A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 58887 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #270 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2018, 21:45:23 »
ดาบเด็ดเดี่ยว
ภาคกำเนิด
ตอน
พลังเต่าสะท้านฟ้า

หลังจากที่มุซาชิตั้งหลักยืนอย่างมั่นคง ตั้งท่ากราดหมัดมวย ตามประสาชาวบ้านนักเลงดาบ
เนื่องจากไม่เคยเรียนวิชาหมัดมวยหรือวิทยายุทธใดๆมาก่อนเลย
จึงได้แต่เพียงตั้งรับ กระบวนท่าต่างๆของบุรุษหนุ่มศีรษะโล้นนั่น
เดินพลังมาไว้ที่จุดตันเถียนหรือท้องน้อย
เดินพลังไปทั่วร่างกาย
ไม่มีอาการบาดเจ็บภายใน
แต่บุรุษศีรษะโล้นนั้นก็ยังคงเดินหน้าด้วยกระบวนท่าต่างๆที่เริ่มออกมา
มันพลันตวัดหมัดขึ้นว่า
"ไอ้หนูต่อไปเป็นหมัดพยัคฆ์"
พูดไม่ทันขาดคำ กำปั้นขวาของมันก็ซัดใส่มุซาชิ
เขาก็ได้แต่เอาแขนซ้ายขึ้นรับ
เป็นรอยเหมือนกรงเล็บเสือ
แถมมีหมัดตรงซ้ายซัดออกมาอีกตรงปลายคางจนหน้าหงายไป
ท่าเท้าของชายหนุ่มผู้นั้น
กระแทกออกมา
ทุกกระบวนท่าว่ามีผลต่อมุซาชิ
ล้มหน้าคะมำหงาย ด้วยความไม่มีทักษะหรือไม่มีความรู้ในเรื่องของเพลงหมัดมวยมาก่อนเลย
ย่อมเสียเปรียบผู้มีพลังภายในและมีกระบวนท่าต่างๆ
ได้แต่รับอยู่ข้างเดียว แม้จะเป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยไม่ถึงกับบอบช้ำภายใน
เพราะมุซาชิมีพลังภายในสูงส่งเหลือเกิน
พลังจึงคุ้มครองตัวเองได้

จนท่าปรมาจารย์.โรชิ ร้องตะโกนขึ้นมาว่า
"มุซาชิเจ้านึกถึง
เพลงดาบห้าห่วงของเจ้าสิ
ที่เจ้าคิดค้นขึ้นมาแล้วลองปล่อยออกเป็นเพลงหมัดต่อสู้กับคุริรินศิษย์คนโตของข้าดู "
เพลงหมัดของคุริรินก็ยังออกมาอีกหนึ่งกระบวนท่า
เป็นหมัดพยัคฆ์อันทรงพลัง 1 ต่อย 1ตะปบ
มุซาชิตั้งสติได้จึงใช้ เพลงดาบห้าห่วงที่ตัวเองคิดค้นขึ้นโดยใช้ฝ่ามือสองข้างแทนดาบ
คุริรินปล่อยหมัดซ้ายตรงมาเมื่อกี้ก็ใช้ฝ่ามือขวาต้านรับ
ตวัดหมัดซ้ายของคุริรินลอยขึ้น
แล้วก็สวนด้วยฝ่ามือ ขวาออกไปผลักมือตะปบของคู่ต่อสู้
"ปังๆ"

มุซาชิตั้งใจเดิน พลังภายในไปที่ฝ่ามือ 2 ข้าง
ทำจิตให้มั่นคง ลองต่อยหมัดขวาเอามาอย่างแรง
ใช้ฝ่ามือซ้ายตั้งรับ
ราวดาบที่มีอยู่ในมือ หมัดซ้ายของกคุริริกระแทกไปที่ใบหน้าดังเดิม
มุซาชิใช้ฝ่ามือขวาขึ้นสะบัดตรงเช่นกัน
"ตึง"
ได้ผลเป็นครั้งแรก
คุริรินกระแทกเท้าซ้ายเข้าใส่อย่างร่างของมุซาชิ
เขาตวัดฝ่ามือขวาตั้ง รับได้ผลเช่นกัน
คุริรินกระโดดตัวลอยขึ้นกลางอากาศ
กระโดดถีบมุซาชิ
มุซาชิใช้ฝ่ามือสองข้าง เป็นกากบาทไขว้ขึ้นต้อนรับ
"ตูม"
คุริรินกระเด็นลอยขึ้นไปกลางอากาศ
แล้วมุซาชิก็กระโดดขึ้น ฟันมือขวาออกไปกลางร่างคู่ต่อสู้ "เปรี้ยง "
คุริรินกระเด็นออกไป กระแทกพื้น
กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
นึกไม่ถึงว่าพลังภายในของมุซาชิจะมากมหาศาลขนาดนี้ จนปรมาจารย์โรชิเอง ก็ถึงกับอึ้ง

คุริรินลุกขึ้นจากพื้น จึงประกบฝ่ามือซ้ายขวาไว้ข้างตัว
ก่อกำเนิดเป็นพลังลูกไฟดวงหนึ่ง
พลังเจิดจ้า
สะบัดออกมาไวไปยังมุซาชิ
พลางร้องขึ้นว่า
"พลังเต่าสะท้านฟ้า" ลูกไฟลูกนั้นพุ่งเข้ามาหามุซาชิ
มุซาชิได้เพียงแค่เดินภายในและใช้ฝ่ามือดันพลังลมปราณออกไป
เป็นการตั้งรับเท่านั้นเอง
คุริรินกระเด็นไป 3 ก้าว
ส่วนมุซาชิยังคงนิ่งอยู่
คุริรินกลับตั้งท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง
ซ้ายขวาแนบตัวเร่งพลังลมปราณขึ้นมาเพิ่มเป็น 8 ส่วน
พยายามจะชนะใน 1 กระบวนเท่านั้นเองในกระบวนท่านี้
พลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่มุซาชิ
มุซาชิเองกับเลียนแบบท่าของคุริรินเดินพลังภายในออกมาหนึ่งส่วน
ดันฝ่ามือสองข้างออกไป
"ตูม"
ดุริรินกระเด็นออกไป สิบเมตร
แต่กลับมีปรมาจารย์โรชิ
ใช้กระบวนท่าเดียวกันต้านรับแทน จน
ท่านผู้เฒ่าเองก็ถอยหลังไปสามก้าวเช่นกัน
แต่มูซาชิยังคงยืนแน่วนิ่งอยู่ที่เดิม
พลังเต่าสะท้านฟ้าอันเหลือเชื่อ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 สิงหาคม 2018, 14:52:35 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #271 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2018, 22:57:48 »
ดาบเด็ดเดี่ยว
ภาคกำเนิด

