A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 49827 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 570
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #255 เมื่อ: 07 พฤษภาคม 2018, 21:22:44 »






ดาบแห่งซุส

อาวุธที่เคยได้ยินมานานมากกว่าพันปี
เป็นดาบวิเศษเล่มหนึ่ง
ดาบที่ทรงพลังอำนาจสูงสุดอย่างยิ่ง

ดาบวิเศษที่ใช้ในการทำลายล้างเหล่าเทพทั้งหลาย

จึงเป็นที่กล่าวขวัญถึงว่าดาบวิเศษเล่มนี้
ที่สามารถสยบทั้งเทพและมารได้ทั้งหมดตั้งแต่ทวยเทพในชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูงแม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้
ก็อาจจะตายได้ภายใต้คมดาบนี้เพียงดาบเดียว
เรื่องนี้ไม่เว้นแต่ทุกปีศาจ ทุกพญามาร
และเหล่าอสูร
ใน 2 ลำดับชั้นต่ำและชั้นสูงนั้น
เมื่อกระทบดาบนี้
ร่างก็ขาดสะบั้นยากจะหายใจได้เต็มที Wizard
จนกลายเป็นผุยผง

จิ้งจอกเหล็กพันปีอยู่ในร่างของนักรบจิ้งจอกเกราะเหล็ก
จริงหรือไม่ ศาสตราวุธทั้งหลายของนักรบเกราะเหล็กนับร้อยนับพันต่างพ่ายในดาบเดียวจากดาบในมือของนักรบจิ้งจอกเกาะเหล็กนี้

หากจริงจะยืนยันได้ว่าดาบในมือมันเป็นดาบวิเศษในตำนาน

รวมทั้งวิชาดาบอันชั่วร้ายแห่งประมุขพรรคมาร
ที่กล่าวขานในตำนานมาหลายชั่วอายุคน
ทั้งที่หายสาบสูญไปนั้น
ต่างถูกครอบครองในอุ้งมือของ
"กัปปะ"

จิ้งจอกเหล็กพันปี
และเทพวิชาสายฟ้าแห่งซุส

จิ้งจอกเหล็กพันปีที่หายสาบสูญไปจากพื้นพิภพนั้นกลับปรากฎในยุทธภพขณะแล้ว
"เปรี้ยง"
เสียงดังสนั่นที่เกิดจากการรวมตัวของพญาเสือทั้งสามจากถ้ำเสือ

ที่รวมร่างกันเพื่อเป็นเพียงร่างๆหนึ่ง

พลังงานในร่างกายมันเริ่มผุดโผล่ออกมาจากควันไฟ
เกินล้ำกว่าที่มุซาชิ จะคาดคิด
พลังงานที่มุซาชิไม่เคยเห็นมาก่อน
ในทุกการต่อสู้
พลันเกิดแรงดึงดูดอย่างมหาศาลมายังร่างของมุซาชิ
จนมันขนหัวลุกรวมทั้ง
ทั้งขนในร่างกายทุกองคาพยพชี้ตั้ง
ต่างถูกดึงดูดจากพลังงานที่เปล่งออกมาจากร่างของจิ้งจอกเหล็กพันปี
ชี้ให้เห็นว่าพลังงานที่มุซาชิเจอในครานี้
เป็นพลังลมปราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
รับมือยากที่สุดในชีวิต

จิ้งเหล็กพันปีพร้อมดาบวิเศษที่มันถืออยู่ในมือนั้น
จะมีศาสตราวุธเล่มใดในโลกต้านทานได้

มุซาชิมีเพียงดาบคู่นิวเทนริวเคียงข้างกายอยู่เท่านั้น ที่บิดาทิ้งไว้ให้
จะสามารถต้านทานดาบวิเศษของจิ้งจอกเหล็กพันปีได้อย่างไร
"ดาบปีศาจสายฟ้า"

