กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
กฎแห่งกรรม / Re: บาปกรรมจากการลวกหอยแครง
« กระทู้ล่าสุด โดย Aoraumar เมื่อ 19 เมษายน 2019, 14:05:54 »
ผมว่ามันเป้นการทำมาหากินนะครับ สจริตด้วย
2
สารพัดเรื่องสัพเพเหระ / Re: Maroon 5 - Makes Me Wonder (VEVO Summer Sets)
« กระทู้ล่าสุด โดย Aoraumar เมื่อ 19 เมษายน 2019, 14:05:25 »
ผมกำลังหาลิงค์นี้อยู่พอดีเลยครับ
3
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 17 เมษายน 2019, 17:35:09 »







เทพกระบี่ล่องหน

กำเนิด
"ฟงหยุนถี่"
พลังล้นโลก


เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากประมุขเฉียว
ก็เกิดแรงดึงดูดภายในร่างกายของเขา
อกมาราวกับจะดูดสิ่งต่างๆรอบตัวเข้าไปสู่ร่าง

แต่ในตอนนี้ร่างของประมุขเฉียว
หมุนเร็วราวกับลูกข่างด้วยความเร็วสูง
จนเกิดพลังถ่าย เท
ออกไปยังเบื้องบนและลงสู่เบื้องล่าง
แกนความเร็วหมุนเร็วจนสายตามองไม่เห็น
พลังที่ยากจะรับมือได้
ร่างกายของประมุขเฉียวเองจะสามารถรับพลังนี้ได้หรือไม่เท่านั้น

หากรับได้
นั่นย่อมหมาย ความว่าสิบแปด ฝ่ามือพิชิตมังกรของประมุขเฉียว
ยากจะมีผู้ใดในใต้หล้าต้านทานได้
พลังภายในที่อยู่ในร่างของประ มุขเฉียว
ที่เกิดขึ้นใหม่หมุนเวียนไล่พลังภายในขุมเก่าออกไปจนหมด

ทำให้ร่างกายเกิดความเร็วสูงมากกว่าเดิมอีก หลายเท่า
พลังภายในที่บังเกิดขึ้นก็เช่นกัน

ถังเยี่ยนเซิน
แม้จะตกใจจนขีดสุด

เมื่อเห็นดังนั้น
อย่างไรตาม
เขาเป็นอัจฉริยะในเชิงยุทธ์
ที่ในรอบสองร้อ ยปีจะมีบุรุษ
เช่นเดียวกันกับมันบังเกิดขึ้น เพียงหนึ่งเท่านั้น

สติจึงมั่นคงมากเขาดูออกว่า
หากพลังนั้นและร่างกายของประมุขเฉียวเองรวมกันได้เมื่อไหร่
นั่นย่อมหมายถึงว่าจะไม่มีใครที่จะสามารถต้านทาน
พลังฝ่ามือของประมุขเฉียวได้อีกเลยในแผ่นดิน
แต่ในระหว่างนี้ เป็นช่วงรอยต่อระหว่าง
เปลี่ยนถ่ายพลังเก่า
และพลังใหม่
ยังคงเป็นจุดที่มีช่องโหว่ของประมุขเฉียวอยู่นั่นเอง
แทนที่จะใช้ กลยุทธ์ดั่งเดิม

ถังเยี่ยนเซิน
กลับร่ายรำ เพลงหมัดประหลาดขึ้นออกมาชุดหนึ่ง
ที่รวมสุดยอดวิทยายุทธของเส้าหลินและบู้ตึ๊งเข้าด้วยกัน
ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่า วิชานี้
ถังเยี่ยเซินฝึกมาจากที่ใด

(เมื่อหลายปีก่อน
ถังเยี่ยเซิน
ได้ถูกส่งตัวมาจากตระกูลถัง
อันเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน
เพื่อมาเป็นศิษย์ของวัดเส้าหลิน
โดยมีเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาให้อยู่ห้าปี

ถังเยี่ยเซินได้เรียนวรยุทธ์อย่างเข้มข้น
กับท่านเจ้าอา
วาส
จนวิทยายุทธสูงส่งล้ำเลิศ

มีข่าวลือออกมาจากวัดเส้าหลินว่า
ถังเยี่ยเซินสามารถประลองยุทธ์กับท่านเจ้าวาส
ผลออกมาเสมอกัน
ก่อนที่ถังเยี่ยเซินจะเดินทางออกจากวัดได้สามเดือน

และในระหว่างนั้นทางวัดเส้าหลิน
มีอาคันตุกะอาวุโสผู้หนึ่งอายุ 100กว่าปี เป็นชายชรารูปร่างแข็งแรงหนวดเครายาวผมสีขาวโพลนไปทั้งหัว
เมื่อท่านเดินผ่านบานประลองยุทธเห็นถังเยี่ยนเซิน
ฝึกวิชาอยู่
ออกจะสนเท่ห์ในฝีมือของถังเยี่ยเซินว่าเป็น
ยอดคน
อีกทั้งยังมีสัมมาคารวะเรียบร้อยมาก
จิตใจดีงาม
เป็นเด็กที่มีอัจฉริยะเชิงยุทธ์ จึงอยากจะรับเป็นศิษย์
แต่ทำไม่ได้เพราะเขามีสังกัดอยู่ที่วัดเส้าหลินแล้ว
ท่านจึงถ่ายทอดเคล็ดวิชาวิทยายุทธของตน
เพื่อไม่ให้สูญหายไปจากโลกนี้
ที่ตนเองใช้เวลากว่าสามปีจะคิดค้นขึ้นได้
คือหมัดไทเก๊ก ชายชราผู้นั้นก็คือประมุขจางแห่งบู้ตึ๊งนั่นเอง