หมัดอุดรเทวะ

ท่านปรมาจารย์โรชิ เมื่อปะทะฝ่ามือกับมุซาชิแล้ว
ด้วยวิชาที่ตัวเองคิดค้นบัฯญัติขึ้นมาเอง ใช้พลังภายในออกไปสามส่วนเพื่อจะได้รับพลังของมุซาชิเพียง 1 ส่วนเท่านั้น
ท่านก็ถึงกับตระหนก ขึ้นมาว่า
พลังในร่างของมุซาชิเองนั้นลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
หากมันใช้พลังออกมาแนวเดียวกับท่าน เช่นนี้
ท่านเองก็ยากจะรับมือ
พลังคลื่นเต่าสะท้านฟ้า
ที่ท่านบัญญัติขึ้นมาเองนี้ได้
มุซาชิเพียงได้เห็นคุริริน
แสดงกระบวนท่าออกมาเท่านั้นก็สามารถเปล่งพลังออกมาได้ถึงขั้นขีดสุด
เหนือล้ำยิ่งไปกว่าท่านเองเสียอีก
นี่กระมัง
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เทพประทาน
สวรรค์บันดาลให้เจามาเกิดเป็นยอดมนุษย์
แล้วท่านก็หัวเราะงอหาย
ถ้าท่านไม่มาขวางกระบวนท่านี้แทนศิษย์คนโต
คุริรินก็คงได้ไปเกิดใหม่ด้วยกระบวนท่าที่คริรินเองก็ฝึกเรียนไปจากท่าน
ท่านกล่าวต่อไป
"มุซาชิเจ้าเป็นมหาอัญมณีหนึ่งในใต้หล้า
พลังของมหาจักรวาลล้วนรวมอยู่ในตัวร่างของเจ้า
เพียงแต่ว่าเจ้าไม่สามารถบังคับจนใช้ได้ดังใจเท่านั้น
จะต้องเสียเวลาฝึกวิธีควบคุมมันและเปล่งพลังออกมาได้ดังใจ
ไม่เช่นนั้นพลังที่ใช้ออกมาจะน้อยเกินไปหรือมากเกินไป
ก็จะสร้างปัญหาให้การหายใจเข้าร่างของเจ้าทำได้ยากทำให้ลมปราณในร่างกายสับสนไม่สมดุลแตกซ่านได้ อาจารย์จะสอนเจ้า ให้รู้ถึงการควบคุมพลังเหล่านี้ให้ถูกต้อง
ปรับสมดุลในร่างกายให้เหมาะสม
รวมทั้งปรับธาตุขันธ์ดินน้ำลมไฟในกายให้อยู่ในสภาวะที่จะพร้อมรับพลังชีวิตใหม่และสามารถผาดโผนในยุทธจักรต่อไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด
พลังที่เจ้าแสดงออกมาเมื่อก่อนหน้านี้
ยากจะหาผู้คนในแผ่นดินกระทำได้หรือต้านรับโดยยาก ถ้าเป็นอาจารย์เอง
ก็ไม่สามารถจะเปล่งพลังในระดับนี้ได้
คงมีกระบวนท่าเท่านั้นที่รองรับ
นี่กระมังที่เรียกว่าคลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่า"
มุซาชิรีบก้มลงนั่งโขกและคำนับศีรษะ 3 ครั้งโขกลงกับพื้นให้แก่ปรมาจารย์โรชิ

"อาจารย์ได้เห็นการประลองยุทธของเจ้าวันนี้
ทำให้อาจารย์ได้รู้ว่าเจ้ามีพื้นฐานอยู่ในขนาดไหน
ระดับใด
ควรจะต้องทำอย่าง ไร ที่จะพัฒนามัน
เพื่อใช้งานในกาลต่อไป

เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ"
เมื่อพูดจบปรมาจารย์โรชิ  ลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศ
ดูเหมือนเชื่องช้าแต่รวดเร็วมาก ใช้นิ้วชี้มือไปนิ้วเดียว
แตะที่หน้าอกของมุซาชิครั้งหนึ่ง
เขาไม่รู้สึกอะไร
มีเพียงแต่มีพลังร้อน ขุมหนึ่งวิ่งเข้าสู่ร่างกายของเขากระแทกจนหงายหลังล้มลงทันที
"ตูม"
"วิทยายุทธอะไรกัน"
มุซาชิรำพึงในใจ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 สิงหาคม 2018, 11:44:13 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #272 เมื่อ: 25 กันยายน 2018, 22:27:18 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคกำเนิด

ตอนกำเนิดทายาทเทพวิชาหมัดอุดรเทวะ

มุซาชิถึงกับรำพึงในใจว่า
"วิทยายุทธอะไรกัน" 
แล้วหงายหลังล้มตึง
ด้วยพลังลมร้อนจากปลายนิ้วของท่าน
ปรมาจารย์โรชิ

ในขณะที่มุซาชิกำลังจะคิดต่อไป
ร่างของเขาถูกตรึง
สกัดจุดไว้อีกครั้งหนึ่ง
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะตรึงแน่นขึ้นมาก
ถูกพลังดรรชนีของท่านปรมาจารย์ตึงแน่นกับพื้นดิน
เหมือนกับถูกตอกหมุดแน่นตรงจุดที่ถูกสกัดจุดไว้

