แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 42
1
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 17 เมษายน 2019, 17:35:09 »







เทพกระบี่ล่องหน

กำเนิด
"ฟงหยุนถี่"
พลังล้นโลก


เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากประมุขเฉียว
ก็เกิดแรงดึงดูดภายในร่างกายของเขา
อกมาราวกับจะดูดสิ่งต่างๆรอบตัวเข้าไปสู่ร่าง

แต่ในตอนนี้ร่างของประมุขเฉียว
หมุนเร็วราวกับลูกข่างด้วยความเร็วสูง
จนเกิดพลังถ่าย เท
ออกไปยังเบื้องบนและลงสู่เบื้องล่าง
แกนความเร็วหมุนเร็วจนสายตามองไม่เห็น
พลังที่ยากจะรับมือได้
ร่างกายของประมุขเฉียวเองจะสามารถรับพลังนี้ได้หรือไม่เท่านั้น

หากรับได้
นั่นย่อมหมาย ความว่าสิบแปด ฝ่ามือพิชิตมังกรของประมุขเฉียว
ยากจะมีผู้ใดในใต้หล้าต้านทานได้
พลังภายในที่อยู่ในร่างของประ มุขเฉียว
ที่เกิดขึ้นใหม่หมุนเวียนไล่พลังภายในขุมเก่าออกไปจนหมด

ทำให้ร่างกายเกิดความเร็วสูงมากกว่าเดิมอีก หลายเท่า
พลังภายในที่บังเกิดขึ้นก็เช่นกัน

ถังเยี่ยนเซิน
แม้จะตกใจจนขีดสุด

เมื่อเห็นดังนั้น
อย่างไรตาม
เขาเป็นอัจฉริยะในเชิงยุทธ์
ที่ในรอบสองร้อ ยปีจะมีบุรุษ
เช่นเดียวกันกับมันบังเกิดขึ้น เพียงหนึ่งเท่านั้น

สติจึงมั่นคงมากเขาดูออกว่า
หากพลังนั้นและร่างกายของประมุขเฉียวเองรวมกันได้เมื่อไหร่
นั่นย่อมหมายถึงว่าจะไม่มีใครที่จะสามารถต้านทาน
พลังฝ่ามือของประมุขเฉียวได้อีกเลยในแผ่นดิน
แต่ในระหว่างนี้ เป็นช่วงรอยต่อระหว่าง
เปลี่ยนถ่ายพลังเก่า
และพลังใหม่
ยังคงเป็นจุดที่มีช่องโหว่ของประมุขเฉียวอยู่นั่นเอง
แทนที่จะใช้ กลยุทธ์ดั่งเดิม

ถังเยี่ยนเซิน
กลับร่ายรำ เพลงหมัดประหลาดขึ้นออกมาชุดหนึ่ง
ที่รวมสุดยอดวิทยายุทธของเส้าหลินและบู้ตึ๊งเข้าด้วยกัน
ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่า วิชานี้
ถังเยี่ยเซินฝึกมาจากที่ใด

(เมื่อหลายปีก่อน
ถังเยี่ยเซิน
ได้ถูกส่งตัวมาจากตระกูลถัง
อันเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน
เพื่อมาเป็นศิษย์ของวัดเส้าหลิน
โดยมีเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาให้อยู่ห้าปี

ถังเยี่ยเซินได้เรียนวรยุทธ์อย่างเข้มข้น
กับท่านเจ้าอา
วาส
จนวิทยายุทธสูงส่งล้ำเลิศ

มีข่าวลือออกมาจากวัดเส้าหลินว่า
ถังเยี่ยเซินสามารถประลองยุทธ์กับท่านเจ้าวาส
ผลออกมาเสมอกัน
ก่อนที่ถังเยี่ยเซินจะเดินทางออกจากวัดได้สามเดือน

และในระหว่างนั้นทางวัดเส้าหลิน
มีอาคันตุกะอาวุโสผู้หนึ่งอายุ 100กว่าปี เป็นชายชรารูปร่างแข็งแรงหนวดเครายาวผมสีขาวโพลนไปทั้งหัว
เมื่อท่านเดินผ่านบานประลองยุทธเห็นถังเยี่ยนเซิน
ฝึกวิชาอยู่
ออกจะสนเท่ห์ในฝีมือของถังเยี่ยเซินว่าเป็น
ยอดคน
อีกทั้งยังมีสัมมาคารวะเรียบร้อยมาก
จิตใจดีงาม
เป็นเด็กที่มีอัจฉริยะเชิงยุทธ์ จึงอยากจะรับเป็นศิษย์
แต่ทำไม่ได้เพราะเขามีสังกัดอยู่ที่วัดเส้าหลินแล้ว
ท่านจึงถ่ายทอดเคล็ดวิชาวิทยายุทธของตน
เพื่อไม่ให้สูญหายไปจากโลกนี้
ที่ตนเองใช้เวลากว่าสามปีจะคิดค้นขึ้นได้
คือหมัดไทเก๊ก ชายชราผู้นั้นก็คือประมุขจางแห่งบู้ตึ๊งนั่นเอง

ถังเยี่ยเซินใช้เวลาสองเดือนกับอีกสิบวัน
ฝึกสำเร็จยอดวิชาบู้ตึ๊งนี้
เป็นที่ภูมิใจแก่อาจารย์ทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง

แต่ในเวลานี้ถังเยี่ยเซินกลับตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือมัจจุราช
กับพลังฟงหยุนถี่

ที่ยากจะควบคุมของประมุขเฉียว
และ
จะต้องต้านรับแบบไม่มั่นใจเลย

ถังเยี่ยเซินจึงคิดจะใช้หมัดไท้เก็ก
ออกมารับมือเป็นครั้งแรกในชีวิต
กับฝ่ามือพิชิตมังกรฟงหยุนถี่
แม้จะเสี่ยงตายก็ตาม
ตั้งจิตเป็นหนึ่ง
รวบรวมกายกับจิตเป็นหนึ่งเดียวเช่นกัน




2
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 16 เมษายน 2019, 14:01:06 »











เทพกระบี่ล่องหน


ตอนกำเนิดเทพวิชสุดขั้ว

ประมุขเฉียวภายหลังจากที่ประลองยุทธกับบุรุษหนุ่มวัยเยาว์อายุเพียงสิบแปดปี
ถังเยี่นเซิน
ครบสามกระบวนท่าแล้ว
ยังไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับ ที่จุดตันเถียนแต่อย่างใด
ยังแลเห็นถังเยี่ยเซินไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับแต่อย่างใดเช่นกัน
ถังเยี่ยเซินกลับเร่งพลังภายในเพิ่มสูงขึ้นมากจนกดดันมายังชุดที่ประมุขเฉียวสวมใส่อยู่จนชุดและผมของเฉียวฟงลี่พลิ้วไหวไปมาด้วนพลังลมปราณของมัน

เฉียวฟงลี่เองยังคงไม่ได้ถอนพลังภายในจากกระบวนท่าตั้งรับเช่นกัน

แต่กลับมีความรู้สึกหนึ่งบังเกิดขึ้นมาในใจว่า

บุรุษหนุ่มเยาว์วัยผู้นี้นี้อายุเพียง สิบแปดปี

เหตุใดวรยุทธของมันถึงได้ลึก ล้ำมาก
อีกทั้งพลังภาย ในของมันกลับมา
กล้าแกร่งราวกับยอดคนถึงเพียงนี้

ทุกกระบวนท่าและวรยุทธของถังเยี่ยเซินล้วนแล้ว
พลิกแพลง

ยากจะหาจอมยุทธในยุทธภพที่จะมีพลังฝีมือ
และพลังภายในลึกล้ำเช่นนี้
เฉียวฟงลี่เร่งพลังภายในเพิ่มขึ้นจนเกือบเต็มสิบส่วนแล้ว
เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อไปกับ
บุรุษวัยเยาว์ผู้อยู่เบื้องหน้านั้นอย่างเต็มที่พร้อมจะทดสอบวรยุทธที่มันเพิ่งสำเร็จทันที

ในขณะเดียวกันถังเยี่ยเซิน
ก็เลยจุดที่จะถอยออจากการประลองยุทธขั้นแตกหักกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพ
จนอยากจะรู้ผลวรยุทธของตนเองกับประมุขเฉียว

ผู้มีฉายาว่า
เทพแห่งพลังฝ่ามือ

เฉียวฟงลี่เป็นจอมยุทธรุ่นใหม่พลังกล้าแกร่วชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในยุทธภพเวลานี้
ยากที่จะมีผู้ใดต้านทาน
สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรของเขาได้

ถังเยี่ยเซินตั้งจิตมั่นเดินพลังภายในกาย
เต็มเปี่ยม
เมื่อพลังภายในบรรจบสมดุลแล้ว
ก็ปล่อยให้พลังหยินหยางในกายร่ายรำออกไป
ถอยคือลุก
แข็งคืออ่อน
อ่อนคือแข็งยืดหยุ่นนุ่มนวล ทรงพลังต่อเนื่องไหลเวียน ก่อน
ไม่ใช่แข็งและแข็ง
ไม่ใช่อ่อนแล้วอ่อน
พลังลื่นไหลเป็นทางเดียวกัน
แห่งลมหายใจของจักรวาล

ในขณะที่ประมุขเฉียวเองก็เร่งพลังภายในขึ้นมาเต็มเปี่ยมเกือบาสิบส่วน แล้วก็ยังไม่หยุดเร่งพลังภายใน

จนวงจรพลังภายในมาถึงจุด ที่ตนเองไม่เคยคาดคิดว่าจะผ่านมันไปได้
จุดที่สงบจนถึงจุดที่ภาวะที่จิตนิ่ง
นิ่งจนเกิดพลังขุมใหม่ที่ใหญ่มาก
โดนไม่คาดคิดว่าร่างกายของตนเองจะรับพลังขุมนี้ไหว

แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเฉียวฟงลี่
เมื่อเห็นพลังยุทธ์ของบุรุษผู้เยาว์ที่อยู่ต่อหน้า
จึงเร่งพลังต่อไปจนมีเสียงดังสนั่นลั่นหู
จนตนเองอดที่จะอ้าปากร้องตะโกนลั่นออกมาไม่ได้
คำหนึ่งว่า

"ฟงหยุนถี่ "
ก้อนหินรอบตัวของยอดยุทธทั้งสอง
ต่างลอยขึ้นมาแล้วจากพลังภายในกายที่เปี่ยมล้นออกมา
จากทั้งสองฝ่าย


3
ธรรมะกับชีวิต / สมมติสุข
« เมื่อ: 10 เมษายน 2019, 14:00:33 »



สมมติสุข

เราเกิดมา
ทุกคนมีพ่อและแม่เป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยง ดู
ดูแลและปั้นแต่ง
ให้ทุกอย่างที่มี นอกจากจะให้ชีวิตแล้ว
ก็ให้สิ่งที่ตนเอง เข้าใจว่าจะทำให้ ลูกๆมีความสุขที่สุด

