กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ วันนี้ เวลา 09:56:14 »
จริงแท้...ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
แต่ที่ปฎิเสธเพราะมันไม่รู้ความจริง จึงมักเสแสร้ง
หงส์
สุดยอดอาวุธลับ
ณ...บนหลังคาเจ็ดชั้นปราสาทแห่งหนึ่ง
มีบุรุษชุดดำปกปิดใบหน้าผู้หนึ่ง
ท่าร่างล่องลอยข้ามกำแพงปราสาทและหลังคาของแต่ละชั้น
ดัวยการสะบัดเท้าซ้ายเพียงครั้งเดียว
นั่นย่อมหมายถึงว่าวิชาตัวเบาที่มันใช้ บรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้ว
พลิ้วไปพลิ้วมาจนถึงชั้นสูงสุดของปราสาท
เมื่อถึงเป้าหมายที่มันต้องการ
กลับมีบุรุษชุดขาววัยกลางคนผู้หนึ่ง
ยืนหันหลังให้กับมัน
พร้อมกุมกระบี่ที่มือข้างขวา
" ท่านมาแล้ว"
"อืม"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงตอบรับของบุรุษชุดดำ
พลันที่ใบหน้าของมันครอบคลุมด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงยิ่ง
เป็นรังสีกระบี่ที่เปล่งแสงด้วยปราณกระบี่ที่พุ่งมาถึงหน้าอกของมันทันที
"ฉึก"
คมกระบี่ที่แหลมคมและรวดเร็วสุดยอด
แทงใส่หัวไหล่ซ้ายของบุรุษชุดดำ
ระยะห่างจากขั้วห้วใจของมันเพียงหนึ่งนิ้ว
ในขณะที่มันสะบัดมือขวาออกไปครั้งหนึ่งเช่นกัน
มีดบินของมันกลับ
พุ่งตรงไปปักคอหอยของบุรุษชุดขาวเจ้าของปราสาทแห่งนี้ทันที
มีดบินที่มองไม่เห็น
บุรุษชุดขาวหงายหลังล้มตึงแน่นิ่งไป ปล่อยมือขวาที่กุมหลุดออกจากกระบี่ของมันเอง และมือซ้ายกุมที่คอหอยของมัน ตาเหลือกโพลง
บุรุษชุดดำท่าร่างเซไปตามแรงกระแทกของกระบี่ที่ปักบนไหล่ซ้ายของมัน
แต่....มันกลับยิ้มในความสำเร็จจากการคำนวณการต่อสู้ในครั้งนี้
ทิศทางของปลายกระบี่ของคู่ต่อสู้ที่พรุ่งตรงมาที่ด้านซ้ายกลางห้วใจของมัน
ที่เบี่ยงหลบได้ทัน
ทิศทางของมีดบินที่หลุดจากมือขวาของมัน
มีดบินอันร้ายกาจที่
มีดบินที่ไม่พลาดเป้า
หรือมันจะเป็นผู้แซ่ลี้
มีดบินลี้น้อยที่ไม่เคยพลาดเป้า
"เซียวลี้ปวยตอ"
เจ้ากระบี่พายุอี้น่ำเต็งล้มลงแล้ว
ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ จากดาบเด็ดเดี่ยวภาคพิสดาร
2
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / Re: ตามหาแก่นธรรม 288 ลูกรักตอนล่าสุด
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 10 กันยายน 2017, 10:01:12 »
ลูกรัก
3
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / Re: ตามหาแก่นธรรม100.70 ตกใจ
« กระทู้ล่าสุด โดย Sarada เมื่อ 06 กันยายน 2017, 10:32:41 »
ขอบคุณมากครับ
4
ห้องรับแขก / Re: ภูเขาแห่งความโกรธ
« กระทู้ล่าสุด โดย Sarada เมื่อ 06 กันยายน 2017, 10:32:09 »
ได้ความรู้ดีมากครับ
5
คือมันเริ่มมานานแล้วคะที่เราฝันเห็นพญานาคบ่อยๆ แต่เป็นพญานาคสีดำเงาสวยนะคะ พอช่วงหลังๆเราเริ่มฝันเห็นสถานที่ซึ่งเราไม่เคยเห็นและไม่เคยไปเลย
