กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / ลุงตง......ได้ครับ
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 26 พฤษภาคม 2017, 11:18:29 »
ลุงตง......ได้ครับ
ลุงตงหรือลุงสามของลูกเป็นพี่ชายคนที่ถัดไปจากพ่อ
สมัยที่พวกเรายังเด็กๆ ครอบครัวยากจนข้นแค้น เพราะย่ามีลูกถึงห้าคน
ลุงตงเป็นเรี่ยวแรงสำคัญคนหนึ่งของย่า
ในการช่วยเหลือย่าทำงานและหาเงินมาเพื่อใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ เช่นค่าเทอมหรือค่าหนังสือเรียนและค่าตำราต่างๆ
เสื้อผ้านักเรียนของลุงตงก็คือเสื้อผ้าของพ่อที่สืบทอดกันมาเพราะเราเรียนหนังสือโรงเรียนเดียวกัน
กางเกงทุกตัวจึง
มีการรับประกันการปะก้นกางเกง แล้วก็ปะอีกจนเป็นใยแมงมุม
เมื่อลุงตงโตขึ้น พ่อเองก็โตขึ้นตามเลยรับมรดกกางเกงไยแมงมุมสบาย
ลุงตงเป็นคนมุ่งมั่นมากใฝ่ฝันที่จะเป็นวิศวกรเครื่องกลแต่อย่างเดียว
แม้ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนในคณะเดียว
นอกจากนั้นแล้วยังชอบจินตนาการในเรื่องจักรกล ชอบสิ่งประดิษฐ์ต่างๆนานา
คิดบวกและให้กำลังใจน้องๆเสมอ
เวลาเราเผชิญกับปัญหาหนักๆ
ลุงตงมักจะอยู่ข้างๆเรา
ลุงตงรักน้องๆเป็นที่สุด เรียนหนังสือก็เก่ง
แม้ในช่วงเรียนยังต้องขึ่มอเตอร์ไซด์ส่งหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ชั้นมัธยมจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
ลุงตงจึงเป็นคนต้นแบบของพ่อคนหนึ่ง
ในการเดินไปข้างหน้าและสร้างฝันของตนเองให้เป็นจริง
ลุงตงทำให้เชื่อในความพยายาม ความพากเพียร ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความคิดของตนเองว่าถูกหรือผิดเหล่านั้น
พวกเราเคยผ่านปัญหาต่างๆร่วมกันมามากมาย
ยามว่างลุงตงยังสอนการบ้านให้พ่อทุกเรื่องจนพ่อเข้าใจหมด
นอกจากนั้นลุงตงก็ช่วยย่าทุกหนทางที่จะฝ่าปัญหาต่างๆออกไปด้วย โดยเฉพาะปัญหา..............ทางการเงิน
ที่ครอบครัวใหญ่และยากจนสมัยก่อนล้วนแล้วแต่มีปัญหาหลักๆในเรื่องเงินกันทั้งนั้น
เหมือนที่ใครๆบอกว่าลูกมากจะยากจน นั้น.........มันจริงนะลูก
เมื่อลุงตงสอบเข้า คณวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งได้สำเร็จ
ในช่วงนี้ลุงตงเริ่มไปนอนหอพักนักศึกษาจะกลับมาบ้านก็เฉพาะตอนสุดสัปดาห์เท่านั้น
จนในปีสุดท้ายการศึกษาของลุงตง ซึ่งมีการฝึกงานในโรงงานดที่หนักมาก
มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนๆหามลุงตงมาส่งที่บ้าน
เพราะเดินไม่ได้จากการฝึกงานคงจะไปแบกอะไรหนักๆจนกระดูกทับเส้นประสาท
หลังจากนั้นลุงตงหายจากบ้านไปนานมาก
กลับมาอีกครั้งพร้อมเมียแม่หม่ายลูกติดสองคนเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่ง
