A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 52065 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #255 เมื่อ: 07 พฤษภาคม 2018, 21:22:44 »






ดาบแห่งซุส

อาวุธที่เคยได้ยินมานานมากกว่าพันปี
เป็นดาบวิเศษเล่มหนึ่ง
ดาบที่ทรงพลังอำนาจสูงสุดอย่างยิ่ง

ดาบวิเศษที่ใช้ในการทำลายล้างเหล่าเทพทั้งหลาย

จึงเป็นที่กล่าวขวัญถึงว่าดาบวิเศษเล่มนี้
ที่สามารถสยบทั้งเทพและมารได้ทั้งหมดตั้งแต่ทวยเทพในชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูงแม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้
ก็อาจจะตายได้ภายใต้คมดาบนี้เพียงดาบเดียว
เรื่องนี้ไม่เว้นแต่ทุกปีศาจ ทุกพญามาร
และเหล่าอสูร
ใน 2 ลำดับชั้นต่ำและชั้นสูงนั้น
เมื่อกระทบดาบนี้
ร่างก็ขาดสะบั้นยากจะหายใจได้เต็มที Wizard
จนกลายเป็นผุยผง

จิ้งจอกเหล็กพันปีอยู่ในร่างของนักรบจิ้งจอกเกราะเหล็ก
จริงหรือไม่ ศาสตราวุธทั้งหลายของนักรบเกราะเหล็กนับร้อยนับพันต่างพ่ายในดาบเดียวจากดาบในมือของนักรบจิ้งจอกเกาะเหล็กนี้

หากจริงจะยืนยันได้ว่าดาบในมือมันเป็นดาบวิเศษในตำนาน

รวมทั้งวิชาดาบอันชั่วร้ายแห่งประมุขพรรคมาร
ที่กล่าวขานในตำนานมาหลายชั่วอายุคน
ทั้งที่หายสาบสูญไปนั้น
ต่างถูกครอบครองในอุ้งมือของ
"กัปปะ"

จิ้งจอกเหล็กพันปี
และเทพวิชาสายฟ้าแห่งซุส

จิ้งจอกเหล็กพันปีที่หายสาบสูญไปจากพื้นพิภพนั้นกลับปรากฎในยุทธภพขณะแล้ว
"เปรี้ยง"
เสียงดังสนั่นที่เกิดจากการรวมตัวของพญาเสือทั้งสามจากถ้ำเสือ

ที่รวมร่างกันเพื่อเป็นเพียงร่างๆหนึ่ง

พลังงานในร่างกายมันเริ่มผุดโผล่ออกมาจากควันไฟ
เกินล้ำกว่าที่มุซาชิ จะคาดคิด
พลังงานที่มุซาชิไม่เคยเห็นมาก่อน
ในทุกการต่อสู้
พลันเกิดแรงดึงดูดอย่างมหาศาลมายังร่างของมุซาชิ
จนมันขนหัวลุกรวมทั้ง
ทั้งขนในร่างกายทุกองคาพยพชี้ตั้ง
ต่างถูกดึงดูดจากพลังงานที่เปล่งออกมาจากร่างของจิ้งจอกเหล็กพันปี
ชี้ให้เห็นว่าพลังงานที่มุซาชิเจอในครานี้
เป็นพลังลมปราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
รับมือยากที่สุดในชีวิต

จิ้งเหล็กพันปีพร้อมดาบวิเศษที่มันถืออยู่ในมือนั้น
จะมีศาสตราวุธเล่มใดในโลกต้านทานได้

มุซาชิมีเพียงดาบคู่นิวเทนริวเคียงข้างกายอยู่เท่านั้น ที่บิดาทิ้งไว้ให้
จะสามารถต้านทานดาบวิเศษของจิ้งจอกเหล็กพันปีได้อย่างไร
"ดาบปีศาจสายฟ้า"

ที่เป็นตำนานเล่าขานในยุทธจักรมานาน
ต่างร่ำลือว่าเป็นสายฟ้าของซุส เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนขั้วโลกเหนือ
และใช้สำหรับปราบเทพทั้งหลาย
มุซาชิกับ จิ้งจอก เหล็กพันปี
ไม่รอช้าต่างวิ่งเข้าหากันด้วยความเร็วสุดขั้ว
พลันชักดาบของมันทั้งสองออกมา
ในระยะห่างกันหกก้าว
มุซาชิกลับกระโดดลอยตัวขี้นกลางอากาศ
เดินพลังลมปราณใส่ดาบยาว ฟันออกไปทันทีด้วยพลังเต็มสิบส่วน
จิ้งจอกเหล็กพันปี
ฟันดาบวิเศษขวางกั้นสามครั้ง
"เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง"
ด้วยความเร็วเหนือคาด

แถมยังรั้งดาบวิเศษกลับมาแทงสวนสุดแขนใส่ร่างมุซาชิที่อยู่กลางอากาศ
อย่างยากจะคาดเดา
ยากที่จะหลบหลีกกระบวนท่าการทำลายนี้ได้
ช่างยากเหลือหลาย
ด้วยพลังแห่งยอดยุทธในใต้หล้าที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์
พลังของดาบและ
พลังลมปราณของดาบแทงตรงมายังร่างของมุซาชิ
เสียงแหวกอากาศดังสนั่น
เสื้อผ้าด้านซ้ายของมุซาชิขาดกระจุย
พลังอันชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัวและทั้งรุนแรงยิ่ง
"สวบ"

ในชั่วหนึ่งลมหายใจชายโครงด้านซ้ายของมุซาชิพลันเกิดสีม่วงขึ้นทันที
หรือดาบวิเศษนั้นเป็นดาบมีพิษร้ายแรง

สติ

สติ แปลว่า ความระลึกได้ ความนึกขึ้นได้ ความไม่เผลอ ฉุกคิดขึ้นได้ การคุมจิตไว้ในกิจ หมายถึง อาการที่จิตนึกถึงสิ่งที่จะทำจะพูดได้ นึกถึงสิ่งที่ทำคำที่พูดไว้แล้วได้ เป็นอาการที่จิตไม่หลงลืม ระงับยับยั้งใจได้ ไม่ให้เลินเล่อพลั้งเผลอ ป้องกันความเสียหายเบื้องต้นยับยั้งชั่งใจไม่บุ่มบ่าม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความไม่ประมาท

สติ เป็นธรรมมีอุปการะมาก คือทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นเจตสิกชนิดหนึ่ง สตินั้นหากนำมาใช้กับทางโลกทั่วไปก็ย่อมมีประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการงาน ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ การคิดอ่านย่อมเป็นระบบ จิตย่อมมีสมาธิในการทำกิจการงานใด ๆ อารมณ์มักจะเป็นปกติ ไม่ค่อยโกรธ เครียด หรือทุกข์ใจอะไรมาก ๆ กล่าวโดยรวมคือย่อมเกื้อกูลชีวิตประจำวันทางโลกได้อย่างดีซึ่งเป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจน ถ้ารู้เนือง ๆ มาก ๆ เข้าจนเป็นมหาสติ ก็จะได้ประโยชน์จากทางธรรมด้วย การที่เรามีสติอยู่เนือง ๆ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ทำอย่างติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็เพื่อให้สติเกื้อกูลต่อการ “เห็นความจริง” ความจริงนี้เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือกายกับใจจุดหมายของการรู้ก็เพื่อให้เห็นความจริง อันได้แก่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่ากายและใจของเรานั้นเป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวเรา

สติ เป็นคุณธรรมที่เกิดเองไม่ได้ ต้อง ทำให้เกิดขึ้นด้วยการฝึกฝนรวบรวมจิตใจให้นิ่งแน่วด้วยวิธีต่างๆ เช่นการเจริญวิปัสสนาคือการฝึกตามมหาสติปัฏฐานสูตร ทำสมาธิ สวดมนต์ ภาวนาคือให้มีความรู้สึกตัวผ่านอายตนะทั้ง 6

สติ มีใช้ในอีกหลายความหมาย เช่น กำหนดรู้ ตระหนักรู้ ระลึกรู้ สัมผัสรู้ รู้สึกตัว และอื่นๆ ที่ใช้ในความหมายการทำความกำหนดรู้สึกตัวในปัจจุบันต่อผัสสะใดๆที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้กำหนดรู้เฉพาะหน้า ให้เท่าทันต่อสัมผัสตามความเป็นจริงต่อสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา ให้จิตเป็นอิสระต่อสิ่งที่มากระทบในฐานะเป็นเพื่อผู้เฝ้ารู้เฉย ด้วยการเพิ่มการรับรู้ทางประสาทสัมผัส โดยลดการคิดนึกปรุงแต่งความรู้สึกอื่นๆ

สติใช้เพื่อที่จะรู้เท่าทันในสังขาร 3

รู้เท่าทันในการเคลื่อนไหว(กายสังขาร) ในอันที่จะการสร้างกรรมใดๆ นั่นคือศีล
รู้เท่าทันในอารมณ์ที่ปรุงแต่งจิต(จิตสังขาร) จนจิตเป็นอิสระจากอารมณ์ นี่คือสมาธิ
รู้เท่าทันความคิดทั้งหลาย(มโนสังขาร) ว่าความคิดเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่(โยนิโสมนสิการ) นี้คือปัญญา

วิกีพีเดีย

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #256 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 23:29:07 »





กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยว

มุซาชิ หนึ่งในใต้หล้าไร้ต้าน

มุซาชิเป็นลูกชายของซามูไรคนหนึ่ง
ที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก
ได้เรียนวิชาดาบส่วนหนึ่งมาจากบิดาของตน
ในขณะที่ฝึกดาบกับบิดงอยู่นั้น
มุซาชิถูกฟาดดาบไม้ใส่ดาบหนึ่ง

จนมันกระเด็นล้มลงสู่พื้น
แต่ด้วยความเป็นนักสู้อย่างไม่ย่อท้อ
มุซาชิจึงคว้าดาบไม้ที่หลุดจากมือมันขึ้นมา
กระโดดตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศฟันตรงๆออกไปดาบหนึ่ง
แต่สีหน้าของมันและแววตาของม้นในขณะนั้น


กลับทำให้บิดาถึงกับรำพึงออกมาคำหนึ่งว่า

"นัยน์ตาปีศาจ"

ดาบในมือที่บิดาของมันถืออยู่ถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน



ตั้งแต่นั้นมาบิดาของมุซาชิ

ก็ไม่กล้าสอนการใช้ดาบให้มูซาชิอีกเลย

เพราะเกรงว่าตนจะสร้างสัตว์ร้ายในยุทธภพ
เพราะอยากเรียนวิชาดาบอย่างแรงกล้า
มุซาชิจึงเดินทางออกจากบ้าน
ร่อนเร่ไปทั่ว
เพื่อหาอาจารยผู้ฝึกสอนเพลงดาบให้กับมัน

แล้วก็หมั่นฝึกเพลงดาบด้วยตนเองไปตลอดทาง

จนมันมีฝีมือดาบอันน่าเหลือเชื่อ

เด็กหนุ่มผู้นี้มีโครงสร้างทางการฝึกยุทธโดดเด่นและมีทักษะในการ ฝึกดาบ

และการอาวุธทุกชนิดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

แต่ในวัยนี้.....มุซาชิกลับที่จะชอบปกป้อง
ผู้อ่อนแอที่ถูกข่มเหงรังแก


แม้สตรีในซ่องนางโลม หรือพวกเกอิชาจาก
อันธพาล
มุซาฃิมีเพื่อนรักคนหนึ่งชื่อ ทาเคชิ


วันหนึ่ง มีโจรกลุ่มหนึ่ง เข้ามาปล้นหมู่บ้านที่มุซาชิและทาเคชิอาศัยอยู่
และมาข่มขู่คุกคามกับสำนักนางโลม

หัวหน้าของกลุ่มโจรนี้ ได้เคยฆ่าเกอิชาผู้หนึงและบิดาของนางตาย

กลุ่มโจรนี้ชื่อเก็งไซ
อีกทั้งมันยังฆ่าบิดาของเด็กหญิงรับใช้ในสำนักนางโลมแห่งนี้อีกด้วย
ทำให้นางอยู่อย่างซึมเศร้าไปวันๆ


ในระหว่างที่มุซาชิยืนคุยกับนางอยู่นั้น
ยูมิเอะก็หยิบเศษก้อนหินปาไปยังชายผู้หนึ่ง
ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ไว้หนวดใบหน้าเหี้ยมเกรียม
ที่เดินเลาะเขาลงมา
มุซาชิสงสัยจึงถามนางว่า
ทำไมถึงปาหินใส่คนผู้นั้น
นางจึงเล่าความจริงให้ฟังว่าโจรร้ายนี้คือหัวหน้ากลุ่มโจรเก็งไซ
มันนี่แหละที่ฆ่าบิดาของนางและข่มขืนฆ่ามารดาของนางอีก

หลังจากนั้นอีกวันหนึ่ง
มันได้เดินทางไปยังสำนักนางโลมที่ยูมิเอะและมุซาชิอาศัยอยู่
เพื่อมาเรียกค่าไถ่และเก็บค่าคุ้มครอง
รวมทั้งมาระรานยูมิเอะสาวงามอายุสิบห้าปี
ในขณะที่มุซาชิและทาเคชิ
เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ต่างคิดแผนที่จะป้องกันสำนักนางโลมนี้ไว้และช่วยเหลือเหล่าเกอิชา
ด้วยนิสัยนักเลงของพวกมัน
นักเลงในที่นี้หมายถึงผู้ต่อต้านการกดขี่รังแกบุคคลอื่นที่อ่อนแอกว่า
มุซาชิมีเพียงดาบไม้อันเล่มหนึ่ง
ส่วนทาเคชิมีดาบเล่มหนึ่งที่นางเกอิชาเก็บมาจากศพซามูไรที่ตายทิ้งไว้
และให้กับมัน

มุซาชิซ่อนตัวอยู่หลังประตูในขณะที่
ทาเคชิยืนถือดาบดาบซามูไรเงาวับรอจัดการกับหัวหน้าโจรผู้นี้ที่มีนามว่า
เซอิโต๊ะ

ใช่ว่ามันจะไม่รู้แผนการของเด็กหนุ่มทั้งสอง
ที่คิดจะต่อกรกับมันในวันนี้
 ด้วยดาบสองเล่มนั้นเอง
จากประสบการณ์ของมันในการต่อสู้กับคู่ต่อสู้มามากมายในการปล้นแต่ละครั้ง
ด้วยฝีมือของเด็กทั้งสองนี้
ไหนเลยจะเป็นคู่มือของมันได้
พอมันเปิดประตูเข้ามาแล้ว
ก็ซัดทาเคชิด้วยหมัดขวา
กระเด็นลอยออกไป
"ตูม"

"ตูม"
เเล้วก็จับมุซาชิกระแทกลงกับพื้น
ที่ไม่ทันได้ใช้ดาบไม้
จนมันกระเด็นหลุดออกจากมือไป
จากนั้นมันก็คว้าคอเสื้อของมุซาชิลุกขี้นจากพื้น
โยนร่างลอยไปอีกฝั่งหนึ่งของห้อง
"ตูม"

พุ่งตรงไปต่อยหมัดถูกใบหน้าของมุซาชิอีกครั้งหนึ่ง เร็วจนดูแทบไม่ทัร
"ตูม"
ในขณะที่มึซาชิพยายามจะลุกขึ้นมา

เซอิโต๊ะคว้าจับทาเคชิตบด้วยฝ่ามือหนาหนักอย่างแรง
"ปึ้ก"
จนร่างทาเคชิปลิวออกไปนอกห้องอีกครั้งหนึง
"โครม"

แล้วมันก็หัวเราะขึ้น

"ฮ่าๆๆๆ"

น้ำหน้าอย่างพวกเจ้า เด็กน้อยสองคนนี้มีหรือจะปกปักรักษาคุ้มครองสำนักนางโลมนี้ได้


แต่ทันใดนั้นเอง ...เมื่อมันเห็นใบหน้าของมุซาชิที่เปลี่ยนไป
ด้วยแววตา
ของปีศาจมันกลับกลัว
จนลนลานวิ่งหนีออกไปจากสำนักนางโลมอย่างไม่รอช้า

มุซาชิถือดาบไม้วิ่งตามไป
ไม่กลัวดาบจริงที่มันพกติดตัวของโจรทรงพลังแต่อย่างใด
ด้วยความเร็วและแรง
มุซาชิกระโดดตัวลอยฟันดาบไม้ออกไปสุดแรงดาบหนึ่ง
"โพล๊ะ "
ศีรษะของเซอิโต๊ะแตกเลือดสาดกระจาย
ตายคาที่
มุซาชิรู้ว่าจะต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่นี่แน่นอน

มันกับทาเคชิจึงนอนรอสถานการณ์เคลือบแฝงที่จะตามเข้ามา
แต่ทาเคชิกลับไม่มั่นใจสถานการณ์เท่าไหร่
ว่าจะรับมือกลุ่มโจรกลุ่มนี้ได้อย่างไร
แต่เพื่อสหายมันจึงไม่หนีไปไหน


ค่ำคืนนั้นมีโจรร้ายสิบสองคน
ล้วนแต่มีร่างกายใหญ่บึกบึนทั้งสิ้น
ทุกคนใช้ดาบซามูไร พวกนี้คงจะเป็นนักรบรับจ้างซึ่งถูกปลดประจำการ แล้วไม่ทำมาหากินอันใดทั้งสิ้น
พยายามที่จะ ปล้นฆ่ารังควานชาวบ้าน
เพื่อให้ได้เงินได้งานได้สตรีมีสุราดื่ม
โดยรองหัวหน้าโจรเคนโชวนักดาบฝีมือดี
 "ประกาศก้องว่า
ผู้ใดฆ่าชีวิตของหัวหน้า
ออกมารับผิดชอบแต่โดยดีเอาหัวมาทิ้งไว้ให้ข้า
พวกข้าจึงจะไม่อาละวาด"

มีแต่หนุ่มน้อยมุซาชิเพียงผู้ดียวที่กล้าเดินก้าวออกไปจากสำนักนางโลม
พวกโจรเหล่านี้กลับหัวเราะ
มุซาซิชักดาบซามูไรที่เอามาจากทาเคชิออกมาด้วยความมั่นใจ

ทั้ังๆที่ไม่เคยใช้ดาบจริงมาก่อนเลยน
ทำให้เอาโจรทั้งสิบสองงุนงงสงสัย
รวมทั้งทาเคชิด้วย
เพราะมันไม่เคยเห็นกริยาอย่างนี้ของมุซาชิมาก่อน
แต่โจรเหล่านั้นกลับมีสีหน้าตื่นตระหนกทันที เมื่อเห็นแววตาของมุซาชิ
"เนตรปีศาจปีศาจ"


มุซาชิวิ่งเร็วแทงคอหอยโจรคนแรก
 มันไม่ทันจะปกป้องตนเองก็ล้มลงด้วยความเร็วเหนือความคาดหมาย
ที่เหลือก็ต่างกุ้มรุมใส่มุซาชิ

เมื่อมุซาชิสาดดาบซ้ายขวาออกไป

โจรสองคนร่วงล้มลงความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
ฟันตรงฟันข้าง
ทุกการสะบัดดาบของมุซาชิล้วนมีผู้ล้มลง
อีกสามคน
มุซาชิสะบัดดาบใส่มันด้วยความเร็วมี่พวกมันไม่เคยเห็นจนคอขาดกระเด็นออกไปทั้งสี่คน
ที่เหลือิกสี่คนเท่านั้นต่างกำลังจะก้าวหนี
แต่มีซามูไรร่างกำยำวิ่งออกมาปะทะจากกลุ่มโจร
ปะทะกับมุซาชิจนเซถอยหลังไป
"ตูม"

มุซาชักดาบกระแทกหน้ามัน
จน
ดาบในมือมุซาชิฟันใส่หน้าของมันแบ่งเป็นสองซีก
แล้วฟันก้านคอโจรอีกหนึ่งขาดสะบั้น
โจรสองคนสุดท้ายที่เหลือ
ไม่คิดจะหนีหันหน้าตรงสู้กับมุซาชิ
มุซาชิกำดาบแน่นราวกับซามูไรมากฝีมือนัยน์ตาดุจเนตรปีศาจจริงๆ
โจรสองคนรุมวิ่งเข้ามาฟันดายเร็วใส่มุซาชิคนละดาบ
มุซาชืฟันสวนกลับไปดาบหนึ่ง
ดาบพุ่งออกไป
"ฉับ"
โจรทั้งสองต่างล้มลงดิ้นขาดใจตาย
แล้วมุซาชิก็หันมาพูดกับยูมิเอะและทาเคชิว่า