มุซาชิเดินพลังลมปราณไปยังจุดตันเถียนที่ท้องน้อยก่อนทันที
เมื่อพลังถึงจุดหนึ่ง
ก็ดึงพลังทั้งหมดวิ่งไปสู่ทั่วร่างกาย
แล้วก็เดินพลังไปที่จุดที่ถูกท่านปรมาจารย์โรชิสกัดไว้
มีพลังความร้อนระเหยออกมาจากจุดนั้นเป็นควันไฟความร้อน

 
ท่านปรมาจารยโรชิ ได้เห็นอย่างนั้น
ถึงกับตะลึงงัน
ที่เห็นมุซาชิสามารถสลายการคลายจุดของตนเองได้
จากวิชาที่กล้าแกร่งที่ท่านใช้


แล้วท่านก็หัวเราะพลางกล่าวว่า

"มุซาชิเจ้านี่เป็นยอดคนจริงๆ
สมดั่งที่ท่านเคนชินชม
ถ้าอาจารย์ไม่เห็นกับตา
ก็คงจะไม่เชื่อว่า
วิชาที่จะสอนให้กับเจ้าต่อไปต้อง
เป็นเทพวิชาหมัดอุดรเทวะ"
 

คุริรินได้ยินดังนั้นก็ร้องตะโกนขึ้นมาทันที


"ท่านอาจารย์ วิชานี้ข้าอยากจะเรียนกับท่านจริงๆ ข้าขอมานานแล้ว"
ท่านปรมาจารยโรซิถึงกับหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง


"คุริริน.....
พลังลมปราณภายในในตัวของเจ้าแม้จะฝึกมายี่สิบปี
ยังไม่แข็งแรงพอที่จะฝึกวิชานี้ได้
ต้องฝึกอีกอย่างน้อยเพื่อสำเร็จตามขั้นตอนอีกสามสิบปี
ถ้าเจ้ามีวาสนา
หมัดอุดรเทวะเป็นวิชาที่หลอมรวมพลังหมัดทั้งปวงกับพลังดรรชนีสุริยันเข้าด้วยกัน
รวมกับกระบี่เจ็ดดาวเหนือของสำนักง่อไบ๊"

ฟังท่านกล่าวจบ


มุซาชิกลับกระอักโลหิตคำโตแล้วสลบไปทันที







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กันยายน 2018, 10:00:50 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #273 เมื่อ: 30 ตุลาคม 2018, 06:40:18 »
หนึ่งในใต้หล้า
ไร้เทียมทาน

ตอนที่หนึ่ง
เทพกระบี่ทักษิณ

ณ.ยอดเขาแห่งหนึ่ง

บนหน้าผาสูงชันแห่งนั้น
ยังมีต้นไม้อยู่หนาแน่นล้อมรอบ
บุรุษ 2 คนยืนอยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร
ในมือล้วนถือกระบี่
บุรุษหนึ่งใส่ชุดขาวรูปร่างงามสง่า
ใบหน้าหล่อเหลาองอาจ
คิ้วคมเข้มกับตาคมกลมโตดุจ พญาอินทรี
ถือกระบี่เล่มหนึ่ง
กระบี่ที่งดงามอย่างยิ่ง
ด้ามและฝักสีขาว
กับ
บุรุษอีกผู้หนึ่งสวมชุดเหลืองแพรพันอย่างดีในมือมัน
ถือกระบี่หรูหราฝักเหลืองเล่มหนึ่งที่ด้ามฝังเพชรสีเหลือง อำพัน
ใบหน้าดุจอิสตรี
ขาวสดใส
รูปร่างสมส่วน
ทั้งสองอายุดูไล่เลี่ยกันราว
ยี่สิบห้าปี

พลันบุรุษชุดเหลือง
เอ่ยปากกล่าวว่า "ท่านมาแล้ว เทพกระบี่จิว กระบี่แห่งทักษิณอันดับหนึ่งในใต้หล้า "

"ข้ามาแล้ว"
"ข้ามาได้สักครึ่งชั่วยามแล้ว "

"ท่านมายืนรอข้าฤา"

"ใยข้าต้องมายืนรอท่านด้วยเล่า
รอหรือไม่รอ
มันไม่ได้ทำให้จิตใจของข้าปั่นป่วนแต่อย่างใด

เพียงแต่ว่า..."

"เพียงแต่ว่าเยี่ยงไร...."

"ข้ากระบี่เจ็ดดาว เหนือ
สำนักเซาะซัวอยากจะประลองฝีมือกับท่าน"

"ยินดี
แต่ว่า.....กระบี่ไร้ตายากหลบเลี่ยง "

บุรุษชุดสีเหลืองผู้มีนามว่า
อี้ฉิกช่าย
ฉายากระบี่เจ็ดดาวเหนือ
พลันกล่าวว่า
"เชิญ"

แล้วจึงกระโดดตัวลอยชักกระบี่คมไว
แทงออกทันทีเจ็ดกระบี่

เทพกระบี่จิวหลบกระบี่ทั้งหมดได้อย่างฉิวเฉียด
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
เจ็ดกระบี่กลับแทงออกมาตรงๆยังเทพกระบี่จิว
และอย่างรวดเร็วอีกสองกระบี่เร็วจนน่าตกใจ
เสียดชายโครงซ้ายและขวาของเทพกระบี่จิว

กระบี่เจ็ดดาวเหนือยังคงความมั่นใจในฝีมือของตัวเองอย่างเปี่ยมล้น
กลับ
แบมือซ้ายเข้าหากระบี่ในมือของตน
ข้างหนึ่งประสานกับกระบี่ในมืออีกข้างหนึ่ง
ชูกระบี่ขึ้นใช้นิ้ว เดินพลังลม ปราณเข้ามาที่ตัวกระบี่
พร้อมจะลงมืออีกครา

แม้เทพกระบี่จิวยังไม่ได้ชักกระบี่ออกเลย
หรือยังไม่ทันได้ชักกระบี่
แต่เขายังคงยืนแน่วนิ่งอยู่ที่เดิม
กระบี่ 7 ดาวเหนือเอ่ยปากคำหนึ่ง
"รับมือ"