ที่แรกคือเราฝันว่าเราเปิดประตูประตูใหญ่มากเข้าไปมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ตรงกลางและมีเสาอันใหญ่ซ้ายขวา มีพญานาคพันอยู่ เราตื่นมาก็ไม่คิดอะไร ผ่านไปเดือนนึงเราได้ไปที่ขอนแก่นและได้ไปที่"วัดถ้ำผาเกิง" ซึ่งมันตรงกันที่เราฝันจริงๆ
ที่ที่สอง เราฝันว่าเราเดินอยู่แถวทะเลที่ไหนสักแห่ง แล้วเห็นคนไปไหวรูปปั้นพญานาคที่อยู่บนหาด เราเลยเข้าไปดู ผ่านไป2สัปดาห์ เราได้มาภูเก็ต แล้วเห็นรูปปั้นพญานาคเหมือนที่เราฝันอยู่บนหาดป่าตองจริงๆ ซึ่งเราไม่เคยมาภูเก็ตมาก่อนเลย
***เรื่องนี้มันหมายความว่าไงคะ เพราะมัน2ครั้งแล้ว เราก็กลัวว่ามันคืออะไรกันแน่คะ ผู้รู้ช่วยตอบหน่อยนะคะ
7
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / School of thought 2
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 15 สิงหาคม 2017, 09:36:35 »











School of thought 2


ทำไมท่านไม่ใช้ไลน์ครับ
"ผมเป็นคนไม่ยอมก้มหัวให้ใครเพราะผมไม่เล่นไลน์หรือเฟซบุ๊ค แม้กระทั่งอินเทอร์ เน็ต"
ท่านยังแข็งแรงดีนะครับ
"ไว้คุณอายุเท่ากับผมก่อน...คุณจะรู้เอง "
อารมณ์ขันของสัก กอแสงเรือง
ผมรู้จักท่านสักโดยส่วนตัวมาได้ประมาณสักสามปี
นอกเหนือจากที่รู้จักท่านมาจากข่าวสารทางสื่อบ้างไม่มากนัก เพราะผมเบื่อการเสพข่าวการเมืองมาก
โดยเฉพาะในช่วง7-8ปี ที่ผ่านมา
จำได้ว่าผมเจอท่านครั้งแรกที่โรงพยา บาลจุฬาลงกรณ์
เพื่อเข้ารับการทำกายภาพบำบัดเพราะปวดคอ
ในช่วงครึ่งปีแรกที่ได้รู้จักท่าน
ก็แค่สวัสดีท่านทักทายกันในฐานะท่านเป็นผู้ใหญ่และเป็นหลักคนหนึ่งของบ้านเมือง
ทราบมานานแล้วว่าท่านทำงานให้กับสังคมมากมายเช่นเป็นกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและมูลนิธิอื่นๆอีกหลายแห่ง เป็นกรรมการองค์กรต่างๆ
เป็นวิทยากร ครูผู้สอน ผู้บรรยายวิชากฎหมาย รวมทั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องกฎหมาย
นอกจากนั้นท่านยังเป็นอดีตนายกสภาทนายความมาหลายสมัยมาก
ในหลายๆครั้ง....ที่ท่านพบปะผู้คน ก็จะมีคนทักทายยกมือไหว้ท่านเสมอ
เรียกได้ว่ามาก และบ่อยครั้งจะมีคนนำปัญหาข้อกฎหมายมาเรียนถามท่าน
ซึ่งท่านได้เมตตาตอบทุกคน
ทุกครั้งแบบตั้งใจ
นับได้ว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีเมตตาสูงต่อทุกคน
ท่านเป็นคนมีอารมณ์ขัน
ชอบเล่าเรื่องตลกให้คนรอบข้างฟังบ่อยครั้ง
เป็นกันเอง อารมณ์ดี ใจดี
ตอบคำถามแบบรัดกุม
อะไรที่ท่านไม่ทราบ
ท่านจะบอกว่าไม่ทราบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ท่านเป็นคนเที่ยงตรงพูดอะไรทุกครั้งเหมือนกันแบบสำเนาถูกต้อง
แม้จะขี้ลืมไปบ้าง แต่จะพูดเหมือนกันทุกครั้ง
แทบจะทุกคำพูด
ท่านให้เกียรติคนทุกคน
ไม่ทำให้ใครเสียหน้า
คนที่ท่านรักมากที่สุดคือในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชินีในรัชกาลที่9
ในหลวงรัชกาลที่10
รักเคารพอย่างเทอดทูน
