A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ (พระสุธรรมคณาจารย์)  (อ่าน 2494 ครั้ง)

ออฟไลน์ SOMCHAI SAWEK

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2351
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์



หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ (พระสุธรรมคณาจารย์)
ถ้ากล่าวถึงหลวงปู่จันทร์โสมแล้ว ต้องกล่าวถึงหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ด้วย เพราะท่านทั้งสองจะไปในกิจนิมนต์ด้วยกันเสมอ
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ท่านเป็นผู้มีปกติยิ้มสรวลอยู่เสมอ กล่าววาจานุ่มนวล เจริญอุเบกขาธรรมเป็นปกติ จำได้ว่าครั้งหนึ่งท่านไปแสดงพระธณรมเทศนาเนื่องในวันเกิดหลวงปู่เทสก์ คืนนั้นก็แปลกอยู่ คืออยู่ดีๆ ไฟดับในขระที่ท่านแสดงธรรม หบวงปู่เทสก์ท่านพูดขึ้นว่านักเทศน์จะไม่หยุดแสดงธรรม แม้ไฟดับก็ตาม...ก็จริงอย่างหลวงปู่เทสก์กล่าว หลวงปู่เหรียญ ท่านแสดงธรรมต่อไปจนจบ..
สิ่งที่ประทับใจในองค์หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ มากๆ ในการพบครั้งแรก เป็นสังฆทัศนนุตตริยะ การพบพระสงฆ์เป็นบุญอันเยี่ยมคือ กิริยาของท่านที่อ่อนน้อมในการเข้าพบหลวงปู่เทสก์ ตลอดการสนทนา ท่านก้มหน้าตลอด พนมมือตลอด ตอบตอบว่าขอรับกระผม ก็ได้จำการพบผู้ใหญ่ของท่านมาเป็นแบบอย่าง..
ในยามที่ครูบาอาจารย์กรรมฐานมรณภาพไปเป็นส่วนมาก ภาระการตระเวนแสดงธรรมจึงตกอยู่กับหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ สามารถกล่าวได้ว่า ในปีหนึ่งนี้ท่านมีเทศน์เกือบทุกวัน ในพรรษาก็ต้องสัตตหะมาโปรดญาติโยม นี่ละพระนักเผยแผ่พุทธธรรมหัวใจสิงห์...แม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ก็ยังใช้สังขารเตือนญาติโยมอยู่เลย...โชคดีที่ได้กราบสังขารท่านในตอนที่ท่านละไปแล้ว
ขอนำเคล็ดปฏิบัติสมาธิของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ มาแสดงไว้ให้อ่านพอเป็นแนวทางปฏิบัติสมาธิของมิตรธณรม ณ ที่นี้ ดังนี้
" นั่งสมาธิพึงพากันตั้งสติให้แน่วแน่อยู่ภายใน พยายามควบคุมจิตอย่าให้มันหลงคิดนึกไปในอารมณ์ที่มันเคยคิด เคยนึก เคยเกาะ เคยข้องมาแต่ก่อน ให้กำหนดลงเอาปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งเลยทีเดียว ชีวิตนี้จะอยู่เฉพาะลมหายใจเข้า หายใจออก อยู่ที่ปัจจุบัน ๆ นี้เท่านั้น ให้กำหนดจำกัดลงเลย เพราะว่าที่ล่วงมาแล้ว มันก็ล่วงมาแล้วนะชีวิต แล้วอนาคตก็ยังไม่ได้ไปถึง มันก็ยังไปไม่ถึง ไม่ต้องไปคำนึงหามัน การงานอะไรที่ทำล่วงมามาแล้วผิดหรือถูกมันก็ได้ล่วงมาแล้ว ไม่ต้องไปคำนึงหามัน
เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของจิตใจ ขอให้เตือนตนอย่างนี้ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของจิตใจในขณะนี้ เบื้องต้นนี้ ก็อยากคิด อยากรู้นั้น รู้นี้ เห็นนั่น เห็นนี้ ก่อนคือพยายามตั้งสติ กำหนดลมหายใจเข้า หายใจออก อธิษฐานจิตถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกของตนแล้ว ก็พยายามประกอบจิตนี้ให้หยุดคิด หยุดนึก ให้กำหนดรู้เฉพาะแต่ลมหายใจเข้า หายใจออกเท่านี้ก่อน เพราะเวลานี้ให้เข้าใจว่าเราพักผ่อนจิตใจ คำว่าพักผ่อนคือหยุดคิด หยุดนึกในการงานต่าง ๆ เลย วางจิตลงให้สบาย สบาย ไม่ต้องกังวลข้างหน้า ข้างหลังอะไรเลย กำหนดรู้อยู่แต่ปัจจุบันนี้เท่านั้น เอาปัจจุบันนี้เป็นหลักเลย ชีวิตนี้ก็ให้กำหนดว่ามีอยู่แค่ปัจจุบัน ๆ นี้ เท่านั้นแหละ"
สนใจอ่านจนจบก็ไปดูที่นี้เลย http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/monk-hist-index-page.htm
เจริญพร..
หลวงปู่พจนารถ ปภาโส
๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ : ๐๘.๒๓ น.