พวกเราหนีกันเถอะ
เกิดเหตุร้ายแล้วไม่มีอะไรจะรองรับพวกเราได้
แล้วต่างหนีกันไป
ตั้งแต่นั้นมา
มุซาชิ ก็ปล่อยให้สาวงามยูมิเอะเดินทางไปกับทาเคชิ
ส่วนตัวเองเพื่อความปลอดภัยของเพื่อนทั้งสองจึงจากไปเป็นเป้าล่อ
มุซาชิเริ่มออกเดินทางเร่ร่อนหาสำนักดาบฝึกฝีมือต่อในวิชาการต่อสู้
มันพูดกับทาเคชิว่า
"ข้าจะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้านในปฐพี"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤษภาคม 2018, 11:29:00 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #257 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2018, 17:34:55 »
กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยว สอง

มุซาชิหลังจากที่ได้แยกทางกับทาเคชิเพื่อนรักและสาวงามนามยูมิเอะ มาได้ 2 ปี

ก็ได้ตะเวนท้าประลองดาบกับสำนักดาบไปทั่วจนไปถึงเมืองโนดะ
จังหวัดชิบะซึ่งมีการเปิดสอนวิชาการต่อสู้ของค่ายสำนักต่างๆมากมาย
ที่เรียกกันว่า"บูจินกัน "

มุซาชิเองก็ไม่ได้หยุดฝึกดาบด้วยตัวเองแม้สักวันหนึ่ง

ในการใช้ดาบมุซาชิรวบรวมประสบการณ์จากการประลองฝีมือในหลายปีที่ผ่านมารวมทั้งจากการต่อสู้
ฝึกจนสามารถบัญญัติเพลงดาบเป็นของตัวเองสำเร็จ
"เพลงดาบห้าห่วง"
อาศัยธรรมชาติแห่งความเร็วและ
แรงจากการหมุนดาบเป็นวงกลมในระหว่างการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับดาบที่ใช้อยู่

 มูซาชิใช้เพียงดาบซามูไรอยู่ 2 เล่ม ยาวและสั้น
ที่ได้จากซากศพของซามูไรที่ตายในสงคราม
เขาเก็บดาบนั้นขึ้นมา
เมื่อได้ฝังศพผู้เป็นเจ้า
ของแล้ว
จึงได้ขออนุญาตใช้ดาบ ต่อหลุมฝังศพ

มุซาชิเดินทางร่อนเร่ไปเรื่อย
ทำให้มือได้สัมผัสกับดาบเหล็กมากขึ้น
หลังจากที่ฝึกกับการใช้ดาบไม้มานาน
 ระหว่างการเดินทางของมุซาชินั้น
การประลองดาบตามสำนักต่างๆ
สิ่งที่ตามมาจากการประ ลองก็คือความแค้น
จากศิษย์ของสำนักดาบต่างๆที่ล้มตายและเสียหายจากการประลองทั้งสิ้น

การประลองดาบในสมัยนั้นถือเป็นความถูกต้องเพราะเพื่อทดสอบวิชาของตนที่ได้เรียนรู้ มา
การตายจากการประลองจึงเป็นการตายอย่างมีศักดิ์ศรีของผู้ตายและเป็นความปลื้มใจของผู้ชนะ

ในหลายๆครั้งของการประลองก็ไม่มีการตายเกิดขึ้น
เนื่องจากมีการออมมือให้กันหรือยั้งมือให้กัน

ในขณะที่มุซาชิเดินผ่านสวนสนหนาทึบแห่งแห่งหนึ่งทางเจ้าชิบะ

เขาได้พบกับนักบวชผู้หนึ่ง
อายุในราวกลางคนคงราว52 ปี
มีรูปร่างสูงใหญ่มาก

นักบวชผู้นั้นพลันเอ่ยปากกับมุซาชิขึ้นว่า

" เจ้าหนูจะไปไหนหรือ ข้าชื่อ....หลวงพ่อเคนชิน"

"ท่านผู้อาวุโสข้าน้อยเดินทางท้าประลองดาบไปทั่วกับทุกสำนัก
ดาบ

ข้าชนะเข้าเจ้าสำนักดาบมาแล้ว18 แห่ง"

"เจ้าชื่ออะไร...."
" ข้าชื่อมุซาชิ""

"อายุเท่าไหร่ปีนี้"

"อายุ19 ปี"

"เจ้ารู้ไหมว่าในร่างกายของเจ้ามีรังสีการฆ่าฟันสูงมาก
แม้เจ้าจะอายุเพียง 19 ปีก็ตาม
เหมือนกับนักรบที่ออกสนามรบมานานมาก
รังสีการฆ่าฟันมันรุนแรงแต่รังสีอำมหิตในกายเจ้ากลับไม่มี"
 มุซาชิทำหน้างง
กับคำพูดของนักบวชสูงใหญ่ที่กล่าวเช่นนี้
"ท่านหมายความว่าอย่างไรผู้อาวุโส"

"ข้าว่ารังสีการฆ่าฟันของเจ้ามันสูงเกินไปที่จะฝึกยุทธและอาจจะเป็นมารรัายในยุทธภพในภายหลังแทนที่จะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งในใต้หล้าไร้ต้าน"

มุซาชิมีสีหน้างุนงงในคำพูดของนักบวชเคนชินขึ้นมาทันที

"ผู้อาวุโสท่านทราบได้อย่างไรว่าข้าอยากเป็นหนึ่งในใต้หล้า"

นักบวชเคนชินกล่าวตอบ

" หนึ่งในใต้หล้ามีจริงหรือในโลกนี้"

"มันต้องถามดาบของข้าและเพลงดาบห้าห่วงของข้าว่า จะเป็นหนึ่งในใต้หล้าได้ไหมท่านผู้อาวุโส"

"ในเบื้องหน้าเจ้าหนูฝีมือของเจ้า มันมาแค่ระดับใดกันเอง
เจ้าถึงพูดจาชัดเจนมากว่า
จะเป็นหนึ่งในใต้หล้า"

"ก็ได้แต่เชื้อเชิญท่านผู้อาวุโสชี้แนะข้าผู้น้อยดูว่า
ความสามารถอันน้อยนิดของผู้น้อยจะสามารถไปไปสู่เบื้องสูงได้หรือไม่ อย่างไร"
 นักบวชเคนชินถาม
กลับไปยังมุซาชิว่า

"เจ้าอย่าให้คนชราอย่างข้าต่อสู้กับเจ้าเลย "

"มซาชิเจ้าใช้ดาบแล้วจะให้ข้าใช้อะไรเล่า"

" ก็กระบองใหญ่ที่ท่านถืออยู่ในมือนั่นแหละ ผู้อาวุโสท่านมีความรู้ไหมในเพลงยุทธ"

"ข้ามีความรู้เพียงเล็กน้อยในวิชาพลองและวิชาการต่อสู้และบูจินกัน "
"ท่านรับคำท้าของข้าน้อยหรือไม่ผู้อาวุโส"
"ยินดียินดียินดี"
นักบวชเคนชินลุกจากที่นั่งพื้นเพื่อหย่อนคลายสบายๆอย่างช้าชๆหยิบไม้พลองที่ใช้ถืออยู่ในการเดินทาง
เป็นไม้ประดู่แดง. ชนิดหนึ่งขัดมัน
มุซาชิชักดาบยาวออกมาสลับคมไว้ด้านในสลับสันดาบไว้ด้านนอกเพื่อป้องกันการบาดเจ็บล้มตายในดาบของตน

ชวนให้นักบ
วชเคนชินถึงกับหัวเราะ

"ฮ่าๆๆๆๆๆ "




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พฤษภาคม 2018, 10:15:34 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #258 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2018, 15:52:30 »
ดาบเด็ดเดี่ยวสาม

กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยวสามไปถึงสี่
......ยาวมหัศจรรย์

มุซาชิฟันดาบยาวออกไปตรงๆ
แต่ดาบนั้นกลับหมายพิชิตชัยนักบวชเคนชินในดาบเดียว
ดาบฟันระหว่างไหล่สองข้าง นักบวชเคนชินกระแทกกระบองออกต้านรับ
 ปัง
  มุซาชิฟันตรงออกไปอีกสาม ดาบเร็วกว่าเดิม

ปัง ปัง ปัง
นักบวชเคนชินรูดมือ เปลี่ยนท่าจับ
กำมือขึ้นสองข้างกับกระบอง แล้วเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาออกรับดาบของสามดาบไว้ได้
มุซาชิเร่งความเร็วขึ้นอีกระดับหนึ่ง
ฟันดาบจากหน้าถึงไหล่นักบวชเคนชินด้วยได้ดาบห้าห่วง
แต่นักบวช Kenshin เอากระบองยกขึ้นต้านรับ
ในเวลาอันรวดเร็วกว่า เมื่อนักบวข Kenshin หมุนกระบองต้านรับ
ด้วยการรูดมือไว้ที่เกือบถึงปลายกระบองเอาตรงกลางรับดาบของมุซาชิ

ปัง

"ท่านผู้อาวุโสสงสัยข้าต้องเอาจริงกับท่านแล้ว"
กล่าวจบมุซาชิกำด้ามดาบแน่นด้วยสองมือ วิ่งไปประชิดใช้ดาบฟันกระแทกโดยสลับคมไว้ที่ข้างหน้า
นักบวชเคนชินยกกระบองขึ้นต้านรับตรงๆ ดาบนี้เป็นดาบที่ยอดนักดาบซามูไรจะใช้กำราบศัตรู
คือฟันตรงแล้วก็เอาด้ามดาบกระแทกกับคู่ต่อสู้
โดยให้ปลายดาบฟันไปที่ใบหน้าของคู่ต่อสู้เพื่อให้ล้มลงในดาบเดียว
เคนชินกล่าวพลางหัวเราะไปพลาง
" เอาจริงแล้วเหรอ เด็กน้อย

