A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: ดาบเด็ดเดี่ยว  (อ่าน 64851 ครั้ง)

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 18 พฤศจิกายน 2012, 21:02:51 »


ในร้อยเจ็ดสิบสามดาบที่ผ่านไป มุซาชิยังแกร่งเกินกว่าจะล้ม ผู้คนในสำนักดาบเทพเกียวไคยังคงล้มๆๆแล้วก็ล้ม
ต่อหนึ่งการตวัดดาบของมุซาชื ดาบที่ไร้ผู้ต่อต้าน ดาบที่ทำงานด้วยความตั้งใจปราศจากความโกรธแค้น เกลียดชัง
ดาบที่ต้องการพิสูจน์ความเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้า
ล้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแล้วก็ล้ม
ฝูงอีกาบินว่อนรอเก็บศพ ร่างกายของมุซาชิล้าเกินกว่าจะรับ สำหรับคนธรรมดา
สุดยอดนักดาบในแผ่นดินล้วนล้มลงภายใต้คมดาบแห่งมุซาชิจนหมดในเบื้องหน้า
แล้วมุซาชิก็อ่อนระทวยแทบจะล้มลงหมดสติ
แต่ในความคิดถามตนเองว่า"เป็นหนึ่งไร้ผู้ต่อต้านในใต้หล้าจริงหรือ"




ก่อนที่มุซาชิจะล้มลง เสียงท่านนักบวชเคนชินดังก้องหู "เจ้าจะเอาชัยชนะไปทำไมมุซาชิ" แล้วดาบในมือก็สะบัดออกไปเป็นครั้งที่สองร้อยยี่สิบ นักดาบเบื้องหน้าล้มลงสองคน ดาบไม่หยุดมุซาชิแทงออกไปข้างหลัง ซามูไรด้านหลังไม่ทันออกเสียง เพราะมีดาบเสียบคอหอยตาเหลือกล้มลง อีกสามคนเบื้องหน้า เสียงดาบคมแหวกอากาศ เลือดสาดกระเซ็น ล้มลงดุจใบไม้ร่วง "แฮ่กๆๆ"เสียงลมหายใจและเสียงที่ออกจากลำคอมุซาชิแสดงว่าเต็มกลืน แล้วความอ่อนล้ามันก็เกินฝืน มุซาชิเข่าอ่อนล้มลง หลังจากได้ล้างนักดาบแห่งสำนักดาบเทพเกียวไคทั้งหมดสองร้อยยี่สิบสี่คน
อีการุมล้อมมุซาชิ อย่างระมัดระวัง พร้อมซามูไรอีกสี่คน กวัดแกว่งดาบไปมา "ถ้ามันตายภายใต้ดาบข้า ข้าก็จะเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้า" ซามูไรคนหนึ่งร้องตระโกนออกมา พร้อมกับวิ่งเข้าไปจะฟันมุซาชิ แต่จะด้วยความคุ้นชินของมุซาชิหรืออย่างไร ดาบในมือของเขาตวัดออกไปยาวผ่านอากาศเสียงดังเฟี๊ยวด้วยความเร็วและแรง เลือดกระฉูดออกจากคอของซามูไรผู้พุ่งเข้าไป และขาดใจล้มลงตายแทบจะไม่รู้ตัว มุซาชิถาโถมเข้าหาซามูไรที่เหลือ

ลูกธนูดอกหนึ่งวิ่งเข้ามาสู่หน้าขามุซาชิ เจ็บแปล๊บแล้วล้มลง ด้วยกายที่อ่อนแรง
แล้วลูกธนูอีกนับสิบดอกก็วิ่งมายังร่างของเขาดุจห่าฝน ดาบในมือแกว่งออก ลูกธนูล้วนถูกปัดออก
"แฮ่กๆๆ"เสียงหอบหายใจของมุซาชิดังปิดหูตนเอง
พลันลูกธนูอีกสิบดอกพุ่งใส่ ดาบในมือของเขาตวัดอีกครา ปัดได้หมดเช่นกัน
"ย้าก"เสียงคนกระโดลงจากกิ่งไม้ "สวบ"ดาบของมุซาชิแทงออก ย่อมมีคนล้มลง
"สวบๆๆๆๆ"สิ้นเสียง ชายชุดดำห้าคนล้มลง "ฉั๊วะ" คนล้มลงพร้อมคอหลุดจากบ่า เลือดสาดกระเซ็น
สติของมุซาชิยังเหนียวแน่นกับการต่อสู้ มือที่กำดาบยังแน่นเหมือนทุ่มเททุกพื้นที่ของใจไว้ในกำมือนั้น
"ฉั๊วะๆๆ"ร่างชายสามคนล้มลงพร้อมกับคอที่หลุดจากบ่า
"ปึ๊ก"ดาบของมุซาชิแทงทะลุหลังร่างชายชุดดำข้างหน้าอย่างประชิดตัวตรง
โดนตรงลิ้นปรึ่ ตาเหลือกดาบหลุดมือ แล้วโดนผลักล้มลง
"ฟิ้ว"เลือดของชายชุดดำสาดออกจากคอไปตามแรงสะบัดดาบของมุซาชิ แล้วก็ล้มลง


"มุซาชิ............ด้วยความที่เจ้าใช้ดาบฆ่าคนโดยปราศจากความแค้น โกรธ ไม่พอใจ รัก
เจ้าได้บรรลุการเป็นเทพดาบแล้ว เพราะดาบกับเจ้าคือหนึ่งเดียวกัน หากผู้ใดโดนด้านแหลมหรือคมแห่งดาบย่อมตกตาย
แม้จะเป็นด้านสันดาบก็หนาวเหน็บเจ็บเจียนตาย เจ้าบรรลุแล้ว โดยไม่มีรังสีอำมหิต
 แต่เจ้าก็ยังดิ้นรนพื่อไปสู่หนทางแห่งหนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้าน น่าเสียดาย..........ใจเจ้า" เสียงนักบวชเคนชินดังก้องหูมุซาชิ

อีกเสียงหนึงดังออกมาจากใจมุซาชิ
"มุซาชิ ..........แม้จะบรรลุเทพแห่งดาบ แต่เจ้าเองยังไม่ได้ประดาบกะท่านโคจิโร่ ไร้เทียมทานเลย ไหนจะเป็นหนึ่งในใต้หล้าฯไปได้เล่า มุซาชิ"
ลูกธนูสองดอกพุ่งแหวกอากาศวิ่งเข้าใส่มุซาชิอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนบังเอิญที่มุซาชิหักหลบแล้วก็ล้มลง
"ปึ๊ก"ลูกธนูทั้งหมดปักอยู่ที่ต้นซากุระด้านหลังเขา
" หวืดๆๆๆๆ"เสียงลูกธนูแหวกอากาศมาในระยะประชิด
มุซาชิพลิกกายตวัดดาบออกไป"ฉับๆๆๆๆ" คนล้มลงห้าคน
"ฉับๆๆ"ตามติดไปอีกสามคน
มุซาชิมองท้องฟ้าเห็นเป็นสีเหลืองทอง ก่อนสะบัดดาบอีกครั้ง "ฉั๊วะ"
มีคอหนึ่งขาดกระเด็นหลุดออกจากบ่า แล้วก็ล้มลงอย่างที่คนล้มไม่คาดคิด
ตอนนี้มุซาชิเองก็ล้มลงแล้ว สิ้นสติในห้วงวินาทีนี้
มุซาชิล้มลงเพราะไร้เรียวแรง........................................ที่จะกำดาบอีกต่อไป

"มุซาชิๆๆ"

มุซาชิพลันรู้สึกตัวกับเสียงเรียก แต่เสียงที่เรียกนั้นกลับเป็นจิตของตน
"เจ้ายังหยุดไม่ได้ เจ้ายังมีภาระที่ค้างอยู่.............ไหนเลยจะหลับต่อไปได้อีก หนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้าน แต่ยังมีผู้ไร้พ่ายให้เจ้าต้องไปสู้"
มุซาชิพลันตื่นขึ้นมาอย่างอิ่มหนำในการนอน รอบตัวพันไปด้วยผ้าพันแผล แต่เรี่ยวแรงกลับมาดุจเดิม
ในกระท่อม มีกลิ่นอาหารชวนกินอยู่
"หิว"มุซาชิรู้สึกเช่นนั้น
 "เจ้าหลับไปสามวันสามคืนตื่นขึ้นมาก็คงจะหิวสินะ"เสียงชายชราข้างตัวดังขึ้น และปรากฎต่อหน้า

มือขาวเรียวงามป้อนโจ๊กปลาใส่เข้าปากมุซาชิ อย่างระมัดระวัง เธอนั่งข้างๆชายชรา แต่มุซาชิกลับมองไม่เห็น เพิ่งจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อ อาหารเข้าปากแล้ว แม้จะเป็นเทพแห่งดาบก็ตาม ก็ยังมีพลั้งเผลอ เขาเองก็รู้สึกตัวว่าพลั้งเผลอ แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาลืมตาจากอาการเฉียดตาย ช้อนแล้วช้อนเล่า หยุดเมื่อมุซาชิอิ่มพอดี
"เจ้านับว่ากระดูกแข็งมาก บาดแผลสาหัสขนาดนี้ยากเยียวยา หลับเหมือนตายเพียงสามวันก็ฟื้นคืน ผู้คนที่เจ้าฆ่า......ยังฝังไม่หมดเลย"
"ฆ่า"
มุซาชิย้อนคำพูดของชายชรา เขาไม่เคยคิดจะฆ่าใครเลย เพียงแต่คิดถึงแต่การต่อสู้เท่านั้น ดาบใครเร็วกว่ากัน แล้วใครคือผู้ชนะ พลันมือขวาของเขาก็คว้าหาดาบ ดาบแห่งดาบ.............



ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคสอง


ในขณะที่มือขวาของมุซาชิคว้าออกไปหาดาบคู่มือสองเล่มข้างกาย ก็ได้ยินชายชราพูดขึ้นว่า

"อาวุธฆ่าคนมันไม่ได้หนีไปไหนหรอกพ่อหนุ่ม.................มันอยู่ที่ใจ"


มุซาิชิกถามย้อนตนเองว่า"ฆ่าคน.........ฆ่าคนอะไรกัน ในเมื่อข้ามีแต่การต่อสู้กับเหล่าซามูไรที่มีเกียรติ เพื่อพิสูจน์ความเป็นยอดฝีมือ คงไม่มีใครคิดจะฆ่าใคร เว้นเสียแต่เอาใจทุมเทใส่สมาธิลงในดาบเท่านั้น ล้มตายถือว่ามีเกียรติอย่างสูง ในการเกิดแห่งซามูไร"

"กว่าจะได้ดาบทั้งสองเล่มนี้มาเลือดตาแทบกระเด็น มันเป็นเทพแห่งดาบในมือข้า ไร้พ่าย เพราะมันกับใจข้ารวมกันเป็นหนึ่ง ทุกการสะบัดดาบด้วยเทพวิชาห้าห่วง ด้วยดาบนิตโตริวของข้า แต่ถ้าหากวันใดเทพวิชาของข้าพ่ายแพ้ในใต้คมดาบของซามูไรท่านใด ใจของข้าคงเป็นสุขเหนือสุขแล้ว"


"ตลอดชีวิตของข้า........มุซาชิ
ตั้งแต่จำความได้ ก็มีแต่ได้เห็นดาบของพ่อ
และดาบของข้าที่ตวัด แทง ฟัน เสียบ ฟาด
เพียงแต่ดาบที่อยู่ในมือข้ามันมีใจที่ทุ่มเทจนเป้นหนึ่ง
ทุกดาบที่ฟาดออกไป ทุกดาบที่ฟันออกไป ทุกดาบที่แทงออกไป หล่อหลอมรวมกับสมาธิและจิตหนึ่ง
ทุกการเคลื่อนไหวแห่งดาบข้ารู้ข้าเห็น
รวมทั้งทุกการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ ข้าเห็น ข้าได้ยิน ข้าสัมผัสได้
ดาบในมือข้าจึงเป็นดาบมือดาบใจ ดาบที่ต้องใช้สติปัญญาเพื่อชัยชนะ ไม่ได้ใช้แต่เพียงพลัง ความเร็ว
แต่สักวันหนึ่ง.................ท่านซาซากิผู้ฝึกเทพวิชานางแอ่นหวนกลับ ผู้ใช้ดาบที่ยาวเหมือนราวตากผ้า ไร้พ่าย คงได้เจอกับดาบนิเทนริวหรือดาบคู่ของข้ามุซาชิและเทพวิชาห้าห่วง"


"หนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้าน เทพแห่งดาบ.........โคจิโร่ หาใช่มุซาชิ
ในไม่กี่เพลงดาบที่เหลือของข้า
ยังๆ....มุซาชิ ท่านยังไม่ได้เห็นสุดยอดไม้ตายแห่งเทพวิชาดาบนางแอ่นถลาลมหวลกลับ
มันยังเร็วเกินไป
ท่านยังคงสงสัยสินะว่า ทำไมเทพวิชาดาบห้าห่่วงของท่าน ใยไม่สามารถตอบโต้ข้าได้เลยสักกระบวนท่าหนึ่ง
พลัง ความเร็ว ความแม่นยำ ของท่านล้วนตกเป็นรองให้กับข้า
แม้ท่านจะทำลายดาบและผู้คนสองร้อยกว่าชีวิตของสำนักดาบอันดับหนึ่งเกียวไคแห่งบูโดกันในคืนเดียวในปีที่ผ่านมาก็ตาม
และแม้ท่านจะพักรักษาแผลภายในจนหายหมดแล้วในหนึ่งปี แต่ท่านยังแกร่งไม่พอที่จะต้านดาบในมือข้า..........มุซาชิ"
"นางแอ่นเหินหาว"
พลันดาบในมือของโคจิโร่ ผู้ใช้ดาบที่ยาวที่สุดในโลกแห่งตำนานที่เรียกขานกันว่าราวตากผ้า
แต่เป็นราวตากผ้าที่ร้ายกาจที่สุดในโลก เพราะมันสามารถฆ่าคนได้อย่างรวดเร็ว ได้แทงสวนออกมาพร้อมการกระโดดสูงกว่าสามเมตร รวดเร็วและรุนแรง

มุซาชิถึงกับตาเหลือก แต่ดาบในมือของเขาก็ยังกำแน่น และตัวดาบก็กั้นดาบของโคจิโร่ไว้ได้อย่างพอดี หากแต่ว่ามันห่างจากลำคอของเขาไปเพียงหนึ่งนิ้ว

ดาบในมือของมุซาชิเริ่มสั่น เพราะมือของเขาชาด้านจากการกระแทกและการต้านรับดาบของโคจิโร่
ในขณะเดียวกัน มุซาชิก็สะบัดดาบออกไปแล้ว........อย่างรวดเร็ว




                 "ฉั๊วะ"
                 เศษผมปอยหนึ่งปลิวขึ้นกลางอากาศและเลือดจากหน้าผากของโคจิโร่ ก็พุ่งไปตามปลายดาบของมุซาชิ นับว่าโคจิโร่เป็นสุดยอดซามูไรที่สามารถหลบเลี่ยงดาบแห่งเทพของมุซาชิดาบนี้ได้ เพียงชั่วเวลาแห่งลมหายใจวูบหนึ่งเท่านั้น
                  "ฉั๊วะ"
                  อีกดาบหนึ่งที่มุซาชิตวัดออกไป เร็วไม่น้อยไปกว่าดาบเเรก แม้โคจิโร่จะยกดาบกั้นไว้ แต่ไม่เร็วพอได้แต่หงายหลังหลบดาบนี้ ดาบที่แสนจะรวดเร็วอย่างยิ่ง
                   เลือดที่หน้าอกด้านซ้ายห่างจากหัวใจของโคจิโร่หนึ่งนิ้ว พุ่งกระฉุดราวน้ำพุ ไม่ใช่โชคช่วยหรือเป็นความบังเอิญที่หลบดาบนี้ได้อย่างเฉียดฉิว มันย่อมหมายถึงการฝึกฝนและการต่อสู้อย่างโชกโชนกับเหล่านักดาบแห่งยุคมามากมาย จึงเอี้ยวตัวหลบดาบนี้พ้นเช่นครั้งแรก
                   "แคร้งค์"
                    ในขณะที่ดาบของทั้งสองกระทบกันอย่างรุนแรง ราวกับการตีดาบของช่างตีดาบ ประกายไฟแห่งเหล็กน้ำดีที่กระแทกใส่กันประทุขึ้น
                    "แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์"
                     ดาบที่ยาวและเร็วที่สุดในโลกของโคจิโร่ ฟันติดต่อออกมาห้าดาบ เพียงแต่มุซาชิปัดออกไปได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่วินาที ประกายไฟเกิดขึ้นห้าครั้ง
                     "ปึ๊ก"
                     โคจิโร่นึกไม่ถึงว่า มุซาชิจะประชิดตัวแล้วเอาศอกกระทุ้งที่ท้องของของเขาจนจุกแน่น หายใจแทบไม่ออก หงายหลังล้มตัวไปตามพลังศอกของมุซาชิ
                     แต่โคจิโร่กลับแทงดาบยาวสวนออกมาดาบหนึ่ง
                     "แคร้งค์"
                     มุซาชิปัดดาบออกไปอย่างรวดเร็ว
                    " แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก"
                    " แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก"
                    เสียงหอบลมหายใจของทั้งสองฝ่ายเริ่มดังขึ้น
                    แต่ดาบยาวของโคจิโร่กลับแทงออกไป ไปทะลุหน้าอกด้านขวาไปยังหลังของมุซาชิแล้ว
                    "สวบ"
                    "อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"เสียงร้องของมุซาชิดังลั่นทุ่ง
                    พร้อมกับลมหายใจที่มาพร้อมการหอบ"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก" แล้วมุซาชิก็ล้มลง สายตาที่เห็นโคจิโร่ยืนแสยะยิ้ม เริ่มพร่ามัวลงไปทุกที
                    แล้วได้ยินเสียงสุดท้ายของโคจิโร่ว่า"หนึ่งในใต้หล้า ไร้ผู้ต่อต้าน เทพแห่งดาบ ซาซากิ โคจิโร่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"




              
                    ดาบเด็ดเดี่ยวภาคสาม
                   ชายหนุ่มอายุราวๆยี่สิบเจ็ดปี ยืนถือดาบยาวที่ปลายดาบคมอยู่ที่พิ้นทราย ริมชายฝั่งทะเลที่เวิ้งว้างคลื่นซัดแรง ถูกห้อมล้อมไปด้วยซามูไรสิบสองคน
                แปดคนกำดาบเดี่ยว อีกสองคนง้างลูกธนูบนคันธนูพร้อมยิง ท่าทางราวกับนักแม่นธนูผู้เชี่ยวชาญ เพราะทั้งสองพาดลูกธนูสามดอกในหนึ่งครั้ง
                 ชายหนุ่มยืนสงบนิ่ง....ไม่หวั่นไหว แต่ในมือขวาที่ถือดาบยาวคมวาวสะท้อนแสงอาทิตย์เจิดจ้าสะบัดขึ้นจากพื้นหกครั้งอย่างรวดเร็วและแรง
                 "ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ่ง"ดาบยาวปัดลูกธนูหกดอกไปคนละทิศละทาง ทุกการสะบัดดาบล้วนกระแทกโดนลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากแหล่ง
                  ซามูไรสามคนพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มเหมือนพยัคฆ์ตะครุบเหยื่อ พร้อมฟันดาบในมือออกไปอย่างรวดเร็วราวตะปบเหยื่อ
                   "ฉับ ฉับ ฉับ"แสงรัศมีดาบยาวฟันตอบที่หลังแต่เร็วกว่า เร็วจนซามูไรทั้งสามมองไม่ทัน และหัวของทั้งสามก็หลุดออกจากบ่า เลือดแดงฉานพุ่งกระจายดุจน้ำพุ
                   หนึ่งซามูไรเข้าทางข้างหลังชายหนุ่ม และอีกหนึ่งพุุ่งเข้าหาทางด้านหน้า
                   "ปึ้ก"ด้ามดาบยาวแทงออกด้านหน้า กระแทกลูกกะเดือกซามูไรที่พุ่งเข้ามาตาถลนแล้วล้มลง
                   "ฉึก"ปลายดาบยาวกลับแทงสวนกลางหัวใจซามูไรที่อยู่เบื้องหลัง ล้มลงอย่างไม่มีเสียงร้อง
                    "ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"ลูกธนูแข็งแกร่งหกดอกพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม
                    "ควับ ควับ ควับ ควับ ควับ ควับ"เขายื่นมือออกไปคว้าจับหกครั้งได้ลูกธนูกำลังแรงอย่างง่ายดายราวกับคว้าจับกิ่งไม้
                     "ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"ลูกธนูหกดอกในมือชายหนุ่มถูกซัดออกไปสู่ที่ปล่อยออกมา สามดอกพุ่งเข้าใส่หน้าอกชายที่ยิงธนูคนแรก และอีกสามดอกพุ่งเข้าใส้ใบหน้าของชายผู้ยิงธนูอีกคนหนึ่ง ราวกับใช้เวทมนตร์
                     "อ๊าก........................."เสียงร้องของชายหนึ่งในสองมือธนูดังออกมา แล้วล้มลงแทบจะพร้อมกัน
                      ซามูไรสามคนวิ่งเข้าประชิดตัวชายหนุ่มเพื่อให้ดาบยาวใช้ไม่สะดวก แต่พวกมันคิดผิด เพราะดาบยาวที่ดูเก้งก้างสะบัดออกแล้ว กลับลงมืออย่างรวดเร็ว ดาบยาวที่เร็วที่สุดในโลก
                      "ฉับ ฉับ ฉับ" เสียงเหมือนฟันหยวกกล้วย คอของซามูไรทั้งสามล้วนหลุดออกจากบ่า
                     
                         


          ซามูไรสองคนที่เหลือและยืนนิ่งอยู่ ดาบก็ยังคงอยู่ในฝัก ผู้หนึ่งสูงผู้หนึ่งต่ำ ซามูไรร่างสูงย่างก้าวเดินออกมาพร้อมทั้งชักดาบคู่ออก แล้วกล่าวกับอีกผู้หนึ่ง
           "ท่านรอ"
           พลันพุ่งร่างไปยังชายหนุ่มเร็วปานนกอินทรีตะครุบเหยื่อ สะบัดดาบออกอย่างเร็วและแรง ยากที่ซามูไรฝีมือดีเองจะทำได้
            "ฟิ้ว ฟิ้ว"
             "เเคร้งค์ แคร้งค์"
             ชายหนุ่มเองก็พลันสะบัดดาบออกไปอย่างเร็วและแรงสองครั้ง  ประกายไฟเจิดจ้าสองครั้งย่อมเป็นยอดแห่งดาบที่ปะทะกัน จึงปะทุประกายไฟ
             มือสองข้างของซามูไรร่างสูงสั่นสะท้าน ง่ามมือแทบฉีกเพราะแรงกระแทกของดาบเมื่อกี้นี้ เขารู้แล้วว่าได้อยู่ในวงต่อสู้กับสุดยอดนักดาบในชีวิตที่ไม่เคยพบ พลังเช่นนี้ย่อมเป็นพลังภายใน
              แต่...........ดาบด้ามยาวของซามูไรร่างสูงสะบัดออกแล้ว"ฟิ้ว"
              ปลายดาบของซามูไรร่างสูงมีเลือดติดออกมา เพิ่มรอยแผลเป็นบนใบหน้าให้กับชายหนุ่ม
              แต่ถ้าหากเขาไม่หลบที่เพิ่มจะเป็น........คอหนึ่งคอที่ขาดกระเด็นออกจากบ่า
              ดาบที่รวดเร็วอย่างยิ่ง ชายหนุ่มจึงเพิ่มความระมัดระวังไปสู่ะดับสูงสุด
              พลันดาบของซามูไรร่างสูงตวัดออกมาทั้งสองดาบ หนึ่งแทงไปที่คอหอยหนึ่งฟันไปที่ท้อง
              "แคร้งค์ แคร้งค์"
              ดาบยาวผยองเดช สะบัดระยะสั้น เร็วและแรงสุดขั้ว
              ซามูไรร่างสูงเหงื่อแตกพล่านทั่วตัว
             "ดาบในดาบ ไม่ใช่มุซาชิเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นแล้วที่.........เป็นเทพดาบเป็นมันด้วย "ยังไม่ทันสุดคิด
              ดาบยาวฟันออกมาตรงๆ
              "แคร้งค์"
              ซามูไรร่างสูงยกดาบคู่ต้านรับ แต่มือสั่นมากขึ้นและรู้สึกปวดแปล๊บราวกับว่ามันจะหัก ถึงแม้เขาจะได้รับคำนิยมว่าเป็นยอดนักดาบอันดับหนึ่งในสามแห่งยุคนั้น
              "ดาบไร้ต้าน...........อิชิดะ"
              แต่ในสถานการณ์เช่นนี้อิชิดะไม่เคยพานพบ คู่มือที่ตึงมือและแข็งแกร่งที่สุดในชีวิต ที่อยู่ในร่างชายหนุ่มหน้าใส
              ดาบของมันยาวมาก หนักนับสิบกว่ากิโล แต่เร็วที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเลย
              สามไม้ตายของเขาจำต้องใช้ออกแล้ว เขาหมุนดาบยาวเป็นกังหัน แล้วปล่อยมันวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่ม พร้อมร้องตะโกนว่า
             "กงจักรดาบ"
              พลันดาบเล็กก็หมุนตาม วิ่งหมุนไปหมายตัดคอชายหนุ่ม กงจักรดาบยาวตัดล่าง
              "แคร้งค์ แคร้งค์"
              ชายหนุ่มกลับเกร็งดาบยาวรับกงจักรดาบสั้นยาว มือสั่นสะท้าน แต่นับว่าทำลายท่าไม้ตายนี้ไปได้
              ชายหนุ่มชี้ไปที่ดาบของอิชิดะที่ตกลงพื้น เพื่อให้ซามูไรสูงอิชิดะเก็บขึ้นมาสู้กับเขาใหม่ อิชิดะทำตาม หยิบแล้วหมุนดาบในมือเป็นสว่านดาบแทงออกไปทั้งสองดาบ ล่างและบนเช่นกัน
              "แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์"
               ช่างร้ายกาจ..............ชายหนุ่มต้องใช้ถึงหกดาบจึงจะหยุดท่าดาบนี้ได้
               อิชิดะคิดจะใช้ท่าไม้ตายสุดท้าย แต่.....................
               ดาบยาวที่เร็วที่สุดในโลกไม่ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น มันแทงออกมาแล้วตรงคอหอยด้านหน้าของอิชิดะทะลุหลังคอไป
               อิชิดะไม่ทันร้อง.ตาเหลือกถลน ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อว่า........................เร็ว
       

