กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
สารพัดเรื่องสัพเพเหระ / ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเลย
« กระทู้ล่าสุด โดย kitilnw เมื่อ 18 มกราคม 2018, 23:38:22 »
ปวดหัว แบบไหนบอกอะไรคุณได้บ้าง

 

          แทง บอลเงินสด   

   
ปวดหัว เป็นอาการที่ทุกคนต่างเคยเจอ ไม่ว่าจะปวดมากปวดน้อย แต่อาการปวดหัวแต่ละอย่างนั้นไม่เหมือนกัน นี่คือ 4 อาการปวดหัวที่พบกันบ่อยที่สุด และสาเหตุของมัน

ปวดหัว เป็นอาการตอบสนองทางร่างกายต่อสิ่งเร้าที่เกิดกับร่างกายของเรา ถึงแม้เราจะรู้สึกเหมือนกันว่า ปวดหัวก็คือปวดหัว แต่ความจริงแล้วอาการปวดนั้นแตกต่างกันไปทั้งความรู้สึกและความรุนแรง รวมถึงตำแหน่งที่เกิดอาการปวดด้วย ฉะนั้น การจะรับมือกับอาการปวดหัวแต่ละแบบ เราควรมาทำความรู้จักกับความรู้สึกของการปวดและตำแหน่งที่ปวดกันก่อน เพราะอาการปวดหัวแต่ละแบบนั้นบ่งบอกสาเหตุและโรคที่แตกต่างกันไป แทง บอลเงินสด]   

ปวดหัว ข้างเดียว

ลักษณะของอาการปวดแบบนี้ก็คือ มักจะมีอาการปวดเพียงด้านเดียวของศีรษะ อาจมีการย้ายข้างได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะปวดเพียงข้างเดียวของศีรษะ โดยมักจะปวดบริเวณขมับ ความรู้สึกจะปวดตุบๆ ตามจังหวะชีพจร มักจะปวดมากขึ้นเมื่อขยับร่างกาย และมักจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งจะเกิดอาการปวดที่ด้านหลังดวงตาและศีรษะร่วมด้วย บางคนอาจมีอาการไวต่อแสงและเสียง และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยเป็นบางครั้ง

อาการปวดหัวแบบนี้เป็นอาการปวดเนื่องมาจากโรคไมเกรน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความทรมานให้ผู้ป่วยทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 10 ในเมืองไทยก็มีสถิติของผู้ป่วยไมเกนมากกว่าร้อยละ 17 โดยส่วนใหญ่เป็นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

ระยะเวลาของอาการปวดอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย บางรายอาจปวดนานถึง 72 ชั่วโมง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วยาแก้ปวดธรรมดาแบบพาราเซตามอลมักใช้ไม่ได้ผลกับการปวดหัวแบบไมเกรน ต้องใช้ยาแก้ปวดที่แรงขึ้น เพราะฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อสั่งยาให้จะดีกว่านะครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือ หากมีอาการปวดหัวจากไมเกรนบ่อยๆ แพทย์จะสามารถแนะนำให้กินยาป้องกันได้ด้วยครับทางเข้าufabet 

ปวดหัว ตื้อๆ หนักๆ

เคยเป็นกันมั้ยครับ อาการปวดตื้อๆ หนักๆ ที่ขมับ หน้าผาก กลางศีรษะ และท้ายทอย อาการปวดจะรู้สึกเท่าๆ กันทั้งสองด้านของศีรษะ โดยอาจจะเริ่มต้นที่ด้านหลังของศีรษะ และคอ แล้วเรื่อยลงไปที่ไหล่ หรืออาจปวดจากไหล่ขึ้นมาหาศีรษะก็เป็นได้

อาการปวดนี้อาจจะต่อเนื่องกันอยู่นานเพียงครึ่งชม. จนถึงหลายวัน บางคนอาจปวดนานติดต่อกันทุกวันเป็นสัปดาห์ หรืออาจเป็นแรมเดือน หรืออาจเป็นๆ หายๆ ก็ได้ โดยอาการปวดมักจะคงที่ ไม่ปวดรุนแรงขึ้นจากที่เริ่มเป็น ส่วนมากจะเป็นความรู้สึกปวดตื้อๆ หนักๆ พอรำคาญ หรือทำให้รู้สึกไม่สบาย แต่จะไม่มีไข้ ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ตาพร่าลาย ไม่ปวดมากขึ้นเมื่อถูกแสง หรือมีการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยอาจจะปวดตั้งแต่หลังตื่นนอนตอนเช้า หรือไปปวดเอาตอนบ่ายๆ เย็นๆ หรือหลังจากต้องคร่ำเคร่งทำงานหนัก หรือมีเรื่องวิตกกังวล

หากนี่คืออาการปวดที่คุณกำลังเชิญอยู่ คุณอาจกำลังเจออาการปวดหัวเนื่องจากความเครียดเข้าให้แล้วก็ได้ครับทางเข้าufabet 

 

อาการปวดหัวจากความเครียดเป็นหนึ่งในอาการปวดหัวที่พบบ่อยที่สุด ในกลุ่มคนวัยทำงานในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่สาเหตุจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ ลำคอ และใบหน้า ซึ่งอาจถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าหลาย รวมทั้งการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อไหล่ คอ จากท่านั่ง ความเครียด หรือการขาดการนอนหลับ

หากคุณรู้สึกว่ากำลังถูกรบกวนด้วยอาการปวดหัวแบบนี้ ซึ่งอาจบรรเทาได้ด้วยการกินยาแก้ปวดแบบธรรมดา แต่ถ้าปวดหัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจนะครับ การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลตัวเองและการปฏิบัติตัว ซึ่งเทคโนโลยีการแพทย์แบบ Telemedicine สามารถช่วยคุณในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถพบแพทยืได้ในทันทีที่ต้องการ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปพบแพทย์ เหมาะอย่างยิ่งกับชีวิตของคนทำงานอย่างเราๆ ครับufabet

ปวดหัวหรือปวดฟัน

อาจมีบางครั้งที่คุณรู้สึกปวดร้าวที่แนวกรามและขากรรไกร จากนั้น ก็ลามไปปวดที่ศีรษะทั้งสองข้าง เป็นอาการปวดเหมือนมีอะไรมารัดรึงที่หัว หรือปวดตื้อๆ หรืออาจมีอาการปวดรอบๆ ลูกตาด้วย

