A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 60782 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #285 เมื่อ: 13 มีนาคม 2019, 21:08:08 »
 เทพกระบี่ล่องหน

ตอนมือสังหารสะท้านภพ

ฉากที่สาม
เหนือจากความคาดหมาย

หลี่อี้เช็งเมื่อล้มคู่ต่อสู้ลงแล้วทั้งสิบสามคน

จึงสอดกระบี่นิลกาฬเก็บเข้าสู่ฝัก

ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บร้ายแรงแต่อย่างใด
เป็นแต่เพียงอาการบาดเจ็บภายนอกเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อฮ่องเต้หยุดพระสรวลแล้วทรงตรัสต่อไปว่าหลี่อี้เช็งก่อนที่จะรับพระราช
โองการลับ

ข้าเองก็อยากจะให้เจ้าพบคนผู้หนึ่ง

เมื่อกล่าวจบทรงตบมือสามครั้ง

พลันมีบุรุษชุดขาว
รูปร่างสง่างามผู้หนึ่งโพกผ้าสีขาวปิดบังใบหน้า

เดินออกมายังท้องพระโรง
ในมือของบุรุษผู้นี้มีกระบี่เล่มหนึ่ง

ข้าอยากจะให้มีการทดสอบ
ขั้นสุดท้ายของเจ้าก่อนที่จะไปปฏิบัติภารกิจลับ

แต่ในการประลองครั้งนี้
กระบี่เป็นอาวุธที่ยากจะหลบหลีกได้หรือยับยั้งได้

ก็แล้วแต่เจ้าทั้งสองว่า
จะตัดสินใจแพ้ชนะกันอย่างไร
หลี่อี้เช็ง
ก้มกายน้อมคารวะ
บุรุษผู้มาใหม่
ไม่ได้แสดงชื่อเสียงเรียงนาม
ค่ายสำนัก
หรืออื่นๆ
แต่อย่างใด
ตอนนี้นัยน์ตาของทั้งสองกลับประสานกัน
เกิดมีพลังกดดันอย่างมาก
ไม่เพียงแต่กับมันทั้งสองคน
แต่พลังนั้นกลับกดดันเสนาบดีทั่วท้องพระโรง

ทำเอาคนที่ไม่มีพลังภายใน
เริ่มหัวหมุนตาลายล้มลงแล้ว

บุรุษชุดขาวผู้นี้มันเป็นใคร

ทุกคนได้แต่เพียงคิด

หย่งเจิ้นฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย
เพราะว่า
เสื้อชุดดำของหลี่อี้เช็งที่เริ่มพองลมไม่เคยเห็นมาก่อน
มันเหมือนต้านกระแสลมแรง

เหมือนกับถูกพลังภายในส่วนหนึ่งกดดัน
ในทำนองเดียวกัน
เสื้อผ้าของบุรุษชุดขาวก็มีสภาวะไม่ต่างกัน

แต่ในตอนนี้มันกลับยิ้มแย้มแล้ว

หลี่อี้เช็งไม่รอช้าหลับตาลงเร่งพลังภายใน

พลังปราณจากร่างนิมิตออกไปแล้ว
พลังปราณนี้จะเกิดขึ้นได้
ในกรณีของจอมยุทธระดับสูง
มีพลังภายในล้ำเลิศ
สามารถเปล่งพลังภายในออกมาเป็นพลังปราณได้เท่านั้น

บุรุษชุดขาวก็สามารถต่อสู้กับหลี่อี้เช็งได้ด้วยพลังปราณเช่นกัน

หลังจากหลับตาตาลง

ในนิมิตนั้นหลี่อี้เช็ง

ชักกระบี่ออกมาด้วยความเร็วสูง

แทงออกมาสองกระบี่ที่หัวใจ
และที่ท้องน้อย

บุรษชุดขาวยากที่จะหลบหลีก

ในมือของมันก็ยังคงกำกระบี่อยู่

กระบี่ของหลี่อี้เช็งรวดเร็วยิ่งนัก
ยากที่จะมองด้วยตาเปล่าเห็น
เพียงแต่ต้องใช้ใจเท่านั้น
ที่จะสามารถมองเห็นได้
ในใจของบุรุษชุดขาวนั้น
กลับใช้ฝักกระบี่ในมือป้องกัน

เสียงกระบี่ของหลี่เช็งกับเสียงฝักกระบี่ของบุรุษขาว
กระแทกกันรุนแรงดังสนั่น
เปรี้ยง
เกิดประกายไฟขึ้น
กระบี่วิเศษที่อยู่ในมือของหลี่อี้เช็งแทงออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

บุรุษชุดขาว
หลบได้อย่างฉิวเฉียด
กระบี่นี้เร็วอย่างยิ่ง
ถ้าหากจะคาดเดาทางกระบี่นั้น
ยากจะมองออก

หากมัวแต่คาดทางป่านนี้บุรุษชุดขาวคงจะล้มลงแล้ว
 
บุรุษขาวปาดกระบี่ออกสาม ครั้ง
ที่จุดตายของหลี่อี้เช็ง

มันจึงจำเป็นต้องพลิ้วหลบกระบี่อย่างหวุดหวิด

พลันทั้งสองกลับลืมตาขึ้นโดยพร้อมกัน
บุรุษชุดขาวซัดมีดสั้นออกมาสามเล่ม

หลี่อี้เช็งสะบัดกระบี่ออกไปสี่ครั้ง
มีแสงวาบปรากฎขึ้น

ใบหน้าด้านซ้ายของหลี่อี้เช็งปรากฎบาดแผล
ขึ้นแผลหนึ่ง
ส่วนหลังฝ่ามือขวาของบุรุษชุดขาวปรากฎรอยแผลจากกระบี่เช่นกัน

"เทพกระบี่ล่องหน"
หลี่อี้เช็งหลุดปากออกไปคำหนึ่ง




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 พฤษภาคม 2019, 09:48:15 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #286 เมื่อ: 16 มีนาคม 2019, 15:01:32 »



เทพกระบี่ล่องหน
เทพสังหารสะท้านภพหลี่อี้เช็ง

ฉากที่สี่

เมื่อบุรุษชุดขาวและหลี่อี้เช็ง
ยุติการประลองฝีมือกันแล้ว

หย่งเจิ้นฮ่องเต้ ทรงตรัสว่า
หลี่อี้เช็ง
ข้าคิดว่าเจ้าผ่านการทดสอบแล้ว
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าจะฝากไว้ให้เจ้าภารกิจลับ
ก็คือยาลูกกลอนมังกรหยกหนึ่งเม็ด
ซึ่งมีสรรพคุณในการฟื้นฟูพลังภายในหรือว่ารักษาบาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย
ข้าให้เจ้าใช้เมื่อยามจำเป็น
เพราะโอกาสที่เจ้าจะต้องใช้มันมีสูงมาก
เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทางรอดในการดำเนินภารกิจลับนั้น
เจ้าพร้อมจะทำภารกิจเพื่อแผ่นดินหรือไม่
หลี่อี้เช็งตอบกลับทันทีว่า
พะยะค่ะ

มหาขันทีตะโกนก้องท้องพระโรงว่า
รับพระราชโองการ
เป็นกระบอกสีเหลืองลายมังกรจุกสีแดงเป็นเครื่องหมายลับ
ขณะนั้นบุรุษชุดขาวจากไปอย่างเงียบๆ

หย่งเจิ้นฮ่องเต้เมื่อสิ้นสุดการประกาศของมหาขันทีแล้ว
ทรงสะบัดมือหนึ่งครั้งพระราชโองการลับพุ่งตรงจากพระหัตถ์ของพระองค์ทันที
หลี่อี้เช็งต้องรีบเกร็งพลังภายในไปที่ฝ่ามือ
รับกระบอกมังกรที่บรรจุพระราชโองการลับจากหย่งเจิ้นฮ่องเต้

เมื่อรับพระราชโองการลับแล้ว
มันกล่าวกับตนเองในใจขึ้นมาว่า
สูงส่ง
เพราะฝ่ามือของหลีอีเช็ง
สั่นสะท้านไปแล้ว
ข้าหวังว่าสติปัญญาของเจ้า คงจะชี้นำทางออกให้ในภารกิจลับทั้งหมด
เพราะภารกิจนี้นอกจากจะใช้พลังฝีมือจอมยุทธอย่างเช่นเจ้าแล้ว
ยังต้องอาศัยปัญญาลึกล้ำในการแก้ปัญหา
ปัญหาทุกเรื่องที่เกิดมาบนโลกย่อมแก้ได้ถ้าใช้ปัญญา

ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน

คนที่แก้กันไม่ได้เพราะแพ้ความอยากของตนเอง
ความอยากที่มันเป็นสิ่งที่ยึดครองทั้งแผ่นดิน
ทำให้แผ่นดินร้อนระอุ
ต่างล่วงล้ำแย่งชิงแผ่นดินซึ่งกันและกัน
หวังว่า
ด้วยฝีมือของเจ้า
ด้วยวรยุทธแห่งเจ้า

จะนำมาซึ่งความสงบสุขของแผ่นดินของข้าและของเจ้าได้
เราต่างเป็นสหายร่วมแผ่นดินกัน
หลี่อี้เข็งฟังแล้วรู้สึกว่า
เข้าถึงในพระราชดำริของหย่งเจิ้นฮ่องเต้พระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้ที่ดี
ประชาชนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข หลังจากที่ผ่านภาวะสงครามมามากแล้ว
นานมากแล้วแผ่นดินฮั่นเราไม่มีฮ่องเต้เช่นนี้
ตอนนี้ประชาชนถึงร่มเย็นอยู่ทุกวัน
แล้วก้มกายน้อมลงกับพื้น
คารวะฮ่องเต้ 3 ครั้ง
เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีก
เป็นการคารวะสูงสุดในเรื่องของการนับถือ
ฮ่องเต้ทรงพระสรวล
แล้วตรัสกับพระองค์เองว่า
ข้าฝากแผ่นดินที่ข้ารวบรวมมาไว้ที่เจ้าแล้ว
นอกจากเจ้า....ทอดตาทั่วแผ่นดินคงจะไม่มีผู้ใดที่ทำการใหญ่เช่นนี้ได้