ที่เป็นตำนานเล่าขานในยุทธจักรมานาน
ต่างร่ำลือว่าเป็นสายฟ้าของซุส เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนขั้วโลกเหนือ
และใช้สำหรับปราบเทพทั้งหลาย
มุซาชิกับ จิ้งจอก เหล็กพันปี
ไม่รอช้าต่างวิ่งเข้าหากันด้วยความเร็วสุดขั้ว
พลันชักดาบของมันทั้งสองออกมา
ในระยะห่างกันหกก้าว
มุซาชิกลับกระโดดลอยตัวขี้นกลางอากาศ
เดินพลังลมปราณใส่ดาบยาว ฟันออกไปทันทีด้วยพลังเต็มสิบส่วน
จิ้งจอกเหล็กพันปี
ฟันดาบวิเศษขวางกั้นสามครั้ง
"เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง"
ด้วยความเร็วเหนือคาด

แถมยังรั้งดาบวิเศษกลับมาแทงสวนสุดแขนใส่ร่างมุซาชิที่อยู่กลางอากาศ
อย่างยากจะคาดเดา
ยากที่จะหลบหลีกกระบวนท่าการทำลายนี้ได้
ช่างยากเหลือหลาย
ด้วยพลังแห่งยอดยุทธในใต้หล้าที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์
พลังของดาบและ
พลังลมปราณของดาบแทงตรงมายังร่างของมุซาชิ
เสียงแหวกอากาศดังสนั่น
เสื้อผ้าด้านซ้ายของมุซาชิขาดกระจุย
พลังอันชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัวและทั้งรุนแรงยิ่ง
"สวบ"

ในชั่วหนึ่งลมหายใจชายโครงด้านซ้ายของมุซาชิพลันเกิดสีม่วงขึ้นทันที
หรือดาบวิเศษนั้นเป็นดาบมีพิษร้ายแรง

สติ

สติ แปลว่า ความระลึกได้ ความนึกขึ้นได้ ความไม่เผลอ ฉุกคิดขึ้นได้ การคุมจิตไว้ในกิจ หมายถึง อาการที่จิตนึกถึงสิ่งที่จะทำจะพูดได้ นึกถึงสิ่งที่ทำคำที่พูดไว้แล้วได้ เป็นอาการที่จิตไม่หลงลืม ระงับยับยั้งใจได้ ไม่ให้เลินเล่อพลั้งเผลอ ป้องกันความเสียหายเบื้องต้นยับยั้งชั่งใจไม่บุ่มบ่าม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความไม่ประมาท

สติ เป็นธรรมมีอุปการะมาก คือทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นเจตสิกชนิดหนึ่ง สตินั้นหากนำมาใช้กับทางโลกทั่วไปก็ย่อมมีประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการงาน ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ การคิดอ่านย่อมเป็นระบบ จิตย่อมมีสมาธิในการทำกิจการงานใด ๆ อารมณ์มักจะเป็นปกติ ไม่ค่อยโกรธ เครียด หรือทุกข์ใจอะไรมาก ๆ กล่าวโดยรวมคือย่อมเกื้อกูลชีวิตประจำวันทางโลกได้อย่างดีซึ่งเป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจน ถ้ารู้เนือง ๆ มาก ๆ เข้าจนเป็นมหาสติ ก็จะได้ประโยชน์จากทางธรรมด้วย การที่เรามีสติอยู่เนือง ๆ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ทำอย่างติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็เพื่อให้สติเกื้อกูลต่อการ “เห็นความจริง” ความจริงนี้เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือกายกับใจจุดหมายของการรู้ก็เพื่อให้เห็นความจริง อันได้แก่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่ากายและใจของเรานั้นเป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวเรา

สติ เป็นคุณธรรมที่เกิดเองไม่ได้ ต้อง ทำให้เกิดขึ้นด้วยการฝึกฝนรวบรวมจิตใจให้นิ่งแน่วด้วยวิธีต่างๆ เช่นการเจริญวิปัสสนาคือการฝึกตามมหาสติปัฏฐานสูตร ทำสมาธิ สวดมนต์ ภาวนาคือให้มีความรู้สึกตัวผ่านอายตนะทั้ง 6