ไม่ว่าสิ่งที่ให้
จะทำให้เติบโตแข็งแรงหรือ
อาการที่มีมีรสอร่อย
ช่วงที่ลูกๆโตขึ้น ก็อยากให้ลูก
มีความสุข
มีลาภยศมีสรรเสริญ
มีสุขในความรู้สึก
จะไม่อยากให้
เสื่อมลาภหรือเสื่อมยศ
ไม่ถูกนินทา
ไม่ทุกข์

คนเป็นพ่อแม่โดยธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น

คนทุกคนก็พัฒนาตนจากความรู้พื้นฐานที่บ้านนั่นแหละ
มีพ่อแม่เป็นครูคู่แรก

สมัยก่อนผู้คนแค่กินดีอยู่ดี
นอนหลับ
ไม่เป็นหนี้เป็นสินก็มีความสุขล้นเหลือแล้วตามประสาชาวบ้านธรรมดาๆ

จากการที่โลกเปลี่ยนแปลงขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยจากเมื่อก่อน

จนเหตุการณ์ต่างๆมันเปลี่ยน แปลงไปรวดเร็วมาก
ราวกับเนรมิตเพราะการเจริญในองค์ความรู้ของคน
จนทำให้เหมือนอยู่ในทิพย์วิมานหรือคนแทบจะเป็นเทวดาไป

อยากจะได้อะไรก็กดปุ่มมือถือ

เอาอะไรที่อยากได้ดั่งกับเสกมาจากสรวงสวรรค์

อันนี้คือความสุขของแบบโลกๆ

ความสุขต่อมาก็คือความอร่อย คนสมัยนี้จึงมีรูปร่างเป็นมะขามข้อเดียวกันเยอะทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย
ก็มีความสุขจากอร่อย
จนอาจจะเมินเสื้อผ้าที่ทำให้เสพแล้วมีความรู้สึกว่าหุ่นดีไป

ที่เขาสมมติมาให้เรารู้ว่าต้องมีเอวคอดหน้าอกใหญ่พอสมควร อันนี้เป็นสุขสมมติ

ต้องมีคิ้วโด่งเหมือนฝรั่ง ตากลมปากสวยใบหน้าขาวได้รูปกลมกลืน
อันนี้ก็สมมติสุข
ผมต้องดำสนิทหรือสีตามใจฉันจะยาวหรือจะสั้นก็แล้วแต่สมัยนิยมกันในหมู่

เดี๋ยวนี้มันสุขมากขึ้นกว่านั้นคือความสุขของการแข่งขันกันสุข
ด้วนความคิดที่ถือดีว่า
ตัวเองสูงกว่าเขา
ตัวเองไม่ต่ำกว่าเขาหรือ
อย่างน้อยก็เสมอเขา
คงจะไม่มีใครไปเปรียบเทียบตนกับคนที่เป็นขอทานหรอกว่า ตัวเองต่ำกว่า อย่างน้อยก็บอกแล้วว่าจะไม่เป็นขอทานหรือจัณทาล
สมมุติไปอย่างนั้น
คำว่าขอทานหรือจัณฑาล
เขาก็สมมุติมาเพื่อให้เรามีคำเรียก

สมมติเพื่อจะได้เรียกทุกอย่างนี้ให้เรียกให้มันถูกต้องเหมือนกันและเข้าใจกันตามลักษณะ
เช่นชื่อคนไทยเมื่อก่อนก็มี
ไอ้แดง
ไอ้ดำ
มาริษา
อัญญ่า
ชัญญ่า
หรือตามแต่จะเรียกให้หรู
นิมิตร วิจิตรเลิศจะหรูอะไรก็ว่ากันไป
เพื่อให้มีการเรียกตัวตนให้ถูกต้อง
ถ้าเราพิจารณาเป็นว่าคน
หรือคนใดคนหนึ่งแทนคนทั้งโลก
อย่างถี่ถ้วน
เราจะรู้ว่าคนเรานั้นไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย

รูปร่างหน้าตานั้นจะแตกต่างกันก็ตามสมมุติที่บอก
ว่าหล่อว่าสวยว่าหรือขี้เหร่

แต่คนทุกคนมันต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายใจ
มีเกศาโลมานักขาทันตาตโจหรือ
มีผม
มีขน
มีเล็บมีฟัน
มีหนัง
เหมือนๆกันหมดถ้าลอกสิ่งเหล่านี้ออกมาทั้งหมด

คนมันก็เหมือนกันเพราะมีแต่โครงกระดูก

คำว่าโครงกระดูกก็เป็นคำว่าสมมติ
เรียกว่าโครงกระดูก

โลกมีอริยชนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เดินตามวิถีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ศึกษาธรรมจากพระโอษฐ์
ว่า
ทุกรูปทุกนาม
ที่เห็นที่เรียกล้วนแล้วแต่สมมุติสุขนั้น
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นทุกข์เพราะมันไม่เที่ยงทนได้ยากแลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
คนไม่ชอบ
คนชอบแต่เกิดแก่เจ็บตายไม่ชอบ
ชอบแต่
หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
สุดท้ายก็น่าเกลียดเหมือนกัน
ก็ยังต้องไปห่ผ่าตัดที่หมอเก่งๆ
อาจจะบินไปถึงเกาหลี
บินไปถึงอเมริกาหรือว่าประเทศที่ตัวเองมั่นใจในหมอตัดเย็บ
ผ่าตัดตกแต่งเพื่อความงาม
โดยไม่สนใจว่าสุขภาพของตัวเองหลังจากผ่าตัด
จะแย่ลงหรืออย่างไร
เพราะการผ่าตัดล้วนต้องกระทบเปลี่ยนระบบภายในร่างกาย แต่ด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อให้ผิดเพี้ยนไปเพื่อตามใจปรารถนาในสมมติทำแล้วสวยหล่อเท่ห์

สิ่งที่พ่อแม่ให้มาก็เลยทิ้ง

อยากจะได้ตามสมัยนิยมว่าสวยว่าหล่อว่าเท่ห์

จนเด็กๆรุ่นหลังๆแม้กระทั่งสาวน้อย
หน้าตาแต่งออกจะมาที่ต้อง
ทำจมูกเหมือนกันทำหน้าผากเหมือนกัน
เขียนคิ้วเขียนตาเหมือนกัน
ตามไอดอล
เป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง
ซึ่งความเหมือนกันมันตาลปัตรกลับกันกับสังคมพระศรีอาริยเมตไตรย์
ที่ว่าทุกคนมีธรรมเสมอกันหมด
ไม่ต้องเปรียบเทียบเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นเพื่อน
ทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย
คำว่าปริยัติหรือตำราทั้งหลาย
คำว่าปฏิบัติหรือการทำกระทำการฝึกตัวฝึกตน มันก็เป็นคำพูดที่เรียกตามสมมุติทั้งนั้น
เพียงแต่ผู้ปฏิบัติจะเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายมันทุกข์
มันน่าเบื่อ
มันไม่อยากเอามันไม่อยากได้มันไม่อยากเป็นทำเสียให้มันจบจึงมีความพยายามที่จะดำเนินคามรอยพระบาทพระโคดม
จะถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง
เพียงแต่รู้ว่าที่หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
มันทุกข์ทั้งสิ้นเพราะมันไม่เครียด
ที่อยากจะให้มันสวยหล่อเท่ห์มีเสน่ห์
มันเที่ยงคงทนไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะ
ไม่รู้จักคำว่าโลกหรือธรรม
กระทั่งรู้จักตัวเองก็ยังไม่รู้จักกันเลย
สรรหากันไปสุดท้ายก็ตายเสียเปล่า

สาธุชนทั้งหลายจึงเริ่มลาออกจากสังคมใหญ่ๆสังคมเล็กๆสังคมส่วนตัวเพื่อแสวงหาสิ่งที่เรียกว่าโมกขธรรม
คือธรรมะที่ทำให้หลุดพ้น

ในสมัย
หลวงปู่มั่น
หลวงปู่เสาร์นั้นท่านแวะไปเยี่ยมชาวบ้านที่ไหนครอบครัวก็จะแตกที่นั่น
ไม่สามีไม่ภรรยาไม่บุตร
ก็สำนึกในธรรมที่ท่านแสดงอยากจะบรรลุธรรม
จึงเดินตามท่านที่มาโปรดกัน

อันนี้เป็นสิ่งดีสิ่งดี
ที่เราจะเข้าใจตัวเอง
คำว่าครอบครัวแตกแยกในที่นี้มันไม่เหมือนกับครอบครัวที่หย่าร้างกัน
แต่เป็นการแตกกันในจุดที่ดี
เพื่อจะได้จบทั้งงสิ้นดี
ตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า

ที่มีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้
แต่ว่าในเวลานี้เราจะมีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้หรือไม่มีก็ตาม
สัจธรรมความจริงของพระองค์
ก็ยังคงมีอยู่ของมันอย่างนั้น
เพียงแต่ว่าเรามีทางลัดตัดตรง
ที่แสดงที่มาของทุกข์ทุกวัน
ขึ้นอยู่ส่าเราไม่เอาหรือไม่เท่านั้นเอง
โดยมรคที่มีองค์ 8

หวังว่าท่านสาธุที่สนใจในธรรมจะได้ประโยชน์ในการ
ปรารถธรรมวันนี้เจริญพร
อนาคาริก

บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมอุทิศถวายแด่หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ
หลวงลุง
หลวงน้า
หลวงพ่อชา สุภัทโท ตลอดจนบรรพบุรุษอันนี้พ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายาย
พี่ป้าน้าอา เพื่อนๆทั้งหลายสรรพสิ่งในโลกแล้วก็เจ้ากรรมนายเวรตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่านขอให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆไป
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องผู้เขียนขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว

แทนสะมะชัยโย

ศีลแปลว่าปกติ

คนไม่มีศีลจึงแปลว่าไม่ปกติ
อยู่กับใคร
เขาก็เดือดร้อนเพราะเบียดเบียนเขาไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
ลืมคำว่า
อกเขาอกเรา
มีแต่เห็นแก่ตัวไม่ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
จนกรรมมันตามทัน

อนาคาริก




ศีลแปลว่าปกติ

4
ธรรมะกับชีวิต / รู้มาก
« เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:30:43 »



รู้มาก

คนรุ่นนี้มีโมบายด์ สรณัง คัจฉามิคือมีมือถือเป็นที่พึ่ง
ทำงาน ทำธุรกรรมแทบทุกอย่าง
เม้าท์มอยส์
หางาน
หาผัวหาเมีย
หาคนไปกินข้าวด้วย
สั่งอาหาร ขนม
สั่งสินค้า
ได้หมดสดชื่นกันในมือถือนี้แหละ
แม้กระทั่งหาเสียงเลือกตั้ง
ไม่รู้อะไรก็ถามกู๋
รู้มากจนไปกาหมอชวนหมอทะเลาะก็มาก
เพร่ะเจ้ามจว่าสิ่งที่รู้มามันถูกต้อง รวดเร็ว
จนหมอตามโรงพยาบาลแทบจะเครียดตายเพราะคนไข้รู้มาก
แด่ดันเจือกมาหากูเสียนี่
หรือม่สั่งยาให้หมอจ่ายก็ไม่รู้
โบราณท่านมีคำสอนว่า
รู้มากจะยากนาน
รู้น้อยพลอยรำ คาญ
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
และมีสุภาษิตเสริมว่า
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จะหมายความได้ถึงการมีความรู้มีวิชาสามารถช่วยให้เราสามารถ

