A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 58883 ครั้ง)

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 01 เมษายน 2013, 21:37:50 »
ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคสี่ ตอนที่สอง.........................มหาเทพยุทธเอกจักวาล


                    มีตำนานเล่าขานมานานกว่าหลายพันปีมาแล้วในยุทธภพว่า มหาเทพแห่งจักรวาลผู้สร้างโลก และสรรพสิ่งทั้งหลายนั้น เพราะทรงเห็นว่าหากปล่อยให้สรรพสิ่งเป็นไปตามกลไกแห่งมูลกิเลสหรือกิเลสสามแล้วนั้น อันมีโลภ โกรธ หลง
                    โลกจะพินาจก่อนเวลาอันควร โดยน้ำมือของมนุษย์ชนชั้นปกครอง ท่านจึงทิ้งตำรายุทธไว้เล่มหนึ่ง เพื่อให้ผู้กล้าที่รักความเป็นธรรมได้มีอาวุธไว้ต่อสู้กับมนุษย์ชั้นปกครองที่ถูกกิเลสครอบงำ
                    แต่ผู้ที่จะสามารถฝึกมหาเทพยุทธนี้สำเร็จได้ จำเป็นต้องฝึกใจให้ใสสว่างเป็นประภัสสรหรือเรืองแสงให้ได้เสียก่อน จึงจะเริ่มฝึกมหาเทพยุทธนี้ได้
                    ซึ่งก็มีผู้ที่ฝึกใจได้ถึงระดับประภัสสรได้มากมาย แต่ท่านล้วนไม่มุ่งหวังที่จะฝึกมหาเทพยุทธนี้เลย แล้วก็ละสังขารในพระนิพพานไปตามกระแสปฏิจจสมุปบาทหรืออิทัปปัจจยตา ที่หมายถึงสรรพสิ่งทั้งหลายที่อาศัยกันเกิดและอาศัยกันดับ
                   ด้วยความมัวเมาในกิเลส มนุษย์เมื่อทราบว่ามีเมหาทพยุทธเช่นนี้ จึงคิดหวังจะครองโลกก็เลยมุงแก่งแย่งฆ่าฟันกันเพื่อชิงตำรามหาเทพยุทธนี้กัน จนล้มตายมากมายเหลือคณานับ
                   สุดท้ายตำราเทพยุทธเล่มนี้ถูกแย่งชิงกันไปและถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ เทพวิชาฟงหยุนถี่ เทพวิชากระบี่น้ำแข็งและเทพวิชาดาบอัคคีสายฟ้า ซึ่งมีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า ทุกวิชาล้วนแก้กันได้หรือข่มกันนั้นเอง



                    หมายเหตปฏิจจสมุปบาท (/ปะติดจะสะหฺมุบบาด/) ในภาษาบาลี หรือ ปรตีตยสมุตปาท ในภาษาสันสกฤต เป็นชื่อหลักธรรมหัวข้อหนึ่งในพุทธศาสนา อธิบายถึง การเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน, การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดมีขึ้น เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่องเกิดขึ้นสืบ ๆ เนื่องกันมาตามลำดับดังนี้ คือ
เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี
เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี
เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี
เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี
เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี
เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปทานจึงมี
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี
เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี
เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี
ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ ก็มีพร้อม ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมี
การเทศนาปฏิจจสมุปบาท ดังแสดงไปแล้วข้างต้น เรียกว่า อนุโลมเทศนา
หากแสดงย้อนกลับจากปลายมาหาต้น จากผลไปหาเหตุปัจจัย เช่น ชรามรณะเป็นต้น มีเพราะชาติเป็นปัจจัย ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย ฯลฯ สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้ เรียกว่า ปฏิโลมเทศนา
ปฏิจจสมุปบาทนี้ มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก ที่สำคัญคือ อิทัปปัจจยตา(ภาวะที่มีอันนี้ๆเป็นปัจจัย) และปัจจยาการ (อาการที่สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กัน
ข้อมูลจากวิกีพีเดีย

popen2556





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:15:57 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 02 เมษายน 2013, 16:14:04 »


ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่สาม.........................อัคคีสายฟ้า
                       



                         ถัดลงมากจากวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) ในป่าสนแห่งโตเกียว มีซามูไรผู้หนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงเย็บขอบด้วยสีทอง อายุราวสามสิบปี รูปร่างกำยำ ใบหน้างดงามราวกับหญิงสาวสวย หากแต่ว่าทั้งผมและคิ้วของเขาล้วนเป็นสีขาวทั้งหมด แววดาดูอ่อนโยน ในมือขวาถือดาบไม้เล่มหนึ่งในมือ
                         ขณะที่กำลังเดินชมนกชมไม้กับลำธารอันสวยงาม ก็มีนกป่าถูกยิงด้วยลูกธนูตกลงมายังเบื้องหน้าของเขา
                         "ตุ้บ"
                         "ตุ้บๆๆๆ"
                         มีร่างนกป่าเพิ่มขึ้นอีกสี่ตัวรอบกายของเขา
                         ซามูไรเจ็ดคนเดินเช้ามา พร้อมทั้งอ้างสิทธิในนกป่าที่ถูกพวกตนยิงตกลงมา ขณะที่ซามูไรสองคนก้มลงเก็บนกป่าอยู่ที่พื้นนั้น
                         "ฉึกๆๆ"
                         ยังไม่ทันเงยหน้าขึ้น ก็ต้องล้มลงแล้ว เพราะมีลูกธนูหัวสีม่วงที่แสดงว่าอาบยาพิษ ปักตรงคอหอยของซามูไรทั้งสาม
                         "ฉึกๆๆๆ"
                         ซามูไรอีกสี่คนก็ล้มลงด้วยอาการไม่ต่างจากสามคนแรก เพียงแต่ว่ามันไม่เชื่อว่าตนเองจะเอาชีวิตมาิ้ทิ้งที่ตรงนี้ สายตาล้วนเบิกโพลง
                          "ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                          ลูกธนูหัวสีม่วงยี่สิบดอกยิงใส่ซามูไรชุดแดงอย่างกับห้่าฝน
                          เขาสะบัดตัวลอยออกขวามือขึ้นเบื้องบนก้อนหินใหญ่ด้านหลัง ก็หลบลูกธนูได้หมดสิ้น
                          "ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                          "ฟุ่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                          ทั้งลูกธนูและหอกอาบยาพิษล้วนพุ่งใส่
                          แต่ซามูไรชุดแดงเพียงสะบัดแขนเบาๆ ร่างก็ลอยพ้นอาวุธเหล่านั้นไปแล้ว
                          นินจาสิบคนกรูเข้าหาชายชุดแดงอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็ว
                          "ปึ้กๆๆๆ"
                          ดาบไม้ในมือซามูไรชุดแดงสะบัดออกมาสี่ครัง ก็ล้มนินจาสี่คน ทุกดาบโดนตรงกลางหัวหมด
                          "ย้าก"หกคนที่เหลือล้วนวิ่งเข้ามาทั้งแทงทั้งฟันอย่างรวดเร็ว
                          "ปึ้กๆๆๆฉึกๆ"
                           ซามูไรชุดแดงฟันออกไปสี่ครั้งแทงสวนออกไปสองครั้ง นินจาทั้งหกก้ล้มลงขาดใจตาย แม้จะเป็นเพียงดาบไม้เล่มหนึ่ง ย่อมหลายถึงว่าดาบไม้เล่มนั้นแฝงพลังลมปราณมากถึงสี่ส่วน
                           นินจาสามคนกรูเข้ามาด้วยท่าร่างว่องไวเป็นสามสาย เร็วจนแทบมองไม่เห็น พร้อมทั้งปาระเบิดเพลิงเข้าใส่ชายชุดแดงสามลูก
                           รอบกายของเขาล้วนมีแต่เปลวเพลิงที่สูงท่วมหัวและร้อนแรงรายล้อมแล้ว
                            "ฟิ้วๆๆๆๆ"
                           ดาวกระจายห้าอันวิ่งเข้าใส่ร่างเขา แต่ก็ถุกปัดด้วยดาบไม้กระเด็นออกไปหมด
                           "ติ๊งๆๆๆๆ"
                            นินจาชุดขาว ฝ่าเพลิงไฟเข้าไปฟาดฟันซามูไรหนุ่มชุดแดงด้วยดาบคู่อย่างรวดเร็ว
                            "ติ๊งๆๆๆๆ"
                             ทุกดาบล้วนถูกปัดออก
                             นินจาชุดขาวตบดาบคู่เข้าด้วยกัน ดาบยาวและสั้นในมือล้วนมีเปลวเพลิงลุกท่วม แต่ซามูไรชุดแดงยังถือดาบไม้ที่มือขวาข้างเดียวอย่างระมัดระวัง เพียงแต่ลดดาบไม้ในมือลงต่ำติดพื้น
                             "ติ๊งๆๆๆๆ"
                             นินจาชุดขาวฟันออกมาห้าดาบล้วนถูกรับด้วยดาบไม้้ไว้ได้ทั้งหมด แล้วก็เปลี่ยนกลยุทธควงดาบเป็นวงกลม กลายเป็นวงกลมเพลิงพุ่งใส่ชายชุดแดง
                             แต่ยังไม่ทันได้ถึงตัว ซามูไรชุดแดงกลับสวนดาบไม้ไปที่หน้าอกนินจาชุดขาว ทะลุหลังแล้วพลันระเบิดด้วยเปลวไฟจากดาบไม้
                            "ตูม"
                            ยี่สิบนินจาพร้ออาวุธหมุนตัวล้อมรอบชายชุดแดง พลันลงมือพร้อมกัน ซามูไรชุดแดง ตะวัดดาบไม้รอบตัวรวดเร็วราวสายฟ้าแล่บ
                            "เปรี้ยง"
                             ประกายไฟดุจสายฟ้าฟาด ผ่านลำคอที่หลุดจากบ่าของนินจาทั้งยี่สิบคน ที่ล้อมรอบซามูไรชุดแดง คอของนินจาทั้งหมดขาดกระเด็น พร้อมไฟลุกท่วมหัวทั้งหมด ราวกับโดนสายฟ้าฟาดเช่นนั้น

popen2556





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:16:17 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 03 เมษายน 2013, 16:46:45 »





ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่สี่.................................ปฐมแสงธรรม

                   
                     ยังมิทันได้พักหายใจ ซามูไรชุดแดงก็รู้สึกว่ามีพลังลมปราณมหาศาลกดดันมายังตน ด้วยอัตราเร่งอย่างรวดเ็ร็ว เขาจึงสะบัดมือขวาออกไปสองครั้ง
                     " ตูมๆ"
                     พลังลมปราณดังกล่าวบางส่วนที่ถูกปัดออกไปกระแทกพื้นข้างกายเขาเป็นหลุมลึกสองหลุม
                     พลังลมปราณรุนแรงยังคงกระแทกลงมาอีกยี่สิบครั้งราวกับห่าลูกปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกมา
                     "ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                      ซามูไรชุดแดงกระแทกฝ่ามือออกไป พร้อมทั้งเร่งพลังลมปราณออกไปยี่สิบครั้งเชนกัน แต่เท้าของเขาทั้งสองข้างกลับจมลงไปในพื้นดินสองนิ้ว
                     พลังลมปราณที่กดดันมายังซามูไรชุดแดง เพิ่มความรุนแรงเป็นสิบเท่ากระแทกออกมายังเขาสองครั้ง ต้องเกร็งพลังลมปราณอย่างรวดเร็ว แล้วสะบัดฝ่ามือสองข้างออกต้านรับ
                     "บึ้มๆ"
                     ตอนนี้เท้าและร่างของซามูไรชุดแดงจมลึกลงไปในพื้นดินเกือบสองเมตร พลังอะไรช่างร้ายกาจรุนแรงเช่นนี้
                     "ฮ่าๆๆ... พลังลมปราณช่างลึกล้ำสูงส่งอย่างยิ่ง จอมยุทธผู้เร้นกายจากยุทธภพ ทอดตาทั่วแผ่นดินย่อมต้องเป็นท่านเพียงหนึ่งเดียว เทพกระบี่ซา แห่งหมู่บ้านแขวนกระบี่เป็นแน่"
                     "ท่านก็คงจะเป็น...............เทพเจ้าหมัดทลายภูผากู่เกี๊ยง"
                      เป็นครั้งแรกที่ซามูไรชุดแดงเอ่ยปากออกมา
                      "ดี ได้พบย่อมเป็นวาสนาที่มีต่อกัน เรามาประลองฝีมือกันเถอะ" ชายร่างสูงใหญ่หุ้มกายด้วยเสื้อขนสัตว์ หนวดเครารกรุงรัง ลอยตัวลงมาจากเขาสูง
                      เทพกระบี่ซากลับแทงดาบไม้ลงที่พื้นดิน เดินพลังลมปราณไปทั่วร่างแล้วเกร็งไปสู่ฝ่ามือสองข้างแนบกาย
                      แต่เหตุใดเขาถึงทิ้งอาวุธที่ตนถนัดที่สุด แล้วกลับไปใช้สองมือของตนเข้าประลอง ทั้งๆที่พลังลมปราณของเขาดูจะอ่อนด้อยกว่ามาก
                      "หมัดเหล็กทลายเขา"
                       เทพเจ้าหมัดกู่ ซัดหมัดแรกออกมาด้วยพลังลมปราณสิบส่วนอย่างไม่ออมมือ
                       "ปฐมแสงธรรม"
                       เทพกระบี่ซัดฝ่ามือสองข้างออกมาอย่างไม่ประมาท แต่กลับมีพลังฝ่ามือเพิ่มออกมาเป็นแปดฝ่ามือ
                       "ตูมๆๆๆๆๆๆๆ"
                        เทพกะบี่ถอยหลังไปสามก้าว เทพเจ้าหมัดกู่ถอยหลังไปเพียงหนึ่งก้าว
                        "หมัดเหล็กทะลายโลก"
                        พลังหมัดครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆมาก ต้นสนในป่าสนโงนเงนไปมาดุจต้องพายุ
                        "ปฐมแสงธรรม แสงธรรมอร่าม แสงธรรมเจิดจ้า"
                         เทพกระบี่ซัดฝ่ามือออกมาสามกระบวนท่า
                        "เปรี้ยงๆๆ"
                         เสียงดังสะท้านราวกับโลกจะแตกแหลกเป็นเสี่ยง เสียงระเบิดดังกังวานไปไกลนับหลายร้อยลี้ ต้นสนจำนวนมากถูกพลังลมปราณโค่นล้มลงไปแล้ว
                     
                     
popen2556
                       






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:16:35 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 04 เมษายน 2013, 12:55:15 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่ห้า.................................อสังขตธรรม


มีสติ มีปัญญา พาให้คิด
อย่าได้ติด อารมณ์ พาใจหาย
ให้สุขทุกข์หายสิ้น แลมลาย
ใจสลาย เมื่อจิต เห็นนิพพาน


                       แสงแดดสาดส่องทั่วกระจายจากฟากฟ้าลงสู่พื้นผิวแห่งดิน ส่องให้เห็นหยดน้ำค้างลามเลียยอดหญ้าและใบไม้ ดอกไม้สุดลูกหูลูกตา
                       แต่ในสายตาของมุซาชิกลับมองแต่เห็นเพียงฝุ่นละออง ในแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้จากบนต้นไม้ที่นั่งอยู่ฟุ้งกระจายมานานหลายชั่วยาม
                       จนเห็นเพียงฝุ่นเพียงเม็ดเดียว จากนั้นก็เห็นฝุ่นในฝุ่น
                       ใจของมุซาชิขณะนี้ ว่างโล่ง โปร่ง สบาย เบา สะท้านกายในบางขณะ และเริ่มนิ่ง วูบด่ำดิ่งลงไปลึกในลึก
                       " หัวใจของดาบคืออะไรมุซาชิ ? "เสียงหนึ่งดังในหู
                        " ดาบในดาบ ไร้ดาบไร้ใจ "
                        " ไร้ใจเช่นไร " เสียงนั้นดังตามมาอีก
                        " รู้จนหมดรู้ "
                        " รู้เช่นไร " เสียงนั้นตามมากระชั้นชิด
                        " มหาเทพยุทธเอกจักรวาลคืออะไรมุซาชิ ? "
                        " สังขตธรรมสู่อสังขตธรรม "
                        " เหตุใดเจ้าถึงเข้าถึงได้เร็วเช่นนี้ "เสียงดังนั้นถามต่อ
                        " มีเหมือนไม่มี ไม่มีเหมือนมี "
                        " เทพวิชาฟงหยุนถี่ เทพวิชากระบี่น้ำแข็งและเทพวิชาดาบอัคคีสายฟ้า............มหาเทพยุทธเอกจักรวาลเจ้าเข้าใจเช่นไรมุซาชิ ? "
                        "กระโดดข้ามฝ่ามือพระยูไล"
                        " ปฐมแสงธรรม
                          แสงธรรมอร่าม
                          แสงธรรมเจิดจ้า
                          พุทธธรรมคัมภีร์
                          พระแดนสุขาวดี
                          พุทธปาฎิหารย์
                          ...........................................ชุมนุมหมื่นพุทธ
                          หนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด แปดเป็นสิบหก ..........หมื่นเป็นอนันต์"
                          "มุซาชิเจ้าบรรลุธรรมอันใดแล้ว ?"
                          ในขณะนั้นแสงทองอร่ามสาดแสงออกมาจากภายในกายของมุซาชิ พลังใจและพลังลมปราณภายในกายของมุซาชิไปสู่ระดับไร้ขอบเขต
                          แสงทองสาดกระจายไปทั่วจนบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง และแยกแสงออกเป็นสองชั้น
                          เกิดอะไรขึ้นกับมุซาชิ ?

popen2556


                       


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:16:52 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 06 เมษายน 2013, 13:20:07 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่หก...............................พลิกกายย้ายภพ