สติ มีใช้ในอีกหลายความหมาย เช่น กำหนดรู้ ตระหนักรู้ ระลึกรู้ สัมผัสรู้ รู้สึกตัว และอื่นๆ ที่ใช้ในความหมายการทำความกำหนดรู้สึกตัวในปัจจุบันต่อผัสสะใดๆที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้กำหนดรู้เฉพาะหน้า ให้เท่าทันต่อสัมผัสตามความเป็นจริงต่อสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา ให้จิตเป็นอิสระต่อสิ่งที่มากระทบในฐานะเป็นเพื่อผู้เฝ้ารู้เฉย ด้วยการเพิ่มการรับรู้ทางประสาทสัมผัส โดยลดการคิดนึกปรุงแต่งความรู้สึกอื่นๆ

สติใช้เพื่อที่จะรู้เท่าทันในสังขาร 3

รู้เท่าทันในการเคลื่อนไหว(กายสังขาร) ในอันที่จะการสร้างกรรมใดๆ นั่นคือศีล
รู้เท่าทันในอารมณ์ที่ปรุงแต่งจิต(จิตสังขาร) จนจิตเป็นอิสระจากอารมณ์ นี่คือสมาธิ
รู้เท่าทันความคิดทั้งหลาย(มโนสังขาร) ว่าความคิดเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่(โยนิโสมนสิการ) นี้คือปัญญา

วิกีพีเดีย

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 570
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #256 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2018, 23:29:07 »





กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยว

มุซาชิ หนึ่งในใต้หล้าไร้ต้าน

มุซาชิเป็นลูกชายของซามูไรคนหนึ่ง
ที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก
ได้เรียนวิชาดาบส่วนหนึ่งมาจากบิดาของตน
ในขณะที่ฝึกดาบกับบิดงอยู่นั้น
มุซาชิถูกฟาดดาบไม้ใส่ดาบหนึ่ง

จนมันกระเด็นล้มลงสู่พื้น
แต่ด้วยความเป็นนักสู้อย่างไม่ย่อท้อ
มุซาชิจึงคว้าดาบไม้ที่หลุดจากมือมันขึ้นมา
กระโดดตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศฟันตรงๆออกไปดาบหนึ่ง
แต่สีหน้าของมันและแววตาของม้นในขณะนั้น


กลับทำให้บิดาถึงกับรำพึงออกมาคำหนึ่งว่า

"นัยน์ตาปีศาจ"

ดาบในมือที่บิดาของมันถืออยู่ถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน



ตั้งแต่นั้นมาบิดาของมุซาชิ

ก็ไม่กล้าสอนการใช้ดาบให้มูซาชิอีกเลย

เพราะเกรงว่าตนจะสร้างสัตว์ร้ายในยุทธภพ
เพราะอยากเรียนวิชาดาบอย่างแรงกล้า
มุซาชิจึงเดินทางออกจากบ้าน
ร่อนเร่ไปทั่ว
เพื่อหาอาจารยผู้ฝึกสอนเพลงดาบให้กับมัน

แล้วก็หมั่นฝึกเพลงดาบด้วยตนเองไปตลอดทาง

จนมันมีฝีมือดาบอันน่าเหลือเชื่อ

เด็กหนุ่มผู้นี้มีโครงสร้างทางการฝึกยุทธโดดเด่นและมีทักษะในการ ฝึกดาบ

และการอาวุธทุกชนิดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

แต่ในวัยนี้.....มุซาชิกลับที่จะชอบปกป้อง
ผู้อ่อนแอที่ถูกข่มเหงรังแก


แม้สตรีในซ่องนางโลม หรือพวกเกอิชาจาก
อันธพาล
มุซาฃิมีเพื่อนรักคนหนึ่งชื่อ ทาเคชิ


วันหนึ่ง มีโจรกลุ่มหนึ่ง เข้ามาปล้นหมู่บ้านที่มุซาชิและทาเคชิอาศัยอยู่
และมาข่มขู่คุกคามกับสำนักนางโลม

หัวหน้าของกลุ่มโจรนี้ ได้เคยฆ่าเกอิชาผู้หนึงและบิดาของนางตาย

กลุ่มโจรนี้ชื่อเก็งไซ
อีกทั้งมันยังฆ่าบิดาของเด็กหญิงรับใช้ในสำนักนางโลมแห่งนี้อีกด้วย
ทำให้นางอยู่อย่างซึมเศร้าไปวันๆ