หากเจ้าพ่ายแพ้กับศึกนี้หรือภารกิจนี้
หากเจ้ามีครอบครัวก็จะได้รับปูนบำเหน็จให้
ถ้าเจ้าไม่มีอะไรเลยข้าก็จะจัดฉลองพิธีศพให้เจ้าอย่างสมเกียรติ
และให้ลบคำพูดที่ว่า เจ้าเป็นเพียงแต่นักฆ่าสะท้านภพเท่านั้น
แต่ข้าจะให้เจ้าเป็นหนึ่งในใต้หล้าคุ้มครองแผ่นดินของเรา
หลังสงครามใหญ่ที่รบรากันมานานมาก
แล้ว





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 พฤษภาคม 2019, 09:55:35 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #287 เมื่อ: 24 มีนาคม 2019, 21:43:17 »






ถ้าท่านยังไม่คิดจะทำอะไรให้คนที่ท่านรัก
ตามความจำเป็นและ

เพื่อให้เขาสบายใจ
ที่ท่านทำได้

ที่ท่านเรียกมันว่า
ความรัก
มันล้วนจอมปลอมทั้งสิ้น

เทพกระบี่จิว

ในรัชสมัยของ

หย่งเจิ้นฮ่องเต้

ภายหลังจากได้ชิงแผ่นดินแลกและชิงบัลลังก์กับองค์ชาย 14 ในพระบิดาพระองค์เดียวกันได้แล้วคือคังซีฮ่องเต้
เมื่อครองราชย์ใหม่ๆ
การปกครองก็ยังมีภัยจากคนคิดต่างในกลุ่มราชวงศ์ชิงของแมนจู
และยังมีชาวฮั่นบางส่วนต่อต้าน
ภายหลังจากที่พระบิดาคือคังซีฮ่องเต้ได้ปกครองประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี ได้สร้างความเป็นปึกแผ่นในการบริหารจัดการได้ดีตามสมควร เมื่อหย่งเจิ้นขึ้น
ครองบัลลังก์แล้ว

ในค่ำคืนหนึ่งที่พระองค์ทรงพระบรรทม
ก็ได้มีบุรุษสองคนและสตรีอีกนางหนึ่งเข้าในไปออกไปในห้องพระบรรทมในพระราชวัง
ได้คิดลอบปลงพระชนม์
แต่ด้วยความสามารถส่วนหนึ่งของพระองค์ จึงทรงรอดพ้นคมดาบคมกระบี่มาได้ทั้ง
ยังมีโจรผู้หนึ่งเกิดใจอ่อนและเปลี่ยนใจ
ไม่คิดสังหารพระองค์เมื่อมีโอกาสหากไม่เช่นนั้นแล้วราชวงศ์ชิง
ก็คงจะไม่มีหย่งเจิ้นฮ่องเต้
พระองค์ได้ศึกษาวรยุทธ์ของ 3 มือสังหารที่เข้ารุมลอบสังหารและทรงพบว่า
ล้วนแต่เป็นของบุรุษและสตรีที่มีฝีมือเป็นยอดยุทธอันดับหนึ่งทั้งสิ้น
ยากที่จะหาผู้ใดมีวิชาเสมอเหมือน
จะด้วยบุญวาสนาหรือโชคช่วยทำให้พระองค์รอดจากคืนลอบปลงพระชนม์มาได้
สิ่งเหล่านี้............พระองค์
ต้องทรงเก็บไว้ในใจตลอดเวลาและทรงรู้อยู่แต่เพียงผู้เดียว
จึงเป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ทรงเรียกตัวหลี่อี้เช็งเข้าเฝ้า

และมอบภารกิจลับปก่มัน

เทพกระบี่ล่องหน
หลี่อี้เช็ง
มือสังหารสะท้านภพ ตอนที่สี่

นักพรตวัยกลางคนแต่งกายในชุดสีเทาสะพายกระบี่เก่าเล่มหนึ่งกับผ้าห่อหนึ่ง
เดินตรงเข้ามาที่
ร้านแต้จิ๋วเหลา
ร้านสุราอาหารอันดับหนึ่งของมณฑลเจียงหนาน
ท่ามกลางลูกค้าที่อุ่นหนาฝาครั่ง
เสี่ยวเอ้อเช็ดโต๊ะแทบไม่ทัน ระหว่างที่นัก พรตชุดสีเทา
ยืนรอหาที่โต๊ะนั่ง เซี่ยวเอ้อก็รีบเดินมา
เชิญท่านให้เข้าไปนั่งตรงมุมร้านที่เหลือเป็นโต๊ะสุดท้าย พร้อมนรินน้ำชาให้ดื่มก่อน

นักพรตเอ่ยปากกับเสี่ยวเอ้อว่า
ขอเนื้อสองชั่งบะหมี่ชามหนึ่งมันโค้งคำนับแล้วก็ไปเตรียมอาหาร

นักพรตผู้นี้อยู่ในวัยราวสามสิยปี คิ้วยาว
เครายาวดูท่าทีองอาจสง่างาม สมเป็นนักบวชแต่งกายสะอาดสะอ้าน
นั่งจิบน้ำชาไปเพลิน
ท่ามกลางเสียงเหล่าชาวยุทธที่เป็น
นักบวช
หลวงจีน
นักดาบ
มือกระบี่
นายทหาร
ชาวเมืองแยก กันนั่งดื่มกิน
จนเต็มร้านไปหมด

รวมทั้งหลวงจีนวัดเส้าหลินก็มียนั่งอยู่สามรูป
อาหารร้านนี้รสชาติเป็นเยี่ยมที่มีชื่อก็คือ
เป็ดย่างเทพธิดาสวรรค์
ใครได้ชิมอาหารจานนี้แล้วจะรู้สึก
ลื่นคอกับเป็ดเนื้อนุ่มย่างเตาถ่าน
อาบน้ำผึ้ง รสชาติละมุนลิ้นหอมจากน้ำผึ้งหอมจากควันไฟที่ย่างเตาถ่าน
ในท้องเป็ดยัดเครื่องปรุงและสมุนไพร
มีน้ำซอสเป๋าฮื้อน้ำแดงราดมาด้วย
นอกจากนี้แล้ว ยังมี
ขาหมูโป๊ยก่าย
หนีลงจากสวรรค์ ขาหมูนี้จะทำเอา นึ่งซีอิ๊วก่อน สุดท้ายก็ไปทอดกรอบอีกทีหนึ่ง
ขาหมูหมักมาสามวันแล้วใส่ เครื่องหอมเครื่องเทศที่ผสมน้ำองุ่นจากเปอร์เซีย
ซาลาเปาร้านนี้ก็เป็นเลิศในแผ่นดิน
เพราะไส้ซาละเปาเป็นเช่นเดียวกับโต๊ะเสวยในวังหลวง
ที่ขาดไม่ได้
คือ
แหสวรรค์
เป็นแผ่นแป้งถั่วเหลือง
กับแปะก๊วยเผือกหวานกวนบดทอด
โรยกระทิเข้มข้น
ทอดน้ำมันคั่วงา ยังมีอีกหลายรายการที่เป็นที่ต้องตาต้องใจราวกับเทพรัง สรรค์
ครึ่งชั่วยามผ่านไป

มีบุรุษใบหน้าคมเข้ม
งามสง่างามในชุดเหลือง
ในมือถือพัดเหล็กเล่มหนึ่งกับห่อผ้าห่อหนึ่ง

สายตาสืบมองหาโต๊ะว่าง
แต่เป็นเวลาที่ชาวยุทธหรือว่าลูกค้าร่วมดื่มกินในเวลากลางวัน แออัด
เสี่ยวเอ้อรีบเดินมาเชื้อเชิญ
"คุณชายน้อยท่านพอจะนั่งกับท่านนักพรตผู้นั้นได้หรือไม่ "

บุรุษหนุ่มพยักหน้าแล้ว
เดินไปที่โต๊ะนั่งอยู่
"ท่านนักพรตจะรังเกียจให้คุณชายนั่งร่วมโต๊ะได้หรือไม่ "
นักพรตก็พยักหน้าเป็นการยอมรับ

ความผิดของคนอื่นยิ่งใหญ่เท่าภูผา
ความผิดของตนเท่าเส้นผมบังภูเขา
เวไนยสัตว์คือคนสอนได้จากผิดให้มาเป็นถูก
นอกนั้นเป็น
เดร้จฉาน
เปตร
อสุรกาย
นรกที่เรียกว่า
อบายภูมิ

นักบวด
อนาคาริก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 พฤษภาคม 2019, 10:02:05 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #288 เมื่อ: 01 เมษายน 2019, 08:25:44 »







กิเลสไม่ต้องใช้ความกล้าหาญสู้กับมันหรอก
ดูมันรู้มันแล้วไม่เอาเท่านั้น

อาตาปี สัมปชาโนสติมา

อนาคาริก

เพราะรักเธอฉันถึงบอกคำว่า
ลาก่อน
แต่ถ้าไม่ใช่ฉันจะบอกเธอว่า
สวัสดี
ตลอดชาติ
ทุกข์ไหมล่ะ

