธุ สาธุ
  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 466
    • MSN Messenger - deenvc@hotmail.com
    • Yahoo Instant Messenger - deenvc@yahoo.com
    • ดูรายละเอียด
    • www.thammasatu.com
ทุกข์...เพราะคนรักหนีจากไป
« เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2009, 01:16:05 »
โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


 (ต้นปี 2538)
          สามี ภรรยาคู่หนึ่ง รักใคร่กันดี แต่พอประสบปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี ก็เริ่มมีปากเสียงและมากขึ้น ๆ จนภรรยาทนไม่ได้ ขอกลับบ้านไปอยู่กับแม่ ต่อมาสามีได้อ่านหนังสือ “ ทุกข์ เพราะคิดผิด” ก็ได้คิดสำนึก รู้ตัวว่าตัวเองผิดมากเพราะใช้อารมณ์และบ่นมากเกินไป จึงไปเจรจาขอให้ภรรยากลับบ้าน แต่ภรรยาไม่ยินยอม คงพูดถึงเรื่องเก่า ๆ ด้วยความเจ็บใจ สามีเป็นทุกข์เพราะทั้งหวง และห่วงภรรยา จึงมีจดหมายมาปรับทุกข์กับพระอาจารย์

          พระอาจารย์สอนว่าอาตมาได้รับจดหมายจากคุณโยมแล้ว รู้สึกเห็นใจคุณโยมอยู่เหมือนกัน แต่ว่าคุณโยมก็ควรพิจารณาให้เข้าใจ และยอมรับความจริงของชีวิตคุณ โยมคงจะรู้สึกเป็นทุกข์ และคิดว่าตนเองเป็นคนที่โชคร้ายมากคนเดียวในโลก แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่คุณโยมกำลังประสบอยู่เป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกชีวิตไม่มากก็น้อย ไม่ในปัจจุบันก็ในอนาคต ไม่วันใดก็วันหนึ่ง


          ความรู้สึกผิดหวัง ไม่สมปรารถนา เสื่อมลาภ นินทา ทุกข์ เป็นโลกธรรมฝ่ายให้โทษแต่ทุกคนก็ล้วนต้องประสบถ้าเราศึกษาพุทธประวัติ จะพบว่าแม้แต่พระพุทธองค์เองก็ประสบเหมือนกันเมื่อครั้งพระพุทธองค์เสด็จหนีออกจากวังไปบวชเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ เพื่อช่วยตนเองและผู้อื่นนั้น แม้ว่าเป็นเจตนาที่ดีก็ตาม แต่เมื่อดูความรู้สึกของพระบิดา พระมเหสี พระโอรส และพระญาติของพระองค์ก็คงมีความรู้สึกเหมือนคุณโยมในปัจจุบันนี้เช่นกัน


          นอก จากนั้น ลูกศิษย์ของพระองค์เองคือพระเทวทัตก็ได้พยายามฆ่าพระองค์อยู่หลายครั้ง และมีช่วงหนึ่งพระราชาผู้ซึ่งเป็นโยมอุปฐากของพระพุทธองค์มีเหตุให้ต้องยก ทัพไปฆ่าพระญาติของพระองค์ทั้งหมด พระพุทธองค์ได้ทรงห้ามถึง 3 ครั้ง จนถึงครั้งที่ 4 พระองค์ทรงพิจารณาแล้วว่าเป็นกรรม ไม่สามารถห้ามได้ เป็นเหตุให้ราชวงศ์ศากยะถูกฆ่าหมด พระพุทธองค์หมดสิ้นพระญาติตั้งแต่บัดนั้นและครั้งหนึ่งพระองค์เสื่อมเอกลาภถึงขนาดที่ทั้งพระองค์และหมู่ภิกษุต้องฉันอาหารที่ใช้เลี้ยงม้าตลอดทั้งพรรษาในบางพรรษา ลูกศิษย์ของพระพุทธองค์มีเรื่องขัดแย้งถึงแตกสามัคคีกัน พระองค์ทรงห้ามอย่างไรก็ไม่เชื่อฟัง พระองค์จึงเสด็จหนีไปจำพรรษาอยู่ในป่าตามลำพัง


          อีก ครั้งหนึ่งที่โลกธรรมฝ่ายที่ให้โทษเกิดแก่พระพุทธเจ้า คือ เมื่อพระองค์ถูกชาวเมืองนินทาว่าร้าย เพราะถูกนักบวชนอกศาสนาใส่ความว่า พระองค์ทำให้อุบาสิกาตั้งท้อง

          ให้ คุณโยมน้อมพิจารณาดู แม้แต่พระพุทธองค์ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาบุรุษของโลก ชีวิตของพระองค์ก็ไม่ราบรื่นเช่นกัน พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสสอนว่า “ชีวิตเป็นทุกข์”


ทุกข์สัจจะ ได้แก่
1. ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เป็นทุกข์
2. ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่ชอบใจ ก็เป็นทุกข์
3. ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก ที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
4. ความผิดหวัง ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ก็เป็นทุกข์

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความจริงของชีวิตเราจึงควรยอมรับความจริงเหล่านี้ไม่มีชาวโลกคนใดจะหนีพ้นได้


ปัญหาระหว่างคุณโยมและภรรยานั้น ถ้าพูดถึงความถูกผิดแล้วต่างก็ผิดเหมือนกัน ถูกผิดเท่ากัน ดังนั้น จึงควรหาข้อเสียของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้น ก็เป็นความพอดีกับการกระทำที่แต่ละคนได้ทำมาถ้าผิดฝ่ายเดียว ปัญหาคงไม่เกิด เหมือนตบมือข้างเดียว เสียงย่อมไม่ดัง


