A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 47382 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #210 เมื่อ: 21 กันยายน 2017, 09:29:54 »



มีดสายฟ้าฟาดผู้แซ่ลี้...........
เหตุใดมีดบินของมือสังหารจึงถูกขนานนามเช่นนี้
ทั้งๆที่เป็นอาวุธรับจ้างฆ่าคนและไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมันมาก่อนเลย
จะมีก็แต่เพียงคนผู้หนึ่ง........ที่เห็นมัน
ย่อมเป็นคนตายเท่านั้น
ที่เคยเห็นมือสังหารในขณะที่มีดบินปักคอหอยของมันและทิ้งสัญญลักษณ์บ้านสี่มีดไว้เท่านั้น
แต่ที่กล่าวขานกันว่าเป็นมีดบินของผู้แซ่ลี้นั้น
เพราะมันเร็วที่สุดในพิภพ
มีแต่เพียงผู้แซ่ลี้เท่านั้นที่ใช้มีดได้เช่นนี้
มีดบินที่ไม่มีใครเคยเห็น มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้า
เต๋งเง็กชอมือกระบี่แห่งอุดร
ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งยุทธภพว่าเป็นกระบี่ไวเท่าแสง
เห็นแสงกระพริบ คนเบื้องหน้าล้วนล้มลง ผู้แซ่เต็งกลับดิ้นตากลับไม่ทันได้ชักกระบี่
โดยมีมีดบินที่ทำจากหินอัคคนีปักที่คอหอยของมัน
หลิวแต้เชียน ดาบสั้นเหินหาว
จอมดาบแห่งยุค
ตายภายใต้มีดบินที่ทำจากหินอัคคนีปักที่คอหอยไม่ทันได้หายใจ
มีดบินตัดทะลุหลอดลมของมัน
จิ่งฉูเฉียวมือธนูอัจฉริยะ ถูกมีดบิน
อัคคนีตัดสายธนู ปักคอหอย
ลิ้มเปียวแช
ดาบไวสะท้านยุทธตกตายภายใต้มีดบิน อัคคนี
และดาบของมันถูกมีดบินตัดหักแล้วจึงปักคอหอยของมัน
เบ๊ซุนปัง ดาบยาวหลังม้า
ตกม้าตายในขณะที่เอี้ยวตัวจะฟันดาบยาวของมันออกมา
กลับถูกมีดบินอัคคนีปักคอหอยขอวมันจนตกม้าตาย
ต้วนเช็ง ดัชนีทะลุโลกันต์ผู้สืบทอดพลังดัชนีจากอ๋องต้วนหรือเทพทักษิณ
มีมีดบินตัดสองนิ้วพลังทะลุโลกันต์ปักคอหอยพร้อมนิ้วทั้งสองของมัน
ทุกศพล้วนมีสัญญลักษณ์มีดไขว้กระโหลกที่ด้ามมีด
สัญญลักษณ์ของมีดบินแห่งบ้านสี่มีด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ตุลาคม 2017, 09:30:59 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #211 เมื่อ: 26 กันยายน 2017, 12:05:32 »
กระบี่ที่เร็วที่สุดในใต้หล้า
ก็ยังพ่ายแพ้ต่อความเร็วของใจเจ้า
เจ้าจึงมักจะพ่ายแพ้
ใจตนเอง

ลมกรด






บ้านสี่มีด



ในยุทธภพชั้นหลัง
ปรากฎ....
มีหมู่บ้านนามกระเดื่องแห่งหนึ่งรับจ้างสังหารผู้คนที่เป็นชาวยุทธหรือเศรษฐีผู้มั่งคั่งและขุนนางกังฉิน
ในอัตราค่าจ้างสูงลิบลิ่ว....
หนึ่งแสนตำลึงทอง
ด้วยอาวุธที่เร็วและร้ายกาจที่สุดในพิภพ....
มีดบินที่ไร้ต้าน ไม่เคยพลาดเป้า
มีดบินสายฟ้าฟาด
ผู้แซ่ลี้




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ตุลาคม 2017, 09:37:14 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #212 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2017, 16:15:22 »
นอกจากจิตมารในกายข้าแล้ว
ไม่มีผู้ใดจะทำร้ายข้าได้นอกจากเจ้า
เหล่าสตรีที่ข้ารัก
ที่ทำให้ข้าหลงรักจนหัวปักหัวปำยิ่งกว่าร่ำสุรา
ข้าตะหนักรู้ด้วยตนเองแล้วว่าข้าหลงผิด
ข้าจึงสะบั้นรักพวกเจ้าออกจิตของข้า...อย่างเด็ดขาด
มีดสั้นสะบั้นรัก





ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #213 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 15:53:37 »
ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคพิเศษ (45532 อ่าน)
ศึกทวนสะท้านภพ