popen2556
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:10:49 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 01 มกราคม 2013, 13:20:03 »
               
                ซามูไรร่างเตี้ยคนสุดท้ายร่างกายบึกบึน
                ในมือกำทวนเงินยาวสามเมตร นับเป็นทวนที่ยาวกว่าทวนอื่นมาก ทวนเป็นอาวุธที่ตั้งรับยากที่สุด เพราะทั้งยาวยืดหยุ่น หนัก ที่ใช้ได้ทั้งแทง ฟันและตีที่เรียกว่าฉก
                โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเป็น ทวนหนึ่งในใต้หล้า"ทวนทมิฬ...วาตานาเบะ"
               "ย้าก"สิ้นเสียงวาตานาเบะ ทวนก็แทงออกไปถึงร่างชายหนุ่ม ที่ใช้ดาบยาวหมุนรับทวนนี้
               "แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้ง แคร้งค์ แคร้งค์   แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้ง แคร้งค์ แคร้งค์  "
                ชั่วกระพริบตาทวนทมิฬแทงออกมาสิบสองทวนที่ยากจะรับมือแล้ว
                แต่ก็ถูกรับไปหมดด้วยดาบยาวความเร็วสูง
                ทวนทมิฬเปลี่ยนเป็นปัดล่าางแทงบนราวพายุ จนชายหนุ่งต้องรีบปัดทวนพลางถอยพลาง
                "แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้ง แคร้งค์ แคร้งค์   แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้งค์ แคร้ง แคร้งค์ แคร้งค์  "
                หนึ่งยาวเจอหนึ่งยาว คู่ต่อสู้ทั้งสองต่างแทงอาวุธสวนออกมา
                "เคร้ง"
                ประกายไฟลุกเป็นแสงดอกไม้ไฟจากการประทะ ทั้งสองคนต่างเจ็บแปล๊บในมือที่ถืออาวุธ
                "ท่านนับว่าฝีมือสูงส่ง เหนือคำเล่าลือ ท่านซาซากิ โคจิโร่ เทพวิชานางแอ่นหวนกลับนับว่าไร้ต้าน ถือเป็นวาสนาแห่งข้า...วาตานาเบะ ทวนทมิฬ"
                 ไม่ทันขาดคำทวนในมือของวาตานาเบะก็แทงออกมาเร็วกว่าความรู้สึกและแรงกว่าที่คิดมาก
                 กว่ายี่สิบทวนที่แทงออก ทั้งหนักหนาและเร็ว ตึงมือชายหนุ่มไม่น้อย
                 ทวนทมิฬหมุนรอบตัวผู้เป็นเจ้าของราวกับใช้อาคม มันหมุนแล้วแทงออกไปได้ดังใจ
                 "ฉึก"
                 ทวนทมิฬแผลงฤทธิ์พุ่งปักเข้าไปที่บ่าชายหนุ่ม เพียงแต่เฉียดเนื้อเสื้อขาดยาว เพราะการหมุนหลบตัวอยางรวดเร็ว
                  "ฉึก"
                 ทวนทมิฬพุ่งใส่ท่อนขาชายหนุมยามที่กระโดดตัวขึ้นกลางอากาศ
                 "ฉับ สวบ........................................................."
                 ทวนทมิฬ..วาตานาเบะกลับนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะเอาท่อนขาของตนเองรับทวนเป็นกลยุทธ์
                 แล้วฟันร่างของเขาออกเป็นสองท่อน ด้วยท่า
                  "นางแอ่นเหินหาว"

 

ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคสาม

                      "อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
                      มุซาชิแหกปากร้องลั่น ดูเหมือนเสียงร้องจะดังที่สุดในชีวิตของเขา
                      พลันมุซาชิก็กระโดดผึงยืนขึ้น มือขวาปิดที่หน้าอกข้างขวารู้สึกเหมือนเจ็บแทบตาย
                      "เอ...................................เรายังไม่ตายนี่ ใช่ท่านซาซากิ เขาพูดไม่ได้ มันเป็นแต่เพียงความฝัน"
                      มุซาชิถอนลมหายใจยาวและแรงหลายต่อหลายครั้ง แต่มือขวาก็ยังจับหน้าอกด้านขวาอยู่อย่างไม่ยอมปล่อย
                      "ข้า.....................ฝีมือยังห่างไกลท่านซาซากิอยู๋ขั้นหนึ่งจริงๆ หากประดาบกับท่านซาซากิ  ต้องใช้ปัญญาได้เพียงอย่างเดียวจึงจะมีโอกาสชนะอยู่บ้าง ความเร็ว ความแข็งแกร่ง พลังภายในข้าย่อมตกเป็นรองทุกอย่าง แต่ต้องมีหนทางไปสู่ชัยชนะสิ เพราะข้ารู้จักคำว่า............แพ้นั้นดีพอ"
                      "ครืด"เสียงประตูถูกเปิดออก หญิงสาวหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียนผ่องใส อายุราวยี่สิบปีเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร มุซาชิมองตาม
                      "นี่หรือผู้หญิง ช่างงดงามเสียจริง ราวกับไม้แกะสลัก นุ่มนวล อ่อนโยน สวย หอม ดูแล้วสดชื่น ฟันสวยเวลายิ้ม                       เหมือนเปิดโลกได้ทั้งใบเพื่อรับแสงอาทิตย์ยามเช้า"
                     "ท่านจะทานอาหารเลยหรือไม่คะ"เสียงใสดุจระฆังเงินดังกังวานออกจากปากหญิงสาว เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่มุซาชิพบหลังเฉียดตายและเป็นคนแรกในชีวิตที่มุซาชิชมว่างดงาม

                      มุซาชิได้แต่ยิ้มและโค้งศรีษะเป็นคำตอบ เธอก็โค้งศรีษะตอบแล้วยิ้ม พร้อมพูดว่า
                     "อยากได้อะไรเรียกมิซากินะคะ ยินดีรับใช้ค่ะ" จากนั้นเธอก็เดินออกไป
                     "มุซาชิ......นี่กี่โมงกี่ยาม  พวกข้ารอท่านมาหลายชั่วยามแล้ว"มีเสียงคนตะโกนจากหน้าบ้านเข้ามา
                     "มุซาชิ ท่านออกมา พวกข้าจะขอเป็นหนึ่งในใต้หล้า ไร้ผู้ต่อต้าน"
                      มุซาชิลุกขึ้นกำลังจะเดินออกจากบ้านพร้อมดาบสองเล่มที่เขาวางใจไว้ทั้งชีวิต แต่มีเสียงภายในบ้านดังเข้าหูของเขา
                     "ภายในบริเวณบ้านของข้า ท่านโปรดละเว้นชีวิตด้วยเถิด"เป็นเสียงชายชราเจ้าของบ้าน
                     มุซาชิโค้งศรีษะครั้งหนึ่ง แล้วกระโจนทะยานออกไปนอกบ้านอย่างรวดเร็ว ราวกับพยัคย์จะพุ่งตัวเข้าตะครุบเหยื่อ
                      ดาบเล่มเล็กของมุซาชิเสียบไว้ที่เอว ดาบด้ามยาวฟาดออกไปพร้อมฝักดาบสามครั้ง
                     "ปึ้ก ปึ็ก ปึ็ก"
                      หนึ่งที่ศรีษะชายผู้หนึ่ง อีกหนึ่งที่ก้านคอของอีกผู้หนึ่ง และครั้งที่สามฟันไปที่ท้องน้อยของชายคนที่สาม โดยไม่ได้พูดจาอะไรกันเลย  เพราะมุซาชิรู้ว่า เมื่อมีตำแหน่ง ย่อมมีผู้ท้าชิง แต่ตอนนี้ชายสามคนล้วนล้มลง
                      "เคร้ง"ดาบไวเล่มหนึ่งฟันใส่มุซาชิ แต่เขายกดาบต้านรับพร้อมขยับกายกระแทกออกไป
                     "ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก ปึ๊ก"
                      หนึ่งแทงปลายดาบไปที่ชายผู้หนึ่ง อีกหนึ่งเอาศอกกระทุ้งเข้าไปที่ท้องน้อยของชายอีกผู้หนึ่ง  และเอาเท้าถีบท้องชายคนที่สาม หันไปกระแทกซี่โครงชายคนที่สี่ด้วยด้ามดาบ และสุดท้ายเอาด้ามดาบกระแทกคางชายคนที่เหลือ แรงจนร่างชายผู้นั้นลอยขึ้นจากพื้น
                      ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายคนที่แปดทรุดร่างตามคนอื่นๆไปแล้ว
                      "ขอบคุณพวกท่าน ที่ช่วยเป็นคู่มือฝึกซ้อมเพลงดาบของข้า" มุซาชิกล่าวเสร็จก็เดินหันหลังเข้าบ้านไป




popen2556


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:11:36 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 13 มกราคม 2013, 12:18:08 »
                  มุซาชิขณะจะก้าวข้ามพ้นธรณีประตูหน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงชายชราเจ้าของบ้านส่งเสียงเรียก
               "ท่านมุซาชิ...............เชิญร่วมทานอาหารกับข้าเถอะ"
               มุซาชิยิ้มแล้วก้มโค้งศรีษะครั้งหนึ่ง เป็นการตอบรับและขอบคุณ
               "ความเร็วในการเคลื่อนไหวของท่านนั้นช่างเหลือประมาณจริงๆ ล้มนักดาบเก่งได้ทั้งหมดแปดคนในหนึ่งนาทีเท่านั้น.........ช่างหาได้ยากในยุคสมัยนี้"
                มิซากิเดินเข้ามาพร้อมคนรับใช้อีกคนหนึ่ง ถือถาดอาหารมาวางบนโตีะ พอวางเสร็จก็หันมายิ้มให้มุซาชิครั้งหนึ่ง
                แต่ยิ้มนี้สาดแสงดังแสงอาทิตย์ยามเช้า สว่างไสว สดชื่นแก่หัวใจของมุซาชิจริงๆ จนเขาเองถึงกับตะลึงลาน
                อาหารสามอย่างและน้ำซุปหนึ่งถ้วยในถาดร้อนกรุ่น
                มิซากิหัวเราะเล็กๆครั้งหนึ่ง เสียงหัวเราะของนาง ใสเหมือนระฆังเงินเล่นดนตรีให้มุซาชิฟัง มันสะท้านเข้าไปในใจของเขาแล้ว
                "อะแฮ่ม....."ชายชรากระแอมเบาๆ
                 "ข้าเคยเห็นท่านซาซากิ ประลองดาบกับนักดาบเก่งสิบสองคน ภายในหนึ่งนาที ทุกคนล้วนล้มลง"
                 "เร็ว........คิดไม่ผิดเลยว่าเร็วขนาดนั้น"มุซาชิคิดตาม
                 "ดาบของท่านซาซากิยาวมากราวสองเมตร"ชายชรากล่าวต่อ
                  ในขณะที่มุซาชิหยิบตะเกียบขึ้นมา ชายชราฝั่งตรงข้ามพลันหยิบตะเกียบขึ้นมาแทงใส่มือมุซาชิ จนตะเกียบข้างหนึ่งในมือกระเด็นหลุดมือของเขาไป
                   "ความเร็ว.............................ที่ไม่เคยเห็นในชีวิต ด้วยท่าเพลงดาบล่องนภา หรือเขาจะเป็นฮิมุระ เคนชิน มือพิฆาต บัตโตไซ เทพมือสังหารในตำนาน" มุซาชิทั้งตะลึงและแตกตื่น เหงื่อไหลท่วมตัว


popen2556





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:11:57 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 17 มกราคม 2013, 10:50:12 »
                   