แต่หลังที่เจ็บหายดีแล้วจากการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช
ย่าต้อนรับลูกสะใภ้และลูกๆของเธอ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยด้วยความรัก
ย่าบอกกับพ่อว่าอย่างไรๆลุงตงก็เป็นลูกรักของย่าคนหนึ่ง
พ่อถึงกับอึ้ง.......ไปเลยตอนนนั้น
ช่วงระยะเวลานี้..............ลุงตงมีปัญหาทางการเงินมาก กลับมายืมเงินกับ
ย่าบ่อยๆ
พ่อมารู้ความจริงในตอนหลังว่าอะไรเป็นอะไร
ลุงตงก็มีลูกสาวเล็กๆเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนแล้ว
ไม่มีใครช่วยเลี้ยงลูก จึงเอาไปเลี้ยงที่อ๊อฟฟิศ ด้วย
มันช่างลำบากมากเลยนะลูก
แล้วที่ลำบากมากไปกว่านั้นก็คือลุงตงมีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกสองคนตามๆกันมา
แต่ลุงตงกลับยิ้มแล้วบอกกับพ่อแบบมีความสุขว่า
"อยากมีลูกชายน่ะ"
ช่วงหลังลุงตงคงจะวุ่นวายกับลูกๆจนเด็กๆโตขึ้นมากหน่อย
จึงมีเวลามาบ้านของย่าแทบจะทุกอาทิตย์ มีเงินมาให้ย่าเป็นปึก
แล้วพาพวกเราสามคนพ่อแม่ลูกไปเลี้ยงข้าวไงลูก
ทุกคร้ังลุงตงก็มักจะบอกพ่อแทบทุกครั้งว่า
"ไม่เป็นไรนะพี่มีเงิน"
ในตอนนี้พ่อรู้สึกว่าพ่อได้ลุงตงที่เนพี่ชายแสนดีคนเดิมของพ่อกลับคืนมาแล้ว
เราสองพี่น้องคุยกันในทุกๆเรื่องเหมือนเช่นเดิม
บางครั้ง........เรานั่งคุยกันนานหลายชั่วโมงก็มีนะ
ลุงตงรักย่ามาก ให้อะไรทุกอย่างกับย่า เท่าที่จะทำได้
มาถึงก็เข้าไปกอดย่าแน่น โดยมีลูกๆของตัวเองเข้ามานัวเนียด้วย เป็นภาพน่าประทับใจมากจริงๆ
นอกไปจากนี้แล้วลุงตงยังรักลูกเลี้ยงสองคนราวกับลูกของ
ตัวเองอีกด้วย
ส่งเสียพี่ทั้งสองคนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจนจบและนำมาล่าให้พ่อฟังอย่างภูมิใจแถมยังเอ่ยปากกับพ่อว่า
"มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ "
ลุงตงยังรักพ่อหรือน้องคนนี้ตลอดกาลจริงๆ
รวมทั้งเผื่อแผ่ความรักของลุงมาให้จนถึงลูกด้วย เรื่องนี้ลูกคงจะรู้อย่างเต็มอกของลูกเองนะ เพราะลุงตงภูมิใจในตัวลูกมาก
เมื่อสิบกว่าปีก่อนลุงตงมาหาพ่อ นั่งกินข้าวกับพ่อ แล้ว
บ่นเหนื่อย
พ่อเห็นหน้าของลุงเขียวคล้ำๆก็เลยคว้ามือของลุงไปโรงพยาบาล แต่ลุงก็ขอจะไปรับลูๆกก่อน
พ่อไม่ยอม ลุงก็เลยโทรนัดให้ลูกๆไปเจอกันที่โรงพยาบาล
ผลปรากฎว่าน้ำท่วมปอด
หมอให้แอดมิด และให้ยามากินจนหายและแข็งแรงขึ้นมาก
นานยาวกว่าสิบปี
จนมีแรงขึ้นหลังคาไปซ่อมห้องนอนของพ่อได้
และยังมากั้นห้องตีฟ่าห้องของลูกเองคนเดียวแทบทั้งหมด
มีแต่งานสีเท่านั้นที่ไม่ได้ทำให้เพราะลุงแกมีช่างทาสีให้อยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายเรื่องสี ลุงตงก็ออกให้หมด รวมค่าอุปกรณ์ต่างๆอีก
ลุงตงบอกกับพ่อว่า
"มาทำให้หลานนอน"
หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน....