ถังเยี่ยเซินใช้เวลาสองเดือนกับอีกสิบวัน
ฝึกสำเร็จยอดวิชาบู้ตึ๊งนี้
เป็นที่ภูมิใจแก่อาจารย์ทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง

แต่ในเวลานี้ถังเยี่ยเซินกลับตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือมัจจุราช
กับพลังฟงหยุนถี่

ที่ยากจะควบคุมของประมุขเฉียว
และ
จะต้องต้านรับแบบไม่มั่นใจเลย

ถังเยี่ยเซินจึงคิดจะใช้หมัดไท้เก็ก
ออกมารับมือเป็นครั้งแรกในชีวิต
กับฝ่ามือพิชิตมังกรฟงหยุนถี่
แม้จะเสี่ยงตายก็ตาม
ตั้งจิตเป็นหนึ่ง
รวบรวมกายกับจิตเป็นหนึ่งเดียวเช่นกัน



4
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 16 เมษายน 2019, 14:01:06 »











เทพกระบี่ล่องหน


ตอนกำเนิดเทพวิชสุดขั้ว

ประมุขเฉียวภายหลังจากที่ประลองยุทธกับบุรุษหนุ่มวัยเยาว์อายุเพียงสิบแปดปี
ถังเยี่นเซิน
ครบสามกระบวนท่าแล้ว
ยังไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับ ที่จุดตันเถียนแต่อย่างใด
ยังแลเห็นถังเยี่ยเซินไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับแต่อย่างใดเช่นกัน
ถังเยี่ยเซินกลับเร่งพลังภายในเพิ่มสูงขึ้นมากจนกดดันมายังชุดที่ประมุขเฉียวสวมใส่อยู่จนชุดและผมของเฉียวฟงลี่พลิ้วไหวไปมาด้วนพลังลมปราณของมัน

เฉียวฟงลี่เองยังคงไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับเช่นกัน

แต่กลับมีความรู้สึกหนึ่งบังเกิดขึ้นมาในใจว่า

บุรุษหนุ่มเยาว์วัยผู้นี้นี้อายุเพียง สิบแปดปี

เหตุใดวรยุทธของมันถึงได้ลึก ล้ำมาก
อีกทั้งพลังภาย ในของมันกลับมา
กล้าแกร่งราวกับยอดคนถึงเพียงนี้

ทุกกระบวนท่าและวรยุทธของถังเยี่ยเซินล้วนแล้ว
พลิกแพลง

ยากจะหาจอมยุทธในยุทธภพที่จะมีพลังฝีมือ
และพลังภายในลึกล้ำเช่นนี้
เฉียวฟงลี่เร่งพลังภายในเพิ่มขึ้นจนเกือบเต็มสิบส่วนแล้ว
เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อไปกับ
บุรุษวัยเยาว์ผู้อยู่เบื้องหน้านั้นอย่างเต็มที่พร้อมจะทดสอบวรยุทธที่มันเพิ่งสำเร็จทันที

ในขณะเดียวกันถังเยี่ยเซิน
ก็เลยจุดที่จะถอยออจากการประลองยุทธขั้นแตกหักกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพ
จนอยากจะรู้ผลวรยุทธของตนเองกับประมุขเฉียว

ผู้มีฉายาว่า
เทพแห่งพลังฝ่ามือ

เฉียวฟงลี่เป็นจอมยุทธรุ่นใหม่พลังกล้าแกร่วชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในยุทธภพเวลานี้
ยากที่จะมีผู้ใดต้านทาน
สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรของเขาได้

ถังเยี่ยเซินตั้งจิตมั่นเดินพลังภายในกาย
เต็มเปี่ยม
เมื่อพลังภายในบรรจบสมดุลแล้ว
ก็ปล่อยให้พลังหยินหยางในกายร่ายรำออกไป
ถอยคือลุก
แข็งคืออ่อน
อ่อนคือแข็งยืดหยุ่นนุ่มนวล ทรงพลังต่อเนื่องไหลเวียน ก่อน
ไม่ใช่แข็งและแข็ง
ไม่ใช่อ่อนแล้วอ่อน
พลังลื่นไหลเป็นทางเดียวกัน
แห่งลมหายใจของจักรวาล

ในขณะที่ประมุขเฉียวเองก็เร่งพลังภายในขึ้นมาเต็มเปี่ยมเกือบาสิบส่วน แล้วก็ยังไม่หยุดเร่งพลังภายใน

จนวงจรพลังภายในมาถึงจุด ที่ตนเองไม่เคยคาดคิดว่าจะผ่านมันไปได้
จุดที่สงบจนถึงจุดที่ภาวะที่จิตนิ่ง
นิ่งจนเกิดพลังขุมใหม่ที่ใหญ่มาก
โดนไม่คาดคิดว่าร่างกายของตนเองจะรับพลังขุมนี้ไหว

แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเฉียวฟงลี่
เมื่อเห็นพลังยุทธ์ของบุรุษผู้เยาว์ที่อยู่ต่อหน้า
จึงเร่งพลังต่อไปจนมีเสียงดังสนั่นลั่นหู
จนตนเองอดที่จะอ้าปากร้องตะโกนลั่นออกมาไม่ได้
คำหนึ่งว่า

"ฟงหยุนถี่ "
ก้อนหินรอบตัวของยอดยุทธทั้งสอง
ต่างลอยขึ้นมาแล้วจากพลังภายในกายที่เปี่ยมล้นออกมา
จากทั้งสองฝ่าย

5
ธรรมะกับชีวิต / สมมติสุข
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 10 เมษายน 2019, 14:00:33 »



สมมติสุข

เราเกิดมา
ทุกคนมีพ่อและแม่เป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยง ดู
ดูแลและปั้นแต่ง
ให้ทุกอย่างที่มี นอกจากจะให้ชีวิตแล้ว
ก็ให้สิ่งที่ตนเอง เข้าใจว่าจะทำให้ ลูกๆมีความสุขที่สุด

ไม่ว่าสิ่งที่ให้
จะทำให้เติบโตแข็งแรงหรือ
อาการที่มีมีรสอร่อย
ช่วงที่ลูกๆโตขึ้น ก็อยากให้ลูก
มีความสุข
มีลาภยศมีสรรเสริญ
มีสุขในความรู้สึก
จะไม่อยากให้
เสื่อมลาภหรือเสื่อมยศ
ไม่ถูกนินทา
ไม่ทุกข์

คนเป็นพ่อแม่โดยธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น

คนทุกคนก็พัฒนาตนจากความรู้พื้นฐานที่บ้านนั่นแหละ
มีพ่อแม่เป็นครูคู่แรก

สมัยก่อนผู้คนแค่กินดีอยู่ดี
นอนหลับ
ไม่เป็นหนี้เป็นสินก็มีความสุขล้นเหลือแล้วตามประสาชาวบ้านธรรมดาๆ

จากการที่โลกเปลี่ยนแปลงขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยจากเมื่อก่อน

จนเหตุการณ์ต่างๆมันเปลี่ยน แปลงไปรวดเร็วมาก
ราวกับเนรมิตเพราะการเจริญในองค์ความรู้ของคน
จนทำให้เหมือนอยู่ในทิพย์วิมานหรือคนแทบจะเป็นเทวดาไป

อยากจะได้อะไรก็กดปุ่มมือถือ

เอาอะไรที่อยากได้ดั่งกับเสกมาจากสรวงสวรรค์

อันนี้คือความสุขของแบบโลกๆ

ความสุขต่อมาก็คือความอร่อย คนสมัยนี้จึงมีรูปร่างเป็นมะขามข้อเดียวกันเยอะทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย
ก็มีความสุขจากอร่อย
จนอาจจะเมินเสื้อผ้าที่ทำให้เสพแล้วมีความรู้สึกว่าหุ่นดีไป

ที่เขาสมมติมาให้เรารู้ว่าต้องมีเอวคอดหน้าอกใหญ่พอสมควร อันนี้เป็นสุขสมมติ

ต้องมีคิ้วโด่งเหมือนฝรั่ง ตากลมปากสวยใบหน้าขาวได้รูปกลมกลืน
อันนี้ก็สมมติสุข
ผมต้องดำสนิทหรือสีตามใจฉันจะยาวหรือจะสั้นก็แล้วแต่สมัยนิยมกันในหมู่

เดี๋ยวนี้มันสุขมากขึ้นกว่านั้นคือความสุขของการแข่งขันกันสุข
ด้วนความคิดที่ถือดีว่า
ตัวเองสูงกว่าเขา
ตัวเองไม่ต่ำกว่าเขาหรือ
อย่างน้อยก็เสมอเขา
คงจะไม่มีใครไปเปรียบเทียบตนกับคนที่เป็นขอทานหรอกว่า ตัวเองต่ำกว่า อย่างน้อยก็บอกแล้วว่าจะไม่เป็นขอทานหรือจัณทาล
สมมุติไปอย่างนั้น
คำว่าขอทานหรือจัณฑาล
เขาก็สมมุติมาเพื่อให้เรามีคำเรียก

สมมติเพื่อจะได้เรียกทุกอย่างนี้ให้เรียกให้มันถูกต้องเหมือนกันและเข้าใจกันตามลักษณะ
เช่นชื่อคนไทยเมื่อก่อนก็มี
ไอ้แดง
ไอ้ดำ
มาริษา
อัญญ่า
ชัญญ่า
หรือตามแต่จะเรียกให้หรู
นิมิตร วิจิตรเลิศจะหรูอะไรก็ว่ากันไป
เพื่อให้มีการเรียกตัวตนให้ถูกต้อง
ถ้าเราพิจารณาเป็นว่าคน
หรือคนใดคนหนึ่งแทนคนทั้งโลก
อย่างถี่ถ้วน
เราจะรู้ว่าคนเรานั้นไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย

รูปร่างหน้าตานั้นจะแตกต่างกันก็ตามสมมุติที่บอก
ว่าหล่อว่าสวยว่าหรือขี้เหร่

แต่คนทุกคนมันต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายใจ
มีเกศาโลมานักขาทันตาตโจหรือ
มีผม
มีขน
มีเล็บมีฟัน
มีหนัง
เหมือนๆกันหมดถ้าลอกสิ่งเหล่านี้ออกมาทั้งหมด

คนมันก็เหมือนกันเพราะมีแต่โครงกระดูก

คำว่าโครงกระดูกก็เป็นคำว่าสมมติ
เรียกว่าโครงกระดูก

โลกมีอริยชนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เดินตามวิถีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ศึกษาธรรมจากพระโอษฐ์
ว่า
ทุกรูปทุกนาม
ที่เห็นที่เรียกล้วนแล้วแต่สมมุติสุขนั้น
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นทุกข์เพราะมันไม่เที่ยงทนได้ยากแลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
คนไม่ชอบ
คนชอบแต่เกิดแก่เจ็บตายไม่ชอบ
ชอบแต่
หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
สุดท้ายก็น่าเกลียดเหมือนกัน
ก็ยังต้องไปห่ผ่าตัดที่หมอเก่งๆ
อาจจะบินไปถึงเกาหลี
บินไปถึงอเมริกาหรือว่าประเทศที่ตัวเองมั่นใจในหมอตัดเย็บ
ผ่าตัดตกแต่งเพื่อความงาม
โดยไม่สนใจว่าสุขภาพของตัวเองหลังจากผ่าตัด
จะแย่ลงหรืออย่างไร
เพราะการผ่าตัดล้วนต้องกระทบเปลี่ยนระบบภายในร่างกาย แต่ด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อให้ผิดเพี้ยนไปเพื่อตามใจปรารถนาในสมมติทำแล้วสวยหล่อเท่ห์

สิ่งที่พ่อแม่ให้มาก็เลยทิ้ง

อยากจะได้ตามสมัยนิยมว่าสวยว่าหล่อว่าเท่ห์

จนเด็กๆรุ่นหลังๆแม้กระทั่งสาวน้อย
หน้าตาแต่งออกจะมาที่ต้อง
ทำจมูกเหมือนกันทำหน้าผากเหมือนกัน
เขียนคิ้วเขียนตาเหมือนกัน
ตามไอดอล
เป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง
ซึ่งความเหมือนกันมันตาลปัตรกลับกันกับสังคมพระศรีอาริยเมตไตรย์
ที่ว่าทุกคนมีธรรมเสมอกันหมด
ไม่ต้องเปรียบเทียบเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นเพื่อน
ทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย
คำว่าปริยัติหรือตำราทั้งหลาย
คำว่าปฏิบัติหรือการทำกระทำการฝึกตัวฝึกตน มันก็เป็นคำพูดที่เรียกตามสมมุติทั้งนั้น
เพียงแต่ผู้ปฏิบัติจะเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายมันทุกข์
มันน่าเบื่อ
มันไม่อยากเอามันไม่อยากได้มันไม่อยากเป็นทำเสียให้มันจบจึงมีความพยายามที่จะดำเนินคามรอยพระบาทพระโคดม
จะถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง
เพียงแต่รู้ว่าที่หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
มันทุกข์ทั้งสิ้นเพราะมันไม่เครียด
ที่อยากจะให้มันสวยหล่อเท่ห์มีเสน่ห์
มันเที่ยงคงทนไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะ
ไม่รู้จักคำว่าโลกหรือธรรม
กระทั่งรู้จักตัวเองก็ยังไม่รู้จักกันเลย
สรรหากันไปสุดท้ายก็ตายเสียเปล่า

สาธุชนทั้งหลายจึงเริ่มลาออกจากสังคมใหญ่ๆสังคมเล็กๆสังคมส่วนตัวเพื่อแสวงหาสิ่งที่เรียกว่าโมกขธรรม
คือธรรมะที่ทำให้หลุดพ้น

ในสมัย
หลวงปู่มั่น
หลวงปู่เสาร์นั้นท่านแวะไปเยี่ยมชาวบ้านที่ไหนครอบครัวก็จะแตกที่นั่น
ไม่สามีไม่ภรรยาไม่บุตร
ก็สำนึกในธรรมที่ท่านแสดงอยากจะบรรลุธรรม
จึงเดินตามท่านที่มาโปรดกัน

อันนี้เป็นสิ่งดีสิ่งดี
ที่เราจะเข้าใจตัวเอง
คำว่าครอบครัวแตกแยกในที่นี้มันไม่เหมือนกับครอบครัวที่หย่าร้างกัน
แต่เป็นการแตกกันในจุดที่ดี
เพื่อจะได้จบทั้งงสิ้นดี
ตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า

ที่มีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้
แต่ว่าในเวลานี้เราจะมีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้หรือไม่มีก็ตาม
สัจธรรมความจริงของพระองค์
ก็ยังคงมีอยู่ของมันอย่างนั้น
เพียงแต่ว่าเรามีทางลัดตัดตรง
ที่แสดงที่มาของทุกข์ทุกวัน
ขึ้นอยู่ส่าเราไม่เอาหรือไม่เท่านั้นเอง
โดยมรคที่มีองค์ 8