ในระหว่างที่มุซาชิยืนคุยกับนางอยู่นั้น
ยูมิเอะก็หยิบเศษก้อนหินปาไปยังชายผู้หนึ่ง
ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ไว้หนวดใบหน้าเหี้ยมเกรียม
ที่เดินเลาะเขาลงมา
มุซาชิสงสัยจึงถามนางว่า
ทำไมถึงปาหินใส่คนผู้นั้น
นางจึงเล่าความจริงให้ฟังว่าโจรร้ายนี้คือหัวหน้ากลุ่มโจรเก็งไซ
มันนี่แหละที่ฆ่าบิดาของนางและข่มขืนฆ่ามารดาของนางอีก

หลังจากนั้นอีกวันหนึ่ง
มันได้เดินทางไปยังสำนักนางโลมที่ยูมิเอะและมุซาชิอาศัยอยู่
เพื่อมาเรียกค่าไถ่และเก็บค่าคุ้มครอง
รวมทั้งมาระรานยูมิเอะสาวงามอายุสิบห้าปี
ในขณะที่มุซาชิและทาเคชิ
เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ต่างคิดแผนที่จะป้องกันสำนักนางโลมนี้ไว้และช่วยเหลือเหล่าเกอิชา
ด้วยนิสัยนักเลงของพวกมัน
นักเลงในที่นี้หมายถึงผู้ต่อต้านการกดขี่รังแกบุคคลอื่นที่อ่อนแอกว่า
มุซาชิมีเพียงดาบไม้อันเล่มหนึ่ง
ส่วนทาเคชิมีดาบเล่มหนึ่งที่นางเกอิชาเก็บมาจากศพซามูไรที่ตายทิ้งไว้
และให้กับมัน

มุซาชิซ่อนตัวอยู่หลังประตูในขณะที่
ทาเคชิยืนถือดาบดาบซามูไรเงาวับรอจัดการกับหัวหน้าโจรผู้นี้ที่มีนามว่า
เซอิโต๊ะ

ใช่ว่ามันจะไม่รู้แผนการของเด็กหนุ่มทั้งสอง
ที่คิดจะต่อกรกับมันในวันนี้
 ด้วยดาบสองเล่มนั้นเอง
จากประสบการณ์ของมันในการต่อสู้กับคู่ต่อสู้มามากมายในการปล้นแต่ละครั้ง
ด้วยฝีมือของเด็กทั้งสองนี้
ไหนเลยจะเป็นคู่มือของมันได้
พอมันเปิดประตูเข้ามาแล้ว
ก็ซัดทาเคชิด้วยหมัดขวา
กระเด็นลอยออกไป
"ตูม"

"ตูม"
เเล้วก็จับมุซาชิกระแทกลงกับพื้น
ที่ไม่ทันได้ใช้ดาบไม้
จนมันกระเด็นหลุดออกจากมือไป
จากนั้นมันก็คว้าคอเสื้อของมุซาชิลุกขี้นจากพื้น
โยนร่างลอยไปอีกฝั่งหนึ่งของห้อง
"ตูม"

พุ่งตรงไปต่อยหมัดถูกใบหน้าของมุซาชิอีกครั้งหนึ่ง เร็วจนดูแทบไม่ทัร
"ตูม"
ในขณะที่มึซาชิพยายามจะลุกขึ้นมา

เซอิโต๊ะคว้าจับทาเคชิตบด้วยฝ่ามือหนาหนักอย่างแรง
"ปึ้ก"
จนร่างทาเคชิปลิวออกไปนอกห้องอีกครั้งหนึง
"โครม"

แล้วมันก็หัวเราะขึ้น

"ฮ่าๆๆๆ"

น้ำหน้าอย่างพวกเจ้า เด็กน้อยสองคนนี้มีหรือจะปกปักรักษาคุ้มครองสำนักนางโลมนี้ได้


แต่ทันใดนั้นเอง ...เมื่อมันเห็นใบหน้าของมุซาชิที่เปลี่ยนไป
ด้วยแววตา
ของปีศาจมันกลับกลัว
จนลนลานวิ่งหนีออกไปจากสำนักนางโลมอย่างไม่รอช้า