พ่อเข้าห้องน้ำอาบน้ำเสร็จกดปลั๊กจะปิดไฟ โดนไฟดูดจนมือชาไปนาน
พ่อโทรหาลุงตง ลุงบอกว่าให้ออกห่างจากปลั๊ก ไม่ทันถึงชั่วโมง
ลุงตงมาพร้อมปลั๊กไฟอันใหม่มาเดินสายเปลี่ยนปลั๊กให้จนเสร็จแล้วจึงกลับไปทำงาน
เพราะห่วงพ่อ แม่และลูกนั่นเองกลัวไฟจะดูด
ลุงตงสอนพ่อเสมอว่า
"ให้รักใครเท่าที่เขารักเรา "
เพราะเราเป็นครอบครัวใหญ่มาก เราช่วยอะไรใครๆเขาได้ไม่หมดหรอก
เหมือนลุงจะรู้ว่าใครเป็นใครอะไรเป็นอะไร รู้อนาคตที่จะเกิดขึ้น
นอกจากลุงจะใจดีกับลูกๆหลานๆ และพี่น้องของตัวเองแล้ว
กับคนอื่นๆลุงตงก็ยังใจดีแทบไม่น่าเชื่อ
ครั้งหนึ่งลุงไปธุระโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งเห็นคนไข้ไม่มีเงินจ่ายค่ายา ลุงก็ควักเงินให้เขาไปสองพันบาท
ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รวยอะไรและไม่รู้จักกับเขาด้วย
อีกกรณีหนึ่ลุงตงเล่าว่าเจอคุณยายที่รู้จักกันป่วยหนัก ลุงไปเยี่ยม ลูกหลานหลายคนเกี่ยงกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งๆที่มีเงิน ลุงตงสงสารจึงแจ้งทางโรงพยาบาลว่าของเป็นเจ้าของไข้ให้ แม้จะรู้ว่าคุณยายไม่รอดก็ตาม ลุงบอกว่าให้แกดีใจมีกำลังใจสู้โลก
ตามปกติพ่อจะคุยกับลุงตงสารพัดเรื่อง บ่อยครั้ง
มีช่วงหนึ่งที่ต่างคนต่างยุ่ง เราจึงไม่ได้คุยกันเลย
จนมีอยู่คืนหนึ่ง.......พ่อได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งว่าลุงตงประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน
ตอนนี้หมดสติอาการทรงตัวไม่รู้สึกตัวแล้ว สมองตาย
พ่อได้แต่อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วโทรจัดการเรื่องประกันให้ลุงตงจนเสร็จ ก็ล้มตัวลงนอนหลับไม่รู้เรื่อง
ก่อนนอนขอพรพระให้มีปาฎิหารย์ให้เกิดขึ้นช่วยเหลือลุงตงให้รอดอีกสักครั้ง เพราะลูกๆของลุงยังเล็ก
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงถึงคราวตายจริงๆ
ลุงตงจากพวกเราไปตลอดกาลในคืนวันนั้น
มีคนมานำศพของลุงไปประกอบพิธีต่างศาสนา
พ่อไม่อยากให้หลานๆหรือลูกๆของลุงตงลำบากใจ
จึงไม่ไปร่วมงานกับเขาเลย
ได้แต่นั่งร้องไห้คิดถึงลุงนานกว่าสองปีจึงเลิกร้อง
พ่อเคยไปปรึกษาจิตแพทย์ ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง
ท่านบอกพ่อว่าจิตใจแข็งแรงดี เพียงแต่ช๊อกเท่านั้น ไม่ต้องมาหาหมออีก ให้คุยกับลุงตงเอง พ่อก็ทำตามที่หมอแนะนำ แล้วอาการต่างๆก็หายไป
"
ได้ครับ...พี่ตงพี่ขายที่แสนดี "
บุญรักษาพระคุ้มครองนะลูก
รักลูกตลอดเวลา
พ่อ
ข้อคิดมากมายให้คนรุ่นหลังได้ดูได้อ่านได้คิด อย่ามัวดูแต่หนังซูมชีวิตเลยครับ ดูหนังให้มันชัดๆเห็นแก่นเห็นกระดูกดีกว่า เจอดีก็มากร้ายก็เยอะ
สุดท้าย พระอนิจจัง พระทุกขัง พระอนัตตาครับแน่แท้
แทนสะมะชัยโย