มุซาชิ หมุนตัวซ้ายขวาฟันด้วย ยาว แล้วสะบัดห้าห่วงออกไปห้าครั้ง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
"ดาบห้าห่วงร้ายกาจสมชื่อ"เคนชินถึงกับรำพึงเหงื่อเริ่มออกบนใบหน้า มุซาชิหมุนตัวเป็วงกลม แล้วกระแทกดาบออกไป
เกร็งแขนสองข้างฟันตรงๆออกไป
ดาบที่ฟันออกไปกระเด็นกลับมาจากแรง กระแทกของกระบองของนักบวชเคนชินหมุนเป็นวงกว้าง
 เพื่อไม่ให้มุซาชิเข้ามาในระยะกระชั้นชิด
แต่มุซาชิกลับกระโดดกลางอากาศ
ฟันออกไปตรงๆหนึ่งดาบที่หมุนมือออกมาทำให้ดาบในมือ
กลายเป็นวงกลม
กำลังแรงของดาบรุนแรงขึ้น
เคนชิน เกร็งมือสองข้างแล้วเอากระบองต้านรับ ด้วยความเร็วพอกัน
แต่....บนใบหน้านักบวชเคนชินกลับมีรอยแผลเล็กๆอยู่ที่หางคิ้วแล้ว
" เจ้าเด็กโง่นีาร้ายกาจจริงๆ"
" เพลงดาบห้าห่วงของเจ้าการพัฒนาทั้งกำลังภายนอก
หากกระบวนท่าที่รวดเร็วกว่านี้มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน"
 "ท่านผู้อาวุโสนี่เป็นเพียงเริ่มต้นเท่านั้น
ท่านยังไม่ได้ดูฝีมือของข้าจริงๆแล้ว ข้าล่วงเกินแล้ว"
พลันลงมือ
"น้อมรับฝีมือเจ้า "
มุซาชิเมื่อยืนหยัดอยู่ที่พื้นเเล้ว เหวี่ยงมือสะบัดดาบออกไป เป็นคลื่นลม เพลงดาบห้าห่วง อันลือชื่อของมุซาชิแผลงฤทธิ์แล้ว
ดาบห้าห่วงเป็นแรงกระแทกจากดาบสะท้านออกไปห้าครั้ง
ปราณดาบเดียวถึงนักบวชเคนชินสิบห้า ครั้งนี้ Kenshin ใช้กระบองต้านรับอย่างไม่ประมาทเลย
"ปังปังป้ง"
มุซาชิคาดหมายว่าจะเผด็จศึกเคนชินในดาบนี้ดึงพลังลมปราณทั้งหมดที่พอจะมีอยู่ทุ่มเข้าใส่ในดาบด้ามเดียว เพื่อแตกหักกับเคนชิน แต่มันยังคงสลับคมดาบไว้ข้างหลังสลับด้ามดาบไว้ด้านหน้า
 แต่ฟันให้ขาดสะพายแล่งโดยเร็ว
ด้วยเพลงดาบลมหมุนห้าห่วงอันร้ายกาจ

เปรี้ยง
เคนชินกับตั้งตัวตรง ไม่ปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น
กระบองในมือกระแทกออกไปแล้ว
ในขณะที่มุซาชิถือดาบวิ่งอย่างเร็วฟันดาบห้าห่วงออกไปกระแทกกระบองที่สวนออกมา
เปรี้ยง
ดาบของมุซาชิกลับแตกออกเป็นสี่ชิ้น
กระเด็นร่วงลงสู่พื้นดิน

ไม้กระบองของนักบวชเคนชิน กระแทกมาตรงกลางร่างจองมุซาชิมันถึงกับจุก
และไม่รู้สึกตัวเลย
จนร่างล้มลง
หมดสติในทันที





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พฤษภาคม 2018, 21:15:42 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #259 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2018, 15:28:50 »




กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยวสี่

"พลังลมปราณ"

มุซาชิเปิดเปลือกตามองขึ้นมา

กลับมองเห็นแต่พื้นดินแทนที่จะเป็นพื้นฟ้า
เพราะตกอยู่ในสภาพ
ถูกมัดด้วยเชือกขนาดหนาสองนิ้ว
ห้อยหัวลงมากับกิ่งของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในป่าโปร่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
เลือดลมจึงเดินได้ไม่สะดวก
โดยมีนักบวชเคนชิน
ยืนกลับห้วอยู่ซึ่งหน้า

เมื่อนักบวชินเคนชิน
เห็นมุซาชิฟื้นขึ้นมาแล้ว

ก็หัวเราะ

"ฮา ฮา ฮา ...ได้สติแล้วเหรอเจ้าเด็กน้อย"

" ท่านผู้อาวุโสได้โปรดปล่อยข้าลงเถอะ "
"เจ้าใช้เท้าเดินมานานมากแล้วลองยืนด้วนหัวดูซิว่าเลือดในกายล้มในตัวของเจ้ามันจะหมุน เวียนได้ดีไหม
เดินพลังทั้งหมดมาที่จุดตันเถียน(ท้องน้อย)

เกร็งลมปราณขึ้น
มาระดมกันไปที่จุดตันเถียนนี้"
มุซาชิ... หลับตาลงดูการไหลเวียนของเลือดในกาย
แล้วบังเกิดมีพลังกลุ่มน้อยขึ้นที่จุดเทียนจริงๆ
อาการส่ายไปใส่มาที่เลือดลมไม่สะดวกก็ดีขึ้นเป็นปกติ

"เขาเรียกว่า
พลังลมปราณ
ถ้าใจของเจ้าสงบ
ราบเรียบ
มั่นคง
มีความเป็นหนึ่งเดียว จากลมหายใจ

พลังลมปราณทั้งหมดของใจคนสงบก็จะเพิ่มขึ้นมาก
เมื่อสงบแล้วใจก
ไม่ว้าวุ่น
ไม่ไปคิดแก้แค้น
ไม่ไปคิดต่อสู้
แต่...สิ่งที่เจ้าต้องสู้ก็คือ...ใจของเจ้าเอง
จะต้องต่อสู้
ความวุ่นวายความสงสัยลังเล
ความอาฆาตพยาบาทความง่วงเหงาหาวนอนความพึงพอใจในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
และ
อารมณ์ในอดีตในปัจจุบันและในอนาคต
ยังดีนะที่เจ้ามีสมาธิแกร่งกล้า
จากการฝึกดาบ
ใจมั่นคงเข้มแข็ง
จากการฝึกดาบมาก
เจ้าเป็นคนที่ประหลาด
มีรังสีการฆ่าฟันสูง
แต่กลับไม่มีรังสีอำมหิตอยู่ในใจ
แม้แต่เพียงนิดเดียว

พระเจ้าสร้างเจ้ามาเพื่อความพร้อมในหลายๆสิ่งต่อจากนี้ไป
เจ้าจะต้องแบกภารหนัก ของโลก
จะยืนอยู่
เพื่อทุกคนและเพื่อโลกใบนี้
สักวันหนึ่ง...เมื่อเหล่าพญามารมาจะมารุกราน
ถึงโลก
คงเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว "

"ข้ากล่าวเช่นไรมันก็จะเป็นอย่างนั้น"

"ถ้าเจ้าฟังแล้วสับสนไปหมด
ให้เจ้าทำจิตใจให้สงบ
ให้ใช้ใจฟัง
ในทัศนะของข้า
ข้าจะสอนเจ้าว่า
1 อย่าเบียดเบียนสัตว์หรือฆ่าสัตว์ทุกชนิด
2 อย่าลักทรัพย์
3 ยาผิดลูกผิดเมียคนอื่น 4 อย่าพูดจาเพ้อเจ้อโกหกหลอกลวง
5 อย่าดื่มเสพสุรายาเมา
ทั้ง 5
สิ่งนี้ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป
แต่เจ้ารู้ไหมว่า ทั้งห้าสิ่งนี้จะทำให้เจ้าสงบเยือกเย็นเป็นตัวของตัวเอง
มีความมั่นคงทางจิตใจสูง
มุซาชิในตัวของเจ้านึ้มีเกือบครบองค์ประกอบแล้ว
และเจ้าก็ไม่มีเจตนาจะฆ่าผู้คนเลย
เจ้าเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา
ซื่อสัตย์
ไม่โกหก
อีกทั้งเจ้าไม่ชอบยุ่งกับลูกเมียคนอื่น
อีกทั้งเจ้าไม่จำเป็นต้องลักทรัพย์
เพราะการใช้กำลังแรงงานของเจ้าเองแลกกับอาหาร ที่พัก
อันนั้นเป็นตัวบ่งบอก และข้าก็ไม่เคยเห็นเจ้าลืมอะไรเลย
เมื่อครู่เจ้ารู้จักวิชาพลังลมภายในหรือก็ไม่พลังลมปราณแล้วนะ"
มุซาชิทำหน้างง
สงสัย
อะไรคือพลังลมปราณ
อะไรคือลมปราณ
ถ้าเจ้าสนใจ ในสิ่งเหล่านี้ข้าเป็นผู้ที่สามารถชี้ทางให้เจ้าได้...
แต่ถ้าเจ้าไม่สนใจ
อย่าคิดว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในใต้หล้าไร้ต้านได้เลย มุซาชิ

เจ้าเป็นได้แค่นักเลงกระจอก
ชั้นปลายแถวเท่านั้น
หรือ
ไม่ก็เป็นเพียงนักดาบชั้นปลายแถวได้เท่านั้น

นั่นเป็นสิ่งที่เรียกว่าชีวิต
แต่ในความเป็นจริงแล้วใจเป็นนายกายเป็นบ่าวถ้าเจ้ายังไม่รู้จัก 2 คำพูดนี้แล้ว
เจ้าก็เป็นได้อย่างมากก็แค่มดปลวกเท่านั้นเอง "

มุซาชิทำหน้างงงันอีก

นักบวชเคนชิน สะบัดฝ่ามือขวาครั้งหนึ่ง มายังมุซาชิ
มีลมแรงกระแทกร่างของมุซาชิจนแกว่งไปแกว่งมาทันที
มันได้แต่ตะลึงงันและคิดว่า

"นี่กระมัง

พลังลมปราณ"

หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว (อ่าน 49904 ครั้ง)

ถ้ามีใครมาถามคุณว่า
"อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ
ตอบเพียงอย่างเดียว"
คำถามนี้ดูง่ายๆแต่ว่าตอบยากนะ
ยิ่งถ้าคุณมีส่วนได้เสียกับคำตอบด้วยแล้ว
ยิ่งตอบยากเข้าไปใหญ่

เอาคำตอบจากใจจริงนะครับ

อืม.....