มุซาชิถือดาบไม้วิ่งตามไป
ไม่กลัวดาบจริงที่มันพกติดตัวของโจรทรงพลังแต่อย่างใด
ด้วยความเร็วและแรง
มุซาชิกระโดดตัวลอยฟันดาบไม้ออกไปสุดแรงดาบหนึ่ง
"โพล๊ะ "
ศีรษะของเซอิโต๊ะแตกเลือดสาดกระจาย
ตายคาที่
มุซาชิรู้ว่าจะต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่นี่แน่นอน

มันกับทาเคชิจึงนอนรอสถานการณ์เคลือบแฝงที่จะตามเข้ามา
แต่ทาเคชิกลับไม่มั่นใจสถานการณ์เท่าไหร่
ว่าจะรับมือกลุ่มโจรกลุ่มนี้ได้อย่างไร
แต่เพื่อสหายมันจึงไม่หนีไปไหน


ค่ำคืนนั้นมีโจรร้ายสิบสองคน
ล้วนแต่มีร่างกายใหญ่บึกบึนทั้งสิ้น
ทุกคนใช้ดาบซามูไร พวกนี้คงจะเป็นนักรบรับจ้างซึ่งถูกปลดประจำการ แล้วไม่ทำมาหากินอันใดทั้งสิ้น
พยายามที่จะ ปล้นฆ่ารังควานชาวบ้าน
เพื่อให้ได้เงินได้งานได้สตรีมีสุราดื่ม
โดยรองหัวหน้าโจรเคนโชวนักดาบฝีมือดี
 "ประกาศก้องว่า
ผู้ใดฆ่าชีวิตของหัวหน้า
ออกมารับผิดชอบแต่โดยดีเอาหัวมาทิ้งไว้ให้ข้า
พวกข้าจึงจะไม่อาละวาด"

มีแต่หนุ่มน้อยมุซาชิเพียงผู้ดียวที่กล้าเดินก้าวออกไปจากสำนักนางโลม
พวกโจรเหล่านี้กลับหัวเราะ
มุซาซิชักดาบซามูไรที่เอามาจากทาเคชิออกมาด้วยความมั่นใจ

ทั้ังๆที่ไม่เคยใช้ดาบจริงมาก่อนเลยน
ทำให้เอาโจรทั้งสิบสองงุนงงสงสัย
รวมทั้งทาเคชิด้วย
เพราะมันไม่เคยเห็นกริยาอย่างนี้ของมุซาชิมาก่อน
แต่โจรเหล่านั้นกลับมีสีหน้าตื่นตระหนกทันที เมื่อเห็นแววตาของมุซาชิ
"เนตรปีศาจปีศาจ"


มุซาชิวิ่งเร็วแทงคอหอยโจรคนแรก
 มันไม่ทันจะปกป้องตนเองก็ล้มลงด้วยความเร็วเหนือความคาดหมาย
ที่เหลือก็ต่างกุ้มรุมใส่มุซาชิ

เมื่อมุซาชิสาดดาบซ้ายขวาออกไป

โจรสองคนร่วงล้มลงความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
ฟันตรงฟันข้าง
ทุกการสะบัดดาบของมุซาชิล้วนมีผู้ล้มลง
อีกสามคน
มุซาชิสะบัดดาบใส่มันด้วยความเร็วมี่พวกมันไม่เคยเห็นจนคอขาดกระเด็นออกไปทั้งสี่คน
ที่เหลือิกสี่คนเท่านั้นต่างกำลังจะก้าวหนี
แต่มีซามูไรร่างกำยำวิ่งออกมาปะทะจากกลุ่มโจร
ปะทะกับมุซาชิจนเซถอยหลังไป
"ตูม"