แล้วก็แทงกระบี่ออกมา 7 กระบี่
ครอบคลุม 7 จุดตายในร่างกายของคู่ต่อสู้ทันที
ด้วยควารวดเร็วยิ่ง
เทพกระบี่จิวหมุนร่างคว้างไปอย่างรวดเร็ว
ในมือกระแทกฝักกระบี่ปัดกระบี่ที่แทงมาทั้งหมด

แรงปะทะทำให้เกิดประกายไฟขึ้น "เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง "
กระบี่เจ็ดดาวเหนือไม่รอช้า แทงกระบี่ด้วยความเร็วสูงสุด
"ปรี๊ด"
เสียงกระบี่ลั่นแหวกอากาศ
เทพกระบี่จิวเด้งร่างหลบ
เจ็บเสียดชายโครง
แต่กระบี่ในมือซ้ายถูกพลังในมือกดกระแทกออกมาจากฝักความเฉียบคมของปลายแหลมกระบี่น้ำแข็งฟันลูกกระเดือกของกระบี่เจ็ดดาวเหนือจนหลุดออกมา
เพียงเขาขยับมือขวาครั้งหนึ่ง เท่านั้น
ด้วยความเร็วที่มองไม่เห็น
ด้วยตาเปล่า
มือขวาที่ใช้ฟันคู่ต่อสู้

จนตาเหลือกลิ้นจุกปาก
ล้มลงแล้ว
"ตุ๊บ"






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 พฤศจิกายน 2018, 22:37:10 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #274 เมื่อ: 16 มกราคม 2019, 10:40:30 »
เทพกระบี่ล่องหน
ตอนที่หนึ่ง
ไร้รอย

"เจ้ารู้ใช่ไหมว่า
หากผู้ใดกล้าทรยศต่อเล่าฮู
กระบี่สายฟ้าต๊กโกวจิ้น
จะมีผลเป็นเช่นไร"
ผู้น้อยทราบ
ยามนี้จึงต้องมาอยู่เบื้องหน้าของท่าน"
เมื่อคำพูดได้กล่าวออกมาสิ้นสุด
ไม่ทันขาดคำ
แสงแวววับ
พลันปรากฎขึ้นสองสาย
สายหนึ่งสีขาว
อีกสายหนึ่งสีเหลือง

บุรุษหนุ่มผู้กล่าวคำสุดท้ายในภายหลังสิ้นสุดการสนทนาลง
พลันมีเลือดพุ่งกระจายออกจากกลางหน้าอกของมัน

แต่....บุรุษผู้กลางคนผู้กล่าวแต่เบื้องต้น

ศรีษะของมันกลับถูกฟันขาดกระเด็นออกไปจากร่าง
ในกระบี่เดียว
"ฉับฉับ"





ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #275 เมื่อ: 18 มกราคม 2019, 20:11:55 »




เทพกระบี่ล่องหน
ตอนทวนสะท้านเทพ

ชื่อเสียงสำนักคุ้มภัยลี้กิม กระเดื่องเรืองนามในแผ่นดิน
มีสาขาตามเมืองใหญ่ๆมากมาย แต่ละแห่งมีหัวหน้าสาขาเป็นผู้ดูแล
สำนักใหญ่กว่าพรรคที่เป็นเสาหลักในยุทธภพทั้งหมดเว้นแต่พรรคกระยาจกเท่านั้น
จึงเป็นที่นิยมใช้กันทั่วแผ่นดิน

หลี่ฮันโจ
เจัาสำนัก
ก็ยังคงไม่หยุดทำงานและ
หยุดฝึกวรยุทธ์ของมัน
ทุกเช้าค่ำ

มันยังคงฝึกวรยุทธ์ของมันที่สวนท้ายบ้านด้วยทวนเหล็กไหล
ความยาวสอง เมตรครึ่ง
มีน้ำหนักไม่หนักไม่เบา
ดูเหมือนโปร่งแต่ไม่โปร่ง
ผู้ถือทวนเล่มนี้จะต้องมีพลังภายนอก
และพลังภายในสูงล้ำ

การใช้ทวนเหล็กไหลเล่มนี้ออกได้ดั่งใจ
แค่จะใช้อย่างชำนาญก็จำเป็นจะต้องมีพลังภายในลึกล้ำจนบรรลุถึงขั้นที่แปดแล้ว
เจ้าสำนักหลี่
กลับถือทวนเหล็กไหลคู่กายยาวสองเมตรครึ่ง
หนัก28ชั่งราว16กิโลกรัม
เสมอ
เหมือนกับเป็นของอาภรณ์

หมั่นฝึกปรือฝีมือตลอดเวลามานานกว่าสามทศวรรษ

และมันย่อมเข้าใจว่าการที่มันเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน อาจจะเป็นที่อิจ ฉาริษยาของผู้คนมากมายรวมทั้งผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านวรยุทธ์
มันจึงต้องอดทนเป็นอย่างมาก

การฝึกใช้ทวนเหล็กไหลก็เช่นกัน
มันต้องใช้ความอดทน
ทวนเหล็กไหลเล่มหนึ่ง
แทงขึ้นแหวกอากาศหมุนคว้างติ้วอยู่แล้วยิงกระแสพลังปราณออกไปถึง 8 จุด
พลิกลงมาปาดพื้น
เกิดกระแสพลังต้านรับ
"เปรี้ยง"
หมุนกลางอากาศออกไป ก้อนหินที่อยู่ตรงหน้ามันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
หมุนย้อนกลับตีบนตีล่าง
อย่างคล่อง
แคล่วว่องไว
ปาดทวนได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ
หักศอกกระแทกกระทุ้งเข่า
ราวกับทวนเล่มนี้เป็นแค่พัดเล่มหนึ่ง

หลี่ฮั่นโจ
นอกจากจะชื่นชอบวรยุทธแล้วยังนิยมการคบหามิตรสหาย
ดังนั้นที่บ้านของมันจึงมีสหายแวะมาพบมากมายและร่วมร่ำสุรากัน
เสมือนที่นี่เป็นสถานที่ร่ำสุราประจำเมืองเจียงหนานนี้ก็ว่าได้
เจ้าสำนักหลี่มีสหายมากหน้าหลากตา
มาพบเป็นประจำ ที่เป็นชาวยุทธต่างก็เป็นยอดยทธชั้นนำทั้งสิ้น