ท่านเชิญผมมาร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายหลังสืบประวัติผมมาอย่างดีและขอ resume ที่ผมแทบจะไม่เคยเขียนเลย
หลังจากที่ผมเขียนครั้งเดียวและเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อเริ่มต้นทำงานธนาคาร
เพราะหลังจากนั้นผมถูกเชิญให้ไปช่วยบริหารองค์กรหลายแห่งมาโดยตลอด
ผมต้องโทรไปขอให้พี่ขจิตตศัยพี่สาวใจดี อดีตเลขาท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสากรรมและอดีตประธานธนาคารแห่งหนึ่ง
ช่วยพิมพ์ resumeให้ จนผมได้รับเชิญจากคณะกรรมการมูลนิธิฯให้ไปช่วยงาน
ซึ่งตลอดเวลาเกือบสองปีมานี้
ผมได้เห็นวิสัยทัศน์ของท่านในหลายมุมมอง ทั้งกว้างและไกล ท่านจะอัพเดทข้อมูลที่ใช้ในการประชุมตลอดเวลา เพื่อให้การทำ
งานมีความชัดเจน
ในปีแรกที่ผมมาร่วมงานกับท่าน
ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บาดเจ็บสาหัส
ท่านก็เป็นห่วงเป็นใยมาเยี่ยมและให้คำแนะนำแบบพี่น้องพ้องเพื่อน
แม้กระทั่งจัดหาหมอจีนทางกระดูกมาช่วยรักษาให้ผมเพิ่มเติม
คู่กรณีของผมเซ็นรับผิดให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยว ข้องก็ยังเพิกเฉย จนท่านต้องยื่นฟ้องให้ผมในวันสุดท้ายก่อนที่คดีแพ่งจะหมดอายุความ
ซึ่งในเรื่องนี้ผมไม่มีความรู้มาก่อนเลย
แต่ท่านให้ความเมตตาและกรุณาต่อผมมากจนมิอาจกล่าวถึงได้หมดในที่นี้
ท่านเป็นแบบอย่างของครุผู้เป็นครู
ฟัง ดู รู้เห็น ถามให้ชัดแล้วจด
ท่านสอนธรรมะให้ผมในเรื่องความอดทน และการปล่อยวาง
ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเป็นที่สุด
ห้องทำงานของท่านจึงเต็มไปด้วยหนังสือเก่าและใหม่
รวมทั้งในรถของท่านด้วยที่มีหนังสือมากมาย
และบ่อยครั้งท่านมักจะซื้อหนังสือที่ท่านชอบและให้ปัญญาแจกคนรอบข้างอีกต่างหาก
ในเรื่องงานท่านสอนผมว่าทำงานให้สนุก ไม่สนุกก็อย่าไปทำ
แต่ทุกวันนี้...ผมเห็นท่านเดินทางไปทำงานทั้งนอกและในประเทศ
รวมทั้งต่างจังหวัด ราวกับเป็นคนหนุ่มไฟแรง
และงานส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นงานมูลนิธิมากกว่าครึ่ง
แม้ว่าตอนนี้ท่านจะมีอายุถึง 76 ปีแล้วนะครับ
ท่านยังเข้มแข็งทรหด อดทน
ไม่ยอมให้ใครช่วยอะไรเลย ท่านมักจะทำเองในทุกๆเรื่องที่ทำได้
ทุกวันนี้......บางครั้งท่านยังขับรถไปไหนมาไหนเองในสถานที่ท่านต้องการจะไป
ความอดทน ความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ
ความตรงไปตรงมา ชัดเจน ตวามเสียสละ รักชาติ ความรักคนไทยที่มีอยู่ในตัวของท่าน เป็นแบบอย่างได้
ยากที่จะหาเจอในคนไทยยุคนี้เช่นกัน
ท่านเป็นบุคคล ที่ให้ปํญญากับผมอย่างยิ่งจนผมอดที่นำมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ครับ
หมายเหตุ
มีกรรมท่านหนึ่งถามผมในที่ประชุมว่า
ผมรู้สึกอย่างไรในการทำงานที่มูลนิธิฯ
ผมเรียนท่านว่าผมมีความสุขในปีแรก
แม้จะเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บสาหัส
ส่วนในปีที่สอง...