อาจฟังดูไม่น่าเชื่อที่อาการปวดหัวแบบนี้ สาเหตุที่แท้จริงแล้วมาจากไม่ได้มาจากหัว แต่มาจากปัญหาเรื่องสุขภาพฟันของเรา เนื่องมาจากฟัน ข้อต่อกรรไกร กล้ามเนื้อบดเคี้ยว กล้ามเนื้อคอ และกล้ามเนื้อบริเวณไหล่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน จึงมีส่วนชักนำทำให้เราปวดหัวได้

โดยหากเรามีปัญหาเรื่องการสบฟันที่ผิดปกติ เช่น มีฟันเก ฟันล้ม ฟันถูกถอนไป มีการเคี้ยวข้างเดียวไม่สมดุล การทำงานของกล้ามเนื้อก็พลอยไม่สมดุลไปด้วย เพราะทำงานหนักไปข้างหนึ่ง โดยไม่มีโอกาสพักทำงานตลอดเวลา ทำให้มันมีการสะสมของการดึงรั้งอย่างมาก จนในที่สุดก็เป็นการเปลี่ยนมาเป็นการเจ็บปวดที่ศีรษะแทน

อาการปวดแบบนี้เรียกว่าเป็น “อาการปวดแบบส่งต่อ” หรือ “referred pain” นั่นคือ ต้นตอการปวดอยู่ที่หนึ่ง แต่จะไปรู้สึกมีอาการปวดอีกที่หนึ่ง

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาจึงไม่ใช่แค่การกินยาแก้ปวด แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งหากอาการปวดหัวของคุณมาจากการปัญหาเรื่องฟัน จะได้ปรึกษาทันตแพย์เพื่อตรวจภายในช่องปากและทำการรักษาต่อไปครับ 

 

ปวดหน่วงๆ ที่หน้าผากและกระบอกตา

ufabet

ถ้าคุณกำลังรู้สึกถึงอาการปวดตื้อๆ หน่วงๆ บริเวณหน้าผาก ร้อนผ่าวๆ ที่กระบอกตา รวมถึงโหนกแก้ม ในบางรายอาจรู้สึกคล้ายปวดฟันซึ่บน โดยอาจปวดเพียงข้างเดียวหรือปวดทั้งสองข้างก็ได้ บางครั้งอาจมีอาการมึนศีรษะร่วมกับอาการปวด และอาการปวดมักจะเป็นมากขึ้นในช่วงเช้าหรือบ่าย และเวลาก้มศีรษะหรือเปลี่ยนท่า

อาการปวดในลักษณะนี้ เมื่อมีอาการอื่นร่วมด้วย อย่างเช่นอาการเป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหลนานต่อเนื่อง ไอติดต่อกัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ก็สันนิษฐานได้ว่านั่นไม่ใช่แค่อาการปวดหัวธรรมดาๆ แต่คุณอาจเจอกับอาการไซนัสอักเสบเข้าให้แล้วครับ

ไซนัส ก็คือโพรงอากาศที่อยู่รอบๆ โพรงจมูกเราทั้งซ้ายและขวา มีหน้าที่ให้ความอบอุ่นและความชื้นแก่อากาศที่หายใจเข้าไปในทางเดินหายใจ ช่วยปรับเสียงพูด ช่วยในการรับรู้กลิ่น และสร้างเมือก เพื่อให้ความชื้นและชะล้างโพรงจมูก ตามปกติทางเชื่อมต่อนี้จะเปิดโล่งและเมือกหรือน้ำมูลใสๆ ที่มีการสร้างอยู่ในไซนัส ก็สามารถไหลระบายลงสู่โพรงจมูกได้

แต่ถ้าหากทางเชื่อมดังกล่าวเกิดการอุดกั้นขึ้นมาด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมือกที่ผลิตในไซนัสไม่สามารถออกมาได้ ก็จะทำให้เรามีอาการปวดบริเวณหน้าผาก หัวคิ้ว ระหว่างตาทั้งสองข้างหรือบริเวณแก้ม ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเพียงพอ รูเปิดระหว่างช่องจมูกและไซนัสมีการตีบตันมานานจนเรื้อรัง การบวมของเยื่อบุอาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นริดสีดวงจมูก หรือมีการอักเสบติดเชื้อเป็นหนองในไซนัสได้

ไซนัสอักเสบบางชนิดรักษาให้หายขาดได้ บางชนิดอาจรักษาหาย แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นใหม่ ทางที่ดีที่สุดก็คือควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้เป็นเรื้อรังครับ

เพราะฉะนั้นถ้ารู้สึกปวดหัวในแบบที่ว่านี้ อย่าเพิ่งคว้ายาแก้ปวดมากินประทังไปวันๆ เลยครับ การปรึกษาแพทย์จะช่วยคุณได้ดีที่สุด โดยหากยังไม่แน่ใจว่าอาการปวดของตัวเองจะเกี่ยวเนื่องกับสาเหตุใดๆ การได้ปรึกษาแพทย์โดยตรงจะช่วยให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องและตรงจุด ซึ่งเดี๋ยวนี้ การปรึกษาแพทย์ก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยี Telemedicine ที่สามารถได้รับคำปรึกษาได้อย่างทันใจทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเลย

คราวนี้ ก็ไม่ต้องทนกับอาการปวดแบบไม่รู้สาเหตุ และไม่ต้องกินยาแก้ปวดแบบผิดวิธีกันอีกต่อไปแล้วนะครับแทง บอลเงินสด]   

 

 
2
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / แม่
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 09 มกราคม 2018, 20:56:57 »
แม่ไม่เคยบอกให้คิดถึงแม่เลย
แม่บอกว่าไว้ใจในการตัดสินใจของลูกเสมอ
แม่ไม่ห่วง
และบอกว่าอย่าไปช่วยพี่น้องมากเลยแม่เอาเงินลูกไปช่วยเยอะแล้ว

แม่ขอบใจที่ทำให้แม่มีความสุขที่สุด

แม่ตายแบบกล้าหาญ
เรียบง่าย
ระบบค่อยๆพังไปทีละระบบอย่างงดงาม

แม่ที่มีแต่........ให้
แม่ที่ไม่เคย......บ่น
แม่ที่ให้กำลังใจทุกนาที
ทรหดอดทน
เกินคนที่ลูกเคยเห็น

ใจดีกับทุกคน
ฉลาด
ไม่คบคนชั่วเป็นมิตร

ลูกจึงรักแม่ทุกลมหายใจตลอดกาล

แม่ยังคงอยู่ตรงนี้เสมอให้ลูกทำดีเพื่อแม่

ลูกของแม่




3
ธรรมะกับชีวิต / 3 in 1
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 05 มกราคม 2018, 20:47:24 »