2
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2017, 13:28:03 »



"ปราณกระบี่เกิดจากพลังปราณภายในเกิดจากใจที่สงบ ใจจึงเป็นนายใจจึงเป็นใหญ่ กระบี่จึงอยู่ที่ใจ"
"กระบี่ไม่ได้มีไว้หั่นผัก แต่มีไว้ฆ่าคน"
"กระบี่อยู่คนอยู่ กระบี่หายคนตาย"
"กระบี่อยู่ที่ใจ ยามใช้ออกมาทุกอย่างล้วนเป็นกระบี่"
เมื่อปราณกระบี่เร่งถึงขีดสุดกลับเป็นแสงดุจดาวตก
" เทพกระบี่ดาวตก"
ดาบเด็ดเดี่ยว ตอนดับทวิอวตาร...............................หรือจะสิ้นชื่อเทพกระบี่ซา
ในขณะที่...................เทพกระบี่ซากำลังจะปะทะพลังสุดขั้วสองสายที่พุ่งใกล้จะถึงตัวแล้วนั้น
มันกลับพริ้มหลับตาลง ปล่อยให้ลมปราณภายในกายทะลุทะลวงจากจุดกลางกายขี้นมา
พวยพุ่งเป็นสาย.................ราวกับลาวาพ่นทะลักจากภูเขาไฟ
พลังปราณจากจุดกลางกายระเบิดขึ้นจากพลังสมาธิ
ที่ยืมพลังจักรวาลและพลังจากสามไตรภพ
มือสองข้างของมันร้อนระอุจุดเดือดทะลัก
พลังลมปราณแผ่พลังร้อนต้านรับหลังสุดขั้วสองสาย ดุจวิชาระฆังทองครอบร่างของวัดเส้าหลิน
"บี้ม หง่างๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
ทันทีที่พลังสามสายปะทะกัน เจ้าของพลัง
ต่างเซถอยออกไปสามก้าว
"กระบี่ดาวตกเยือกแข็ง"
กระบี่มารสะบั้นนรกพิฆาต"
พลังปราณกระบี่จากท่าร่างขาวดำเป็นเพลงกระบี่สุดเหี้ยมอำมหิตด้วยไม้ตายร้ายกาจ ผู้ที่เห็นมีเพียงคนผู้หนึ่งเท่านั้น...........................คนตาย
ปราณกระบี่เยือกแข็งแทงตรงเบียดอากากาศเสียงดังกรีดอากาศ
ทุกทางที่ปราณกระบี่วิ่งผ่านไปน
กลับมีเกร็ดน้ำแข็งกระเด็นออกมา ปราณกระบี่ที่ร้ายกาจและช่างน่ากลัวยิ่ง
เป้าหมายที่คอหอยเทพกระบี่ซา
ส่วนสิบห้ากระบี่มารไร้ใจของจอมมารอี้ กลับสาดซัดกวัดแกว่งเป็นปราณกระบี่ดำลอยพุ่งเป็นไอวิญญาณ
สี่ฟัน สามแทง
" วีด วีด วีด ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ"
เทพกระบี่ซาบัญญัติเพลงกระบี่ใหม่ออกต้าน
"ภูผาต้านรับ กระบี่โยกขุนเขา พริ้วไหวสะบัดซัดจุดตาย"
เป็นการกรีดปราณกระบี่รับตรงสามครั้ง และแทงออกสองเป้าหมาย สามจุด
"กระบี่ที่สิบห้าผยองเดช กระชากวิญญาณเทพ"
เพลงกระบี่ในกระบี่ไร้ต้านผยองเดชของจอมมารอี้ ออกมาแล้ว กระบี่ที่...............................ไม่เคยมีผู้ใดต้านรับได้
ในทั่วหล้า อาจจะมีผู้แซ่เต็งที่ใช้ดาบวงเดือนเท่านั้น เพียงผู้เดียว
ปราณกระบี่จอมมารแข็งสำแดงเดช แทงสามตวัดสิบ รวมหนึ่ง
ท่าร่างสีขาวเองก็เปล่งปราณกระบี่ออกมาแล้วเช่นกัน
"กระบี่เยือกแข็งบรรลุ จุดเยือกแข็งในเยือกแข็ง "
ปราณกระบี่เยือกแข็งแทงออกมาสามรวมเป็นหนึ่งตรงระดับขั้วหัวใจเทพกระบี่ซาในทันที
เสียงปราณกระบี่หวีดแหวกอากาศรุนแรงพร้อมเกร็ดน้ำแข็งพวยพุ่งกระจาย
เมื่อสุดยอดจอมยุทธทั้งหลายปะทะกัน ย่อมรู้ผลแพ้ชนะเพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น
เทพกระบี่ซาพลันพบจุดอับที่แก้ไม่ได้เกินรับแล้ว กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง หงายร่างเป็นเป้าปราณกระบี่สุดขั้วจากโลกันต์ขาวดำทั้งสองสาย
3
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2017, 14:06:53 »