ปกป้องดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยความรู้จะช่วยให้เราสามารถหา

ทางหลบหลีกและพ้นจากปัญหาไปได้ แม้บางครั้งคำว่า

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี จะจัดอยู่ในแนวเห็นแก่ตัวเอาตัวรอด

อยู่บ้าง แต่ก็เป้นเรื่องจริงในสังคมที่ต้องมีเรื่องเช่นนี้ ถ้าเราแปล

ให้ดีก็คือการรักษาตัวให้รอดพ้นปลอดภัยจากเรื่องร้ายๆนั่นเอง

แต่คนสมัยนี้ยังช่างรู้เพราะแหล่งข่าว
"เขา"
มันเยอะเหลือเกิน
พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่าให้ระวังความคิด
จะกลายเป็นความประพฤติ
แล้วเป็นนิสัย
จนเป็น
กรรมทั้ง
กุศลและอกุศลกรรม
จมทุกข์อย่างน้อย
ก็เครียดกับแหล่งข่าว
"เขา"
จนเขลาว่า
ปัญญาชั้นต้นหายไปหมด
ทิ้งใบปริญญาที่อุตส่าห์เรียนมาเพื่อเป็นคนรอบคอบอย่างง่ายๆ

จนรู้มากพาลจะโง่กว้าง

เอาเสียนี่

ตะวันส่องก้น

5
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:22:10 »



เทพกระบี่ล่องหน

เฉียวฟงลี่ประมุขพรรคกระยาจก
และถังเยี่ยเซินประมุขตระกูลถัง











เฉียวฟงลี่พร้อมสมาชิกพรรคกระยาจก 3-4 คน
จะเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยม
เพื่อพักพ่อนดื่มกินกันต่อไป

บุรุษกนุ่มผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์ผสีขาวพกร่มในมือด้านหนึ่ง
แย้มยิ้มเดินเข้ามา
กล่าวกับประมุขเฉียวว่า
"วันนี้เป็นวาสนาได้เห็นฝ่ามือพิชิตมังกรของท่านประมุขเฉียวแล้ว
ข้าถังเยี่ยเซิo


จึงบังเกิดความกระตือรือร้น
อยากที่จะขอคำชี้แนะจากท่านประมุขเฉียว
ดูสักสามกระบวนท่า
มิทราบท่านประมุขเฉียวจะเมตตาชี้แนะเเก่ข้าหรือไม่"


พูดพลางยิ้มพลางทำให้ใบหน้าของมันดูสง่างดงามยิ่ง
พร้อมกับก้มน้อมคารวะ

เฉียวฟงลี่
หันไปยิ้มให้บุรุษชุดขาวนั้น
ที่ท่าทางเป็นคุณชายสำอางค์
ถังเยี่ยเซิน



"ย่อมได้และยินดี"

"ไม่ทราบท่านประมุขได้รับบาดเจ็บจากการประลองยุทธเมื่อสักครู่หรือไม่"


ถังเยี่ยเซินถาม

เฉียวฟงลี่
กล่าวตอบทันที
"บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้นเป็นอาการบาดเจ็บแต่ภายนอก"

"เช่นนั้นข้าผู้น้อยถังเยี่ยเซินขอล่วงเกินท่านประมุขแล้ว"

"ฝ่ามือวายุ"

 ขาดคำก็ถังเยี่ยเซินก็เกร็งพลังภายใน
สะบัดมือที่เย็นเฉียบจากน้ำในกาย
กลายมาเป็น
พลังแรงน้ำกระแทกออกมา


ผู้ที่สามารถขับเหงื่อในร่างกายออกมาเป็นพลังฝ่ามือวารี
ใต้พิภพนี้
จะมีจอมยุทธสักกี่คนที่มำเช่นนี้ได้

ช่างไม่ธรรมดา

ประมุขเฉียว
ผลักฝ่ามือมังกรผยองได้สำนึกหรือชั่งเล้งอู้อวย
ออกมาด้วยพลังภายในห้าส่วนหมุนเป็นวงกลมกระแทกออกไป
ตอบรับกับกระแสน้ำจากฝ่ามือของบุรุษแซ่ถัง


กระแสน้ำแยกออกไปสี่ทิศทาง
บุรุชุดขาวแซ่ถังม้วนฝ่ามือ
กระแทกออกมาอีกครั้งหนึ่ง

เป็นลมพายุแรง
พายุที่สะท้อนออกไปชนต้นไม้
ข้างประมุขเฉียวหักสะบั้น
เฉียวฟงลี่
กระแทกฝ่ามือมังกรโรมรันกลางไพรออกไปด้วยพลังภายในหกส่วน
"เปรี้ยง"

พพ มาก


6
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:20:52 »






7
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 06 เมษายน 2019, 21:25:47 »



เทพกระบี่ล่องหน

ประมุขเฉียวฟงลี่

ฝ่ามือพิชิตมังกร
ปะทะ

นักพรตคิ้วขาว
ฝ่ามืออรหันต์

ประมุขเฉียวเป็นผู้สนใจในวรยุทธ
เวลานี้ได้โอกาสประลองฝีมือกับยอดยุทธ์เช่นนักพรตคิ้วขาว

เมื่อเห็นผู้ต่อสู้กล้าแข็งเช่นนี้จึงอยากลองใช้ไม้ตายที่ตัวเองบัญญัติขึ้นมาใหม่ในท่าที่ 18
มังกรพิโรธทันทีจึงเดินพลังภายในสิบส่วนสุดขั้ว
หวังพิชิตชัยในกระบวนท่าเดียว เมื่อพลังเต็มเปี่ยมแล้วก็สะบัดฝ่ามือ
"มังกรพิโรธ"ออกไปทันที
เสียงระเบิดพลังออกไปแล้ว

เฉียวฟงลี่รู้ว่าจะต้องเอาจริงกับนักพรตคิ้วขาวท่าน

นักพรตเองก็ไม่ได้ประมาท สะบัดฝ่ามือออกมาหมุนควงแทนที่ใช้กำปั้น เจ็ดทำร้ายสะบัด ฝ่ามือเดินพลังภายในออกมาเจ็ดส่วน
ด้วย
"ฝ่ามืออรหันต์"
ฝ่ามือมี่ร้ายกาจที่สุด
"บึ้ม"

เฉียวฟงลี่ถูกฟาดถอยหลังกระเด็นออกไปลมปราณปั่นป่วน
ที่พื้นมีรอยฝ่ามืออยู่หนึ่งลึกลงไป

แล้วก็กระอักโลหิตออกม่คำหนึ่ง
เจ็บหน้าอกเสียวแป๊บ
นักพรตคิ้วขาวลอยลงมาสู้พื้นเสื้อผ้าขาดไปหลายส่วน

"ฮ่าๆๆชั่วชีวิตข้าไม่เคยเจอคู่ต่อสู้กล้าแข็งเช่นท่านเลยประมุขเฉียว
สมแล้วที่เป็นผู้บัญญัติฝ่ามือพิชิตมังกร 18 กระบวนท่า
และเป็นบุญตาของการประลองวันนี้
ต่อไปในภายภาคหน้าในพิภพนี้
ยากที่ผู้ใดจะเทียบท่านไดการที่ออกมาท่องยุทธภพในครั้งนี้ของเล่าฮู(ผู้อาวุโส)
เป็นที่อิ่มหนำสำราญดี
รักษาตัวด้วยท่านประมุข"
เมื่อกล่าวจบ
กระโดดตัวลอยด้วยวิชาเมฆาย่นระยะ
พลังตัวเบาสูงสูงมาก
จนหายวับไปมนกลางอากาศ เฉียวฟงลี่ลุกขึ้นมาเดินพลังลมปราณ
เลือดลมยังเดินดีไม่มีอะไรบาดเจ็บสาหัส
แค่บาดเจ็บเล็กน้อย
ลมปราณแปรปรวนบ้าง"นับว่าเป็นโชคดีที่จ้ารับความเมตตาจากนักพรตคิ้วขาว"
ก้มตัวคารวะในทิศทางที่นักพรตคิ้วขาวจากไป

จึงเดินไปยังทิศเหนือ

พพ มาก

8
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 04 เมษายน 2019, 10:51:47 »



เทพกระบี่ล่องหน

นักพรตคิ้วขาว
ระฆังทองครอบล่าง
และหมัดเจ็ดทำร้าย

นักพรตคิ้วขาว เดิมเป็นพระอยู่ในวัดเส้าหลิน แต่หลังจากได้ฝึกยอดวิชาในวัดเส้าหลิน
จนสำเร็จยุทธ
ในหลายวิชาแล้ว
ได้พัฒนาฝีมือเป็นยอดยุทธที่เขาฮั้วซัว
และไปสำเร็จวิชาหมัดเจ็ดทำร้าย
ที่สำนักคงท้งจนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักคงท้ง

เป็นสุดยอดฝีมือหนึ่งในสิบที่เลื่องลือในยุทธภพ
วิชาหมัด 7 ทำร้ายของท่าน ร้ายกาจเพียงใด เมื่อกระแทกหมัดออกไปหากมีเจตนาจะทำ ร้าย
อวัยวะข้างนอกจะไม่มีร่องรอยการเสียหายเลย แต่ผู้ที่ถูกทำร้าย จะมีอาการบอบช้ำจนตายหลังจากที่โดนหมัดเจ็ดทำร้าย
อย่างเร็วสามย่างก้าว
ครึ่งชั่วยาม
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
อย่างช้า 7 วันจนถึงครึ่งปี

เป็นที่หมายได้เลย
เพราะถูกพลังภายในกระแทกจุดตายในร่างกายที่
หัวใจ ม้าม ตับไตปอดและสมอง
ในกระบวนท่าที่สุดร้ายกาจที่ท่านบัญญัติออกมา
อ่อนไหว
นิ่มแข็ง
แต่ลึกล้ำจากการกำหนดลมปราณ
จึงยากที่จะมีผู้ใดฝึกฝนจนสำเร็จหรือใช้ออกได้เต็มสิบส่วน
คงจะมีก็แต่นักพรตคิ้วขาวเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ที่คลั่งไคล้วิทยายุทธจึงฝึกจนบรรลุเคล็ดลับวิชาหมัดเจ็ดทำร้ายที่สำนักคงท้งนี่
อีกทั้งยังเป็นคนที่ใส่ใจและหมก มุ่นกับการฝึกวิทยายุทธอย่างจดจ่อ
สมาธิกล้าแข็งพลังภายในลึก ล้ำยากจะคำ นวณ

เฉียวฟงลี่เอง
แม้จะไม่เคยประมือกับ
นักพรตคิ้วขาวมาก่อนเลย
แต่ด้วยคำเล่าลือและจากการมี่สามารถสัมผัสพลังภายในของนักพรตคิ้วขาวในขณะนี้แล้ว
ก็มิอาจประมาทได้เช่นกัน
ประมุขเฉียวจึงเกร็งพลังภายใน เต็มสิบส่วนไปที่ฝ่ามือสองข้างของเขาทันที