ทวนทมิฬหลังจากผาดโผนในยุทธภพจนไร้ผู้ต่อต้านแล้ว
ท่านก็เร้นกายหายไปอยู่ในหุบเขาทิวสนมานาน
ไม่มีผู้ใดกล้าไปท้าประลองอีกเลย
แต่ในยุทธภพยังคงลำดับอาวุธของท่านเป็นอันดับสี่ลองลงมาจากมีดบินของท่านผู้แซ่ลี้
จะนับอย่างใดได้ในเมื่อสองยอดยุทธไม่เคยประลองกันหรือแม้กระทั่งพบกัน
ณ.สถานที่แห่งหนึ่ง
บุรุษหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีแต่งกายชุดดำรัดกุม ใบหน้าคมคายอาจหาญ
ลำตัวแข็งแกร่ง เหมือนผู้ฝึกกำลังภายนอกมานาน
ล่ำสัน คิ้วโกร่ง แววตาดุจดั่งพญาอินทรีย์
ถือห่อผ้ายาวสี่เชียะยืนหน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แล้วร้องตะโกนเรียกอยู่หน้ากระท่อม
"ท่านผู้อาวุโส ๆๆ"
สิ้นคำพูด
ชายฉกรรจ์บุคคลิกน่าเกรงขาม ท่าทางสง่างาม น่ายำเกรง
หนวดเครายาว ตกแต่งเป็นระเบียบอย่างดี
เดินก้าวออกมา ใบหน้าแย้มยิ้ม อารมณ์ดี
"มีอะไรหรือพ่อหนุ่ม"
บุรุษหนุ่มน้อมก้มตัวลงคำนับ ทำความเคารพอย่างเต็มห้วใจ
"ผู้น้อยหลี่ชิงอี้ ฝึกทวนมาสิบสี่ปีกับมวยไท้ชี่กง
อยากได้คำชี้แนะจากท่าน....ผู้อาวุโสสักครั้ง"
"เจ้ามีคุณสมบัติใดหรือ"
ชายหนุ่มยกห่อผ้าเบื้องหน้าขึ้น
พร้อมกล่าวคำเชื้อเชิญจอมยุทธที่อยู่เบื้องหน้าทันที
"ข้าน้อยล่วงเกินท่านแล้ว"
พลางกระแทกห่อผ้าลงพื้นเบาๆ
"ตึง"
ที่พื้นใกล้ๆฝ่าเท้าของมันกลับมีหลุมลึกสี่นิ้วเป็นรอยร้าวถึงปลายเท้าจอมยุทธเบื้องหน้า
"น่าอัศจรรย์ยิ่ง อายุเพียงเท่านี้ พลังล้ำเลิศ"
พลันลงมือจี้พลังดรรชนีออกไปยังบุรุษหนุ่มตรงๆด้วยพลังแข็งกร้าวสุดหยั่งคาดออกไป
"ฟุ่บ"
หลี่ชิงอี้เกร็งกำลังแขนสุดตัวยกห่อผ้าต้านรับพลังดรรชนี
"ตึง "
ยังไม่ทันหายใจ อีกกระบวนท่าตามออกมา เป็นนิ้วฟันตรงๆออกแนวเฉียงทางขวา
"ตูม"
หลี่ชิงอี้ กระเด็นออกไปสามก้าว ลมปราณแปรปรวน สีหน้าขาวซีด
ท่าแทงตรงดัชนีตามติดร้อยรัด
"ฟุ่บ"
"เปรี้ยง"
ฟ่ามือหลี่ชิงอี้แทบฉีก คลื่นไส้อยากอาเจียน
"ทวนทมิฬเกรียงไกร ฟาดกองทัพ สะท้านภูผา"
หลี่ชิงอี้รำพึงสามกระบวนท่าที่คู่ต่อสู้ใช้ออกมา
"ข้าฯไม่เกรงใจท่านอาวุโสแล้ว"
หลี่ชิงอี้ กล่าวพลางสะบัดห่อผ้าในมือออกพลาง
ที่มันถืออยู่กลับเป็นทวน
ทวนเหล็กไหล อาชาเลือดของแม่ทัพจูล่ง
เพราะตระหนักรู้แล้วว่าเมื่อพบคู่ต่อสู้ที่ยามเริ่มลงมือก็ใช้ท่าไม้ตายออกมาเลยนั้น หากจะรักษาชีวิตตนเองต้องทุ่มพลังสุดขีด


"ทวนทมิฬอันร้ายกาจ"