อิ๊กคิว

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #260 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2018, 18:38:11 »




ดาบเด็ดเดี่ยว
ห้า... นักบวชเคนชิน

ในขณะที่ร่างของมุซาชิ แกว่งไปมาตามพลังลมปราณจากพลังฝ่ามือของนักบวชเคนชิน

เชือกที่แขวนร่างของมันที่ผูกติดอยู่บนกิ่งไม้ใหญ
เริ่มแกว่งไปมาสูงขึ้นมาก
นักบวชเคนชินหัวเราะ
"ฮ่าๆๆๆ มุซาชิ
จงหลับตาลง
เดินลมหายใจเหมือนตอนเจ้ายังเด็ก
สูดลมหายใจแรงๆเข้าออก 3 ครั้ง
ปิดกั้นความคิดทั้งหมด
รวมกันเป็นหนึ่ง
กำหนดลมหายใจเข้าออกไปที่จุดกลางกาย
 เมื่อลมเข้าไปที่จุดกลางกายจิตจะสงบ
ก็จะมีการตั้งฐานของลมหายใจเป็นหลักที่นั่น
ลมหายใจจากจมูกถึงท้องน้อยที่
จุดตันเถียน
รวบรวมกำลังขึ้นมา
เดินแล้วลมจะเดินสะดวกขี้น"
มุซาชิได้ยินนักบวชชินพูดถึงมาตรงนี้เข้า
ก็ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีก่อน
เมื่อตอนที่มันยังเยาว์เวิ่งเล่นฟันดาบไม้อยู่ที่ริมป่าข้างบ้าน
ได้เห็นนักบวชหนุ่มรูปงามสง่ารูปหนึ่ง
เดินผ่านมาถือกระบองท่อนหนึ่ง
มองมาที่ีมัน
ยิ้มสดใสใหัอย่างมีเมตตา
ชอบหัวเราแล้วเข้ามาทักทายว่า
"เป็นไงเจ้าหนูเล่นคนเดียว
หรือไม่มีใครเล่นกับเจ้า
ถือแต่ดาบไม้สิ่งฟันดินฟันหญ้าอยู่นั่นแหละ
เล่นดาบมากๆก็ไม่ดีนะเจ้าหนู
มันทำให้ใจของเจ้ากร้าวร้าว
อาจจะนึกถึงแต่การฝึกดาบ
ในอนาคตจะทำให้เจ้ามีนิสัยเหี้ยมเกรียมไร้มนุษยธรรมได้ "
แววตาตอนนั้นของมันเหมือนเด็กวัย 3-4 ขวบเท่านั้นเอง
ไม่รู้ภาษาพูดอะไร
ก็พยักหน้าทุกครั้ง
ยังคงเงียบอยู่
"เอาอย่างนี้ดีไหมเจ้าหนูข้าจะสอนเจ้าเล่นกับลม
สักพัก
เอาละสูดลมหายใจเข้าออกไปลึกๆ 3 ครั้ง
เข้าออก
เข้าออก
เข้าออก
ลมมาถึงตรงปลายจมูกไปถึงท้องน้อยของเจ้านั่นแหละ
เขาเรียกว่า
จุดตันเถียน
นั่งนิ่งๆตัวตรงตรง
สูดลมหายใจเข้าไป
ใจจะได้สงบไม่ต้องคิดอะไร
ดูที่เป็นลม"
มุซาชิตอนเป็นเด็กที่มีสติปัญญาหลักแหลมมาแต่เล็ก
จำความได้ทั้งหมด
จนมาถึงขนาดนี้จิตใจแน่วแน่
พอได้ยินนักบวชหนุ่มนั้นกล่าวเช่นนั้นก็ทำตาม
อย่างว่าง่ายจนมีความรู้สึกกายเบาจิตเบาเหมือนมีลมหมุนเวียนอยู่ในท้องน้อย

ในขณะนี้ใจของมูซาชิที่เร่าร้อนได้สงบลงแล้ว
ลมภายในหมุนเวียนเป็นระบบ
สามารถเดินพลังลมปราณจากท้องน้อยไปสู่แขนขาได้
"มันเกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมเราถึงมีพลังงานประหลาดอยู่ในร่างกาย
ความรู้สึกนี้ก็ค่อยเกิดขึ้น
สักพักเชือกเส้นใหญ่ที่มัดจนอึดอัด
ก็คลายความอึดอัดลงไป
เพียงแต่มีความรู้สึกว่ามันเบาบางลง
มุซาชิเดินพลังลมปราณจากจุดดันเถียนหรือท้องน้อย
เข้ามาสู่แขนทั้งสองข้าง อย่างมั่นใจ
หายใจเข้าหายใจออกแรงๆอีกครั้งหนึ่ง
แล้วก็เดินพลังลมปราณเข้าไปยังแขนทั้ง 2 ข้างอีกครั้ง
จนเชือกที่มัดอยู่ขาดกระจายออกไป
เพียงแต่มันแบะหน้าอกเท่านั้นเอง
ร่างของมุซาชิตกลงไปกับพื้น
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"โครม"
" ฮ่าๆๆ มุซาชิเจ้าเข้าใจถึงพลังลมปราณแล้วใช่ไหม"
เสียงของ นักบวชเคนชินดังตามมา



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มิถุนายน 2018, 18:45:38 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ chacow

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #261 เมื่อ: 18 มิถุนายน 2018, 11:05:41 »
ชอบมากเลยครับผมเรื่องนี้.... ผมนี้แฟนหนังเลยครับผมติดตามมาตลอดชอบแอ๊คติ้งของพระเองมาดเท่ดีครับผม ขอบคุณที่รวบรวมมาให้อ่านนะครับผมความรู้รอบโลก

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #262 เมื่อ: 18 มิถุนายน 2018, 14:12:47 »




ดาบเด็ดเดียว ภาคกำเนิด เจ็ดตอนอัศจรรย์ใจ

เมื่อมุซาชิล้มลงไปที่พื้นดินแล้ว
ก็ลุกขึ้นมา ตั้งกายให้ตรง ก็เจออีกหนึ่งฝ่ามือของนักบวชเคนชิน
ซึ่งมีพลังลมที่แรงกว่าเก้า
มุซาชิกดฝ่าเท้าของตัวเองลงที่พื้นดินอย่างมั่นคง
ยืนหยัดต้านพลังลมปราณนั้นได้
แม้เสื้อผ้าของ จะถูกพลังลมปราณพัดปลิวกระจายไปตาม
ยังสามารถทรงตัวการยืนนิ่งอยู่ได้
ถึงกลับทำให้นักบวชเคนชินตกใจออกมาทางสีหน้า
ถึงกับเอ่ยปากขึ้น
" ข้าไม่นึกเลยว่าพลังลมปราณภายในของเจ้าจะลึกซึ้งขนาดนี้มุซาชิ ทั้งๆที่เจ้าไม่เคยฝึกพลังลมปราณภายในมาก่อนเลย -
เจ้าเดินพลังลมปราณได้ดีสามารถคล้อยตามกับพลังลมปราณจากฝ่ามือของข้าได้
เจ้านับว่าเป็นยอดคนที่มาเกิดมาในรอบ 500 ปีจริงๆ
พื้นฐานกำลังภายในแข็งแกร่งหาได้ยาก
หากเสริมจากพลังลมปราณภายในของผู้มีกำลังภายในชั้นสูง
ย่อมเป็นไปจะเป็นยอดคนแห่งยอดคนในอนาคต
แต่ในเวลานี้ความที่เจ้าเป็นคนหนุ่ม เลือดร้อนมุ่งมั่นที่จะเอาชัยแต่อย่างเดียว
ทำให้การตัดสินใจของเจ้ากระทบกระเทือนกับบุคคลจำนวนมากมายซึ่งจำเป็นที่จะต้องปรับทัศนคติ
ให้เป็นไปตามความสงบสุข
ละทิ้งความดื้อรั้นในวัยหนุ่มให้มาก "
"เจ้ากนุ่มฟังข้าไว้ดีๆ ทุกอย่างของเจ้าจะเจริญขึ้นในภายภาคหน้า ลองเดินพลังภายในระยะ 4 จุดจากท้องน้อยรือตันเถียนอีกครั้งหนึ่ง"
มุซาชิเร่งลมพลังปราณทั้งหมดที่เจ้าหายใจเข้าไป
ระดมพลังไว้ที่จุดตันเถียน
แล้วลองลมปราณขับเน้นพลังภายในจากจุดตันเถียน
เมื่อได้ยินดัที่นักบชเคนชินกล่าวแล้วนั้น
ก็สูดลมหายใจเข้าเต็มอีกครั้งหนึ่งจรรู้สึกว่าเหมือนมีความร้อนจากลมหายใจพุ่งทะล่วงไปนี้จุดตันเถียน
ทะลุดทุกจุดในร่างกาย
มีความร้อนรุ่มทั่วทุกจุดเหมือนกับพลังความร้อนเข้ามาอยู่ในร่าง
ที่อยากจะรีบผลัดออกเดินพลังลมปราญลงมากำหนดที่จุดตันเถียน
ตั้งสมมุติไว้ที่พลังลมแทนที่จะออกทางจมูกกับออกไปทางฝ่ามือ
กลับมีพลังิวิ่งออกไปจากฝ่ามือทั้งข้าง
พลัง 2 สายจากนักบวชเคนชินกับมุซาชิกระทบกันรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ร่างของมุซาชิกระเด็นออกไป
นักยวชเคนชินถอยหลังไปสองก้าวแล้วทำสีหน้าตกใจเป็นอย่างยิ่ง "มุซาชิ เจ้า สามารถเปล่งพลังชมปราณได้ถึงขีดสุด
สำหรับคนที่ต้องฝึกพลังลมปราณภายใน 30 ปีอย่างข้า
แต่เจ้าเพียงเดินพลังลมปราณเพียงครั้งเดียวเจ้าทำได้ขนาดนี้
ช่างน่าอัศจรรย์ใจ
ทั้งโครงสร้าง
สมาธิของเจ้า
ช่างแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวสามารถเลี้ยงอะตอมของเลือดและน้ำในร่างกาย
จนเป็นหนึ่งเดียว
เจ้าเรียนจากที่ไหนมา หากเจ้าเรียนจากตัวเอง มันไม่ได้เกิดมาด้วยพรแสวงแล้ว
แต่เจ้ามีพรสวรรค์และมีบุญเก่ามามาก
แค่เริ่มต้นก็มาได้ถึงจนาดนี้
ข้ามั่นใจนะว่านอกจากเจ้าจะดื้อรั้นแล้ว
แต่ในใจเจ้ากลับมีธรรมะที่สูงมาก
มิฉะนั้นแล้วสมาธิและพลังลมปราณของเจ้าคงไม่สูงเด่น
คาดว่าภายใน 2 ปีต่อจากนี้
เจ้าไปจะเป็นยอดฝีมือในแผ่นดิน
มุซาชิกลับไม่ลุกขึ้นมาเหมือนครั้งที่แล้ว
นักบวชเคนชินเดินไปดูแล้วหัวเราะ
มุซาชิสลบไปแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มิถุนายน 2018, 11:23:34 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ Mawwan