ขวัญ














เทพกระบี่ล่องหน

เฉียวฟงลี่

ครึ่งชั่วยามต่อมามีบุรุษร่างสูงใหญ่
ใบหน้าดุดัน
งามสง่าถือคันธนู
ยาวกว้างสองเมตรครึ่ง
น้ำหนักมาก
เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม

แต่งกายเหมือนกับนักล่าสัตว์ชาวมองโกล

จึงเป็นที่จับตาของลูกค้าชาวฮั่นเป็นอย่างมาก

หลังจากที่เขานั่งลงแล้ว
ก็หงายถ้วยชารินน้ำชาร้อน
แล้วจิบลงไปสองอึก
กำลังจะรินต่อไปเป็นครั้งที่สอง

พลันก็มีมีดสั้นเล่มหนึ่ง
พุ่งปักตรงมาที่ฝ่ามือของมันห่างไปสองหุน
"ปึก"

ในระหว่างที่เขาสอดส่องหาผู้ปามีดเล่มนั้น

ก็มีบุรุษสูงยาวรูปร่างสันทัด
ใบหน้าดุดัน แสยะยิ้มให้
แล้วกล่าวว่า
ร้านนี้และเมืองนี้ไม่ต้อนรับชาวมองโกลที่รับใช้ราชสำนัก

แต่มันก็หยิบถ้วยชาที่รินน้ำชาแล้ว

ขึ้นมาจะดื่มต่อไป

ก็มีมีดสั้นเล่มที่สอง
วิ่งตรงมายังถ้วยชาใบนั้นทันที
"กิ๊ง"

มีดสั้นปลายแหลมปักอยู่ตรงถ้วยชาใบเล็ก
แต่ที่น่าแปลก
ประหลาดก็คือ
ไม่มีรอยแตกสลาย
แม้จะมีดสั้นยังปักอยู่ที่ถ้วยชาแล้วก็ตาม

แสดงให้เห็นว่าพลังภายในของผู้ใช้ถ้วยชาสูงส่งมาก

สามารถรับมีดสั้นด้วยถ้วยชาในมือเพียงข้างเดียว
แล้วยังส่งพลังไปยังถ้วยสามารถป้องกันถ้วยไม่ให้แตกได้
ผู้ใช้มีดท่าทางอารมณ์เสีย
สะบัดมือครั้งหนึ่ง

มีดสั้นสามเล่มพุ่งตรงไปสู่บุรุษร่างใหญ่ใส่เสื้อขนสัตว์นั้นทันที
บุรุษร่างใหญ่
ใช้แขนเสื้อตีเป็นวงกลมกว้างรับมีดสั้นทั้งสามเล่มได้พร้อมกัน

แล้วสะบัดมีดสั้นลงพื้น
"มีดสายฟ้าช้วงจินตั้ง"


ชาวยุทธที่นั่งในโรงเตี๊ยมแห่งนั้น
ร้องดังขึ้นมา


แต่บัดนี้เจ้าของมีดสั้นสายฟ้า
ใบหน้ากลับบูดเบี้ยว
มีสีแดงกร่ำด้วยความโกรธ
เพราะอาวุธของมันไม่สามารถที่จะทำร้ายบุรุษร่างใหญ่ได้แม้แต่น้อย

บุรษผู้มีธนูเป็นเครื่องเคียงกาย พลันยิ้มให้มัน

"เจ้าเป็นใครกันแน่
สามารถรับมีดสั้นที่เร็วที่สุดของข้าได้"

"ท่านอาวุโส
ข้าเฉียวฟงลี่ เป็นชาวฮั่น"

ชาวยุทธที่นั่งอยู่ต่างตะโกนลั่นว่า
"เฉียวฟงลี่หัวหน้าพรรคกระยาจก"

[/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 พฤษภาคม 2019, 22:57:31 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #289 เมื่อ: 04 เมษายน 2019, 10:51:47 »



เทพกระบี่ล่องหน

นักพรตคิ้วขาว
ระฆังทองครอบล่าง
และหมัดเจ็ดทำร้าย

นักพรตคิ้วขาว เดิมเป็นพระอยู่ในวัดเส้าหลิน แต่หลังจากได้ฝึกยอดวิชาในวัดเส้าหลิน
จนสำเร็จยุทธ
ในหลายวิชาแล้ว
ได้พัฒนาฝีมือเป็นยอดยุทธที่เขาฮั้วซัว
และไปสำเร็จวิชาหมัดเจ็ดทำร้าย
ที่สำนักคงท้งจนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักคงท้ง

เป็นสุดยอดฝีมือหนึ่งในสิบที่เลื่องลือในยุทธภพ
วิชาหมัด 7 ทำร้ายของท่าน ร้ายกาจเพียงใด เมื่อกระแทกหมัดออกไปหากมีเจตนาจะทำ ร้าย
อวัยวะข้างนอกจะไม่มีร่องรอยการเสียหายเลย แต่ผู้ที่ถูกทำร้าย จะมีอาการบอบช้ำจนตายหลังจากที่โดนหมัดเจ็ดทำร้าย
อย่างเร็วสามย่างก้าว
ครึ่งชั่วยาม
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
อย่างช้า 7 วันจนถึงครึ่งปี

เป็นที่หมายได้เลย
เพราะถูกพลังภายในกระแทกจุดตายในร่างกายที่
หัวใจ ม้าม ตับไตปอดและสมอง
ในกระบวนท่าที่สุดร้ายกาจที่ท่านบัญญัติออกมา
อ่อนไหว
นิ่มแข็ง
แต่ลึกล้ำจากการกำหนดลมปราณ
จึงยากที่จะมีผู้ใดฝึกฝนจนสำเร็จหรือใช้ออกได้เต็มสิบส่วน
คงจะมีก็แต่นักพรตคิ้วขาวเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ที่คลั่งไคล้วิทยายุทธจึงฝึกจนบรรลุเคล็ดลับวิชาหมัดเจ็ดทำร้ายที่สำนักคงท้งนี่
อีกทั้งยังเป็นคนที่ใส่ใจและหมก มุ่นกับการฝึกวิทยายุทธอย่างจดจ่อ
สมาธิกล้าแข็งพลังภายในลึก ล้ำยากจะคำ นวณ

เฉียวฟงลี่เอง
แม้จะไม่เคยประมือกับ
นักพรตคิ้วขาวมาก่อนเลย
แต่ด้วยคำเล่าลือและจากการมี่สามารถสัมผัสพลังภายในของนักพรตคิ้วขาวในขณะนี้แล้ว
ก็มิอาจประมาทได้เช่นกัน
ประมุขเฉียวจึงเกร็งพลังภายใน เต็มสิบส่วนไปที่ฝ่ามือสองข้างของเขาทันที

นักพรตคิ้วขาวกระแทกหมัดขวาออกมาเต็มแรง
แฝงพลังภายในร้ายกาจอยู่สามอย่าง
คือ
พลังอ่อนไหลแข็ง
ที่จุดตายสามจุด ของประมุขเฉียวซึ่งเป็นการทดสอบพลังภายในของ
และในทำนองเดียวกัน
ประมุขเฉียวได้กวาดฝ่ามือเป็นวงกลมแล้วก็กระแทกฝ่ามือออกไปพร้อมๆกัน
พลังกลางฝ่ามือ สองข้างกระแทกออกไปตรงๆพร้อมกันแล้ว
"สะท้านขวัญร้อยลี้"
"ตูม"

อ้างอิงรายชื่อฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า

1. 亢龍有悔 / 亢龙有悔 / ขั่งเล้งอู่อ้วย (มังกรผยองได้สำนึก)

2. 飛龍在天 / 飞龙在天 / ปวยเล้งต่อเทียน (มังกรบินอยู่สวรรค์)

3. 龍戰於野 / 龙战于野 / เล้งเจี่ยงอี่เอี้ย (มังกรโรมรันกลางไพร)

4. 潛龍勿用 / 潜龙勿用 / เชี่ยมเล้งม่ายเอ่ง (มังกรซ่อนกบดาน)

5. 利涉大川 / 利涉大川 / หลีเสียบไต้ชวง (เชี่ยวชาญข้ามแม่น้ำใหญ่)

6. 鴻漸於陸 / 鸿渐于陆 / ฮ้งเจี้ยมอีเล็ก (หงส์ร่อนพสุธา)

7. 突如其來 / 突如其来 / ตุ๊กยู่คี้ไล้ (ประดังโดยพลัน)

8. 震驚百里 / 震惊百里 / จิ้งเกี่ยแป๊ะลี้ (สะท้านขวัญร้อยลี้)

9. 或躍在淵 / 或跃在渊 / ฮกเตียกต่อเอียง (ทะยานสู่มหรรณพ)

10. 神龍擺尾 / 神龙摆尾 / ซิ้งเล้งไป้ป่วย (มังกรสะบัดหาง)

11. 見龍在田 / 见龙在田 / เกี่ยงเล้งต่อฉั้ง (มังกรผงาดกลางทุ่ง)

12. 雙龍取水 / 双龙取水 / ซ้งเล้งฉู่จุ้ย (มังกรคู่ดูดน้ำ)

13. 魚躍於淵 / 鱼跃于渊 / ชงเล้งเท่งคู้ (มังกรดำน้ำลึก)

14. 時乘六龍 / 时乘六龙 / ซี่เซ้งลักเล้ง (บังคับหกมังกร)

15. 密雲不雨 / 密云不雨 / มิกฮุ้นปุกโหว (เมฆหนาทึบไร้พิรุณ)

16. 損則有孚 / 损则有孚 / ซุ่งเจ่กอู่ฮู (ลดสูญเสียเกิดผลลัพธ์)

17. 履霜冰至 / 履霜冰至 / ลี่ซึงเปียเล้ง (มังกรพิโรธ)

18. 羝羊觸藩 / 羝羊触藩 / เชี่ยเค้าเล้งแอ้ (พิฆาตมังกร)

วิกีพีเดีย

https://youtu.be/2RkaFQPWprw

หมัด 7 ทำร้าย

“...หัวใจเป็นธาตุไฟ ปอดเป็นธาตุทอง ไตเป็นธาตุน้ำ ม้ามเป็นธาตุดิน ตับเป็นธาตุไม้ บวกกับพลังความร้อนและเย็น พอฝึกปรือจะทำร้ายทั้งเจ็ดสิ่ง ทั้งเจ็ดประการล้วนถูกทำร้าย
วิชาหมัดเจ็ดทำร้ายนี้
เมื่อเพิ่มพูนอีกขั้นหนึ่ง อวัยวะจะถูกทำร้ายอีกขั้นหนึ่ง
แท้จริงทำร้ายตัวเองก่อน ค่อยทำร้ายศัตรู...”