หวังว่าท่านสาธุที่สนใจในธรรมจะได้ประโยชน์ในการ
ปรารถธรรมวันนี้เจริญพร
อนาคาริก

บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมอุทิศถวายแด่หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ
หลวงลุง
หลวงน้า
หลวงพ่อชา สุภัทโท ตลอดจนบรรพบุรุษอันนี้พ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายาย
พี่ป้าน้าอา เพื่อนๆทั้งหลายสรรพสิ่งในโลกแล้วก็เจ้ากรรมนายเวรตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่านขอให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆไป
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องผู้เขียนขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว

แทนสะมะชัยโย

ศีลแปลว่าปกติ

คนไม่มีศีลจึงแปลว่าไม่ปกติ
อยู่กับใคร
เขาก็เดือดร้อนเพราะเบียดเบียนเขาไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
ลืมคำว่า
อกเขาอกเรา
มีแต่เห็นแก่ตัวไม่ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
จนกรรมมันตามทัน

อนาคาริก




ศีลแปลว่าปกติ
6
ธรรมะกับชีวิต / รู้มาก
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 09 เมษายน 2019, 11:30:43 »



รู้มาก

คนรุ่นนี้มีโมบายด์ สรณัง คัจฉามิคือมีมือถือเป็นที่พึ่ง
ทำงาน ทำธุรกรรมแทบทุกอย่าง
เม้าท์มอยส์
หางาน
หาผัวหาเมีย
หาคนไปกินข้าวด้วย
สั่งอาหาร ขนม
สั่งสินค้า
ได้หมดสดชื่นกันในมือถือนี้แหละ
แม้กระทั่งหาเสียงเลือกตั้ง
ไม่รู้อะไรก็ถามกู๋
รู้มากจนไปกาหมอชวนหมอทะเลาะก็มาก
เพร่ะเจ้ามจว่าสิ่งที่รู้มามันถูกต้อง รวดเร็ว
จนหมอตามโรงพยาบาลแทบจะเครียดตายเพราะคนไข้รู้มาก
แด่ดันเจือกมาหากูเสียนี่
หรือม่สั่งยาให้หมอจ่ายก็ไม่รู้
โบราณท่านมีคำสอนว่า
รู้มากจะยากนาน
รู้น้อยพลอยรำ คาญ
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
และมีสุภาษิตเสริมว่า
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จะหมายความได้ถึงการมีความรู้มีวิชาสามารถช่วยให้เราสามารถ

ปกป้องดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยความรู้จะช่วยให้เราสามารถหา

ทางหลบหลีกและพ้นจากปัญหาไปได้ แม้บางครั้งคำว่า

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี จะจัดอยู่ในแนวเห็นแก่ตัวเอาตัวรอด

อยู่บ้าง แต่ก็เป้นเรื่องจริงในสังคมที่ต้องมีเรื่องเช่นนี้ ถ้าเราแปล

ให้ดีก็คือการรักษาตัวให้รอดพ้นปลอดภัยจากเรื่องร้ายๆนั่นเอง

แต่คนสมัยนี้ยังช่างรู้เพราะแหล่งข่าว
"เขา"
มันเยอะเหลือเกิน
พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่าให้ระวังความคิด
จะกลายเป็นความประพฤติ
แล้วเป็นนิสัย
จนเป็น
กรรมทั้ง
กุศลและอกุศลกรรม
จมทุกข์อย่างน้อย
ก็เครียดกับแหล่งข่าว
"เขา"
จนเขลาว่า
ปัญญาชั้นต้นหายไปหมด
ทิ้งใบปริญญาที่อุตส่าห์เรียนมาเพื่อเป็นคนรอบคอบอย่างง่ายๆ

จนรู้มากพาลจะโง่กว้าง

เอาเสียนี่

ตะวันส่องก้น
7
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 09 เมษายน 2019, 11:22:10 »



เทพกระบี่ล่องหน

เฉียวฟงลี่ประมุขพรรคกระยาจก
และถังเยี่ยเซินประมุขตระกูลถัง











เฉียวฟงลี่พร้อมสมาชิกพรรคกระยาจก 3-4 คน
จะเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยม
เพื่อพักพ่อนดื่มกินกันต่อไป

บุรุษกนุ่มผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์ผสีขาวพกร่มในมือด้านหนึ่ง
แย้มยิ้มเดินเข้ามา
กล่าวกับประมุขเฉียวว่า
"วันนี้เป็นวาสนาได้เห็นฝ่ามือพิชิตมังกรของท่านประมุขเฉียวแล้ว
ข้าถังเยี่ยเซิo


จึงบังเกิดความกระตือรือร้น
อยากที่จะขอคำชี้แนะจากท่านประมุขเฉียว
ดูสักสามกระบวนท่า
มิทราบท่านประมุขเฉียวจะเมตตาชี้แนะเเก่ข้าหรือไม่"