ยุทธภพต่างขนานฉายานามของเจ้าสำนักหลี่ว่า
ผู้กล้าทวนสะท้านเทพ

ทวนที่ไร้ต่อต้านพลังสะท้านเทพ

ขอขอบคุณข้อมูลทางอินเตอร์เน็ท
ทวน (槍) มีคำกล่าวจีนว่า “ทวนคือราชาอาวุธยาว” เป็นอาวุธยาวที่ค่อนข้างเบา จึงใช้กระบวนท่าได้พลิกแพลงหลากหลาย ใช้ได้ทั้งบนหลังม้าและเดินราบ ตัวทวนเป็นโลหะแหลมยาว สวมเข้ากับด้ามทวนที่ทำจากไม้หรือโลหะ โคนทวนมักติดพู่ขนสัตว์เช่น หางม้า ขนจามรีเป็นต้น ประเภทของทวนนั้นมีมากมาย เช่น ทวนตะขอเกี่ยว มีตะขอยื่นออกมาจากตัวทวนเพื่อใช้เกี่ยวขาม้า ทวนหัวคู่ ติดหัวทวนที่ปลายทั้งสองข้าง ทวนหัวอีกา ปลายทวนทั้งแหลมและยาวเหมาะแก่การแทง เป็นต้น

ทวนวงเดือน (戟) ชาวจีนเรียกชื่ออาวุธนี้ว่า “จี๋” มีปลายยาวแหลม ด้านข้างตีโลหะเป็นรูปเสี้ยวจันทร์เอาไว้ จึงใช้ทั้งแทงทั้งฟันได้ ในพงศาวดารจีน ขุนพลที่ใช้อาวุธนี้เด่นๆคือลิโป้ในยุคสามก๊ก ซิยิ่นกุ้ยในยุคราชวงศ์ถัง ทวนวงเดือนที่สำคัญมีอยู่ 2 ชนิดคือ ทวนวงเดือนกรีดฟ้าที่มีเสี้ยวจันทร์ทั้งสองข้าง และทวนวงเดือนมังกรเขียวที่มีเสี้ยวจันทร์ข้างเดียว

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #276 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2019, 16:28:20 »




เทพกระบี่ล่องหน
ตอน ถังเยี่ยเซิน
ยอดยุทธสกุลเทพ

ในบรรดาสกุลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุทธภพ
ถ้าจัดลำดับกันจริงๆแล้ว
ก็คงจะหนีไม่พ้นสกุลถัง

เพราะเป็นสกุลเก่าแก่นับพันปี
มีเรื่องเล่าขานกันมาอย่างยาวยานว่า

ต้นสกุลเป็นเทพแห่งสวรรค์
ลงมาเพื่อขจัดฝ่ายมาร

แต่สิ่งที่เลื่องลือที่สุดในตระกูลถังกลับเป็นการใช้พิษ

เพราะพิษของสกุลถังเป็นสกุลเป็นพิษที่ร้ายกาจที่สุดในแผ่นดิน

จอมยุทธทั่วหล้าหรือชาวประชาทั่วแผ่นดิน
แม้กระทั่งพรรคเม้งก่าที่เป็นต้นกำเนิดของพรรคมารแห่งเปอร์เชียเอง
ก็ตื่นตระหนกกลัวพิษร้ายสกุลถัง

ที่มีฤทธิ์ร้ายแรงที่สุดนี้เช่นกัน

มันผู้ใดโดนพิษสกุลถัง
อย่าได้หวังจะหาทางแก้ไขได้

ถังเยี่ยเซินจัดว่าเป็น
ยอดยุทธเด่นล้ำในรอบ 200 ปีของสกุลถัง

ทั้งวิทยายุทธพลังภายใน

ทอดตาทั่วแผ่นดินจะหาผู้รับมือมันได้ไม่ถึงสิบคน

ถังเยี่ยเซินเป็นคนหนุ่มที่เป็นอัจฉริยะทางวรยุทธ
ฝึกกระบี่ก็เก่งกาจ
ใช้ดาบก็ยากจะหาคู่มือ
พลังภายในล้ำเลิศ
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
จากรุ่นปู่สู่พ่อแม่ของถังเยี่ยเซิน

พวกมันมีแนวความคิดที่จะเป็นเจ้ายุทธภพ

พวกมันจึงตั้งตนเป็นผู้นำเหล่าจอมยุทธในการทำความดีและต่อต้านพรรคมาร

ซึ่งขัดกับภาพของสกุลถังมนอดีตที่ผ่านมากว่า 200 ปี
ที่สกุลถังเป็นสกุลเทพลึกลับ

ในวัย 20กว่าปี ถังเยี่ยเซินผู้แกร่งกล้า

เป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่สร้างความเป็นปึกแผ่นให้สกุลถังทั้งฐานะทางการเงินจากการค้า
จากการที่ชมชอบคบหามิตรสหาย
และด้วยพลังยุทธที่สูงส่ง

อีกทั้งไม่มีใครรู้เลยว่า
มันใช้วิทยายุทธใด
แต่ทุกคนต่างล่วงรู้กันว่ามันเป็นอัจฉริยะเชิงบู๊เท่านั้น

เมื่ออายุสิบหกปีมันปะทะฝ่ามือกับเต็งคงไต้ซือเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินได้เสมอ

ชนะเพลงกระบี่จากการประลอง
กับแม่ชีเถียนหนีเจ้าสำนักง้อไบ๊

ประลองดาบชนะกับฮงซิฟั่นเจ้าสำนักคงท้ง

อายุสิบเก้านำห้าสำนักใหญ่ขจัดสี่สิบสาขาพรรคทานตะวันหรือพรรคมารจนหมดสิ้น

ถังเยี่ยเซินไม่พกพากระบี่หรืออาวุธใดๆข้างกาย
แม้จะออกท่องยุทธภพก็ตาม

มีแต่พัดเหน็บเล่มหนึ่งที่ได้จากเจ้าเกาะดอกท้อที่เรียกกันมา
พัดเหล็กโบกขุนเขา

ชื่อเสียงของมันเกิดขึ้นและเลื่องลือไปอย่างรวดเร็ว

สกุลถังเลยถูกจัดเป็นผู้นำแถวหน้าของยุทธภพ
เป็นสกุลอันดับหนึ่งในยุทธภพ
ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้นำแห่งยุทธภพโดยปริยาย