                             แล้วตะเกียบข้างหนึ่งก็ลอยกลางอากาศพุ่งเข้าใส่หน้ามุซาชิ แต่แทนที่เขาจะหลบกลับตั้งตะเกียบตรงหน้าชนกับตะเกียบที่พุ่งใส่
                   ตะเกียบเล็กจิ๋วขนาดนั้นยังทำให้มือมุซาชิสั่นไหว......... พลังเหลือหลาย
                   ไม่ทันจะหายใจตะเกียบอีกข้างของชายชราพลันถึงเบื้องหน้าแล้ว
                   มุซาชิจะหลบเช่นไร
                   เขากลับตวัดตะเกียบเป็นวงกลม ปัดตะเกียบเร็วได้อย่างฉิวเฉียด
                   "ตะเกียบล่องนภา"ชายชราลอยตัวขึ้น
                   ชายชราแทงตะเกียบขวามือใส่มุซาชิอย่างดุดัน
                   มุซาชิหมุนตะเกียบปัดออกไปด้วยแรงหมุน ข้อมือของเขาชาจนยากจะเข้าใจ
                   "ทำไมเร็วและแรงเช่นนี้"
                   แทบไม่ทันที่จะเบี่ยงตัว ตะเกียบด้านซ้ายมือของชายชราก็แทงใส่ตาขวามุซาชิทันที
                   มุซาชิใช้มือขวาคว้าจับตะเกียบข้างนั้นไว้
                   ช่างน่าอัศจรรย์กับการเคลื่อนไหวของทั้งสอง ที่อาหารบนโต๊ะยังคงสงบนิ่งเช่นนั้น
                   ความเร็ว.................................บทพิสูจน์
                   ชายชราแค่นเสียงหัวเราะแทงตะเกียบซ้ายขวาในมือออกมา ทุกย่างก้าวล้วนแฝงไปด้วยพลัง
                   มุซาชิตบโต๊ะอาหาร ถ้วยน้ำชาสองถ้วยออกรับตะเกียบแทน...............นี่หรือพลังภายใน
                   ถ้วยนำชากลับไม่แตก แต่เป็นตะเกียบคู่ของชายชรานั้นหักสะบั้น
                   ชายชรากลับนั่งลงหัวเราะเสียงดัง ฮ่า ฮ่า ฮ่าพลันกล่าวว่า
                   "คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่า"
                    ตอนนี้ถ้วยน้ำชาทั้งสองใบตกลงที่พื้นโต๊ะอาหารแล้ว แต่ยังคงหมุนติ้วอยู่
                    มุซาชินั่งสงบ นอบน้อม
                   "ข้า...........เข้าใจแล้วท่านผู้อาวุโส"มุซาชิเอ่ยขึ้นพร้อมโค้งศรีษะ
                   " ดี"ชายชราตอบ
                    ถ้วยน้ำชาที่หมุนอยู่ตอนนี้กลับสลายกลายเป็นผงบนพื้นโต๊ะอาหาร
                   "ดีนะที่ยังไม่ได้รินน้ำชา..ฮ่าๆๆ ไม่งั้นข้าคงบาดเจ็บ.ฮ๋า...ๆๆ"ชายชรากล่าว
                   "ท่านผู้อาวุโสกล่าวเกินไป ข้าน้อยมิกล้ารับ"มุซาชิตอบ
                    มือข้างขวาของเขาเจ็บแดงราวกับโดนตีมือมาอย่างแรง
                    มิซากิเดินเข้ามาพร้อมกาน้ำชา ยิ้มให้มุซาชิอีกครา
                    มุซาชิตะลึงลานอีกครั้ง ในชุดฝึกดาบเคนโ้ด้ของมิซากิ ช่างงดงามเสียนี่กระไร
                   "ทานอาหารกันเถอะ...........มิซากิ น้ำชา"
                    "เชิญ................"เสียงชายชรากล่าว
                     มุซาชิได้สติ หยิบชามข้าวขึ้นพุ้ย
                     "ช่างงดงามจริง" เขาได้แต่รำพึงในใจ
                     แต่แล้วถ้วยน้ำชาที่แตกสลายกลายเป็นผง...................ที่พื้นโต๊ะอาหาร
                     ก็กลับมาเป็นถ้วยน้ำชาดังเดิมด้วยวิชาตอนต่อบุปผา
                     ชายชราแย้มยิ้ม มุซาชิกลับงงพร้อมรำพึงว่า"ผู้ใดลงมือ"
                      กลับเป็นมิซากิ
                      มุซาชิเพิ่งเคยเห็นเทพวิชาเช่นนี้เป็นครั้งแรก
                      มิซากิรินน้ำชาลงใส่ถ้วยที่กลับสู่สภาพเดิมนั้น
                      ชายชราหัวร่อเสียงดังขึ้นมา
                       "ฮ่าๆๆๆๆ"
                      ขณะที่มิซากิจะรินน้ำชาอีกถ้วยหนึ่ง เป็นถ้วยที่สอง
                      ชายชรากลับเขวี้ยงตะเกียคู่ที่หักไปยังมิซากิ
                      มิชากิใช้กาน้ำชารับไว้แล้วหมุน ตะเกียบทั้งคู่กลับสู่สภาพปกติดังเดิม
                      มุซาชิตะโกนออกไปว่า"เร็ว"
                      เขาแตกตื่นกับลีลาเทพวิชาลึกลับในบ้านหลังนี้แล้ว
                      "มุซาชิ...........................ท่านจำไว้"ชายชราเอ่ยปากขึ้นมา


popen2556


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:12:16 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 22 มกราคม 2013, 16:22:35 »
                                     มุซาชิ"ท่านผู้อาวุโส.............................ข้าอยากจะเรียนถามท่านว่าท่านทราบความในใจของข้าได้อย่างไรที่ว่าข้ามีปัญหาในการพัฒนาวิทยายุทธเพื่อที่จะประลองกับท่านซาซากิ  ผู้ที่มีพลังภายใน ความเร็ว ความแข็งแกร่งสูงกว่า"
                                     ชายชราหัวเราะขึ้นมาและกล่าวว่า"ฮ่าๆๆ..............มุซาชิ ซามูไรหรือยอดนักดาบทั่วแผ่นดิน ก็มักจะติดปัญหาเช่นนี้ เพราะพวกท่านเหล่านั้น ต่างแสวงหาความเป็นหนึ่่ง ในใต้หล้า ไร้ผู้ต่อต้าน หากมีใครผู้ใดตายในการประลองดาบถือได้ว่าเป็นเกียรติ ภายใต้คมดาบของหนึ่งในใต้หล้าฯ และหากมียังไม่มีใครสามารถล้มเขาเหล่านั้นได้........ก็ย่อมถือได้ว่าเขาผู้นั้นเป็นหนึ่งในใต้หล้า
                                     นอกจากนี้แล้วท่านเหล่านั้นต่างทราบว่าวิทยายุทธทุกอย่างย่อมมีทางแก้ มีจุดดีจุดด้อย หากไม่ทราบ
                                     ไหนเลยจะมาเป็นยอดฝีมือได้อย่างไร"
                                     ชายชรากล่าวต่อ"ยอดฝีมือยามชิงชัย แพ้ชนะกันในหนึ่งกระบวนท่า ไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าใครจะแพ้ชนะ
                                     มีเพียงแต่ว่าใครจะรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้ดีกว่า แล้วนั่นแหละคือผู้ชนะ
                                     และนี่อาจจะเป็นคำตอบของหนึ่งในใต้หล้า ไร้ผู้ต่อต้าน แม้คู่ต่อสู้จะร้ายกาจเพียงไหน แข็งแกร่งเช่นไร รวดเร็วเท่าไร ......ย่อมยังมีจุดอ่อน.........นั่นแหละผู้แพ้พ่าย"
                                      "จริง"มุซาชิกล่าว แล้วก็ก้มศรีษะโค้งคำนับชายชรา โดยยื่นมือทั้งสองออกไปข้างหน้าพร้อมศรีษะก้มลงไปจรดที่พื้น
                                       "ข้ารบกวนท่านผู้อาวุโสมากแล้ว บุญคุณครั้งนี้ยากจะทดแทนจริงๆท่านบัตโตไซ เห็นทีจะต้องขอลาจากไป หวังว่าสักวันคงจะได้กลับมาทดแทน ข้าผู้น้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก"
                                        "มุซาชิ.................."ชายชราเรียกชื่อเขา พลันซัดตะเกียบในมือออกมาข้างหนึ่ง พุ่งทะลุปีกแมลงวันขาดเป็นรูข้างหนึ่งเช่นกัน ทำให้มันดิ้นรนเพื่อรักษาชีวิตอยู่ที่พื้นห้องตรงนั้นใกล้ๆกับมือของมุซาชิ  เพียงแต่มือของเขาไม่ขยับเขยื้อนไปไหนหรือแม้แต่มอง
                                         มุซาชิมองออกหรือว่า.....ตะเกียบข้างนั้นไม่ได้พุ่งเล่นงานมือของเขา แต่ที่น่าตะลึงก็คือการซัดตะเกียบเช่นนี้ย่อม ต้องอาศัยความเร็ว และพลังที่เหมาะสมเป้นอย่างยิ่ง
                                         "มุซาชิ........ท่านยังไปตอนนี้ไม่ได้ อาการบาดเจ็บภายในของท่านเพียง แค่ทุเลา ยังต้องรักษาอีกราวสองสามเดือน อยู่ต่อไปเถอะ" ชายชรากล่าวต่อ



popen2556




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:12:35 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 11:40:16 »
ดาบเด็ดเดียวภาคสามตอนที่ห้า