3 in 1

ความอยาก

หนึ่ง
คุณอยากให้ตัวเองเป็นอะไร
ทำอะไร
เพื่ออะไร

สอง
คุณอยากให้เมียคุณทำอะไรให้คุณบ้าง

สาม
คุณอยากให้ลูกคุณทำอะไรให้คุณบ้าง

สี่
คุณอยากให้พ่อและแม่ของคณทำอะไรให้คุณบ้าง

ห้า
คุณอยากให้เพื่อนๆทำอะไรให้คุณบ้าง

หก
คุณอยากให้ญาติๆของคุณทำอะไรให้คุณบ้าง

เจ็ด
คุณอยากให้เพื่อนของคุณทำอะไรให้คุณบ้าง

แปด
คุณอยากให้เพื่อนร่วมงานทำอะไรให้คุณบ้าง

เก้า
คุณอยากให้หมอและพยาบาลของคุณ รวมทั้งรพที่คุณทำบุญให้ทุกๆปี
ทำอะไรให้คุณบ้าง

สิบ

คุณอยากให้คนใช้ คนขับรถ หรือแม่บ้านทำอะไรให้คุณบ้าง

สิบเอ็ด

แล้วคุณไม่อยากทำอะไรให้ใครบ้าง

สิบสอง

คุณอยากทำอะไรให้ใครบ้างเล่า

สิบสาม

คุณอยากให้มัจจุราชทำอะไรให้คุณบ้าง

เม้าตาอิ่ม





เศรษฐีขี้ตืด



ภาษาไทยวันนี้หลายคำ



แม่งแปลว่าแม่มึง

พ่องแปลว่าพ่อมึง
น่ามคานแปลว่าน่ารำคาญ

ส้นแปลว่าส้นตีนเป็นของต่ำ

เอี้ยแปลว่าสัตว์เลื้อยคลาน ชนิดหนึ่ง มันไม่ได้ทำอะไรคนเลย
มันอยู่เฉยของมัน

สาดแปลว่าสัตว์ที่มันอยู่ของมันดีๆจนคนบางคนอยากเป็นแบบมันบ้าง โดยเฉพาะคนด่าใช้ชื่อเรียกมันมาด่า
คงจะอิจฉามัน เพราะมันไม่มีทุกข์ทางใจ

หยุดแปลว่าพอแล้วครับ
ภาษาไทยวันนี้หลายคำ

สวัสดีปีใหม่ครับ

นักปาดข้างถนน


นายเผือก



คนนั้นทำไมทำอย่างนี้
คนนี้ทำไมไม่ทำอย่างนั้น

เขาจะเป็นอะไรไหมถูกหวยรัฐรางวัลที่หนึ่งยกชุด
แล้วทำใบหวยหาย

ทำไมเธอไม่ทำแบยนั้น
ลูกจะมาไหมวันนี้

ทำไมไม่กินอย่างนี้ดีต่อสุขภาพ
หมอที่นี่ทำไมทำอย่างนั้นจะเอาแต่เงิน

หมอที่นี่ดีไม่เอาเงินเลย

ทำไมเขาไม่มาสวดมนต์นั่งสมาธิกันนะ
จิตใจจะได้สงบลงบ้าง

แล้วคุณจะทำอะไรบ้างล่ะ
นอกจากรู้เรื่องคนอื่นมามากแล้วเหนื่อยไหม

นายเผือก






4
ห้องรับแขก / .
« กระทู้ล่าสุด โดย ufath999 เมื่อ 30 ธันวาคม 2017, 20:02:54 »


                                                       

. 

 เราคือเว็บไซต์ .   เปิดให้บริการ ยูสเซอร์ หรือ เอเย่นต์เว็บพนัน ได้โดยตรง  โดยไม่ผ่านนายหน้า ทำให้ลูกค้าของทาง  มั่นใจได้ว่าจะได้ว่าจะได้ค่าคอมมิชชั่น หรือ ถือหุ้นสุงสุดแน่นอน ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ เว็บไซต์ . และ คาสิโนออนไลน์  ที่มีระบบทันสมัยที่สุด ท่านสามารถเล่นเกมส์ได้ทุกประเภท โดยไม่ต้องโยกย้ายเครดิตให้ยุ่งยาก เพียงท่านสมัครสมาชิกกับเราวันนี้ ท่านสามารถเล่น คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ รูเล็ต . และ . โดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม ด้วยระบบที่ทันสมัยของเรา ท่านจะสัมผัสถึงความสะดวกด้วยระบบที่ทันสมัยที่สุดกับ UFA-TH  ได้แล้ววันนี้

แทงบอลออนไลน 

สมัครสมาชิก UFA-TH เราพร้อมให้บริการกับท่านตลอด 24 ชม.

ด้วยบุคคลากรที่ชำนาญพร้อมให้บริการกับท่านและยินดีให้บริการทั้งท่านที่เป็นลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ให้ท่านประทับใจอย่างแน่นอน

ufabet   

เว็บไซต์ แทงบอลเงินสด ที่ให้บริการ พนันออนไลน์ อันดับหนึ่ง

ให้บริการ  แทงบอลเงินสด คาสิโนออนไลน์ มวย หวย ไม่ผ่านเอเย่น เราให้บริการด้านการเดิมพันแบบครบวงจร 

 
CALL CENTER ตลอด 24 ชั่วโมง

088 287 8224

088 287 8223

ID LINE : @ufath

ID LINE : ufath
5
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 30 ธันวาคม 2017, 16:43:51 »



มีดบินสะท้านฟ้า หนึ่ง

ลี้มิ้งเป็นบุตรชายคน โตหนึ่งของบุตรชายเจ็ดคนของท่านประมุขลี้ ที่เบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส
จึงหลบลี้ยุทธภพมาออกบวชที่วัดเส้าหลิน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ คงจะมีแต่เอี้ยงเจ็งไต้ซือเจ้าอาวาสเท่านั้น และเมตตาให้อยู่ปรนนิบัติรับใช้ข้างกาย
ด้วยพื้นฐ านวรยุทธที่เด่นล้ำของลี้มิ้งจึงป็นศิษย์โดดเด่นในรอบร้อยปีแห่งวัดเส้าหลิน
สืบทอดยอดวิชาเร้นลับจาด
มีดบินสะท้านฟ้า.....สอง