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #214 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน 2017, 12:26:13 »
ศัตรูหัวใจ...
เมื่อข้ารู้ว่า
ข้าหมดประโยชน์
และไม่มีคุณค่า
หรือไม่มีสมบัติใดๆจะมอบให้กับท่านแล้ว
ข้าได้แต่นิ่งเงียบ
จนท่านจากข้าไปอย่างไร้ไมตรีด้วยดีทุกประ การ
ข้าไร้ข้อโต้แย้งใดใด
และไร้เหตุผลใดใดที่จะร้องขอให้ท่านกลับมาหาข้าอีก
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
ท่านก็เช่นกันก็คงจะไม่มีวันกลับมาหาข้าแล้ว
ความสัมพันธ์ของเราล้วนหักสะบั้นไร้เยื่อใยใดใด
หลังจากนี้แล้ว...........
ข้าดำรงตนให้เป็นประโยชน์แก่คนที่รักข้าและข้ารัก...และผู้คนในยุทธภพ
ด้วยความรักเยี่ยงชีวิต
กระบี่ไร้ใจอี้น้ำเซ็ง

เมื่อประมุขลี้ท่านเร้นกายหายไปหลังศึกในตำนาน
มีแต่ชนรุ่นหลังเล่าลือว่า
ท่านถ่ายทอดวิชามีดบินให้แก่ผู้แซ่เอี๊ยบ
และเล่าลือต่อไปว่า...มีดบินนี้ยังเหนือล้ำกว่ามีดบินของประมุขลี้เสียอีกเป็นมีดบินที่มีพลังเมตตา
นอกจากนั้นแล้วประมุขลี้ยังถ่ายทอดวิชามีดบินให้แก่ลูกหลานอีกด้วย
แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าบ้านสี่มีด
มีที่ไปที่มาเช่นไร เพียงแต่รู้ว่ามีดบินของบ้านสี่มีดนั้นไม่เคยพลาดเป้า
เหนือศาสตราวุธใดๆในยุทธภพ






สตรีเช่นท่านแม้จะศักดิ์ศรีสูงส่ง แต่ในแง่ของน้ำใจท่านสู้ผู้คนในพรรคกระยาจกไม่ได้เลย เพราะใจท่านคับแคบเกินไปยากจนเกินไป
ปัญญาของท่านมีแต่จะแสวงหากำไรที่ไม่มีอยู่จริง อย่างมากท่านก็เป็นได้แค่แม่เล้าในซ่องคณิกา
เพียงนั้น
โกวเลี๊ยะ


จอมยุทธเอี๊ยบผู้มีพลังเมตตาสูงกว่าผู้เป็นอาจารย์มาก
จิตใจมั่นคงในสมาธิจิต
มีปัญญาในการเห็นแจ้งทุกสิ่งในโลก
รู้เท่าทันผู้คนมาก
เเม้กระทั่งสาวใช้จะอ้างระเบียบต่างๆนานา
โดยขาดวิจารณญาณต่อท่าน
ท่านก็ปล่อยไป
ยอมรับให้คนผู้นั้นมีความสุข
เพราะไม่ได้ผิดอะไรมากมาย
เพียงแตเธอ่ฉลาดขาดเฉลียวเท่านั้น
ท่านจึงเล็กลงๆปลิวไปมาในยุทธจักรดุจดั่งใบไม้ล่องลอย
สมกับชื่อของท่าน
แต่ผู้คนกลับแซ่ซ้องกันว่ามีดบิน
ของท่านไร้ต้านไม่เคยพลาดเป้า
สูงส่งกว่าท่านประมุขลี้
อาจารย์ของท่านเสียอีก

ในยามปัจฉิมวัยท่านปลูกบ้านหลังเล็กๆที่เรียกว่ากระท่อมใบไม้
อยู่เพียงลำพัง
ในชนบทแห่งหนึ่งห่างไกลจากเมืองหลวง
ใบไม้และต้นไม้ยามนี้เขียวขจีพัดโบกปลิวไสว
ท่านเอี๊ยบนั่งจิบชาเพียงลำพัง จิตเข้าสมาธิลึกล้ำ
ขนาดนกตัวน้อยตัวหนึ่งบินมาเกาะที่บ่าของท่าน คาบเศษอาหารมาเกลี่ยที่ไหล่่ท่านก็วางเฉยด้วยเมตตา
เสียงนกเสียงกาดังเป็นระยะๆ ลมแรงมากพัดจนเครายาวขาวของท่านปลิวไปมาพลิ้วเล่นกับลม