                 เช้าวันหนึ่งในขณะที่มุซาชิกำลังนั่งทอดสายตามองไกลออกไปสุดตาบนท้องฟ้าและยอดขุนเขาที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆลอยละล่อง ที่ถูกทาบด้วยแสงอาทิตย์สว่างไสวที่เรียกว่าฟ้าแผ้ว
                 นกอินทรีเจ้าเวหาสองตัวบินตามกันมาอย่างช้าๆจนจะถึงพื้นแล้วก็คว้าหมับเอาไก่ป่าไปอย่างรวดเร็ว กิริยาของมันช่างเหลือเชื่อ ช้าแต่เร็ว ในช้ามีเร็วในเร็วมีช้า
                 สายตาของมุซาชิคมชัดเห็นทุกๆการเคลื่อนไหว แม้จะอยู่ไกลออกไป
                 ทันใดนั้นมุซาชิก็ได้ยินเสียงสตรีนางหนึ่งตวาดดังขึ้น แล้วก็มีเสียงวัตถุแหวกอากาศตามมาหลายต่อหลายครั้งจนเขาอดไม่ได้ที่จะสาวเท้าเดินไปดู จากระเบียงบ้านด้านหน้าไปยังด้านหลัง
                 เสียงตวาดนั้นแม้จะดังไม่น้อย แต่กังวานเสนาะใจมุซาชิ กลับเป็นมิซากิกำลังซ้อมเพลงดาบด้วยดาบไม้กับหุ่นฟาง                               "ย๊าก"
                "ปึ๊กๆๆ"
                 หนึ่งเสียงร้องแต่ฟาดดาบออกไปอย่างเร็วและแรงสามครั้ง นับว่าหนักแน่น ถ้าเป็นคนโดนสามดาบนี้คงจะล้มลงแล้ว ที่หน้าแปลกก็คือความเร็วสัมพัทธ์ของดาบนั้นเร็วกว่าเสียงที่นางร้อง 
                 ดาบช้าแต่ถึงเป้าไว ชั่วน้ำเดือดที่มุซาชิยืนดูอย่างเพลิดเพลิน
                 มิซากิพลันตวัดดาบไม้ในมือเป็นคันธนูแล้วพาดลูกธนูอย่างรวดเร็วยิงสวนมายังมุซาชิที่ยืนอยู่         
                 "ฟิ้ว"
                 เขาได้แตหันหน้าหลบลูกธนูที่เร็วกว่าเสียงดอกนั้น
                 แม้จะหลบได้ แต่ใบหน้าชายชาตรีที่เข้มแข็งของมุซาชิกลับเพิ่มรอยแผลเล็กๆจากลูกธนูที่วิ่งเฉี่ยวไป
                 มุซาชิหันกลับไปยังมิซากิและเห็นชัดว่ามิซากิกำลังยิ้มให้ แต่นางได้พาดธนูแล้วยิงออกมาอีกครั้งหนึ่ง
                 "ฟิ้ว"
                 ลูกธนูวิ่งมาถึงใบหน้าของเขาแล้ว มุซาชิเบี่ยงตัวและหันหน้าหลบได้อย่างฉิวเฉียด ราวกับไก่ปาที่กระโดดหลบหนีการตะครุบจับจากนกอินทรี
                 "เป็นเวทมนตร์อันใดอีก"มุซาชิคิดตามที่เห็น ว่าลูกธนูไวกว่าเสียง
                  ความคิดยังไม่ทันหยุด ลูกธนูดอกที่สามก็พุ่งตรงมายังหน้าอกของเขาแล้ว
                  "ฟิ้ว"
                  มุซาชิฟันฝ่ามือขวาออกไปเต็มแรง
                  "ปึ๊ก"
                  โดนกลางลูกธนูหักสองท่อน
                  "ฟิ้วๆๆ"
                   ลูกธนูสองดอกวิ่งแยกไปที่ระหว่างหน้าขาของข้างของมุซาชิและอีกดอกหนึ่งกลางหน้าอก
                   เขากระโดดหงายหลังหลบได้แบบฉิวเฉียด ในโลกนี้จะมีใครสักกี่คนที่หลบลูกธนูความเร็วเยี่ยงนี้ได้
                   "ฟิ้วๆๆ"
                   ลูกธนูสามดอกวิ่งมาที่แขนสองข้างและตรงกลางหน้าอกของมุซาชิ
                   "ย้าก"
                   มุซาชืตวาดคราหนึ่งฟันฝ่ามือดาบออกไปสามครั้ง
                    "ปึ๊กๆๆ"
                    ลูกธนูสามดอกหักสะบั้นก่อนที่จะโดนร่างของเขาแบบฉิวเฉียด
                    แสงอาทิตย์สะท้อนกับหัวโลหะเงินบนลูกธนูวาววับ ลูกธนูห้าดอกพุ่งใส่มุซาชิเร็วกว่าทุกครั้ง
                    "ฟิ้วๆๆๆๆ"
                    มุซาชิสะบัดแขนซ้ายและขวาต้านรับ แทนที่ลูกธนูจะวิ่งทะลุร่างของเขา กลับเด้งกระจายจากแขนเสื้อของเขาทั้งหมด
                    "ผึง"
                    "ฟิ้ว"เสียงลูกธนูดังเพียงดอกเดียว แต่กลับพุ่งใสมุซาชิสิบดอก
                     มุซาชิแยกเชี้ยวฟาดฝ่ามือไปเต็มแรง
                     "เคร้งค์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                     กลับเป็นดาบสั้นในแขนเสื้อของเขาหมุนเร็วราวกังหันลมโดนพายุ ฟันลูกธนูทั้งสิบดอกหักสะบั้น
                     แล้วลูกธนูพิศดารก็พุ่งเข้าใส่มุซาชิ เป็นลูกธนสีแดงหนึ่งดอกแยกเป็นสามในระยะประชั้นชิด
                     แต่มุซาชิกลับมองเห็นลูกธนูสามดอกนั้นเคลื่อนที่ช้าลง ขาทั้งสองของเขากลับย่างเท้าถอยหลังสามก้าวพร้อมฟันดาบสั้นในมืออกไปอย่างรวดเร็ว โดนหัวธนูทั้งสามดอก
                     "เคร้งๆๆ"
                     มิซากิวางคันธนูลงพร้อมก้มศร๊ษะคำนับมุซาชิ แล้วกล่าวว่า
                     "ท่านพี่มุซาชิ ท่านคงบรรลุเคล็ดลับอ่อนสยบแข็ง สงบสยบความเคลื่อนไหวแล้ว"
                     มุซาชิได้ยินเช่นนั้นและก็รู้สึกเช่นกันว่า วิทยายุทธของตนก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
                     เทพวิชาห้าห่วงไร้ต้าน ความเร็วเหนือความเร็ว จากเคล็ดลับเทพวิชาตอนต่อบุปผา

popen2556


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:12:50 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 21:31:28 »
ดาบเด็ดเดี่ยว ตอนล่าสุดในวันนี้ สำหรับผู้ที่ติดตามครับ

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2013, 22:06:15 »

              ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคสามตอนที่หก


              ณ.ยอดเขาแห่งหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาแน่น หนาวเย็นยะเยือกและหนาวเพิ่มขึ้นอีกจากลมที่กรรโชกแรง
              ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินถือดาบเล่มยาว ก้าวเท้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว แม้ทุกย่างก้าวจะจมในหิมะ แต่เขาก็มิได้แสดงอาการหนาวเหน็บแม้แต่น้อย เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งแต่ดูแข็งแกร่ง อายุราวยี่สิบเจ็ดปี
              ในคืนนี้พายุหิมะรุนแรงกว่าทุกคืนที่ผ่านมาเช่นนี้ หนทางล้วนสาดซัดไปด้วยหิมะดุจสายฝนพรมไปทั่ว ลมหายใจของเขาผู้นั้นเป็นไอออกจากจมูกและปาก หากเป็นบุคคลธรรมดายากจะต้านรับอากาศเยี่ยงนี้ได้
              ใบหน้าของเขาดูสงบเย็น ไม่ได้แสดงอาการแห่งผลการกระทบของภูมิอากาศแต่อย่างใด
              ในมืออีกข้างกำกิ่งไม้กิ่งหนึ่งเป็นทั้งไม้ค้ำยันและไม้นำทาง
              ตอนนี้เขามองเห็นกระท่อมกลางหิมะที่เดินต่อไปอีกราวครึ่งชั่วยามก็จะถึง
              สรรพสิ่งทุกอย่างที่สงบพลันเปลี่ยนแปลง
              เสียงสัตว์ป่าร้องเตือนกันเหมือนมีเภทภัยมาสู่ตน
               "ฟิ้วๆๆๆๆๆ"ดาวกระจายห้าแฉกห้าอันถูกซัดใส่กลางหลังของเขา ที่ปลายของดาวกระจายมีสีม่วง เป็นสีงที่บ่งบอกว่ามียาพิษ
              "ควับ"ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไว
               พลาดเป้าไปทั้งหมด
              "ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
               ดาวกระจายห้าแฉกอีกสิบอัน ซัดใส่ร่างของชายหนุ่ม โดยแยกครอบ คลุมทั่วร่างของเขา( ดาวกระจายเป็นอาวุธลับของนินจาหรือชิโนบิที่แปลว่าผู้คงทน เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานลับ ตั้งแต่สืบข่าวจนถึงฆ่าบุคคลเป้าหมายด้วยวิชาลึกลับที่ถ้่ายทอดกันในหมู่มานานถึงแปดร้อยปี )
               "ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                มือที่กำกิ่งไม้ของชายหนุ่มสะบัดออกไปสามครั้งกลับซัดดาวกระจายทั้งสิบแตกกระเด็นออกไปยังเบื้องหน้าและหลังของเขา
               รอบตัวของชายหนุ่ม พลันเกิดหิมะพุ่งกระจายออกจากหลุมสี่หลุม เหนือหลุมเหล่านั้นมีชายชุดดำปิดหน้าที่เรียกว่านินจา ต่างสะบัดดาบเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและพร้อมเพียง ปลายดาบทั้งสี่มีสีม่วงอีกเช่นกัน หรือมันอาบยาพิษ
                 "ฉั๊วะๆๆๆ"ชายหนุ่มสะบัดกิ่งไม้ออกสี่ครั้งไปยังนินจาชุดดำทั้งสี่ เลือดสีแดงพุ่งออกจากคอหอยของนินจาชุดดำทั้งสี่ ไม่ทันได้ร้องอะไรออกมาก็ล้มลง
                  "ฟิ้วๆๆๆๆ"
                  โซ่เหล็กที่มีตุ้มถ่วง ถูกซัดออกมาใส่ยังร่างชายหนุ่มห้าทิศทาง
                   "ควับๆๆๆๆ"
                   หนึ่งพันรอบคอ สองและสามพันที่แขนซ้ายและแขนขวา
                   อีกสองพันที่เท้าซ้ายและเท้าขวาของชายหนุ่ม แล้วกระตุกอย่างแรง
                   แต่แทนที่ชายหนุ่มจะล้มลง ผู้ที่ล้มลงกลับเป็นนินจาชุดดำทั้งห้า ที่ถูกกระชากลงจากต้นไม้ที่ตนเองอาศัยเป็นที่หลบมุมลอบโจมตี
                   ชายหนุ่มกระโดดหมุนตัวพร้อมฟันกิ่งไม้ในมือออกไปอย่างเร็ว เลือดที่พุ่งออกจากคอหอยของนินจาทั้งห้าดุจดังน้ำพุ
                   ที่พื้นเปรอะเปื้อนเลือดสีแดงอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนหิมะจะกลบ แล้วทั้งหมดก็ล้มลง
                   นินจาชุดดำห้าคนกระโดดเหิรจากกิ่งไม้สูงผ่านร่างชายหนุ่มไปมาราวกับเหาะ พร้อมทั้งแทงพร้อมทั้งฟันอย่างจงใจ ชายหนุ่มสะบัดกิ่งไม้ออกไป
                   "เคร้งๆๆ..........ติ๊งๆๆ"
                    ลูกธนูสิบสองดอกยิงใส่ร่างชายหนุ่ม ด้วยฝีมือมือธนูขั้นพระกาฬ ดาบยาวถูกตวัดออกมาแทบมองไม่เห็น
                    ด้วยความเร็วของมัน เป็นดาบยาวที่เร็วที่สุดในแผ่นดินที่หมุนติ้วราวกับกังหันลมปัดลูกธนูทั้งหมดพ้นตัวไป
                    "ย้าก"สิ้นเสียง มีลูกตุ้มเหล็กพุ่งเข้าใส่ตรงกลางร่างชายหนุ่ม
แต่เขาเอาดาบป้องรับ
                    "ควับๆๆ"ลูกตุ้มพันที่ดาบยาวนั้น อีกปลายข้างหนึ่งเป็นง้าวมือ ถือโดยนินจาชุดม่วง
                    แรงดึงของนินจาชุดม่วงไม่ธรรมดา ทำเอาชายหนุ่มเซไปตามแรงดึง พลันนินจาชุดม่วงแยกร่างออกมาเป็นสิบร่าง
                    อาศัยวิชาแยกร่าทำให้งุนงง ร่างไหนจริงร่างไหนเท็จกันแน่ พร้อมตวัดง้าวในมือฟันออกมากลางศรีษะชายหนุ่มพร้อมๆกัน
                   ชายหนุ่มฟันกิ่งไม้ในมือสวนออกไปยังร่างๆหนึ่ง
                   "ติ๊ง" ง้าวนั้นกระเด็นออกไป
                   "ฉึก"
                    เสียงดาบที่ไร้แรงดึงแทงทะลุกลางหัวใจนินจาชุดม่วงอย่างไม่รอช้าแต่อย่างใด
                   "อ๊ากกกก"
                    นินจาชุดม่วงร้องลั่นขึ้น แล้วก็ล้มฟุบลงท่ามกลางเสียงร้องที่ขาดหายไป
                    ลูกไฟห้าลูกพุ่งใส่ชายหนุ่ม ทันใดนั้นก็เกิดเปลวไฟสูงล้อมรอบตัวเขาด้วย
                    "ปึ๊กๆๆๆๆ"
                    ดาบยาวเหมือนราวตากผ้า ฟันออกไฟห้าครั้ง ลูกไฟทั้งห้าโดนฟันขาดสะบั้น
                    เบื้องหน้าชายหนุ่มกลับเพิ่มนินจาชุดแดงผู้หนึ่ง "นินจาอัคคี"
                    ทันใดนั้นมันก็อ้าปากพ่นไฟใส่ร่างชายหนุ่มที่ล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟ
                    "พรึ่บๆๆๆๆๆๆ"
                     ชายหนุ่มตะวัดดาบลงบนพื้นหิมะซัดสวนทางเปลวไฟที่พุ่งใส่พร้อมกวาดหิมะดับไฟรอบตัวอย่างรวดเร็ว
                      นินจาอัคคีชักดาบออกมา ดาบที่มีเปลวไฟท่วมดาบนั้น แล้วฟันใส่คู่ต่อสู้ ชายหนุ่มต้านรับด้วยดาบยาวที่เร็ว
                     "ตูม"
                    แทนที่ดาบสองเล่มปะทะกันจะเป็นเสียงเหล็กกระแทก กลับเป็นเสียงระเบิด
                    นินจาอัคคีลอยขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ ชายหนุ่มกระเด็นไปตามแรงระเบิด หงายหลังผึ่ง

  popen2556                       


/color]
                       
