A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: คุรุ  (อ่าน 10 ครั้ง)

ออฟไลน์ popen2556

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 744
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
คุรุ
« เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2020, 19:06:01 »




คุรุ ท่านที่หนึ่ง

ผมเขียนบทความทางธรรมะให้เว็บธรรมะของพระวัดโสมนัสวรวิหาร
มานานกว่า10 ปีแล้วตั้งแต่แรกตั้งใจเขียน
คัดกรอง
จนออกมาเป็นหนังสือ
เพื่อให้องค์ความรู้พื้นฐานเด็กไปต่อยอด
ต่อมาภายหลังไม่มีความสามารถที่ทำเช่นนั้นได้อีก
เพราะร่างกายและ
เวลาไม่เอื้ออำนวยเลย

เวลาคิดถึงความหลังที่ดีๆมีประโยชน์
ที่พอจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
จึงนำมาให้ตรึกตรองแล้วจึงนำมาเล่า
ด้วยการใช้แอพพลิเคชั่นเสียง

เมื่อราวสี่สิบปีที่ผ่านมา
ที่ผมได้เข้าทำงานครั้งแรกในชีวิต
ได้ผ่านระบบการคัดเลือกจากหลายองค์กร
ผมได้เลือกเข้าทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์
เป็นที่ทำงานแรก
และ
ตั้งใจว่าจะทำงานให้ก้าวหน้าที่สุด
เพราะขนาดของธนาคารในตอนนั้นไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก
เป็นธนาคารใหญ่อันดับสี่ของธนาคารใหญ่ทั้งหมด
ในประเทศ

ในปี2526
ผมถูกย้ายมาทำงานอยู่ทางด้านเงินฝาก
ที่สำนักงานชิดลมหรือสำนักงานใหญ่ในสมัยนั้น
ผมได้มาทำงานที่นี่ในช่วงธนาคารจะเข้าระบบออนไลน์และติดตั้งเครื่องบริการเงินด่วนหรือATMเครื่องแรกในประเทศไทยพอดี
อยู่เวรกันเป็นเดือนจนงานลุล่วงเรียบร้อย

อยู่มาวันหนึ่ง
มีผู้ชายร่างเล็ก
Smart
เสียงดังฟังชัด
ผิวคล้ำ
เดินเข้ามาถามผมที่เคาน์เตอร์
ว่า
"คุณใช่ไหมชื่ออนัตตนา"
ผมตอบท่านไปว่า
"ครับ"
ท่านยิ้มให้ผมครั้งหนึ่ง
แล้วบอกว่า
"พรุ่งนี้คุณไปหาคุณอดุลย์ที่ชั้น 6
ฝ่ายสินเชื่อสาขา
ไปคุยกับท่านก่อน
ค่อยมาคุยกับผม"

แล้วท่านก็เดินจากไป
ผมถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกว่า
"เกิดอะไรขึ้นกับผม"
เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางดวงใจ
จนมีอาการตัวสั่นเล็กน้อย

ปกติผมไม่ค่อยได้เจอผู้ใหญ่ในธนาคารสักเท่าไร
นอกจากอาเตี้ยผู้จัดการฝ่ายด้านเงินฝากในสมัยนั้น
ผมจึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้พี่ๆเพื่อนๆในส่วนงานฟัง
พี่อุดมหัวหน้าหน่วยเงินฝากที่ผมนับถือที่สุดในส่วนงานนี้
ยิ้มและหัวเราะแล้วท่านก็พูดว่า
"ขึ้นไปเถอะ "

เช้าวันถัดมาผมก็ได้ไปพบกับคุณอดุลย์
ท่านได้นั่งคุยกับผมอย่างผู้ใหญ่ใจดี
พร้อมบุหรี่หนึ่งมวน
แล้วก็ส่งผมไปที่ห้องผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อสาขา
คุณวิรัติ รัตนาภรณ์
หรือพี่ป้อมของพวกเรา
ท่านบอกกับผมว่า

"มาอยู่ที่นี่ก็ต้องปรับตัวหน่อยนะ

งานมันต่างจากที่คุณทำมามาก

ผมเชื่อว่าคุณจะเรียนรู้ได้ดี"

แล้วท่านก็ชี้ไปที่ตุ๊กตาลิงสามตัวที่อยู่บนโต๊ะทำงานของท่าน

"ปิดหู ปิดตาปิดปาก "

ท่านสอนว่า"อยู่ฝ่ายสินเชื่อนี่คือสิ่งที่คุณควรจะเรียนรู้ว่า
อะไรควรพูดอะไรควรเห็นอะไรควรฟัง
การทำงานสินเชื่อ
ต้องซื่อสัตย์ซื่อตรง
แม้บางครั้งจะต้องเดินออกนอกเส้นทางไปบ้างเล็กน้อย
แต่ก็ให้รีบกลับเข้ามายังเส้นทางที่เดินอยู่
แล้วคุณจะมีความสุขความเจริญ
จากการทำงานในอาชีพนี้ "