ท่านย้อนไปถึงอดีตในวัยเยาว์


เริ่มฝึกมีดบินกับท่านปรมาจารยหรือประมุข์ลี้ในวัยเก้าปี

ขณะนั้นท่านใช้ต้นไผ่ผ่าครึ่งเป็นมีดบิน

ยืนตรงเกร็งท้องน้อยหายใจเข้าสู่สมาธิจิตดำดิ่งลึก
พลังทั้งหมดของท่านไหลต่อเนื่องทุกจักระไปสู่ฝ่ามือของท่านจนเปี่ยมล้น
สลัดฝ่ามือออกไป มีดบินต้นไผ่ของท่านหลุดออกไปจากมือ
ได้ยินเสียงแหวกอากาศเล็กๆหวีดหวิวราวเสียงระฆ้ง
ตรงไปยังคอหอยของประมุขแต่แฉล่บไปตัดลิ้นทะลุคองูเห่าที่แผ่แม่เบี้ยเหนือไหล่ของท่านประมุขลี้ทันที
ฉับ
ขาดเป็นสองท่อน
“มีดบินวิถีโค้ง“
"เอี๊ยบเอ๋ยเอี๊ยบฝีมือเจ้าในตอนนี้มีผู้ใดทัดทานเจ้าได้"

[/b][/size][/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 มกราคม 2018, 09:23:46 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #215 เมื่อ: 04 ธันวาคม 2017, 11:33:31 »
ศึกทวนสะท้านภพ หนึ่ง และสอง

ทวนทมิฬหลังจากผาดโผนในยุทธภพจนไร้ผู้ต่อต้านแล้ว
ท่านก็เร้นกายหายไปอยู่ในหุบเขาทิวสนมานาน
ไม่มีผู้ใดกล้าไปท้าประลองอีกเลย
แต่ในยุทธภพยังคงลำดับอาวุธของท่านเป็นอันดับสี่ลองลงมาจากมีดบินของท่านผู้แซ่ลี้
จะนับอย่างใดได้ในเมื่อสองยอดยุทธไม่เคยประลองกันหรือแม้กระทั่งพบกัน
ณ.สถานที่แห่งหนึ่ง
บุรุษหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีแต่งกายชุดดำรัดกุม ใบหน้าคมคายอาจหาญ
ลำตัวแข็งแกร่ง เหมือนผู้ฝึกกำลังภายนอกมานาน
ล่ำสัน คิ้วโกร่ง แววตาดุจดั่งพญาอินทรีย์
ถือห่อผ้ายาวสี่เชียะยืนหน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แล้วร้องตะโกนเรียกอยู่หน้ากระท่อม
"ท่านผู้อาวุโส ๆๆ"
สิ้นคำพูด
ชายฉกรรจ์บุคคลิกน่าเกรงขาม ท่าทางสง่างาม น่ายำเกรง
หนวดเครายาว ตกแต่งเป็นระเบียบอย่างดี
เดินก้าวออกมา ใบหน้าแย้มยิ้ม อารมณ์ดี
"มีอะไรหรือพ่อหนุ่ม"
บุรุษหนุ่มน้อมก้มตัวลงคำนับ ทำความเคารพอย่างเต็มห้วใจ
"ผู้น้อยหลี่ชิงอี้ ฝึกทวนมาสิบสี่ปีกับมวยไท้ชี่กง
อยากได้คำชี้แนะจากท่าน....ผู้อาวุโสสักครั้ง"
"เจ้ามีคุณสมบัติใดหรือ"
ชายหนุ่มยกห่อผ้าเบื้องหน้าขึ้น
พร้อมกล่าวคำเชื้อเชิญจอมยุทธที่อยู่เบื้องหน้าทันที
"ข้าน้อยล่วงเกินท่านแล้ว"
พลางกระแทกห่อผ้าลงพื้นเบาๆ
"ตึง"
ที่พื้นใกล้ๆฝ่าเท้าของมันกลับมีหลุมลึกสี่นิ้วเป็นรอยร้าวถึงปลายเท้าจอมยุทธเบื้องหน้า
"น่าอัศจรรย์ยิ่ง อายุเพียงเท่านี้ พลังล้ำเลิศ"
พลันลงมือจี้พลังดรรชนีออกไปยังบุรุษหนุ่มตรงๆด้วยพลังแข็งกร้าวสุดหยั่งคาดออกไป
"ฟุ่บ"
หลี่ชิงอี้เกร็งกำลังแขนสุดตัวยกห่อผ้าต้านรับพลังดรรชนี
"ตึง "
ยังไม่ทันหายใจ อีกกระบวนท่าตามออกมา เป็นนิ้วฟันตรงๆออกแนวเฉียงทางขวา
"ตูม"
หลี่ชิงอี้ กระเด็นออกไปสามก้าว ลมปราณแปรปรวน สีหน้าขาวซีด
ท่าแทงตรงดัชนีตามติดร้อยรัด
"ฟุ่บ"
"เปรี้ยง"
ฟ่ามือหลี่ชิงอี้แทบฉีก คลื่นไส้อยากอาเจียน
"ทวนทมิฬเกรียงไกร ฟาดกองทัพ สะท้านภูผา"
หลี่ชิงอี้รำพึงสามกระบวนท่าที่คู่ต่อสู้ใช้ออกมา
"ข้าฯไม่เกรงใจท่านอาวุโสแล้ว"
หลี่ชิงอี้ กล่าวพลางสะบัดห่อผ้าในมือออกพลาง
ที่มันถืออยู่กลับเป็นทวน
ทวนเหล็กไหล อาชาเลือดของแม่ทัพจูล่ง
เพราะตระหนักรู้แล้วว่าเมื่อพบคู่ต่อสู้ที่ยามเริ่มลงมือก็ใช้ท่าไม้ตายออกมาเลยนั้น หากจะรักษาชีวิตตนเองต้องทุ่มพลังสุดขีด