หมัดเจ็ดทำร้าย เคล็ดใจความสำคัญอยู่ที่ “ทำร้ายตัวเองก่อนค่อยทำร้ายศัตรู”
หมัดเจ็ดทำร้ายเป็นสุดยอดเพลงหมัดของสำนักคงท้ง
ทำไมถึงเรียกหมัดเจ็ดทำร้าย ก็เพราะว่า

ผู้ที่ฝึกวิชานี้เวลาต่อยหมัดออกจะแฝงพลังที่แตกต่างกัน 7 สาย (แกร่งกร้าว อ่อนหยุน แฝงความอ่อนในความแข็ง แฝงความแข็งในความอ่อน ใช้ขวาง ส่งตรง หดเข้า) ศัตรูต้านทานพลังสายแรก
ไม่อาจรับพลังสายที่สอง ต่อให้รับพลังสายที่สองได้ พลังสายที่สาม สี่ ห้า หก เจ็ด ที่ปลดปล่อยพลังออกมาพร้อมกันจะรับได้อย่างไร เพราะเหตุนี้จึงเรียกวิชานี้ว่าหมัดเจ็ดทำร้าย
อานุภาพของหมัดเจ็ดทำร้าย

หากต่อยหมัดไปที่ต้นไม้ใหญ่ ความจริงต้นไม้ต้องหัก
หรือไม่หมัดก็ต้องจมเข้าไปในเนื้อไม้
แต่ปรากฎว่าพอต่อยหมัดออกต้นไม้ไม่หักและไม่มีรอยปริแตกแม้แต่น้อยไม่ได้รับความเสียหายก็เพราะว่าพลังของหมัดเจ็ดทำร้ายมุ่งทำลายจากภายในโดยไม่สร้างความเสียหายต่อภายนอก หลังจากนั้น 3 วันให้หลังไม้ใบเหลืองซีดร่วงหลุด ครึ่งเดือนให้หลังต้นไม้ทั้งต้นเหี่ยวแห้ง หมัดที่ปล่อยออกมานั้นได้ทำลายชีวิตของต้นไม้นั้นไปแล้ว หากหมัดนี้ต่อยถูกคนมีชีวิต
อวัยวะภายในจะพังยับ
วิชาหมัดเจ็ดทำร้ายนี้ถึงแม้จะมีอานุภาพทำลายที่สูงแต่หากผู้ฝึกวิชานี้มีกำลังภายในที่อ่อนด้อยจะเป็นการทำร้ายอวัยวะภายในของผู้ฝึกเอง หากมีกำลังภายในที่ลึกล้ำหนักแน่นแล้วฝึกหมัดเจ็ดทำร้ายจะเกิดความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้นผู้ที่สำเร็จวิชานี้นับว่ามีน้อยยิ่ง
แม้แต่สำนักคงท้งศิษย์ในสำนักรุ่นหลังก็ไม่มีใครสำเร็จวิชานี้

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #290 เมื่อ: 06 เมษายน 2019, 21:25:47 »



เทพกระบี่ล่องหน

ประมุขเฉียวฟงลี่

ฝ่ามือพิชิตมังกร
ปะทะ

นักพรตคิ้วขาว
ฝ่ามืออรหันต์

ประมุขเฉียวเป็นผู้สนใจในวรยุทธ
เวลานี้ได้โอกาสประลองฝีมือกับยอดยุทธ์เช่นนักพรตคิ้วขาว

เมื่อเห็นผู้ต่อสู้กล้าแข็งเช่นนี้จึงอยากลองใช้ไม้ตายที่ตัวเองบัญญัติขึ้นมาใหม่ในท่าที่ 18
มังกรพิโรธทันทีจึงเดินพลังภายในสิบส่วนสุดขั้ว
หวังพิชิตชัยในกระบวนท่าเดียว เมื่อพลังเต็มเปี่ยมแล้วก็สะบัดฝ่ามือ
"มังกรพิโรธ"ออกไปทันที
เสียงระเบิดพลังออกไปแล้ว

เฉียวฟงลี่รู้ว่าจะต้องเอาจริงกับนักพรตคิ้วขาวท่าน

นักพรตเองก็ไม่ได้ประมาท สะบัดฝ่ามือออกมาหมุนควงแทนที่ใช้กำปั้น เจ็ดทำร้ายสะบัด ฝ่ามือเดินพลังภายในออกมาเจ็ดส่วน
ด้วย
"ฝ่ามืออรหันต์"
ฝ่ามือมี่ร้ายกาจที่สุด
"บึ้ม"

เฉียวฟงลี่ถูกฟาดถอยหลังกระเด็นออกไปลมปราณปั่นป่วน
ที่พื้นมีรอยฝ่ามืออยู่หนึ่งลึกลงไป

แล้วก็กระอักโลหิตออกม่คำหนึ่ง
เจ็บหน้าอกเสียวแป๊บ
นักพรตคิ้วขาวลอยลงมาสู้พื้นเสื้อผ้าขาดไปหลายส่วน

"ฮ่าๆๆชั่วชีวิตข้าไม่เคยเจอคู่ต่อสู้กล้าแข็งเช่นท่านเลยประมุขเฉียว
สมแล้วที่เป็นผู้บัญญัติฝ่ามือพิชิตมังกร 18 กระบวนท่า
และเป็นบุญตาของการประลองวันนี้
ต่อไปในภายภาคหน้าในพิภพนี้
ยากที่ผู้ใดจะเทียบท่านไดการที่ออกมาท่องยุทธภพในครั้งนี้ของเล่าฮู(ผู้อาวุโส)
เป็นที่อิ่มหนำสำราญดี
รักษาตัวด้วยท่านประมุข"
เมื่อกล่าวจบ
กระโดดตัวลอยด้วยวิชาเมฆาย่นระยะ
พลังตัวเบาสูงสูงมาก
จนหายวับไปมนกลางอากาศ เฉียวฟงลี่ลุกขึ้นมาเดินพลังลมปราณ
เลือดลมยังเดินดีไม่มีอะไรบาดเจ็บสาหัส
แค่บาดเจ็บเล็กน้อย
ลมปราณแปรปรวนบ้าง"นับว่าเป็นโชคดีที่จ้ารับความเมตตาจากนักพรตคิ้วขาว"
ก้มตัวคารวะในทิศทางที่นักพรตคิ้วขาวจากไป

จึงเดินไปยังทิศเหนือ

พพ มาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 เมษายน 2019, 09:03:55 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #291 เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:20:52 »






ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #292 เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:22:10 »



เทพกระบี่ล่องหน

เฉียวฟงลี่ประมุขพรรคกระยาจก
และถังเยี่ยเซินประมุขตระกูลถัง











เฉียวฟงลี่พร้อมสมาชิกพรรคกระยาจก 3-4 คน
จะเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยม
เพื่อพักพ่อนดื่มกินกันต่อไป

บุรุษกนุ่มผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์ผสีขาวพกร่มในมือด้านหนึ่ง
แย้มยิ้มเดินเข้ามา
กล่าวกับประมุขเฉียวว่า
"วันนี้เป็นวาสนาได้เห็นฝ่ามือพิชิตมังกรของท่านประมุขเฉียวแล้ว
ข้าถังเยี่ยเซิo


จึงบังเกิดความกระตือรือร้น
อยากที่จะขอคำชี้แนะจากท่านประมุขเฉียว
ดูสักสามกระบวนท่า
มิทราบท่านประมุขเฉียวจะเมตตาชี้แนะเเก่ข้าหรือไม่"


พูดพลางยิ้มพลางทำให้ใบหน้าของมันดูสง่างดงามยิ่ง
พร้อมกับก้มน้อมคารวะ

เฉียวฟงลี่
หันไปยิ้มให้บุรุษชุดขาวนั้น
ที่ท่าทางเป็นคุณชายสำอางค์
ถังเยี่ยเซิน



"ย่อมได้และยินดี"

"ไม่ทราบท่านประมุขได้รับบาดเจ็บจากการประลองยุทธเมื่อสักครู่หรือไม่"


ถังเยี่ยเซินถาม

เฉียวฟงลี่[จล่าวตอบทันที
"บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้นเป็นอาการบาดเจ็บแต่ภายนอก"

"เช่นนั้นข้าผู้น้อยถังเยี่ยเซินขอล่วงเกินท่านประมุขแล้ว"

"ฝ่ามือวานีใตรพิภพ"

 ขาดคำก็ถังเยี่ยเซินก็เกร็งพลังภายใน
สะบัดมือที่เย็นเฉียบจากน้ำในกาย
กลายมาเป็น
พลังแรงน้ำกระแทกออกมา


ผู้ที่สามารถขับเหงื่อในร่างกายออกมาเป็น
"พลังฝ่ามือวารี
ใต้พิภพ"นี้
จะมีจอมยุทธสักกี่คนที่ทำเช่นนี้ได้