มุซาชักดาบกระแทกหน้ามัน
จน
ดาบในมือมุซาชิฟันใส่หน้าของมันแบ่งเป็นสองซีก
แล้วฟันก้านคอโจรอีกหนึ่งขาดสะบั้น
โจรสองคนสุดท้ายที่เหลือ
ไม่คิดจะหนีหันหน้าตรงสู้กับมุซาชิ
มุซาชิกำดาบแน่นราวกับซามูไรมากฝีมือนัยน์ตาดุจเนตรปีศาจจริงๆ
โจรสองคนรุมวิ่งเข้ามาฟันดายเร็วใส่มุซาชิคนละดาบ
มุซาชืฟันสวนกลับไปดาบหนึ่ง
ดาบพุ่งออกไป
"ฉับ"
โจรทั้งสองต่างล้มลงดิ้นขาดใจตาย
แล้วมุซาชิก็หันมาพูดกับยูมิเอะและทาเคชิว่า

พวกเราหนีกันเถอะ
เกิดเหตุร้ายแล้วไม่มีอะไรจะรองรับพวกเราได้
แล้วต่างหนีกันไป
ตั้งแต่นั้นมา
มุซาชิ ก็ปล่อยให้สาวงามยูมิเอะเดินทางไปกับทาเคชิ
ส่วนตัวเองเพื่อความปลอดภัยของเพื่อนทั้งสองจึงจากไปเป็นเป้าล่อ
มุซาชิเริ่มออกเดินทางเร่ร่อนหาสำนักดาบฝึกฝีมือต่อในวิชาการต่อสู้
มันพูดกับทาเคชิว่า
"ข้าจะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้านในปฐพี"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤษภาคม 2018, 11:29:00 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 570
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #257 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2018, 17:34:55 »
กำเนิดดาบเด็ดเดี่ยว สอง

มุซาชิหลังจากที่ได้แยกทางกับทาเคชิเพื่อนรักและสาวงามนามยูมิเอะ มาได้ 2 ปี

ก็ได้ตะเวนท้าประลองดาบกับสำนักดาบไปทั่วจนไปถึงเมืองโนดะ
จังหวัดชิบะซึ่งมีการเปิดสอนวิชาการต่อสู้ของค่ายสำนักต่างๆมากมาย
ที่เรียกกันว่า"บูจินกัน "

มุซาชิเองก็ไม่ได้หยุดฝึกดาบด้วยตัวเองแม้สักวันหนึ่ง

ในการใช้ดาบมุซาชิรวบรวมประสบการณ์จากการประลองฝีมือในหลายปีที่ผ่านมารวมทั้งจากการต่อสู้
ฝึกจนสามารถบัญญัติเพลงดาบเป็นของตัวเองสำเร็จ
"เพลงดาบห้าห่วง"
อาศัยธรรมชาติแห่งความเร็วและ
แรงจากการหมุนดาบเป็นวงกลมในระหว่างการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับดาบที่ใช้อยู่

 มูซาชิใช้เพียงดาบซามูไรอยู่ 2 เล่ม ยาวและสั้น
ที่ได้จากซากศพของซามูไรที่ตายในสงคราม
เขาเก็บดาบนั้นขึ้นมา
เมื่อได้ฝังศพผู้เป็นเจ้า
ของแล้ว
จึงได้ขออนุญาตใช้ดาบ ต่อหลุมฝังศพ

มุซาชิเดินทางร่อนเร่ไปเรื่อย
ทำให้มือได้สัมผัสกับดาบเหล็กมากขึ้น
หลังจากที่ฝึกกับการใช้ดาบไม้มานาน
 ระหว่างการเดินทางของมุซาชินั้น
การประลองดาบตามสำนักต่างๆ
สิ่งที่ตามมาจากการประ ลองก็คือความแค้น
จากศิษย์ของสำนักดาบต่างๆที่ล้มตายและเสียหายจากการประลองทั้งสิ้น

การประลองดาบในสมัยนั้นถือเป็นความถูกต้องเพราะเพื่อทดสอบวิชาของตนที่ได้เรียนรู้ มา
การตายจากการประลองจึงเป็นการตายอย่างมีศักดิ์ศรีของผู้ตายและเป็นความปลื้มใจของผู้ชนะ

ในหลายๆครั้งของการประลองก็ไม่มีการตายเกิดขึ้น
เนื่องจากมีการออมมือให้กันหรือยั้งมือให้กัน