ผมมีความสุขมากขึ้นเพราะแข็งแรงขึ้น
คงเป็นเพราะอากงช่วยรักษาบุญคุ้มครองครับ
อนึ่งท่านมีขนมอร่อยเจ้าประจำอยู่เจ้าหนึ่งคือข้าวต้มมัด แทบจะเป็นตำนานของฝากได้เลยครับ มันอร่อยจริงๆ
สะมะชัยโย
สัก กอแสงเรือง
สัก กอแสงเรือง (เกิด 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 ที่บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน) ปัจจุบันเป็นประธาน มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-NET) กรรมการตรวจสอบมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์และวิทยากรรับเชิญ เคยเป็นนายกสภาทนาย ความในพระบรมราชูปถัมภ์หลายสมัย เคยเป็นนายกและเลขานุการสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย เคยเป็นกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้รับการแต่งตั้ง ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 30 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549
นายสัก กอแสงเรือง เริ่มการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสิงห์ หรือ โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าโรงเรียนสิงหราชพิทยาคม จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับประกาศนียบัตรทางกฎหมาย เนติบัณฑิตไทย อดีตนายกสภาทนายความ อดีตเลขาธิการเนติบัณฑิตยสภา เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร (ส.ว.) จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2549
ได้รับเลือกให้เป็น ส.ว. ในแบบสรรหาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2554[1][2]
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2555 กกต. ได้มีมติ ให้เพิกถอน นายสัก กอแสงเรือง ออกจากตำแหน่ง สว.สรรหา เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ หลังพ้นจากวาระการเป็นส.ว.ครั้งแรกไม่ถึง 5ปี
การพ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก้ไข
พ.ศ. 2550 - Order of the White Elephant - Special Class (Thailand) ribbon.png เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) [3]
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
อ้างอิง แก้ไข
↑ เปิด! 73 รายชื่อ ส.ว.สรรหา จากวอยซ์ทีวี
↑ นายสัก กอแสงเรือง
↑ ราชกิจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2550 เล่ม 124 ตอนที่ 18ข วันที่ 5 ธันวาคม 2550
Last edited 10 months ago by Pleethum
วิกิพีเดีย
ขออนุญาติแชร์นะคะ
8
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 13 สิงหาคม 2017, 21:19:10 »








มิซากิจัง.................ข้าไม่เคยทอดทิ้งใครในโลกใบนี้
ในใจของข้ามีแต่ท่านมาหลายภพหลายชาติแล้วน
ถึงแม้จะมีคนที่ผ่านดาบแห่งข้ามากมายและล้วนล้มตายไป
แม้บางครั้งข้าล้มคนทั้งสำนักก็มี ร่างทีละร่างร่วงลงดุจใบไม้
แต่ข้าไม่มีเจตนาจะฆ่าใคร
เพราะดาบเมื่อหลุดออกจากฝัก มันไม่สามารถยับยั้งไว้ไมตรีได้