                              ขณะที่มุซาชิต้องรับมือกับพลังลมปราณมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างของเขาในความสงัดนั้น มุซาชิพลันเปล่งเสียงจากใจออกมา หากเป็นเสียงภายนอก จักรวาลคงจะระเบิด
                              "พลิกกายย้ายภพ"
                              ร่างของมุซาชืหมุนเร็วจนมองไม่เห็นด้วยสายตา กลับกลายเป็นแสงสว่างโชติช่วงเสมือนความเร็วของวัตถุที่หมุนอยู่ด้วยความเร็วเป็นอนันต์
                              แล้วร่างของเขาก็หายไปในอีกมิติหนึ่งที่มีพลังเย็นสุดขั้วและอีกหนึ่งร้อนสุดขั้วกระแทกเข้าใส่กัน หากกระแทกใส่โลก คงจะระเบิดโลกทั้งใบออกเป็นเสี่ยงๆ
                              "บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม "
                               จักรวาลระบิดแล้วหรืออย่างไร
                               พลังเย็นเฉียบกับพลังร้อนสะท้านโลกันต์ไหลกระแทกร่างของมุซาชิอย่างรวดเร็ว มีเปลวไฟส่วนหนึ่งเป็นน้ำแข็ง และมีน้ำแข็งส่วนหนึ่งหลอมละลายเป็นน้ำ โดยมีร่างของมุซาชิอยู่ตรงกลาง
                               "เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรียง"
                               มุซาชิตวาดลั่นสะบัดกระบวนท่ารับมือ
                               "ชุมนุมหมื่นพุทธ"
                               เป็นพลังฝ่ามือนับหมื่นปัดพลังร้อนอัคคีและเย็นเยือกแข็ง ออกไปพ้นตัวของเขา
                                "เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                               ในความว่างชั่วขณะจิต มุซาชิเห็นซามูไรชุดแดง อายุราวสามสิบปี รูปร่างกำยำ ใบหน้างดงามราวกับหญิงสาวสวยกับชายหนุ่มชุดขาว สูงใหญ่ร่างกำยำ รูปร่างสง่างาม ใบหน้าหมดจดดุจเทพเจ้า แต่แฝงไปด้วยสีหน้าเย็นชา กำลังต่อสู้กัน โดยมัีร่างของเขาอยู่ตรงกลาง
                               ชายหนุ่มชุดขาวย่อมต้องเป็นเจ้านครจิว และซามูไรชุดแดงก็ย่อมเป็นเทพกระบี่ซานั่นเอง
                               เจ้านครจิวมีกระบี่เพชรหิมะอยู่ในมือ ส่วนเทพกระบี่ซามีดาบอัคคีสายฟ้าอยู่ในมือ แต่ทั้งกระบี่และดาบล้วนเกิดจากการหล่อหลอมจากพลังลมปราณภายในของจอมยุทธทั้งสอง หาได้ใช้วัตถุใดๆในแผ่นดินหรือจากนอกโลก
                               เจ้านครจิวสะบัดกระบี่ในมือออกไปสามกระบึ่กลับเป็นแท่งกระบี่น้ำแข็งแทงเข้าใส่เทพกระบี่ซา และมุซาชิ
                               เทพกระบี่ซาใช้ดาบอัคคีต้านรับสองกระบี่น้ำแข็ง แตกหักกลายเป็นน้ำกระจายแล้วกลับเป็นเกล็ดหิมะอีกครั้ง ช่างพิสดารอะไรเช่นนั้น
                               เปรี้ยงๆ"
                               มุซาชิหมุนตัวกลับฟาดฝ่ามืออกไปหนึ่งฝ่ามือ พลางตวาดไปว่า
                               "履霜冰至 / 履霜冰至 / ลี่ซึงเปียเล้ง (มังกรพิโรธ)"
                               
                                กระแทกกระบี่แท่งน้ำแข็งแหลกเป็นเกล็ดหิมะกระจายออกไป
                                "ตูม"
                                เจ้านครจิวแทงกระบี่ออกมาอีกสิบสามกระบี่ที่รวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม
                                มุซาชิ ตวาดลั่นอีกครั้งหนึ่ง
                                "履霜冰至 / 履霜冰至 / ลี่ซึงเปียเล้ง (มังกรพิโรธ)"
                                ซัดสิบกระบี่น้ำแข็งกระจายเป็นเกล็ดหิมะออกไปทั่ว
                                ส่วนอีกสามกระบี่น้ำแข็ง เทพกระบี่ซาควงดาบอัคคีสายฟ้า ฟันบนฟันล่าง ต้านรับกลางตัว กลายเป็นน้ำกระจายออกไป แต่ยังไม่ทันตกถึงพื้นก็กลายเป็นเกล็ดหิมะแล้ว
                                "เปรี้ยงๆๆ"
                                  ดาบอัคคีสายฟ้าส่ายไปเล็กน้อย นั่นหมายความว่ากระบี่น้ำแข็งแฝงพลังลมปราณสุดขั้ว





popen2556




                             
                             



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:17:10 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 07 เมษายน 2013, 12:19:47 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่เจ็ด...............................สามสุดขั้ว

                ในชั่วพริบตาแสงสองสายวิ่งเข้าหากันเป็นแสงสีขาวดุจสีก้อนเมฆและแสงสีแดงดุจเปลวอัคคีแห่งไฟในดวงอาทิตย์
                "เปรี้ยง"
                เมื่อกระทบกันสั่นสะท้านไปทั่วหล้า แม้แต่ใบหูของมุซาชิยังสั่นสะท้าน
แสงสองสายเมื่อกระทบกันก็กลายเป็นเกล็ดหิมะ คลื่นน้ำและลูกไฟสาดกระจายไปทั่วทิศทาง แต่กลับไม่กระเด็นไปหามุซาชิแม้แต่น้อย
                "ครืน"
                เสียงพลังลมปราณที่แกร่งกล้าเคลื่อนย้าย แต่เป็นการเคลื่อนย้ายในระดับแรงเหวี่ยงของโลก
                เทพกระบี่ซาเป็นฝ่ายรุกด้วยพลังเปลอัคคีสายฟ้า ทั่วร่างของเขาล้อมไปด้วยเปลวเพลิงอัคคีความร้อนสูงดุจดวงอาทิตย์ พลังความร้อนเริ่มแผ่จากร่างของเขาสู่มุซาชิ และเจ้านครจิว
                "ครืนๆๆ"
                พลังเย็นรอบตัวเจ้านครจิวเริ่มกลายเป็นหยาดน้ำ มุซาชิสงบเงียบเดินพลังลมปราณภายในแต่เหงื่อท่วมจนไหลเปียกทั่วร่าง
                เจ้านครจิว เร่งพลังลมปราณภายในขับพลังเย็นเยือกแข็งออกมา หยาดน้ำรอบตัวของเขาเริ่มกลายเป็นแท่งน้ำแข็ง
                พลังหยินพลังหยางสุดขั้วแห่งจักรวาลหมุนเวียนไหลชนกัน ยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดแห่งสมมติ
                "เปรี้ยงๆๆๆๆ"
                 ระหว่างพายุหิมะกับพายุเพลิงอัคคีในดวงอาทิตย์ปะทะกันแล้ว
                สายฟ้าฟาดกระหน่ำไปทั่ว ล้อมรอบร่างสามยอดยุทธ
                "ปังๆๆๆๆเปรี้ยงๆๆๆๆ"
                 มีแต่แสงสีขาวและแสงเปลวเพลิงอัคคีลานตา เป็นการห้ำหั่นระหว่างพลังเหนือโลกสองสายเกินระดับสิบส่วนนับล้านเท่า
                  เจ้านครจิวและเทพกระบี่ซา ต่างกระอักโลหิตออกมาแล้ว
                  ร่างของมุซาชิ กลับลอยเหนือขึ้นไป แล้วเปล่งเสียงออกมา
                  "พุทธปาฎิหารย์ "
                  ปรากฎฝ่ามือพระยูไล สองฝ่ามือเพิ่มเป็นสี่ แล้วเพิ่มเป็นแปด ผลักพลังสองสายพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนไกลออกไป
                   ในร่างของมุซาชิกลับดูดกลืนพลังเย็นสุดขั้วและพลังเพลิงอัคคีเข้าไป จนสั่นสะท้านราวกับถูกกระตุก ใบหน้าครึ่งหนึ่งแดงดูุจเปลวอัคคีหลอมเหล้กแดง แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับเย็นขาวซีดและดูเหมือนหิมะครอบคลุม             
               
popen2556



 





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:17:25 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 09 เมษายน 2013, 13:07:28 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่เเปด...............................บรรลุ

                 สามยอดยุทธต่างต้องมาต่อสู้และห้ำหั่นกัน โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาทั้งสามกำลังรับมือกับผู้ใด และไม่รู้ว่าวิทยายุทธของตนต่างรุดหน้าเกินไปกว่าผู้ใดจะรับมือได้
                 เว้นเสียแต่ซาซากิ โคจิโร่ผู้บรรลุเคล็ดเทพวิชาฟงหยุนถี่
                 ในตอนนี้มุซาชิก็เองก็กระอักโลหิตออกมาเช่นเดียวกับสองยอดยุทธแล้ว
                 แต่.............โลหิตที่กะอักอออกมาเมื่อตกถึงพื้นแล้วกลับเป็นเปลวไฟกึ่งหนึ่งที่เหลือเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงจัดของเลือด
                 หนึ่งชั่วยามผ่านไป มุซาชิรู้สึกว่าร่างของตนเบาดุจปุยนุ่นลอยล่องในอากาศ พลังอัดแน่นที่ไหลทะลุทุกจุดในร่างกายทั้งหยินหยางกลับเข้าสู่สภาวะสมดุล ลมหายใจยาวละเอียด ไม่ว่าลมจะวิ่งไปทางไหนก็ก่อให้เกิดขุมพลังลมปราณภายในมากมหาศาลที่ตนไม่เคยรู้สึกมาเช่นนี้มาก่อน อาการบาดเจ็บถูกรักษาโดยตัวเองจนแทบจะปกติแล้ว
                 ในความสงัดวิเวกมุซาชิได้ยินเสียงระเบิดดังต่อเนื่องติดต่อกันหลายครั้งหลายครา แต่ความดังแห่งเสียงรอบตัวทั้งหลาย นั้น เขาสามารถควบคุมได้ทั้งหมดให้เงียบได้แล้ว
                 มุซาชิยังคงรับสัมผัสพายุแห่งพลังลมปราณร้อนดั่งไฟโลกันต์ และพายุแห่งพลังลมปราณเย็นยะเยือกสุดขั้วน้ำแข็ง เส้นผมของเขาถูกพัดปลิวไปมาข้างหนึ่งแดงดุจเปลวเพลิ งแต่อีกข้างหนึ่งขาวโพลนดุจครอบคลุมด้วยหิมะ ช่างพิสดารเหลือเกิน
                 มุซาชิลองโคจรลมปราณภายในกายดู มันวิ่งวนไปมารวดเร็วมาก ใจสงบดุจดังก้อนหินเห็นขุมพลังผุดเกิดผุดดับอย่างต่อเนื่อง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับใจ   
                 ทันใดนั้นร่างของมุซาชิก็เกิดแสงสีเหลืองทองท่วมไปทั่วทั้งร่างอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้กลับเกิดมีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมาจากใจของเขา รุนแรงจนรู้สึกว่ามหาจักรวาลระเบิด และรุนแรงจนมุซาชิรู้สึกได้ว่าร่างของตนเองแตกอออกเป็นเสี่ยงๆแล้ว
                  "เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง บึ้ม บึ้ม บึ้ม ตูม ตูม ตูม"
                  สายฟ้าสีทองปลิวว่อนไปหมด ร่างของมุซาชิระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ.................หายไปจริงๆ

     popen2556             






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:17:41 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 12 เมษายน 2013, 14:19:39 »

ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่เก้า..............................พลิกกายย้ายภพกลับ






                      หมัดหลอมรวมปฐพีของมือปราบทิ เทพวิชาพยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ของมือปราบแน่ และเท้าอุกกาบาตถล่มโลกันต์ สามประสานต่อหนึ่ง เจ้านครจิวตกในสภาวะวิกฤตที่สุดในชีวิตแล้ว
                      ทันใดนั้น เจ้านครจิวกลับฟาดพลังลมปราณเย็นยะเยือกสุดขั้วน้ำแข็งออกไป ในกระบวนท่าที่ตนได้เห็นภายในนิมิตร           
                      แต่เเท้ที่จริงเขาได้พบกับมุซาชิและเทพกระบี่ซาในอีกมิติหนึ่งต่างหาก
                      และเจ้านครจิวกลับพบอีกว่า พลังลมปราณภายในเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่า แม้มิสามารถเทียบเท่าได้ตามนิมิตรก็ตาม
                      แต่ด้วยพลังฝีมือของเขาในขณะนี้แล้ว ย่อมจะหาผู้ต้านรับได้ยากในแผ่นดิน
                      หากเป็นเมื่อชั่วขณะจิตก่อนหน้าที่จะไปในอีกมิติหนึ่งของเจ้านครจิวแล้ว และต้องมาพบกับสุดยอดวิชาสามประสานของสามมือปราบผู้เยี่ยมยุทธแห่งแผ่นดิน ต่อให้เจ้านครจิวมีถึงเก้าชีวิต ร่างของเขาก็คงจะแหลกแตกเป็นเสี่ยงๆ
                       " พลังภูผาน้ำแข็งเยือกแข็งสุดขั้ว"เจ้านครจิวร้องบอกแก่สามยอดมือปราบ
                        ร่างของสามยอดมือปราบต่างกระเด็นออกไปประมาณสามก้าว และล้วนแต่บาดเจ็บภายในแล้ว เพราะต่างกระอักโลหิตออกมา เจ้านครจิวเองก็เช่นกัน แต่ยังน้อยกว่าสามยอดมือปราบนั้นมาก
                        มือปราบแน่สะบัดกระบี่ตั้งตรง แทงเฉียงไปยังหน้าอกของเจ้านครจิวอย่างเผ็ดร้อนรุนแรงถึงสิบกระบี่
                        "ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                        เจ้านครจิวสะบัดกระบี่เพชรหิมะออกไปต้านรับ ทุกครั้งมีประกายไฟที่เกิดจากสองยอดกระบี่ประทะกันอย่างรุนแรง
                        มือปราบทิก็มิรอช้า ซัดหมัดเหล็กพลังลมปราณเก้าส่วนออกไปแล้ว
                       "สั่นขุนเขา"
                        มือปราบตุยกระโดดขึ้็นกลางอากาศหมุนตัวอย่างเร็วอีกครั้ง แล้วทิ้งท้าวมหากาฬใส่เจ้านครจิวทันที
                        "ทุ่มเทอุกกาบาต"
                        ยอดยุทธแห่งแผ่นดินรวมตัวกันเพื่อจะจับจอมยุทธผู้หนึ่งในแผ่นดินนั้นไม่ยากเลย แต่ในตอนนี้พวกเขากลับมาเจอกับเจ้านครจิว เทพกระบี่น้ำแข็งพลังสุดขั้วจะเป็นเช่นไร
                         "กระบี่ดาวหิมะตก"เจ้านครจิวร้องออกไป
                          พร้อมแทงออกสองกระบี่ หนึ่งไปที่หมัดเหล็ก สองไปที่เท้ามหากาฬ
                          มีแสงสีขาวสองสายพุ่งออกไปจากปลายกระบี่เพชรหิมะ
                          "ตูม ตูม"
                          สองมือปราบต่างก็กระเด็นออกไปเพราะพลังกระแทก พร้อมทั้งเพิ่มความแตกตื่นใจแก่มือปราบทั้งสอง
                          เพราะว่าทั้งหมัดเหล็กและเท้ามหากาฬกลับมีหิมะห่อหุ้มเต็มไปหมดจนเย็นยะเยือก พลังลมปราณขั้นใดกันถึงทำได้ถึงเพียงนี้
                           ส่วนเจ้านครจิวถอยหลังไปสามก้าว
                           เทพวิชาพยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ของมือปราบแน่ สำแดงเดชอีกครั้ง
                           "ร้อยกระบี่หลอมรวมหนึ่ง"
                           แทบไม่น่าชื่อที่มือปราบแน่แทงออกไปร้อยกระบี่อย่างรวดเร็ว แต่มีเพียงมีหนึ่งกระบี่เท่านั้นที่ไปถึงร่างเจ้านครจิว
                            "เปรี้ยง"
                            กระบี่เพชรหิมะของเจ้านครจิวถึงกับหักสะบั้นเป็นสามท่อน แต่ก็เขาปัดกระบี่ของมือปราบแน่ออกไปได้อย่างฉิวเฉียด
                            ชั่วกระพริบตา เจ้านครจิวหลอมกระบี่เพชรหิมะด้วยลมปราณใหม่อย่างรวดเร็ว แล้วแทงออกไปยังมือปราบแน่.............................เร็วอย่างคิดไม่ถึง
                            "เปรี้ยง"
                            เสียงประทะของสุดยอดกระบี่สองเล่มในแผ่นดิน
                            แม้มือปราบแน่จะยกกระบี่ต้านรับไว้ได้ แต่กระบี่เพชรหิมะก็ทิ่มเข้าไปที่บ่าซ้ายของเขาแล้วราวหุนหนึ่ง
                             เจ้านครจิวไม่รามือ แทงกระบี่ออกไปถึงสามกระบี่
                            "เปรี้ยงๆๆ"
                             กลับเป็นอาวูธซัดจากมือปราบบ้อไร้น้ำใจ เทพแห่งวิชาอาวุธซัดแห่งแผ่นดิน มาต้านรับสามกระบี่ของเจ้านครจิวได้ทั้งหมด
                             อาวุธซัดนี้ย่อมทำจากเหล็กดาวตกเช่นเดียวกับกระบี่ของมือปราบแน่ ตัดได้แม้กระทั่งเหล็กไหล
                            "อาวุธซัดที่ร้ายกาจที่สุดในแผ่นดิน ทอดตาทั่วแผ่นดินจะมีคนรับได้ไม่เกินห้าคน"เจ้านครจิวเอ่ยปากชม
                            "ขอบคุณที่ท่านเจ้านครจิวที่ลงมือต่อพี่น้องข้าอย่างไว้ไมตรี ตามพวกเรากลับไปเถิด"
                             มือปราบบ้อพูดเสร็จพลันซัดอาวุธออกมาด้วยกระบวนท่าชั้นสูงยากต้านรับแล้ว
                             "พายุเหล็กอุกกาบาต"
                             "ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"เจ้านครจิวสะบัดกระบี่ขึ้นปัดอาวูธซัดอย่างรวดเร็ว
                              แต่ก็ยังมีอาวุธซัดสามชิ้นลอดทะลุเข้าไปในร่างเจ้านครจิวแล้ว
                              หนึ่งที่หน้าอกขวา สองที่มือที่ถือกระบี่ สามที่โคนขาขวา หากเป็นอาวุธลับของตระกูลถัง ป่านนี้เจ้านครจิวคงจไม่รอดแล้ว
                             เพราะมันอาบยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลก ที่ไม่มียาใดๆในโลกล้างพิษนั้นได้
                             เจ้านครจิวพลันล้มตัวลง
                       
     popen2556                         
                       
                           




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:17:55 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 14 เมษายน 2013, 11:43:24 »






ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่สิบ..............................บุรษชุดดำ