"คุณทำงานอยู่กับผมนะ"

"แล้วคุณไปคุยกับอ้วนต่อ "
อ้วนในที่นี้หมายถึงคุณสมชัย มิตรไพบูลย์หรือพี่อ้วนของพวกเรา
พี่อ้วนก็คุยกับผมสั้นๆว่า
"งานสินเชื่อต้องใช้ความสามารถส่วนตัวสูง
ต้องมีฟอร์ม
อย่ารับปากอะไรใครง่ายๆ
ช่วงอาทิตย์แรก ผมขอให้คุณไปขอแฟ้มสินเชื่อมาอ่านก่อน
ศึกษาอะไรทุกอย่างในแฟ้ม"

(บางแฟ้มหนามากหนา ขนาดตำราเคมีของผมสองเล่มรวมกันเสียอีก)
แล้วผมก็เริ่มต้นใหม่กับหน้าที่การงานใหม่ในวันนั้นเป็นวันแรกหลังจากที่ผมได้ร่วมงานกับหน่วยงานทางด้านเงินฝาก

ปรับปรุงระบบเดิมเข้าสู่ระบบออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลาราวๆครึ่งปีจนผมได้มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย
จากการที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับพี่ป้อมของเราในหลายๆอย่าง
ตั้งแต่
วิธีคิด
วิธีพิจารณา
และการตัดสินใจ
แล้วก็ถูกย่อยสลายหลายๆเรื่องนั้นมาเป็นประสบการณ์ที่ดี

พี่ป้อมของเราท่านเป็นคนที่พูดจริงทำจริง
รักษาคำพูดมากที่สุด
เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ
เชื่อมั่นในสายตาของท่านเอง
ช่วยใครช่วยจริง
ท่านจึงเป็นที่เคารพรักของทุกๆคนในสถาบันแห่งนี้เป็นอย่างมาก

ในช่วงแรกๆผมอาจจะไม่ชินกับการที่ถูกเรียกเข้าไปคุยกับท่าน
ในขณะที่พี่ป้อมก้มหน้าเซ็นอนุมัติเอกสารแล้ว
ก็โยนแฟ้มที่ท่านเซ็นไว้ในกล่องข้างๆโต๊ะ

ผมงี้ปากสั่นมือสั่นไปหมด
จนเคยชินและรู้หลักว่า

หากมีสินเชื่อเร่งด่วนขนาดใหญ่
จะป้องกันตัวเองอย่างไร
จะป้องกันธนาคารอย่างไร
จะป้องกันพี่ป้อมอย่างไร
ในฐานะคนเซ็นอนุมัติว่า
เราจะรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
"ปลอดภัยไว้ก่อน"

ช่วงเวลาที่ท่านสอนผม
จนได้ประสบการณ์มากที่สุด
ก็ตอนออกไปเยี่ยมลูกค้าอย่างใกล้ชิดด้วยกัน

และหลายๆครั้งที่ท่านคุยกับผมส่วนตัว
คุยกับผู้จัดการเขต
คุยกับผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างตรงไปตรงมา
สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่หาในโลกได้ยากจนถึงทุกวันนี้
ยิ่งอยู่กับท่านนานวัน
ยิ่งรักพี่ป้อมมากขึ้นเท่านั้น
ท่านเป็นคนใจดีมากที่สุด
เป็นที่พึ่งได้
เป็นต้นโพธิ์ต้นแรกในชีวิตของผม
ที่ธนาคารตราใบโพธิ์แห่งนี้

หมายเหตุ....
มีอยู่ครั้งหนึ่งธนาคารปล่อยสินเชื่อเพื่อการส่งออกให้ลูกค้าขนาดใหญ่รายหนึ่ง
มีชื่อเสียงดี
สาขาอยากได้ผลงาน
วันนั้นผมได้มีโอกาสไปแทนพี่ป้อม
ได้คุยกับผู้บริหารของบริษัท(สมมติว่าชื่อธีระ)
ที่ถูกดึงตัวจากธนาคารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งมาร่วมงานและเป็นกรรมการบริหารของบริษัท

หลักประกันส่วนใหญ่จะเป็นการค้ำประกันของ
กรรมการบริษัททั้งหมด
แต่วันนั้นผมได้คุยกับคุณธีระเรื่องการค้ำประกันเพื่อตอกย้ำการปล่อยสินเชื่อ
พี่ธีระยืนยันว่าไม่มีหนี้เสียเลยและยินยอมค้ำประกันบริษัทกับ
ธนาคารของเราโดยส่วนตัว