ดับอวตารตอนจบ
"กระบี่ไม่ได้มีไว้หั่นผัก แต่มีไว้ฆ่าคน"
กระบี่อยู่คนอยู่ กระบี่หายคนตาย
กระบี่อยู่ที่ใจ ยามใช้ออกมาทุกอย่างล้วนเป็นกระบี่
เมื่อปราณกระบี่เร่งถึงขีดสุดกลับเป็นแสงดุจดาวตก
" เทพกระบี่ดาวตก"
4
ธรรมะกับชีวิต / ประสบกู..............................
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2017, 14:04:36 »



ประสบกู..............................
สมัยนี้คนชอบอ้างประสบการณ์กันมาก ว่ามีความรู้ในทางทำ พูด คิด สอนนั่นสอนนี่ให้คนเชื่อมากมาย
ราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ
ประสบการณ์ในทางคิดถูกต้องแล้วเกิดขี้นจริงก็อย่างหนึ่ง
ประสบการณ์ในทางพูดถูกต้องก็อย่างหนึ่ง
ประสบการณ์ในทางทำก็อย่างหนึ่ง
ส่วนใหญ่พูดคิดทำไม่ตรงกัน จะนับว่าเป็นผู้มีประสบการณ์นั้นยังไม่ได้
พูดแล้วไม่ทำ
คิดแล้วไม่ทำ
ถ้าพูดคิดทำตรงกัน
มันเป็นพุทธะ ถ้าเกิดจากการคิดชอบนะโยม
ศีลสังวรครบ อย่าน้อยก็ไม่โกหก
นอกนั้นมันเป็นประสบกูทั้งนั้น ถ้าโยมเจอเมื่อไรเจอแล้วเดินหนีเถอะ เสียเวลาหายใจเปล่าๆ
เจริญพร
อนาคาริก
5
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมะรำพัน
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2017, 14:03:05 »




เกิด แก่เจ็บ ตาย มันสู้ไม่ได้เลยกับ
ประสูติ ตรัสรู้ นิพพาน
รู้แล้วทำนะ ช้าเร็ว 7วัน 7เดือน 7ปี
เท่านั้น
ขอนอบน้อมแด่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์สมมติที่เกิดขึ้นในอีกครั้งยามดึกค่ำคืนนี้ เมื่อสองพันกว่าปี กราบเหนือเศียรเหนือเกล้า
ฆราวาสศึกษาธรรม
6
ธรรมะกับชีวิต / ความั่นคง
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 04 พฤษภาคม 2017, 11:51:48 »


ความมั่นคง
คนทั้งหลายถูกฝังหัวกันมานานมากแล้วที่ให้รู้จักคำว่า
ความั่นคง.........................
ตั้งแต่ความมั่นคงในอาชีพ
สมัยก่อนเน้นให้รับราชการ ลูกหลานใครได้เป็นข้าราชการ ก็เป็นเจ้าขุนมูลนายมีอำนาจเหนือคนธรรมดา และเส้นสายเยอะแยะ
ในสมัยต่อมาก็คลั่งไคล้ให้ลูกๆทำงานธนาคาร เพราะเงินดีสวัสดิการดี ไม่มีไล่ออก
จนเกิดวิกฤตการณ์หลายๆครั้งคนธนคารตกงานกันเพียบ ธนคารเจ๊งไปก็มาก ทั้งนอกและในประเทศ
สมัยนี้นิยมให้ลูกหลานเรียนหมอ บ้านไหนไม่มีลูกเรียนหมอสักคนจะเชยและดูเหมือนด้อยค่าในสังคมยังไงๆก็ไม่รู้ได้
จนมาถึงยุคนี้ new normal หรือ start upที่ใครที่ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ ดิจิตอลมันจะไม่เป็นคนสมัยนี้ได้ ไปหาอ่านกันเองเถอะ
จวบจนมาถึงตรงนี้ต้องมีเงินๆๆทุกวาระจึงจะมั่นคง
ถูกหลอกมาเจ็ดชั่วโคตรแล้วไม่นับชาติก่อนๆว่าถูกหลอกมาเท่าไรจากความไม่รู้
สมเด็จพระสัพพัญญูสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงธรรมมาเนิ่นนานหลายพันปีแล้วว่า
มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสุขมีทุกข์ มีสรรสริญมีนินทา
ไม่มีอะไีรเที่ยงแท้แน่นอน เป็นทุกข์ ไมใช่ตัวใช่ตน
ความมั่นคงสร้างได้ในใจตนที่ต้องฝึกให้รู้เท่าทันความเป็นจริง
แต่ต้องฝืนกระแสโลกนะ
ไอ้ที่ว่าดีทั้งหมดมันไม่มีอะไรดีหรอกมัน..หลงทั้งนั้น
ปล่อยต้วเองจากความมั่นคงให้มีอิสระเสียที จนเลิกกลัวและบ้าไปก่อนเถอะนะ
เจริญพร
อนาคาริก
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ รองเท้า
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
7
ธรรมะกับชีวิต / รูปถ่าย
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 04 พฤษภาคม 2017, 11:50:11 »