กำเนิดฤทธิ์มีดบิน





เมื่อครั้งที่ท่านประมุข อั้ง
พรรคกระยาจก
ตกตายตามกันไปกับจอมมารบูรพาอ้าวเว้ย

เพราะการประลองยุทธ
ก็ยังคงเหลือแต่
วีรบุรษเจ้ายุทธก๊วย

ที่มีวรยุทธสูงล้ำที่สุดในใต้หล้า

ด้วยฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า
ที่พลิกแพลงบัญญัติเองเป็นส่วนใหญ่

จนสะเทือนลือลั่นยุทธภพมาช้านาน

ไม่นับฝ่ามือพลิกสลับที่ท่านฝึกได้อย่างรุดหน้าเกินผู้ที่ถ่ายทอดผู้เฒ่าจิว

จนท่านเร้นกายหายไปจากยุทธภพ

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยท่านอยู่สุขสงบมาช่วงเวลาหนึ่ง

จนกระทั่งท่านต้องต่อสู้กับศัตรูของชาติที่มีกำลังมากกว่ามาก
และสละชีพเพื่อ

ก่อนหน้านี้.....ท่านได้ทบทวนวรยุทธกับฮูหยินก๊วยอึ้งอยู่บ่อยๆ

ครั้นได้เห็นยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตาย

เป็นวิชาแนวอ่อนสยบแข็ง
ที่ปรมาจารย์อั๊งท่านเมตตาสอนให้ไว้ป้องกันตัวจากเภทภัย

แต่ด้วยวิชาที่ท่านฝึกยุทธมาช้านานนั้น
เป็นวิชาแนวแข็งกร้าว กล้าแกร่งรุนแรงด้วยพลังยุทธเลิศล้ำ

ด้วยความสงสัยในเคล็ดวิชาอละความใฝ่รู้ของท่าน
ว่า
ทำไมผู้เป็นจ้าวยุทธเช่นท่าน
ใยจึงไม่สามารถฝึกวิชาเข็มสะบัดฯจากฮูหยินได้สำเร็จ

ท่านใคร่ครวญคิดมานานก่อนศึกครั้งสุดท้ายที่จะพลีชีพห้าปี
นานนับสิบเอ็ดเดือน

จึงได้เห็นทารกเยาว์วัยอายุประมาณแปดปีสองคนวิ่งเล่นกันในนอกเมือง

ทารกผู้หนึ่งแข็งแรงกว่าข่มเหงอีกผู้หนึ่งที่อ่อนแอกว่า

จนผู้ที่อ่อนแอกว่าทนสู้ไม่ไหว

จึงหันไปหยิบกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะ
เขวี้ยง ออกไปที่ศรีษะทารกอีกผู้หนึ่ง
ด้วยแรงที่มันมีสูงสุด

บังเอิญ....โดนคอหอยทารกอีกผู้หนึ่ง มันถึงกับชักตาตั้ง

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยจึงลงมือช่วยมันจนรอดปลอดภัย เอาชีวิตแทบไม่รอด

แล้วท่านก็ก้มกายลงหยิบกิ่งไม้ชิ้นนั้นซัดออกไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าตรงๆด้วยจิตปลอดโปร่ง

เสียงกิ่งไม้แหวกอากาศออกไป
ดังราวเสียงธนูที่ท่านเคยยิงนกอินทรี

"ฟิ้ว"

กิ่งไม้ปักลึกจมลงไปในแก่นต้นไม้ใหญ่ทันที

"เปรี้ยง"

ท่านบรรลุยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตายแล้ว

ซี่งท่านบัญญัติมันว่า
ฤทธิ์มีดบิน





ท่านเจ้าอาวาสจนพลังสูงล้ำกว่าท่านเองเสียอีก


แม้ไม่มีใครจะล่วงรู้ก็ตาม
มีแต่เพียงชื่อบ่เมี่ยแปลว่าไร้ชื่อเท่านั้น



ในยามสองของราตรีกาลที่วัดเส้าหลิน
กลับมีุบุรุษชุดดำสองคน
ล่องลอยเข้ามาด้วยท่าร่างเด่นล้ำ เพียงการสะกิดปลายเท้าเพียงครั้งเดียวก็ก้าวข้ามตึกต่างๆในวัดเส้าหลินได้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย
จวบจนเกือบถึงตึกเก็บคัมภีร์ใกล้กุฎิเจ้าอาวาส
ด้วยท่าร่างและวิชาตัวเบาที่หาผู้ใดเทียบได้ยากในยุทธภพท
ี่จะมีแต่แมวขโมย
และเล็กสี่คิ้วสองสหายเท่านั้นที่จะทำเช่นนี้ได้ รวมทั้งจอมยุทธชอผู้ไร้การได้กลิ่น
ในขณะนั้นกลับมีบุรุษชุดแดงเพลิงสามคนโดดลงไปที่ชั้นสองของ
หอเก็บคัมภีีร์แล้ว
ที่พลิ้วตัวเบาได้ราวกับกับขนนก
“หยุดนะผู้บุกรุก“

เสียวร้องเตือนจากหลวงจีนซันเต๋อผู้ดูแลตึกที่มีวรยุทธอันดับสองแห่งวัดเส้าหลิน
แต่ท่าร่างสีแดงทั้งสามคนกลับลงมือแล้วต่อหลวงจีนซันเต๋อด้วย
ฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ
ที่หายสาปสูญไปหลังจากปะทะฝ่ามือพิขิตมังกรของ
วีรบุรุษจอมยุทธ่ก้วย

[/b][/size][/color]
6
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 29 ธันวาคม 2017, 17:17:06 »
มีดบินสะท้านฟ้า.....สอง



กำเนิดฤทธิ์มีดบิน





เมื่อครั้งที่ท่านประมุข อั้ง
พรรคกระยาจก
ตกตายตามกันไปกับจอมมารบูรพาอ้าวเว้ย

เพราะการประลองยุทธ
ก็ยังคงเหลือแต่
วีรบุรษเจ้ายุทธก๊วย

ที่มีวรยุทธสูงล้ำที่สุดในใต้หล้า

ด้วยฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า
ที่พลิกแพลงบัญญัติเองเป็นส่วนใหญ่

จนสะเทือนลือลั่นยุทธภพมาช้านาน

ไม่นับฝ่ามือพลิกสลับที่ท่านฝึกได้อย่างรุดหน้าเกินผู้ที่ถ่ายทอดผู้เฒ่าจิว

จนท่านเร้นกายหายไปจากยุทธภพ

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยท่านอยู่สุขสงบมาช่วงเวลาหนึ่ง