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #263 เมื่อ: 19 มิถุนายน 2018, 16:57:31 »
  ฉันชอบเข้ามาอ่านเรื่องนี้มากเลยนะค่ะ ฉันนี้ชอบการอ่านเรื่องนี้มากเลยนะค่ะ และเข้ามาอ่านกันตลอดเลยนะคะ  สัตว์

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #264 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2018, 18:35:19 »
ดาบเด็ดเดี่ยว ..ภาคกำเนิด ตอนพลังฝ่ามืออันน่าตะหนก

ในขณะที่มุซาชิล้มลงไป ได้สักครู่หนึ่ง
ก็ได้ยินเสียงนักบวชเคนชินดังก้องหูขึ้นมา
"เจ้าหนู ...ข้ารู้ว่าเจ้ายังได้ยินเสียงของข้าในตอนนี้
 จิตของเจ้ามั่นคงมากอยู่ในอารมณ์เดียว
เอกัคคตารมณ์นี้ สงบ...
 เจ้าลองเดินพลังลม ปราณ ภายในดูทั่วทุกจุดในร่างกาย
แล้วลองดึงพลังมาเก็บไว้ที่จุดตันเถียน
เจ้าจะเห็นว่ามีสายพลังหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีก"
 มุซาชิได้แต่ทำตามแล้วนักบวชเคนชินกล่าวต่อไป
 "ดึงพลังลมปราณทั่วร่าง
เรีองอะตอมของ
น้ำเลือดลมในกายเป็นสายเดียวกัน"
มุซาชิเหมือนกับร่างเบาหวิว ลอยขึ้นกลางอากาศ
มีประจุไฟฟ้าและอยู่ที่ท้องน้อยหรือจุดตันเถียน
ทำให้ความอบอุ่นตรงจุดนั้นร้อนขึ้นมาทันที เลือดลมในกายไหลเวียนไปทั่วร่าง
ปลอดโปร่งกว่าที่เคยเป็นมา
 ลมปราณทะลวงทุกจุดกระแทกผ่านไปจนหมดสิ้นไม่มีติดขัด
ลมจะเดินทางไปถึงตรงไหนมันก็ทะลวงที่หมายตรงนั้น
รู้สึกว่าพลังในร่างกายเพิ่มขึ้นมาก
" เจ้าเดินลมพลังลม ปราณแล้ว"

ก็ได้ยินเสียงนักบวชเคนชินกล่าวขึ้นมาอีกว่า
"พลังลมปราณของเจ้าเดินสะดวกแล้ว
ข้าจะส่งเจ้าไปหาผู้เฒ่าผู้หนึ่ง ....
และให้เจ้าฝึกวรยุทธกับท่านจนสำเร็จ
ข้าจึงจะดึงเจ้ากลับมา"
พอนักบวชเคนชินกล่าวจบ....
ร่างของมุซาชิพลันลอยขึ้นกลางอากาศ
ปลิวไปกับลมด้วยความเร็วสูงข้ามน้ำข้ามทะเล
ไปตกลงอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง
"ตูม"
ในเกาะนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้ ต้นไม้
ลูกมะพร้าว
มุซาชิได้เห็นชายชราสูงวัยผู้หนึ่ง
รูปร่างสันทัดหลังโกร่ง ไว้หนวดไว้เคราสีขาวยาวจนถึงคอ
 ในมือถือไม้เท้างูอันหนึ่ง
ยืนอยู่ในชุดฝึกมวยจีน

"เจ้า Kenshinนี่นะ
 ส่งงานมาให้ข้าทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
มันนี้ใครเล่า "
ผู้เฒ่า กล่าวขึ้นมา
มุซาชิกำลังจะลุกขึ้น
แต่ ....โดนไม่เท้าของท่านผู้เฒ่ะาจี้สกัดจุดที่หน้าอกครั้งหนึ่ง
กลับลุกไม่ขึ้น
ร่างกายหนักอึ้งไปหมดแม้พลังลมปราณภายในยังเดินอยู่ได้ตามปกติ
มุซาชิถามตัวเองว่า
"เกิดอะไรขึ้น




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มิถุนายน 2018, 11:13:13 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #265 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2018, 15:50:46 »



ดาบเด็ดเดียว ภาคกำเนิด ตอนผู้เฒ่าโรชิ

มุซาชิขยับตัวไม่ได้แม้ทั่งนิ้วมือ
พยายามจะเดินพลังลมปราณภายในตามที่นักบวชคเคนชินสอนให้ก็ไม่ได้
เพราะพลังลมปราณภายในเดินสะดุดแค่จุดที่ชายชราเครายาวจี้จุดลงไปตรงนั้น
ชายชรากล่าวขึ้นมา
"ฮ่าๆๆๆ เล่าฮูโรชิ
( ผู้เฒ่า) ตั้งแต่เจอลูกศิษย์มาไม่เคยเห็น
ใครมีรูปร่างสมส่วนเช่นเจ้าพลังลมปราณภายในล้ำเลิศ
นักบวชเคนชินสอนเจ้ามาดีหรือไร
จึงได้ให้มาทางลัดสายนี้ได้
นับได้ว่าในรอบหลายร้อยปีมานี้
จะหาใครเช่นได้เจ้ายากเหลือเกิน
ร่างกายเหมาะสมพลังล้ำเลิศที่จะฝึกยอดวิชา

แม้กระทั่งในวัดเส้าหลินก็ไม่มีผู้ใดเทียบเจ้าได้
เล่าฮูสมควรที่จะรับเป็นศิษย์
เจ้ามีความเห็นเป็นเช่นไรเจ้าหนุ่ม"
มุซาชินิ่งอึ้งไปไม่กล้ากล่าววาจาอะไรออกมา
ชายชราพลันกล่าวขึ้นตว่า
"เล่าฮูคือปรมาจารย์โรชิ ข้าเคยเป็นนักบวชมาก่อน
แต่ข้าได้ลาสิขาบทออกจากวงการนักบวช
เนื่องจากข้าคลั่งใคล้ฝึกวรยุทธ
อยากจะฝึกฝนยอดวิชาฝีมือ
จึงมาที่เกาะแห่งนี้
วิชาฝีมือที่ข้าอยากฝึกนั้น
ขณะนึ้ข้าบรรลุขั้นสูงสุดแล้วในวันนี้เอง
นักบวชเคนชินส่งเจ้ามาพบเล่าฮูในบัดดลเหมือนกับเป็นวาสนต่อกันา
ให้มาเป็นศิษย์ของเล่าฮู
และเป็นคู่ซ้อมฝึกยุทธให้ เจ้าหนุ่มเจ้ามีความเห็นเช่นไร "
ในขณะที่กล่าววาจากับมุซาชิได้ใช้นิ้ว 2 นิ้ว
จี้กระแทกที่กลางหน้าอกของมุซาชิ ไปด้วย
พลังร้อนผ่าวเข้าไปอยู่ที่จุดนั้น
ส่งผลให้ร่างกายของมุซาชิเบาสบาเคลื่อนไหวได้เเล้ว
มุซาชิเองก็เป็นผู้คลั่งใคล้ในการฝึกวรยุทธเมื่อได้ยินผู้เฒ่าโรชิกล่าวเช่นนั้น
จึงก้มตัวลงโขกศีรษะไปที่พื้น 3 ครั้ง
เพื่อคารวะต่อผู้เฒ่าโรชิที่เมตตาต่อเขา
พร้อมกับกล่าวว่า
"ข้าผู้น้อยมุซาชิขอน้อมคารวะแด่ท่านอาจารย์"

ข้ายังสงสัยในเรื่องของพลังลมปราณใน
มันคืออะไรแล้วทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามีเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ข้าได้เจอท่านนักบวชเคนชิน
ผู้เฒ่าโรชิจึงกล่าวว่าพลังภายในเป็นการดึงพลังกลับจากธรรมชาติ จากทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนที่เป็นหนึ่งหมายความว่าพลังทุกอย่างจะแปรเปลี่ยนไปมาเป็นพลังเดียวกันได้หรือจะรวมพลังลมปราณภายในกับพลังงานอื่นๆให้เป็นหนึ่งก็ได้เจ้าได้บรรลุพลังลมปราณขั้นสูงคือ
มีความเป็นหนึ่งในร่างกาย
มีการเปลี่ยนแปลงจัดเรียงอะตอมของน้ำและอะตอมของเลือดในร่างกาย
รวมทั้งลมทั้งหมด
มันจะทำให้เกิดพลังขุมใหญ่ขึ้นมา
ซึ่งเจ้าไม่ต้องออกแรงในท่าใดจากร่างกายก็ตาม
สามารถเปล่งพลังลมปราณภายในนั้นออกไปสู่ภายนอกได้
และสามารถใช้พลังลมปราณดูแลรักษาตนเอง
ซ่อมแซมตัวเองได้ระดับหนึ่ง
พลังลมปราณภายในของเจ้าตอนนี้ มันเกินยอดคนที่ฝึกมาถึง 40 ปีผู้ฝึกวรยุทธจากยอดวิขาอย่างน้อยจะต้องใช้เวลาถึง 40 ปีจึงจะมีพลังลมปราณเยี่ยงนี้
ข้าเชื่อว่านักบวชเคนชินถ่ายทอดพลังลมปราณภายในของเขาส่วนหนึ่งให้กับเจ้า
นับว่าเป็นวาสนาอักโข ที่มีผู้มีพลังยุทธ์สูงส่งถ่ายเทพลังลมปราณภายในให้
เจ้าควรจะสำนึกบุญคุณต่อนักบวชเคนชินเป็นอย่างมาก
ที่ทุ่มเทให้กับเจ้าถึงเพียงนี้
ซึ่งก็ออกจะเป็นที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมนักบวชเคนชินถึงทำเข่นนี้
มุซาชิได้ยินอย่างนั้นถึง นึกถึงกับพ่อแม่ที่ถ่ายทอดเลือดเนื้อเชื้อไขและเลี้ยงดูมา
ข้าผู้น้อยมุซาชิน้อมคารวะท่านอาจารย์
พร้อมทั้งก้มคัวลงคารวะสามครั้งต่อผู่เฒ่าโรชิ