                   มิซากิกำลังเพลิดเพลินกับการปรุงอาหารไว้ให้มุซาชิและชายชราเจ้าของบ้าน เป็นท้องปลาทูน่าตัวใหญ่ มิซากิตวัดนิ้วที่มีมีดอยุ๋ตรงปลาย ปลาดิบถูกแล่บางด้วยวิธีประหลาดเช่นนี้ น้ำซุปปลาแห้งก็ได้ที่ ข้าวหอมฉุยจากการหุงโดยหม้อสุญญากาศ ผักสดเรียงสวยนานาชนิดน่ารับประทาน
                   ท่ามกลางเสียงนกส่งเสียงดั่งประสานเสียงร้องเพลงรักร่วมกัน
                   ชายชราเจ้าของบ้านเดินดูปลาในสระเล็กข้างบ้าน โปรยเศษอาหารลงไปให้มันได้ฮุบกิน ปลาพระอาทิตย์ตัวโต หัวมีจุดแดงงับอาหารอย่างเยือกเย็นแท้
                   ซาโยะ นามิ คาโอรุ สามสาวน้อยช่วยกันเก็บฟืนที่ผ่าเสร็จเข้ากระท่อม รินเดินเก็บไข่ในร่องที่แม่ไก่ไข่ไว้ให้แล้ว
                   สายลมพัดพริ้วเย็นสบายกายพาใจทุกผู้คนในบ้านเย็นจนอิ่มสุข
                   แผ่นดินไหวมาแบบเฉียบพลัน บ้านสั่นไปสักพัก ทุกคนกลับยิ้มแย้มเพราะความเคยชินแห่งผืนแผ่นดินเกิด ไม่มีอะไรที่จะห้ามการเก็บเกี่ยวความสุขในโลกนี้ได้ เพราะความรู้ตามความเป็นจริงแห่งธรรมชาติ
                    "มุซาชิ"
                    เสียงเรียกร้องดังกว่าคนทั่วไปนัก ราวกับเสียงระฆังใหญ่ถูกค้อนยักษ์ตีขัดจังหวะอารมณ์สุขของผู้คนทั้งบ้าน
                    คาโอรุเดินไปหาบุรุษผู้ตะโกนร้องเรียกหามุซาชิ ในชุดดำหมวกสานปิดหน้า เพื่อจะบอกว่ามุซาชิไปฝึกยุทธที่น้ำตก
                    คาโอรุยังไม่ทันกล่าวคำพูดใด แต่กลับตกใจที่เห็นบุรุษชุดดำมีดวงตาสีแดงดุจเปลวไฟ บุรุษชุดดำแปลกหน้ายื่นมือคว้าจับข้อมือของคาโอรุ  แต่เธอสะบัดปัดออกด้วยกระบวนท่านวลนางแช่มช้อย
                    "ไม่เลว"บุรุษชุดดำกล่าวชมพลางจี้มือติดตามอีกครั้ง
                    คาโอรุสะบัดมือปัดด้วยกระบวนท่าสาวน้อยสะบัดผ้า
                    "น่าชื่นชม"บุรุษชุดดำกล่าวชมอีกครั้ง
                    คราวนี้บุรษชุดดำคว้าด้วยพลังลมปราณกล้าแข็งราวกับหมีตะปบ คาโอรุโต้กลับด้วยกระบวนท่าผลักประตูใหญ่
                     "ปัง"
                     คาโอรุถูกพลังลมปราณกระแทกใส่แล้ว กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
                     "หยุดมือ"ชายชราเจ้าของบ้านพลันปรากฎกายแล้ว
                     บุรุษชุดดำพลันกล่าวกับชายชราเจ้าของบ้าน
                     "ท่านคงจะเป็นมือพิฆาตปัตโตไซสินะ"
                      พลันลงมือด้วยฝ่ามือเปลวเพลิงพลังลมปราณเจ็ดส่วน ชายชราเจ้าของบ้านเกร็งพลังลมปราณภายใน ปัดฝ่ามือนั้นด้วยฝ่ามือย้ายภูผา
                     "ตูม"
                      บุรุษชุดดำถอยหลังไปสองก้าว ชายชราเจ้าของบ้านถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
                      "ช่างเป็นฝีมือที่ยอดเยี่ยม"บุรุษชุดดำกล่าวชม
                      ยังไม่ทันกล่าวจบ ก็ฟาดฝ่ามือที่เร็วและแรงขึ้นเป็นคลื่นแสงสีแดง ย่อมเป็นฝ่ามือเพลิงตะวัน
                      ชายชราเจ้าของบ้านเกร็งพลังลมปราณภายในเต็มสิบส่วน ฟาดฝ่ามือวชิระสิบทิศออกไป
                      "บึ้ม"
                     เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมา ชายชราเจ้าของบ้านถอยหลังไปห้าก้าว แต่บุรุษชุดดำถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว
                     "น่าสนุกจริงท่านผู้เฒ่า"บุรุษชุดดำกล่าวแล้วลงมืออย่างรวดเร็วอีกครา
                      ฝ่ามือนี้เปล่งแสงสีแดงแล้วมีแสงสีส้มอยู่รอบนอกจากนี้ยังมีแสงสีขาวอีกรอบหนึ่ง เป็นวิชาฝ่ามือใดกัน
                      ชายชราเจ้าของบ้านมิกล้าประมาท เกร็งพลังลมปราณเต็มที่ฟาดสองฝ่ามือต้านรับฝ่ามือพิสดารของบุรุษชุดดำด้วยฝ่ามือวชิระญาณใหญ่
                      "เปรี้ยง"
                      บุรุษชุดดำถอยหลังไปสามก้าว แต่ชายชราเจ้าของบ้านถอยหลังไปเพียงก้าวเดียวกระอักโลหิตออกมาคำโต
                      "ย้าก"เสียงมิซากิดังขึ้นมาพร้อมดาบในมือ แทงใส่บุรุษชุดดำอย่างรวดเร็วด้วยกระบวนท่านารีพิโรธ
                       บุรุษชุดดำเพียงแค่ฟันมือขวาออกมาอย่างเร็วแต่มีแสงสีขาวดุจแสงของสายฟ้า
                       "เปรี้ยง"
                       ดาบในมือของมิซากิหักออกเป็นสองท่อน ร่างของมิซากิกระเด็นออกไป
                       ซาโยะ นามิ คาโอรุ ริน แทงดาบในมือออกไปพร้อมกันใส่บุรุษชุดดำเป็นสี่ทางด้วยค่ายกลดอกท้อ แม้จะดูแทงออกมาสี่ดาบแต่กลับแทงออกมาสี่สิบดาบพร้อมกันทั้งบน กลาง ล่าง
                       กลับเห็นมิซากิแทงตรงลงมาจากกลางอากาศข้างบนตรงกลางศรีษะบุรุษชุดดำแล้ว
                       "ฉึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"           
                        สี่สิบเอ็ดดาบแทงใส่ร่างบุรุษชุดดำทั้งหมด และยังมีดาบห้าเล่มปักอยู่ที่กลางศรีษะ  หน้าอก ลำตัวด้านซ้ายขวา และสะดือ
                        เพียงแต่ว่าบุรุษชุดดำนั้นยังคงยืนยิ้มอยู่
       popen2556               

                     

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:18:10 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 14 เมษายน 2013, 17:23:40 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่สิบเอ็ด..............................บุรษชุดดำตอนที่สอง
                 "มหาเทพยุทธเทพประทับ"ชายชราเจ้าของร่างโพล่งเสียงดังขึ้น ยังไม่ทันจบเสียง บุรุษชุดดำฟันมือไปที่ดาบของสาวน้อยทั้งห้าหักสะบั้น
                  พร้อมทั้งเกร็งร่างกาย คมดาบทั้งห้าวิ่งตรงมาที่ชายชราเจ้าของบ้านแล้ว แต่เขาสะบัดดาบที่ข้างตัวออกต้านรับ พยัคฆ์ย่อมเป็นพยัคฆ์สามารถรับคมดาบทั้งห้าได้ทั้งหมด
                  "ช่างเพลิดเพลินเสียจริง" บุรุษชุดดำกล่าวพลางฟาดฝ่ามือเป็นวงกลมวิ่งตรงไปสู่ชายชราเจ้าของบ้านและสาวน้อยทั้งห้า กลายเป็นเหมือนลูกไฟแห่งอุกกาบาตที่สามารถถล่มตึกได้ทั้งหลัง
                   "ปฐมแสงธรรม"
                   แสงสว่างสีทองที่เกิดจากจุดปลวไฟส่องสว่างจากฝ่ามือข้างหนึ่ง แผ่กว้างขึ้นจนเป็นโล่สีทองกำบังพลังฝ่ามือของบุรุษชุดดำที่มีมหาเทพยุทธเทพประทับที่หายสาปสูญไปนานกว่าหลายพันปีแล้ว
                   "บึ้ม"
                   เมื่อแสงส่างจางลงกลับเป็นมุซาชิตรงเบื้องหน้าของทุกคน
                   มิซากิเผลอหลั่งน้ำตาออกมาแล้วพร้อมกับสาวน้อยทั้งสี่นาง
                   "น่าสนุกอย่างยิ่ง...ท่านคงเป็นมุซาชิ"บุรุษชุดดำกล่าว
                   พลันบุรุษชุดดำปล่อยให้ฝ่ามือกลายเป็นกลุ่มควันดำ เคลื่อนพลังลมปราณมหาศาลวิ่งเข้าใส่มุซาชิ ดูเหมือนเมฆดำลอยล่องช้าๆ แต่มันรวดเร็วราวกระพริบตา
                    "พุทธปาฎิหารย์" มุซาชิเกร็งพลังลมปราณโดยไม่ประมาทอยู่แล้ว ซัดฝ่ามือยูไลท่าที่แปดต้านรับไว้ เมื่อพลังมืดและพลังสว่างเจอกัน ย่อมสลายไป ดุจอธรรมเมื่อพบธรรมะ
                     "ยักษ์แห่งยักษ์ทักทายศัตรู"บุรุษชุดดำเพิ่มพลังลมปราณมหาศาลแล้วฟาดออกมาตรงๆใส่มุซาชิอย่างไม่รู้จักหมด
                      "พระธรรมนำทาง"
                       มุซาชิฟาดออกสองฝ่ามือต้านรับ
                       "เปรี้ยง"
                       ร่างของบุรุษชุดดำถอยไปหนึ่งก้าว เช่นเดียวกับมุซาชิ แต่มุซาชิกลับกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่งแล้ว ลมปราณปั่นป่วน
                       แม้พลังลมปราณภายในของมุซาชิจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าในมิติอื่นแล้ว แต่การที่ยังไม่ได้หัดใช้เลย ทำให้การโคจรพลังไม่คล่องได้ดังใจนัก
                      บุรุษชุดดำเร่งพลังลมปราณจนท้องฟ้ามืดครึ้ม เตรียมซัดออกอีกแล้ว
                      "ฝ่ามือสยบเทพ"
                      กลายเป็นฝ่ามือขนาดยักษ์กระแทกติดๆกัน เปรียบเหมือนกับลูกคลื่นซัดออกมาจากฝ่ามือบุรุษชุดดำ อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น
                      "ชุมนุมหมื่นพุทธ"
                       มุซาชิเดินพลังลมปราณอย่างต่อเนื่องหมุนวนในกายเร็วสุดประมาณ สามาถเพิ่มพลังลมปราณให้เขา จนยากที่จะคิดได้ว่าเพิ่มมากขึ้นเท่าไร
                        "เปรี้ยงๆๆๆๆตูมๆๆๆๆ"
                        สาวน้อยทั้งห้า ล้วนล้มลงแล้วไม่สามรถยินต้านพลังประทะนั้นได้ มีแต่ชายชราเจ้าของบ้านที่ยืนดูอยู่อย่างนิ่งเฉย แต่ใบหน้ากลับไม่นิ่งเฉย
                         "พระโยกขุนเขา"มุซาชิกลับลงมืออย่างต่อเนื่องอีกด้วย
                          " ปฐมแสงธรรม
                          แสงธรรมอร่าม
                          แสงธรรมเจิดจ้า
                          พุทธธรรมคัมภีร์
                          พระแดนสุขาวดี
                          พุทธปาฎิหารย์"
                          บุรษชุดดำตะลึงงันกับกระบวนท่าเหล่านั้น เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดในโลกสามารถซัดฝ่ามือได้รวดเร็วและต่อเนื่องหลายกระบวนท่าเช่นนี้ ไม่นับพลังลมปราณที่มากมายมหาศาลเกินกว่าจะเข้าใจ
                   