ปีนี้ถังเยี่ยเซินมีอายุยี่สิบสองปี

กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่เก๋งในสวนหลังบ้าน
ด้วยชุดแพรพรรณดำลื่นไหล
ปักเลื่อมทองลายพยัคฆ์

ใบหน้าของมันคมเข้มองอาจ ท่าทางสง่างามเปิดเผย
แต่อาจจะดูออกเย็นชาไปบ้าง
ดวงตาของมันคมวาวดุจดั่งพญาเสือ

วันนี้ลมพัดค่อนข้างแรงกรรโชกผ่านไปผ่านมา
จนเส้นผมที่รัดมวยปล่อยยาวของถังเยี่ยเซิน สยายออกปลิวไปตามแรงลม

ฉับพลันนั้นเองคิ้วของถังเยี่ย
เซินก็ขมวดขึ้น
เล็กน้อย

มันกล่าวคำพูดลอยลมไปว่า "จอมยุทธท่านใดแฝงกายมาแล้ว"

พลันมีเสียงตอบรับว่า

"ใช่ข้ามาแล้ว"

คำถามของถังเยี่ยเซิน
ไม่ธรรมดาแฝงพลังภายในสี่ส่วนก้องกังวาน
แต่เสียงตอบก็ดังกังวาลเช่นกัน

ผู้ตอบอย่างองอาจเป็นบุรุษชุดดำปิดบังใบหน้า
ในมือถือกระบี่ เล่มหนึ่ง
งดงามอย่างยิ่ง
ทั้งฝักทั้งด้าม

ถังเยี่ยเซินลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังบุรุษชุดดำ
อย่างสบายอกสบายใจ

พลันกล่าวกับุรุษเบื้องหน้าว่า
"ท่านพร้อมที่จะมาสังหารข้าจริงฤา "
บุรุษชุดดำพยักหน้า
แทนคำตอบ

พลันกระโดดตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศ
กระโดดม้วนตัวกระแทกฝ่าเท้าข้างขวาใส่หน้าอกผู้แซ่ถังอย่างสุดกำลัง

ฝ่ามือสองข้างของถังเยี่ยเซินกระแทกออกไปต้านรับ
"ตูม"
บุรุษชุดดำพลันหมุนตัวกระแทกสองฝ่ามือใส่บนศรีษะผู้แซ่ถังทันที

ถังเยี่ยเซินกลับสะบัดฝ่ามือปะทะกับฝ่ามือทั้งสองของบุรุษชุดดำเช่นกัน

ฝ่ามือของบุรุษทั้งสองเจอแรงปะทะซึ่งกันและกัน
"ตูม"
ร่างยุรุษชุดดำกระเด็นหลุดออกมายืนกับพื้นทั้งสองฝ่าย
ต่างเดินถอยหลังกันไปคนละสามก้าว

ถังเยี่ยเซินมือทั้งสองข้างชาไปหมด

แต่กลับเดินพลังภายในขึ้นมาแปดส่วนฟาดออกไปอีกครั้งจนบังเกิดเสียงดังลั่น
"ครื่น"
บุรุษชุดดำพลันต่อยออกมาหมัดหนึ่ง
"ตูม"

ทั้งสองฝ่ายต่างมีพลังภายในลึกล้ำมาก

ปะทะกันก็ใช้สุดขั้ววิชาของตนทันที
นับเป็นการต่อสู้ที่สะเทือนยุทธภพเกิดขึ้นแล้ว

ถังเยี่ยเซินไม่รอช้าอีกต่อไป
ตวัดมือออกไปครั้งหนึ่ง
ด้วยพลังภายในลึกล้ำกับอาวุธ สามชิ้นที่รวดเร็วยิ่ง
วิ่งเข้าใส่ร่างของบุรุษชุดดำ รวมหนึ่งแปรเปลี่ยนสาม

แยกย้ายออกไปเป็นสามทาง
ทั้งมันยังได้คำนวณทิศทางลมไว้เป็นอย่างดี

บุรุษชุดดำ
ทั้งแกว่งกระบี่ทั้งสะบัด
ทั้งหมุนกระบี่เร็วเป็นจักรผัน
กระแทกด้ามกระบี่ออกไปยังอาวุธทั้งสามชิ้น
ที่จะเล่นงาน
กลางหน้าผาก
กลางหัวใจ
กลางท้องน้อย
หรือตันเถียน
"ปัง ปัง ปัง"

แต่หลังจากกระทบกับอาวุธทั้งสามชิ้นนั้นพลันถอยหลังไปหนึ่งก้าว
พลังภายในของถังเยี่ยเซินรุนแรงอย่างยิ่ง

ผู้แซ่ถังกลับไม่รีรอสะบัดมือขวาออกไปตรงๆอีกรอบหนึ่ง
"วายุเข็มน้ำแข็งนิลกาฬ"

เป็นพายุเข็มน้ำแข็งที่กลั่นจากพลังภายในกายกดย้อนเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับร้อยเล่มพุ่งออกมา

บุรุษชุดดำเร่งพลังภายในกระแทกกระบี่หมุนดุจดั่งกังหันลม
หมุนจนไร้ช่องว่าง
เป็นกำแพงกั้นวายุน้ำแข็งนิลกาฬ
กระแทกออกไปได้ทั้งหมด


แต่....ยังมีเข็มน้ำแข็งสี่แท่ง
แยกไปยังสี่จุดบนร่างกายของบุรุษชุดดำ
แหวกกำแพงกระบี่เข้าไปตรงๆด้านหน้า

"ตึงตึงตึงตึง"

เข็มน้ำแข็งทั้งสี่ เล่ม
กระแทกใส่สี่จุดบนร่างของบุรุษชุดดำ
ที่หน้าอก
ที่ไหล่
ที่ท้อง
และที่แขนของบุรุษชุดดำ