                   
                           
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:13:06 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2013, 20:41:33 »
           
                 ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคสามตอนที่เจ็ด ค้นพบปราณในตนที่ถูกต้อง

                มุซาชิเดินเข้ามาจากภายนอกบ้าน ก้าวเท้าตรงไปยังสวนหลังบ้านเพื่อชมดอกไม้ที่มิซากิปลูก                              เอาไว้ แต่กลับเห็นชายชราเจ้าของบ้านนอนหลับอยู่ตรงนั้น
                ที่หน้าแปลกก็คือร่างกายของชายชราลอยขึ้นจากพื้นโดยมีขาสองข้างค้ำยันเอาไว้
                "เทพนิทรา.............เทพวิชาในตำนาน"มุซาชิเผลอตัวอุทานออกมาอย่างอดเสียไม่ได้
                "ลมหายใจที่ยาวลึกอันเป็นพลังธรรมชาติ และความสงบสยบความเคลื่อนไหวเป็นพลังสมาธิ"
                 ชายชรากล่าวขึ้นมาแต่ยังหลับตาอยู่เช่นนั้นและกล่าวต่อไปว่า
                 "ปฎิเสธการใช้ความคิดเห็นที่เป็นอัตตานุสัยเพื่อการชนะหรือความยึดมั่นถือมั่นในตน
                 อ่อนหยุ่นโดยสติปัญญาทิ้งความยึดมั่นถือมั่นในการใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อการต่อสู้
                 ทำกายและจิตให้เป็นวงกลม หยินหยางสมดุล ทุกย่างก้าวเป็นวงกลม จากเท้าถึงไหล่จนถึงข้อมือและศรีษะ
                  ลมปราณหรือกำลังภายในส่งผ่านจากสะดือไปยังกระดูกทุกข้อ ไปยังมือ เท้าและศรีษะ
                  นี่แหละเคล็ดลับแห่งไท้เก๊กที่ท่านปรมาจารย์"จางซันฟง"แห่งบู๊ตึ๊งบัญญัติเอาไว้"
                  "ครับ" มุซาชิกล่าวพร้อมทั้งนั่งลงกับพื้นคำนับชายชราศรีษะจรดพื้นสามครั้ง
                  "เคล็ดลับนี้เป็นเคล็ดลับอันเดียวกับเทพนิทราหรือมวยหมัดเมาในตอนหลังนี้
                  เข้าใจนะ....ลองทำให้ดูหน่อยมุซาชิ"
                  มุซาชิยืนตรงแล้วแยกขาออก กลางมือพร้อมหมุนฝ่ามือเป็นวงกลม หลับตาแล้วเกร็งลมปราณในกายจากสะดือ ด้วยลมหายใจเข้าออกที่แรงยาวจนถึงลมหายใจเข้าออกที่เบาละเอียดและยาว บิดข้อมือตามแรงเหวี่ยงที่ลมปราณเดินถึงทุกข้อในร่างกาย แล้วสะบักฝ่ามือไปข้างหน้า
                  "ตูม"ก้อนหินขนาดห้าสิบกิโลเบื้องหน้ามุซาชิระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
                  "ใช่แต่ไม่ใช่"ชายชราเอ่ยวาจาขึ้น
                  "นั่นเป็นลมปราณทั่วไปแต่อาศัยเคล็ดลับแห่งไท้เก็ก แต่ในความเป็นจริงไท้เก็กใช้พลังเพียงครึ่งเดียวแล้วยืมพลังสรรพสิ่งเท่านั้น"
                   กล่าวจบชายชราก็เกร็งลมปราณหมุนฝ่ามือเป็นวงกลมแล้วซัดใส่มุซาชิ
                   มุซาชิจำเป็นต้องเกร็งลมปราณเช่นเดียวกันต้านรับ ฝ่ามือหมุนเป็นวงกลมเบื้องหน้า ทุกอย่างในร่างกายหมุนเป็นวงกลมแห่งสติ ติดต่อกันจนเเป็นพลังสมาธิแห่งปัญญา แล้วซัดออกไปเพียงหนึ่งฝ่ามือแทนที่จะเป็นสองฝ่ามือเช่นครั้งแรก
                   "ตูม ตูม ตูม"เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนเเรงสามครั้ง
                   "ใช่แล้วมุซาชิ มันเป็นเช่นนี้"ชายชรากล่าว แต่ด้านหลังที่เป็นผนังหินธรรมชาติมีรูขนาดใหย๋เพิ่มขึ้นสามรู
                 
          popen2556



                 [/b][/size]
[/color]



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:13:27 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 24 กุมภาพันธ์ 2013, 00:23:38 »
                  ดาบเด็ดเดียวภาคสามตอนที่แปด..............ฟงหยุนถี่
                   
                   ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังพยุงกายลุกขึ้นภายหลังจากโดนพลังระเบิดเพลิง ก็ได้ยินเสียงเหล็กหมุนเร็วมากวิ่งเสียงดังเสียดอากาศสองอันตรงมายังเขาหมายบั่นคอให้ขาดสะบั้น เขาจึงรีบหงายหลังหลบสุดตัว เหล็กสองชิ้นนั้นก็บินไปตัดต้นไม้ด้านหลังชายหนุ่มสองต้นขนาดกลางขาดสองท่อน....
                   "ฉับๆ"แล้วมันก็วิ่งย้อนกลับมายังชายหนุ่มอีกครั้งมันเร็วมากจนแทบไม่เห็นว่าเป็นอะไร ชายหนุ่มแทนที่จะลุกขึ้น พลันกระโดดสูงสองเมตรเพื่อหลบเหล็กบินทั้งสองชิ้นที่วิ่งกลับคืนไปยังเจ้าของผู้ปล่อยออกมา
                   โดยไม่มีหัวชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมายจะโดนตัดออกจากลำคอตามที่ตั้งใจ
                   เหล็กบินชนิดนี้อานุภาพในการทำลายสูงที่สุดในบรรดาอาวุธของชาวจีนที่จะน้อยไปกว่าอาวุธอื่นก็มีเพียงปืนไฟของฝรั่งต่างชาติเท่านั้น
                   มันคือกงจักรเลือดที่ถูกดัดแปลงจากกงจักรนรกในสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ที่ครองราชย์ในปีที่ห้าเพื่อก่อตั้งกลุมสังหารไว้กำจัดศัตรูของเฉียนหลงให้หมดไป
                   กงจักรเลือดนี้สามารถตัดคอเป็าหมายโดยวิ่งตัดโดยตรงเช่นดาบหรือคล้องคอเป้าหมายเพื่อตัดด้วยกลไกลในกงจักรเลือดได้อีกทีหนึ่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
                   ในขณะที่ชายหนุ่มจะโดดลงมายังพื้นหิมะ
                   ฝูงมีดบินก็ถูกซัดออกมาใส่ร่างของเขาโดยอาศัยลมปราณหรือพลังภายในที่แข็งแกร่ง จึงจัดลำดับจำนวนมีดบินพรุ่งเข้าใส่ได้เป็นระลอกถึงสิบสองเล่มชายหนุ่มตวัดดาบยาวที่สุดในโลกที่เหมือนราวตากผ้าออกไปอย่างเร็วที่สุดในชีวิต
                   "เคร้งค์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ".
                     แม้จะปัดออกไปได้เกือบหมด แต่มีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักลงสูต้นแขนด้านซ้ายของเขา
                     "ฉึก".
                      ยังไม่ทันจะเบี่ยงตัวชายหนุ่มก็โดนหมัดที่แสนจะหนักอึ้งซัดเข้าสู่ลิ้นปรี่จนตัวงอและจุกล้มลงจากนินจาชุดดำหน้ากากเสือที่เคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าลูกธนู.....................มันวิชาใดกัน.
                      แล้วร่างของชายหนุ่มก็ถูกเหวียงขึ้นบ่าจากนินจาชุดดำหน้ากากเสื้อ ซัดร่างของเขาออกไปเพื่อกระแทกต้นไม้ใหญ้ด้วยความเร็วและแรง.
                     ดาบยาวในมือชายหนุ่มแทงออกไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่ยับยั้งร่างกายของชายหนุ่มไม่ให้กระแทกเข้าไป
                     ในขณะนั้นกงจักรเลือและมีดบินหมู่หนึ่งก็ซัดออกมาพร้อมๆกันแล้ว
                     "ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                     มีดสั้นยี่สิบสี่อัน กับกงจักรเลือดไร้ต้านสองชิ้นวิ่งหมายไปที่คอชายหนุ่มรวมทั้งจุดสำคัญทุกจุดบนร่างกายตอนบนของเขา
                     นินจาชุดดำก็ฟาดฝ่ามือออกใส่ชายหนุ่มดังลั่นสะท้านป่าที่คลุมไปด้วยหิมะด้วยพลังลมปราณเกินกว่ามนุษย์ผู้ฝึกเคล็ดวิชานี้จะทำได้ หรือว่าเป็นเทพวิชาเซียน
                     มีดสั้นยี่สิบสี่เล่มพุ่งเข้าใส่ร่างชายหนุ่มตรงเป้าหมาย
                     "ฉึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                     กงจักรเลือดวิ่งครอบลงไปที่ชายหนุ่มทั้งสองอัน
                     "วิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                     ฝ่ามือเซียนก็กระแทกร่างของเขาอย่างแรง
                    "ตูม".
                    แล้วยังมีดาบไฟจากนินจาเพลิงชุดแดงพุ่งเข้าใส่อีกหนึ่งเล่ม
                    "ตูม"
                    แต่ในทันใดนั้น ก่อนที่ร่างกายของชายหนุ่มจะแตกแหลกเป็นเสี่ยงๆเขาก็ร้องเสียงดังขึ้นว่า.
                    "ฟงหยุนถี่"



popen2556






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:13:44 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 02 มีนาคม 2013, 10:25:02 »
ดาบเด็ดเดียวภาคสามตอนที่เก้า..............ฟงหยุนถี่ มหาเทพวิชาแห่งเซียน