"ทวนทมิฬอันร้ายกาจ"

หลี่ชิงอี้พอเปิดเผยทวนเหล็กไหล กายสิทธิ์แล้ว ชิงลงมือทันที
ด้วยท่ากวาดสามขุมเขา
พลังหนักหน่วงดังอุกาบาตถล่ม
" ตูม ตูม ตูม "

ทวนทมิฬ ยืนเด่นเป็นสง่าหนักแน่น ต้านรับด้วยสามพลังดรรชนี

" พายุโหมแรงกล้า ฟาดใส่ปฐพีแตก "
หลี่ชิงอี้ ดวัดแกว่งทวน้หนือศรีษะ ฟาดออกมาสุดแรงหวังพิชิตในท่าเดียว

ทวนทมิฬกลับรับได้ด้วยดรรชนีเพืยงสองนิ้ว ใบหน้าชุมเหงื่อ

"เปรี้ยง"

"สาดซัดคลื่นถาโถม คลื่นน้ำถล่มยอดภูผา "
ทวนเหล็กไหล กวาดทวนใส่แทวออกไปสี่ครั้ง คนละทิศทาง

ทวนทมิฬเผยโฉมเป็นทวนเงินผสมเหล็กออกต้านรับ

" ปังๆๆๆ"
"เจ้าร้ายกาจจริงเจ้าหนู คลื่นลูกหลังไล่คลื่นลูกแรก เจ้าจะไร้ผู้ต้าน "

ทวนเหล็กไหลแทงล่างสามใด้ามยาวตึบนสาม

"เปรี้ยง ๆๆๆๆๆๆ"

"ทวนทมิฬกระหน่ำกองทัพ"
ยามนี้ทวนทมิฬกลับใช้ไม้ตายออกมาแล้ว นั่นหมายถึงว่าทวนเหล็กไหลกล้าแกรางเพียงใด

"เปรี้ยง"
ทวนเหล็กไหลอันแสนหนักปลิวหลุดมือเจ้าไปหลายเมตร
"ฟิ้ว "

"อ๊าก"

กลับมีวัตถุบินได้พุ่งเป้าตรงที่กลางคอหอยของทวนทมิฬ ตัดหลอดลมของมันจนขาด
ขาดใจตายทั้งๆที่ยังกระพริบตาไม่ทัน
ทวนทมิฬล้มลงแล้ว
กลับมีหัวลูกธนู ปักที่คอหอย

" ธนูทอง "




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ธันวาคม 2017, 11:41:54 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #216 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2017, 10:23:13 »
ฤาจะอวสานมีดบิน

ดาบเด็ดเดี่ยวตอนล่าสุด

ชายชราสูงวัย ยืนเด่นเป็นสง่าเฉกเช่นขุนนางใหญ่

มือไพล่หลังอยู่ตรงบริเวณหน้าผา ทิวทัศน์สวยงามแห่งต้นฤดูหนาว

ลมพัดแรงจนเคราและหนวดขาวของท่านพริ้วไสว

ในมือขวากลับปรากฎมีดเล่มหนึ่ง
แกะสลักรูปหญิงสาวบนไม้ท่อนหนึ่ง ข้างกายท่านกลับมีเก๋งจีนหลังหนึ่งมีสุราไผ่แดง กลับแกล้มเล็กน้อยวางอยู่

ในครึ่งชั่วยามท่านยังสงบนิ่ง กระแอมไอบ้างในบ้างครั้ง เสียงนกบินร้องก้องฟากฟ้าสีคราม

มีเมฆล้อลมเล่นบ้างเล็กน้อย

เสียงรำพึงแว่วมาตามลมพอให้ท่านได้ยิน

นั่นคงเป็นเพราะผู้กล่าวรำพันนั้นมีพลังลมปราณลึกล้ำยิ่งนัก
ทอดตาทั่วแผ่นดินคงจะมีไม่เกินห้าคนที่จะทำได้เช่นนี้
หนึ่งประมุขซ่าง ห่วงหงส์มังกร
สอง ประมุขลี้ มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้า
สาม ธนูสามเศียรมังกร ที่คันธนูยากที่จะมีผู้ใดยกได้
สี่ เทพกระบี่สายฟ้าอัคคีบาตฉีไต้เฮียบ
และห้า สุดยอดอาวุธซัดเพลิงพิรุณ
ล้อเชี่ยงเฮง