ผมก็เลยทำเรื่องเสนอขออนุมัติไปตามนั้น
พี่ป้อมเดินออกมาถามผมก่อนเสนอเรื่องว่า

"ทำไมไปจับกรรมการบริหารของบริษัทฯมาค้ำประกันด้วย
ธรรมเนียมปฎิบัติไม่มีนะ"

ผมเรียนท่านไปว่า
"คุณธีระมีความสำคัญต่อการบริหารบริษัทฯและเต็มใจเซ็นค้ำประกันมาด้วยแล้ว"
หลังจากนั้นมาปีหนึ่ง
สต๊อคสินค้าของบริษัทไม่ครบจำนวน
และมีปัญหาเรื่องสต๊อคลม
ก่อนจะถูกทุกธนาคารฟ้องร้อง
ผมทวงหนี้คืนจากบริษัทฯนี้มาได้ครบจากคุณธีระนี่แหละครับ
พี่ป้อมท่านออกมายิ้มให้ผมครั้งหนึ่ง
พี่ป้อมของพวกเราท่าน
พึ่งได้เสมอ
เย็นได้เสมอ
ปัญหาทุกอย่างแก้ได้เสมอ
นี่คือนายคนแรกที่ผมภูมิใจ
คุรุที่สอนให้ผมมีความสามารถจนดำเนินชีวิตได้ดีกระทั่งมาถึงทุกวันนี้
แม้เวลาจะผ่านมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม
ผมก็ยังคงจำ
ท่าน
เสียงของท่าน
บุญคุณของท่านตลอดจน
ความรู้
ความสุจริต
ความซื่อสัตย์ความชัดเจนคำไหนคำนั้นของท่าน
มาจนถึงนาทีนี้
พี่ป้อม
วิรัติ รัตนาภรณ์
ยิ่งกว่านาย
ยิ่งกว่าพี่
ยิ่งกว่าเพื่อน

อนัตตนา

วิกีพีเดียคุรุ (สันสกฤต: गुरु) หรือ กูรู (อังกฤษ: guru) หมายถึง ครู หรือ อาจารย์
ถ้าแยกศัพท์ออกมาแล้ว จะมีสองคำ คือ คำว่า คุ ซึ่งแปลว่า แสงสว่าง (เป็นผู้ชี้ทางแสงสว่าง) และคำว่า รุ แปลว่า ความมืดมน (เป็นผู้ขจัดความเขลาที่มืดมน) ในศาสนาพราหมณ์ฮินดู มาจากปรัชญาความเชื่อในความสำคัญของการเข้าถึงความรู้ โดยมี คุรุ หรือ อาจารย์เป็นผู้ชักนำไปสู่จุดสูงสุด ในประเทศอินเดียในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู และซิกข์ คำ คุรุ นี้ยังคงความหมายของความศักดิ์สิทธิ์ เช่น คุรุนานัก คุรุปัทมสัมภวะคุรุนาคารชุน
อนึ่ง คำว่า คุรุ นี้มีการทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ โดยสะกดว่า "guru" ซึ่งหากทับศัพท์มาใช้ในภาษาไทย ก็จะต้องเขียน "คุรุ" ซึ่งมีศัพท์นี้อยู่แล้วในภาษาไทย เช่น คุรุสภา, คุรุศึกษา เป็นต้น (ในภาษาบาลีใช้ "ครุ" เช่น ครุศาสตร์, ครุภัณฑ์) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีความนิยมใช้คำว่า คุรุ นี้ในเชิงการบริหารและการศึกษา หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขานั้นๆ
คุรุ ในภาษาสันสกฤตนั้นยังใช้หมายถึง พฤหัสบดี ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง ซึ่งตรงกับเทพเจ้าจูปิเตอร์ของชาวโรมันนั่นเอง ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูนั้น ดาว จูปีเตอร์/คุรุ/พฤหัสบดี ถือว่าเป็นดาวที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ในภาษาต่างๆ ของอินเดีย คำว่า พฤหัสปติวาร(วันพฤหัสบดี) จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าว่า คุรุวาร(วันคุรุ) โดย วาร นั้นหมายถึงวัน
คุรุ ในอินเดียในทุกวันนี้ใช้ในความหมายทั่วไป หมายถึง "ครู"
ในประเทศตะวันตก คุรุ ยังใช้ในความหมายที่กว้างขึ้นหมายถึง บุคคลที่เผยแพร่ศาสนา หรือ กลุ่มความเชื่อตามปรัชญาต่างๆ คำนี้ยังใช้ในความหมายเชิงอุปมา หมายถึงบุคคลผู้ซึ่งอยู่ในสถานะที่เชื่อถือได้ เนื่องมาจากความรู้ และความชำนาญ ที่เป็นที่ประจักษ์และยอมรับ

https://youtu.be/LORws367s-M