นักพรตคิ้วขาวกระแทกหมัดขวาออกมาเต็มแรง
แฝงพลังภายในร้ายกาจอยู่สามอย่าง
คือ
พลังอ่อนไหลแข็ง
ที่จุดตายสามจุด ของประมุขเฉียวซึ่งเป็นการทดสอบพลังภายในของ
และในทำนองเดียวกัน
ประมุขเฉียวได้กวาดฝ่ามือเป็นวงกลมแล้วก็กระแทกฝ่ามือออกไปพร้อมๆกัน
พลังกลางฝ่ามือ สองข้างกระแทกออกไปตรงๆพร้อมกันแล้ว
"สะท้านขวัญร้อยลี้"
"ตูม"

อ้างอิงรายชื่อฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า

1. 亢龍有悔 / 亢龙有悔 / ขั่งเล้งอู่อ้วย (มังกรผยองได้สำนึก)

2. 飛龍在天 / 飞龙在天 / ปวยเล้งต่อเทียน (มังกรบินอยู่สวรรค์)

3. 龍戰於野 / 龙战于野 / เล้งเจี่ยงอี่เอี้ย (มังกรโรมรันกลางไพร)

4. 潛龍勿用 / 潜龙勿用 / เชี่ยมเล้งม่ายเอ่ง (มังกรซ่อนกบดาน)

5. 利涉大川 / 利涉大川 / หลีเสียบไต้ชวง (เชี่ยวชาญข้ามแม่น้ำใหญ่)

6. 鴻漸於陸 / 鸿渐于陆 / ฮ้งเจี้ยมอีเล็ก (หงส์ร่อนพสุธา)

7. 突如其來 / 突如其来 / ตุ๊กยู่คี้ไล้ (ประดังโดยพลัน)

8. 震驚百里 / 震惊百里 / จิ้งเกี่ยแป๊ะลี้ (สะท้านขวัญร้อยลี้)

9. 或躍在淵 / 或跃在渊 / ฮกเตียกต่อเอียง (ทะยานสู่มหรรณพ)

10. 神龍擺尾 / 神龙摆尾 / ซิ้งเล้งไป้ป่วย (มังกรสะบัดหาง)

11. 見龍在田 / 见龙在田 / เกี่ยงเล้งต่อฉั้ง (มังกรผงาดกลางทุ่ง)

12. 雙龍取水 / 双龙取水 / ซ้งเล้งฉู่จุ้ย (มังกรคู่ดูดน้ำ)

13. 魚躍於淵 / 鱼跃于渊 / ชงเล้งเท่งคู้ (มังกรดำน้ำลึก)

14. 時乘六龍 / 时乘六龙 / ซี่เซ้งลักเล้ง (บังคับหกมังกร)

15. 密雲不雨 / 密云不雨 / มิกฮุ้นปุกโหว (เมฆหนาทึบไร้พิรุณ)

16. 損則有孚 / 损则有孚 / ซุ่งเจ่กอู่ฮู (ลดสูญเสียเกิดผลลัพธ์)

17. 履霜冰至 / 履霜冰至 / ลี่ซึงเปียเล้ง (มังกรพิโรธ)

18. 羝羊觸藩 / 羝羊触藩 / เชี่ยเค้าเล้งแอ้ (พิฆาตมังกร)

วิกีพีเดีย

https://youtu.be/2RkaFQPWprw

หมัด 7 ทำร้าย

“...หัวใจเป็นธาตุไฟ ปอดเป็นธาตุทอง ไตเป็นธาตุน้ำ ม้ามเป็นธาตุดิน ตับเป็นธาตุไม้ บวกกับพลังความร้อนและเย็น พอฝึกปรือจะทำร้ายทั้งเจ็ดสิ่ง ทั้งเจ็ดประการล้วนถูกทำร้าย
วิชาหมัดเจ็ดทำร้ายนี้
เมื่อเพิ่มพูนอีกขั้นหนึ่ง อวัยวะจะถูกทำร้ายอีกขั้นหนึ่ง
แท้จริงทำร้ายตัวเองก่อน ค่อยทำร้ายศัตรู...”

หมัดเจ็ดทำร้าย เคล็ดใจความสำคัญอยู่ที่ “ทำร้ายตัวเองก่อนค่อยทำร้ายศัตรู”
หมัดเจ็ดทำร้ายเป็นสุดยอดเพลงหมัดของสำนักคงท้ง
ทำไมถึงเรียกหมัดเจ็ดทำร้าย ก็เพราะว่า

ผู้ที่ฝึกวิชานี้เวลาต่อยหมัดออกจะแฝงพลังที่แตกต่างกัน 7 สาย (แกร่งกร้าว อ่อนหยุน แฝงความอ่อนในความแข็ง แฝงความแข็งในความอ่อน ใช้ขวาง ส่งตรง หดเข้า) ศัตรูต้านทานพลังสายแรก
ไม่อาจรับพลังสายที่สอง ต่อให้รับพลังสายที่สองได้ พลังสายที่สาม สี่ ห้า หก เจ็ด ที่ปลดปล่อยพลังออกมาพร้อมกันจะรับได้อย่างไร เพราะเหตุนี้จึงเรียกวิชานี้ว่าหมัดเจ็ดทำร้าย
อานุภาพของหมัดเจ็ดทำร้าย

หากต่อยหมัดไปที่ต้นไม้ใหญ่ ความจริงต้นไม้ต้องหัก
หรือไม่หมัดก็ต้องจมเข้าไปในเนื้อไม้
แต่ปรากฎว่าพอต่อยหมัดออกต้นไม้ไม่หักและไม่มีรอยปริแตกแม้แต่น้อยไม่ได้รับความเสียหายก็เพราะว่าพลังของหมัดเจ็ดทำร้ายมุ่งทำลายจากภายในโดยไม่สร้างความเสียหายต่อภายนอก หลังจากนั้น 3 วันให้หลังไม้ใบเหลืองซีดร่วงหลุด ครึ่งเดือนให้หลังต้นไม้ทั้งต้นเหี่ยวแห้ง หมัดที่ปล่อยออกมานั้นได้ทำลายชีวิตของต้นไม้นั้นไปแล้ว หากหมัดนี้ต่อยถูกคนมีชีวิต
อวัยวะภายในจะพังยับ
วิชาหมัดเจ็ดทำร้ายนี้ถึงแม้จะมีอานุภาพทำลายที่สูงแต่หากผู้ฝึกวิชานี้มีกำลังภายในที่อ่อนด้อยจะเป็นการทำร้ายอวัยวะภายในของผู้ฝึกเอง หากมีกำลังภายในที่ลึกล้ำหนักแน่นแล้วฝึกหมัดเจ็ดทำร้ายจะเกิดความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้นผู้ที่สำเร็จวิชานี้นับว่ามีน้อยยิ่ง
แม้แต่สำนักคงท้งศิษย์ในสำนักรุ่นหลังก็ไม่มีใครสำเร็จวิชานี้

9
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 01 เมษายน 2019, 08:25:44 »







กิเลสไม่ต้องใช้ความกล้าหาญสู้กับมันหรอก
ดูมันรู้มันแล้วไม่เอาเท่านั้น

อาตาปี สัมปชาโนสติมา

อนาคาริก

เพราะรักเธอฉันถึงบอกคำว่า
ลาก่อน
แต่ถ้าไม่ใช่ฉันจะบอกเธอว่า
สวัสดี
ตลอดชาติ
ทุกข์ไหมล่ะ

ขวัญ














เทพกระบี่ล่องหน

เฉียวฟ
งลี่

ครึ่งชั่วยามต่อมามีบุรุษร่างสูงใหญ่
ใบหน้าดุดัน
งามสง่าถือคันธนู
ยาวกว้างสองเมตรครึ่ง
น้ำหนักมาก
เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม

แต่งกายเหมือนกับนักล่าสัตว์ชาวมองโกล

จึงเป็นที่จับตาของลูกค้าชาวฮั่นเป็นอย่างมาก

หลังจากที่เขานั่งลงแล้ว
ก็หงายถ้วยชารินน้ำชาร้อน
แล้วจิบลงไปสองอึก
กำลังจะรินต่อไปเป็นครั้งที่สอง

พลันก็มีมีดสั้นเล่มหนึ่ง
พุ่งปักตรงมาที่ฝ่ามือของมันห่างไปสองหุน
"ปึก"

ในระหว่างที่เขาสอดส่องหาผู้ปามีดเล่มนั้น

ก็มีบุรุษสูงยาวรูปร่างสันทัด
ใบหน้าดุดัน แสยะยิ้มให้
แล้วกล่าวว่า
ร้านนี้และเมืองนี้ไม่ต้อนรับชาวมองโกลที่รับใช้ราชสำนัก

แต่มันก็หยิบถ้วยชาที่รินน้ำชาแล้ว

ขึ้นมาจะดื่มต่อไป

ก็มีมีดสั้นเล่มที่สอง
วิ่งตรงมายังถ้วยชาใบนั้นทันที
"กิ๊ง"

มีดสั้นปลายแหลมปักอยู่ตรงถ้วยชาใบเล็ก แต่ที่น่าแปลก
ประหลาดก็คือ ไม่มีรอยแตกสลาย
แม้จะมีดสั้นยังปักอยู่ที่ถ้วยชาแล้วก็ตาม

แสดงให้เห็นว่าพลังภายในของผู้ใช้ถ้วยชาสูงสงมา

สามารถรับมีดสั้นด้วยถ้วยชาในมือเพียงข้างเดียว
แล้วยังส่งพลังไปยังถ้วยสามารถป้องกันถ้วยไม่ให้แตกได้
ผู้ใช้มีดท่าทางอารมณ์เสีย
สะบัดมือครั้งหนึ่ง

มีดสั้นสาเล่มพุ่งตรงไปสู่บุรุษร่างใหญ่ใส่เสื้อขนสัตว์นั้นทันที
บุรุษร่างใหญ่
ใช้แขนเสื้อตีเป็นวงกลมกว้างรับมีดสั้นทั้งสามเล่มได้พร้อมกัน

แล้วก็สะบัดมีดสั้นลงพื้น
มีดสายฟ้าช้วงจินตั้ง
ชาวยุทธที่นั่งใน โรงเตี๊ยมแห่งนั้น ร้องดังขึ้นมา
แต่บัดนี้เจ้าของมีดสั้นสายฟ้า
ใบหน้ากลับงอบูดเบี้ยว
สีแดงกร่ำด้วยความโกรธ
ที่อาวุธของมันไม่สามารถที่จะทำร้ายบุรุษร่างใหญ่ได้แม่แต่น้อย

บุรษผู้มีธนูเป็นเครื่องเคียงกาย พลันยิ้มให้มัน

"เจ้าเป็นใครกันแน่
สามารถรับสั้นที่เร็วที่สุดของข้าได้"

"ท่านอาวุโส
ข้าเฉียวฟงลี่ เป็นชาวฮั่น"

ชาวยุทธที่นั่งอยู่ต่างตะโกนลั่นว่า
"เฉียวฟงลี่หัวหน้าพรรคยาจก"

[/color]

10
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 24 มีนาคม 2019, 21:43:17 »





ถ้าท่านยังไม่คิดจะทำอะไรให้คนที่ท่านรัก
ตามความจำเป็นและ
เพื่อให้เขาสบายใจ
ที่ท่านทำได้

