A A A A A A
ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมของเพชฌฆาต  (อ่าน 2661 ครั้ง)

ออฟไลน์ mini

  • เพราะทุกข์ จึงเห็นธรรม
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1284
    • MSN Messenger - nichapat333@yahoo.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
กรรมของเพชฌฆาต
« เมื่อ: 16 ธันวาคม 2010, 10:21:43 »



กรรมของเพชฌฆาต


  การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนับว่าเป็นบาปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่มีคุณต่อมนุษย์ เช่น วัว ควาย เป็นต้น ผลจากการฆ่าสัตว์ยังทำให้เกิดมามีอายุสั้นอีกด้วย ในหลายกรณีผลกรรมก็สามาถส่งผลทันตาเห็นในชาติปัจจุบัน และบ่อยครั้งจะเห็นผลได้ชัดในเวลาใกล้จะตาย เรื่องของลุงหวดเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเพชฌฆาตที่กรรมส่งผลทันทีในชาติ ปัจจุบัน
       
       ลุงหวดเป็นชาวนาอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ปกติแกเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ใครขอให้ช่วยอะไร แกก็ไม่เคยปฏิเสธ เพราะรู้สึกเกรงใจ แต่การเกรงใจ ของลุงหวดโดยไม่คำนึงถึงความถูกผิดนี้ ก็เป็นสาเหตุให้แกได้รับกรรมไม่ดี เรื่องก็มีอยู่ว่า
       
       ตามปกติแล้ว ชาวบ้านในต่างจังหวัด หากในหมู่บ้านมีงานแต่งงาน งานบวช หรืองานประจำหมู่บ้านก็ตาม ก็มักจะฆ่าสัตว์ใหญ่ เช่น หมู วัว ควาย เป็นต้น เพื่อนำมาทำอาหารเลี้ยงแขก หากบ้านไหนไม่ทำก็เป็นเรื่องแปลกประหลาดและรู้สึกเสียหน้า ที่ไม่มีอาหารดี ๆ เลี้ยงแขก การฆ่าสัตว์ใหญ่จึงกลายเป็นประเพณีท้องถิ่นไปโดยอัตโนมัติ
       
       ในความรู้สึกของคนทั่วไปย่อมบอกว่า งานทำบุญต่าง ๆ นั้นไม่ควรจะฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่สำหรับชาวบ้านที่ยึดถือประเพณีสืบต่อกันมานานนั้น ยากที่จะเปลี่ยนความคิดได้ แม้บางคนไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องทำตามสังคม เพื่อไม่ให้ถูกตำหนิติเตียน แต่การฆ่าสัตว์ในงานต่าง ๆ ของหมู่บ้านนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเพชฌฆาต เพราะจะมีคนหนึ่งเป็นเพชฌฆาตประจำหมู่บ้านมาช่วยจัดการ
       
       เดิมทีลุงหวด ไม่ได้เป็นเพชฌฆาตประจำหมู่บ้าน แต่เวลามีงานแกมักจะไปดูว่าเขาฆ่าวัวฆ่าควายกันอย่างไร ตอนแรกแกรู้สึกหวาดเสียวที่เห็นเขาฆ่าสัตว์อย่างทารุณ แต่เมื่อได้เห็นบ่อยครั้งจึงเริ่มรู้สึกเคยชินกับการฆ่ามากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มาวันหนึ่ง นายสมาน เพชฌฆาตประจำหมู่บ้านเกิดเจ็บป่วย ไม่สามารถไปฆ่าควายให้ชาวบ้านได้ จึงต้องหาคนทำหน้าที่แทน ในที่สุดชาวบ้านจึงขอให้ลุงหวดช่วยจัดการ เพราะเห็นแกมาร่วมฆ่าสัตว์อยู่บ่อย ๆ เมื่อโอกาสมาถึง ลุงหวดก็ได้ลิ้มรสของการเป็นเพชฌฆาต อย่างเต็มตัว
       
       ลุงหวดเล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน กลัว ๆ กล้า ๆ แต่เมื่อได้ดื่มเหล้าที่เพื่อน ๆ ส่งมา ทำให้ใจกล้ามากขึ้น แกดื่มเหล้าจนเริ่มรู้สึกมึน และยิ่งมีเพื่อนยุให้ทำมากเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความกล้ามากขึ้นเท่านั้น ในที่สุด แกก็จับมีดปลายแหลมขึ้นมา และบอกให้คนอื่น ๆ ช่วยกันผูกควายและจับให้แน่น เพื่อไม่ให้มันดิ้นมาก เมื่อควายอยู่ในสภาพที่นิ่งสนิทแล้ว ลุงหวดก็ใช้มีดปลายแหลมแทงไปที่คอของมันเต็มแรง!! ควายจึงร้องและดิ้นรนสุดขีดด้วยความเจ็บปวด เลือดของมันค่อย ๆ ไหลลงกะละมังที่นำมารองไว้ ลุงหวดจึงแทงซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้เลือดของมันไหลออกมามากขึ้น มันจะได้ตายเร็ว ๆ !!
       