" สตรีงาม เลอเลิศ เหนือปฐพี
ใยยอมพลี ให้สหาย ช่วยชีวิต
กล่าวอ้างถึง ไปใย พรหมลิขิต
ถื่อน้ำมิตร ยิ่งกว่า ใจตนเอง

ข่มเหงใจ สตรีคนรัก ให้ฝักใฝ่
ตามแต่ใจ สหาย เยี่ยงนักเลง
รักสหาย ยิ่งกว่า ใจตนเอง
จนมิเกรง ใจอนงค์ จักตรมตาย

นับวันยิ่ง ชอกช้ำ ระกำใจ
เพราะเฉไฉ ในความรัก ไร้ที่หมาย
ร้อนรุ่มใจ ร้อนกาย ไม่สบาย
ร่ำกระหาย เห็นสตรี ในดวงใจ

จวบจนนาง ที่รัก ตายจากไป
ยิ่งตรอมใจ ยิ่งทุกข์ จนทนไม่ไหว
รวยรินด้วย ไอโรค เป็นไฉน
นั่งหวั่นไหว เดียวดาย ท้อแท้ทุกข์ใจ

ลี้เอ๋ยลี้ ใยขลาดเขลา ปํญญาเบา
ไม่ตรองเอา อ้อมกอดนั้น น่าพิศมัย
มัวไปเล่น ร่ำรี้ เล่นพิไร
ใจไม่ไหว ทนไม่ได้ เพราะขาดธรรม"

ฟังกลอนจบประมุขลี้ถึงกับกระอักโลหิตเป็นลำยาว ใบหน้าซีดเผือดทันที
ช้ำใจและโศกกับโศลกกลอนนั้นจนรับแทบไม่ไหว

ปราณกระบี่รวดเร็วและหนักหน่วง แม้จะจะเป็นกระเหล็กทือๆเล่มหนึ่ง แต่ด้วยควาทเร็วแหวกอากาศเช่นนี้

ฟิ้ว
ทันทั้งแหลมคมดุจเหล็กกล้า
ที่สำัคัญกลับเป็นของ อายุสหายสนิทหนึ่งเดียวที่มีนมี
ประมุขลี้แค่นเสียงใช้มีดสั้นตีจากเหล็กกล้าสามสีออกต้านรับ
เคร้ง

กระบี่เหล็กกล้าซัดแทงกลับมาอีกสามกระบี่ความเร็วสูงขึ้น:

"เด็กน้อยฝีมือร้ายกาจนัก"

ประมุขลี้กวัดมีดออกไปสามครั้งต้านรับ
เปรี้ยง
ในยุทธจะมีผู้ใดรับกระบี่เร็วสามพลิกแพลงนี้ได้เล่า นอกจากคนตายแล้วแลัผู้ที่อยากจะตายเท่านั้น
ท่านหยามและดูกูกข้าเกินไปแล้วท่านประมุขลี้
นอกจากศพท่านข้าจะล้างตระกูลท่านด้วยมีดสั้น
เพราะท่านทำให้แม่ข้าต้องตาย

ขาดคำมันซัดมีดสั้นออกจากมือซ้ายของมันออกมาทันที

ประมุขลี้สะบัดมือขวาออกไปหนึ่งครั้ง

มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้าปักกลางหน้าอกหนุ่มน้อยที่อายุไม่เกินยี่สิบห้า ปี
มันกระเด็นหงายหลังทันที
ในขณะที่มีดบินของมันแยกออกมาเป็นสี่เล่ม

ปักที่คอหอยประมุขลี้เล่มหนึ่ง อีกสองเล่มจะปักกลางหัวใจของประมุขลี้ แต่มันเอาฝ่ามือขวารับไว้ได้
อีกหนึ่งเล่มใช้กลางฝ่า้มือซ้ายรับได้เข่นกัน
“อ๊าก“
ประมุขลี้ล้มลงขาดใจตายตกหน้าผาลงไปทันที




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ธันวาคม 2017, 10:26:32 โดย popen2556 »

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #217 เมื่อ: 29 ธันวาคม 2017, 17:17:06 »
มีดบินสะท้านฟ้า.....สอง



กำเนิดฤทธิ์มีดบิน





เมื่อครั้งที่ท่านประมุข อั้ง
พรรคกระยาจก
ตกตายตามกันไปกับจอมมารบูรพาอ้าวเว้ย

เพราะการประลองยุทธ
ก็ยังคงเหลือแต่
วีรบุรษเจ้ายุทธก๊วย

ที่มีวรยุทธสูงล้ำที่สุดในใต้หล้า

ด้วยฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า
ที่พลิกแพลงบัญญัติเองเป็นส่วนใหญ่