ที่เรียกว่า
ความรัก
มันล้วนจอมปลอมทั้งสิ้น

เทพกระบี่จิว

ในรัชสมัยของ

หย่งเจิ้นฮ่องเต้

ภายหลังจากได้ชิงแผ่นดินแลกและชิงบัลลังก์กับองค์ชาย 14 ในพระบิดาพระองค์เดียวกันได้แล้วคือคังซีฮ่องเต้
เมื่อครองราชย์ใหม่ๆ
การปกครองก็ยังมีภัยจากคนคิดต่างในกลุ่มราชวงศ์ชิง
ของแมนจู
และยังมีชาวฮั่นบางส่วนต่อต้าน ภายหลังจากที่พระบิดาคือคังซีฮ่องเต้ได้ปกครองประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี ได้สร้างความเป็นปึกแผ่นในการบริหารจัดการได้ดีตามสมควร เมื่อหย่งเจิ้นขึ้น
ครองบัลลังก์แล้ว

ในค่ำคืนหนึ่งที่พระองค์ทรงพระบรรทม
ก็ได้มีบุรุษสอง บุรุษและสตรีอีกนางหนึ่งเข้าในไปออกไปในห้องพระบรรทมในพระราชวัง และได้ลอบปลงพระชนม์

แต่ด้วยความสามารถส่วนหนึ่งขอพระองค์ จึงทรงรอดพ้นคมดาบคมกระบี่มาได้

และยังมีโจรผู้หนึ่งเกิดใจอ่อน และเปลี่ยนใจ ไม่สังหารพระ องค์เมื่อมีโอกาสหากไม่เช่นนั้นแล้วราชวงศ์ชิง
ก็คงไจะม่มีหย่งเจิ้นฮ่องเต้
พระองค์ได้ศึกษายุทธ์ที่ถูก 3 มือสังหารเข้ารุมทำรงสังหารและทรงพบว่า ล้วนแต่เป็นของบุรุษและสตรีที่มีฝีมือเป็นยอดยุทธอันดับหนึ่งทั้งสิ้น
ยากที่จะหาผู้ใดมีวิชาเสมอเหมือน
จะด้วยบุญวาส นากรือโชคช่วยทำให้พระองค์รอดจากคืนลอบปลงพระชนม์มาได้
สิ่งเหล่านี้พระองค์
ต้องทรงเก็บไว้ในใจตลอดเวลาและทรงรู้อยู่แต่ผู้เดียว
จึงเป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ทรงเรียกตัวหลี่อี้เช็งเข้าเฝ้า

และมอบภารกิจลับมัน

เทพกระบี่ล่องหน
หลี่อี้เช็ง มือสังหารสะท้านภพ ตอนที่สี่

นักพรตวัยกลางคนแต่งกายในชุดสีเทาสะพายกระบี่เก่าเล่มหนึ่งกับผ้าห่อหนึ่ง
เดินตรงเข้ามาที่ ร้านแต้จิ๋วเหลา
ร้านสุราอาหารอันดับหนึ่งของมณฑลเจียงหนาน
ท่ามกลางลูกค้าที่อุ่นหนาฝาครั่ง
เสี่ยวเอ้อเช็ดโต๊ะแทบไม่ทัน ระหว่างที่นัก พรตชุดสีเทา
ยืนรอหาที่โต๊ะนั่ง เซี่ยวเอ้อก็รีบเดินมา
เชิญท่านให้เข้าไปนั่งตรงมุมร้านที่เหลือเป็นโต๊ะสุดท้าย พร้อมนรินน้ำชาให้ดื่มก่อน

นักพรตเอ่ยปากกับเสี่ยวเอ้อว่า ขอเนื้อสองชั่งบะหมี่ชามหนึ่งมันโค้งคำนับแล้วก็ไปเตรียมอาหาร

นักพรตผู้นี้อยู่ในวัยราวสามสิยปี คิ้วยาว
เครายาวดูท่าทีองอาจสง่างาม สมเป็นนักบวชแต่งกายสะอาดสะอ้าน
นั่งจิบน้ำชาไปเพลิน
ท่ามกลางเสียงเหล่าชาวยุทธที่เป็น
นักบวช
หลวงจีน
นักดาบ
มือกระบี่
นายทหาร
ชาวเมืองแยก กันนั่งดื่มกิน
จนเต็มร้านไปหมด

รวมทั้งหลวงจีนวัดเส้าหลินก็มียนั่งอยู่สามรูป
อาหารร้านนี้รสชาติเป็นเยี่ยมที่มีชื่อก็คือ
เป็ดย่างเทพธิดาสวรรค์
ใครได้ชิมอาหารจานนี้แล้วจะรู้สึก
ลื่นคอกับเป็ดเนื้อนุ่มย่างเตาถ่าน
อาบน้ำผึ้ง รสชาติละมุนลิ้นหอมจากน้ำผึ้งหอมจากควันไฟที่ย่างเตาถ่าน
ในท้องเป็ดยัดเครื่องปรุงและสมุนไพร
มีน้ำซอสเป๋าฮื้อน้ำแดงราดมาด้วย
นอกจากนี้แล้ว ยังมี
ขาหมูโป๊ยก่าย
หนีลงจากสวรรค์ ขาหมูนี้จะทำเอา นึ่งซีอิ๊วก่อน สุดท้ายก็ไปทอดกรอบอีกทีหนึ่ง
ขาหมูหมักมาสามวันแล้วใส่ เครื่องหอมเครื่องเทศที่ผสมน้ำองุ่นจากเปอร์เซีย
ซาลาเปาร้านนี้ก็เป็นเลิศในแผ่นดิน
เพราะไส้ซาละเปาเป็นเช่นเดียวกับโต๊ะเสวยในวังหลวง
ที่ขาดไม่ได้
คือ
แหสวรรค์
เป็นแผ่นแป้งถั่วเหลือง
กับแปะก๊วยเผือกหวานกวนบดทอด
โรยกระทิเข้มข้น
ทอดน้ำมันคั่วงา ยังมีอีกหลายรายการที่เป็นที่ต้องตาต้องใจราวกับเทพรัง สรรค์
ครึ่งชั่วยามผ่านไป

มีบุรุษใบหน้าคมเข้ม
งามสง่างามในชุดเหลือง
ในมือถือพัดเหล็กเล่มหนึ่งกับห่อผ้าห่อหนึ่ง

สายตาสืบมองหาโต๊ะว่าง
แต่เป็นเวลาที่ชาวยุทธหรือว่าลูกค้าร่วมดื่มกินในเวลากลางวัน แออัด
เสี่ยวเอ้อรีบเดินมาเชื้อเชิญ
"คุณชายน้อยท่านพอจะนั่งกับท่านนักพรตผู้นั้นได้หรือไม่ "

บุรุษหนุ่มพยักหน้าแล้ว
เดินไปที่โต๊ะนั่งอยู่
"ท่านนักพรตจะรังเกียจให้คุณชายนั่งร่วมโต๊ะได้หรือไม่ "
นักพรตก็พยักหน้าเป็นการยอมรับ

ความผิดของคนอื่นยิ่งใหญ่เท่าภูผา
ความผิดของตนเท่าเส้นผมบังภูเขา
เวไนยสัตว์คือคนสอนได้จากผิดให้มาเป็นถูก
นอกนั้นเป็น
เดร้จฉาน
เปตร
อสุรกาย
นรกที่เรียกว่า
อบายภูมิ

นักบวด
อนาคาริก

ผ้าป่าแก่นธรรมปี่ที่22
1มิย.2562

คณะกรรมการกองทุนพระรัตนตรัย

จะจัดตั้งผ้าป่าแก่นธรรมปีที่ 22 ทอดที่วัดแคนางเลิ้งเดือ1 มิย.
พ. ศ. 2562

ผ้าป่าแก่นธรรมได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

บางปีก็จัดถึงสองครั้งติดต่อกัน
มา 22 ปีแล้วครับ

ผ้าป่าแก่นธรรมนี้
ไม่เคยพิมพ์ซอง
ไม่มีกรรมการผ้า
ได้เงินบริจาคจากการบอกต่อแล้วก็
การบริจาคผ่านทาง facebook เป็นจำนวนมาก
(ครั้งที่ผ่านมาในปีที่ 21 นี้
ได้ทอดที่ลุมพินีพาร์คปิ่นเกล้าในเดือนกรกฎาคม 2561 ได้ยอดเงินทั้งสิ้น 81,118 1บาทโดยไม่หักค่าใช้จ่าย )
รายได้จากการรับบริจาคแบ่งออกเป็น 2 ส่วนให้
บริจาคให้วัดแคนางเลิ้ง
เพื่อซ่อมเสนาสนะ
และสร้างใหม่ทดแทนในส่วนที่ไม่สามารถจะซ่อมได้แล้ว
วัดเก่าแก่

อีกส่วนหนึ่ง70%

บริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาสภากาชาด
เพื่อช่วยผู้ป่วยอนาถาและพระอาพาธ
ตลอดจนช่วยงานวิจัยโรคมะเร็งขั้นสูงของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในปีนี้

ท่านสาธุชนท่านใดที่มีความสนใจจะร่วมบุญทำกุศลในผ้าป่ากองนี้
โปรดกรุณาโอนเข้าบัญชี
คุณพิชิต เลิศรัตนานนท์ ธนาคารกสิกรไทยสาขาสวนผักเลขที่บัญชี 011- 2 -88986-8

บุญกุศลที่เกิดจากการร่วมทำผ้าป่าในครั้งนี้
ขออุทิศให้แด่พ่อแม่ครูบาอา จารย์
หลวงปู่
หลวงตา
หลวงพ่อ
หลวงลุง
ท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วราภรณ์

เจ้าอาวาสวัดแคนางเลิ้ง
ตลอดจนบรรพบุรุษอันมีพ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและเพื่อนๆสาธุชนทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์หลายขอให้เจริญธรรมเจริญสุขสวัสดิ์ด้วยเทอญ

ขออนุโมทนามาณที่นี้ด้วยและขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่ง
สาธุครับ

แทนสะมะชัยโย

หมายเหตุกองทุนพระรัตนตรัย

ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพศ 2540 ทุนได้จากงานบวช
แล้วก็เงินเก็บออมในส่วนหนึ่งจากทรัพย์ของตนเองส่วนหนึ่ง

เพื่อนๆสมาชิกที่เป็นคณะกรรมการกองทุนฯมีหลายคนกรรมการที่เริ่มต้นก็คือมี
คุณกาญจนี
สายวัฒน์
คุณวิไล แทนขำ คุณสมชาย สเวกกุลชล
คุณพิชิต เลิศรัตนานนท์
คุณชัญญา ตั้งคระกูลยุทธชัย คุณชัยสิงห์ สุนทรไพบูลย์
คุณปรีชา ศรีตุลยโชติ
คุณวีระ ใจบุญและครอบครัว
ประธานสมาคมนักเรียนเก่ามัธยมเบญจมบพิตร