รูปถ่าย
ฉันเคยสงสัยมานานแล้วว่าทำไมนะคนสมัยนี้ชอบถ่ายรูปกันมากมายหนักหนา
ไปไหนๆมาไหนก็ถ่ายรูป ก่อนกินข้าวหลังกินข้าว ก็ถ่ายจนหมด
โชว์อาหารการกินราวกับจัดรายการชวนชิม
ถ่ายรูปตัวเองลงเพจได้ทั้งวัน คงจะหาเม็ดสิววัยสุดท้ายกัน
นี่แหละสังขาร.....แสดงธรรม
แต่ใจมันโดนอนุสัยครอบงำพร่ำร้องว่า"กูไม่แก่ๆๆ"
แล้วก็โพสต์ธรรมะแสดงว่าอยู่กับสตินะลูกหลานเหลนโหลน
เยอะไปนะโยม
อาตาปี สัมปชาโน สติมา
เพียรเผากิเลสด้วยกำลังของสติ
อ้อรูปถ่ายอย่าผิดนะจะเป็นรูถ่ายไปนะโยม
เจริญพร
อนาคาริก
8
ธรรมะกับชีวิต / ไม่โง่เพราะพอ
« กระทู้ล่าสุด โดย SOMCHAI SAWEK เมื่อ 28 เมษายน 2017, 13:38:35 »



[url=http://upic.me/show/60721431]


ไม่เคยคิดว่าจะถูกหลอก เพราะเชื่อคนยาก จะเช็คสอบทานทุกการหลอก แม้จะใจดีแต่ไม่โง่
"คิดไกลใจกว้างวางเป็น"
แต่การที่มองโลกในแง่ดี เฟรนด์ลี่ มีผู้คนมากมายเข้ามาในชีวิต
ก็ถูกหลอกจนได้
แต่....ยังไหวตัวทันเพราะมีคำว่าพออยู่เสมอ
ขอบใจนะพอเพียง มาก
ที่ย้ำให้คิดเรื่องพอมาตลอด

มารยานี่มันร้ายล้วงตับจริงๆครับ

ขอแสดงความนับถือ

ประเทศ

ขอบคุณค่ะพี่บางคนมันหลอกตเอง
ใจอยู่ที่สนามกอล์ฟ อยู่กับเซ็กซ์ เงิน กิน กาม เกียรติ
เอาที่สบายใจเหอะ
ที่นี่พอมานานและ
จบปะ


มาร์ค

คนอ่านเพจนี้ไม่มีใครโง่อวิชชา ตัณหานะ
9
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 27 เมษายน 2017, 14:32:50 »







ตอนเธอบอก รักฉัน ใจมันงง
เหมือนไปก๊ง กันมา กับพ้องเพื่อน
เหมือนถูกซัด ด้วยกำปั้น ตาชักเลือน
คล้ายหรือเหมือน โดนน๊อค จนตัวลอย
เคยได้ยิน เธอพูดเรื่อง มารยาหญิง
เหมือนผีสิง คนให้ ร่วงหลับผลอย
ใจที่เคลิ้ม หลับฝัน ตาลอยลอย
ใจที่คล้อย ตื่นจากฝัน สว่างพลัน
สะกดใจ ตนเอง อยู่กับที่
ลมไม่ถี่ เคลื่อนขับ ดับความฝัน
เข้าแล้วออก ปล่อยเกิดดับ เป็นหมดพลัน
ทันใดนั้น สำเร็จ วิชาเซียน