จนสะเทือนลือลั่นยุทธภพมาช้านาน

ไม่นับฝ่ามือพลิกสลับที่ท่านฝึกได้อย่างรุดหน้าเกินผู้ที่ถ่ายทอดผู้เฒ่าจิว

จนท่านเร้นกายหายไปจากยุทธภพ

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยท่านอยู่สุขสงบมาช่วงเวลาหนึ่ง

จนกระทั่งท่านต้องต่อสู้กับศัตรูของชาติที่มีกำลังมากกว่ามาก
และสละชีพเพื่อ

ก่อนหน้านี้.....ท่านได้ทบทวนวรยุทธกับฮูหยินก๊วยอึ้งอยู่บ่อยๆ

ครั้นได้เห็นยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตาย

เป็นวิชาแนวอ่อนสยบแข็ง
ที่ปรมาจารย์อั๊งท่านเมตตาสอนให้ไว้ป้องกันตัวจากเภทภัย

แต่ด้วยวิชาที่ท่านฝึกยุทธมาช้านานนั้น
เป็นวิชาแนวแข็งกร้าว กล้าแกร่งรุนแรงด้วยพลังยุทธเลิศล้ำ

ด้วยความสงสัยในเคล็ดวิชาอละความใฝ่รู้ของท่าน
ว่า
ทำไมผู้เป็นจ้าวยุทธเช่นท่าน
ใยจึงไม่สามารถฝึกวิชาเข็มสะบัดฯจากฮูหยินได้สำเร็จ

ท่านใคร่ครวญคิดมานานก่อนศึกครั้งสุดท้ายที่จะพลีชีพห้าปี
นานนับสิบเอ็ดเดือน

จึงได้เห็นทารกเยาว์วัยอายุประมาณแปดปีสองคนวิ่งเล่นกันในนอกเมือง

ทารกผู้หนึ่งแข็งแรงกว่าข่มเหงอีกผู้หนึ่งที่อ่อนแอกว่า

จนผู้ที่อ่อนแอกว่าทนสู้ไม่ไหว

จึงหันไปหยิบกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะ
เขวี้ยง ออกไปที่ศรีษะทารกอีกผู้หนึ่ง
ด้วยแรงที่มันมีสูงสุด

บังเอิญ....โดนคอหอยทารกอีกผู้หนึ่ง มันถึงกับชักตาตั้ง

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยจึงลงมือช่วยมันจนรอดปลอดภัย เอาชีวิตแทบไม่รอด

แล้วท่านก็ก้มกายลงหยิบกิ่งไม้ชิ้นนั้นซัดออกไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าตรงๆด้วยจิตปลอดโปร่ง

เสียงกิ่งไม้แหวกอากาศออกไป
ดังราวเสียงธนูที่ท่านเคยยิงนกอินทรี

"ฟิ้ว"

กิ่งไม้ปักลึกจมลงไปในแก่นต้นไม้ใหญ่ทันที

"เปรี้ยง"

ท่านบรรลุยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตายแล้ว

ซี่งท่านบัญญัติมันว่า
ฤทธิ์มีดบิน





ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 511
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #218 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2017, 16:43:51 »



มีดบินสะท้านฟ้า หนึ่ง

ลี้มิ้งเป็นบุตรชายคน โตหนึ่งของบุตรชายเจ็ดคนของท่านประมุขลี้ ที่เบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส
จึงหลบลี้ยุทธภพมาออกบวชที่วัดเส้าหลิน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ คงจะมีแต่เอี้ยงเจ็งไต้ซือเจ้าอาวาสเท่านั้น และเมตตาให้อยู่ปรนนิบัติรับใช้ข้างกาย
ด้วยพื้นฐ านวรยุทธที่เด่นล้ำของลี้มิ้งจึงป็นศิษย์โดดเด่นในรอบร้อยปีแห่งวัดเส้าหลิน
สืบทอดยอดวิชาเร้นลับจาด
มีดบินสะท้านฟ้า.....สอง



กำเนิดฤทธิ์มีดบิน





เมื่อครั้งที่ท่านประมุข อั้ง
พรรคกระยาจก
ตกตายตามกันไปกับจอมมารบูรพาอ้าวเว้ย

เพราะการประลองยุทธ
ก็ยังคงเหลือแต่
วีรบุรษเจ้ายุทธก๊วย

ที่มีวรยุทธสูงล้ำที่สุดในใต้หล้า

ด้วยฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า
ที่พลิกแพลงบัญญัติเองเป็นส่วนใหญ่

จนสะเทือนลือลั่นยุทธภพมาช้านาน

ไม่นับฝ่ามือพลิกสลับที่ท่านฝึกได้อย่างรุดหน้าเกินผู้ที่ถ่ายทอดผู้เฒ่าจิว

จนท่านเร้นกายหายไปจากยุทธภพ

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยท่านอยู่สุขสงบมาช่วงเวลาหนึ่ง