กองทุนนี้แต่เดิมที่ดำริตั้งขึ้นมานั้น เราทำเทปธรรมะหลวงพ่อชา
สุภัทโทแจก
เป็นจำนวนมากตั้งแต่หน้าวัดสุทัศน์ฯ
ร้านแจ๊ดจิวเวลรี่ที่สีลม
แล้วก็แจกไปเรื่อย
กองทุนได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะดีๆ 2 เล่มคือ
ง่ายกว่าที่คิดของพระอาจารย์
ปสันโนภิกขุแล้วก็มี
แก่นพุทธศาสนา ของหลวงปู่คำดีปภาโส
หลายพันฉบับ เหมือนกันใช้เงินกองทุนไปหลายแสนบาท
แต่สำหรับหนังสือก็ได้รับความอนุเคราะห์ส่วนใหญ่จากคุณชัญญา ออกค่ากระดาษให้ทั้งหมด
ก็มีค่าใช้จ่ายเพียงค่าดำเนินการที่ตามมาเท่า นั้น
กองทุนฯยังสืบสานการทำกองทุนมา
จนมีการบวชพระกับคนที่เขาไม่มีเงินบวชเอง
และได้บวชพระเณรได้หลายรูปแล้ว

น่าดีใจที่เราบวชนักเลงให้กลับมาเป็นคนดีของครอบครัวท่านหนึ่ง
ในปีนี้เราก็มีดำริที่จะทอดผ้าป่าเป็นธรรมปีที่ 22 หลังจากที่เราได้ช่วยสร้างศาลาปฏิบัติธรรมที่วัดบ้านขาวระโนดเป็นเงิน 4 แสนกว่าบาท
เรารู้สึกยินดีจากคนเล็กๆตัวเล็กๆได้สร้างบุญกันมาตลอด
แล้วก็ยังทำบุญให้กับวัดแคนางเลิ้งหรือวัดสุนทรธรรมทานวัดโสมนัสวร วิหาร
เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจ
ทุกวันนี้เรายังทอดผ้าป่าอยู่
แต่เราเน้นเงินบริจาคไปที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่เงินผ้าป่าที่ทอดกันทำมาถึงปีที่ 22 นี้
70% เราจะอุทิศให้กับโพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เพื่อช่วยผู้ป่วยอนาถา
พระอาพาธและเป็นทุนวิจัยมะเร็งส่วนหนึ่งส่วนที่เหลือให้ใช้ไปซ่อมเสนาสนะที่เก่าแก่กลางกรุงที่ทรุดโทรมแล้วจึงจำเป็นต้องสร้างใหม่
ในหลายๆปีก้อนหน้านี้เราทำผ้าป่าแก่นกรรมที่วัดแคเกือบแทบทุกปี

ตั้งแต่สมัยหลวงปู่ธูป เขมสิริพระหรือราชธรรมวิ จารณ์
และพระครูวิจารณ์วรกิจ
หรือหลวงตาช้วน
คุณธัมโม
ของพวกท่านละสังขาร
จนมาถึงท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วราภรณ์ที่เป็นชาเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
กำหนดพิธีทอดผ้าป่าในปีนี้คือวันที่ 1 มิถุนายนเวลา 10:00 ที่กุฏิเจ้าอาวาส

บุญกุศลที่เกิดจากการทำผ้าป่ากองนี้ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่พ่อแม่ครูบาอาจารย์
หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ
รวมถึงหลวงปู่ธูปเขมสิริ
พระครูวิจารณ์วรกิจหรือหลวงตาช้วน คุณธัมโม
และพระพิพัฒน์วราภรณ์ ท่านเจ้าอาวาส
ตลอดจนพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาเพื่อนๆที่ร่วมในการทำบุญ
และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งหลายขอให้มีความสุขความเจริญ
ในสิ่งที่เราทำร่วมกันมามากอนุโมทนาจิตร่วมกัน
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะทำให้ลุล่วงไปเหมือนเดิมเช่นปีก่อนๆที่ผ่านมา
ส่วนท่านใดที่มีความประสงค์จะไปทำบุญที่วัดหรือที่โรงพยาบาลเองแล้วกองทุนฯก็ขอร่วมอนุโมทนาด้วยครัย ข้อ

สำหรับบทความตามหาแก่นธรรม

หากมีข้อบกพร่องผิดพลาดประการใด ขัาพเจ้าขอรัยผิดชอบทั้งหมดทุกประการ

แทนสะมะชัยโย

11
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 16 มีนาคม 2019, 15:01:32 »



เทพกระบี่ล่องหน
เทพสังหารสะท้านภพหลี่อี้เช็ง

ฉากที่สี่

เมื่อบุรุษชุดขาวและหลี่อี้เช็ง
ยุติการประลองฝีมือกันแล้ว

หย่งเจิ้นฮ่องเต้ ทรงตรัสว่า
หลี่อี้เช็ง
ข้าคิดว่าเจ้าผ่านการทดสอบแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าจะฝากไว้ให้เจ้าภารกิจลับ
ก็คือยาลูกกลอนมังกรหยกหนึ่ง เม็ด
ซึ่งมีสรรพคุณในการฟื้นฟูพลังภายในหรือว่ารักษาบาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย ข้าให้เจ้าใช้เมื่อยามจำเป็น เพราะโอกาสที่เจ้าจะต้องใช้มีสูงมาก
เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทางรอดในการดำเนินภาร กิจลับนั้นด้วย เจ้า
เจ้าพร้อมจะทำภารกิจเพื่อแผ่นดินหรือไม่
หลี่อี้เช็งตอบกลับทันทีว่า
พะยะค่ะ

มหาขันทีตะโกนก้องท้องพระโรงว่า
รับพระราชโองการ เป็นกระบอกสีเหลืองลายมังกร พร้อมจุกสีแดงเป็นเครื่องหมายลับ
ในขณะนั้นบุรุษชุดขาวเดินจากไปอย่างเงียบๆ

หย่งเจิ้นฮ่องเต้เมื่อสิ้นสุดการประกาศของมหาขันทีแล้ว ทรงสะบัดมือหนึ่งครั้งพระราชโองการลับพรุ่งตรงจากพระหัตถ์ของพระองค์ทันที
หบี่อี้เช็งต้องรีบ เก็งพลังภายในไปที่ฝ่ามือ
รับกระบอกมังกรที่บรรจุพระราช โองการลับจากหย่งเจิ้นฮ่องเต้

เมื่อรับพระราช โองการลับแล้ว มันกล่าวกับตนเองในใจขึ้นมาว่า
สูงส่ง
เพราะฝ่ามือของหลีอีเช็ง
สั่นสะท้านไปแล้ว
ข้าหวังว่าสติปัญญาของเจ้า คงจะชี้นำทางออกให้กับเจ้าในภารกิจลับทั้งหมด
เพราะภารกิจนี้นอกจากจะใช้พลังฝีมือจอมยุทธอย่างเช่นเจ้าแล้ว
ยังต้องอาศัยปัญญาลึกล้ำในการแก้ปัญหาปัญหาทุกเรื่องที่เกิดมาบนโลกย่อมแก้ได้ถ้าใช้ปัญญา

ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน

คนที่แก้กันไม่ได้เพราะแพ้ความอยากของตนเอง
ความอยากที่มันเป็นสิ่งที่ยึดครองทั้งแผ่นดิน ทำให้แผ่นดินร้อนระอุ
ต่างล่วงล้ำแย่งชิงแผ่นดินซึ่งกันและกัน
หวังว่า
ด้วยฝีมือของเจ้า
ด้วยวรยุทธแห่งเจ้า

จะนำมาซึ่งความสงบสุขของแผ่นดินของข้าและของเจ้าได้
เราต่างเป็นสหายร่วมแผ่นดินกัน
หลี่อี้เข็งฟังแล้วรู้สึกว่า
เข้าถึงในพระราชดำริของหย่งเจิ้นฮ่องเต้พระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้ที่ดี ประชาชนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข หลังจากที่ผ่านภาวะสงครามมามากแล้ว
นานมากแล้วแผ่นดินฮั่นเราไม่มีฮ่องเต้เช่นนี้ประชาชนถึงร่มเย็นอยู่ทุกวัน แล้วก้มกายน้อมลงกับพื้น
คารวะฮ่องเต้ 3 ครั้ง
เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีก เป็นการคารวะสูงสุดในเรื่องของการถือ
ฮ่องเต้ทรงพระสรวลแล้ว
แล้วตรัสกับพระองค์เองว่าข้าฝากแผ่นดินที่ข้ารวบรวมมาไว้ที่เจ้าแล้ว
นอกจากเจ้าแล้วทอดตาทั่วแผ่นดินคงจะไม่มีผู้ใดที่ทำการใหญ่เช่นนี้ได้

หากเจ้าพ่ายแพ้กับศึกนี้หรือภารกิจนี้
พระเจ้ามีครอบครัวก็จะได้รับปูนบำเหน็จให้ถ้าเจ้าไม่มีอะไรเลยข้าก็จะจัดฉลองพิธีศพให้เจ้าอย่างสมเกียรติ
ให้ลบคำพูดที่ว่า เจ้าเป็นเพียงแต่นักฆ่าสะท้านภพเท่านั้น
แต่ข้าจะให้เจ้าเป็นหนึ่งในใต้หล้าคุ้มครองแผ่นดินของเรา ครั้งหลังสง ครามใหญ่ที่รบรากันมานานมาก
แล้ว

พพ มาก



12
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 13 มีนาคม 2019, 21:08:08 »
 เทพกระบี่ล่องหน

ตอนมือสังหารสะท้านภพ

ฉากที่สาม
เหนือจากความคาดหมาย

หลี่อี้เช็งเมื่อล้มคู่ต่อสู้ลงแล้วทั้งสิบสามคน

จึงสอดกระบี่นิลกาฬเก็บเข้าสู่ฝัก

ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
เป็นแต่เพียงอาการบากเจ็บภายนอกเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อฮ่องเต้หยุดพระสรวลแล้วทรงตรัสต่อไปว่าหลี่อี้เช็งก่อนที่จะรับพระราช
โองการลับ

ข้าเองก็อยากจะให้เจ้าพบคนผู้หนึ่ง

เมื่อกล่าวจบทรงตบมือสามครั้ง

พลันมีบุรุษชุดขาว
รูปร่างสง่างามผู้หนึ่งโพกผ้าสีขาวปิดบังใบหน้า

เดินออกมายังท้องพระโรง
ในมือของบุรุษผู้มีกระบี่เล่มหนึ่ง

ข้าอยากจะให้มีการทดสอบ
ขั้นสุดท้ายของเจ้าก่อนที่จะไปปฏิบัติภารกิจลับ

แต่ในการประ ลองครั้งนี้
กระบี่เป็นอาวุธที่ยากจะหลบหลีกได้หรือยับยั้งได้

ก็แล้วแต่เจ้าทั้งสองว่า
จะตัดสินใจแพ้ชนะกันอย่างไรหลี่อี้เช็ง
ก้มกายน้อมคารวะ
บุรุษผู้มาใหม่
ไม่ได้แสดงชื่อเสียงเรียงนาม
ค่ายสำนัก
หรืออื่นๆ
แต่อย่างใดให้ฟัง
ตอนนี้นัยน์ตาของทั้งสองกลับประสานกัน