ในขณะที่มุซาชิเดินผ่านสวนสนหนาทึบแห่งแห่งหนึ่งทางเจ้าชิบะ

เขาได้พบกับนักบวชผู้หนึ่ง
อายุในราวกลางคนคงราว52 ปี
มีรูปร่างสูงใหญ่มาก

นักบวชผู้นั้นพลันเอ่ยปากกับมุซาชิขึ้นว่า

" เจ้าหนูจะไปไหนหรือ ข้าชื่อ....หลวงพ่อเคนชิน"

"ท่านผู้อาวุโสข้าน้อยเดินทางท้าประลองดาบไปทั่วกับทุกสำนัก
ดาบ

ข้าชนะเข้าเจ้าสำนักดาบมาแล้ว18 แห่ง"

"เจ้าชื่ออะไร...."
" ข้าชื่อมุซาชิ""

"อายุเท่าไหร่ปีนี้"

"อายุ19 ปี"

"เจ้ารู้ไหมว่าในร่างกายของเจ้ามีรังสีการฆ่าฟันสูงมาก
แม้เจ้าจะอายุเพียง 19 ปีก็ตาม
เหมือนกับนักรบที่ออกสนามรบมานานมาก
รังสีการฆ่าฟันมันรุนแรงแต่รังสีอำมหิตในกายเจ้ากลับไม่มี"
 มุซาชิทำหน้างง
กับคำพูดของนักบวชสูงใหญ่ที่กล่าวเช่นนี้
"ท่านหมายความว่าอย่างไรผู้อาวุโส"

"ข้าว่ารังสีการฆ่าฟันของเจ้ามันสูงเกินไปที่จะฝึกยุทธและอาจจะเป็นมารรัายในยุทธภพในภายหลังแทนที่จะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งในใต้หล้าไร้ต้าน"

มุซาชิมีสีหน้างุนงงในคำพูดของนักบวชเคนชินขึ้นมาทันที

"ผู้อาวุโสท่านทราบได้อย่างไรว่าข้าอยากเป็นหนึ่งในใต้หล้า"

นักบวชเคนชินกล่าวตอบ

" หนึ่งในใต้หล้ามีจริงหรือในโลกนี้"

"มันต้องถามดาบของข้าและเพลงดาบห้าห่วงของข้าว่า จะเป็นหนึ่งในใต้หล้าได้ไหมท่านผู้อาวุโส"

"ในเบื้องหน้าเจ้าหนูฝีมือของเจ้า มันมาแค่ระดับใดกันเอง
เจ้าถึงพูดจาชัดเจนมากว่า
จะเป็นหนึ่งในใต้หล้า"

"ก็ได้แต่เชื้อเชิญท่านผู้อาวุโสชี้แนะข้าผู้น้อยดูว่า
ความสามารถอันน้อยนิดของผู้น้อยจะสามารถไปไปสู่เบื้องสูงได้หรือไม่ อย่างไร"
 นักบวชเคนชินถาม
กลับไปยังมุซาชิว่า

"เจ้าอย่าให้คนชราอย่างข้าต่อสู้กับเจ้าเลย "

"มซาชิเจ้าใช้ดาบแล้วจะให้ข้าใช้อะไรเล่า"

" ก็กระบองใหญ่ที่ท่านถืออยู่ในมือนั่นแหละ ผู้อาวุโสท่านมีความรู้ไหมในเพลงยุทธ"

"ข้ามีความรู้เพียงเล็กน้อยในวิชาพลองและวิชาการต่อสู้และบูจินกัน "
"ท่านรับคำท้าของข้าน้อยหรือไม่ผู้อาวุโส"
"ยินดียินดียินดี"
นักบวชเคนชินลุกจากที่นั่งพื้นเพื่อหย่อนคลายสบายๆอย่างช้าชๆหยิบไม้พลองที่ใช้ถืออยู่ในการเดินทาง
เป็นไม้ประดู่แดง. ชนิดหนึ่งขัดมัน
มุซาชิชักดาบยาวออกมาสลับคมไว้ด้านในสลับสันดาบไว้ด้านนอกเพื่อป้องกันการบาดเจ็บล้มตายในดาบของตน

ชวนให้นักยวชเคนชินถึงกับหัวเราะ

"ฮ่าๆๆๆๆๆ "




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2018, 17:40:39 โดย popen2556 »