จนกระทั่งท่านต้องต่อสู้กับศัตรูของชาติที่มีกำลังมากกว่ามาก
และสละชีพเพื่อ

ก่อนหน้านี้.....ท่านได้ทบทวนวรยุทธกับฮูหยินก๊วยอึ้งอยู่บ่อยๆ

ครั้นได้เห็นยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตาย

เป็นวิชาแนวอ่อนสยบแข็ง
ที่ปรมาจารย์อั๊งท่านเมตตาสอนให้ไว้ป้องกันตัวจากเภทภัย

แต่ด้วยวิชาที่ท่านฝึกยุทธมาช้านานนั้น
เป็นวิชาแนวแข็งกร้าว กล้าแกร่งรุนแรงด้วยพลังยุทธเลิศล้ำ

ด้วยความสงสัยในเคล็ดวิชาอละความใฝ่รู้ของท่าน
ว่า
ทำไมผู้เป็นจ้าวยุทธเช่นท่าน
ใยจึงไม่สามารถฝึกวิชาเข็มสะบัดฯจากฮูหยินได้สำเร็จ

ท่านใคร่ครวญคิดมานานก่อนศึกครั้งสุดท้ายที่จะพลีชีพห้าปี
นานนับสิบเอ็ดเดือน

จึงได้เห็นทารกเยาว์วัยอายุประมาณแปดปีสองคนวิ่งเล่นกันในนอกเมือง

ทารกผู้หนึ่งแข็งแรงกว่าข่มเหงอีกผู้หนึ่งที่อ่อนแอกว่า

จนผู้ที่อ่อนแอกว่าทนสู้ไม่ไหว

จึงหันไปหยิบกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะ
เขวี้ยง ออกไปที่ศรีษะทารกอีกผู้หนึ่ง
ด้วยแรงที่มันมีสูงสุด

บังเอิญ....โดนคอหอยทารกอีกผู้หนึ่ง มันถึงกับชักตาตั้ง

วีรบุรุษเจ้ายุทธก๊วยจึงลงมือช่วยมันจนรอดปลอดภัย เอาชีวิตแทบไม่รอด

แล้วท่านก็ก้มกายลงหยิบกิ่งไม้ชิ้นนั้นซัดออกไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าตรงๆด้วยจิตปลอดโปร่ง

เสียงกิ่งไม้แหวกอากาศออกไป
ดังราวเสียงธนูที่ท่านเคยยิงนกอินทรี

"ฟิ้ว"

กิ่งไม้ปักลึกจมลงไปในแก่นต้นไม้ใหญ่ทันที

"เปรี้ยง"

ท่านบรรลุยอดวิชาเข็มสะบัดซัดจุดตายแล้ว

ซี่งท่านบัญญัติมันว่า
ฤทธิ์มีดบิน




7
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 18 ธันวาคม 2017, 10:23:13 »
ฤาจะอวสานมีดบิน

ดาบเด็ดเดี่ยวตอนล่าสุด

ชายชราสูงวัย ยืนเด่นเป็นสง่าเฉกเช่นขุนนางใหญ่

มือไพล่หลังอยู่ตรงบริเวณหน้าผา ทิวทัศน์สวยงามแห่งต้นฤดูหนาว

ลมพัดแรงจนเคราและหนวดขาวของท่านพริ้วไสว

ในมือขวากลับปรากฎมีดเล่มหนึ่ง
แกะสลักรูปหญิงสาวบนไม้ท่อนหนึ่ง ข้างกายท่านกลับมีเก๋งจีนหลังหนึ่งมีสุราไผ่แดง กลับแกล้มเล็กน้อยวางอยู่

ในครึ่งชั่วยามท่านยังสงบนิ่ง กระแอมไอบ้างในบ้างครั้ง เสียงนกบินร้องก้องฟากฟ้าสีคราม

มีเมฆล้อลมเล่นบ้างเล็กน้อย

เสียงรำพึงแว่วมาตามลมพอให้ท่านได้ยิน

นั่นคงเป็นเพราะผู้กล่าวรำพันนั้นมีพลังลมปราณลึกล้ำยิ่งนัก
ทอดตาทั่วแผ่นดินคงจะมีไม่เกินห้าคนที่จะทำได้เช่นนี้
หนึ่งประมุขซ่าง ห่วงหงส์มังกร
สอง ประมุขลี้ มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้า
สาม ธนูสามเศียรมังกร ที่คันธนูยากที่จะมีผู้ใดยกได้
สี่ เทพกระบี่สายฟ้าอัคคีบาตฉีไต้เฮียบ
และห้า สุดยอดอาวุธซัดเพลิงพิรุณ
ล้อเชี่ยงเฮง

" สตรีงาม เลอเลิศ เหนือปฐพี
ใยยอมพลี ให้สหาย ช่วยชีวิต
กล่าวอ้างถึง ไปใย พรหมลิขิต
ถื่อน้ำมิตร ยิ่งกว่า ใจตนเอง

ข่มเหงใจ สตรีคนรัก ให้ฝักใฝ่
ตามแต่ใจ สหาย เยี่ยงนักเลง
รักสหาย ยิ่งกว่า ใจตนเอง
จนมิเกรง ใจอนงค์ จักตรมตาย

นับวันยิ่ง ชอกช้ำ ระกำใจ
เพราะเฉไฉ ในความรัก ไร้ที่หมาย
ร้อนรุ่มใจ ร้อนกาย ไม่สบาย
ร่ำกระหาย เห็นสตรี ในดวงใจ

จวบจนนาง ที่รัก ตายจากไป
ยิ่งตรอมใจ ยิ่งทุกข์ จนทนไม่ไหว
รวยรินด้วย ไอโรค เป็นไฉน
นั่งหวั่นไหว เดียวดาย ท้อแท้ทุกข์ใจ

ลี้เอ๋ยลี้ ใยขลาดเขลา ปํญญาเบา
ไม่ตรองเอา อ้อมกอดนั้น น่าพิศมัย
มัวไปเล่น ร่ำรี้ เล่นพิไร
ใจไม่ไหว ทนไม่ได้ เพราะขาดธรรม"

ฟังกลอนจบประมุขลี้ถึงกับกระอักโลหิตเป็นลำยาว ใบหน้าซีดเผือดทันที
ช้ำใจและโศกกับโศลกกลอนนั้นจนรับแทบไม่ไหว

ปราณกระบี่รวดเร็วและหนักหน่วง แม้จะจะเป็นกระเหล็กทือๆเล่มหนึ่ง แต่ด้วยควาทเร็วแหวกอากาศเช่นนี้