ช่างไม่ธรรมดา

ประมุขเฉียว
ผลัก"ฝ่ามือมังกรผยองได้สำนึกหรือชั่งเล้งอู้อวย"
ออกมาด้วยพลังภายในห้าส่วนหมุนเป็นวงกลมกระแทกออกไป
ตอบรับกับพลังวารีใต้พิภพจากฝ่ามือของบุรุษแซ่ถัง


กระแสน้ำแยกออกไปสี่ทิศทาง
บุรุชุดขาวแซ่ถังม้วนฝ่ามือ
กระแทกออกมาอีกครั้งหนึ่ง

เป็นลมพายุแรง
พายุที่สะท้อนออกไปชนต้นไม้
ข้างประมุขเฉียวหักสะบั้น
เฉียวฟงลี่
กระแทก
"ฝ่ามือมังกรโรมรันกลางไพร"ออกไปด้วยพลังภายในหกส่วน
"เปรี้ยง"

พพ มาก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 พฤษภาคม 2019, 23:06:23 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #293 เมื่อ: 16 เมษายน 2019, 14:01:06 »











เทพกระบี่ล่องหน


ตอนกำเนิดเทพวิชสุดขั้ว

ประมุขเฉียวภายหลังจากที่ประลองยุทธกับบุรุษหนุ่มวัยเยาว์อายุเพียงสิบแปดปี
ถังเยี่นเซิน
ครบสามกระบวนท่าแล้ว
ยังไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับ ที่จุดตันเถียนแต่อย่างใด
ยังแลเห็นถังเยี่ยเซินไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับแต่อย่างใดเช่นกัน
ถังเยี่ยเซินกลับเร่งพลังภายในเพิ่มสูงขึ้นมากจนกดดันมายังชุดที่ประมุขเฉียวสวมใส่อยู่จนชุดและผมของเฉียวฟงลี่พลิ้วไหวไปมาด้วนพลังลมปราณของมัน

เฉียวฟงลี่เองยังคงไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับเช่นกัน

แต่กลับมีความรู้สึกหนึ่งบังเกิดขึ้นมาในใจว่า

บุรุษหนุ่มเยาว์วัยผู้นี้นี้อายุเพียง สิบแปดปี

เหตุใดวรยุทธของมันถึงได้ลึก ล้ำมาก
อีกทั้งพลังภาย ในของมันกลับมา
กล้าแกร่งราวกับยอดคนถึงเพียงนี้

ทุกกระบวนท่าและวรยุทธของถังเยี่ยเซินล้วนแล้ว
พลิกแพลง

ยากจะหาจอมยุทธในยุทธภพที่จะมีพลังฝีมือ
และพลังภายในลึกล้ำเช่นนี้
เฉียวฟงลี่เร่งพลังภายในเพิ่มขึ้นจนเกือบเต็มสิบส่วนแล้ว
เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อไปกับ
บุรุษวัยเยาว์ผู้อยู่เบื้องหน้านั้นอย่างเต็มที่พร้อมจะทดสอบวรยุทธที่มันเพิ่งสำเร็จทันที

ในขณะเดียวกันถังเยี่ยเซิน
ก็เลยจุดที่จะถอยออจากการประลองยุทธขั้นแตกหักกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพ
จนอยากจะรู้ผลวรยุทธของตนเองกับประมุขเฉียว

ผู้มีฉายาว่า
เทพแห่งพลังฝ่ามือ

เฉียวฟงลี่เป็นจอมยุทธรุ่นใหม่พลังกล้าแกร่วชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในยุทธภพเวลานี้
ยากที่จะมีผู้ใดต้านทาน
สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรของเขาได้

ถังเยี่ยเซินตั้งจิตมั่นเดินพลังภายในกาย
เต็มเปี่ยม
เมื่อพลังภายในบรรจบสมดุลแล้ว
ก็ปล่อยให้พลังหยินหยางในกายร่ายรำออกไป
ถอยคือลุก
แข็งคืออ่อน
อ่อนคือแข็งยืดหยุ่นนุ่มนวล ทรงพลังต่อเนื่องไหลเวียน ก่อน
ไม่ใช่แข็งและแข็ง
ไม่ใช่อ่อนแล้วอ่อน
พลังลื่นไหลเป็นทางเดียวกัน
แห่งลมหายใจของจักรวาล

ในขณะที่ประมุขเฉียวเองก็เร่งพลังภายในขึ้นมาเต็มเปี่ยมเกือบาสิบส่วน แล้วก็ยังไม่หยุดเร่งพลังภายใน

จนวงจรพลังภายในมาถึงจุด ที่ตนเองไม่เคยคาดคิดว่าจะผ่านมันไปได้
จุดที่สงบจนถึงจุดที่ภาวะที่จิตนิ่ง
นิ่งจนเกิดพลังขุมใหม่ที่ใหญ่มาก
โดนไม่คาดคิดว่าร่างกายของตนเองจะรับพลังขุมนี้ไหว

แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเฉียวฟงลี่
เมื่อเห็นพลังยุทธ์ของบุรุษผู้เยาว์ที่อยู่ต่อหน้า
จึงเร่งพลังต่อไปจนมีเสียงดังสนั่นลั่นหู
จนตนเองอดที่จะอ้าปากร้องตะโกนลั่นออกมาไม่ได้
คำหนึ่งว่า

"ฟงหยุนถี่ "
ก้อนหินรอบตัวของยอดยุทธทั้งสอง
ต่างลอยขึ้นมาแล้วจากพลังภายในกายที่เปี่ยมล้นออกมา
จากทั้งสองฝ่าย


ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #294 เมื่อ: 17 เมษายน 2019, 17:35:09 »







เทพกระบี่ล่องหน

กำเนิด
"ฟงหยุนถี่"
พลังล้นโลก


เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากประมุขเฉียว
ก็เกิดแรงดึงดูดภายในร่างกายของเขา
อกมาราวกับจะดูดสิ่งต่างๆรอบตัวเข้าไปสู่ร่าง

แต่ในตอนนี้ร่างของประมุขเฉียว
หมุนเร็วราวกับลูกข่างด้วยความเร็วสูง
จนเกิดพลังถ่าย เท
ออกไปยังเบื้องบนและลงสู่เบื้องล่าง
แกนความเร็วหมุนเร็วจนสายตามองไม่เห็น
พลังที่ยากจะรับมือได้
ร่างกายของประมุขเฉียวเองจะสามารถรับพลังนี้ได้หรือไม่เท่านั้น

หากรับได้
นั่นย่อมหมาย ความว่าสิบแปด ฝ่ามือพิชิตมังกรของประมุขเฉียว
ยากจะมีผู้ใดในใต้หล้าต้านทานได้
พลังภายในที่อยู่ในร่างของประ มุขเฉียว
ที่เกิดขึ้นใหม่หมุนเวียนไล่พลังภายในขุมเก่าออกไปจนหมด

ทำให้ร่างกายเกิดความเร็วสูงมากกว่าเดิมอีก หลายเท่า
พลังภายในที่บังเกิดขึ้นก็เช่นกัน

ถังเยี่ยนเซิน
แม้จะตกใจจนขีดสุด

เมื่อเห็นดังนั้น
อย่างไรตาม
เขาเป็นอัจฉริยะในเชิงยุทธ์
ที่ในรอบสองร้อ ยปีจะมีบุรุษ
เช่นเดียวกันกับมันบังเกิดขึ้น เพียงหนึ่งเท่านั้น

สติจึงมั่นคงมากเขาดูออกว่า
หากพลังนั้นและร่างกายของประมุขเฉียวเองรวมกันได้เมื่อไหร่
นั่นย่อมหมายถึงว่าจะไม่มีใครที่จะสามารถต้านทาน
พลังฝ่ามือของประมุขเฉียวได้อีกเลยในแผ่นดิน
แต่ในระหว่างนี้ เป็นช่วงรอยต่อระหว่าง
เปลี่ยนถ่ายพลังเก่า
และพลังใหม่
ยังคงเป็นจุดที่มีช่องโหว่ของประมุขเฉียวอยู่นั่นเอง
แทนที่จะใช้ กลยุทธ์ดั่งเดิม

ถังเยี่ยนเซิน
กลับร่ายรำ เพลงหมัดประหลาดขึ้นออกมาชุดหนึ่ง
ที่รวมสุดยอดวิทยายุทธของเส้าหลินและบู้ตึ๊งเข้าด้วยกัน
ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่า วิชานี้
ถังเยี่ยเซินฝึกมาจากที่ใด

(เมื่อหลายปีก่อน
ถังเยี่ยเซิน
ได้ถูกส่งตัวมาจากตระกูลถัง
อันเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน
เพื่อมาเป็นศิษย์ของวัดเส้าหลิน
โดยมีเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาให้อยู่ห้าปี

ถังเยี่ยเซินได้เรียนวรยุทธ์อย่างเข้มข้น
กับท่านเจ้าอา
วาส
จนวิทยายุทธสูงส่งล้ำเลิศ

มีข่าวลือออกมาจากวัดเส้าหลินว่า
ถังเยี่ยเซินสามารถประลองยุทธ์กับท่านเจ้าวาส
ผลออกมาเสมอกัน
ก่อนที่ถังเยี่ยเซินจะเดินทางออกจากวัดได้สามเดือน