พูดพลางยิ้มพลางทำให้ใบหน้าของมันดูสง่างดงามยิ่ง
พร้อมกับก้มน้อมคารวะ

เฉียวฟงลี่
หันไปยิ้มให้บุรุษชุดขาวนั้น
ที่ท่าทางเป็นคุณชายสำอางค์
ถังเยี่ยเซิน



"ย่อมได้และยินดี"

"ไม่ทราบท่านประมุขได้รับบาดเจ็บจากการประลองยุทธเมื่อสักครู่หรือไม่"


ถังเยี่ยเซินถาม

เฉียวฟงลี่
กล่าวตอบทันที
"บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้นเป็นอาการบาดเจ็บแต่ภายนอก"

"เช่นนั้นข้าผู้น้อยถังเยี่ยเซินขอล่วงเกินท่านประมุขแล้ว"

"ฝ่ามือวายุ"

 ขาดคำก็ถังเยี่ยเซินก็เกร็งพลังภายใน
สะบัดมือที่เย็นเฉียบจากน้ำในกาย
กลายมาเป็น
พลังแรงน้ำกระแทกออกมา


ผู้ที่สามารถขับเหงื่อในร่างกายออกมาเป็นพลังฝ่ามือวารี
ใต้พิภพนี้
จะมีจอมยุทธสักกี่คนที่มำเช่นนี้ได้

ช่างไม่ธรรมดา

ประมุขเฉียว
ผลักฝ่ามือมังกรผยองได้สำนึกหรือชั่งเล้งอู้อวย
ออกมาด้วยพลังภายในห้าส่วนหมุนเป็นวงกลมกระแทกออกไป
ตอบรับกับกระแสน้ำจากฝ่ามือของบุรุษแซ่ถัง


กระแสน้ำแยกออกไปสี่ทิศทาง
บุรุชุดขาวแซ่ถังม้วนฝ่ามือ
กระแทกออกมาอีกครั้งหนึ่ง

เป็นลมพายุแรง
พายุที่สะท้อนออกไปชนต้นไม้
ข้างประมุขเฉียวหักสะบั้น
เฉียวฟงลี่
กระแทกฝ่ามือมังกรโรมรันกลางไพรออกไปด้วยพลังภายในหกส่วน
"เปรี้ยง"

พพ มาก

8
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 09 เมษายน 2019, 11:20:52 »





9
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 06 เมษายน 2019, 21:25:47 »



เทพกระบี่ล่องหน

ประมุขเฉียวฟงลี่

ฝ่ามือพิชิตมังกร
ปะทะ

นักพรตคิ้วขาว
ฝ่ามืออรหันต์

ประมุขเฉียวเป็นผู้สนใจในวรยุทธ
เวลานี้ได้โอกาสประลองฝีมือกับยอดยุทธ์เช่นนักพรตคิ้วขาว

เมื่อเห็นผู้ต่อสู้กล้าแข็งเช่นนี้จึงอยากลองใช้ไม้ตายที่ตัวเองบัญญัติขึ้นมาใหม่ในท่าที่ 18
มังกรพิโรธทันทีจึงเดินพลังภายในสิบส่วนสุดขั้ว
หวังพิชิตชัยในกระบวนท่าเดียว เมื่อพลังเต็มเปี่ยมแล้วก็สะบัดฝ่ามือ
"มังกรพิโรธ"ออกไปทันที
เสียงระเบิดพลังออกไปแล้ว

เฉียวฟงลี่รู้ว่าจะต้องเอาจริงกับนักพรตคิ้วขาวท่าน

นักพรตเองก็ไม่ได้ประมาท สะบัดฝ่ามือออกมาหมุนควงแทนที่ใช้กำปั้น เจ็ดทำร้ายสะบัด ฝ่ามือเดินพลังภายในออกมาเจ็ดส่วน
ด้วย
"ฝ่ามืออรหันต์"
ฝ่ามือมี่ร้ายกาจที่สุด
"บึ้ม"

เฉียวฟงลี่ถูกฟาดถอยหลังกระเด็นออกไปลมปราณปั่นป่วน
ที่พื้นมีรอยฝ่ามืออยู่หนึ่งลึกลงไป

แล้วก็กระอักโลหิตออกม่คำหนึ่ง
เจ็บหน้าอกเสียวแป๊บ
นักพรตคิ้วขาวลอยลงมาสู้พื้นเสื้อผ้าขาดไปหลายส่วน

"ฮ่าๆๆชั่วชีวิตข้าไม่เคยเจอคู่ต่อสู้กล้าแข็งเช่นท่านเลยประมุขเฉียว
สมแล้วที่เป็นผู้บัญญัติฝ่ามือพิชิตมังกร 18 กระบวนท่า
และเป็นบุญตาของการประลองวันนี้
ต่อไปในภายภาคหน้าในพิภพนี้
ยากที่ผู้ใดจะเทียบท่านไดการที่ออกมาท่องยุทธภพในครั้งนี้ของเล่าฮู(ผู้อาวุโส)
เป็นที่อิ่มหนำสำราญดี
รักษาตัวด้วยท่านประมุข"
เมื่อกล่าวจบ
กระโดดตัวลอยด้วยวิชาเมฆาย่นระยะ
พลังตัวเบาสูงสูงมาก
จนหายวับไปมนกลางอากาศ เฉียวฟงลี่ลุกขึ้นมาเดินพลังลมปราณ
เลือดลมยังเดินดีไม่มีอะไรบาดเจ็บสาหัส
แค่บาดเจ็บเล็กน้อย
ลมปราณแปรปรวนบ้าง"นับว่าเป็นโชคดีที่จ้ารับความเมตตาจากนักพรตคิ้วขาว"
ก้มตัวคารวะในทิศทางที่นักพรตคิ้วขาวจากไป