ฟิ้ว
ทันทั้งแหลมคมดุจเหล็กกล้า
ที่สำัคัญกลับเป็นของ อายุสหายสนิทหนึ่งเดียวที่มีนมี
ประมุขลี้แค่นเสียงใช้มีดสั้นตีจากเหล็กกล้าสามสีออกต้านรับ
เคร้ง

กระบี่เหล็กกล้าซัดแทงกลับมาอีกสามกระบี่ความเร็วสูงขึ้น:

"เด็กน้อยฝีมือร้ายกาจนัก"

ประมุขลี้กวัดมีดออกไปสามครั้งต้านรับ
เปรี้ยง
ในยุทธจะมีผู้ใดรับกระบี่เร็วสามพลิกแพลงนี้ได้เล่า นอกจากคนตายแล้วแลัผู้ที่อยากจะตายเท่านั้น
ท่านหยามและดูกูกข้าเกินไปแล้วท่านประมุขลี้
นอกจากศพท่านข้าจะล้างตระกูลท่านด้วยมีดสั้น
เพราะท่านทำให้แม่ข้าต้องตาย

ขาดคำมันซัดมีดสั้นออกจากมือซ้ายของมันออกมาทันที

ประมุขลี้สะบัดมือขวาออกไปหนึ่งครั้ง

มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้าปักกลางหน้าอกหนุ่มน้อยที่อายุไม่เกินยี่สิบห้า ปี
มันกระเด็นหงายหลังทันที
ในขณะที่มีดบินของมันแยกออกมาเป็นสี่เล่ม

ปักที่คอหอยประมุขลี้เล่มหนึ่ง อีกสองเล่มจะปักกลางหัวใจของประมุขลี้ แต่มันเอาฝ่ามือขวารับไว้ได้
อีกหนึ่งเล่มใช้กลางฝ่า้มือซ้ายรับได้เข่นกัน
“อ๊าก“
ประมุขลี้ล้มลงขาดใจตายตกหน้าผาลงไปทันที




8
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 04 ธันวาคม 2017, 11:33:31 »
ศึกทวนสะท้านภพ หนึ่ง และสอง

ทวนทมิฬหลังจากผาดโผนในยุทธภพจนไร้ผู้ต่อต้านแล้ว
ท่านก็เร้นกายหายไปอยู่ในหุบเขาทิวสนมานาน
ไม่มีผู้ใดกล้าไปท้าประลองอีกเลย
แต่ในยุทธภพยังคงลำดับอาวุธของท่านเป็นอันดับสี่ลองลงมาจากมีดบินของท่านผู้แซ่ลี้
จะนับอย่างใดได้ในเมื่อสองยอดยุทธไม่เคยประลองกันหรือแม้กระทั่งพบกัน
ณ.สถานที่แห่งหนึ่ง
บุรุษหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีแต่งกายชุดดำรัดกุม ใบหน้าคมคายอาจหาญ
ลำตัวแข็งแกร่ง เหมือนผู้ฝึกกำลังภายนอกมานาน
ล่ำสัน คิ้วโกร่ง แววตาดุจดั่งพญาอินทรีย์
ถือห่อผ้ายาวสี่เชียะยืนหน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แล้วร้องตะโกนเรียกอยู่หน้ากระท่อม
"ท่านผู้อาวุโส ๆๆ"
สิ้นคำพูด
ชายฉกรรจ์บุคคลิกน่าเกรงขาม ท่าทางสง่างาม น่ายำเกรง
หนวดเครายาว ตกแต่งเป็นระเบียบอย่างดี
เดินก้าวออกมา ใบหน้าแย้มยิ้ม อารมณ์ดี
"มีอะไรหรือพ่อหนุ่ม"
บุรุษหนุ่มน้อมก้มตัวลงคำนับ ทำความเคารพอย่างเต็มห้วใจ
"ผู้น้อยหลี่ชิงอี้ ฝึกทวนมาสิบสี่ปีกับมวยไท้ชี่กง
อยากได้คำชี้แนะจากท่าน....ผู้อาวุโสสักครั้ง"
"เจ้ามีคุณสมบัติใดหรือ"
ชายหนุ่มยกห่อผ้าเบื้องหน้าขึ้น
พร้อมกล่าวคำเชื้อเชิญจอมยุทธที่อยู่เบื้องหน้าทันที
"ข้าน้อยล่วงเกินท่านแล้ว"
พลางกระแทกห่อผ้าลงพื้นเบาๆ
"ตึง"
ที่พื้นใกล้ๆฝ่าเท้าของมันกลับมีหลุมลึกสี่นิ้วเป็นรอยร้าวถึงปลายเท้าจอมยุทธเบื้องหน้า
"น่าอัศจรรย์ยิ่ง อายุเพียงเท่านี้ พลังล้ำเลิศ"
พลันลงมือจี้พลังดรรชนีออกไปยังบุรุษหนุ่มตรงๆด้วยพลังแข็งกร้าวสุดหยั่งคาดออกไป
"ฟุ่บ"
หลี่ชิงอี้เกร็งกำลังแขนสุดตัวยกห่อผ้าต้านรับพลังดรรชนี
"ตึง "
ยังไม่ทันหายใจ อีกกระบวนท่าตามออกมา เป็นนิ้วฟันตรงๆออกแนวเฉียงทางขวา
"ตูม"
หลี่ชิงอี้ กระเด็นออกไปสามก้าว ลมปราณแปรปรวน สีหน้าขาวซีด
ท่าแทงตรงดัชนีตามติดร้อยรัด
"ฟุ่บ"
"เปรี้ยง"
ฟ่ามือหลี่ชิงอี้แทบฉีก คลื่นไส้อยากอาเจียน
"ทวนทมิฬเกรียงไกร ฟาดกองทัพ สะท้านภูผา"
หลี่ชิงอี้รำพึงสามกระบวนท่าที่คู่ต่อสู้ใช้ออกมา
"ข้าฯไม่เกรงใจท่านอาวุโสแล้ว"
หลี่ชิงอี้ กล่าวพลางสะบัดห่อผ้าในมือออกพลาง
ที่มันถืออยู่กลับเป็นทวน
ทวนเหล็กไหล อาชาเลือดของแม่ทัพจูล่ง
เพราะตระหนักรู้แล้วว่าเมื่อพบคู่ต่อสู้ที่ยามเริ่มลงมือก็ใช้ท่าไม้ตายออกมาเลยนั้น หากจะรักษาชีวิตตนเองต้องทุ่มพลังสุดขีด

"ทวนทมิฬอันร้ายกาจ"