และมันรู้ตัวว่า

แขนทั้งสองข้างชาไปหมด

อีกทั้งยังมีพลังภายในระดับน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งไหลเวียนเข้าสู่ทั้งสี่จุดที่เข็มน้ำแข็งปักใส่
อีกทั้งมีพิษพุ่งเข้าไป
พิษนิลกาฬ

พลัน....มีแสงสว่างเกิดขึ้นวูบหนึ่ง
บุรุษชุดดำพลันล้มลงหมดสติ
วายุน้ำแข็งนิลกาฬอันร้ายกาจ
แฝงพลังภายในอันลึกล้ำและพิษร้ายนิลกาฬสกุลถังที่เลื่องชื่อ
ทำงานอย่างเยี่ยมยอด

ถังเยี่ยเซินแสยะยิ้ม
แต่กลับตาเหลือกเพราะมีเลือดพุ่งกระฉูดออกจากลำคอของมัน

มันพลันแค่นเสียงกล่าวว่า
"เทพกระบี่ล่องหน"
แล้วก็ล้มหงายตึง


ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #277 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2019, 22:26:32 »
เทพกระบี่ล่องหน

ตอนถังยี้

ที่ลานฝึกยุทธ ใกล้กับหอคัมภีร์ และห้องเก็บพระไตรปิฎก
วัดเส้าหลิน

เด็กหนุ่มอายุ 17 ปีแต่งกายชุดนักบวช
ใบหน้าหล่อเหลา สง่างาม
เช็ดถูทำความสะอาดห้องเก็บพระไตรปิฎกอย่างขยันขันแข็ง
กับหลวงจีนชรา อายุ 64 ปี
เด็กหนุ่มหลังจากเช็ดถูเสร็จ
กำลังจะเดินออกไปกวาดลานวัดต่อไป

แต่หลวงจีนเฒ่าเอ่ยปากขึ้นก่อน
"ถังยี้เจ้าลองมา
ทดสอบฝีมือกับอาจารย์หน่อยนะ"

"ครับ"

ถังยี้เกร็งพลังภายในจากจุดตันเถียนมาที่ท้องน้อย
ออกกระบวนท่าหมัดพยัคฆ์
หมัดนกกระเรียน
หมัดเมาอย่างแคล่วคล่อง

ส่วนหลวงจีนเฒ่า
ออกกระบวนท่าไม่คล่องแคล่วว่องไวเท่า
แต่รัดกุมเชื่องช้า
แม้จะเป็นกระบวนท่าเดียวกันกับถังยี้ก็ตาม

แต่. ..กลับแฝงพลังภายในลึกล้ำ
พลังภายใรกระเพื่อมจนเกิดเสียงลมใต้แขนใต้ขา
ตามแรงกระ แทกหมัดเข่าศอกออกไป

ทั้งสองอาจารย์และศิษย์ใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม
ในการร่ายรำเพลงหมัด

รำเสร็จ..หลวงจีนเฒ่าหันหน้ามาเผชิญกับถังยี้แล้ว....ยิ้ม
พลันกระแทกหมัดออกไปนับสิบหมัดหนักรัวใส่มัน
ถังยี้กระแทกหมัดต้านรับอย่างว่องไวออกรส

ทันใดนั้นหลวงจีนเฒ่าพลันจ้วงใส่จุดตันเถียนที่ท้องน้อยของถังยี้

จนมันต้องใช้สองมือไขว้ปิดป้อง
เลยโดนหลวงจีนเฒ่าปล่อยหมัดตรงอย่างเร็วกระแทกถังยี้จนหน้าหงายกระด็นหงายหลังไป
"ถังยี้    ภายในวัดเส้าหลินแห่งนี้ยากจะหามีผู้ใดมีวรยุทธทัดเทียมเจ้าได้แล้ว"

หนุ่มน้อยลุกขึ้น ยิ้มแล้วกลับทำหน้างงๆ
มันพลันกล่าวตอบไปว่า
"เป็นไปได้อย่าง ไรครับท่านอา จารย์"

หลวงจีนเฒ่า
"เพราะเพลงหมัดเมื่อสักครู่ที่เจ้ารับได้นะสิมันบอก
เพราะมันคือเพลงหมัดอรหันต์กระแทกมาร"

"ฮ่าๆๆ...."

พวกเจ้าทั้งสองศิษย์อาจารย์ล้วนยอดเยี่ยม
ศิษย์น้องซานเต๋อ
หลานถังยี้

หลวงจีนเฒ่าเมื่อได้ยินเสียงกล่าวนั้น
พลันหันกลับน้อมกายคารวะทันที
"ศิษย์พี่เจ้าสำ นัก"
ถังยี้ก็รีบน้อมกายคารวะตามผู้เป็นอาจารย์
"ถังยี้คารวะอาจารยปู่ครับ"

เต็งคงไต้ซือเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน
หัวร่อร่า
พลันกล่าวขึ้นมาว่า
"ข้าชักอยากจะสนุกกับหลานถังยี้สักครา"
พลันดีดลูกประคำลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่หน้า อกถังยี้ทันที
เพราะเหตุการณ์กระชั้นชิดมาก
ถังยี้จึงกระแทกหมัดสวนออกไปหมัดหนึ่งอย่างเร็วสุดพลัง
"ตูม"

ถังยี้กระเด็นไปหลังกระแทกพื้นด้านหลังสองเมตร
เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินพลันสงบนิ่งยิ้ม
แขนชาไปหมด

พลันรำพึงออกมาคำหนึ่งอย่างตื่นใจยิ่งว่า
"หมัดเทวะอัคคี"






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 กุมภาพันธ์ 2019, 22:55:59 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #278 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2019, 17:42:55 »
ตาย..