มีดบิน





ภวังค์ในภวังค์และในภวังค์ จากสมมติทะลุสมมติ หลุดพ้นไปวิมุตติเพราะปล่อย..........................ภาคหนึ่งและสอง



ภาคสาม......อวตาร

ภาคสี่.................ดับอวตาร

พลันสองเทพกระบี่ต่างกระโดดขึ้นกลางอากาศ ถลาเข้าหากันด้วยความเร็วสูงสุด  พร้อมกระบวนท่าไม้ตายสูงสุดของตน
“ เยือกแข็งถลาโถมดัวกระแสพายุ“
“เพชรหิมะน้ำแข็งสายฟ้าบรรเจิด“
ในระหว่างที่เทพกระบี่ทั้งสองจะปะทะกันอยู่นั้น
กลับมีกระบี่ร้ายกาจจากบุรุษชุดดำที่มีใบหน้าไม่แตกต่างกับบุรุษชุดขาวเลย
เปล่งแสงดัวยเพลงกระบี่ที่สิบห้าไร้ต้านในปฐพีของจอมมารอี้ด้วยพลังมหาศาลและเร็วดุจแสงข้ามพิภพ
ลงมือใส่เทพกระบี่ซาอย่างอำมหิต ไร้วี่แววที่มา
ในท่ามกลางความเย็นยะเยือกของเกร็ดหิมะและน้ำแข็งในบริเวณลานต่อสู้ที่แฝงความร้อนระอุสุดขั้ว

เทพกระบี่ซาเร่งเกร็งพลังลมปราณเต็มที่ไปที่สองฝ่ามือ แยกกระบี่คู่ใจออกเป็นสองเล่ม คิดต้านรับ กระบี่ร้ายกาจที่สุดในยุทธภพสองเล่มในคราเดียวกัน ซึ่งจะเป็นตำนานเล่าขานในยุทธภพต่อไปอีกนานแสนนาน

กระบี่ร้ายกาจสองเล่มแทงใส่เทพกระบี่ซาในคราเดียวกัน
ยากที่จะรอดพ้น
แต่เทพกระบี่ซากลั่นพลังปราณสูงสุดเข้าต้านรับในชั่วพริบตาเป็นตาย
ใช้วิชามหาเทพกระบี่ที่ตนเองบัญญัติขึ้น และไม่เคยใช้มาก่อนเพราะมันอำมหิตเกินไป
หลอมรวมจากเคล็ดวิชากระบี่มารของจอมมารอี้ กระบี่้พชรหิมะน้ำแข็ง กระบี่อัคคีสายฟ้า
พร้อมสาดซัดกระบี่อัคคีสายฟ้าในมือขวาและกระบี่มังกรไฟในมือซ้ายออกมา
"พยับแดดจริงหรือปลอม ใยสงสัยแค่พริ้วไหวดับจอมมารไปจุติ"
ฟันซ้ายขวาออกไปด้วยพลังทั้งหมดในกระบี้คู่นี้
" เปรี้ยง เปรี้ยง "
กระบี่ทั้งสี่เล่มปะทะกันพลันหักสะบั้น
เล่มละสามท่อน ปลิวกระจายไปทั่ว
เทพกระบี่ซาปล่อยมือจากสองกระบี่หักคู่กายพลันหลับตาในทันทีดำดิ่งเข้าไปในญาณสี่
ก่อนเข้าไปน้้นกลับเห็นหน้าจิวเยี๊ยกจี๊สตรีคนรัก ที่แย้มยิ้มให้ มันแล้วใช้มีดสั้นปาดคอกระบี่แทงขั้วหัวใจ
พลันดำดิ่งเข้าสู่ญาณสี่อย่างรวดเร็ว
เห็นการต่อสู้ของมัน เจ้านครจิว และมุซาชิที่ตอนนั้นมันหลับตาเข้าญาณสี่
แล้วรวมพลังฟงหยุนถี่เข้าจุดศูนย์กลางกาย
พลันในร่างกายของเทพกระบี่ซากลับเคลื่อนไหวด้วยพลังฟงหยุนถี่ที่เพิ่มความเร็วและแรงในร่างมหาศาล
เลือดและน้ำทุกหยดเรียงอะตอมกันอย่างมีระเบียบเป็นทางเดียวกัน นี่เป็นทางออกเดียวหรือที่จะกำจัดอวตารที่ไร้ต่อต้านทั้งสองแห่งตนได้
พลังปราณภายในของเทพกระบี่ซาเพิ่มขึ้นจากโลก ดวงดาว พระจันทร์และดวงอาทิตย์
พลังอภิมหาศาลเข้าไปอยู่จนแทบจะล้นทะลัก
แต่ข้างกายแห่งมัน อวตารทั้งสองกลับมีพลังเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกับตน ไม่มากหรือน้อยกว่าตน
พร้อมปะทะในศึกครั้งสุดท้าย