popen2556




 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:18:25 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 15 เมษายน 2013, 22:25:43 »
ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่สิบสอง............................กระบี่อัคคีสายฟ้าและกระบี่ที่สิบสี่ของจอมมารกระบี่อี้ (จบภาค )                   



                     "หมัดเหล็กทะลายโลก"
                     "ปฐมแสงธรรม แสงธรรมอร่าม แสงธรรมเจิดจ้า"
                     "เปรี้ยงๆๆ"
                      เสียงดังสะท้านราวกับโลกจะแตกแหลกเป็นเสี่ยง เสียงระเบิดดังกังวานไปไกลนับหลายร้อยลี้ ต้นสนจำนวนมากถูกพลังลมปราณโค่นล้มลงไปแล้ว
                      เมื่อหมอกควันจากฝุ่นบนพื้นแผ่นดินจางลง เทพเจ้าหมัดทลายภูผากู่เกี๊ยงยังยืนประชันหน้ากับเทพกระบี่ซาอย่างสงบนิ่ง
                      แต่เทพเจ้ากู่กลับเร่งพลังลมปราณภายในสุดขั้วพร้อมแตกหักกับเทพกระบี่ซาแล้วด้วยกระบวนท่าไม้ตายสามท่า ก้อนหินขนาดเล็กกลางใหญ่รอบตัวมันลอยขึ้นเหนือพื้นดินจนเลยศรีษะเป็นจำนวนมาก อีกทั้งโขดหินหลายแห่งก็เริ่มสั่นสะเทือนไหว ราวกับเริ่มจะเกิดแผ่นดินไหว
                      ในขณะที่เทพกระบี่ซายืนเกร็งพลังลมปราณภายในที่หมุนเวียนให้ทะลุทั่วทุกจุดสำคัญในร่างของเขา และรู้ว่าพลังที่เพิ่มขึ้นในนิมิตรมันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแม้ไม่เทียบเท่ากันก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นพลังสะท้านโลกอยู่ดี
                      จิตของเขากลับคิดไปถึงเมื่อครั้งเยาว์วัย ที่เริ่มหัดกระบี่มาตั้งแต่อายุห้าปี จนถึงวัยสิบเจ็ดปี ฝึกแทงกระบี่แต่ละกระบวนท่าที่คิดค้นดัดแปลงจากท่านอาจารย์ จนบัญญัติขึ้นเอง ไม่ต่ำกว่าหมื่นครั้งต่อวันต่อหนี่งกระบวนท่า
                       เมื่ออายุครบยี่สิบปีออกผาดโผนในยุทธภพตงง้วน สามารถโค่นเจ้าสำนักกระบี่ไปทั่วหล้าอีกทั้งไม่มีมือกระบี่ใดสามารถรอดพ้นไปจากคมกระบี่ของเขาได้แม้สักผู้หนึ่ง และสังหารยอดยุทธที่เป็นมารยุทธภพไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน
                       จนได้รับขนานนามว่า"เทพเจ้ากระบี่ซา"
                       ภายหลังได้รับคำท้าประลองกระบี่กับจอมมารกระบี่อี้ผู้บรรลุเทพวิชาสิบสามกระบี่อันร้ายกาจยากจะหาผู้ต้านทานได้เกินกระบวนท่าที่สามได้เลยสักผู้หนึ่ง
                       ในระหว่างประลองกันระหว่างเทพเจ้ากระบี่ซาและจอมมารกระบี่อี้  จอมมารกลับบรรลุมหาเทพวิชากระบี่มารในกระบวนท่าที่สิบสี่ ซึ่งออกจะเหี้ยมโหดรุนแรงอำมหิต ในขณะเดียวกันนั้นเองจอมมารกระบี่อี้กลับบรรลุธรรมเป็นอริยชน เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาไปพร้อมกัน
                         จอมมารจึงเกรงว่าจะก่อเภทภัยให้ยุทธภพในขณะที่ใช้กระบวนท่าที่สิบสี่ออกไป กลับผ่อนลมปราณลงเหลือเพียงเก้าส่วนเพื่อให้เทพเจ้ากระบี่ซาสังหารตนเอง แม้จิตมารจะไม่ครอบงำอีกแล้วก็ตาม
                        เทพเจ้ากระบี่ซาทราบในการต่อสู้ครั้งนั้น แต่ไม่สามารถยับยั้งเพลงกระบี่สุดขั้วแห่งทวยเทพของเขาได้ จึงได้สังหารจอมมารกระบี่อี้ด้วยกระบวนท่านี้อย่างไม่ตั้งใจเพราะสู้เต็มกำลัง
                         และในพริบตาหลังจากจอมมารได้สั่งเสียเทพเจ้ากระบี่ซาว่าให้ทำลายมหาเทพวิชากระบี่มารทิ้งเสียเพื่อไม่ให่ก่อเภทภัยกับผู้ใดในยุทธภพอีก ร่างของจอมมารก็ลุกเป็นไฟที่ปราศจากความร้อน ทำลายร่างตนเองจนหมดสิ้น
                         เทพหริอมาร ธรรมะหรืออธรรม ย่อมบังเกิดขึ้นได้แต่เพียงในใจผู้คนเท่านั้น                         
                         เทพเจ้ากระบี่ซากลับไปยังหมู่บ้านตน ประกาศทิ้งกระบี่โดยไม่จับกระบี่ที่ตีขึ้นทุกชนิดและไม่ฝึกกระบี่อีกเลยตั้งแต่นั้นมา หมู่บ้านของเขาจึงเรียกว่าหมู่บ้านทิ้งกระบี่หรือหมู่บ้านแขวนกระบี่ และไม่ให้ผู้ใดเรียกตนว่าเทพเจ้ากระบี่อีกต่อไป จึงมีแต่ผู้ที่เรียกขานเขาว่าเทพกระบี่ซา
                          "หมัดภูผากระแทกพสุธา หมัดเหล็กเปลวอัคคี หมัดพิฆาตเทพเจ้า"
                          สามกระบวนท่าไม้ตายพลันใช้ออกมาพร้อมกันด้วยพลังลมปราณรุนแรงจนเกิดพายุกระหน่ำซัดโขดหินปลิวรวมกันใส่เทพกระบี่ซา
                          เทพกระบี่ซาสะบัดสองนิ้วชี้และกลางในมือข้างขวาออกเป็นกระบี่เทพอัคคีสายฟ้า เพราะในสายฟ้ามีเพลิงอัคคีห่อหุ้ม และได้แทงออกไปแล้วสามกระบี่ในกระบวนท่าที่สิบสี่ของมหาเทพวิชากระบี่มารของจอมมารอี้
                          กระบี่ที่หนึ่งแทงต้านเหล่าภูผาและก้อนหิน
                          กระบี่ที่สองแทงม้วนหมัดทั้งสามของเทพเจ้ากู่
                          และกระบี่ที่สามหมุนตัวย้อนหลังแทงกำปั้นเหล็กทะลุหัวใจเทพเจ้ากู่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
                           "เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง"
                           ร่างของเทพเจ้าหมัดทลายภูผากู่เกี๊ยงแตกระเบิดออกเป็นเสี่ยงกลายเป็นจุลในพริบตา คงเหลือแต่เสื้อขนสัตว์ที่ห่อหุ้มกายทิ้งไว้
                           พลังลมแห่งพายุ พลังความร้อนแห่งปราณทั้งมวล เริ่มแผ่วเบาบางลง
                           คงเหลือเทพกระบี่ซาแต่เพียงเพียงผู้เดียว แม้กระทั่งกระบี่สักเล่มก็ไม่มี ในป่าสนแห่งนี้
                           นอกจากกระบี่ที่ไร้ตา กระบี่ที่ไร้ใจ....................เทพกระบี่ซา


popen2556


                               
                                     