ข้าจึงต้องกลับมาไถ่ถอนบาปกรรมที่ข้าสร้างอย่างไม่ตั้งใจ
ด้วยการใช้กายกับใจของข้าพลีเพื่อปกป้องพื้นพิภพนี้ ทำให้กายข้าต้องจากมาจากเจ้า
แต่ใจของข้าล่วนทุ่มเทให้ท่าน...............ผู้เดียว



มุซาชิ


ย้อนความเดิมในตอนแรก
ในร้อยเจ็ดสิบสามดาบที่ผ่านไป มุซาชิยังแกร่งเกินกว่าจะล้ม ผู้คนในสำนักดาบเทพเกียวไคยังคงล้มๆๆแล้วก็ล้ม
ต่อหนึ่งการตวัดดาบของมุซาชื ดาบที่ไร้ผู้ต่อต้าน ดาบที่ทำงานด้วยความตั้งใจปราศจากความโกรธแค้น เกลียดชัง
ดาบที่ต้องการพิสูจน์ความเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้า
ล้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแล้วก็ล้ม
ฝูงอีกาบินว่อนรอเก็บศพ ร่างกายของมุซาชิล้าเกินกว่าจะรับ สำหรับคนธรรมดา
สุดยอดนักดาบในแผ่นดินล้วนล้มลงภายใต้คมดาบแห่งมุซาชิจนหมดในเบื้องหน้า
แล้วมุซาชิก็อ่อนระทวยแทบจะล้มลงหมดสติ
แต่ในความคิดถามตนเองว่า"เป็นหนึ่งไร้ผู้ต่อต้านในใต้หล้าจริงหรือ"
ก่อนที่มุซาชิจะล้มลง เสียงท่านนักบวชเคนชินดังก้องหู "เจ้าจะเอาชัยชนะไปทำไมมุซาชิ" แล้วดาบในมือก็สะบัดออกไปเป็นครั้งที่สองร้อยยี่สิบ นักดาบเบื้องหน้าล้มลงสองคน ดาบไม่หยุดมุซาชิแทงออกไปข้างหลัง ซามูไรด้านหลังไม่ทันออกเสียง เพราะมีดาบเสียบคอหอยตาเหลือกล้มลง อีกสามคนเบื้องหน้า เสียงดาบคมแหวกอากาศ เลือดสาดกระเซ็น ล้มลงดุจใบไม้ร่วง "แฮ่กๆๆ"เสียงลมหายใจและเสียงที่ออกจากลำคอมุซาชิแสดงว่าเต็มกลืน แล้วความอ่อนล้ามันก็เกินฝืน มุซาชิเข่าอ่อนล้มลง หลังจากได้ล้างนักดาบแห่งสำนักดาบเทพเกียวไคทั้งหมดสองร้อยยี่สิบสี่คน
อีการุมล้อมมุซาชิ อย่างระมัดระวัง พร้อมซามูไรอีกสี่คน กวัดแกว่งดาบไปมา "ถ้ามันตายภายใต้ดาบข้า ข้าก็จะเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้า" ซามูไรคนหนึ่งร้องตระโกนออกมา พร้อมกับวิ่งเข้าไปจะฟันมุซาชิ แต่จะด้วยความคุ้นชินของมุซาชิหรืออย่างไร ดาบในมือของเขาตวัดออกไปยาวผ่านอากาศเสียงดังเฟี๊ยวด้วยความเร็วและแรง เลือดกระฉูดออกจากคอของซามูไรผู้พุ่งเข้าไป และขาดใจล้มลงตายแทบจะไม่รู้ตัว มุซาชิถาโถมเข้าหาซามูไรที่เหลือ
ลูกธนูดอกหนึ่งวิ่งเข้ามาสู่หน้าขามุซาชิ เจ็บแปล๊บแล้วล้มลง ด้วยกายที่อ่อนแรง
แล้วลูกธนูอีกนับสิบดอกก็วิ่งมายังร่างของเขาดุจห่าฝน ดาบในมือแกว่งออก ลูกธนูล้วนถูกปัดออก
"แฮ่กๆๆ"เสียงหอบหายใจของมุซาชิดังปิดหูตนเอง
พลันลูกธนูอีกสิบดอกพุ่งใส่ ดาบในมือของเขาตวัดอีกครา ปัดได้หมดเช่นกัน
"ย้าก"เสียงคนกระโดลงจากกิ่งไม้ "สวบ"ดาบของมุซาชิแทงออก ย่อมมีคนล้มลง
"สวบๆๆๆๆ"สิ้นเสียง ชายชุดดำห้าคนล้มลง "ฉั๊วะ" คนล้มลงพร้อมคอหลุดจากบ่า เลือดสาดกระเซ็น
สติของมุซาชิยังเหนียวแน่นกับการต่อสู้ มือที่กำดาบยังแน่นเหมือนทุ่มเททุกพื้นที่ของใจไว้ในกำมือนั้น
"ฉั๊วะๆๆ"ร่างชายสามคนล้มลงพร้อมกับคอที่หลุดจากบ่า
"ปึ๊ก"ดาบของมุซาชิแทงทะลุหลังร่างชายชุดดำข้างหน้าอย่างประชิดตัวตรง