จึงเดินไปยังทิศเหนือ

พพ มาก
10
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 04 เมษายน 2019, 10:51:47 »



เทพกระบี่ล่องหน

นักพรตคิ้วขาว
ระฆังทองครอบล่าง
และหมัดเจ็ดทำร้าย

นักพรตคิ้วขาว เดิมเป็นพระอยู่ในวัดเส้าหลิน แต่หลังจากได้ฝึกยอดวิชาในวัดเส้าหลิน
จนสำเร็จยุทธ
ในหลายวิชาแล้ว
ได้พัฒนาฝีมือเป็นยอดยุทธที่เขาฮั้วซัว
และไปสำเร็จวิชาหมัดเจ็ดทำร้าย
ที่สำนักคงท้งจนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักคงท้ง

เป็นสุดยอดฝีมือหนึ่งในสิบที่เลื่องลือในยุทธภพ
วิชาหมัด 7 ทำร้ายของท่าน ร้ายกาจเพียงใด เมื่อกระแทกหมัดออกไปหากมีเจตนาจะทำ ร้าย
อวัยวะข้างนอกจะไม่มีร่องรอยการเสียหายเลย แต่ผู้ที่ถูกทำร้าย จะมีอาการบอบช้ำจนตายหลังจากที่โดนหมัดเจ็ดทำร้าย
อย่างเร็วสามย่างก้าว
ครึ่งชั่วยาม
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
อย่างช้า 7 วันจนถึงครึ่งปี

เป็นที่หมายได้เลย
เพราะถูกพลังภายในกระแทกจุดตายในร่างกายที่
หัวใจ ม้าม ตับไตปอดและสมอง
ในกระบวนท่าที่สุดร้ายกาจที่ท่านบัญญัติออกมา
อ่อนไหว
นิ่มแข็ง
แต่ลึกล้ำจากการกำหนดลมปราณ
จึงยากที่จะมีผู้ใดฝึกฝนจนสำเร็จหรือใช้ออกได้เต็มสิบส่วน
คงจะมีก็แต่นักพรตคิ้วขาวเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ที่คลั่งไคล้วิทยายุทธจึงฝึกจนบรรลุเคล็ดลับวิชาหมัดเจ็ดทำร้ายที่สำนักคงท้งนี่
อีกทั้งยังเป็นคนที่ใส่ใจและหมก มุ่นกับการฝึกวิทยายุทธอย่างจดจ่อ
สมาธิกล้าแข็งพลังภายในลึก ล้ำยากจะคำ นวณ

เฉียวฟงลี่เอง
แม้จะไม่เคยประมือกับ
นักพรตคิ้วขาวมาก่อนเลย
แต่ด้วยคำเล่าลือและจากการมี่สามารถสัมผัสพลังภายในของนักพรตคิ้วขาวในขณะนี้แล้ว
ก็มิอาจประมาทได้เช่นกัน
ประมุขเฉียวจึงเกร็งพลังภายใน เต็มสิบส่วนไปที่ฝ่ามือสองข้างของเขาทันที

นักพรตคิ้วขาวกระแทกหมัดขวาออกมาเต็มแรง
แฝงพลังภายในร้ายกาจอยู่สามอย่าง
คือ
พลังอ่อนไหลแข็ง
ที่จุดตายสามจุด ของประมุขเฉียวซึ่งเป็นการทดสอบพลังภายในของ
และในทำนองเดียวกัน
ประมุขเฉียวได้กวาดฝ่ามือเป็นวงกลมแล้วก็กระแทกฝ่ามือออกไปพร้อมๆกัน
พลังกลางฝ่ามือ สองข้างกระแทกออกไปตรงๆพร้อมกันแล้ว
"สะท้านขวัญร้อยลี้"
"ตูม"

อ้างอิงรายชื่อฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า

1. 亢龍有悔 / 亢龙有悔 / ขั่งเล้งอู่อ้วย (มังกรผยองได้สำนึก)

2. 飛龍在天 / 飞龙在天 / ปวยเล้งต่อเทียน (มังกรบินอยู่สวรรค์)

3. 龍戰於野 / 龙战于野 / เล้งเจี่ยงอี่เอี้ย (มังกรโรมรันกลางไพร)

4. 潛龍勿用 / 潜龙勿用 / เชี่ยมเล้งม่ายเอ่ง (มังกรซ่อนกบดาน)

5. 利涉大川 / 利涉大川 / หลีเสียบไต้ชวง (เชี่ยวชาญข้ามแม่น้ำใหญ่)

6. 鴻漸於陸 / 鸿渐于陆 / ฮ้งเจี้ยมอีเล็ก (หงส์ร่อนพสุธา)

7. 突如其來 / 突如其来 / ตุ๊กยู่คี้ไล้ (ประดังโดยพลัน)