                     
                   



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:18:41 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 17 เมษายน 2013, 13:05:19 »
        ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสี่ ตอนที่สิบสอง............................ตอนพิเศษจบภาค             



                 ฟงหยุนถี่เป็นมหาเทพวิชาที่มีต้นกำเนิดแห่งลัทธิเต๋าและพุทธโดยหลักการก็คือรวมพลังทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ปรับอะตอมของธาตุสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟในร่างกายให้จัดเรียงกันเป็นแถว เลือดและน้ำในร่างกายไหลเวียนไปในทิศทางเดียวกันรวมทั้งไฟและลมหายใจ
                จิตเป็นหนึ่ง เห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม เป็นเอกอิสระ สามารถเพิ่มพลังลมปราณได้อย่างมหาศาลไร้ขีดจำกัด เพิ่มความเร็วได้จนถึงไร้ขีดจำกัด
                ในหลายพันปีที่ผ่านมาฟงหยุนถี่ไม่เคยมีผู้ใดได้พบเห็น แต่ในวันนี้กลับปรากฎขึ้นภายใต้ร่างเงาของบุรุษซามูไรผู้ยิ่งใหญ่ที่มีดาบยาวและเร็วที่สุดในโลก"ซาซากิ โคจิโร่"
                ชายหนุ่มยังคงยืนสงบนิ่งภายหลังได้สยบกลุ่มชาวยุทธลึกลับที่ล้วนมีพลังฝีมือที่ร้ายกาจศุงส่ง หลายคนในชั่วเวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อกับชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบเจ็ดปีกับมหาเทพวิชาที่หายสาปสูญไปจากโลก
                และในนาทีถัดมากลับมีร่างสูงใหญ่ราวสองเมตรยืนล้อมรอบซาซากิกว่าร้อยร่างแล้ว
                ทุกผู้คนดวงตามีสีแดงเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมิมีผู้ใดเห็นได้ ยกเว้นชายหนุ่มผู้นี้
                สิบร่างนิรนามเคลื่อนไหวแล้ว เร็วจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น
                ซาซากิกลับหลับตาลงถือดาบยาวที่สุดในโลกด้วยมือข้างซ้ายเพียงข้างเดียว  กางมือข้างนี้ออกไปเร่งพลังลมปราณจัดเรียงอะตอมแห่งสายเลือดและน้ำในร่างกายรวมกับธาตุดินและธาตูลม ธาตุไฟและลมหายใจที่ยาวละเอียดอย่างระมัดระวัง
                 นั่นหมายถึงว่าเขาจะเริ่มใช้ฟงหยุนถี่มหาเทพวิชาแห่งเซียนอีกครั้งหนึ่งแล้ว
                 พลังจากลม พลังจากดิน พลังจากสรรพสิ่งรอบตัวหลอมรวมเข้าไปในกายของซาซากิ จนผ่องถ่ายพลังไปที่ดาบในมือซ้ายของเขา บังเกิดแสงสว่างสีขาวเจิดจ้า แม้จะมีกระแสพลังจากร่างร้อยร่างรอบตัวกดดันเขาอยู่ พลังอันมหาศาล
                 จนค่ำคิืนแห่งหิมะที่มืดมน กลับสว่างไปทั่วด้วยดาบยาวราวไม้ตากผ้าที่เร็วที่สุดในโลก

popen2556





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:18:56 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 24 เมษายน 2013, 13:18:08 »
  ดาบเด็ดเดี่ยวภาคห้า ตอนที่หนึ่ง ปังตอน้อยมิเคยพลาดเป้า



              ว่ากันว่าความปวดร้าวสุดแสนอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์คือ"การจำพราก" ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ความปวดร้าวที่ว่าหาได้เกิดจากการจำพราก หากแต่เกิดจาก"การอยู่ร่วม" หากไม่มีการอยู่ร่วมไหนเลยมีการจำพราก ?



                สิบลำดับยอดฝีมือในตำราวิจารณ์อาวุธของแป๊ะเฮี่ยวเซ็งในยุทธภพ

1.กระบองฟ้าเทียนกี - เทียนกีเล่านั้ง (ผู้เฒ่าแซ่ซุนที่เป็นนักเล่านิทาน)

2.ห่วงหงส์มังกร (เล้งหงษ์ฮ้วง) - เซี่ยงกัวกิมฮ้ง (หัวหน้าพรรคกิมจี้ปัง หรือพรรคเหรียญทอง)

3.มีดบินของลี้น้อย(เซี่ยวลี้ปวยตอ) - ลี้คิมฮวง (ลี้น้อยมีดบิน ลี้ถ้ำฮวย)

4.กระบี่เหล็กซงเอี้ยง (ซงเอี้ยงทิเกี่ยม)- ก้วยซงเอี้ยง (แห่งหมู่บ้านกระบี่เหล็ก)

5.หอกเงิน - ลู่ฮงเชย (เจ้าน้อยหอกเงิน)