โดนตรงลิ้นปรึ่ ตาเหลือกดาบหลุดมือ แล้วโดนผลักล้มลง
"ฟิ้ว"เลือดของชายชุดดำสาดออกจากคอไปตามแรงสะบัดดาบของมุซาชิ แล้วก็ล้มลง
"มุซาชิ............ด้วยความที่เจ้าใช้ดาบฆ่าคนโดยปราศจากความแค้น โกรธ ไม่พอใจ รัก
เจ้าได้บรรลุการเป็นเทพดาบแล้ว เพราะดาบกับเจ้าคือหนึ่งเดียวกัน หากผู้ใดโดนด้านแหลมหรือคมแห่งดาบย่อมตกตาย
แม้จะเป็นด้านสันดาบก็หนาวเหน็บเจ็บเจียนตาย เจ้าบรรลุแล้ว โดยไม่มีรังสีอำมหิต
แต่เจ้าก็ยังดิ้นรนพื่อไปสู่หนทางแห่งหนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้าน น่าเสียดาย..........ใจเจ้า" เสียงนักบวชเคนชินดังก้องหูมุซาชิ
อีกเสียงหนึงดังออกมาจากใจมุซาชิ
"มุซาชิ ..........แม้จะบรรลุเทพแห่งดาบ แต่เจ้าเองยังไม่ได้ประดาบกะท่านโคจิโร่ ไร้เทียมทานเลย ไหนจะเป็นหนึ่งในใต้หล้าฯไปได้เล่า มุซาชิ"
ลูกธนูสองดอกพุ่งแหวกอากาศวิ่งเข้าใส่มุซาชิอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนบังเอิญที่มุซาชิหักหลบแล้วก็ล้มลง
"ปึ๊ก"ลูกธนูทั้งหมดปักอยู่ที่ต้นซากุระด้านหลังเขา
" หวืดๆๆๆๆ"เสียงลูกธนูแหวกอากาศมาในระยะประชิด
มุซาชิพลิกกายตวัดดาบออกไป"ฉับๆๆๆๆ" คนล้มลงห้าคน
"ฉับๆๆ"ตามติดไปอีกสามคน
มุซาชิมองท้องฟ้าเห็นเป็นสีเหลืองทอง ก่อนสะบัดดาบอีกครั้ง "ฉั๊วะ"
มีคอหนึ่งขาดกระเด็นหลุดออกจากบ่า แล้วก็ล้มลงอย่างที่คนล้มไม่คาดคิด
ตอนนี้มุซาชิเองก็ล้มลงแล้ว สิ้นสติในห้วงวินาทีนี้
มุซาชิล้มลงเพราะไร้เรียวแรง........................................ที่จะกำดาบอีกต่อไป
"มุซาชิๆๆ"
มุซาชิพลันรู้สึกตัวกับเสียงเรียก แต่เสียงที่เรียกนั้นกลับเป็นจิตของตน
"เจ้ายังหยุดไม่ได้ เจ้ายังมีภาระที่ค้างอยู่.............ไหนเลยจะหลับต่อไปได้อีก หนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้าน แต่ยังมีผู้ไร้พ่ายให้เจ้าต้องไปสู้"
มุซาชิพลันตื่นขึ้นมาอย่างอิ่มหนำในการนอน รอบตัวพันไปด้วยผ้าพันแผล แต่เรี่ยวแรงกลับมาดุจเดิม
ในกระท่อม มีกลิ่นอาหารชวนกินอยู่
"หิว"มุซาชิรู้สึกเช่นนั้น
"เจ้าหลับไปสามวันสามคืนตื่นขึ้นมาก็คงจะหิวสินะ"เสียงชายชราข้างตัวดังขึ้น และปรากฎต่อหน้า
มือขาวเรียวงามป้อนโจ๊กปลาใส่เข้าปากมุซาชิ อย่างระมัดระวัง เธอนั่งข้างๆชายชรา แต่มุซาชิกลับมองไม่เห็น เพิ่งจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อ อาหารเข้าปากแล้ว แม้จะเป็นเทพแห่งดาบก็ตาม ก็ยังมีพลั้งเผลอ เขาเองก็รู้สึกตัวว่าพลั้งเผลอ แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาลืมตาจากอาการเฉียดตาย ช้อนแล้วช้อนเล่า หยุดเมื่อมุซาชิอิ่มพอดี
"เจ้านับว่ากระดูกแข็งมาก บาดแผลสาหัสขนาดนี้ยากเยียวยา หลับเหมือนตายเพียงสามวันก็ฟื้นคืน ผู้คนที่เจ้าฆ่า......ยังฝังไม่หมดเลย"
"ฆ่า"
มุซาชิย้อนคำพูดของชายชรา เขาไม่เคยคิดจะฆ่าใครเลย เพียงแต่คิดถึงแต่การต่อสู้เท่านั้น ดาบใครเร็วกว่ากัน แล้วใครคือผู้ชนะ พลันมือขวาของเขาก็คว้าหาดาบ ดาบแห่งดาบ.............