เกิดมีพลังกดดันอย่างมาก
ไม่เพียงแต่กับมันทั้งสองคน

แต่พลังนั้นกลับกดดันเสนาบดีทั่วท้องพระโรง

ทำเอาคนที่ไม่มีพลังภายใน
เริ่มหัวหมุนตาลายล้มลงแล้ว

บุรุษชุดขาวผู้นี้มันเป็นใคร

ทุกคนได้แต่เพียงคิด

หย่งเจิ้นฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย
เพราะว่า
เสื้อชุดดำของหลี่อี้เช็งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมันเหมือนต้านกระแสลมแรง

เหมือนกับถูกพลังภายในส่วนหนึ่งกดดัน
ในทำนองเดียว กัน
เสื้อผ้าของบุรุษชุดขาวก็มีสภา วะไม่ต่างกัน

แต่ในตอนนี้มันกลับยิ้มแย้มแล้ว

หลี่อี้เช็งไม่รอช้า หลับตาลงเร่งพลังภายใน

พลังปราณจากร่างนิมิตออกไปแล้ว
พลังปราณนี้จะเกิดขึ้นได้
ในกรณีของจอมยุทธระดับสูง
มีพลังภายในล้ำเลิศ
สามารถเปล่งพลังภายในออกมาเป็นพลังปราณได้เท่านั้น

บุรุษชุดขาวก็สามารถต่อสู้กับหลี่อี้เช็งได้ด้วยพลังปราณเช่นกัน

หลังจากหลับตาตาลง

ในนิมิตนั้นหลี่อี้เช็ง

ชักกระบี่ออกมาด้วยความเร็วสูง

แทงออกมาสองกระบี่ที่หัวใจ
และที่ท้องน้อย

บุรษชุดขาวยากที่จะหลบหลีก

ในมือของมันก็ยังคงกำกระบี่อยู่

กระบี่ของหลี่อี้เช็งรวดเร็วยิ่งนัก
ยากที่จะมองด้วยตาเปล่าเห็น
เพียงแต่ต้องใช้ใจเท่านั้น
ที่จะสามารถมองเห็นได้
ในใจของบุรุษชุดขาวนั้น
กลับใช้ฝักกระบี่ในมือป้องกัน

เสียงกระบี่ของหลี่เช็งกับเสียงฝักกระบี่ของบุรุษขาว
กระแทกกันรุนแรงดังสนั่น
เปรี้ยง
เกิดประกายไฟขึ้น
กระบี่วิเศษที่อยู่ในมือของหลี่อี้เช็งแทงออกไปอีกครั้วอย่างรวดเร็ว

บุรุษชุดขาว
หลบได้อย่างฉิวเฉียด
กระบี่นี้เร็วอย่างยิ่ง
ถ้าหากจะคาดเดาทางกระบี่นั้น
ยากจะมองออก

หากมัวแต่คาดทางป่านนี้บุรุษชุดขาวคงจะล้มลงแล้ว
 
บุรุษขาวปาดกระบี่ออกสาม ครั้ง
ที่จุดตายของหลี่อี้เช็ง

มันจึงจำเป็นต้องพลิ้วหลบกระบี่อย่างหวุดหวิด

พลันทั้งสองกลับลืมตาขึ้นโดยพร้อมกัน
บุรุษชุดขาวซัดมีดสั้นออกมาสามเล่ม

หลี่อี้เช็งสะบัดกระบี่ออกไปสี่ครั้ง
มีแสงวาบปรากฎขึ้น

ใบหน้าด้านซ้ายของหลี่อี้เช็งปรากฎบาดแผล
ขึ้นแผลหนึ่ง
ส่วนหลังฝ่ามือขวาของบุรุษชุดขาวปรากฎรอยแผลจากกระบี่เช่นกัน

เทพกระบี่ล่องหน
หลี่อี้เช็งหลุดปากออกไปคำหนึ่ง





13
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 12 มีนาคม 2019, 10:30:21 »




เทพกระบี่ล่องหน
มือสังหารอันดับหนี่งของยุทธภพ  มือสังหารสะท้านภพ ตอนที่สอง
หลี่อี้เช็ง



สิบสามนักดาบเดินก้าวเข้าล้อมรอบจอมยุทธหลี่

พลันมีเสียงเป็นวงกลมกวัดแกว่งดาบในมือดังแตกต่างกันลั่น

เพราะวิทยายุทธต่างๆของนักดาบแต่ละคน แต่ละสำนัก

หลี่อี้เช็งก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด
เพราะรู้ว่าสิบสามดาบของคู่ต่อสู้
ล้วนแต่วรยุทธสูงส่ง
พลิกแพลงลึกลับ
ส่งเสริมกันและกัน

เป็นดุจเช่นคนๆเดียวกัน
โดยธรรมชาติ
แล้วยากจะต้านทานเช่นกัน

หลี่อี่เช็งจึงเกร็งพลังลมปราณ แปดส่วน
เพื่อรับมือสิบสามดาบที่รุมล้อม
มีสิบสามดาบที่พร้อมจะสะบัดดาบในมือสิบสามเล่ม

สิบสามดาบตวัดแทงฟันในแต่ละจุดทั้งบนล่าง ไม่มีเส้นทางให้หลบเลย
จอมยุทธหลี่ตวัดกระบี่ต้านรับ เป็นวงกลม จัตุรัสตัดกันสองมุมเพลง
กระบี่หนึ่งดาบ สิบสามเล่มปะทะกันเกิดประกายไฟ
เปล่งออกมาตามความรุนแรก

นั่นย่อมหมายถึงการประลองยุทธของเหล่าจอมยุทธ
ไม่ทันไรสิบสามดาบ
ก็ใช้กระบวนท่าประหารออกมาทันที

ให้ดาบของราชองครักษ์แบ่งเป็นห้าฟันสามแทงห้าฟาด
จอมยุทธหลี่ตวัดปัดแทงออกไปสามกระบี่
แต่ความจริงมากกว่า
เพียงมองเห็นเช่นนั้นเพราะมันเร็ว

แล้ววาดกระบี่เป็นวงกลม
สะบัดกระบี่ออกจากฝักแสงแวววับสีทองวูบปะทะสิบสามดาบ
สองฝ่ายปะทะกัน
สิบสามดาบไม่รอช้า
ขยับเรียงตัวม้วนเป็นคลื่นดาบแปรพลังดาบทั้งกมดประสามกันเป็นหนึ่ง
ฟันทีละเล่มแต่ความรุนแรงเหมือนกับดาบเล่มเดียวกัน

เปรี้ยง

พลังดาบสูงสุดสกระแทกหลี่อี้เช็ง
สิบสามดาบเมื่อรวมเป็นหนึ่งย่อมน่ากลัวกว่า


สิบสามพายุดาบ

หลี่อี้เช็งหลับตาลงเดินพลังภายในไปที่จุดกลางกาย
พลังถูกเร่งเร้าเข้ามาอยู่ที่สองฝ่ามือ
ถ่ายทอดพลังไปที่กระบี่วิเศษเพื่อแตกหักกับค่ายกลสิบสามดาบ

หลี่อี้เช็งหมุนกายจากล่างขึ้นบน
เกร็งพลังภายในสิบส่วน
เกิดเป็นลมหมุนกระบี่พายุ

กระบี่หมุนวนจากล่างขึ้นบนฟันข้อเท้าของสิบสามราชองครักษ์
แล้วก็ฟันบนเกราะขาดกระจาย
จนดาบทั้งสิบสามเล่มหักสะบั้นเป็นสองส่วนปลิวไปตามลมหมุนแล้วตกลงปักที่พื้นไป
ห้วงมหรรณพ

หย่งเจิ้นฮ่องเต้ถึงกับลุกขึ้นหัวเราะร่า

ปรบมือให้

"ยอดเยี่ยม
ยอดเยี่ยม
ยอดเยี่ยม
ถึงกับคุมพลังภายในได้ตามใจเช่นนี้
เจ้าคงถึงมรรคากระบี่แล้ว"




14
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 10 มีนาคม 2019, 06:52:05 »




อัญชลี

ในบรรดาเพื่อนที่มีอยู่ในโลกใบนี้
ที่ผมคบหากันมายาวนานกว่า 50 ปี
เธอเป็นคนง่ายๆอารมณ์ดี ชอบช่วยเหลือ รักพี่รักน้อง รักเพื่อนที่สุด เก่งสามารถ อดทน ใจนิ่ง และที่เห็นได้อย่างชัดเจนกว่า 50 ปีคือมีธรรมะในใจ
กว่า 50 ปีนอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนชั้นประถมแล้ว เป็นเพื่อนบ้าน
จึงมักจะเจอกันบ่อยในเวลายกเว้นเมียของผม
อัญเป็นพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนๆทั้งหมด
คุยกันได้นานสองนานด้วยความสนิทใจทุกครั้ง
เพราะรู้ว่า
เพื่อนคนนี้มีแต่ให้
ดีเสมอต้นเสมอปลาย
ครั้งที่เธอออกไปทำงานผาดโผน
เกี่ยวกับลิสซิ่งมอเตอร์ไซค์ก็ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆเ จะทำงานได้ดีมากกว่าผู้ชายชายบางคนด้วยซ้ำ
อดทนกล้าหาญกล้า
ตัดสินใจดี
ผมได้ใบขับขี่รถยนต์ใบแรกและใบเดียวในชีวิตก็เพราะเธอช่วยจัดการให้
ดูมันแสนง่ายในสมัยนั้น ทุกวันนี้ถึงแม้ไม่ได้ใช้ใบขับขี่แล้วก็ตาม
ก็ยังระลึกถึงเพื่อนคนนี้อยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
ไม่เคยเห็นเธอมีปากเสียงกับใคร
ไม่ขัดขวางไม่ขัดคอใคร
มีแต่พยักหน้า
สอบถามความสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนๆทุกคน
แม้กระทั่งการประสานงานให้เป็นเพื่อนๆเจอกัน
เธอหาที่ติได้ยากในคงามเป็นเพื่อน
ความสนิทสนมทำให้ผมพอรู้จักกับพี่ๆน้องๆของเธอหลายคน ทุกคนน่ารักดี
พี่น้องรักกันเหนียวแน่นมากช่วยเหลือกันเหมือนพี่น้องจริงๆพี่น้องที่ไม่ได้เกิดมาเป็นศัตรูในสายเลือดที่คอยแต่จะแย่งชิง
พี่น้องที่เป็นกัลยาณมิตร
สิ่งที่เธอมีให้ผมมาตลอดชีวิตจึงอดที่จะขอบคุณเธอเสียไม่ได้ใน
เรื่องของน้ำใจมากเหลือหลายจริงๆ
ผมเคยเห็นเธอเสียใจครั้งเดียวในชีวิตก็คือตอนนี้เธอสูญเสียน้องชายที่เป็นผู้พิพากษาอย่างคาดไม่ถึง
เพราะน้องชายเธอเป็นคนดีหาที่เปรียบไม่ได้
ท่านเป็นคนตรงยุติธรรมชัดเจนเป็นผู้พิพากษาที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จักอยู่ช่วงชีวิต
ที่ผมไม่ได้เจอมาราวปีกว่าๆ
เธอมาเล่าให้ฟังเรื่องเกี่ยวกับการผ่าตัดสมองของเธอซึ่งมีปัญหาเรื่องเนื้องอกกดทับ
เธอเล่าด้วยการเข้าใจในชีวิต
อย่างรู้เท่าทัน