6.แส้อสรพิษ (เปี้ยงซิ้ง) - ไซมึ้งยิ้ว

7.ไม้เท้าเหล็กเทวราช (กิมกังทิไกว้) - จูกั้วกัง

8.ไม่มีระบุในเรื่อง

9.หัตถ์อสูรเขียว (แชม้อชิ้ว) - อีเข่า

10.ขลุ่ยหยก - เง็กเซียว

               แต่ภายหลังจากที่ลี้คิมฮวงหรือลี้ถ้ำฮวยฉายาว่า “ลี้น้อยมีดบิน” หรือ “เซี่ยวลี้เฟยตอ(小李飞刀)”(มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้า )ได้ต่อสู้กับเซี่ยงกัวกิมฮ้ง และสุดท้ายก็ยังคงความจริงเช่นนั้นได้ว่าลี้น้อยมีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้า
               ในชั้นหลังเอี๊ยบไค(ผู้ร่าเริง ผู้เบิกบาน)มีดบินชั้นหลัง พลังฝีมือกลับร้ายกาจกว่าลี้คิมฮวง เพราะมีดบินของเอี๊ยบไคมิได้ใช่ฆ่าคน แต่เอาไว้ช่วยคน พลังฝีมือทั้งหมดมาจากความว่างหรือพลังที่ยิ่งใหญ่
                จวบจนปัจจุบันกลับปรากฎว่ามีผู้ใช้มีดบินของผู้แซ่ลี้ออกมาในยุทธภพคือลี้คิมฮวย
                เซียวลี้ปังตอหรือปังตอน้อยมิเคยพลาดเป้า ซึ่งกล่าวกันว่าพลังฝีมือสูงล้ำกว่าผู้เป็นปรมาจารย์หรือแม้กระทั่งเอี๊ยบไคเสียอีก
                คลื่นลูกใหม่ย่อมไล่คลื่นลูกเก่าด้วยความแรงที่แรงกว่า
                แต่ไม่ปรากฎพื้นเพของผู้แซ่ลี้นามกิมฮวยรุ่นหลังนี้ เพียงแต่รู้จากการต่อสู้ว่า
                กระบี่เดียวดาย ผู้มีความเร็วของกระบี่และพลังฝีมือเทียบได้หนึ่งในสามของยุทธภพตงง้วน ได้ต่อสู้กับลี้คิมฮวยหนึ่งชั่วยาม สาดซัดกระบี่ออกไปกว่าห้าร้อยกระบี่ ก็ไม่สามารถโค่นล้มผู้แซ่ลี้
                สุดท้ายก็พ่ายในปังตอจิ๋วในมีดเดียว ตัดเส้นเลือดใหญที่ลำคอ ไม่สามารถรู้ได้ว่าจากการตัดด้วยมือหรือจาการขว้างมีดของผู้แซ่ลี้
                ดาบเหินหาว เป็นยอดฝีมือหนึ่งในห้าแห่งผู้ใช้ดาบในยุทธภพ ต่อสู้กับผู้แซ่ลี้เพียงครึ่งชั่วยาม ก็ถูกมีดบินของผู้แซ่ลี้สังหาร
                ถังเซี๊ยะผู้ที่ถือว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในตระกูลถังที่ลือชื่อในเรื่องอาวุธลับและยาพิษที่รุนแรงที่สุดในโลก เป็นที่หวาดหวั่นแก่จอมยุทธทั่วหล้า
               พลังฝีมือของถังเซี๊ยะสูงล้ำยากที่จะประเมิน ก็พ่ายในมีดบินของผู้แซ่ลี้ในครึ่งชั่วยาม แม้ผู้แซ่ลี้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็เป็นเพียงบอบช้ำภายในเล็กน้อย และไม่ได้โดนยาพิษหรือบาดเจ็บจากอาวุธลับของถังเซี๊ยะเลย
                เกาทัณฑ์เลิศหล้าผู้แซ่เต็ง หรือเกาทัณฑ์ทีมีอำนาจการทำลายล้างมากที่สุดในยุทธภพ ก็ตกตายภายใต้มีดบินของผู้แซ่ลี้ เพียงชั่วขณะเดียวแห่งการต่อสู้
                กระบองสิบทิศเจ็งเตี้ย พลังทำลายภูผา ผู้ล้มจอมยุทธเจ้าสำนักสามสิบสำนัก จากการท้าประลอง ในครึ่งชั่วยามก็ถูกมีดบินของผู้แซ่ลี้บั่นคอหอย
                ดาบวงจันทร์เต็งเจียน ดาบพิสดารแห่งดินแดงทะเลทราย กับท่าไม้ตายสิบสองท่า ล้มยอดฝีมือแห่งยุทธภพไปกว่าร้อยคน ได้้ต่อสู้กับผู้แซ่ลี้สามชั่วยาม
                ก็ไม่สามารถหลีกพ้นมีดบินที่ไม่เคยพลาดเป็าของผู้แซ่ลี้
                ดาบคู่สะท้านสิบทิศเกาเอี๊ยะ ผู้พิชิตยอดยุทธหลายแขนงไปกว่าห้าสิบคน กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าผู้แซ่ลี้ในณะนี้แล้ว
                สองมือของผู้แซ่เกากำดาบด้วยพลังลมปราณยากคำนวณได้ ลงมือแล้ว
               "ดาบสะบั้นภูหิน"
                "เปรี๊ยง"
                ดาบขวาและซ้ายของผู้แซ่เกาฟันออกไป แต่ผู้แซ่ลี้เบี่ยงกายกระโดดลอยตัวหลบขึ้นที่สูง ดาบสองเล่มนั้นฟันโขดหินแข็งกระจายแตกเป็นเสี่ยงๆ
               "ดาบคู่บนล่าง"
                ดาบสองเล่มฟันกลางตัวและคอของผู้แซ่ลี้ ผู้แซ้ลี้เบี่ยงกายซัดออกมาหนึ่งฝ่าืมือ ทำให้ดาบเบี่ยงไปตัดต้นไม้ใหญ่ด้านหลังขาดสองท่อน
                "ตูม"
                "ดาบเทพไท้"
                 สองดาบแทงบนออกตรงๆระหว่างอก ดูเหมือนช้าแต่เร็ว จนผู้แซ่ลี้หลบไม่ทัน ต้องยกมือขวาต้านรับ
                "เปรี้ยงๆ"
                "ดาบฟาดพญายักษ์"
                 กลับเป็นดาบในมือผู้แซ่เกาหมุนใส่ผู้แช๋ลี้ ด้วยพลังทำลายรุนแรง
                 "เปรี้ยงๆ"
                 ไม่รู้ว่าผู้แซ่ลี้ใช้วิทยายุทธใดต้านรับสองดาบนี้ด้วยฝ่ามือขวา แล้วพลันกล่าวว่า
                 "ท่านพี่เกาหยุดมือเถอะ"ผู้แซ่ลี้กล่าว
                 " ไยต้องทำเช่นนั้น"ผู้แซ่เกา
                 " เราต่างรู้แพ้ชนะกันแล้ว........ท่านชนะ"ผู้แซ่ลี้
                 " ท่านกล่าวเรื่องราวใดกัน "ผู้แซ่เกา
                 " ในสิบกระบวนท่าของวรยุทธท่านพี่เกาล้วนร้ายกาจ สะท้านมือสะท้านใจข้าผู้น้อยแล้ว พอเถอะอย่าให้เลยเถิดไปกว่านี้เลย"
                 " ผายลมพิษสุนัข"ผู้แซ่เกากล่าวพลางเกร็งพลังลมปราณถึงขีดสูงสุดในขั้นที่สิบแล้วฟันออกไป
                 " ดาบคู่สะท้านสิบทิศ"
                  แสงแห่งพลังลมปราณและดาบพร้อมความอหังการ์ของผู้แซ่เกา ตามไปด้วยพลังความเร็วของดาบรุนแรงที่สุดในชีวิตที่ผู้แซ่ลี้เคยเห็นมาส่องสว่างอย่างน่าใจหาย
                  "เปรี้ยง"
                   แต่มีดบิน............................ของผู้แซ่ลี้ได้ปล่อยหลุดออกจากมือขวาของเขาแล้ว
                   ผู้แซ่เกาได้แต่ตาเหลือกอย่างคาดไม่ถึง เพราะได้แต่เห็นว่ามีมีดสั้นของผู้แซ่ลี้ รูปร่างคล้ายปังตอแต่เล็กปักที่คอหอยของตน
                  "เซียวลี้ปังตอ ปังตอน้อยที่มิเคยพลาดเป้าลี้คิมฮวย"

popen2556






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:19:10 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 26 เมษายน 2013, 21:57:29 »
 

  ดาบเด็ดเดี่ยวภาคห้า ตอนที่สอง............บุรุษสี่คิ้ว


 
                  บุรุษชุดขาวหน้าดุจดังกระดาษสีหน้าเย็นชา ผู้ยืนดูการประลองระหว่างผู้แซ่ลี้และผู้แซ่เกา นามจิวคงแชฉายากระบี่สายฟ้า ยอดกระบี่อันดับเก้าแห่งยุทธภพพลันลงมือต่อผู้แซ่ลี้แล้ว
                  "ท่านลี้รับมือ"
                  กระบี่สายฟ้าก็หลุดออกจากฝัก ที่ถูกมันปิดบังความคม แสงสว่างวูบออกจากฝักย่อมแสดงให้เห็นความเร็วดุจสายฟ้า
                   ทันใดนั้นผู้แซ่ลี้ ก็พลันสะบัดมือขวาออกไปเช่นกัน แสงสว่างวูบขึ้นมาจากปลายมือของผู้แซ่ลี้ แล้ว แต่ที่ปลายทางกลับเป็นคอหอยของจิวคงแช
                    เพราะที่คอหอยของมันก็ปรากฎมีดบินของผู้แซ่ลี้ปรากฎขึ้นเช่นกัน มันสะดุ้งสุดตัวแล้วล้มลง
                    ยังมิทันวางมือ พลองยาวแทงพรวดมาที่ร่างของผู้แซ่ลี้แล้ว เขาพลิกมือขวาต้านรับ                           
                    แต่พลองกลับพลิกตลบกลับตบมาที่หัวของเขา
                    "ฉับ"
                     ผู้แซ่ลี้ตวัดมือขวาฟันออกไป
                     แต่ไม่รู้ว่าเขาใช้อาวุธใดกัน ที่สะบั้นพลองยาวออกเป็นสองท่อนในคราเดียว
                     ผู้ใช้พลองพลันเปลี่ยนอาวุธเป็นทวนเงิน แทงสุดแรงด้วนพลังลมปราณทั้งหมดที่เร่งได้พลังดุจน้ำตกสูงเข้าไปยังร่างของผู้แซ่ลี้อีกคราหนึ่ง
                     ในขณะที่ปลายทวนเงินแทงเกือบถึงคอหอยของผู้แซ่ลี้
                     ในบัดดลกลับมีนิ้วสองนิ้วของมือข้างหนึ่ง ที่เป็นนิ้วชี้และนิ้วกลางคีบปลายทวนเอาไว้พอดี
                     เป็นนิ้วที่ทรงพลังที่สุด แข็งกล้าที่สุด ไวที่สุดในแผ่นดิน
                     แม้ผู้ใช้ทวนเงินจะมีพลังกล้าแข็งเพียงใด ก็ไม่สามารถขยับทวนเงินเล่มนั้นออกจากสองนิ้วคีบนี้ได้
                    บุรุษเจ้าของนิ้วทั้งสองผู้นี้จะเป็นใครไม่ได้มีแต่.................เล็กสี่คิ้วนิ้วปาฎิหารย์ที่เลื่องลือในยุทธภพ
                    บุรุษสี่คิ้ว (2คิ้ว +2หนวดงาม) ฉายา จอมยุทธ "ดัชนีสัมพันธ์จิตใจ" ที่สามารถหยุดอาวุธทุกชนิดในแผ่นดิน ด้วยนิ้วมือของเขา
                    จอมยุทธที่มี "วิชาตัวเบา" อันดับต้นๆในแผ่นดิน  ชอบช่วยเหลือ และมีชื่อเสียงของการสอบสวนคดีต่างๆ แต่ที่เป็นจุดเด่นเรื่องหนึ่งของเขาคือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน
                   หากทั้งสองนิ้วนี้ได้วาดออกไป กระบี่หรือศาสตราอาวุธใดๆในแผ่นดินย่อมคีบได้หมดสิ้น
                   แต่ทันใดนั้นในทวนเงินที่ถูกผุ็แซ่เล็กคีบอยู่ กลับมีทวนเงินอีกอันหนึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ผู้ใช้ทวนกลับกระชากออกไปเพื่อจะแทงเข้าสู่กลางใจของเล็กสี่คิ้ว
                    แต่เร็วยิ่งกว่าเร็ว...................................ยอดยุทธผู้ช้ทวนเงินก็สะดุ้งสุดตัว
                    เพราะมีมืดบินของผู้แซ่ลี้ปักอยู่บนคอหอยของมัน และขาดใจตายในฉับพลัน
                    มีดบินที่มิเคยพลาดเป้า เซียวลี้ปังตอ
                    ช่างเป็นเรื่องเหมือนบังเอิญจริงหรือ ที่สุดยอดจอมยุทธทั้งสองแห่งแผ่นดินตงง้วนจะมาพบกันในเวลานี้

popen2556



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:19:27 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 26 เมษายน 2013, 22:27:22 »
ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่ให้ข้อมูลในหลายๆด้านรวมทั้งท่านเจ้าของที่มาแห่งต้นเรื่องและรูปหรืออื่นๆ เพื่อดาบเด็ดเดี่ยวจะเป็นหนทางหนึ่งในการเผยแพร่ธรรมในความประสงค์ของผู้เขียน หากมีข้อท้วงติงโปรดให้ความกรุณาผู้เขียนด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

มีดสั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 เมษายน 2013, 21:21:13 โดย SOMCHAI SAWEK »