8. 震驚百里 / 震惊百里 / จิ้งเกี่ยแป๊ะลี้ (สะท้านขวัญร้อยลี้)

9. 或躍在淵 / 或跃在渊 / ฮกเตียกต่อเอียง (ทะยานสู่มหรรณพ)

10. 神龍擺尾 / 神龙摆尾 / ซิ้งเล้งไป้ป่วย (มังกรสะบัดหาง)

11. 見龍在田 / 见龙在田 / เกี่ยงเล้งต่อฉั้ง (มังกรผงาดกลางทุ่ง)

12. 雙龍取水 / 双龙取水 / ซ้งเล้งฉู่จุ้ย (มังกรคู่ดูดน้ำ)

13. 魚躍於淵 / 鱼跃于渊 / ชงเล้งเท่งคู้ (มังกรดำน้ำลึก)

14. 時乘六龍 / 时乘六龙 / ซี่เซ้งลักเล้ง (บังคับหกมังกร)

15. 密雲不雨 / 密云不雨 / มิกฮุ้นปุกโหว (เมฆหนาทึบไร้พิรุณ)

16. 損則有孚 / 损则有孚 / ซุ่งเจ่กอู่ฮู (ลดสูญเสียเกิดผลลัพธ์)

17. 履霜冰至 / 履霜冰至 / ลี่ซึงเปียเล้ง (มังกรพิโรธ)

18. 羝羊觸藩 / 羝羊触藩 / เชี่ยเค้าเล้งแอ้ (พิฆาตมังกร)

วิกีพีเดีย

https://youtu.be/2RkaFQPWprw

หมัด 7 ทำร้าย

“...หัวใจเป็นธาตุไฟ ปอดเป็นธาตุทอง ไตเป็นธาตุน้ำ ม้ามเป็นธาตุดิน ตับเป็นธาตุไม้ บวกกับพลังความร้อนและเย็น พอฝึกปรือจะทำร้ายทั้งเจ็ดสิ่ง ทั้งเจ็ดประการล้วนถูกทำร้าย
วิชาหมัดเจ็ดทำร้ายนี้
เมื่อเพิ่มพูนอีกขั้นหนึ่ง อวัยวะจะถูกทำร้ายอีกขั้นหนึ่ง
แท้จริงทำร้ายตัวเองก่อน ค่อยทำร้ายศัตรู...”

หมัดเจ็ดทำร้าย เคล็ดใจความสำคัญอยู่ที่ “ทำร้ายตัวเองก่อนค่อยทำร้ายศัตรู”
หมัดเจ็ดทำร้ายเป็นสุดยอดเพลงหมัดของสำนักคงท้ง
ทำไมถึงเรียกหมัดเจ็ดทำร้าย ก็เพราะว่า

ผู้ที่ฝึกวิชานี้เวลาต่อยหมัดออกจะแฝงพลังที่แตกต่างกัน 7 สาย (แกร่งกร้าว อ่อนหยุน แฝงความอ่อนในความแข็ง แฝงความแข็งในความอ่อน ใช้ขวาง ส่งตรง หดเข้า) ศัตรูต้านทานพลังสายแรก
ไม่อาจรับพลังสายที่สอง ต่อให้รับพลังสายที่สองได้ พลังสายที่สาม สี่ ห้า หก เจ็ด ที่ปลดปล่อยพลังออกมาพร้อมกันจะรับได้อย่างไร เพราะเหตุนี้จึงเรียกวิชานี้ว่าหมัดเจ็ดทำร้าย
อานุภาพของหมัดเจ็ดทำร้าย

หากต่อยหมัดไปที่ต้นไม้ใหญ่ ความจริงต้นไม้ต้องหัก
หรือไม่หมัดก็ต้องจมเข้าไปในเนื้อไม้
แต่ปรากฎว่าพอต่อยหมัดออกต้นไม้ไม่หักและไม่มีรอยปริแตกแม้แต่น้อยไม่ได้รับความเสียหายก็เพราะว่าพลังของหมัดเจ็ดทำร้ายมุ่งทำลายจากภายในโดยไม่สร้างความเสียหายต่อภายนอก หลังจากนั้น 3 วันให้หลังไม้ใบเหลืองซีดร่วงหลุด ครึ่งเดือนให้หลังต้นไม้ทั้งต้นเหี่ยวแห้ง หมัดที่ปล่อยออกมานั้นได้ทำลายชีวิตของต้นไม้นั้นไปแล้ว หากหมัดนี้ต่อยถูกคนมีชีวิต
อวัยวะภายในจะพังยับ
วิชาหมัดเจ็ดทำร้ายนี้ถึงแม้จะมีอานุภาพทำลายที่สูงแต่หากผู้ฝึกวิชานี้มีกำลังภายในที่อ่อนด้อยจะเป็นการทำร้ายอวัยวะภายในของผู้ฝึกเอง หากมีกำลังภายในที่ลึกล้ำหนักแน่นแล้วฝึกหมัดเจ็ดทำร้ายจะเกิดความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้นผู้ที่สำเร็จวิชานี้นับว่ามีน้อยยิ่ง
แม้แต่สำนักคงท้งศิษย์ในสำนักรุ่นหลังก็ไม่มีใครสำเร็จวิชานี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10