                ฟงหยุนถี่เป็นมหาเทพวิชาที่หายสาปสูญไปจากยุทธจักรเมื่อหลายพันปีก่อน กล่าวกันว่าเป็นมหาเทพวิชาแห่งเซียนที่เป็นต้นกำเนิดวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นแห่งเส้าหลิน ฝ่ามือปราบมังกรสิบแปดท่าแห่งพรรคกระยาจก คัมภีร์มารนพเก้าของมารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือ
                ฟงหยุนถี่เป็นมหาเทพวิชาที่มีต้นกำเนิดแห่งลัทธิเต๋าและพุทธโดยหลักการก็คือรวมพลังทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ปรับอะตอมของธาตุสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟในร่างกายให้จัดเรียงกันเป็นแถว เลือดและน้ำในร่างกายไหลเวียนไปในทิศทางเดียวกันรวมทั้งไฟและลมหายใจ
                จิตเป็นหนึ่ง เห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม เป็นเอกอิสระ สามารถเพิ่มพลังลมปราณได้อย่างมหาศาลไร้ขีดจำกัด เพิ่มความเร็วได้จนถึงไร้ขีดจำกัด
                "บึ้ม"ร่างของผู้ซัดมีดบินแหลกเป็นเศษเนื้อและเลือด
                "บึ้มๆ"ร่างของนินจาสองคนผู้ซัดกงจักรเลือดมลายหายไปจากความแหลกเหลว
                "กร๊อบๆๆๆๆๆๆๆๆ"เสียงกระดูกทั่วร่างกายของนินจาหน้ากากเสือแตกหักดังลั่นไปทั่ว
                 "อ๊ากกกกกกกก"
                  ดาบไฟที่ยาวเหมือนราวตากผ้าแทงสวนดาบไฟของนินจาเพลิง แล้วแทงทะลุขั้วหัวใจของมันในดาบเดียว เสียงระบิดดังสนั่นอีกครั้งหนึ่ง ร่างนินจาเพลิงกลายเป็นเปลวไฟในทุ่งหิมะไปแล้ว
                  "บึ้ม"
                  ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบเจ็ดปี ซาซากิ โคจิโร่เป้าหมายสุดท้ายของมิยาโมโตะ มุซาชิ ดาบเด็ดเี่ดี่ยวเป็นใคร ใยมันจึงมีมหาเทพวิชาแห่งเซียนที่สูญหายไปเมื่อหลายพันปีก่อน หรือเป็นอมตะในร่างนี้หรือมันเป็นเ.................................................ซียน



popen2556






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:14:02 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 07 มีนาคม 2013, 20:43:44 »
ดาบเด็ดเดียวภาคสามตอนที่สิบ.............." สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร"

              ในบริเวณป่าสงัดบนเชิงเขา มีชายผู้หนึ่งอายุราวสามสิบปีกำลังร่ายรำมวยด้วยลีลาอ่อนช้อยราวกับฟ้อนรำ พลิ้วไปมาเหมือนต้นหญ้าพลิ้วตามแรงลม
              ออกจะดูขัดตาไปบ้างที่ว่า ชายผู้มีร่างกายกำยำ แต่อ่อนแอ้นในลีลารำมวยดุจฟ้อนรำดังกล่าว โดยหงายมือ และพลิกมือฝ่ามือกลับไปมา โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวใดๆเลย
              แต่ทว่าขณะนี้มีผู้ซุ่มเฝ้ามองดูเขาอยู่ผู้หนึ่งเป็นสตรีนางหนึ่ง
              นานกว่า........หนึ่งชั่วยามที่ชายหนุ่มร่ายรำพลิ้วไหว พลันกลับเปลี่ยนกระบวนท่าเป็นแข็งกร้าวขึ้น ท่าร่างก็หนักหน่วงและหนักแน่น บัดเดี๋ยวอ่อนบัดเดี๋ยวแข็ง บัดเดี๋ยวยืดบัดเดี๋ยวหด ในความกล้าแกร่งสุดยอดกลับแฝงประสิทธิภาพของความอ่อนหยุ่น บวกกับท่าฝ่ามือของเขา เคลือบแฝงด้วยพลังลมปราณมหาศาล
              ในกระบวนที่เจ็ดและแปดชายหนุ่มฟาดฝ่ามือออกแล้วชักกลับแล้วฟาดออกไปใหม่ ทำให้เกิดเสียงดังสะท้านรุนแรงและพลังฝ่ามือกลับรุนแรงกว่าเสียงสะท้านนั้น จนทำให้ต้นไม้ใหญ่ขนาดชายกำยำห้าคนโอบรอบถึงกับหักสะบั้น
              "สะท้านขวัญร้อยลี้"
              "ตูม"
              ในกระบวนท่าร่างหลังจากนั้นกลับเกรี้ยวกราดรุนแรงกว่าเดิมนับเป็นสิบเท่า
               
               "มังกรเทพสะบัดหาง"
               
               "มังกรผงาดกลางทุ่ง"

               "มังกรคู่ตักน้ำ"

                "มัจฉาทะยานสมุทร"

                "บังคับหกมังกร"

                "เมฆหนาไร้ฝน"

                "ลดสูญเสียเกิดผลลัพธ์"

                 "สัมผัสน้ำแข็งเหน็บหนาวกาย"

                 "บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม"

                 ทุกฝ่ามือที่ชายหนุ่มฟาดออกไป ล้วนแต่แผ่คลุมไปด้วยพลังมปราณที่สะท้านสะเทือนแผ่นดิน จนแทบจะแตกแหลกเป็นเสี่ยงๆ
                  โดยเฉพาะท่าสุดท้ายถึงกลับมีเสียงระเบิดดังกึกก้องพสุธา รวมทั้งการระเบิดของพื้นดินในรัศมีรอบตัวชายหนุ่มอย่างรุนแรง น่าสะพึงกลัวอย่างยิ่ง ยากนักที่จะเห็นพลังเช่นนี้ในยุทธภพ

                  "มังกรพิโรธ"

                   "ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม"

                   เสียงปรบมือจากผู้ที่แอบดูการฝึกวิทยายุทธของชายหนุ่มอย่างชื่นชม
                   เป็นมิซากิ
                   แล้วนางก็พลันเอ่ยปากว่า
                   " สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร"
                    ชายหนุ่มหันหลังกลับมามองผู้กล่าวคำพูดนั้นอย่างไม่แปลกใจ เขาย่อมเป็นมุซาชิ
                   "ท่านพี่ เทพวิชาต่างๆที่ท่านฝึกไปทั้งหมดมากถึงขนาดนี้ ในแผ่นดินนี้ยากจะหาผู้ใดเทียบท่านได้แล้ว"
                   "มิซากิจัง................ข้ามิกล้ารับคำชมของท่าน"มุซาชิกล่าวแล้วโค้งศรีษะให้ครั้งหนึ่ง
                   "และข้าเองก็เพิ่งจะรู้ว่าวิชาที่ข้าฝึกฝนเมื่อสักครู่เป็นสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร"
                    "เพราะท่านอาจารย์ผู้ถ่ายทอดเป็นนักเดินทางไกลมาจากแผ่นดินตงง้วน(จีน ) ท่านเพียงแต่เล่าว่าท่านคืออั้งชิกง เป็นประมุขพรรคกระยาจก พรรคที่ใหญ่ที่สุดในแ่นดินตงง้วน"
                   "นับว่าเป็นวาสนาของท่านพี่มุซาชิจริงๆ ที่ได้เรียนเทพวิชามากหลาย และนับเป็นพรสวรรค์ของท่านที่ช่วยให้ท่านพี่ฝึกฝนได้สำเร็จยุทธแล้วได้เร็วเช่นนี้ หาได้ยากในรอบกว่าหลายร้อยปี"
                    มิซากิกล่าวตอบและยังกล่าวต่อไปว่า
                   "ท่านประมุขอั้งฯท่านยากที่จะรับศิษย์ง่ายๆ ก็นับว่าเป็นวาสนาของท่านพี่โดยแท้"นางกล่าวต่อ
                   "อีกทั้งยังได้ท่านอาจารย์ชี้แนะพลังจักรวาลให้อีกต่างหาก ทอดตาทั่วแผ่นจะไม่มีใครต้านรับท่านได้จริงๆ"
                  "ข้าเองก็ไม่เคยคิดถึงสิ่งใดในเรื่องการฝึกฝนนับตั้งแต่เดินจงกรม นั่งสมาธิ ฝึกวิทยายุทธล้วนเกิดจากใจบริสุทธิ์    ............ด้วยใจโดยแท้ มิเคยคิดจะไปแก้แค้นหรือทำร้ายผู้ใดเลย"
                  มุซาชิกล่าว
                 "นั่นสิท่านพี่จึงเป็นคนที่ชวนน่าสนและชวนลุ่มหลงกว่าบุรุษใดๆทั่วแผ่นดิน"
                  มิซากิกล่าว แล้วก้มหน้า
                  พวงแก้มทั้งสองของนางตอนนี้กลับแดงเปล่งปลั่ง สีสวยสดตัดกับผิวแก้มขาวของนาง
                  "ข้า.........ซึ้งใจอย่างยิ่งมิซากิจัง นอกจากท่านจะช่วยชีวืิตข้าแล้ว ดูแลข้าเป็นอย่างดี จนอาการทั้งหมดเกือบหายสนิทแล้ว ช้าไม่มีอะไรจะทดแทนท่านได้เลยมิซากิจัง"
                  "นอกจากนี้..........................ข้ายังไม่เคยรู้จักผู้หญิงจริงๆสักคนในโลกใบนี้ มีแต่ท่านมิซากิจังที่ข้าเห็นเป็นคนแรก และเพิ่งจะรู้จักคำำว่าหญิงงามเป็นเช่นไร ก็เมื่อได้พบท่านเมื่อลืมตาครั้งแรกหลังบาดเจ็บสาหัสนั้น"
                  มิซากิได้แต่ยิ้ม หากแต่ว่ารอยยิ้มของนางแทบทุกครั้งทำให้มุซาชิถึงกับตะลึงลานเพราะความงาม เว้นเสียแต่คราวนี้มุซาชิกลับเพื่มอาการอิ่มใจอย่างประหลาดสะทกสะท้อนใจที่นางรับไมตรี
                 "ถ้าท่านพี่ไม่มัวแต่เดินทางไปประลองดาบ ป่านนี้...ท่านคงมีครอบครัวและลูกๆหลายคนแล้ว"
                 มิซากิพูดขึ้นอย่างขวยเขิน
                "ข้าบอกท่านแล้ว....มิซากิว่าเพิ่งเห็นหญิงงามก็เมื่อตอนเห็นท่านครั้งแรก ข้าพูดจากใจนะมิซากิจัง"
                 มิซากิอายจนต้องหลบหน้าหนีมุซาชิ
                "ท่านพี่มุซาชินอกจากวรยุทธแล้วท่านยัง.............."
                 มิซากิพูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงเรียกหาจากชายชราเจ้าของบ้านดังขึ้นมา
                 
                 "มิซากิ................................"


popen2556




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:14:23 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 20 มีนาคม 2013, 12:40:29 »
ชายชราเจ้าของบ้านเมื่อเห็นหน้ามิซากิเที่ดินเคียงกันกับมุซาชิเข้ามาภายในบ้าน พลันยกฝ่ามือขวาชี้ขึ้นบนท้องฟ้า

"ตั้งกายตรง จิตตั้งมั่น หมั่นฝึกฝน
มีตัวตน ไร้ตัวตน อย่าห่วงหา
จะแยกจาก อยู่ด้วย จงร่ำลา
อย่าถือสา เรื่องเล็ก กัดกินใจ

เมื่อลมเข้า รุนแรง แฝงความกรุ่น
ที่มีฝุ่น แฝงอยู่ กับไอร้อน
ลมละเอียด ลึกซึ้ง เข้าตัดรอน
ให้ได้ถอน ตัวตน จากแผ่นดิน

มีลมเข้า มีลมออก ใครใครรู้
แต่ไม่ดู ตามมัน ว่าได้สอน
เคล็ดวิชา ลึกซึ้ง อย่าได้นอน
อย่าได้จร จากไปไหน ลมหายใจ

เพราะจิตนิ่ง พิงสัมปะ ชัญญะมา
มีอาสา ตามมา อย่างเร็วหนา
ปัญญาใหญ่ ตามย่อย เร่งเข้ามา
ยอดปัญญา หล่อหลอม เป็นยอดคน

หนึ่งในล้าน ล้านในหนึ่ง เรื่องเดียวกัน
ไม่ได้ฝัน ก็มองเห็น เช่นอย่างนี้
รูปกับนาม สองเรื่อง เท่าที่มี
อินทรีย์ดี พลังเลิศ เหนือผู้ใด

สองแขนแกว่ง เป็นวงกลม ลมผสม
ตามดูลม หมุนไป เฝ้าเวียนหา
เมื่อตั้งมั่น ทุกสิ่ง ก็จะมา
หนึ่งล้านมา ล้านหนึ่งไป เรื่องเดียวกัน

ฟงหยุนถี่ เป็นวิชา ที่กล้าแข็ง
สุดเรี่ยวแรง ต้านรับ ด้วยท่าไหน
หากแข็งขืน มุ่งมั่น จะเอาชัย
มีแต่ไป เกิดใ่หม่ เท่านั้นเอง