ดังนั้น สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ

ประการที่หนึ่ง ทำความรู้สึกปล่อยวาง เพื่อให้ใจสงบ
ประการที่สอง เจริญเมตตา พยายามส่งกระแสใจที่เป็นความปรารถนาดี เป็น
          ความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่ ภรรยา อาจใช้วิธีนึกเห็นมโนภาพเห็นหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของเขา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนกับใคร ขอให้เขามีความสุข ให้พยายามเจริญเมตตา คิดดี พูดดี ทำดี ทั้งแก่ตัวเราเองและแก่ภรรยาผลก็คือ ตัวเราก็จะเกิดความสุขด้วย
ประการที่สาม ถ้าพูดกันในระยะยาวถึงเรื่องภพ ชาติแล้ว คุณโยมและภรรยาคงเคยผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติ จึงเป็นเหตุให้ชาตินี้ได้เป็นสามี ภรรยากัน
และต่อไปในชาติหน้า ก็อาจจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอีก

ถ้าคุณโยมไม่แก้ปัญหาให้เกิดความเข้าใจกันไม่ได้ให้อภัยและอโหสิกรรมให้แก่กันในชาตินี้ชาตินี้เป็นอยู่อย่างไร ชาติหน้าก็จะเป็นเหมือนกับที่เป็นอยู่ในชาตินี้เช่นกัน


ใครได้เปรียบในชาตินี้ ชาติหน้าก็จะเสียเปรียบ
ใครเสียเปรียบในชาตินี้ ชาติหน้าก็จะได้เปรียบ
เรื่องกรรมเป็นเช่นนี้
ใครฆ่าเราในชาตินี้ ชาติหน้าเราก็ฆ่าเขา
ถ้าชาตินี้เขาทอดทิ้งเรา ชาติหน้าเราก็ทอดทิ้งเขา
ถ้าชาตินี้ใครนอกใจเรา ชาติหน้าเขาก็จะถูกนอกใจเช่นกัน

เรื่องที่คุณโยมประสบอยู่ขณะนี้ ชาติก่อนคุณโยมอาจเป็นฝ่ายทำเขาก่อนก็เป็นได้ ดังนั้น ถ้ามองจากทั้ง 2 ฝ่ายในระยะยาวแล้ว ต่างคนจึงต่างเป็นผู้ผิดเหมือนไก่ กับไข่ซึ่งไม่มีเงื่อนงำว่าอะไรเกิดก่อนกันในเรื่องนี้ก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครผิดก่อนกัน


เมื่อเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว พิจารณาดูก็จะเห็นว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะถ้าอยู่ในสภาพนี้ ชาติ ต่อ ๆ ไป ก็จะเป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ ไปทำให้ต้องทุกข์ต่อไปหลายภพ หลายชาติ


ผู้ที่ไม่ประมาทจึงควรแก้ปัญหาในชาตินี้ ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ คือคิดแก้ปัญหาที่ตัวเราก่อน แก้ที่ใจเรา

สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ
1. ยอมรับความจริงดังกล่าว
2. ปล่อยวางอดีต ให้เหมือนกับไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
3. ให้อภัย เจริญเมตตา ไม่ถือโกรธ ไม่อาฆาตพยาบาทเขา
4. ทำใจเราให้สงบ

เมื่อทำได้เช่นนี้จริง ๆ เราจะอยู่ด้วยกันในชาตินี้ก็ดี ชาติหน้าก็ดีก็อยู่ด้วยกันอย่างปกติสุขได้


การคืนดีกันในชาตินี้ จะได้หรือไม่ ไม่ควรถือว่าสำคัญขอให้เรามีจิตใจที่จะคืนดีแก่เขาอยู่ในตัวเราก่อน ปฏิบัติตนเป็นคนดี คิดดี พูดดี ทำดีจนเขารู้จัก เข้าใจและเห็นใจเราและควรปฏิบัติให้มีการอโหสิกรรมแก่เขา ซึ่งก็เหมือนช่วยตัวเองด้วย อย่างน้อยเราก็จะมีชีวิตที่เป็นสุขได้


ในเรื่องภรรยาและลูกก็ไม่ต้องห่วงอะไรมากนัก ขณะนี้เราอาจจะมีความรู้สึกว่า เขาหนีจากเราไปถ้าลองเปลี่ยนความคิดดู พลิกนิดเดียว ลองคิดว่า เราจะหนีจากเขาบ้าง ลองมาบวชดูชั่วคราว หรือจะบวชตลอดไปก็ได้ ถ้ามีความสุข เพราะความสุขความสบายจากการอยู่คนเดียวก็มีเหมือนกัน อย่างที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า
การไม่มีภรรยา เป็นลาภอันประเสริฐ ถึงจะอยู่คนเดียว ก็พยายามอยู่ให้มีความสุข เขาจะ กลับมาหรือ ไม่กลับมาก็ได้


สุดท้ายนี้ขอให้คุณโยมพิจารณาดี ๆ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพุทธธรรมสมเหตุ สมผล และขอให้บรรเทาทุกข์ พ้นทุกข์โดยเร็ว ๆ นี้ขอให้มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป ......เจริญพร


ทุกข์...เพราะคนรักหนีจากไป โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

จากหนังสือ พลิกนิดเดียว
ที่มา : http://kwamjing.freewebsites.com/chapter10.htm
ปล่อยวางกับรักที่ไม่เข้าทาง จะรู้ว่าความว่างนั่น คือ "ความสุข"