ความตายมีราคาต่างกันตามฐานะ
เศรษฐีหรือเสนาบดี
ผู้คนในราชวงค์กับคนยากจน
ในเรื่องของลาภยศถาบรรดาศักดิ์
และสรรเสริญ
ที่ต่างกันเพียงเพราะสมมติ

แต่ในความเป็นจริงมันตายเสมอกัน
ทุกคนต้องตายเป็นวิมุตติ

ถังเยี่ยเซิน

เทพกระบี่ล่องหน
ตอน ถังยี้สอง
อัจฉริยะเชิงบู๊

ถังยี้ในวัยหกปี
ถังเกาจู่บิดาได้เอามันไปแช่ในสมุนไพรและว่านพันปี
เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงทนทาน ต่อศาสตราวุธทุกชนิด
พร้อมทั้งสอนให้มันรวมพลังเป็นหนึ่งจนสำเร็จ
จากนั้นก็จะส่งไปศึกษาวรยุทธขั้นพื้นฐานที่วัดเส้าหลิน

นอกจากนั้น
ถังเกาจู่ได้
สอนการเดินลมปราณ 7 จุด
หรือลม 7 ฐานให้ถังยี้อีกด้วย

เมื่อพลังภายในของถังยี้เข้าที่เข้าทางแล้ว
ถังเกาจู่ได้ให้ยามันกินเม็ดหนึ่ง เป็นยาลูกกลอนกลมเกลี้ยงสีแดง
บิดากล่าวกับถังยี้ว่าเป็น
เลือดมังกรอัคคี
จึงให้ถังยี้กินเข้าไป
เมื่อกินเข้าไปแล้ว
เตโชธาตุของถังยี้ถูกปลุกขึ้นมาราวกับกองเพลิงเผาไหม้ไปทั่วร่างของถังยี้
ร้อนจนถึงขั้นสุดขั้ว
จากนั้นถังเกาจู่
จึงเดินเข้ามาที่ด้านหลังของถังยี้
แล้วกระแทกพลังดัชนีเข้าที่กระดูกไขสันหลังข้อที่ห้า
พลันเกิดพลังเย็นหนาวเหน็บ จากดัชนีของถังเกาจู่
วิ่งเข้าสู่ร่างของร่างถังยี้
หยินหยางในร่างกายจึงได้ปรับสมดุล

หลังจากนั้นอีกประมาณเดือนหนึ่ง
ต่อมาถังเกาจู่
ได้สอนเพลงหมัดให้ถังยี้ชุด หนึ่ง
ที่ใช้ต่อยจุดตายในร่างกายของคู่ต่อสู้ 7 จุด

เรียกว่าเพลงหมัดเจ็ดดาวเหนือ
อีกทั้งยังสอนวิธีเดินพลังภายในและ
วิชาหมัดอัคคีเข้ากับเพลงหมัดเจ็ดดาวเหนือ
เพิ่มเป็นสิบสองกระบวนท่า
จากเจ็ดกระบวนท่า
เเละเรียกเพลงหมัดชุดนี้ว่าเทวะอัคคี
 
หรือหมัดดาวเหนือที่ปรับปรุงเป็นหมัดเทวะอัคคี
จึงเป็นกระบวนท่าที่แฝงไว้ด้วยจุดตายและพลังภายในอันล้ำลึก

สามปีต่อมา...

ก่อนหน้าที่ถังยี้จะถูกส่งตัวไปวัดเส้าหลินเจ็ดวัน
ในขณะที่จะเข้านอน

มีพลังดรรชีนีพุ่งมาที่เชิงเทียนบนโต๊ะในห้องนอนของถังยี้

ไฟที่เชิงเทียนติดขึ้นมา
ถังยี้ยังไม่ได้หลับ
เกิดความสงสัยจึงเอาเชิงเทียนนั้นเดินตามไปหาต้นทางอย่างเงียบๆ
ต้นทางกลับเป็นชายชราสูงวัยอายุราวหกสิบห้าปี
ผมขาวเคราขาวยาว
แต่งกาย.นชุดนักบวชสีเทา
พลันเรียกชื่อตนออกมา
"ถังยี้ผู้อาวุโส
เฮ้งอยากจะถ่ายทอดพลังดรรชนีเอกสุริยันให้แก่เจ้า
สนใจจะเรียนหรือไม่ "

ถังยี้เป็นเด็กที่สนใจในวรยุทธเป็นอย่างมาก
จึงพยักหน้าตอบ

ชายชราจึงได้แสดงเพลงกระบี่ชุดหนึ่งออกมา
ให้ดู
เพียงแต่ใช้นิ้วมือของตนผสานกับพลังภายในเปล่งเป็นปราณกระบี่ที่ออกจากร่างมา
ปราณกระบี่ที่ชี้ไปตรงไหน
ก็แทงทะลุไปตรงนั้น
จนมาถึงกระบวนท่าที่สาม
ชายชราพลันหมุนปราณกระบี่ และหมุนแขนเป็นวงกลม กระแทกปราณกระบี่ออกไป
กลับกลายเป็นพลังปราณกระบี่สามระลอกกระ
แทกรวมกันเป็นจุดหนึ่ง
"นี่คือดรรชนีเอกสุริยัน
เจ้าจำได้ไหม "

ถังยี้พยักหน้าให้
ชายชราจึงสอนให้มันอีกสามกระบวนท่า
จากนั้นขอให้ถังยี้แสดงกระบวนท่าออกมาให้ดู
ถังยี้จึงร่ายกระบวนท่าออกมาจนครบหกกระบวนท่า

ในกระบวนท่าที่หก
เกิดพลังดรรชนีเปล่งออกมาที่ปลายนิ้วชี้สว่างจ้าของมัน
แต่ไม่มีปราณกระบี่พุ่งออกมาดุจชายชรา
แต่ตอยนี้ถังยี้ตะลึงงันแล้ว

ชายชราแซ่เฮ้งพลันหัวร่อออกมาดังๆๆ
"ฮ่าๆๆสมแล้วที่เจ้าเป็นอัจริยะเชิงบู๊

กว่าเล่าฮูจะฝึกได้เช่นเจ้านี้
เล่าฮูต้องใช้เวลาถึงสิบปี"

กล่าวจบชายชราพลันลอยตัวขึ้นไปบนหลังคาหายไปจากสายตาของถังยี้ทันที
 
ถังยี้หมั่นฝึกอยู่เจ็ดวัน
เริ่มมีความรู้สึกว่ามีปราณกระบี่มารวมไปอยู่ที่นิ้วชี้ของมันแล้วเปล่ง