หลี่ชิงอี้พอเปิดเผยทวนเหล็กไหล กายสิทธิ์แล้ว ชิงลงมือทันที
ด้วยท่ากวาดสามขุมเขา
พลังหนักหน่วงดังอุกาบาตถล่ม
" ตูม ตูม ตูม "

ทวนทมิฬ ยืนเด่นเป็นสง่าหนักแน่น ต้านรับด้วยสามพลังดรรชนี

" พายุโหมแรงกล้า ฟาดใส่ปฐพีแตก "
หลี่ชิงอี้ ดวัดแกว่งทวน้หนือศรีษะ ฟาดออกมาสุดแรงหวังพิชิตในท่าเดียว

ทวนทมิฬกลับรับได้ด้วยดรรชนีเพืยงสองนิ้ว ใบหน้าชุมเหงื่อ

"เปรี้ยง"

"สาดซัดคลื่นถาโถม คลื่นน้ำถล่มยอดภูผา "
ทวนเหล็กไหล กวาดทวนใส่แทวออกไปสี่ครั้ง คนละทิศทาง

ทวนทมิฬเผยโฉมเป็นทวนเงินผสมเหล็กออกต้านรับ

" ปังๆๆๆ"
"เจ้าร้ายกาจจริงเจ้าหนู คลื่นลูกหลังไล่คลื่นลูกแรก เจ้าจะไร้ผู้ต้าน "

ทวนเหล็กไหลแทงล่างสามใด้ามยาวตึบนสาม

"เปรี้ยง ๆๆๆๆๆๆ"

"ทวนทมิฬกระหน่ำกองทัพ"
ยามนี้ทวนทมิฬกลับใช้ไม้ตายออกมาแล้ว นั่นหมายถึงว่าทวนเหล็กไหลกล้าแกรางเพียงใด

"เปรี้ยง"
ทวนเหล็กไหลอันแสนหนักปลิวหลุดมือเจ้าไปหลายเมตร
"ฟิ้ว "

"อ๊าก"

กลับมีวัตถุบินได้พุ่งเป้าตรงที่กลางคอหอยของทวนทมิฬ ตัดหลอดลมของมันจนขาด
ขาดใจตายทั้งๆที่ยังกระพริบตาไม่ทัน
ทวนทมิฬล้มลงแล้ว
กลับมีหัวลูกธนู ปักที่คอหอย

" ธนูทอง "




9
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / BUY 1 GET 1
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 02 ธันวาคม 2017, 17:02:54 »



Buy 1 Get 1
รู้ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แยกตามระดับ
หนึ่ง รู้ตามบัตรประชาชน
สอง รู้ความหมายตามหนังสือ
สาม รู้ความหมายตามความรู้สึก
สี่ รู้ความหมายจากปฏิบัติ
ห้า รู้ความหมายจากปฎิบัติ ยอมรับความจริง
หก รู้ตื่น สว่าง สงบ เบิกบาน
จากการปฎิบัติ
เจ็ด รู้ ตื่น รู้เกิดดับ
แปด ไม่รู้จะพูดอย่างไรดึ
คนที่คุณไม่รู้จัก
คนเราที่เกิดมาจะถูกสอนให้เรียนรู้โลกทั้งหมด
ไม่ว่าจะ













คว่ำ คลาน นั่ง ยืน เดิน พูด ยิ้ม หัวเราะ กิน ถ่าย แม้กระทั่งนอน
เป็นหน้าที่ของพ่อแม่
แล้วมาเรียนรู้วิชาต่างๆจากครูและอาจารย์
ตลอดจนวิชาชีพ
แม้กระทั่งเดรัจฉานวิชาชีพ เช่นโจร ขโมยเป็นต้น
สัญชาตญาณแม้จะเกิดจากการเรียนรู้
แต่การเรียนรู้จากผู้คนยังเป็นความจำเป็น
เช่นการสืบพันธ์
การเข้าสังคมต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมกับยุคสมัย
บางคนเปลี่ยนมากบางคนเปลี่ยนน้อย
บางคนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก็มี
เช่น
สมัยนี้คนเห็นแก่เงินรักเงินมากขึ้น
รักพ่อแม่น้อยลง
ใจร้อนวู่วาม
ชอบตัดสินคนอื่นว่าถูกหรือผิด
ดังที่เห็นกันอยู่เป็นประจำในโซเชี่ยล
สมัยก่อนใครบอกว่าน้ำพริก ขนมเปี๊ยะ ซาละเปา
จะมียอดขายเป็นพันล้านบาท คงไม่มีใครเชื่อ
จะถูกสาปว่าพูดเกินจริงไปมาก หรือถูกหาว่าบ้า
แต่ทุกวันนี้มันใช่เลยเพราะการสื่อสาร การขนส่ง ประชากรที่มีมากขึ้น รวดเร็วขึ้น
การเรียนรู้ในด้านต่างๆที่ขาดสติ
ทำให้กิเลสนั้นพอกพูนขึ้นมาเรื่อยๆ
จนความอยากไม่มียั้งคิดมากเหลือเกิน
แถมไม่ยั้งทำ เรื่องราวก็เลยมากหลาย
ด้วยอารมณ์จากรูปจากนาม
อีดหน่อยตดใส่กระป๋องโฆษณามากๆอาจจะมีขายในอนาคตก็เป็นได้
ความรวดเร็วทำให้คนคิดสั้นใจร้อนตามๆกันมา ขาดความพิจารณาโดยแยบคาย โยนิโสมนสิการ
บุคคลิกของคนสมัยนี้จึงเปลี่ยนแปลง
แปรปรวนไปตามรูปนามที่ข้องแวะ
จนหาความจริงไม่เจอเพราะมีแต่มายาจับต้องได้น้อย
เช่นติดแบรนด์เนมจนหลงเป็นต้น
แล้วเราจะรู้จักใครได้บ้างเล่า
นอกเหนือจากวัยที่ห่างกันที่เข้าใจกันยากแล้ว
ตัวเองยังทำให้คนอื่นเข้าถึงได้ยาก
บางคนตั้งตนเป็นอาจารย์รู้ใจคนนั้นคนนี้มันหลงไปหมด
ถามไม่ถามตอบไม่ตอบยันเต
เดามั่วไปวันๆ นั่นแหลัเพ้อเจ้อนิวรณ์ธรรมเล่นงานแล้ว
พระบรมศาสดาทรงเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้แจ้งโลกหรือโลกวิทู
ทรงพระเมตตาคุณต่อเวไนยสัตว์หรือสัตว์สอนได้ทั้งหลาย
ให้ตั้งใจฟังพระธรรมที่พระอวค์ตรัสรู้แล้ว เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงตรัสโดยรายละเอียด พอจะย่อลงได้ว่า
ละบาปทั้งสิ้นบำเพ็ญบุญตามฐานะ
ทำจิตให้ผ่องแผ้ว
ด้วยสติปัฎฐานสี่
รู้กายรู้ใจ
แล้ว......ตื่นเสียทีนะคุณโยม เอวังด้วยประการฉะนี้ แล
มหาสมแปลง
หมายเหตุแก่นธรรมวันนี้
ผู้เขียนและคณะเป็นผู้เขลาทางปัญญา หากมีข้อผิดพลาดบกพร่อง ขอน้อมรับทุกประการ บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมถวายแด่หลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ และอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ อันมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นปฐม เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ รวมทั้งท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป



[/color[/b]]
10
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / โอ๋นะโอ๋
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 01 ธันวาคม 2017, 14:17:23 »









โอ๋นะโอ๋
เป็นเด็กชาวอุบลราชธานี
เมืองดอกบัว
พูดจาภาษาลาวขนานแท้ได้
โอ๋เกิดในครอบครัวขนาดเล็กสี่คน
พ่อแม่ลูกมีพี่ชายที่ติดตัวตามกันมาคนหนึ่ง
พี่ชายของโอ๋แต่งงานแล้ว
มีลูกสาวน่ารักคนหนึ่ง
ภายหลังจากที่พ่อแม่ส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรีทั้งสองคน
ด้วยทุนพอกอหรือทุนพ่อกู
ความที่โอ๋มีใจมุ่งมั่นต่อการศึกษามาก
วิ่งหาเงินเรียนหนังสือต่อ
ปริญญาโท
จนได้ทุนไปต่างประเทศหลายแห่งโดยเฉพาะญี่ปุ่น
โอ๋เลยชอบกินซาซิมิซังมาแต่นั้น
แทนที่จะชอบกินแต่ปลาร้าเพียงอย่างเดียวกลับกินปลาดิบแทนบ้างในบางมื้อ
หลังจากนั้นก็เริ่มปลูกห้องเช่าให้พ่อแม่เก็บกินค่าเช่า
ทำงานมาหลายๆอย่าง
จนได้เป็นหน้าห้องอดีตท่านรองนายกสุรเกียรติ์ สเถียรไทย
และในระหว่างทางเดินของชีวิตวัยหนุ่มนี้
แม่ของโอ๋ล้มป่วยหนัก
โอ๋วิ่งสุดฤทธิ์ให้แม่รอด ตามหาหมอที่เขาคิดว่าเก่งที่สุด
จนได้เจอและช่วยรักษาแม่ของโอ๋หายจากโรคร้าย
โอ๋หมดเงินไปหลายล้านบาท เพราะทุ่มสุดตัว
กู้หนี้ยืมสินมาเพื่อช่วยแม่
ดูแลพ่อแม่อย่างกับเป็นหนี้ท่านมาล้านชีวิต
สำนึกในบุญคุณของท่านตลอดเวลา
ยากที่คนรุ่นใหม่จะเป็นเช่นนี้
จะเรียกว่าเขาดีโดยสันดานก็น่าจะได้
ทุกวันนี้โอ๋ยังทำเช่นนั้น
ห่วงใยครอบครัว
ส่งหลานสาวเรียนหนังสือในสถาบันที่เขาเห็นว่าดี
แม้จะจ่ายค่าเรียนแพงแค่ไหน
ดูแลลูกน้องเป็นอย่างดีด้วยความเอื้ออาทร
หลายปีก่อนครั้งที่แม่ป่วยหนัก
โอ๋ยังมาเปิดครัวอาจารย์โอ๋
โดยเซ้งกิจการจากเจ้าของเดิมที่ทำแล้วไปไม่รอดในคอนโดแห่งหนึ่ง
ว่าจ้างเชฟโปรย ที่ทำอาหารได้ทุกรสโดยประณีต อร่อย
มาเป็นแม่ทัพให้ครัวอาจารย์โอ๋และด้วยฝีมือในการทำอาหารของเชฟและผู้ช่วยฯ
ตลอดจนลูกน้องที่ถูกฝึกมาดี
แม้กระทั่งชงกาแฟสดอร่อย ได้มาตราฐานหลักการชงกาแฟ
จนร้านของโอ๋เป็นที่ติดใจของผู้คนในคอนโดมาก สะอาดใช้วัตถุดิบดี อร่อย
ตอนนี้เริ่มขยายสาขาบ้างแล้ว
สิ่งที่ตามตัวโอ๋มาก็คือการฝักใฝ่ในพุทธศาสนาและ
ใจบุญ
ชอบทำบุญและทำทาน
โดยเลี้ยงพนักงานทั้งหมดในคอนโดฯไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน รปภ 35 คนอยู่บ่อยๆ
แม้กระทั่งคนสวนของคอนโดฯ อีก4คน
ตลอดจนยังทำบุญกับพ่อแม่ครูบาอาจารย์ รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน
สิ่งที่โอ๋พยายามจะทำในตอนนี้คือให้การศึกษาเด็กทั้งในมหาวิยาลัยและทุกที่ๆเขาไป
เช่นเชิญบุคคลสำคัญหลายท่านมาเล่าประสบการณ์ทางการเมืองให้แก่ศิษย์คณะรัฐศาสตร์ที่ตนเองเป็นผู้สอนอยู่เป็นนิจ ทุกครั้งที่โอ๋ว่าง
ที่ไหนที่เขาอยู่จะมีความคิดสร้างสรรค์
โอ๋จึงเต็มไปด้วยคนที่รักเขา ในฐานะผู้ให้แก่สีงคมและเพื่อนพ้อง
ด้วยวัยเพียง 34 ปีในขณะนี้
โอ๋..ดร.รยุศต์ บุญทัน
นายแน่มาก
กัลยาณมิตรและอภิชาติบุตร
ดร.หนุ่มหมาดๆจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด้วยความเคารพครับ อ.โอ๋
แทนสะมะชัยโย



 หมายเหตุแก่นธรรมวันนี้
                           
                    ผู้เขียนและคณะเป็นผู้เขลาทางปัญญา หากมีข้อผิดพลาดบกพร่อง ขอน้อมรับทุกประการ บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมถวายแด่หลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ และอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ อันมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นปฐม เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ รวมทั้งท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป



หน้า: [1] 2 3 ... 10