9
ธรรมะกับชีวิต / มนุษย์ ๗ จำพวก
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 04 สิงหาคม 2017, 18:19:04 »



อยากเป็นนางเองพระเอกกันทั้งนั้น แต่ในชีวิตจริงมันแค่นางอิจฉาริษยา แถมไม่สวยไม่หล่อตามละครเสียอีก
เลยมาเล่นบทนักธรรม คลำตำรา ว่าถูกว่าผิดไปเรื่อย
เข้าใจผิดๆแบบที่ตัวเองโพสต์ ใช้ชีวิตโง่ขาดศีล มีแต่ปาก
เขียนผิด ก็บอกกูเขียนได้เท่านี้
แล้วจะเขียนไปทำไม อีนาง ไอ้จ้อย
บางคนก็เอาแต่หลอกขายสมุนไพรแปะหน้า กินกะได ทากะได แม้กระทั่งเพื่อนบ้านยังจะหลอกเลย
มันจะไปได้สักกี่มื้อละมึง
วันนี้เทศน์หนักหน่อยนะวันสุข ไอ้ชีวิตจอมปลอมจนมันลืมความจริงแท้ของชีวิตลืมศีลลืมธรรม
เสียชาติเกิดจริงๆที่มาเป็นคน เป็นยาก
ชีวิตมันก็สั้น แล้วมันจะเกิดเป็นอะไรในชาติต่อไป นึกเอา
เจริญพร
หลวงตา


มนุษย์ ๗ จำพวก

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
ณ วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร
เมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๘
มนุษย์ทั้งหลายมี ๗ จำพวก มนุษย์มี ๗ อย่าง
มนุสสติรัจฉาโน ทำไมจึงว่ามนุสสติรัจฉาโน
ดูซิ ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน
คือมันขี้เกียจขี้คร้าน รับอาหารแล้วก็นอน
ไม่รู้จักการกราบ ไม่รู้จักการไหว้ ไม่รู้จักการรักษาศีลภาวนา
ทำบุญให้ทานอะไร เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานน่ะ
มนุษย์เช่นนั้นแหละตายไปก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ดูเอาซิ พิจารณาเอาซี ร่างกายเป็นมนุษย์แต่หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน
มนุสสเปโต ร่างกายเป็นมนุษย์แต่หัวใจเป็นเปรต
มันมีแต่โมโหโทโส อยากฆ่า อยากฟัน
ความทะเยอทะยานดิ้นรน มีพยาบาทอาฆาตจองเวร
ดูซิ ใจมันมีอาฆาต นี่แหละมนุสสเปโต
ร่างกายเป็นมนุษย์ เมื่อดับขันธ์ไปแล้วก็ไปเป็นเปรต
มนุสสนิรเย มนุษย์หัวใจเป็นนรก
หัวใจเป็นนรก คือมันมืด มันกลุ้มอกกลุ้มใจ ให้ทุกข์ให้ร้อน
ดูเอาซิ นั่นแหละนรก ดับขันธ์ไปแล้วก็ไปนรกซี่
ได้รับความทุกข์ยากความลำบากรำคาญ นี่มนุษย์เช่นนี้
ทีนี้ถ้าไม่ไปเป็นอย่างนั้น เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้า
หัวใจต่ำช้า อย่างอธิบายมาแล้ว ต่ำช้ายังไงล่ะ
เป็นใบ้บ้าเสียจริต หูหนวกตาบอด ปากกืด กระจอกงอกง่อย
ขี้ทูดกุฏฐัง ตกระกำลำบาก แน่ะ มนุษย์หัวใจเป็นยังงั้น
ถ้าเกิดเป็นมนุษย์อีกก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้า
ดูซิ ใจเราทุกคน ไม่ว่าพระว่าเณร ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย
เอ้าดู อธิบายให้ฟัง ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเราไม่ต้องการก็เลิกก็ละเสีย
ให้รู้จักดีรู้จักชั่ว รู้จักผิดรู้จักถูก รู้จักฟัง อธิบายให้ฟัง
มนุสสเทโว ร่างกายเป็นมนุษย์หัวใจเป็นเทวธิดา เทวบุตร
หัวใจมีทาน มีศีล มีภาวนา รู้จักเคารพนอบน้อม รู้จักกราบรู้จักไหว้
ใจมีหิริโอตตัปปะ ละอายบาป กลัวบาป ใจเบิกบาน ใจสว่างไสว ใจดี
ดับขันธ์ก็ไปเป็นเทวบุตรเทวธิดา เรื่องเป็นอย่างนั้น ดูเอาซิ
มนุสสพรหมา ท้าวมหาพรหม นางมหาพรหม หัวใจเช่นใด
มีพรหมวิหาร มีพรหมวิหารธรรมเป็นเครื่องอยู่
หัวใจว่างไม่มีอะไร เหมือนกะอากาศนี้แหละ ว่างเปล่าหมด