จนกระทั่งท่านต้องต่อสู้กับศัตรูของชาติที่มีกำลังมากกว่ามาก
และสละชีพเพื่อ

ก่อนหน้านี้.....ท่านได้ทบทวนวรยุทธกับฮูหยินก๊วยอึ้งอยู่บ่อยๆ

ครั้นได้เห็นยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตาย

เป็นวิชาแนวอ่อนสยบแข็ง
ที่ปรมาจารย์อั๊งท่านเมตตาสอนให้ไว้ป้องกันตัวจากเภทภัย

แต่ด้วยวิชาที่ท่านฝึกยุทธมาช้านานนั้น
เป็นวิชาแนวแข็งกร้าว กล้าแกร่งรุนแรงด้วยพลังยุทธเลิศล้ำ

ด้วยความสงสัยในเคล็ดวิชาอละความใฝ่รู้ของท่าน
ว่า
ทำไมผู้เป็นจ้าวยุทธเช่นท่าน
ใยจึงไม่สามารถฝึกวิชาเข็มสะบัดฯจากฮูหยินได้สำเร็จ

ท่านใคร่ครวญคิดมานานก่อนศึกครั้งสุดท้ายที่จะพลีชีพห้าปี
นานนับสิบเอ็ดเดือน

จึงได้เห็นทารกเยาว์วัยอายุประมาณแปดปีสองคนวิ่งเล่นกันในนอกเมือง

ทารกผู้หนึ่งแข็งแรงกว่าข่มเหงอีกผู้หนึ่งที่อ่อนแอกว่า

จนผู้ที่อ่อนแอกว่าทนสู้ไม่ไหว

จึงหันไปหยิบกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะ
เขวี้ยง ออกไปที่ศรีษะทารกอีกผู้หนึ่ง
ด้วยแรงที่มันมีสูงสุด

บังเอิญ....โดนคอหอยทารกอีกผู้หนึ่ง มันถึงกับชักตาตั้ง

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยจึงลงมือช่วยมันจนรอดปลอดภัย เอาชีวิตแทบไม่รอด

แล้วท่านก็ก้มกายลงหยิบกิ่งไม้ชิ้นนั้นซัดออกไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าตรงๆด้วยจิตปลอดโปร่ง

เสียงกิ่งไม้แหวกอากาศออกไป
ดังราวเสียงธนูที่ท่านเคยยิงนกอินทรี

"ฟิ้ว"

กิ่งไม้ปักลึกจมลงไปในแก่นต้นไม้ใหญ่ทันที

"เปรี้ยง"

ท่านบรรลุยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตายแล้ว

ซี่งท่านบัญญัติมันว่า
ฤทธิ์มีดบิน





ท่านเจ้าอาวาสจนพลังสูงล้ำกว่าท่านเองเสียอีก


แม้ไม่มีใครจะล่วงรู้ก็ตาม
มีแต่เพียงชื่อบ่เมี่ยแปลว่าไร้ชื่อเท่านั้น



ในยามสองของราตรีกาลที่วัดเส้าหลิน
กลับมีุบุรุษชุดดำสองคน
ล่องลอยเข้ามาด้วยท่าร่างเด่นล้ำ เพียงการสะกิดปลายเท้าเพียงครั้งเดียวก็ก้าวข้ามตึกต่างๆในวัดเส้าหลินได้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย
จวบจนเกือบถึงตึกเก็บคัมภีร์ใกล้กุฎิเจ้าอาวาส
ด้วยท่าร่างและวิชาตัวเบาที่หาผู้ใดเทียบได้ยากในยุทธภพท
ี่จะมีแต่แมวขโมย
และเล็กสี่คิ้วสองสหายเท่านั้นที่จะทำเช่นนี้ได้ รวมทั้งจอมยุทธชอผู้ไร้การได้กลิ่น
ในขณะนั้นกลับมีบุรุษชุดแดงเพลิงสามคนโดดลงไปที่ชั้นสองของ
หอเก็บคัมภีีร์แล้ว
ที่พลิ้วตัวเบาได้ราวกับกับขนนก
“หยุดนะผู้บุกรุก“

เสียวร้องเตือนจากหลวงจีนซันเต๋อผู้ดูแลตึกที่มีวรยุทธอันดับสองแห่งวัดเส้าหลิน
แต่ท่าร่างสีแดงทั้งสามคนกลับลงมือแล้วต่อหลวงจีนซันเต๋อด้วย
ฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ
ที่หายสาปสูญไปหลังจากปะทะฝ่ามือพิขิตมังกรของ
วีรบุรุษจอมยุทธ่ก้วย

[/b][/size][/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มกราคม 2018, 03:34:59 โดย popen2556 »