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #266 เมื่อ: 09 กรกฎาคม 2018, 16:39:45 »




กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยว
...คุริริน

ในขณะที่มุซาชิกำลังจะลุกขึ้นมา
จากการก้มลงคารวะท่านอาจารย์โรชิอยู่นั้น
ก็มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งกระโดดถีบลงมายังร่างของมุซาชิด้วยพลังแข็งกร้าว
" ตูม"

มุซาชิเองยังไม่ทันตั้งตัวก็เลยกระเด็นออกไป
พอจะลุกขึ้นยืนได้
ก็มีกระบวนท่าที่ 2 กระแทกลงมายังกลางหลังของมุซาชิ
"ตูม"

แล้วมุซาชิก็ล้มลงไปอีกครั้งหนึ่ง

พอจะลุกขึ้น
แต่ยังไม่ทันตั้งกายให้ตรง

ก็มีเท้าลอยจากกลางอากาศ 4 เท้าเตะใส่มุซาชิ
"พั๊วะๆๆๆๆ"
มุซาชิใช้แขนทั้งสอง ข้างรับท่าเท้าทั้งหมด แต่ก็มีอีก 3 เท้ากระโดดกระแทกตามลงมายัง
ร่างของมุซาชิ
มุซาชิก็ยังคงใช้วิธีกั้นแขนสองข้างรับท่าเท้าทั้ง3นั้นทันที
"ตูม ตูม ตูม"
ชั่วอึดใจเดียวเขาก็ได้ยินเสียงร้องกลางอากาศ
"จ๊าก"
กลับมีพลังฝ่ามืออันร้อนแรง
ที่มีพลังลมปราณร้อนกระแทกมายังท้องน้อยของมุซาชิ
มุซาชิกลับใช้มือสองข้างที่กางแขนหุบเป็นรูปกากบาทต้านรับ
"ตูม"
มุชาชิกระเด็นออกไป ราวห้าก้าว

พลังฝ่ามือนี้ช่างร้ายกาจเสียจริง
มุซาชิถึงกับกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
ยังไม่ทันยืนตั้งหลักเลย
พลังฝ่ามือร้ายกาจก็เข้าโจมตีอีกระลอก 2 ฝ่ามือซ้อน
"ตูมตูม"
มุซาชิกระเด็นไปไกลกว่าเดิม
พลังฝ่ามือทั้งสองข้างของชายผู้นั้นกระแทกใส่มุซาชิกระเด็นไปติดกำแพงปูนที่สวนด้านหลังจนเป็นรอยฝ่าเท้า แถมยังตามมาถีบอีก
"ตูม"
มุซาชิยังคงใช้ 2 มือทำเป็นรูปกากบาทต้านรับอยู่ดี
แต่รู้สึกชาร้าวไปทั้งสองแขน
และคิดต่อไปว่า
ถ้าหาดไม่ทำอะไรต่อไป
ก็คงจะถูกบุรุษเบื้องหน้าซ้อมจนตายแน่
จึงเดินพลังลมปราณภายในมาที่จุดตันเถียน พลังกลับหมุนเวียนรวดเร็วขึ้นมาจนมุซาชิ
เองก็แปลกใจ
เลือดลมวิ่งพล่านไปทั้งร่างดุจพลังความร้อนแฝงท่วมไปทั่วร่าง
หูของมุซาชิได้ยินเสียงพลังลมความร้อน กระแทกมายังใบหน้าชัดเจน
แต่อาการของฝ่ามือที่วิ่งมาปะทะดูจะช้าลงๆไปมาก
มุซาชิยกแขนใช้ฝ่ามือพลังเจ็ดส่วน
แล้วปล่อยพลังลมปราณออกไปตรงๆ
"ย้าก"
" ตูม"
เกิดมีพลังสองสายกระแทกกลางอากาศดังสนั่น

บุรุษที่กระแทกฝ่ามือใส่มุซาชิกระเด็นออกสามเมตร
มุซาชิเองก็ถูกพลังลมปราณกระแทกไปจนติดผนังดินที่อยู่ข้างหลังอีกครั้ง
"ตูม"

สุดท้ายของบอลโลก
คือเฮ
สุดท้ายของคนคือตาย
สุดท้ายของอริยชนคือ
พระอรหันต์

ปาดข้างถนนสำนึก


ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #267 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2018, 15:11:55 »




ดาบเด็ดเดี่ยวภาคพิสคาร

เทพวิชาหมัดมังกรวารี..
ท่าน อ.ไควเช็ง

มีตำนานเล่าขานจากสำนักเส้าหลินเรื่อง ท่านอาจารย์ไควเช็ง

ท่านเป็นพระนักบวชที่สงบเสงี่ยมนอบน้อมถ่อมตน
มีศีลสมาธิปัญญาแข็งแรง สงบ
ปฎิปทางดงาม
ไม่ยึดติด

ภายหลังจากบวชที่วัดเส้าหลินมานาน กว่ายี่สิบห้าสิบปี
ท่านจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านเนื่องจากโยมมารดาป่วย

แต่การที่จะสึกกออกจากวัดเส้าหลินในยุคเริ่มต้นครั้งโบราณนั้น จำเป็นต้องฝ่าด่าน 18 อรหันต์
และจะต้องยกกระถางมังกรเพลิง เป็นด่านสุดท้าย

กระถางมังกรเพลิงที่ระอุน้ำมันที่ตั้งร้อน รุนแรง
ยากที่จะยกได้เพราะหนักเกินกว่า 3 ตัน

แต่ท่านอาจารย์ไควเช็ง
ก็สามารถฝ่าด่าน 18 อรหันต์มาได้ด้วยวิทยายุทธที่ท่านบัญญัติขึ้นเองจากการรวม 108 กระบวนยุทธของวัดเส้าหลินทั้งหมดมารวมกัน
มีแต่เพียงท่านไต้ซือ
ฮวงหวิน
เจ้าอาวาสรูปเดียวเท่านั้น
ที่ล่วงรู้ว่าท่านเป็นอัจฉริยะเชิงบู๊
พลังภายในลึกล้ำของท่านอ.ที่เหนือกว่าท่านไต้ซือเสียอีก

เรื่องเล่าขานต่อมาคือท่านไต้ซือฮวงหวินเองก็ใคร่จะทดสอบวิทยายุทธของท่านเองกับท่านอ.ไควเช็ง
ก่อนที่ท่านจะฝ่าด่านอรหันต์ออกไป

ท่านไต้ซือได้หยิบธูป 13 ดอกแล้วก็สะบัดไปที่ท่านอ.ไควเช็ง ที่นั่งเบื้องหน้าอยู่ก่อนไปที่ท่านอาจารย์ไควเซ็ง
"วูบ"
ธูปทั้งหมดไฟแรงขึ้นกลายเป็นลูกไฟพลังร้อนแรงเหลือประมาณ
วิ่งพุ่งขึ้นกลางอากาศ
และวิ่งเข้าใส่หน้าท่านอ.

ท่านอ.ไควเช็งกลับนิ่งสงบด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน
พลันสะบัดเหงื่อของออกไปจากร่างกลายเป็นหยดน้ำ 13 สาย เปลวไฟจากลูกไฟทั้ง 13 ดอก
ถูกดับทันที
"ฟุบ"
ไต้ซือฮวงหวินถึงกับเอ่ยปากว่า
"เหนือฟ้ายังมีฟ้า
วิชาที่ท่านอ.ไควเช็ง
แสดงออกมาเป็นวิชาอะไรหรือครับ"
ท่านอ.ไควเช็งงยกมือน้อมคารวt
และกราบเรียนท่านไต้ซือว่า
"เป็นหมัดมังกรวารี"

แล้วท่านก็เดินไปฝ่าด่าน18อรหันต์
และอีด่านสุดท้ายที่จะต้องฝ่าด่านออกไปคือ
การยกกระถางมังกรเพลิงเดือดระอุ ขนาดหนัก 3 ตันออกไป
ท่านเดินพลังลมปราณภายในร่างกายของตัวเองดึงพลังน้ำทั้งมวลรวมที่อยู่รอบข้างใส่ร่าง
แล้วท่านก็เอาแขน 2 ข้างประทับอยู่ที่กระถางมังกรเพลิงนั้น
เกิดเสียงของเนื้อกระทบกับกระถางมังกรเพลิงร้อน ระอุ
"ฉี่"

ทำให้เกิดรอยไหม้เป็นรูปมังกรติดแขนทั้งสองข้างของท่าน
อ.ไควเช็งทันที
พลังน้ำในร่างกายของท่านกลับทำให้ความร้อนเบาบางลงไปบ้าง
แล้วท่านอ.ก็ยกกระถางไปวางไว้ที่หน้าประตู
ก่อนที่จะเดินออกไป
ท่านกลับมลงกราบสถานที่คือวัดเส้าหลิน
โขกศรีษะคำนับ 3 ครั้ง
แล้วท่านจึงลุกขึ้นเดินจากมาอย่างช้า ๆ
พลันได้ยิงเสียงเจริญพรดังลั่นวัดเส้าหลินว่า

"อามิตตพุทธ"

นับตั้งแต่นั้นมา
"ยี่สิบหมัดมังกรวารี"

กลายเป็นเทพวิชาที่เลื่องลือลั่นในยุทธภพมานานเท่านาน
จนหายสาบสูญไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 สิงหาคม 2018, 10:40:21 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #268 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2018, 19:55:46 »
ดาบเด็ดเดี่ยว