อ่อนเช่นน้ำ ไหวเช่นลม พรมด้วยว่าง
มีสว่าง ในใจ ใฝ่กุศล
เมื่อจิตหนึ่ง พุ่งขึ้น แล้วตั้งตรง
ใจมั่นคง ตั้งรับได้ วิชาเซียน

มืซากิ ด้นกลอนแต่ละบาทแล้วพักแล้วก็ด้นต่อ
ในขณะที่มุซาชิกลับหลับตาร่ายรำเพลงมวย แต่พอลืมตาขึ้นมา ใบไม้ของต้นไม้ใหญ่รอบตัวพลันร่วงหล่นจนหมดเหลือแต่กิ่งก้านเท่านั้น ส่วนต้นไม่เล็กกลับลู่ลมอยู่เช่นนั้นสภาพยังสมบูรณ์เช่นเดิม
นอกจากนี้บนลำต้นของต้นไม่ใหญ่ทุกต้น มีรอยฝ่ามือของมุซาชิทะลุทะลวงทั้งสิ้น แล้วก็มีแต่ชายชราเจ้าของบ้านและมิซาที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆกายของมุซาชิที่ยืนตะลึงลานกับเหตุการณ์รอบตัวและกับรอยยิ้มของมิซากิ สาวน้อยแสนสวยผู้กุมหัวใจไป

popen2556






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:14:52 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 29 มีนาคม 2013, 23:39:49 »
ดาบเด็ดเดียวภาคสี่ ตอนที่หนึ่ง...................................................เทพกระบี่น้ำแข็ง

                    บริวณภุเขาไฟฟูจี...................... มีชายหนุ่มผู้หนึ่งอยู่ในชุดขาว สูงกำยำ รูปร่างสง่างาม ใบหน้าหมดจดดุจเทพเจ้า แต่แฝงไปด้วยสีหน้าเย็นชา ยืนสงบนิ่งระหว่างทางเดินลงจากยอดเขาที่หนาวเหน็บซึ่งปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบ
                    "พวกท่านมาแล้ว"ชายหนุ่มชุดขาวกล่าวโพล่งขึ้น
                    "ท่านทิหมัดเหล็กสะท้านสิบทิศ ท่านตุยเท้าปลิดวิญญาณมหากาฬ ท่านแน่ กระบี่ไวแห่งแผ่นดิน ท่านบ้อไร้น้ำใจ พี่ใหญ่ของยอดมือปราบชื่อเสียงสะท้านแผ่นดินก็มาด้วย"
                    "ข้าขอให้ท่านเจ้านครจิวตามพวกเรากลับไป เพื่อสืบค้นหาความจริงกันเถอะ" ผู้ได้ชื่อว่ามือปราบทิกล่าวตรงไปตรงมารวบรัดไม่อ้อมค้อมตามนิสัยคนตรง
                     "ท่านมีความสามารถอันใดท่านทิ"
                      ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกขานว่าเจ้านครจิวพลันกล่าว พร้อมเกร็งลมปราณไปที่ฝ่ามือ
                     "กระบี่ท่านล่ะ ท่านเจ้านครจิว"มือปราบแน่กล่าวขึ้น พร้อมซัดปลอกกระบี่เข้าใส่เจ้านครจิวทันที
                      " ปึ้ก"
                       ฝ่ามือขวาเจ้านครจิวปัดออกไปอย่างแรง เพราะปลอกกระบี่ของมือปราบแน่แฝงพลังลมปราณถึงห้าส่วน
                      "ช้าก่อน"มือปราบบ้อกล่าวทักท้วง
                       "ท่านเจ้านครจิวตามพวกเรามาเถอะ ไม่เช่นนั้นสุราเชื้อเชิญที่ท่านไม่ดื่ม ก็ต้องเป็นสุราจับกรอกแล้ว"
                       " ข้าผู้น้อยขอล่วงเกินแล้ว ท่านเจ้านครชักประบี่เถอะ"
                        มือปราบแน่สาดกระบี่เร็วใส่เจ้านครจิวไปอย่างรวดเร็วถึงสิบสามกระบี่
                        "ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                        แต่กระบี่ทั้งหมดกลับถุกต้านรับไว้ได้ทั้งหมด และยังไม่รู้ว่าเจ้านครจิวใช้อาวุธใด เพียงแต่ได้ยินเสียงกระบี่ประทะกัน
                        ไม่รอช้ามือปราบแน่ แทงกระบี่เร็วออกไปอีกสามประบี่ ต่างเป้าหมายที่จุดสำคุญบนร่างเจ้านครจิว
                        "ติ๊งๆๆ"
                        สามกระบี่ถูกต้านรับเช่นเดิม
                        มือปราบแน่.........ขบกรามกรอด เพราะไม่เคยมีผู้ใดต้านรับกระบี่ของตนได้ง่ายดายเช่นนี้มาก่อน พลันเกร็งพลังลมปราณเพิ่มเป็นเเปดส่วน สะบัดกระบี่ออกไปสามครั้งสามครา รวมเป็นเก้ากระบี่
                        "ติีงๆๆ ติ๊งๆๆ ติ๊งๆๆ"
                        ทุกกระบี่ล้วนถุกปัดออกไปเฉกเช่นเดิม
                        มือปราบแน่ทุ่มพลังลมปราณเป็นสิบส่วน พลันสีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยงเป็นพยัคฆ์ร้ายทันที
                       "แคร้งค์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
                       สิบกระบี่นี้ทำเอาเจ้านครจิวถึงกลับตึงมือแล้ว เกร็งพลังลมปราณใส่ในมือซ้ายเเน่นและยังเพิ่มอาวุธยาวใสดุจน้ำแข็ง ออกมาเล่มหนึ่ง และซัดออกมาพร้อมลมน้ำแข็งหมุนใส่มือปราบแน่
                       "หมัดกระแทกขุนเขา"
                        เสียงมือปราบทิร้องลั่น พร้อมกระแทกกำปั้นเหล็กออกมาสวนกับกระบี่และลมน้ำแข็งนั้น เมื่อประทะแล้วมือปราบทิถึงกับหนาวยะเยือก แม้จะสามารถกระแทกกระบี่เจ้านครจิงวเบี่ยงให้พ้นกายมือปราบแน่ก็ตาม
                        "สะท้านสิบลี้"หมัดที่สองของมือปราบทิตามออกพุ่งไปยังร่างเจ้านครจิวอย่างรวดเร็วและรุนแรง
                        เจ้านครจิวสะบัดกระบี่กระแทกหมัดเหล็กด้วยพลังลมปราณเจ็ดส่วน มือปราบทิถอยหลังไปสามก้าว เท่าของเจ้านครจิวจมหิมะไปหนึ่งนิ้ว
                        มือปราบตุยกระโดดถีบด้วยท่าเท้าไร้เงาใส่เจ้านครจิวพรอมกับร้องว่า
                        "ขอร่วมรำวงด้วยคนท่านเจ้านครจิว"
                         แรงกระแทกจากท่าเท้านี้ หากเป็นยอดยุทธทั่วไปคงจมหืมะไปทั้งร่างแล้ว แต่นี่เป็นเจ้านครจิว ผู้ที่ถูกกล่าวขนานนามว่า"เทพกระบี่น้ำแข็ง"เพียงแต่สะบัดกระบี่ออกไปก็ต้านรับไว้ได้แล้ว
                         ทันใดนั้นเจ้านครจิวเกร็งลมปราณที่มือขวาเจ็ดส่วน พร้อมซัดออกไป กลายเป็นอาวุธลับเกล็ดน้ำแข็งวิ่งเข้าใส่ร่างมือปราบทั้งสามอย่างรวดเร็ว
                         ก่อนที่อาวุธลับเกล็ดน้ำแข็งจะพุ่งใส่ร่างยอดมือปราบทั้งสาม พลันมีอาวุธลับพร่างฟ้ามาต้านรับ
                         ย่อมเป็นฝีมือของมือปราบบ้อไร้น้ำใจซัดออกมา เพราะเป็นผู้ที่ได้รับฉายาว่าว่าเทพแห่งอาวุธลับ
                         "ท่านเจ้านครจิว....................ท่านช่างเมตตตาต่อพวกเราจริงๆ"มือปราบบ้อกล่าวขึ้น
                          แต่ยังไม่ทันจะสิ้นเสียง กำปั้นเหล็กของมือปราบทิกก็ระแทกออกมาอีกครั้งหนึ่งด้วยพลังลมปราณแปดส่วนเข้าใส่เจ้านครจิวแล้ว
                          "กระแทกขุนเขา"
                          เจ้านครจิวเกร็งพลังลมปราณมาที่มือขวาซัดออกไปเช่นกัน พร้อมตวาดว่า
                          "ฝ่ามือภูผาน้ำแข็ง"
                          "บึ้ม"
                           เสียงประทะระหว่างกำปั้นเหล็กและฝ่ามือภูผาน้ำแข็งดังสะท้านไปทั่ว ราวกับสายฟ้าฟาดใส่กัน
                           ยังไม่ทันสิ้นเสียง หมัดซ้ายพลังลมปราณแปดส่วนของมือปราบท ที่แทบไม่เคยใช้พลังลมปราณมากขนาดนี้มาก่อนก็กระแทกตามออกมาแล้ว ที่น่าแปลกกำปั้นกลับหมุนควงสว่านใส่ร่างเจ้านครจิว
                           "หลอมรวมรวมพลังปฐพี"

   popen2556                     
                         
                       
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤศจิกายน 2016, 14:15:28 โดย SOMCHAI SAWEK »

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 31 มีนาคม 2013, 15:21:11 »
ดาบเด็ดเดี่ยว ภาคสี่ ตอน..............ยิ่งกว่าพยายม
                มือปราบแน่ เมื่อครั้งบาดเจ็บสาหัส และต้องนอนรักษาตัวในป่าท่ามกลางฝูงเสือลายพาดกลอน ที่คอยเลียบาดแผลให้ จนจิตใจได้เขื่อมต่อกับธรรมชาติแห่งแมกไม้และขุนเเขา และได้สัมผัสจิตตนที่ลึกซึ้งว่าจิตทั่วไป พลังฝีมือได้รุดหน้าไปกว่าเดิมหลายสิบเท่า
                เพียงแต่ยังไม่สามารถควบคุมพลังลมปราณจากสรรพสิ่งในกายได้ดีเท่านั้นเอง พอในสภาวะจิตจมดิ่งลงไป จิตแห่งฝูงพยัคฆร้ายจึงเข้าแทรก เพียงแต่เขาแค่รู้ตัวว่ากำลังต่อสู้กับสิ่งใดเท่านั้น และเค้นพลังทั้งหมดปลดปล่อยไปยังคู่ต่อสู้
                นี่เป็นการบรรลุเทพวิชาพยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ขั้นที่เก้าหรือเกือบถึงขั้นสูงสุดแล้ว
                พลังลมปราณในกายของมือปราบแน่ เพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณ ดาบเหล็กอุกกาบาตที่อาจารย์หลอมให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมจนสามารถตัดเหล็กไหลได้ราวกับตัดกล้วย พลังลมปราณทั้งหมดหลอมรวมในกระบี่นี้
                 ทั้งร่างทั้งกระบี่พุ่งเข้าใส่เจ้านครจิวอย่างเร็วดุจฟ้าแล่บ เจ้านครจิวรับรู้ถึงพลังลมปราณมหาศาลเช่นนั้น เกร็งพลังลมปราณทั้งหมดในกายไว้ในแขนซ้ายของตน
                ในขณะที่มือปราบตุย กระโดดหมุนคว้างกลางอากาศทุ่มพลังลมปราณทั้งแปดส่วนลงในเท้าซ้ายข้างนี้ เจ้านครจิวเองก็รับรู้ถึงพลังลมปราณของท่าเท้าของมือปราบตุยนี้ดี เพราะพลังนั้นราวกับอุกกกาบาตที่กำลังจะถล่มโลก
                "เท้าอุกกาบาตถล่มโลกันต์"มือปราบตุยร้องให้เสียงเจ้านครจิวระวังตัว เฉกเช่นจอมยุทธกระทำต่อกัน
                หมัดหลอมรวมปฐพีของมือปราบทิ เทพวิชาพยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ของมือปราบแน่ และเท้าอุกกาบาตถล่มโลกันต์ สามประสานต่อหนึ่ง เจ้านครจิวตกในสภาวะวิกฤตที่สุดในชีวิตแล้ว
       

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 มีนาคม 2013, 15:24:27 โดย SOMCHAI SAWEK »