หรือว่าจะสิ้นชื่อเทพกระบี่ซาแล้วในศึกครานี้




เครดิตภาพทางอืนเตอร์เน็ท ผู้เขียนขอน้อมคารวะท่านเจ้าของภาพที่นำมาประกอบนิยายกำลีงภายในอิงธรรมะเรื่องนี้เป็นธรรมทานด้วย กราบขอบพระคุณครับ
To be cont
10
ธรรมะกับชีวิต / ลิ้นสร้างโลก
« กระทู้ล่าสุด โดย popen2556 เมื่อ 21 เมษายน 2017, 11:25:39 »


ลิ้นสร้างโลก
ชีวิตทุกวันนี้ทุกคนต่างเลยจุดทำมาหากินกันไปมากแล้ว
เพราะนอกจากปัจจัยสี่ที่มีอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรคแล้วที่ต้องหา ยังต้องมีรถยนตร์ มือถือซัมซุง ไอโฟน ไอบ้าไอบอ ไอเลิฟยู มิสสยูกันทุกวัน
แต่การกินก็ยังสำคัญที่สุดของผู้คนยุคนี้จะเห็นได้จากร้านอาหารในห้าง เพราะแม้กระทั่งอาหารอย่างเดียวกันขนมอย่างเดียวกันยังเปิดร้านชนกันอย่างท้าทายกันเองและท้าทายตนเองเยอะแยะเพราะค่าเช่าทีแพงมาก เดือนละหลายแสนอยู่
จนบางคนต้องมาหาเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์จากเงินของชาวบ้านโดยการขายหุ้น
เมื่อสิบปีก่อนใครจะเชือว่าจะมีร้านขนมอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหุ้นบ้างล่ะ
ใครพูดเข่นนั้นแล้วคงจะเหมือนโม้หรือโกหก
เพราะความสำคัญของการกินลิ้นรู้รสนี่แหละ ที่คนยึดมั่นในความอร่อยจากลิ้นสัมผัสจึงเป็นเช่นนี้
เพราะคนชอบอร่อย
แม้กระทั่งร้านอาหารบางร้านเอาผงชูรสมาผสมกับน้ำตาลปรุงรส
ร้านผลไม้ข้างทางจะเหลือหรือ ใส่ผงชูรสให้คนกินจนลิ้นชา สำหรันคนแพ้ปงชูรส
คนไม่แพ้ก็เมามันกันไป
ลิ้นเป็นตัวรับรสรู้รส เป็นตัวกระทบทำให้เกิดเวทนาที่มีทั้งทุกข์และสุข ถูกใจก็ใช่ไม่ถูกใจก็ไม่ใช่ที่เรียกว่าอารมณ์หรือโลกนั่นแหละ
จนสร้างโลกและโรคมากมายจากสารพิษแลัความอ้วน
นอกจากนั้นลิ้นยังช่วยเปล่งคำพูดออกมาให้กำลังใจกัน ทำร้ายกัน แย่งกัน ชิงดีชิงเด่นกัน
เป็นอกุศลกรรมกันมาก
คนสมัยก่อนเขารู้เล่ห์ลิ้นดีนักว่ามันก่อกรรมหนัก
จึงมีเขียนบทกลอนสอนธรรมให้อ่านเตือนใจก็มีนะ
เช่น
"อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานอยู่ไม่หาย"
ดังนั้นอย่าไปให้ความสำคัญกับเจ้าของปากที่มีลิ้นเข่นนี้มากนักนะโยมมันทุกข์ยันเต
เพราะลิ้นลวงมันสร้างโลกกับโรคน่ะ อย่างน้อยก็โลกเครียด
มิจฉาวาจาที่แปลว่าคำพูดยาพิษนั่นแหละ บาปหนักเชียว
เพราะหลงกันเข้าไป
เจริญพร
อนาคาริก
20/4/60
หน้า: [1] 2 3 ... 10