ภาคกำเนิด
ตอน
ท่านอ.ไควเช็ง
เทพพลังหมัดมังกรวารี

ท่านอาจารย์ไควเช็งในวัย 30 ปีเพียบพร้อมด้วยวรยุทธและพลังหนุ่มแน่น
พลังภายในลึกล้ำยากประเมิน
ได้เดินทางออกจากวัดเส้าหลิน
เพื่อกลับไปดูแลมาร ดาที่
ไหหนานที่เจ็บป่วย
ในระหว่างทางที่ผ่านเมืองเซินเจิ้น
กำลังจะแวะพักรอขึ้นเรือต่อไป
หลังการเดินทางของท่านใช้เท้าสองข้างเดินเป็นส่วนใหญ่
ไม่อาศัยเครื่องโดยสารใดๆทั้งสิ้น
ไม่ว่าเป็นม้าเกวียน
ท่านใช้เท้าสองเท้าที่เดินเข้าวัดเส้าหลินและเดินออกมาเท่า
นั้น
ตอนนี้ท่านอยู่ในชุดนักบวชที่แตกต่างจากพระวัดเส้าหลิน
ที่สึกออกมาจากที่นั่นแล้ว
แต่ที่ท่านยังคงมีสัญญลักษณ์ศักดิ์ สิทธิ์คือมังกรทองที่ติดอยู่ตรงแขนทั้งสองข้าง
มังกรที่โลกรับรู้ว่าบุคคลผู้นี้
เป็นบุคคลสำคัญของวัดเส้าหลิน
ท่านใช้แขนเสื้อยาวสวมหมวกป้องศีรษะโล้นเดินทางตามลำพัง
เจริญสติมาตลอดทางระหว่าง

บ้านเมืองในยุคนั้นอยู่ในภาวะยุคเข็ญข้าวยากหมากแพงทางการรีดเร้นภาษีจากพลเมืองผู้ค้าขายชาวนาชาวสวน
เพื่อไปเป็นใช้ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
เพื่อนำๆปรุกรานประเทศอื่นๆ ล่าอาณา นิคมเช่นดินแดนมอง โกล
และเพื่อต่อสู้กับชาวยุโรปผมแดงซึ่งมีอาวุธที่เหนือกว่าประเทศจีนมากมาย

แต่สิ่งหนึ่งที่จีนยังอ่อนแออยู่คงเป็น
เพราะฝิ่น
ที่เป็นอาวุธสำคัญที่คนยุโรปเอามาเผยแพร่เพื่อให้คนจีนเสพแล้วติด
ทำให้ร่างกายอ่อนแอ
ผู้คนที่เป็นนายทุนเศรษฐีล้วนแต่เสพฝิ่น
เพราะเป็นของมีราคาแพง
บุคคลทั่วไปไม่สามารถที่จะหาได้
ท่านอ.ไควเซ็งพยายามจะต่อต้านเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่ในวัดเส้าหลินแล้ว
แต่ไม่มีความสามารถหรือกำลังสนับสนุนพอที่จะทำเช่นนั้น

ในตลาดของเมืองเจิ้นหนานท่านได้พบแม่ลูกคู่หนึ่ง
ถูกทหารของทางการ 5-6 คน
ล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อจะรีดภาษี
หญิงชาวนาคนนั้นปฏิเสธว่า
ตัวเองไม่มีจะกินอยู่แล้วจะเอาภาษีอันนั้นไปให้บ้านเมืองได้อย่างไร
เพราะอัตราภาษีที่สูงจ่ายไปจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาให้แล้วทุกคนก็เจอในสภาวะเดียวกันหมด
แต่ทางทหารไม่ยอมจึงจะคุณตัวไปอำเภอให้นายอำเภอเป็นคนตัดสินความผิด
ด้วยความสงสารที่มีต่อเธอ
ชายฉกรรจ์ 2 คนเข้าไปขวางทหาร เพื่อไม่ให้รังแกสองคนแม่ลูก
แต่ก็ถูกทหารทำร้ายทุบตีอย่างรุนแรงแทบตาย
โดยมีผู้ที่อยู่บนหลังม้า เป็นคนของทางการมียศเป็นหัวหน้าหรือผู้ช่วยนายอำเภอ กระตุ้นให้ทหารของตนทำร้ายประชาชน
 ท่านอ.เช็ง เห็นอย่างนั้นก็อดที่เมตตาและทนไม่ได้
จึงเดินเข้าไปคารวะต่อทหาร
และขอให้ยกโทษให้กับสองคนแม่ลูกนั้น
หัวหน้ามีหรือจะฟัง
ตวาดให้ทหารทั้ง 12 นาย
รุมทำร้ายท่านอ.เช็ง
และในขณะนั้นเองก็มีเชื้อพระวงศ์คหนึ่ง เป็นเด็กหนุ่มอายุ 17 ปี
แต่งกายภูมิฐานสมตำแหน่ง
คล้ายกับมีวรยุทธ
เดินนำกลุ่มคนอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งดูจากการแต่งตัวแล้วเป็นคนชั้นสูงและมีวรยุทธสูงส่งตามมาด้วย
ได้มาร่วมกระบวน การรีดไถ
สนับสนุนให้ทหาร รีดภาษีต่อไป
พลันมันกล่าวว่า
"ในเมื่อพวกเจ้าเกิดมาเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน
ทำไมภาษีเล็กน้อยถึงไม่ยอมชำระให้ทางการ พวกเจ้าจะเก็บรายได้จากไร่นาสวน
เอาไปใช้ตามลำพังสิท่า"
แล้วมันก็เรียก 2ผู้ติดตามที่อยู่ข้างหน้าของตนออกมา
ช่วย ทหารทั้ง 12 คนนั้นกรูเข้าไปยังท่าน อ.ไควเช็ง
ทหารสามคนฟาดดาบลงมาอย่างรุนแรง
ท่านอ.ใช้มือซ้ายออกมาต้านรับมือกระแทกเข่าขวาไปที่ชายโครงทหารนายหนึ่ง
แล้วก็เหวี่ยงมือซ้ายออกไปกระแทกหน้านายทหารอีกคน

ทหาร 3 นายกระเด็นหลุดออกจากวง
ที่เหลือก็รุมฟันดาบใส่ท่านอ.
ซึ่งต่อยหมัด ขวาออกไปโดนมือของทหารคนหนึ่งดาบในมือหลุดออกไป
ท่านคว้าไว้ได้จึง
แกว่งดาบออกไป 3 ดาบ
ทหาร 5 คนล้มลงไปตามกันกับดาบที่หลุดมือไป
อีก 4 คนวิ่งเข้ามาก็โดนสันดาบ
ตีเข่าจนล้มลุกคลุกคลานไป
หัวหน้าทหารเห็นเช่นนั้นเกิดมีความรู้สึกเสียหน้าต่อเชื้อพระวงศ์
ท่านอ๋องน้อยหมด
ผู้ที่ถูกเรียกว่า
ท่านอ๋องก็ส่งสมุนสองคนออกมารับมือกับท่านอาจารย์ไควเช็งทันที
หนึ่งเป็นบุรุษร่างกำยำสูงใหญ่พร้อมกำปั้นและ
อีกหนึ่งคือมือกระบี่สำอางค์แห่งคุนหลุน




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 สิงหาคม 2018, 21:26:32 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 599
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #269 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2018, 21:39:24 »
ดาบเด็ดเดี่ยว
ภาคกำเนิด

ตอนเทพพลังหมัดมังกรวารี สอง

ท่านอาจารย์เช็งเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
เพราะมีความเย็นของโลหะคมกล้าวิ่งตรงเข้าเสียบชายโครงซีกซ้ายของท่าน
ทั้งคมทั้งเร็ว หากตัดสินใจช้าไปเพียง เสี้ยววินาที
โลหะคมกล้านั้นคงวิ่งทะลุร่างของท่านไปแล้วอย่างแน่นอน  มันเป็นกระบี่
กระบี่ที่แหลมคม และรวดเร็วยิ่ง
อาศัยความเร็วและความพลิกแพลงของการใช้กระบี่
ย่อมเป็นสามปราชญ์กระบี่แห่งคุนหลุนคงกิ๊ก
เมื่อยามมันหลุดออกจากฝักรวดเร็ว
จนมองไม่ทัน
อาศัยท่าร่างการเคลื่อนไหวลบล้างความเร็วของกระบี่ที่ไปถึง
กระบี่คมกล้าบัดเดี๋ยวดีดบัดเดี๋ยวแทง
ม้วนไปรอบตัวแทงใส่ชายโครงหนึ่ง แทงคอหนึ่ง
ไหวพริ้วหนึ่ง
หนึ่งอ่อนไหว
หนึ่งเข้มแข็ง
ยากที่ใครจะฝึกยุทธแบบนี้ได้
คงมีเพียงแต่สามปราขญ์กระบี่คงกิ๊กเท่านั้น
ในตำนานวิทยายุทธสำนักคุนหลุนเป็นสำนักแห่งกระบี่ปราบมาร
หมากล้อม
โคลงฉันท์
กลอน
จึงเรียกว่า 3 กระบี่ปราชญ์แห่งคุณลุ้นทั้งๆที่มันมีเพียงคนหนึ่งเท่านั้นเอง
แม้ท่านอาจารย์เช็งจะไม่เคยท่องผ่านยุทธภพ
หรือผาดโผนในยุทธภพเลยก็ตาม
แต่ด้วยวรยุทธที่ท่านได้ฝึกฝนมาและมีผู้กล้าแข็ง
 เข้าไปเยือนที่หอคัมภีร์วัดเส้าหลินมากมาย
ทำให้ท่านต้องรับมือกับศัตรูผู้กล้าแข็งอยู่เสมอ
กระบี่ก็เช่นกันแต่ก็ ยากจะรับมืออยู่เช่นกัน

กระบี่ปราชญ์เข้ามา สามกระบี่
ความเร็วยิ่งยวด
หนึ่งที่หน้าผากระหว่างคิ้ว
สองที่คอหอย
สามที่จุดกลางหน้าอกข้างซ้ายตรงหัวใจ
ท่านอาจารย์ต้องล้มหงายลงหลบทันที
แต่ทันใดนั้นกลับมีกำปั้นหนักแน่น
กระแทกลงมาที่กลางศรีษะท่าน
ทั้งหนักหน่วงและร้อนผ่าว"

หรือจะเป็น

"กำปั้นเหล็กเพลิงโลกันต์





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 สิงหาคม 2018, 15:04:49 โดย popen2556 »