หลังจากรักษาและทำกายภาพมานาน
ก็กลับมานั่งกินข้าวกับเพื่อนๆอย่างปกติ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนประเภทนี้จะไม่นับถือได้อย่างไร
ยิ้มได้เมื่อภัยมา
เธอขงจึงเป็นเพื่อนผที่ดีกว่าเพื่อนๆอีกหลายคนที่ผมมีในชีวิต
เพื่อนที่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้
เพื่อนไม่รู้จะพูดยังไงได้ว่าดีที่สุด

ผมขอกล่าวคำยกย่องเธอว่า
จะขอเป็นเพื่อนของเธอจนกว่าจะตายจากกันในชาตินี้

ขอบคุณนะอัญ
ขอบคุณจริงๆที่เป็นเพื่อนกัน

บุญรักษาพระคุ้มครองนะเพื่อน

แทนสะมะชัยโย

แหล่งที่เคยเป็นที่ท่องเที่ยวใหม่ของคนไทยบางคนในอดีตจนถึงปัจจุบัน

หนึ่ง.วัดที่สร้างอะไรๆใหม่
สอง.สนามบิน สุวรรณภูมิ
สาม.สถานนีบีทีเอส
สี่.ห้างเปิดใหม่
ห้า.ส้วมใหม่วิจิตร
หก เจ็ด แปด....ฯลฯ

เวิ้ง

เทพกระบี่ล่องหน

หลี่อี้เช็ง

มือสังหารสะท้านภพ

หลี่อี้เช็ง

ข้ามีเรื่องให้เจ้ากระทำอย่างหนึ่ง

เป็นภารกิจที่ยากจะมีผู้ใดกระทำการนี้ได้

ข้าเห็นว่าในยุทธจะมีก็แต่เพียงเจ้าเท่านั้น
แต่ก่อนอื่นข้าก็อยากจะทดสอบ พลังฝีมือของเจ้า
ที่เลื่องลือกันมานับสิบปีในยุทธภพว่า
เป็นแค่เพียงเสียงเล่าลือหรือไม่ว่าเป็นความจริง

ที่ว่าเจ้าเป็นมือสังหารอันดับหนึ่งในยุทธภพ

หากเจ้าทำงานชิ้นนี้สำเร็จแล้ว

และกลับมาพบข้า

เจ้าจะขออะไรจากข้า

เจ้าก็จะได้สิ่งนั้น
อย่างไม่มีเงื่อนไข

ข้าเป็นฮ่องเต้
ตรัสแล้วไม่คืนคำ

แต่ก่อนอื่น...ใด

ฮ่องเต้ทรงกล่าวพลางทรงกวักแบมือเรียกขันทีจัวอี้ตัน

ให้นำกระบี่ออกมาเล่มหนึ่ง

เมื่อฮ่องเต้ ประทานกระบี่แก่หลี่อี้เช็งเรียบร้อยแล้ว

หลี่อี้เช็งสัมผัสกระบี่บนมือเบาๆหมุนเป็นวงกลม
กระบี่นิลกาฬกลับไม่มีสีดำแต่อย่างใด
มันกลับแวววับเปล่งประกายเป็นแสงสีทองอร่าม
พลัวภายในแผ่ซ่านไปทั่วตัวกระบี่ทันที

ในกระบี่วิเศษที่ตีจากเหล็กหาได้ยากนั้นพลัน เปล่งประกายสีทองออกมา

ฮ่องเต้หย่งเจิ้น
แสดงสัญญลักษณ์มืออีกครั้งหนึ่ง
นั่นหมายถึง

สัญญาณให้ทหารราชองค์รักษ์หน่วยรบสิบสามดาบทองคำ

กองทหารราชองครักษ์ที่รวบรวมนักดาบฝีมือดีที่สุดในแผ่นดิน
จากทุกค่ายสำนักมาร่วมกันฝึก
เพื่อมาทำหน้าที่คุ้มกันฮ่องเต้

ในกรณีที่อาจจะมีการลอบปลงพระชนม์

สิบสามนักดาบออล้อมหลี่อี้เช็งเป็นวงกลมทันที
มีเสียงเป็น
วงกลมกวัดแกว่งดาบในมือ
ด้วนวิทยายุทธต่างๆของแต่ละดาบแต่ละคน

ที่มาจากค่ายสำนักที่ต่างกัน
จึงมีพลังกดดันสูงสุด

หลี่อี่เช็งไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด
เพราะรู้ว่าราชองค์รักษ์นักดาบท่านล้วนแล้วแต่วรยุทธสูงส่ง
แถมหลากหลายสำนัก
ผสานกันจนเป็นธรรมชาติ
ยากจะรับมือได้เช่นกัน
จึงเกร็งพลังลมพลังภายในแปดส่วน

สิบสามนักดาบที่รุมล้อมสะบัดดาบในมือสิบสามเล่มพร้อมกันแล้ว

แยกกันฟันแทงจุดตายแต่ละจุดทั้งบนล่างของหลี่อี้เช็ง

ไม่มีที่ว่างให้มันหลบเลย
บ้างตวัดดาบ
บ้างแทง
บ้างฟันเป็นวงกลม

หลี่อี้เช็งผสานพลังภายในกับกระบี่นิลกาย สะบัดกระบี่ออกจากฝัก
รุกรับเร่งด่วน
กระบี่หนึ่ง
ดาบสิบสามเล่มปะทะกันเกิดประกายไฟรุนแรง

นั่นย่อมหมายถึง การประลองยุทธของเหล่าจอมยุทธ
เริ่มต้นก็ตัดสินแพ้ชนะกันทันทีภายในไม่กี่กระบวนท่า

แต่ยังไม่ทันไร สิบสามดาบก็ใช้กระบวนท่าไม้ ตายของแต่ละคนออกมา

ล้วนเป็นกระบวนท่าสังหาร
แบ่งเป็นห้าฟัน
ห้าแทง
สามฟาด
"เปรี้ยง"
หลี่อี้เช็ง
หากไม่มีกระบี่นิลกาฬในมือมันอาจจะล้มลงแล้วในตอนนี้

พพ มาก



15
ธรรมะกับชีวิต / Re: ดาบเด็ดเดี่ยว
« เมื่อ: 06 มีนาคม 2019, 21:45:01 »



คำพูดแสดงปัญญา

อนาคาริก

จากหลักการพูด ของพระองค์พระสัมมาสันพุทธเจ้า

๑. คำพูดที่ไม่จริง ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์
ไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระองค์ไม่กล่าว

๒. คำพูดที่จริง ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นที่รัก
ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระองค์ไม่กล่าว

๓. คำพูดที่จริง ถูกต้อง เป็นประโยชน์ ไม่เป็นที่รัก
ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระองค์เลือกกาลกล่าว

๔. คำพูดที่ไม่จริง ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์
ถึงเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระองค์ไม่กล่าว

๕. คำพูดที่จริง ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเป็นที่รัก
เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระองค์ไม่กล่าว

๖. คำพูดที่จริง ถูกต้อง เป็นประโยชน์ เป็นที่รัก
เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระองค์เลือกกาลกล่าว

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ อภัยราชกุมารสูตร

องค์ประกอบของวาจาสุภาษิต
๑. วาจาที่กล่าวถูกต้องตามกาลเวลา
๒. วาจาที่กล่าวเป็นความจริง
๓. วาจาที่กล่าวอ่อนหวาน
๔. วาจาที่กล่าวเป็นประโยชน์
๕. วาจาที่กล่าวด้วยจิตเมตตา
เทพกระบี่ล่องหน

หลี่อี้เช็ง นักฆ่าสะท้านภพ
ในยุทธภพต่างเล่าลือและกล่าวขานกันว่า
 
หลี่อี้เช็ง

เป็นมือสังหารอันดับหนึ่งของแผ่นดิน
อาวุธที่มันใช้เป็นกระบี่
กระบี่ที่มีไว้ฆ่าคน
สังหารเป้าหมายไปกว่าห้าสิบคนแล้วในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา

ผู้ที่ถูกมันสังหาร ล้วนแต่เป็นยอดยุทธทั้งสิ้น

รวมถึงเจ้าสำนักกระบี่มังกรฟ้า
เล้งเปียแช
จอมยุทธที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพเป็นรายล่าสุด

แต่ไม่มีผู้ใดรู้ที่มาที่ไปของการจ้างวาน
เพียง

แต่รู้กันว่าเป็นฝีมือของหลี่อี้
เช็งด้วยทองสามแสนตำลึง

เพราะมันทิ้งเครื่องหมายไว้กับเป้าหมายของมันทุกครั้ง
เมื่อ....เป้าหมายของมันล้มลงแล้ว
ด้วยมีดบินใบหลิว
สลักชื่อของมันว่า"หลี่"

ในรัชสมัยของหย่งเจิ้นฮ่องเต้
ปีที่สอง

วันอังคารที่หก เดือนสาม
ฮ่องเต้ได้มีพระบัญชาเรียกมือสังหารอันดับหนึ่งของแผ่นดินเข้าเฝ้า

หลี่อี้เช็งเดินเข้าประตูพระราชวังเข้ามาผ่านทหารองครักษ์ชั้นนอกนับพันคน

จึงเข้ามาถึงพระ ราชวังชั้นใน ด้วยชุดผ้าฝ้ายสีดำ
คาดผ้าดำไว้ที่กลางหน้าผาก
มีอักษรสีทองปักคำว่าหลิวอยู่

ใบหน้าของมันดูเหี้ยมหาญสง่างาม
ยังนับเป็นบุรุษหนุ่มวัยเยาว์ผู้หนึ่ง

ในมือของมันถือกระบี่ฝักสีดำเล่มหนึ่ง

หลี่อี้เช็งเดินตามนายทหารเข้ามาจากกำแพงด้านนอกของพระราชวังจนถึงกำแพงด้านใน

ได้พบนายพลเก็งจิว
รออยู่ด้านใน
เพื่อขอรับเป็นผู้ดูแลกระบี่ของมันให้

เมื่อเข้ามาในห้องโถงของพระราชวัง
ที่ฮ่องเต้ทรงใช้ว่าราชการแล้ว

จึงได้พบบุรุษสูง วัยผู้หนึ่ง
หันหลังให้กับมัน
กำลังพิจารณาสิ่งของสิ่งหนึ่ง ในมือที่ห้องโถงใหญ่

สิ่งนั้นก็คือกระบี่ หรือกระบี่วิเศษเล่มหนึ่ง
กระบี่นิลมังกร

บุรุษผู้นั้นพลันหันหลังกลับมายังหลี่อี้ชิง
ใบหน้าสง่างามดูสูงส่ง
และมีบารมี
มีหนวดมีเคราเล็กน้อย
อายุราวห้าสิบ ปี
นัยน์ตาโตงดงามดุจพญามังกร
สวมใส่อาภรณ์แบบธรรมดาเรียบง่าย
ยิ้มแย้มแจ่มใส บุรุษผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหน่งเจิ้นฮ่องเต้


หน้า: [1] 2 3 ... 42