เหลือแต่อรูปจิต ดับขันธ์ไปเป็นพรหม ท้าวมหาพรหม นางมหาพรหม
อยากรู้ก็ดูเอาซิ ที่อยู่ของเราเป็นอย่างนี้ มนุษย์ทั้งหลาย
มนุสสอรหัตโต ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นพระอรหันต์
คือละกิเลส ละตัณหา กิเลสคือใจเศร้าหมอง
ตัณหาคือใจทะเยอทะยานดิ้นรนกระวนกระวาย
ท่านละกิเลสตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ อวิชชา
ตัณหาอุปาทาน ภพชาติ ละขาดในสันดาน ไม่มีสิ่งเหล่านี้ในจิตใจ
เมื่อดับขันธ์ไปก็เข้าสู่นิพพาน ดับทุกข์ในวัฏสงสาร
ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก ก็เป็นแต่มนุษย์ ได้แต่มนุษย์ซิ
เราจึงมาฝึกหัดอบรมบ่มนิสัยของเรา เพ่งเล็งดูซิ
เราอย่าดูอื่น เรานั่งอยู่ก็นั่งดูใจของเรา ไม่ได้ดูดินฟ้าอากาศนะ
ใจของเรามันเป็นอย่างไร เหมือนที่อธิบายให้ฟังไหมล่ะ
มันไม่ดีตรงไหนก็แก้ไขซิ ทีนี้
มนุสสพุทโธ ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรานี้
ว่าเรื่องภพเรื่องชาติของท่าน บิดามารดาของท่านก็มี
บุตรภรรยาท่านก็มี ท่านเป็นมนุษย์ครือเรานี่แหละ
แต่ท่านประพฤติปฏิบัติ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
เป็นสยัมภู ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
ไม่มีบุคคลผู้ใดหรือใครแนะนำพร่ำสอน รู้ด้วยตนเองเป็นสยัมภู
รู้แจ้งแทงตลอดหมดซึ่งสารพัดเญยยะธรรมทั้งหลาย ไม่มีที่ปกปิด
สัตว์ทั้งหลาย ตนของท่าน บุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ญาณความรู้ความเห็นในบุพพชาติเบื้องหลัง
เป็นอะไรๆ มา ท่านรู้หมด เรื่องมันเป็นอย่างนั้น
จุตูปาตญาณ จุติจากนี้ไปอยู่ในภพชาติใด ภพน้อยภพใหญ่ ท่านรู้หมด
คือเหมือนอธิบายให้ฟังนี้ อาสวักขยญาณ สิ้นจากภพจากชาติท่านก็รู้หมด
คัดจาก ๑๐๘ ปีหลวงปู่ฝั้น อาจาโร
ประวัติ พระธรรมเทศนา และพระอภิธรรมสังคิณีมาติกาบรรยาย
ธรรมบรรณาการในโอกาสฉลองอุโบสถวัดป่าไชยชุมพล (เสลียงแห้ง) จังหวัดเพชรบูรณ์
พิมพ์ครั้งที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๑
10
ธรรมะกับชีวิต / ตรวจสอบระดับศีลธรรมประจำปี
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 04 สิงหาคม 2017, 09:58:51 »



















นเราพอเริ่มสูงวัยก็เริ่มตรวจร่างกายประจำปีดูผลเลือดกันว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
คนสมัยนี้นิยมตรวจร่างกายประจำปีเช่นนี้นี้มากเพราะกลัวตาย
เช่น
ค่าไขมันสูงหรือต่ำไป
ค่าตับ
ค่าไต
ค่าน้ำตาล
ค่าการติดเชื้อ
ค่าอะไรต่อมิอะไร
ก็แล้วแต่หมอท่านจะมองประเด็นใดสำคัญ
แต่จะมีใครบ้างนะที่กลัวบาป
จึงจะตรวจระดับศีลธรรมของตนเองบ้างว่า
ตนเองมีโลภ โกรธ หลง
มากน้อยแค่ไหน
นิวรณ์ห้ารบกวนใจขนาดไหนอย่างไร
มีศีล สมาธิ ปัญญามากน้อยเท่าไร
มีไตรสรณคมน์หรือมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นเครื่องน้อมนึกมากสักแค่ไหน
ไม่ใช่วันๆเอากิเลสมาพูดอวดลวงโลกแล้วอ้างคุณธรรมต่างๆมากมายไปวันๆ เสียเวลาอ่าน
รู้ไหมว่า
ใจมันขุ่นนะ
คนที่อ่านเขารู้กันหมด แต่คนโพสต์หลงไปนู่นอบาย
ไหว้พระ สวดมนต์ สนทนาธรรมแบบ ตรึกธรรมไม่อวดกิเลส
เจริญภาวนาเสียบ้างเถอะ
อย่าเอาขี้อลัชชีมาแฉเลยพ่อคุณแม่คุณ




เจริญๆนะลูกหลาน
หลวงตา




http://www.dusit.ac.th/department/anamai/pla_result.html

หน้า: [1] 2 3 ... 10