และในระหว่างนั้นทางวัดเส้าหลิน
มีอาคันตุกะอาวุโสผู้หนึ่งอายุ 100กว่าปี เป็นชายชรารูปร่างแข็งแรงหนวดเครายาวผมสีขาวโพลนไปทั้งหัว
เมื่อท่านเดินผ่านบานประลองยุทธเห็นถังเยี่ยนเซิน
ฝึกวิชาอยู่
ออกจะสนเท่ห์ในฝีมือของถังเยี่ยเซินว่าเป็น
ยอดคน
อีกทั้งยังมีสัมมาคารวะเรียบร้อยมาก
จิตใจดีงาม
เป็นเด็กที่มีอัจฉริยะเชิงยุทธ์ จึงอยากจะรับเป็นศิษย์
แต่ทำไม่ได้เพราะเขามีสังกัดอยู่ที่วัดเส้าหลินแล้ว
ท่านจึงถ่ายทอดเคล็ดวิชาวิทยายุทธของตน
เพื่อไม่ให้สูญหายไปจากโลกนี้
ที่ตนเองใช้เวลากว่าสามปีจะคิดค้นขึ้นได้
คือหมัดไทเก๊ก ชายชราผู้นั้นก็คือประมุขจางแห่งบู้ตึ๊งนั่นเอง

ถังเยี่ยเซินใช้เวลาสองเดือนกับอีกสิบวัน
ฝึกสำเร็จยอดวิชาบู้ตึ๊งนี้
เป็นที่ภูมิใจแก่อาจารย์ทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง

แต่ในเวลานี้ถังเยี่ยเซินกลับตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือมัจจุราช
กับพลังฟงหยุนถี่

ที่ยากจะควบคุมของประมุขเฉียว
และ
จะต้องต้านรับแบบไม่มั่นใจเลย

ถังเยี่ยเซินจึงคิดจะใช้หมัดไท้เก็ก
ออกมารับมือเป็นครั้งแรกในชีวิต
กับฝ่ามือพิชิตมังกรฟงหยุนถี่
แม้จะเสี่ยงตายก็ตาม
ตั้งจิตเป็นหนึ่ง
รวบรวมกายกับจิตเป็นหนึ่งเดียวเช่นกัน




ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #295 เมื่อ: 23 เมษายน 2019, 10:22:46 »






เทพกระบี่ล่องหน

ฟงหยุนถี่
พลังล้นโลก

ตอนที่สอง

ฝ่ามือมังกรจักรวาล

ตอนนี้
ถังเยี่ยเซินเผชิญศึกหนักที่สุดในชีวิต
เพราะคู่ต่อสู้ของเขามีพลังสุดขั้วล้นโลก

ต่อให้จอมยุทธแถวหน้ากว่าห้า คนผลึกพลัง
ก็คงจะไม่มีพลังร่วมกันได้ถึงเพียงนี้
ถังเยี่นเซิน
แม้จะสงบจิตได้ลึกเย็นก็ตาม
แต่ก็ไม่วายโดนปราณพลังมหาศาลกดดัน
จนขยับตัวแทบไม่ได้
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าทุกอย่างต่างมีจุดอ่อนอยู่
เพียงแต่เขายังหาไม่พบเอง

ในขณะเดียวกันกับที่ประมุขเฉียวเองก็ตะลึงตะลานกับพลังของ"ฟงหยุนถี่"
ที่มากล้นของตนเอง
ก้อนหินที่อยู่บริเวณข้างเคียงในลานประลองของใกล้แต้จิ๋วเหลาต่างหมุนลอยขึ้นเต็มไปหมด

แม้กระทั่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเอง


ก็ยังโดนปราณพลังกดดันจนร่างไหวไปไหวมา
ราวกับต้องพายุ
ส่วนหลวงจีนหลายรูปรวมทั้งชาวยุทธที่มีพลังยุทธไม่สูงพอ
และอยู่ในบริเวณนั้น
ไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนอยู่
ล้วนแล้วทรงตัวกันแทบไม่ได้

บางคนก็ปลิวไปตามพลังลมที่เกิดจากปราณพลังที่ไหลออกมาจากร่างของประมุขเฉียว

ลมหายใจ....คือพลังงานของตน
พลังมันเยอะจนเกินกว่าที่
ประมุขเฉียว
จะคิดขึ้นมาหรือคาดเดาได้

ปราณผลังมากล้นจนท่วมออกนอกกาย
เป็นกำแพงปราณพลัง
สูงสามสิบเมตรด้านหลังของเขา

จนชาวยุทธทุกคนแล้วล้วนตะลึง
เมื่อเห็นปราณพลังกลายร่างเเป็น
พญามังกรจักรวาล
หรือว่ากำลังภายในของประมุขเฉียยว
เมื่อผสมผสานกับวิชาฝ่ามือพิชิตมังกรของเขาแล้ว

ทำให้มีการไหลเวียนของพลังมากมายขนาดนี้

จนเป็นที่กล่าวขานทั่วยุทธภพว่า

พลังฝ่ามือมังกรถล่มจักรวาลของเฉียวฟ่งลี่
เกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 เมษายน 2019, 16:17:47 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #296 เมื่อ: 24 เมษายน 2019, 10:32:26 »








เทพกระบี่ล่องหน

ตอนยอดยุทธปะทะยอดยุทธ
แผ่นดินสะเทือน

ในช่วงการประลองยุทธของยอดยุทธทั้งสอง
และการค้นพบยอดวิชาที่ต่างนึกไม่ถึงของทั้งสองฝ่าย
ในขณะที่ประมุขเฉียวได้ประสาน
ฝ่ามือพิชิตมังกร
กับฟงหยุนถี่เป็น
ฝ่ามือพิชิตมังกรจักรวาล
ที่มีพลังเร็วแรงมากเกินที่จะควบคุมได้

เมื่อเขารู้ว่าพลังงานมันล้นเกิน
จึงพยายามจะถ่ายเทพลังส่วนหนึ่งจากทั้งหมด
เดินผ่านจุดตันเถียนที่ท้องน้อย
เพื่อให้พลังไหลลงสู่ปลายเท้าทั้งสองข้างสู่จุดศูนย์กลางของโลก
ที่แกนกลางโลก


ถังเยี่ยเซินเองก็เดินพลังหยินหยางได้อย่างสุดขั้ว
เลือดในกายลมในกาย
จัดเรียงอะตอมน้ำในร่างกายเป็นอย่างดี
เป็นระเบียบเป็นแถวเรียงเดี่ยวไปทางเดียวกัน


อะตอมของน้ำผสมกับอะตอมของเลือด
เปลี่ยนกันประสานกับ
พลังภายในที่ยืดได้หดได้
แข็งได้อ้อนได้จนนุ่มนวล
ร้อนได้เย็นได้


พลังหยินหยางรวมบรรจบเป็นหนึ่ง
พลังหยินหยางรวมประสานกับจิตเป็นหนึ่ง
เกิดพลังภายใยเพิ่มขึ้นทวีคูณจนถังเยี่ยเซินมีความมั่นใจว่าจะสามารถรับฝ่ามือพิชิตมังกรจักรวาลได้
ถังเยี่ยเซิน กลับกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกสงบนิ่ง
เพราะความอยากรู้อยากเห็นเทพวิชา


จนค้นพบพลังภายในจากหยินหยางสูงเกินกว่าที่ตนเองจะนึกไถึงเช่นกัน


เพราะเขาเป็นบุรุษหนุ่มเยาว์วัยผู้ชื่นชมต่อการฝึกยุทธ์
แม้จะมีวัยเพียง 18 ปีในขณะนี้เท่านั้น
ประมุขเฉียวในวัย 24 ปี
ประลองยุทธ์ครั้งแรกกับถังเยี่ยเซินเช่นกัน
เทพวิชาทั้งสองจึงก่อเกิด

หลังจากถ่ายเทพลังหยุนถี่ลงพื้นที่จากจุดตันเถียนแล้ว
พลังไหลเวียนลงไปยังจุดกึ่งกลางของโลก
ร่างกายที่ถูกกดดันหนักรุนแรงเบาขึ้น
เบาราวกับขนนกแต่แฝง....ไปด้วยพลังมหาศาล

วิทยายุทธทั้งหมดจากวัดเส้าหลินหลอมรวมกับไทเก็กของบู๊ตึ๊งในร่างของถังเยี่ยเซิน
ที่เขาหารู้ไม่ว่า
วิทยายุทธของทั้ง 2 สำนักก่อกำเนิดมาจากจุดเดียวกัน
จากท้านปรมาจารย์ตั๊กม้อ

เมื่อพลังภายในในร่างเพิ่มขึ้นในระดับที่นึกไม่ถึงเหมือนกันความมั่นใจของถังเยี่ยเซินสูงขึ้น
และมั่นใจว่า
จะสามารถรอดชีวิตผ่านการประลองยุทธคราวนี้กับเฉียวฟงลี่ได้
จึงเร่งเดินพลังภายในจนนิ่งสนิท
หายใจเหมือนไม่หายใจ
พลังวิ่งในร่างเหมือนไม่วิ่ง

แต่เขารับรู้ถึงกันถ่ายเทพลังระหว่างอะตอมต่ออะตอม

ถังเยี่ยเซินควบคุมพลังหยินหยางภายในร่างกายได้เรียบร้อยแล้ว
ดึงพลังนั้นกระแทกจุดตันเถียนที่ท้องน้อยจนเปิดกว้างพลังไหลหมุนเวียนไปทั่วถึงสงบ
เขายิ้มเมื่อเห็นแสงสว่างออกจากร่าง
ในที่สุด จุดตันเถียนและแสงสว่างก็ออกจากร่างของประมุขเฉียวเช่นกัน
เพียงแต่ความสว่างของแสงมันต่างกัน
จนกลายเป็นแสงนุ่มนวลของถังเยี่ยเซิน
แต่แสงของประมุขเฉียวกลับเป็นสีเหลืองเข้มข้น
เหลืองอร่าม สัมผัสได้ถึงพลังนี้ได้ว่ามากมหาศาล
แต่ยังคงไม่มีรังสีอำมหิตเปล่งออกมา
ถังเยี่ยเซินมั่นใจว่างต่อจากนี้ไปเขาจะทุ่มเทพลังทั้งหมด
เพื่อการประลองยุทธครั้งนี้ทดสอบยอดวิชาและพัฒนาตัวเองให้ถึงขีดสุดจริงๆ
เฉียวฟงลี่ก็ไม่เคยพบผู้มีทักษะยุทธ
เช่นถังเยี่ยซินมาก่อนในชีวิต
จึงคิดจะใช้เทพวิชาที่ตนบรรลุออกมาประลองกับบุรุษหนุ่มน้อยวัย18ผู้นี้
อย่างเต็มฝีมือเช่นกัน
เพียงแต่จะลดทอนพลังภายในของตนเหลือเพียงหกส่วนเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงทั้งสองจะสามารถควบคุมพลังสายใหม่ได้จริงฤา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 เมษายน 2019, 10:42:05 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #297 เมื่อ: 29 เมษายน 2019, 16:42:28 »






ประมุขเฉียวเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งมากน้ำใจ

เวลาต่อสู้กับผู้ใดก็มักจะเปิดโอ กาสให้คู้ต่อสู้ก่อนหนึ่งกระ บวนท่า
แต่.... ในยามนี้
ในใจของเขามีแต่ .ความฮึกเหิม
จากฟงหยุนถี่
ที่ประสานรวมเป็นหนึ่งกับ
ฝ่ามือพิชิตมังกรเปลี่ยนเป็น
ฝ่ามือพิชิตมังกรจักรวาล
ทำให้ประมุขเฉียวอยากจะทดสอบยอดวิชา
ใหม่ของตนอย่างอดมิได้

เทพกระบี่ล่องหน...

ยอดยุทธปะทะยอดยุทธ
แผ่นดินสะเทือน
ตอนที่สอง


ถังเยี่ยนเซินรับรู้ถึงการเปลี่ยน แปลงภายในโครงสร้างของพลังภายในของตัวเอง
ยังปลอดโปร่ง ด้วยสมาธิจิตที่ดีเห็นการไหลเวียนของเลือดลมในร่าง
เขาเป็นผู้ที่มีสมาธิที่ดีมาก ทำให้วรยุทธ์ที่ฝึก
สามารถฝึกได้อย่างรวดเร็ว
จนเห็นวัตถุเคลื่อนไหวช้าลง
พลังหยินหยางในร่างกายที่มีอยู่แล้ว
ผสมผสานการเป็นหนึ่งเป็น พลังงานบริสุทธิ์
เขาจึงรู้ดีจริงๆในเรื่องนี้
หลังจากที่โคจรพลังทั้งหมดไปเก็บที่จุดตันเถียน
บริเวณท้องน้อยแล้วก็ขับพลังภายในขึ้นมาที่จุดเหลากงบนฝ่ามือทั้งสองข้าง
ปราณพลัง
สีเหลืองอ่อน
ของถังเยี่ยนเซิน เปล่งแสงเรืองรอง
รอบๆตัวเขา
ถังเยี่ยเซินตระหนักรู้แล้วว่า
หากใช้วิธีทางตรง
ใช้พลังพุ่งชนกับประมุขเฉียว
ที่มีโคตรพลังภายในอยู่ในร่าง และเป็นหนึ่งในใต้หล้า
เป็นจอมยุทธอันดับหนึ่งในพิภพ
ที่ยากจะหาผู้ใดเทียบได้ในรอบหลายร้อยปี

โครงสร้างของประมุขเฉียวก็ถูกพลังภายในปรับ แต่งจนแข็ง แกร่ง
ทั้งภายนอกและภายในร่าง
นอกจากนี้วิชา ฝ่ามือพิชิตมังกร ที่ประมุขเฉียวบัญญัติขึ้น
ทอดตาทั่วตาทั่วแผ่นดินไม่มีผู้ใดต้านได้

แม้จะสักกระบวนท่าเดียว

เพลานี้ถังเยี่ยเซินรู้แล้วว่า
ในแข็งมีอ่อน
ในอ่อนมีแข็ง
ในจุดเด่นมีจุดด้อย
ในจุดด้อยมีจุดเด่น
ราวกับเห็นจุดดำในผ้าขาว
ราวกับเห็นแสงหิ่งห้อยเรืองในที่มืด
เขาเลยยิ้มเพราะตระหนักรู้ว่า
มันมีหนทาง
ถึงแม้จะแพ้
แต่ในใจ
กลับคิดว่าจะชนะ
เพราะหนทางในการเอาตัวรอด จากสุดยอดฝีมือในยุทธภพยากจะมีผู้ใดผ่านไปได้

สิ่งที่ตนค้นพบจุดนี้

เป็นสิ่งที่ต้องกระทำในเพลานี้คือ
ลงมือต่อสู้ด้วยวิชาหมัดไทเก๊ก
ที่เป็นพลัง
อ่อนนุ่มลื่นไหลเป็นหลัก
เหมาะสมที่สุด
ที่จะสามารถรับ มือโคตรพลังแข็งแกร่งของเฉียวฟงลี่ได้
ไท้เก๊กเป็นวิชาที่ป้องกันตัวเอง มากกว่าเป็นวิชาทำร้ายคน
อาจจะเป็นเพราะจุดนี้
เขาถึงยิ้ม
เพราะแต่นี้ไปเขาจะเห็นทุกท่วงท่าแห่งการเคลื่อนไหวของประมุขเฉียว
ทุกอิริยาบถอย่างช้าๆ
ด้วยสายตาของผู้เยี่ยมยุทธในใต้หล้า
ที่บรรลุวิชาของตนเอง
จึงเป็นการยากที่ยอดยุทธต่อ
ยอดยุทธจะเอาชนะกัน
ด้วยพลังหรือวรยุทธ์แต่เพียงอย่างเดียว
ความนิ่งของจิตที่เป็นสมาธิ จังหวะในการลงมือนี้สิ
สำคัญที่สุด

ถังเยี่ยเซินเดินพลังเต็มสิบส่วน
แล้วปล่อยหมัดอรุโณทัย
ตรงออกไปยังประมุขเฉียว
"ปึก"
เฉียวฟงลี่สะบัด
"ฝ่ามือมังกรผยองได้สำนึก"
ด้วยพลังหกส่วน
"ครืน"
คลื่นพลังรุนแรง
พระวัดเส้าหลิน
รวมทั้งเต็งคงไต้ซือล้วนร่างซัดเซ
แม้กระทั่ง
เต็งคงไต้ซือด้วย
ช่างเป็นพลังอันน่าตื่นตระหนกจริงๆ

เยี่ยเซินเดินพลังเต็มสิบส่วน
แล้วปล่อยหมัดอรุโณทัย
ตรงไปยังประมุขเฉียว
"ปึก"


วิกีพีเดีย

เพลงหมัดอรุโณทัย (อังกฤษ: First Strike) เป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่มีความรวดเร็วในการโจมตี ซึ่งเร็วกว่าศัตรูเมื่อปล่อยหมัดออกพร้อมกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 พฤษภาคม 2019, 13:58:11 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #298 เมื่อ: 05 พฤษภาคม 2019, 21:42:55 »





ความลับ...

ความลับไม่มีอยู่ในโลกดอก
อย่างน้อยคุณคนหนึ่งที่...รู้

อนาคาริก

เทพกระบี่ล่องหน

มังกรปะทะมังกร

ประมุขเฉียว ฝาดฝ่ามือมังกรได้สำนึกออกไป ด้วยพลังหกส่วน ในระหว่างนั้นเองเห็นคลื่นพลังรุนแรงมากจนเกินไป
เขาเกิดเกรงว่าชาวยุทธที่อยู่รอบข้างทั้งในโรงเตี๊ยม
และข้างนอกโรงเตี๊ยมแต้จิ๋วเหลา

จะได้รับความเสียหายถึงกับชีวิตเป็นอย่างมาก

ตลอดจนเกรงว่าถังเยี่ยเซิน
เจ้ายุทธน้อยผู้ประลองยุทธด้วยจะบาดเจ็บด้วยความมีเมตตาของเขา

จึงรั้งพลังภายในคืนกลับมาสอง ส่วน
โดยไม่กรงกลัวว่าลมปราณจะแตกซ่านแต่อย่างใด

การควบคุมพลังภายในที่ยังไม่สมดุลกับพลังใหม่ที่บังเกิดขึ้น นี้

จึงมีพลังย้อนกลับมายังประ มุขเฉียว
เขาถึงกลับต้องเร่งพลังภายในเพื่อออกไปปะทะกับพลังที่ตนรั้งคืน
ทอดตาทั่วแผ่นดิน
ประมุขเฉียวนับเป็นวีรบุรุษผู้กล้าที่หาผู้ใดยากจะมีเมตตาเสมอเหมือน

พลังภายในของเขาตอนนี้ถึงกลับปั่นป่วนเช่นกัน
เมื่อฟาดฝ่ามือออกไปแล้ว ปะทะกับพลังหมัดอรุโณทัยของเยี่ยเซิน

ถังเยี่ยเซินถอยหลังไปสามก้าวเท้าจมดินทั้งสองข้างหนึ่งนิ้ว

หากดูจากการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วยสายตาชาวยุทธ
ผลจะออกมาก้ำกึ่งกัน

ด้วยความเป็นบุรุษหนุ่มคะนองยุทธของ
ถังเยี่ยเซิน
กลับคิดตัดสินแพ้ชนะกับประมุขเฉียวในกระบวนท่าเดียว

ผนึกกระบี่มังกรทองที่สร้างจากเหล็กไหลหายาก
ที่ดึงออกมาจากรอบเอว
เปล่งพลังเจิดจ้า
กระบี่ที่คมกล้าฟันเหล็กเหมือนฟันกระดาษ
ผนึกพลังยุทธของเขาเข้าไป
ในตัวกระบี่
กลับทำให้เป็นกระบี่วิเศษ

เปล่งปราณกระบี่ออกมาได้อย่างดุดัน
กร้าวแกร่ง
กายหนึ่งหลอมรวมกับกระบี่หนึ่งเป็นหนึ่ง
เปล่งพลังปราณกระบี่มังกรวารีใต้พิภพด้วยพลังสิบส่วน

ประมุขเฉียวเดินพลังอีกรอบหนึ่ง เร่งเพลังภายในไปสู่ฝ่ามือทั้งสองข้างด้วยพลังหกส่วน

อย่างไม่ประมาท
ฟาดฝ่ามือพิชิตมังกรจักรวาล
ด้วยกระบวนท่า
"ดุ๊กยู่คี้ไล้หรือประดังโดยพลัน"
หลอมรวม
ฟงหยุนถี่ที่เร็วและเเรง
พลังปราณกระบี่มังกรวารีใต้พิภพ
ของเยี่ยเซิน
กราดเกรี้ยวสุดขั้ว
กับพลังฝ่ามือของประมุขเฉียวรุนแรงขึ้น
ปราณพลังมังกร พุ่งตรงออกมาจากเบื้องหลังของประมุขเฉียวด้วยความเร็วสูงรุนแรง

ในยามนี้เยี่ยเซินยังมีความมั่นใจและทะนงตนในวิทยายุทธที่ฝึกมาว่าจะชนะ

กระบี่มังกรทองที่ชักออกมา
กลายเป็นพลังมังกรทองฟาดฟัน

" เปรี้ยง" นี่คือการประลองยุทธครั้งแรกในประ วัติศาสตร์ของยุทธภพ
ที่จะเห็นพลังสุดขั้วหลอมรวมวิทยายุทธพิสดารเช่นนี้

พื้นที่ประลองไม่ได้กว้างมากนะ
แต่...การควบคุมพลังของถังเยี่ยเซินและของประมุขเฉียวรัดกุมมาก

สร้างความเสียหายให้ผู้อยู่รอบข้างน้อยกว่าที่เป็นไป

แต่ที่จะรู้ว่าพลังที่ลึกล้ำสูงส่ง สองขั้วปะทะกัน
ราวมังกรยักษ์สองตนวิ่งเข้าชนดังสนั่น
ผลจะออกมาเป็นเช่นไร

มาก

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 644
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #299 เมื่อ: 07 พฤษภาคม 2019, 09:34:17 »




เทพกระบี่ล่องหน

ตอนบทพิสูจน์สองสุดขั้ว

ฝุ่นบนท้องถนนกระจายฟุ้งไปทั่ว
แผงตั้งขายของตลอดจนผ้าใบที่ขึงไปรอบถนนปลิวกระจัดกระจายไปตามลม
ชาวยุทธส่วนใหญ่ล้มลงแล้ว
ยังคงมีเหลือแต่
พระอาวุโสวัดเส้าหลินและท่านเต็งคงไต้ซือเจ้าอาวาส
สี่รูปยังยืนหยุดอยู่

นอกนั้นล้วนเป็นผู้เยี่ยมยุทธอีกไม่เกินสิบคน

ที่ยังคงจับตามองดูการประลองยุทธของสองสุดขั้ว
โดยสายตาแทบไม่กระพริบ
ชั่วอึดใจหนึ่งฝุ่นที่ฟุ้งอยู่คล่อยๆจางลง
เลยให้ทำเห็น
บุรุษหนุ่มร่างใหญ่กล้าแกร่งคือประมุขเฉียว
ที่ฟาดฝ่ามือออกพิชิตมังกรออกไปแล้ว
รั้งพลังกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิม

ส่วนจอมยุทธหนุ่มเยาว์วัยสิบแปดปี
ถังเยี่ยเซิน
ร่างถูกพลังกระแทกกระเด็นออกไป
พร้อมกับกระบี่มังกรทองที่ถืออยู่ในมือยังเบื้องหลัง
ห่างไปสามเมตร
สิ้นสติในการประลองครั้งนี้
ประมุขเฉียวเดินพลังภายในเก็บไว้ที่ตันเถียน

หลังจากนั้นรีบเข้าไปดูเยี่ยเซิน
ที่ล้มลงหมดสติ
อุ้มร่างของเขาขึ้นมา
ตรวจอาการแล้วจึงถ่ายทอดพลังภายในให้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการรักษา
ชั่วเวลากำลังถ่ายทอดพลังนั้นเอง
มีกระแสการต่อต้านจากร่างของเยี่ยเซินดันออกมา
ลมปราณของเขากลับอยู่เป็นปกติ
จนประมุขเฉียวเองก็ตะลึงกับความพิสดารของลมปราณและพลังภายในของบุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างมาก

แม้ว่าอวัยวะโดยรวมจะปลอดภัย

แต่ก็มีการบอบช้ำมากอยู่เช่นกัน

ประมุขเฉียวเทยาเม็ดลูกกลอน
ผึงอี้หรือปลุกเซียน
เม็ดหนึ่งใส่ฝ่ามือ
แล้วยัดใส่ปากให้บุรุษหนุ่ม
เรียกให้กลืนลงไป
จากนั้นจึงจี้สกัดจุด
กระแทกพลังภายในเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง

จนใบหน้าของเยี่ยเซินจากที่ซีดขาวเริ่มสีเลือดดีขึ้น
สักพักหนึ่งมันก็กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
ตอนนี้เขาได้สติแล้ว


ประมุขเฉียวถามว่า
"น้องชายมาจากที่ใด "
ถังยู่เซิน
ตอบกลับทันทีว่า
"ข้าน้อยเยี่ยเซินมาจากตระกูลถัง "


"เจ้าคงจะเป็นถังเยี่ยเซินอัจฉริยะเชิงยุทธ์ของยุทธภพ"
เยี่ยเซินยิ้มอย่างอายเล็กน้อย

รีบกล่าวปฏิเสธทันทีว่า
"ผู้น้อยมิกล้า"
ด้วยกริยาอ่อนน้อมถ่อมตนของบุรุษหนุ่มผู้นี้

ทำให้ประมุขเฉียวอดที่จะชมเชยในใจมิได้ว่า
เป็นบุรุษหนุ่มงดงาม
อ่อนน้อมถ่อมตน
จึงยิ้มให้ถังเยี่ยเซิน
พลางกล่าวต่อไปว่า
"แล้วน้องชายมีต้นสังกัดเป็นศิษย์สำนักใด วรยุทธถึงได้พิสดารเช่นนี้"
"ผู้น้อยเป็นศิษย์สำนักเส้าหลิน"

เยี่ยเซินตอบตรงๆ
ประมุขเฉียวๆเอ่ยปากต่อไป
"น่าเสียดาย น่าเสียดาย น่าเสียดาย "
"ไม่เช่นนั้นข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์"


"ข้ามีความเห็นว่า อยากจะถ่ายทอดวิทยายุทธของข้าให้แก่เจ้า
เพื่อรับเจ้าเป็นศิษย์พรรคกระยาจก"
"หลายวันหลังจากนี้ ข้าและพี่น้องจะร่วมส่งเจ้ากลับไปรักษาตัวที่สกุลถังสักสองเดือน
ก็น่าจะหายดีแล้ว "
"เจ้าหากเป็นคนผู้อื่น
ก็คงจะลำบากแล้ว
ข้าบอกตามตรง
เจ้ามีพลังมหัศจรรย์อยู่ในร่างกายจริงๆ วิทยายุทธเป็นเลิศ
พลังภายในสูงส่ง หลังจากนี้อีกสิบปีข้าเองก็คงไม่ใช่คู่มือของเจ้า
แม้จะประลองฝีมือกันอีกก็คงจะสู้เจ้าไม่ได้ "
แล้วประมุขเฉียวก็หัวเราะเบาๆแล้ว
เยี่ยเซินกล่าวว่า"
"ท่านพี่กล่าวชมกันเกินไปแล้ว"

จากนั้นถังเยี่ยเซินก็ลุกขึ้นนั่ง
ก้มลงคารวะสามครั้งโขกศีรษะกับพื้น
ต่อเฉียวฟงลี่
จากนั้นประมุขเฉียวก็ให้คนของพรรคกระยาจกสี่คน
หามเปลมารับเยี่ยเซินแบกขึ้นรถม้าต่อไป

ชาวยุทธหลังจากฝุ่นฟุ้งคลายลงแล้ว
ก็เริ่มกลับเข้าไปที่แต้จิ๋วเหลาเพื่อดื่มกิน
เริ่มนั่งสนทนากันใหม่ในเหตุการณ์สะท้านยุทธ
ที่ยังคงตื่นเต้น เป็นอย่างยิ่ง
กับการประลองยุทธของสุดยอดฝีมือทั้งสอง
ที่อาจจะเป็นตำนานกล่าวขานในยุทธภพ อีกนานแสนนาน

แต่ยังมีนัยน์ตาอยู่ห้าคู่
จ้องมองมาที่สองยอดยุทธอย่างไม่วางตา
คอยรับฟังการสนทนาของทั้งสองคนอย่างใจจดจ่อ
แล้วคนทั้งหมดก็แยกย้ายกัรนดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแต้จิ๋วเหลา

เหมือนคนอื่นๆเพื่อกินอาหารและดื่มสุราต่อไป

จนรถม้าชองเฉียงฟงลี่วิ่งหายไปจากสายตากับระยะทางและความเร็วที่ม้าวิ่งจากไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 พฤษภาคม 2019, 09:57:29 โดย popen2556 »