       ควายแก่ตัวนี้ดิ้นอยู่สักพัก จึงขาดใจตาย ทุกคนที่ไปร่วมฆ่าก็ไชโยโห่ร้อง เหมือนกับว่าภารกิจสำคัญของพวกเขาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ลุงหวดเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นแกได้มองเห็นตาของควาย ดูเหมือนว่ามันมีน้ำตาไหลออกมาตลอดก่อนที่มันจะขาดใจตาย แต่ช่วงนั้นแกไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เพราะอยู่ในอาการมึนเมา ใจจึงหยาบกระด้าง
       
       หลังการเป็นเพชฌฆาตครั้งแรกผ่านไป ลุงหวดก็เริ่มมีความเชี่ยวชาญฆ่าวัวฆ่าควายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีงานใหญ่ในหมู่บ้าน แกก็จะรับอาสาเป็นเพชฌฆาต แกมีชีวิตเป็นเพชฌฆาตอยู่อย่างนั้นหลายปีทีเดียว จนดูเหมือนว่าการฆ่าสัตว์จะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของแก ยิ่งฆ่าสัตว์ใหญ่ได้มากเท่าใด ใจของแกก็ยิ่งกระด้างมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าแกจะไปวัดอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนกับว่า มีอะไรมาปิดบังดวงตาแห่งปัญญา ไม่ให้มองเห็นผิดชอบชั่วดี หลายครั้งภรรยาของแกได้ขอร้อง ไม่อยากให้แกทำ เพราะกลัวกรรมจะตามสนอง แต่ลุงหวดก็ไม่สนใจใยดี คิดว่าผลกรรมอย่างนั้นคงไม่มีจริงหรอก ไม่มีวัวควายตัวไหนที่จะพื้นขึ้นมาแทงคอเขาได้
       
       แต่สิ่งที่ลุงหวดคิดนั้นผิดถนัด เพราะว่าการทำงานของกฎแห่งกรรมบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องให้ผลตรง ๆ คือ เราฆ่าวัวฆ่าควายแล้ววัวควายจะฟื้นกลับมาฆ่าเรา เป็นต้น แต่มันจะแสดงออกมาในรูปแบบอื่น ที่อาจจะละม้ายคล้ายกับที่เราทำไว้แล้ว กรณีของลุงหวดเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ผลแห่งกรรมได้สนองแกอย่างแยบยล และแสดงออกมาคล้ายกับกรรมที่แกได้กระทำไว้
       
       หลังจากที่ได้ฆ่าสัตว์ใหญ่อยู่หลายปี ลุงหวดก็เริ่มแก่ชรามากขึ้นเรื่อย ๆ บ่อยครั้งแกหน้ามืดเหมือนกับว่าจะเป็นลม วันหนึ่งลุงหวดเดินไปที่ทุ่งนา เพื่อจะไปทำนาตามปกติ แกก็เกิดหน้ามืด ขึ้นมากะทันหัน จึงค่อย ๆ เซล้มลงไป และคอของแกได้เสียบเข้ากับเหล็กแหลมที่ปักดินอยู่ตรงนั้นพอดี (ไม่รู้ว่าเหล็กนี้มาปักอยู่ข้างถนนในทุ่งนาได้อย่างไร) มันเสียบเข้าคอลุงหวดลึกพอสมควร แกดิ้นทุรนทุรายร้องโหยหวนอยู่คนเดียวกลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่ แต่ไม่มีใครเดินผ่านมาสักคน!!
       
       เลือดของลุงหวดไหลออกมาไม่หยุด ทำให้แกหมดแรงลงเรื่อย ๆ ในตอนนั้นสิ่งที่แกนึกขึ้นมาในใจก็คือ ภาพของวัวควายที่ตนเองเคยใช้มีดแหลมแทงคอนั่นเอง ซึ่งแกก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องนึกถึงมันด้วย จึงพยายามจะห้ามความคิดนี้ แต่ก็ห้ามไม่ได้ ในที่สุดลุงหวดก็สิ้นสติด้วยความเจ็บปวดอยู่ตรงนั้น กระทั่งพักใหญ่ ๆ มีชาวบ้านผ่านมาเห็นเข้า จึงช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล
       
       เมื่อถึงมือหมอ ลุงหวดก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในจิตใจของแกนั้นเป็นทุกข์หนักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เพราะนึกถึงแต่กรรมที่ตนเองเคยกระทำไว้ บางครั้งแกก็ละเมอร้องเหมือน เสียงวัวเสียงควาย จนพยาบาลรู้สึกแปลกใจ แต่ถึงแม้ว่าแพทย์และพยาบาลจะพยายามช่วย กันรักษาลุงหวดอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถยื้อ ชีวิตแกไว้ได้ ในที่สุดแกก็ขาดใจตายอย่างทุรนทุราย!!
       
       การทำกรรมชั่วนั้น ยิ่งทำมากเท่าไหร่ ใจก็จะหยาบกระด้างมากขึ้นเท่านั้น เหมือนกับกรณีของลุงหวด ที่ทำเพียงแค่อยากลอง แต่ในที่สุดก็กลายเป็นเพชฌฆาตเสียเอง และมีใจหยาบกระด้างจนรู้สึกว่า การฆ่าสัตว์นั้นเป็นของปกติธรรมดาไป ในที่สุดแกจึงได้รับผลแห่งกรรม สมกับที่กระทำไว้นั้นเอง
       
       (จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 121 ธันวาคม 2553 โดย มาลาวชิโร)

จากผู้จัดการ



อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจจากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน