แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 31
1






ท่านสาธุชนทั้งหลายที่สนใจในธรรมทั้งหลาย

วันนี้ฉันอยากจะพูดถึงความเพียร
ความเพียรนั้นมีผลขั้นต่ำสุดจนไปถึงขั้นสูงสุดได้จริงๆนะโยม
ไม่ว่า
ความเพียรในการเรียน
ก็จะเก่งจนอาจจะเรียนจบเป็น
ด๊อกเตอร์ได้
เพียรในงานจึงร่ำรวยได้
เพียรเพื่องานด้วยความยินดี
สุดท้ายจะมีผลถึงเงินทำให้ร่ำรวยเพราะทำด้วยใจจะสำเร็จ
เพียรในการปฏิบัติหรือศึกษาหนทางที่สมเด็จพระบรมครูทรงตรัสสอนเรียกว่าธรรมะ
ในพุทธศาสนามีความเพียรที่เรียกว่า
สัมมัปปธาน 4 หรือ ปธาน 4 (ความเพียรชอบ, ความเพียรใหญ่ - right exertions; great or perfect efforts) [1] คือ
1. สังวรปธาน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น
2. ปหานปธาน คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
3. ภาวนาปธาน คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมี
4. อนุรักขนาปธาน คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่ง
เมื่อความเพียรถึงขั้นมันก็จะเจริญ
เกิดพุทธปัญญา
ได้เองกรือเป็นปัจจัตตัง
ไม่ลองไม่รู้นะโยม
ไม่ต้องจำขี้ปากคนอื่นมาพูดเลย
เหม็นน้ำลาย
เพราะคนเราที่จะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียรของตนเอง

เจริญพร

หลวงตาแฉ่ง

"ล่วงทุกข์ได้ เพราะความความเพียร"

" .. "วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนจะก้าวล่วงทุกข์ได้ เพราะวิริยะ ความเพียร" เพียรทำทุกสิ่งทุกอย่าง คุณงามความดีทุกสิ่งทุกอย่าง "ควรทำความเพียร ชื่อว่าคนไม่ประมาท" ผู้ที่ข้ามมหานรก พ้นสมมุติได้ก็เพราะไม่เป็นผู้ประมาทในคุณงามความดี ทางบุญทางกุศล

"คนประมาทมันมักทำบาปทำกรรมใส่ตน" คนประมาทชีวิตจะยาวร้อยปีก็ตาม ก็เหมือนกันกับคนตายแล้ว "คนไม่ประมาทชีวิตเขาจะเป็นอยู่วันเดียว ยังดีกว่าผู้ประมาทอยู่เป็นร้อยปี" นั่นประเสริฐกว่า

"ระหว่างอยู่ฆราวาส เราก็ฝึกเสีย ให้มีขันติ ความทนทาน" ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยความลำบาก "ให้มีวิริยะความพากเพียรในคุณงามความดีทุกสิ่งทุกอย่าง" เพียรละสิ่งที่ไม่ดีนั่น เพียรละเพียรถอน "มันจะทำไม่ดีก็เพราะใจนั่นแหละ" มันเป็นผู้ทำ .. "

"อนาลโยวาท"
หลวงปู่ขาว อนาลโย

DT014902
วิริยะ12
25 พ.ย. 2562

โควิตแชมป์

ไอ้จ่อย
"ถามหน่อยเรื่องโควิต19
เห็นหลวงพี่มีการศึกษาดีเทศน์ก็เก่ง
ใครจะเป็นแชมป์ยุโรป
เอเชีย
อเมริกาเหนือใต้
ครับ
ลพ:
มาใกล้ๆกูไอ้จ่อยจะถีบให้
กูไม่ใช่หมอเว้ย

ลพ.ถุย

2





ระหว่างคนฉลาดและคนที่มีปัญญา
ต่างกันตรงที่
ใครคิดถูกหรือมีสัมมาทิฎฐิ

อนาคาริกเมื่อถึงเวลาชีวิต
มันไม่หยุดอยู่กับที่หรอกนะถึงตายก็เถอะ
เส้นทางแห่งทุกข์ยังคงมีอีกยาวไกล

สวรรค์
นรก
เปตร
อสุรกาย
เดรัจฉาน
พระโพธิสัตว์
กับเวลาชัวกัปชั่วกัลป์

พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปใช้กรรมทั่วหมดแล้ว
แต่ทรงตัดสินพระทัยว่า
เพียงพอที่จะ
"ตื่น"
จากความมืดทั้งปวง
ขออยู่ที่...
อสังขตธรรม
พระนิพพาน
เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ทรงตรัสรู้ด้วยพระป้ญญาของพระองค์เอง

อนาคาริก

ดีเลว....

คนดีหรือคนเลวนั้น
มันขึ้นอยู่กับว่าดีและเลวเป็นเช่นไร
ถ้าเราเคยทำเลวมาก่อน
แล้วบอกว่าเราเป็นคนเลวในปัจจุบัน
ทั้งๆที่เราพยายามทำดี
นั้นเราไม่ใช่คนเลว
ในทำนองที่ว่าทำดีไว้ก่อนแต่กลับมาทำเลว
เสมอๆ
แล้วบอกว่าตนเองเป็นคนดี
การทำดีก็ไม่เพียงกับทำดีแค่คนใดคนหนึ่ง
แต่ต้องทำดีกับทุกคน
ในทำนองกลับกันเลวก็เช่น
ถ้าโยมบรรลุถึงคนดีแล้ว
โยมจะ
ละบาป
บำเพ็ญบุญ
เพื่อเป็นดี
และให้เหนือดีเข้าไปอีกคือ
เจริญภาวนาให้จิตผ่องแผ้ว
ดีก็ไม่เอา
เลวก็ไม่เอา
มันหนักแล้วไม่มีอยู่จริง

อนาคาริก

ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ
สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
ว.วชินเมธี

ไวรัส....โควิด

ตอนนี้มีแต่คนกลัวโควิตไปทั่วโลก
เพราะอัตราการตายมากขึ้นๆ
คนไทยกลับกลัวน้อยลงๆ
ไม่สนใจใคร
รู้ว่าเป็นโควิตยังเงียบ
สนใจแต่เงิน
ทำให้คนรอบข้างต้องเผชิญกรรมอันตราย
เพราะเรื่องของกู
ใจคนที่เปื้อนกิเลสนี้
น่ากลัวที่สุด
ฆาตกรทางอ้อม
สักวันกรรมตามสนองเพราะความเห็นแก่ตัว

หมอแฉ่ง

3







หนึ่ง.กรรมนอกกรรมใน

หัวข้อที่พลาดหัวข้างต้นไม่มีในคำสอนที่ไหนๆ
ผู้เขียนคิดเองเอเองที่เรียกว่า
"มโน"
ตามที่เขียนเรื่องมโนกันมาหลายๆครั้งแล้ว
ผู้เขียนเองก็โดนกักบริเวณ 22 วัน
เลยมีเวลาว่าง
เหมือนเพื่อนๆร่วมวิบากกรรมทั้งหลาย
อย่าไปโทษเลยครับว่า
กรรมของใคร
คนที่เรียนรู้พุทธศาสนาจะ
รู้ทันทีว่ากรรมเป็นของตนเอง
ที่พึงระลึกรู้ว่ามีผลหรือวิบากกรรมกรือผลของกรรมตามมา
ผู้รู้หลายๆท่านเริ่มจะหดหายสงสัยว่าท่าจะเจ็บคอ
หรือรอวัคซีนสู้ไวรัสโควิต
ก็คงจะใช้เวลาเป็นปีตามที่ผู้ชำนาญการออกมาพูดหรือมาคาดการณ์
อย่างน้อยพวกเราก็มีความหวังมากขึ้นที่เห็นประเทศจีนล้างโรคโควิตจนหายเกลี้ยง
ไม่มีส่งออกนอกประเทศ
มีแต่นำเข้าจากชาวต่างชาติเป็นหลัก
พุทธศาสนาเองก็มีวัคซีนป้องกันทุกโรคเป็นยาแรง
ดูเหมือนง่ายที่จะฉีดเข้าไป
แต่ในความเป็นจริงมันต้องฝึกใช้ให้สม่ำเสมอ
วัคซีนที่ว่าคือสติ
เมื่อมีสติ มีสมาธิ ปัญญาก็จะมีเกิดขึ้น
มีความฉลาดรู้ที่จะเอาตัวรอดในทุกกรณี
ไม่ว่าจะร้ายแรง
แค่ไหนอย่างไร
ก็รับมือได้หมดเพราะไม่ประ มาท
ไม่ใช่มีสายตาเพื่อมองทุกๆอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด
พอเป็นเปตรใช้เงินได้ไหมเล่า
คนจำนวนหนึ่งเป็นเช่นนั้น
หากินบนความเดือดร้อนและคำสาปแช่งของคน
หมู่มาก
เพราะกักตุนเวชภัณฑ์เช่นหน้ากากอนามัย
ที่เรียกว่าเปรตเดินดิน
เมื่อสติมีมากขึ้นธรรมวิจยะการสอดส่องธรรมก็เกิดขึ้น
"คิดเป็นเห็นธรรม"
จึงรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร
จึงรู้ว่า
อะไรผิดอะไรถูก
จึงรู้ความจริงของโลกว่า
ต้องพึ่งตนเอง
อัตตาหิอัตาโนนาโถ
เตือนตนเองจนชัดแล้วจึงไปเตือนคนอื่น
ย้ำเตือนตนเองให้ชัดๆ
รู้ความจริงแท้ไม่ใช่มั่วไปมั่วมาไม่ใช่มโน
ร่วมกันช่วยชาติกักตัวเองแบบพอเพียง
รอให้โรคมันซาลงเพราะเลยระยะเวลาแพร่ระบาดของโรคร้ายหมดลงไม่ต่อยอดไม่แพร่
แต่ในทุกวันนี้คนกลับคร่ำเคร่ง เครียดไปกับการเสพข่าวสารโควิต
ราวกับจะตายตามโรคไปเสียอย่างนั้น
ในความเป็นจริงโรคมีทั้งในตัวของเรา
มีทั้งนอกตัวของเรา
โรคในตัวมาก มายกว่าที่เราคิดหรือร้ายแรงมากกว่าที่คิด
จนทำให้พร้อมตาย
โยมลองหยุดหายใจดูสิ
โควิตก็ทำอะไรท่านไม่ได้
โรคทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นตามแต่กรรมดีกรรมชั่วทั้งๆที่เราทำเองทั้งสิ้น
โลกยุคนี้จึง
แสดงวิสัยทัศน์และภูมิธรรมโดยแท้ของทุกๆคน
ตั้งแต่ผู้นำโลกจนมาถึงตัวกู...
ที่ต้องมีธรรมวิจยหรือการตรึกตรองธรรม
ไม่โดนใครและอะไรหลอกให้หลงง่ายๆโดยเฉพาะ
การหลอกตนเองเพราะโรคเห็นแก่ตัวเพื่อกูและของกู
จึงมีคำพูดว่า"ไม่มีอะไรร้ายไปกว่าใจคน"
ใจคนที่เปื้อนกิเลสหรือ
โลภโกรธหลงนั่นแหละ
มัวไปโทษมึงโทษกูอยู่นั่น
ตัวเองทำเองทั้งนั้น
Social Distancing
ตามโลก
มองเข้าไปในใจตนทำให้มันสะอาด
ปลอดโรคกูเสียที

เจริญพร

อนาคาริก

สอง.สัตว์สังคม
คุณรู้ไหมว่าสงครามโรคโควิตครั้งที่หนึ่ง
จะยาวนานแค่ไหน

คนเป็นสัตว์สังคมที่มีการสื่อ สารดีที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหลาย
คนจึงชอบพูดคุยชอบร่วมทำกิจกรรมเป็นหมู่คณะ
นอกเหนือจากนั้นการทำงานร่วมกัน
การเดินทางร่วมกันต่างหาก
คน....นอกจากจะทำดีเพื่อจะอยู่กับมวลชนได้ดีแล้ว
คนอีกส่วนหนึ่งเล็กๆก็เป็นคนเลวคือประพฤติผิดจากคติที่ถูกต้องที่จะอยู่ร่วมกัน
ก่อกรรมเลวหรืออกุศลกรรม
จนผู้อื่นเดือดร้อนไปถ้วนทั่ว
ที่เขาเรียกกันว่า
"โจร"
โซเซี่ยลเน็ทเวิร์คทำ
ให้การสื่อสาร
และการก่อกรรมทั้งกรรมดี
และ
ทั้งกรรมชั่ว
ทำได้ง่ายมากขึ้นและรวดเร็วขึ้นมาก
นอกจากนี้โลก ที่เคยกว้างไกลมันหดแคบลงมามาก
เพราะการเดินทางง่ายราวกับติดปีก
เพราะไปด้วยเครื่องบิน
แถมราคายังถูกกว่า
เมื่อก่อนมาก
ด้วยการแข่งขันของสายการบินต่างๆ
ทำให้ราคาตั๋วมันถูกลงๆ
โรคติดมือถือระบาดหนักมากไปทั่วเช่นกัน
คนขาดมันไม่ได้ขาดมันแทบจะขาดใจที่เรียกว่าลงแดง
รวมทั้งโรคระ บาดต่างๆ
ที่ระบาดหนักแพร่เร็วมากตามที่พวกท่านรู้ๆกันอยู่คือโควิต 19
ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
ดั่งกระทิงดุขวิดไปทุกสังคม
อะไรๆที่เหนือธรรมชาติ
ทำให้สุขสบายก็จริง
และก็สร้างทุกข์มหันต์ดังเช่น
ทุกวันนี้
ที่ล้มตายดุจใบ ไม้ร่วง
ยิ่งระบบประชา ธิปไตยสมบูรณ์แบบมากเท่าไร
การแพร่ระบาดยิ่งง่ายและรวด เร็วมากขึ้นไปอีก
เท่านั้น
จวบจนกว่าคนข้างบ้านจะร่วงล้มลงหรือตายจากไปให้เห็น
ความกลัวจึงเริ่มปรากฎชัด
ความตื่นกลัวจึงแพร่ระบาดแทนทันที
ดังสำนวนที่ว่า
"มิเห็นโลง มิหลั่งน้ำตา"
หมอ รัฐบาล
คนพาล
ต่างก็กรูออกมาพูดๆๆๆทางสื่อตลอดเวลา
ทั้งดีและเลว

รักชาติ รักสังคม รักครอบครัว
รักพ่อแม่
ตั้งสติสงบจิต
เพลาๆกิเลสลงไปบ้าง
เหมือนคนรักความสงบอีกกลุ่มหนึ่ง
เบื่อสังคมเพราะรู้ว่าสิ่งจอมปลอมมันเยอะ
ถอดถอนตัวเองออก
จนสักวันจะสามารถถอดถอนตนเองออกจากตนเองเสียที
สงบสุขอย่างแท้จริง
จากการสงบจิต
และ
การสงบกิเลส

จนตื่นรู้ความไม่เที่ยงทั้งปวงไร้อาลัยอาวรณ์ให้โง่ต่อไป
อย่าทะลึ่งลงอบายเสียก่อนล่ะ
ยุ่งตายห่ะ

เจริญพร

อนาคาริก

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=603318373191335&substory_index=0&id=168433800013130

4
ธรรมะกับชีวิต / ความเพียร
« เมื่อ: 22 มีนาคม 2020, 09:15:36 »



ท่านสาธุชนทั้งหลายที่สนใจในธรรมทั้งหลาย

วันนี้ฉันอยากจะพูดถึงความเพียร
ความเพียรนั้นมีผลขั้นต่ำสุดจนไปถึงขั้นสูงสุดได้จริงๆนะโยม
ไม่ว่า
ความเพียรในการเรียน
ก็จะเก่งจนอาจจะเรียนจบเป็น
ด๊อกเตอร์ได้
เพียรในงานจึงร่ำรวยได้
เพียรเพื่องานด้วยความยินดี
สุดท้ายจะมีผลถึงเงินทำให้ร่ำรวยเพราะทำด้วยใจจะสำเร็จ
เพียรในการปฏิบัติหรือศึกษาหนทางที่สมเด็จพระบรมครูทรงตรัสสอนเรียกว่าธรรมะ
ในพุทธศาสนามีความเพียรที่เรียกว่า
สัมมัปปธาน 4 หรือ ปธาน 4 (ความเพียรชอบ, ความเพียรใหญ่ - right exertions; great or perfect efforts) [1] คือ
1. สังวรปธาน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น
2. ปหานปธาน คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
3. ภาวนาปธาน คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมี
4. อนุรักขนาปธาน คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่ง
เมื่อความเพียรถึงขั้นมันก็จะเจริญ
เกิดพุทธปัญญา
ได้เองกรือเป็นปัจจัตตัง
ไม่ลองไม่รู้นะโยม
ไม่ต้องจำขี้ปากคนอื่นมาพูดเลย
เหม็นน้ำลาย
เพราะคนเราที่จะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียรของตนเอง

เจริญพร

หลวงตาแฉ่ง

"ล่วงทุกข์ได้ เพราะความความเพียร"

" .. "วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนจะก้าวล่วงทุกข์ได้ เพราะวิริยะ ความเพียร" เพียรทำทุกสิ่งทุกอย่าง คุณงามความดีทุกสิ่งทุกอย่าง "ควรทำความเพียร ชื่อว่าคนไม่ประมาท" ผู้ที่ข้ามมหานรก พ้นสมมุติได้ก็เพราะไม่เป็นผู้ประมาทในคุณงามความดี ทางบุญทางกุศล

"คนประมาทมันมักทำบาปทำกรรมใส่ตน" คนประมาทชีวิตจะยาวร้อยปีก็ตาม ก็เหมือนกันกับคนตายแล้ว "คนไม่ประมาทชีวิตเขาจะเป็นอยู่วันเดียว ยังดีกว่าผู้ประมาทอยู่เป็นร้อยปี" นั่นประเสริฐกว่า

"ระหว่างอยู่ฆราวาส เราก็ฝึกเสีย ให้มีขันติ ความทนทาน" ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยความลำบาก "ให้มีวิริยะความพากเพียรในคุณงามความดีทุกสิ่งทุกอย่าง" เพียรละสิ่งที่ไม่ดีนั่น เพียรละเพียรถอน "มันจะทำไม่ดีก็เพราะใจนั่นแหละ" มันเป็นผู้ทำ .. "

"อนาลโยวาท"
หลวงปู่ขาว อนาลโย

DT014902
วิริยะ12
25 พ.ย. 2562

โควิตแชมป์

ไอ้จ่อย
"ถามหน่อยเรื่องโควิต19
เห็นหลวงพี่มีการศึกษาดีเทศน์ก็เก่ง
ใครจะเป็นแชมป์ยุโรป
เอเชีย
อเมริกาเหนือใต้
ครับ
ลพ:
มาใกล้ๆกูไอ้จ่อยจะถีบให้
กูไม่ใช่หมอเว้ย

ลพ.ถุย

5
ธรรมะกับชีวิต / สังคมซีอุย
« เมื่อ: 20 มีนาคม 2020, 20:59:44 »



มีเงินเหลือใช้ทำบุญกับรพ.จุฬาลงกรณ์กับวัดในผ้าป่าแก่นธรรมปีที่23
นะคะ
แต่ใครสะดวกทำที่ไหนกีดีทั้งน้านนะเจ้าคะ

พพ มาก14

สังคมซีอุย

สมัยก่อนในเมืองไทย
มีชายคนหนึ่ง?๊๋มีชื่อเรียกว่า
"ซีอุย"
ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า
แกกินเนื้อคน

พอแกตายทางการก็เอาศพแกไปสต๊าฟเอาไว้เป็นอาจารย์ใหญ่ใ้ห้นศพ.ศิริราชศึกษา
ที่รพ.ศิริราชมาหลายสิบปี

ในมาตอนหลังมีกลุ่มคนเรียกร้องสิทธิมนุษยธรรมให้เอาศพซีอุยไปทำพิธีเผาทิ้ง
เรื่องนี้ตอนจบเป็นอย่างไรผู้เขียนไม่ทราบ
เพราะไม่ได้ตามข่าวเลย

และเรื่องนี้ความจริงผู้เขียนนั้นเกิดไม่ทัน
เลยใช้การจับต้นชนปลาย
จับข่าวเอามาเล่าให้ฟังตามผู้ใหญ่ที่เล่าต่อๆกันมาด้วยความกลัว

มีข่าวอีกกระแสหนึ่ง
พอมาเห็นข่าวเรื่องรพ.เอกชนขโมยไตคนไข้ไปขาย
ก็ทำให้อึ้งมานานหลายสิบปี
เพราะคนไข้ผ่าไตมีสูงมาก

จนมาถึงขณะนี้มาได้ยินเรื่องการแพร่ระบาดจากไวรัสโควิต 19 ที่ขยายวงออกไปกว้างทั่วโลก
จนหน้ากากอนามัยที่แพทย์และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จำเป็นต้องใช้เสี่ยงทุ่มชีวิตชีวิตเพื่อช่วยพวกเรา
ไม่มี
ยิ่งฟังยิ่งอึ้ง

รวมทั้งข่าวสต๊อคหน้ากากอนามัย200ล้านชิ้น
ของโรงงานผู้ผลิตล่องหนไป
ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน
และยังจับเท็จอะไรไม่ได้

ที่เห็นๆมีแต่แพะรายวัน
ผลที่ตามมาของสต๊อคที่หายคือ

มีตลาดมืดเกิดขึ้น
ที่เร่ขายหน้ากาก
อนามัยในตลาดแพงเป็นขี้นมาหลายสิบเท่า
คนจนที่ไม่มีเงินจะพอกิน
คนจนที่ไม่มีจะกิน
คนที่เพิ่งจะตกงานและ
ไม่มีเงิน

ต่างก็ต้องมีภาระเพิ่มขึ้นเพื่อกระ
เสือกกระสน
หาเงินมาซื้อหน้ากากอนามัยนี้เพราะ
"ความกลัว"
คนยิ่งได้ยินคำยืน
ยันจากภาครัฐว่า
"เอาอยู่"

ยิ่งหวาดผวาไปกันใหญ่
เพราะไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนๆ
ที่เเก้ปัญหาอยู่หมัดสักสมัย
ตามที่ท่านพูดเลยสักสมัย

ปัญหาต่างๆก็เร่งรุมเร้าเข้ามาเป็นลูกคลื่น
จากการฉกฉวยโอกาสต่างๆเหล่านี้
เหมือนกับ
การสูบเลือดของชาวบ้าน
เหมือนให้ตายกันทั้งเป็นมากขึ้นจากความกลัว

ความกลัวที่มีอยู่แล้วยิ่งตามข่าวรายที่กรอกกูพวกเราตลอดเวลา
เหมือนพยายามฆ่ากันทั้งๆที่เป็น
กับการเล่นแร่แปรธาตุ
เพราะการโกงเป็นทอดๆ

ท่านทั้งหลายรีบๆมามัดตราสังข์ซีอุยยุคใหม่ให้หมดเถอะครับ
ก่อนจะป็นสยามซอมบี้
ซีอุยหน้าเลือดและขี้โกง

ขอทานทน

ตอผุด

น้ำลดตอผุด
แต่แล้งจัดแบบปีนี้
น้ำลดคงเจอแต่....ตอแหล

เหว่ง นางเลิ้ง

โรค

โรคที่รุนแรงมากที่สุดในเวลานี้
คือโรคถูกประนามจากสังคมออน ไลน์
ที่เหมือนตายทั้งเป็น
ไม่เจอกับตัวเองไมรู้หรอก
ใครเป็นผู้ติดเชื้อหรือเป็นพาหะ โรคโควิต19
แสดงตัวแจ้งรายละเอียดจะเป็นฮีโร่ทันที

เบิ้ม ควายขวิด

6
ธรรมะกับชีวิต / School of Budda
« เมื่อ: 18 มีนาคม 2020, 07:25:30 »




School of Budda

พุทธศาสนาแตกต่างกับศาสนาอื่นๆโดยสิ้นเชิง
เพราะอาศัยปัญญาหรือ
ความจริงในการพิจารณา
ไม่ต้องร้องขอ
ไม่มีคำชม
ไม่มีบทลงโทษ
รู้ได้เองเห็นเอง
มีเพียงตนเองที่รู้
หรือ
ใครทำใครได้
ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น
แม้กาลเวลาจะผ่านมานาน
กว่า 2,600 ปี
แต่พระธรรมคำสอนในหลักสูตร
ก็ยังทันสมัยอยู่เสมอ
สามารถใช้ได้ตลอดเวลา
ทุกลมหายใจ
หลักสูตรก็มีแค่ในพระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก (บาลี: Tipiṭaka; สันสกฤต: त्रिपिटक) เป็นคัมภีร์ที่บันทึกคำสอนของพระโคตมพุทธเจ้า[1] ไตรปิฎก แปลว่า ตะกร้า 3 ใบ เพราะเนื้อหาแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆคือ

พระวินัยปิฎกว่าด้วยพระวินัยสิกขาบทต่าง ๆ ของภิกษุและภิกษุณี
พระสุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระสูตรซึ่งเป็นพระธรรมเทศนาของพระโคตมพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกที่แสดงแก่บุคคลต่างชั้นวรรณะและการศึกษา
ต่างกรรมต่างวาระกัน
มีทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง
พระอภิธรรมปิฎกว่าด้วยพระอภิธรรมหรือปรมัตถธรรม
ซึ่งเป็นธรรมะขั้นสูง
อธิบายด้วยหลักวิชาล้วน ๆ โดยไม่อ้างอิงเหตุการณ์และบุคคล

รายละเอียดในพระไตรปิฎกสรุปสั้นๆได้ว่า
"กายกับจิตนี้แหละ"
เรียนรู้กายด้วยจิต
เรียนรู้จิตด้วยกาย
สำรวมอินทรีย์
อันมี
ตาหูจมูกลิ้นกายใจหรือจิตนั่นเอง
ด้วยการเจริญภาวนา
ด้วยสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา
จนสิ้นสงสัยในความจริง
ผู้จบหลักสูตรจะได้เป็นบัณฑิตหรือที่เราเรียกท่านว่า
"พระอรหันต์"
มีปริญญาที่เรียกว่า
"พระนิพพานหรือตื่น"

School นี้น่าเรียนกันไหมล่ะโยมทั้งหลาย

เจริญพร
วิกีพีเดีย
บทที่ ๒๕ กรวดน้ำอิมินา

วัดอ้อน้อย นครปฐม

(ผู้นำ) (หันทะ มะยัง อุททิสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เส)
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยบุญนี้อุทิศให้
อุปัชฌายา คุณุตตะรา อุปัชฌาย์ ผู้เลิศคุณ
อาจะริยูปะการา จะ แลอาจารย์ ผู้เกื้อหนุน
มาตาปิตา จะ ญาตะกา ทั้งพ่อแม่ แลปวงญาติ
สุริโย จันทิมา ราชา สูรย์จันทร์ แลราชา
คุณะวันตา นะราปิ จะ ผู้ทรงคุณ หรือสูงชาติ
พรัหมะมารา จะอินทาจะ พรหมมาร และอินทราช
โลกะปาลา จะ เทวะตา ทั้งทวยเทพ และโลกบาล
ยะโม มิตตา มะนุสสาจะ ยมราช มนุษย์มิตร
มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ ผู้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ขอให้เป็นสุขศานต์ทุกทั่วหน้า
อย่าทุกข์ทน
ปุญญานิ ปะกะตานิ เม บุญผองที่ข้าพเจ้าทำ
จงช่วยอำนวยศุภผล
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ให้สุขสามอย่างล้น
ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง ให้บรรลุถึง นิพพานพลัน
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยบุญนี้ที่เราทำ
อิมินา อุททิเสนะ จะ แลอุทิศให้ปวงสัตว์
ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ เราพลันได้ ซึ่งการตัด
ตัณหุปาทานะเฉทะนัง ตัวตัณหา อุปาทาน
เย สันตาเน หินา ธัมมา สิ่งชั่วในดวงใจ
ยาวะ นิพพานะโต มะมัง กว่าเราจะถึงนิพพาน
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ มลายสิ้นจากสันดาน
ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว ทุก ๆ ภพที่เราเกิด
อุชุจิตตัง สะติปัญญา มีจิตตรง และสติ
ทั้งปัญญาอันประเสริฐ
สัลเลโข วิริยัมหินา พร้อมทั้งความเพียรเลิศ
เป็นเครื่องขูดกิเลสหาย
มารา ละภันตุ โนกาสัง โอกาสอย่าพึงมี แก่หมู่มารสิ้น
ทั้งหลาย
กาตุญจะ วิริเยสุ เม เป็นช่องประทุษร้าย
ทำลายล้างความเพียรจม
พุทธาทิปะวะโร นาโถ พระพุทธเจ้า ผู้บวรนาถ
ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม พระธรรมเป็นที่พึ่งอันอุดม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ พระปัจเจกะพุทธะสมทบ
สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง พระสงฆ์ที่พึ่งผยอง
เตโสตตะมานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพนั้น
มาโรกาสัง ละภันตุ มา ขอหมู่มาร อย่าได้ช่อง
ทะสะ ปุญญา นุภาเวนะ ด้วยเดชบุญทั้งสิบป้อง
มาโร กาสัง ละภันตุมา ฯ อย่าเปิดโอกาสแก่มารเทอญ.

บทที่ ๒๕ กรวดน้ำอิมินา

ห้องสมุดธรรมอิสระ

7
ธรรมะกับชีวิต / ความคิดจุดหนึ่ง
« เมื่อ: 14 มีนาคม 2020, 17:06:36 »






ความคิดจุดหนึ่ง


ผมเป็นคนค่อนข้างจะมีเงิน
แต่จะไปเทียบเท่ากับคนรวยสมัยนี้ทาบไม่ติดหรอกครับกับ Bill Gates
แจ็ค หม่า

พรุ่งนี้แต่เช้า
ผมคิดว่าจะไปคุยกับทางกระ ทรวงสาธารณ สุข
เกี่ยวกับการซื้อโควต้าหน้ากากอนามัย

หน้ากากส่วนหนึ่งจะเอาไปแจกให้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐ
เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานทุกวันและเพื่อป้องกันความเสี่ยงแก่เจ้าหน้าที่
ต้องมีเจ้าหน้าที่พนักงานคอยดูแลและควบคุมการรั่วไหลของสต๊อค
นอกเหนือไปจากนั้น
ผมก็จะเอาไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลเอกชนทุกๆโรงพยา บาลในราคา
ที่โรงพยาบาลนั้นๆขายให้แก่คนไข้ยามปกติ
แล้วให้ทางโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว
เอาเงินค่าหน้ากากอนามัยนั้น
ไปจ่ายเป็นค่า
โควต้าส่วนหนึ่งที่ขอแบ่งซื้อมาจากกระทรวสาธารณสุขอีกครั้งอย่างเปิดเผย
ทำอย่างนี้จนกว่าเหตุ การณ์จะเป็นปกติ
เพื่อให้สถานพยาบาลต่างๆ รวมทั้งโรงพยา บาลมีหน้ากากอนามัยใช้ได้มากขึ้นจนเพียงพอ
ไม่ต้องทำแบบหลบๆซ่อนๆ
2 .ผมจะเชิญ แพทย์จีนผู้ชำนาญการรักษาโควิต -19 และเจ้าหน้าที่ๆดูแลผู้ป่วย
ในสถานที่เสี่ยงต่างๆเช่นที่
ท่ากาศยาน
โรงพยาบาล
มาให้องค์ความรู้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดตลอดจนพนักงานว่า
ที่ผ่านมาทางจีนเขาดูแลผู้ป่วยอย่างไร
ใช้ยาอะไรจึงเอาอยู่
รวมทั้งขอซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์
ครบทั้งชุดที่จีนส่งไปที่อิตาลี
มาช่วยตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิต-19พร้อมบุคคลเฝ้าระวังฟรี
ในที่ดินร้อยกว่าไร่ของผมเอง ในบริเวณปริมณ ฑลกรุงใกล้ๆกรุงเทพฯ
ที่พร้อมจะสร้างเป็นกระโจมติดแอร์ปลอดเชื้อ ให้
ผู้ป่วยหนัก
ป่วยเบาและผู้เฝ้าระวังทันที
จะได้อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่อย่างมีความสุข ในคนละโซน
มีอาหารกล่องที่มีคุณภาพให้ทุกมื้อ
มีพื้นที่ๆจะสามารถใช้ออกกำลังกาย
เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
สำหรับผู้เฝ้าระวัง
ถ้ายังไม่มีอาการป่วย
แต่ถ้าป่วยขึ้นมาก็นำเข้าไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย
แหล่งคัดกรองจาก
ศูนย์ดูแลผู้ป่วย
โควิด-19
ที่จัดตั้งแล้ว
เพื่อให้ดูแลกันต่อไป
ศูนย์ที่นี่จะเน้น
ผู้เป็นพาหะของโรคโควิต-19
เป็นสิ่งที่มุ่งหวัง ให้คนที่มีจิต สำนึกจะร่วมมือช่วยกันและ
ร่วมมือกันเพื่อครอบครัวของตนเอง
เพื่อประเทศชาติและเพื่อนร่วมประเทศ
เพื่อนร่วมโลก
ให้ดำรงเผ่าพันธุ์ได้นานปกติ
ตลอดจนเพื่อพ่อแม่พี่น้องที่เขารักและห่วงใย
แล้วจึงขอเปิดแอปบริจาคเงินสู้ภัย Covid 19
เป็นตัวช่วยสนับสนุน
อยากให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วม
กล้าแสดงออก เพื่อสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ตลอดจน
การเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญโดยการกระทำดี
ไม่ต้องรอให้งบประมาณออกหรือต้องโหวตคะแนนในสภาไม่ต้องไปสู้กันข้างถนน
เรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม
เพราะสิ่งที่เรากำลังทำทั้งหมดคือความเป็นธรรม

ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าวันนี้
หลังจากเดินออกกำลังกายเสร็จ
ก็จะขอดำเนินการผ้าป่าแก่นธรรมปีที่ 23 ต่อ ไปในปีนี้ในเดือนกค.63
ยังคงเน้นบริจาคให้กับโรงพยา บาลจุฬาลงกรณ์และก็วัดสุนทรธรรมทานเหมือนเดิม
เงินที่ได้จากการบริจาค
ก็ทำได้เพียงแค่นี้ครับ
ข้อความข้างต้นผมเพิ่งตื่นและฝันไปครับ

เบิ้ม ควายควิด 20


8




วัฎจักร...ที่สิบปีจะมาครั้งหนึ่ง

ผมเคยให้ความเห็นในเพจนี้ว่าหุ้น
scb
kbank
จะมีราคาต่ำกว่า100บาทจากประสบ การณ์
และการฟังเซียนหุ้นวิเคราะห์ออกทีวีมามาก
และยังเห็นกราฟระยะกลางของscbไม่ดีเลยรวมทั้งกร๊าฟSetทำ Double Topมานานไม่ผ่านสักที
จากการทำการบ้านกับเพื่อนๆน้องๆที่เป็นครูสอนเทคนิคหุ้นเลยกล้าฟันธงหุ้นลงมาตลอด
ผมเลยลดพอร์ตเป็นส่วนใหญ่เหมือนเมื่อปีไฟแนนซ์ล้มจนเหลือหุ้นกลุ่มหลักๆที่ขาดทุนน้อยกว่าที่กำไรมามาก
สรุปกำไรสะสมยังเท่ากับปีก่อน
แต่กำไรปีนี้เจ๊งหมดครับ
เพราะมัวแต่หาหมอและทำกายภาพบำบัดรวมทั้งตั้งตัวไม่ทันเหมือนกับเพื่อนๆนักลงทุนคนอื่นๆ
แต่ความเสียหายก็ดังที่เล่ากำไรเท่าไรคืนให้หมดในปีนี้
อาจจะต้องเพิ่มทุนเก็บเพื่อหุ้นใหญ่
ปันผลดีมีอนาคต
ไม่ค่อยโดน Disruptionมากนักเช่น
PTT AOTในราคาต่ำๆ
โดยจะไม่เฉลี่ย
เพราะ
ผมแก่แล้ว
เครียดมากจะตายไว
ความเครียดน่ากลัวกว่า
โรคใดๆ
ทำให้ระบบในร่างกายรวน
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
หัวใจวายตายง่ายๆ
รุนแรงกว่าโควิต-19 ที่ดังที่สุดในปีนี้มากมาย
อย่าไปเสียเวลากลัวตายมากกว่าเวลาตายนักเลย
มันเหมือนกับตายทั้งเป็น

ตั้งสติให้ดี
แต่บอกตามตรงทำเงินหายไปเยอะหลาย
แต่ไม่เสียดายและเสียใจเพราะรู้จักความไม่เที่ยงดี
สู้ๆเขาครับ ทาเคชิ

เบิ้ม โคขวิด 20
หมายเหตุ
1.เงินบาทอ่อนลงแล้วมาก
2.ราคาจองAOT
42บาทครับ
3.เล่นหุ้นเอาเงินนะครับอย่ามัวแต่เอามัน
ไม่สนุกเลย

วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ (อังกฤษ: subprime mortgage crisis) หรือ วิกฤติซับไพรม์ และยังรู้จักกันในชื่อ วิกฤติสินเชื่อด้อยคุณภาพ (ในประเทศไทยอาจเรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) เป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ปรากฏให้เห็นชัดในช่วงปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2551 จุดเด่นของวิกฤตินี้คือการที่ความคล่องตัวของตลาดสินเชื่อทั่วโลกและระบบธนาคารลดลง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา การกู้ยืมและการให้กู้ยืมที่มีความเสี่ยงสูง และระดับหนี้สินของบริษัทและบุคคลที่สูงเกินไป วิกฤติครั้งนี้มีผลหลายขั้นและค่อย ๆ เผยให้เห็นความอ่อนแอในระบบการเงินและระบบการควบคุมทั่วโลก

วิกฤติครั้งนี้เริ่มจากการที่ภาวะฟองสบู่ในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐอเมริกาแตก[1][2] และการผิดชำระหนี้ของสินเชื่อซับไพรม์และสินเชื่อดอกเบี้ยลอยตัว ที่เริ่มต้นขึ้นในช่วง พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2549 ผู้กู้ยืมนั้นกู้ยืมสินเชื่อที่เกินกำลังโดยคิดว่าตนจะสามารถปรับโครงสร้างเงินกู้ได้โดยง่าย เพราะในตลาดการเงินนั้นมีมาตรฐานการปล่อยกู้ที่ต่ำลง ผู้ปล่อยกู้เสนอข้อจูงใจในการกู้ยืม เช่นเงื่อนไขเบื้องต้นง่าย ๆ และแนวโน้มราคาบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ทว่าการปรับโครงสร้างเงินกู้กลับเป็นไปได้ยากขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มสูงขึ้นและราคาบ้านเริ่มต่ำลงในปี พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2550 ในหลายพื้นที่ในสหรัฐ การผิดชำระหนี้และการยึดทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อหมดเงื่อนไขเบื้องต้นอย่างง่าย ราคาบ้านไม่สูงขึ้นอย่างที่คิด และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเริ่มสูงขึ้น การยึดทรัพย์สินในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2549[3] และทำให้ปัญหาทางการเงินนั้นแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วโลกในปี พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2551

ธนาคารและสถาบันทางการเงินที่สำคัญทั่วโลกรายงานยอดการขาดทุนที่สูงกว่า 4.35 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551[4][5]

ดิ้นรน

การดิ้นรนเป็นสัญชาตญาน
ของสัตว์
คนเองก็เช่นกันที่ต้องดิ้นรนเพื่อปัจจัยสี่ ห้า หก ฯลฯ
ตามความอยากที่เหนือความคิดและความจำเป็น
การสู้กับธรรม ชาติก็อีกเรื่องหนึ่ง
เพื่อเอาชีวิตรอดอย่างที่เห็น
ฤทธิ์ร้ายไวรัสในทุกวันนี้
ตายกันเป็นเบือไปทั่วโลก
แต่พระท่านกลับสอนว่า
หายป่วยก็เอา
ตายก็เอา
เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าพวกเราต้องตายสักวัน
ตามแต่เหตุตามปัจจัยว่าจะตายเพราะอะไร
พระอริยเจ้าท่านไม่ได้
ห่วงเจ็บ
ห่วงตายเลย
ท่านเอาแค่
เกิดกับดับไปเรื่อย
ไม่เอารายละ เอียด
อะไรอีกแล้ว
เรียกว่า
แจ้ง
หรือ
ตื่นในวิปัสสนา

เจริญพร

อนาคาริก

ผมเคยให้ความเห็นในเพจนี้ว่าหุ้น
scb
kbank
จะมีราคาต่ำกว่า100บาทจากประสบ การณ์
และการฟังเซียนหุ้นวิเคราะห์ออกทีวีมามาก
และยังเห็นกราฟระยะกลางของscbไม่ดีเลยรวมทั้งกร๊าฟSetทำ Double Topมานานไม่ผ่านสักที
จากการทำการบ้านกับเพื่อนๆน้องๆที่เป็นครูสอนเทคนิคหุ้นเลยกล้าฟันธงหุ้นลงมาตลอด
ผมเลยลดพอร์ตเป็นส่วนใหญ่เหมือนเมื่อปีไฟแนนซ์ล้มจนเหลือหุ้นกลุ่มหลักๆที่ขาดทุนน้อยกว่าที่กำไรมามาก
สรุปกำไรสะสมยังเท่ากับปีก่อน
แต่กำไรปีนี้เจ๊งหมดครับ
เพราะมัวแต่หาหมอและทำกายภาพบำบัดรวมทั้งตั้งตัวไม่ทันเหมือนกับเพื่อนๆนักลงทุนคนอื่นๆ
แต่ความเสียหายก็ดังที่เล่ากำไรเท่าไรคืนให้หมดในปีนี้
อาจจะต้องเพิ่มทุนเก็บเพื่อหุ้นใหญ่
ปันผลดีมีอนาคต
ไม่ค่อยโดน Disruptionมากนักเช่น
PTT AOTในราคาต่ำๆ
โดยจะไม่เฉลี่ย
เพราะ
ผมแก่แล้ว
เครียดมากจะตายไว
ความเครียดน่ากลัวกว่า
โรคใดๆ
ทำให้ระบบในร่างกายรวน
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
หัวใจวายตายง่ายๆ
รุนแรงกว่าโควิต-19 ที่ดังที่สุดในปีนี้มากมาย
อย่าไปเสียเวลากลัวตายมากกว่าเวลาตายนักเลย
มันเหมือนกับตายทั้งเป็น

ตั้งสติให้ดี
แต่บอกตามตรงทำเงินหายไปเยอะหลาย
แต่ไม่เสียดายและเสียใจเพราะรู้จักความไม่เที่ยงดี
สู้ๆเขาครับ ทาเคชิ

เบิ้ม โคขวิด 20
หมายเหตุ
1.เงินบาทอ่อนลงแล้วมาก
2.ราคาจองAOT
42บาทครับ
3.เล่นหุ้นเอาเงินนะครับอย่ามัวแต่เอามัน
ไม่สนุกเลย

วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ (อังกฤษ: subprime mortgage crisis) หรือ วิกฤติซับไพรม์ และยังรู้จักกันในชื่อ วิกฤติสินเชื่อด้อยคุณภาพ (ในประเทศไทยอาจเรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) เป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ปรากฏให้เห็นชัดในช่วงปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2551 จุดเด่นของวิกฤตินี้คือการที่ความคล่องตัวของตลาดสินเชื่อทั่วโลกและระบบธนาคารลดลง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา การกู้ยืมและการให้กู้ยืมที่มีความเสี่ยงสูง และระดับหนี้สินของบริษัทและบุคคลที่สูงเกินไป วิกฤติครั้งนี้มีผลหลายขั้นและค่อย ๆ เผยให้เห็นความอ่อนแอในระบบการเงินและระบบการควบคุมทั่วโลก

วิกฤติครั้งนี้เริ่มจากการที่ภาวะฟองสบู่ในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐอเมริกาแตก[1][2] และการผิดชำระหนี้ของสินเชื่อซับไพรม์และสินเชื่อดอกเบี้ยลอยตัว ที่เริ่มต้นขึ้นในช่วง พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2549 ผู้กู้ยืมนั้นกู้ยืมสินเชื่อที่เกินกำลังโดยคิดว่าตนจะสามารถปรับโครงสร้างเงินกู้ได้โดยง่าย เพราะในตลาดการเงินนั้นมีมาตรฐานการปล่อยกู้ที่ต่ำลง ผู้ปล่อยกู้เสนอข้อจูงใจในการกู้ยืม เช่นเงื่อนไขเบื้องต้นง่าย ๆ และแนวโน้มราคาบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ทว่าการปรับโครงสร้างเงินกู้กลับเป็นไปได้ยากขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มสูงขึ้นและราคาบ้านเริ่มต่ำลงในปี พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2550 ในหลายพื้นที่ในสหรัฐ การผิดชำระหนี้และการยึดทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อหมดเงื่อนไขเบื้องต้นอย่างง่าย ราคาบ้านไม่สูงขึ้นอย่างที่คิด และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเริ่มสูงขึ้น การยึดทรัพย์สินในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2549[3] และทำให้ปัญหาทางการเงินนั้นแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วโลกในปี พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2551

ธนาคารและสถาบันทางการเงินที่สำคัญทั่วโลกรายงานยอดการขาดทุนที่สูงกว่า 4.35 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551[4][5]

ดิ้นรน

การดิ้นรนเป็นสัญชาตญาน
ของสัตว์
คนเองก็เช่นกันที่ต้องดิ้นรนเพื่อปัจจัยสี่ ห้า หก ฯลฯ
ตามความอยากที่เหนือความคิดและความจำเป็น
การสู้กับธรรม ชาติก็อีกเรื่องหนึ่ง
เพื่อเอาชีวิตรอดอย่างที่เห็น
ฤทธิ์ร้ายไวรัสในทุกวันนี้
ตายกันเป็นเบือไปทั่วโลก
แต่พระท่านกลับสอนว่า
หายป่วยก็เอา
ตายก็เอา
เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าพวกเราต้องตายสักวัน
ตามแต่เหตุตามปัจจัยว่าจะตายเพราะอะไร
พระอริยเจ้าท่านไม่ได้
ห่วงเจ็บ
ห่วงตายเลย
ท่านเอาแค่
เกิดกับดับไปเรื่อย
ไม่เอารายละ เอียด
อะไรอีกแล้ว
เรียกว่า
แจ้ง
หรือ
ตื่นในวิปัสสนา

เจริญพร

อนาคาริก

9
ธรรมะกับชีวิต / โลกเครียด
« เมื่อ: 11 มีนาคม 2020, 12:52:35 »





โลกเครียด

โรคอุบัติใหม่ Covid 19 ที่เป็นรายการเรียลลิตี้โชว์
ไปทั่วโลกในขณะนี้

การนำเสนออย่างสมจริงจนผู้ชมคล้อยตามว่า....
โรคอยู่ใกล้ตัวใกล้ลมหายใจเข้าไปทุกทีๆ
ทุกคนกระหายใคร่รู้ทุกๆเรื่อง
แม้กระทั่งจำนวนตัวเลขคนป่วยคนตาย
แทบจะมีรายงานทุกชั่วโมง
อุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นหน้ากากอนามัย
เจลล้างมือ
ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์
จนขาดตลาดราคาพุ่งพรวดจนแทบจะทำให้เจ้าของโรงงานผู้ผลิตรวยขึ้นมากทันตาเห็น
เพราะคนป่วยกระจายไปเกือบจะทั่วโลกแล้ว
สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็นกันคราวนี้
โรงพยาบาลทันใจเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วัน
หมอที่ต้องออกไปต่อสู้กับเชื้อโรค
ราวกับทหารออกไปรบกับอสูรร้าย
และสิ่งที่น่าสลดใจที่สุดคือหมอหลายคนถึงกับสละชีวิตตัวเองไปราวกับ
ร่างเทพเจ้าร่วงลงดิน
การคัดกรอง
การกักกัน
การท้าทายแบบอุบาทว์ของพวกถูกกักตัว
เที่ยวกินไปทั่วพร้อมเซลฟี่
ทำเอาสังคมไทยแทบคลั่ง
กลุ่นคนอุบาทว์ทำลายกิจการหลายร้านอาหาร
หลายสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอย่างเมามันด้วยความเขลา
และเห็นแก่ตัว
อวดอัตตาและปราศจากความรับผิดชอบ
ยังไม่มีการถูกลงโทษในขณะนี้
ยั่วยุให้เป็นเยี่ยงอย่างให้กันและกัน
เพื่อสร้างความวุ่นวายและทำลายความมั่นคงของประ เทศ
รวมทั้งสร้างความเกลียดชังของผู้คนที่อยู่ภายใต้ความกลัว
"สงคราวยังไม่สงบ
ยังไม่ต้องนับศพทหาร"
ตอนนี้เป็นสงครามโลกครั้งที่สามก็ยังได้
เพราะแทบทุกประเทศที่โรคระบาดหนักประกาศ
ภาวะฉุกเฉิน
เหมือนสภาวะสงคราม
โรงพยาบาลใหญ่ๆในประเทศไทยประกาศขาดหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ป้องกันและใช้ต่อต้านกับโรคนานาชนิด
ทั้งๆที่ตัวเลขการผลิตอุปกรณ์นั้นมีมากแต่สต๊อค
หายไปอย่างชี้แจงไม่ชัดเจนเลยว่า
"ไอ้ทุยอยู่ไหน"
หรือ
มันจะหายไปในตลาดมืดด้วย
"มือที่มองไม่เห็น"
ช่างน่าอึดอัดและ
ช่างคับแค้นใจของประชาชนที่กลัวกันขี้หด
แม้ระบบการป้องกันภัยของเราจะยังคงดีอยู่ก็ตาม
แต่ทุกคนก็ล้วนแต่....ทุกข์ใจ
เพราะตั้งสติไม่ ทัน
กลัวจนลนลาน
กลัวจนเป็นคลื่น 4 G
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อริยสัจ
แล้วทรงนำมาสอนให้คนบนโลก
ทุกข์มีให้รู้
สมุทัยหรือที่มาแห่งทุกข์มีให้ละ
นิโรธทำให้แจ้ง
มรรคหนทางแห่งการดับทุกข์ทำให้มากหรือทำให้เจริญ

เมื่อเห็นหนทางแห่งการตั้งสติความวุ่นวายกายหรือใจนั้นจะทุเลาเบาบาง
ไม่สบายก็ไปหาหมอตรวจและเชื่อฟังหมอ
สุดท้ายต้องรู้ว่าทุกอย่างมันไม่เที่ยงทั้งนั้น

ท่านทั้งหลายที่ควรมีความรับผิดชอบ
โปรดอย่าลืมส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้ทุกโรงพยา บาลล่ะ
อย่าให้เปตรโลภมันกินใจของพวกและ
สุดท้ายกลืนตัวของพวกท่านเลย
หรือมีแต่นรกที่เอาอยู่
ท่ามกลางเสียงสาปแช่ง

ขออโหสิกรรมและไว้อาลัยแด่เทพเจ้าสงครามที่สู้โรคจนตัวตาย

อนิจจัง ทุกขังอนัตตา

อนาคาริก

บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้
ขออุทิศให้แด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวง
ปู่หลวงพ่อหลวงตาหลวงพ่อ
ตลอดจน บรรพบุรุษอันมีพ่อแม่เป็นปฐมปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอา
ตลอดจนท่านผู้อ่านและครอบ ครัว
ผู้ปฏิบัติธรรม และเทพเทวดาพระภูมิเจ้าที่
สรรพสัตว์ทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรมให้อภัยซึ่งกันและกันให้มีความสุขความเจริญ
ด้วยเทอญ
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว
แทนสะมะชัยโย

https://youtu.be/G-3NAtxu2t0



10
ธรรมะกับชีวิต / สามัญสำนึกอักเสบ
« เมื่อ: 11 มีนาคม 2020, 12:50:44 »







สามัญสำนึกอักเสบ

ประชาธิปไตยที่เกินเลยไปจากที่ควรจะเป็น
หาเจอได้ทุกประ เทศ
ที่มีการประท้วงจนไปป่วนเสรี ภาพของคนอื่นๆที่เป็นคนส่วนใหญ่
แต่สังคมไทยในยุคนี้ที่เต็มไปด้วย.....ขี้
ขี้โม้
ขี้อวด
ขี้โกง
ขี้เกียจ
ขี้ขอ
ขี้เรียกร้อง
ขี้แหกตา
ขี้กร่าง
ขี้เกรียน
มันหนักขึ้นๆทุกวัน
ท่านจะสามารถดูได้จากข่าวที่เอามากรอกหูกรอกตาให้เราดูและฟังตลอดเวลา
จนหลายคนที่คอยติดตามข่าว
อาจจะดูเป็นคนเพี้ยนๆไป
หรือคิดต่างไปจากชาวบ้านมาก

สิ่งประพฤติเหล่านี้
หากท่านนำมาพิจารณาดูกันดีๆ
ก็จะเห็นได้ชัดว่ามันผิดหรือถูกและ
มันจำเป็นต้องถูก
ความวุ่นวายถึงจะไม่เกิดขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นสิ่งที่ควรทำ
หรือ
สิ่งไม่ควรทำ
เช่น
ชายร่างยักษ์หรือสตรีร่างยักษ์
เดินก้มหน้าเล่นมือถือด้วยความรีบร้อนแต่อยากมันต่อเนื่องในห้างสรรพสินค้า
หากวันหนึ่งวันใด
คนพวกนี้เกิดเดินชนคนอื่นล้มลง
คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรสิ่งใดก่อนเมื่อเดินชนคุณแล้ว
ด่า
กล่าวหาคนที่ตนเดินชนว่าเดินไม่ระวังซุมซ่าม
(หากเขาเหล่านั้นสะดุดขาตัวเองหกล้มกลิ้งตกบันไดเลื่อนก็ไม่แปลก)
พฤติกรรมเดินก้มหน้าเล่นมือถือเช่นนี้
เกิดขึ้นบ่อยๆให้เห็นกันแทบจะทุกวันและมีจำนวนไม่น้อย
จนหลายๆคนที่ทำตามๆกันเช่นนั้นก็นำเอามาอ้างเป็นเหตุผล
ในตอนจะเถียงกับใครๆว่า"ใครๆเขาก็ทำกัน"
แสดงให้เห็นสติปัญญาที่แท้จริงของคนเหล่านั้นอย่างแท้จริงว่า
เขามีสติปัญญามากน้อยแค่ไหน
สุดท้ายก็ไปคงจะไปหาหมอ

คำว่า...
ขอบคุณกับขอโทษ
ในสังคมทุกวันนี้แทบจะพูดกันไม่เป็นแล้ว
กฎระเบียบต่างๆจึงออกมามาก มาย
เพื่อให้คนร่วมปฎิบัติภาระกิจ
แต่...ในความเป็นจริง
กฎระเบียบเหล่านั้น
ถูกกลับนำมาใช้เป็นข้ออ้าง
ในการกระทำผิดของตนเองและพวกพ้องเป็นส่วนใหญ่เช่น
"ใครๆเขาก็
โกงกัน"
"โกงกันจนเป็นประเพณีเพราะอ้างว่าโกงบ้างก็ไม่เป็นไร
ขอให้ทำงานไปเถอะ "
ว่ากันไปนั่น
สุดท้าย....คนส่วนใหญ่ก็เสียหาย
ทุกวันนี้การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด19
ยังคงรุนแรงต่อเนื่องกันอยู่ทั่วโลก
แต่สิ่งที่ระบาดหนักอย่างรุนแรงในสังคมไทย
และเกิดมานานแล้ว
คือ" ไวรัสทำลายต่อมสามัญสำนึกอักเสบ"
เพราะความคิดผิด
หรือมิจฉาทิฎฐิของคนที่ติดมาจากคนไปสู่คน
วัคซีนใดๆนะจะช่วยกำจัดโรคร้ายในสังคมไทยนี้ได้

อนัตตลักษณ์


11
ธรรมะกับชีวิต / Take Care ดูแลเอาใจใส่
« เมื่อ: 26 กุมภาพันธ์ 2020, 10:43:25 »





Take Care

ดูแลเอาใจใส่

ความรักทั้งหลายเกิดขึ้นมาจากการดูแลเอาใจใส่หรือใส่ใจ
แต่ก็อาจจะหมดลงเพราะขาดความใส่ใจนี้เองในช่วงเวลา
ชั่วข้ามคืน
เดือน
ปีหรือนับสิบปี
แต่ยังมีคนคู่หนึ่งที่ใส่ใจเราตลอดเวลา
จนกว่าตาทั่งสองท่านจะปิด
สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสว่าพ่อแม่เป็นพระอรหันตร์ของลูก
พระองค์เองก็ทรงใส่ใจในเราทั้งหลาย
ให้เราดูใจตนเองด้วยสติ
ตลอดเวลา
ให้พึ่งตนเองและไม่ประมาท
ให้ละบาป
บำเพ็ญบุญ
ทำจิตให้ผ่อง แผ้ว
มานานนับพันปี
Take Care

อนาคาริก

มาฆบูชารำลึก

15 ค่ำ เดือน3
2563

สรวงสวรรค์...

ใครๆก็อยากจะขึ้นไปอยู่บนนั้น
เพราะสวยงาม
อลังการณ์งานสร้าง
มีเทพธิดา
มีเทพบุตร
สวนสวรรค์ที่มีดอกๆไม้นานาพันธ์
บ้านเรือนดุจดั่งปราสาท
อยากได้อะไรก็เนรมิตหรือเสกเอาได้ดังใจ
จนสมอยาก
ตื่นเช้าขึ้นมา
ปากก็หอม
ฟันก็ไม่ต้องแปรง
หน้าก็ไม่ต้องล้าง
อยากจะกินอะไรอร่อยๆก็เนรมิต
ฉลาดล้ำเอง
หล่อสวยโมเดลไหนเลือกได้
เซ็กซ์ไม่อั้น
มีแต่...

ความสุข
สนุกสนาน
เฮฮา
ครื้นเครง
สวยงาม
ไม่มีเศร้า
ฉับพลันจุติที่แปลว่า
ตายมาเกิดเป็นหมา
ใช้อกุศลกรรมเก่า
เพราะกุศลกรรมเก่าหมด
บุญก็ไม่ทำ
อกุศลกรรมใหม่ก็ก่อ

อนาคาริก

กรรม

ถ้าคุณศรัทธาเรื่องกรรมจริง
คุณคงจะไม่ปฎิเสธหรอกว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณนั้น
คุณเป็นคนทำเองทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเกิดหรือดับ

เจริญพร

อนาคาริก

https://th.m.wikipedia.org/…/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0…


12






ขอประกาศบอกบุญเต็มตัวว่าในเดือน
กค.2563นี้
ผ้าป่าแก่นธรรมปีที่23
จะทอดที่วัดสุนทรธรรมทาน (แคนางเลิ้ง)วัดที่มีโบสก์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยโดยเจ้าพระตุณ
พระราชธรรมวิจารณ์ (ธูป เขมสิริ)
ที่กุฎิเจ้าอาวาสพระพิพัฒน์วราภรณ์
เงินที่ได้รับบริจาคแบ่งเป็นองกอง
ช่วยผู้ป่วยอนาถา พระอาพาธที่รพ.จุฬาลงกรณ์ และสร้างซ่อมกุฎิให้พระวัดแค นางเลิ้ง
ไม่มีการพิมพ์ซองแจก
ร่วมเป็นเจ้าภาพและกรรมการด้วยกันที่เบอร์บชด้านล่าง
เหมือนเดืมเช่นทุกปี
บุญกุศลที่เกิดขึ้นขออุทิศให้แด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่
หลวงพ่อฯ
บรรพบุรุษอันมีพ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาฯ
เทวดาทั้งหลาย
เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขความเจริญโดยถ้วนทั่วกันเทอญ

แทนสะมะชัยโย

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

วันนี้.............................................
พวกเราก็ได้มา ร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกัน
ช่วงหลังๆนี้อาจจะนานสักหน่อย เพราะเวลาในการ
การปฎิบัติธรรมถูกลดเหลือเดือนละครั้ง จากเดิมทุกอาทิตย์ตามจำนวนวันพระ ลืมหน้าลืมตากันบ้างหรือยังโยม
ทุกคนก็ต้องดูแลสังขาร
ดูแลกายใจ
ดูแลสติกันให้ดี
การทำวัตรสวดมนต์
ไหว้พระ
แม้การปฏิบัติธรรม
เจริญภาวนาด้วยนั่งสมาธิย่อๆของเราอาจจะมีเวลาน้อยไปหน่อย
แต่ก็เพื่อต่อยอดในกิจกรรมของญาติโยม
ให้ไปทำกันต่อทุกวัน
ทำให้ถูกวิธี
ทำให้ถูกต้อง
ก็ทำให้เราเจริญสติได้มากขึ้น สตินี้อาจจะเป็นคำๆเดียว
แต่รวมถึงสัมปชัญญะด้วย
สติคือความระลึกได้สัมปชัญญะคือความรู้ตัว
หรือปัญญาน้อย
รวมกันจริงๆก็คือความรู้สึกตัวเอง ว่า
กำลังทำอะไรอยู่ เหมือนพวกเราที่มาร่วมชุมนุมกันในวันนี้
ในครั้งหน้าเราจะเริ่มกันตั้งแต่ เวลา17:20 น

ที่ห้องประชุมนี้เป็นห้องที่เงียบสงบ
ความเงียบสงบนี้ทำให้ก่อให้เกิดปัญญา
พิสูจน์ได้จากตัวของเราเอง
ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกันอีก
ห้องเงียบๆสงบ นั่งสมาธิให้มันเกิดความชำ นาญ
นั่งให้มันได้คุ้นเคย
แล้วปัญญาจะเกิดขึ้นเอง เหมือนที่พระท่านว่า
สมาธิก่อให้เกิดปัญญา
ปัญญาอบรมสมาธิเช่นกัน ปัญญานี้เป็นความรู้ตื่น
ตื่นในสิ่งที่เรามืดเราบอด
อย่าไปหลงอะไรให้มันมาก
ข่าวที่คนกลัวกันทั้งโลกตอนนี้ก็คือไวรัสโคโรน่า เเพร่ระบาดไปทั่วโลก
แต่ถ้าพวกเรามองกันจริงๆแล้วทางเมืองจีนเขายังเอาอยู่นะ
คนไข้หลักหมื่นคนตายหลักร้อย
เพราะมีการจัดการที่ดี
แม้จะเกิดกระจายไปหลายแห่งบนโลก
ในหลายๆประ เทศก็ตาม
แต่ทุกประเทศก็ยังเอาอยู่
ที่เมืองไทยนี้
มีคนป่วย 19 คน ส่งกลับบ้านไปแล้วก็หลายคนอยู่
แม้จะยังไม่มียารักษาตรงๆออกมา
แต่ก็รักษาได้
มันเป็นของมันอย่างนั้นเอง ร่างกายทุกคนมีภูมิ
"หายก็เอา
ตายก็เอา"
คนมีธรรมะจะคิดอย่างนั้น
แต่ที่ทุกคนตื่นตระหนก
ตื่นตูม
เพราะทุกคนยังไม่เข้าใจธรรมะ คือ
เขาจะเอาแต่หาย
แต่ตายไม่เอา
เพราะฉะนั้นการที่เรามาตั้งจิตสงบด้วยกัน
ไม่คุยกันในช่วงเวลาที่อยู่ในห้องปัญญานี้
แม้จะไม่มีไมโครโฟนมาหลายปีก็ตามไม่ก็ไม่ต้องใช้
เพียงแต่เปล่งเสียงกันมากหน่อยเท่านั้นเอง
ปอดก็ได้ทำงานด้วย
ถ้าเรามาคุยกันเสียงดัง
เสียงโยมก็จะดัง กลบเสียงอาตมา ก็จะไม่ได้ยินการสื่อสาร
ไม่ได้ยินการปรารถธรรมกันว่า
เราจะไม่ตื่นตูมกับเขาใดๆทั้งปวงเลย
เรา
ต้องใช้สติใช้ปัญญา
เรื่องราวที่ได้ยินกันมาในทุกๆเรื่องในทุกๆวัน
จริงหรือปลอม ถึงแม้พวกเราจะอายุมากแล้วก
เป็นสูงวัยกันแล้วในที่นี้
แต่เราก็อาจจะยังคงตื่นข่าวเพราะเทคโนโลยี่อันทันสมัย
มันหลอกล่อให้เราตื่นข่าว
เหมือนการโฆษณาที่มันแยบยล
ซื้อ 1 แถม 1 หมดแล้วไม่มีอีก เฉพาะ20 สายแรกเท่านั้นที่โทรเข้ามาถึงจะได้ลดครึ่งหนึ่งมันเป็นกลยุทธ์มันเป็นโฆษณามันเป็นการตลาดหากไม่มีความจำเป็นจะซื้อ
1 แถม 2 เราก็ไม่เอา
เปลืองเงินกับมันทำไม
แต่ถ้าเรามีความจำเป็น
ซื้อ 1 แถม 2 ก็เอาสักหน่อยหนึ่ง
อันนี้เขาเรียกว่า ความจำเป็นกับความต้องการมันต่างกันเยอะ จะได้ไม่ตื่นอะไรมาก
พุทธศาสนาเราก็สอนในเรื่องของมงคลตื่นข่าวแล้วว่าอย่าไปเชื่อ
อย่าไปทำอะไรตามๆกัน
ทุกอย่างแล้วแต่เหตุปัจจัยทั้งสิ้น
ไม่มีเหตุจึงไม่ผลตามมา
พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสสอนให้เราฉลาด ยังให้มีปัญญาเกิด
ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ
ตั้งสติก่อน
การนั่งสมาธิ
การสวดมนต์การได้ฟังธรรม
สนทนาธรรม
ตรึกธรรมนี้ทำให้เราได้สติแน่นหนามาก
แน่นหนาในความสงบและแน่นหนากับทุกปัจจัย
ทำให้เราเกิดปัญญา
ปัญญาถี่ถ้วนในการฟัง
สื่อต่างๆ
แม้มีคนตายทั่วโลกตอนแรกก็เป็นหลักร้อยยังมีจำนวนการตายสู้การตายของคนไทยในช่วงสงกรานต์ไม่ได้เลย
เพราะดื่มสุราเพราะประมาทขับรถกลับบ้านก็เกิดกันทุกๆปี
แต่ก็ยังจัดการกันยังไม่ได้ดีเพราะคนไม่ร่วมมือ
ประมาทกันเหมือนกับที่จีนที่จัดการโรคอยู่วันนี้เขาไม่ประมาท แต่เขามีเหตุปัจจัย
ก็อย่าได้ตกใจตื่นฟังข้อมูล
ต้องดูแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจนว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้
ข่าวลือที่บอกว่าจะเป็นข่าวจริงส่วนใหญ่มันมักจะเป็นข่าวลือ เขาลือมาว่านั่นเขาพูดกันว่านั่นโฆษณาสินค้าที่กิน
ว่าไอ้นี่ดี
กาแฟยี่ห้อนี้ดีกินแล้วตายกันเป็นแถวก็มี
คนที่หลงเชื่อแชร์กันไปที่ต่างๆ
ดังที่เราได้เห็นกันบ่อยครั้ง
และบ่อยมากเช่นแชร์
แม่มณีมันมีตั้งแต่สมัยอาตมายังเด็ก
จนมาถึงอาตมาแก่
มันก็ยังมีแชร์ลูกโซ่อยู่มาหลอกกัน
เพราะทุกคนที่โดนหลอกก็มักจะเป็นคนที่รู้ตัวว่าฉลาดเรียนจบสูงๆกันทั้งนั้นและมั่นใจในตัวเองว่า
จะไม่โดนหลอกจะไม่เป็นมือสุด ท้ายของแชร์ลูกโซ่นี้
สุดท้ายเอาเงินคนนี้ไปจ่ายคนนั้น
จริงๆแล้วก็โดนโกง
เพราะฉะนั้น
สิ่งที่เรามาทำในวันนี้คือการตั้งสติ
ตั้งสติมากๆทุกวัน
ก็เป็นการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ากัน ที่เราหวั่นวิตกหรือกลัวเพราะเราไม่ภาวนา
เราเสียเวลากับการกลัวกันมาก
แต่เวลาตายมันเสียเวลาตายแค่แผล่บเดียว พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนเรื่องสตินี้มากที่สุดในพระไตรปิฎกเลยนะ
สติเป็นธรรมอุปการะ
และเป็นเหตุให้เกิดกุศลธรรมอื่นๆเกิดขึ้นตามมามากมาย
เป็นคุณอันมหาศาล
ก็หวังว่าพวกเราคงจะตระหนักรู้ว่า
เราจะไปเอาของไม่เที่ยงมาเป็นของเที่ยงนั้นไม่ได้
จะไปคิดว่าของไม่สวยงามมาเป็นของสวยงามก็ไม่ได้
จะไปเอาความทุกข์มาเป็นความสุข
ก็ไม่ได้เหมือนกัน
เอาสิ่งที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนมาเป็นตัวเป็นตน
จะกลายเป็นเห็นคนบ้าจะพาลนะบ้าตาม
เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
อายุมากกันแล้วนะโยม
เรายิ่งต้องมีสติจากสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่มองสิ่งที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนเป็นตัวเป็นตน เพราะความยึดมั่นในตัวตนนี่แหละ
สุดท้ายก็กลายเป็นฝุ่น
ฝุ่นที่ละเอียดกว่าฝุ่น PM 2.5 ด้วยซ้ำ
คือฝุ่นในตาฝุ่นในใจของเรานี้แหละ
พวกเราจึงถูกเรียกว่าเวไนยสัตว์
เพราะพวกเรามีฝุ่นละอองในดวงตา
หลงความคิด
หลงฝุ่นหรือกิเลสนี้
มันลึกซึ้งมาก
มันทำให้เกิดทุกข์
สุดท้ายมันก็ดับ ไป
หวังว่าในคราวต่อไป
คงจะได้มาเจอกับญาติโยมอีก ตอนแรกมาก็มีสมาชิกอยู่ 2-3 คน
พอมาสักพักหนึ่งพวกเราก็มากันเต็มห้อง
มีคุณหมอจาก อเมริกาเป็นแพทย์หญิงทางอายุรกรรม
ท่านมาร่วมสวดมนต์
ทำสมาธิกับพวกเราด้วย
อายุท่านก็ 74 ปีแล้วนะ
ท่านบอกว่สทุกอย่างว่าล้วนเป็นกรรม
โรคก็เป็นกรรม

หวังว่าคุณหมอท่านคงจะได้อะไรกลับไปอเมริกาบ้าง
คราวหน้าคงได้เจอกันก่อน
พุทธศาสนาก็สอนจริงๆจังๆแล้วนะว่า
ให้พวกเรามีความเชื่อในกรรม
ศรัทธาในกรรม
กรรมดีกรรมชั่วกรรมกลางๆและผลของกรรมหรือที่เรียกว่าวิบากกรรมมันจะตามมา
คุณหมอท่านเป็นผู้รู้เกี่ยวกับชีวิตเยอะ
เห็นคนตายมาเยอะ
ท่านก็ยังบอกว่าโรคทุกโรคมันเป็นเรื่องของกรรม
ฝากโยมไปคิดต่อนะ
ทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิกันวันละนิดวันละหน่อยก็ยังดี
คราวต่อไปคงจะไม่มานั่งพูดคุยกันแล้ว
ก็ทำเวลาให้มากขึ้นกว่าเดิมจากที่เราเริ่มต้นมาสายนิดหนึ่งก็เร็วขึ้นแล้ว
ก็จบในเวลาเท่าเดิมโดยเริ่มต้นจาก 17:00 นโดยประมาณ 19:00 นโดยประมาณเช่นกันขอญาติโยมรับศีลรับพร
ในวันที่เรามาร่วมปฏิบัติธรรม บุญกุศลขออุทิศให้แก่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลวงปู่หลวงพ่อหลวงตาหลวงน้าหลวงลุง ตลอดจนพระอาจารย์กมโรของเรา บรรพบุรุษมีพ่อแม่เป็นปฐม
ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและครอบครัวอาจารย์โอ๋ที่ถวายน้ำปานะแล้วก็มีน้ำมาให้ดื่มกันในห้องนี้
ตลอดจนเทวดาพระภูมิเจ้าที่ สมาชิกในห้องนี้และครอบครัว ตลอดจนผู้อยู่อาศัย
เจ้ากรรมนายเวรสรรพสัตว์ทั้งหลายขอให้มีความสุขเจริญยิ่ง
น้อมใจกันถวายจตุปัจจัยแด่พระอาจารย์กม
ของเราที่เป็นพระผู้นำทางในวันนี้
หมายเหตุ
โยม :
กราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า พระที่มารับบาต ชอบให้ใส่บาตบนฝาบาต
มันผิด ทำไงดี โยมที่ 2 :เนื่องจากปริ มาณคนในคอนโด
มีจำนวนมากแล้วใส่ของมาก ท่าน
พระครูท่านรับบาตไม่ทัน
เขาใส่ปั๊บก็หยิบ ใส่ย่ามเณรเลยเพราะว่าคนอื่นเลยใส่ต่อๆกัน
ตามที่เข้าแถวรอกัน
แต่ว่าก็ขออนุโลมกับท่าน พระครูได้ให้ท่านเปิดฝาบาตให้ใส่ตามประสงค์ของโยม
พระอาจารย์
:อย่างนั้นก็แล้วแต่
ให้โยมแจ้งความประสงค์ไปทางพระที่รับบาตนั้นได้เลย


13
ธรรมะกับชีวิต / คุรุ
« เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2020, 19:06:01 »




คุรุ ท่านที่หนึ่ง

ผมเขียนบทความทางธรรมะให้เว็บธรรมะของพระวัดโสมนัสวรวิหาร
มานานกว่า10 ปีแล้วตั้งแต่แรกตั้งใจเขียน
คัดกรอง
จนออกมาเป็นหนังสือ
เพื่อให้องค์ความรู้พื้นฐานเด็กไปต่อยอด
ต่อมาภายหลังไม่มีความสามารถที่ทำเช่นนั้นได้อีก
เพราะร่างกายและ
เวลาไม่เอื้ออำนวยเลย

เวลาคิดถึงความหลังที่ดีๆมีประโยชน์
ที่พอจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
จึงนำมาให้ตรึกตรองแล้วจึงนำมาเล่า
ด้วยการใช้แอพพลิเคชั่นเสียง

เมื่อราวสี่สิบปีที่ผ่านมา
ที่ผมได้เข้าทำงานครั้งแรกในชีวิต
ได้ผ่านระบบการคัดเลือกจากหลายองค์กร
ผมได้เลือกเข้าทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์
เป็นที่ทำงานแรก
และ
ตั้งใจว่าจะทำงานให้ก้าวหน้าที่สุด
เพราะขนาดของธนาคารในตอนนั้นไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก
เป็นธนาคารใหญ่อันดับสี่ของธนาคารใหญ่ทั้งหมด
ในประเทศ

ในปี2526
ผมถูกย้ายมาทำงานอยู่ทางด้านเงินฝาก
ที่สำนักงานชิดลมหรือสำนักงานใหญ่ในสมัยนั้น
ผมได้มาทำงานที่นี่ในช่วงธนาคารจะเข้าระบบออนไลน์และติดตั้งเครื่องบริการเงินด่วนหรือATMเครื่องแรกในประเทศไทยพอดี
อยู่เวรกันเป็นเดือนจนงานลุล่วงเรียบร้อย

อยู่มาวันหนึ่ง
มีผู้ชายร่างเล็ก
Smart
เสียงดังฟังชัด
ผิวคล้ำ
เดินเข้ามาถามผมที่เคาน์เตอร์
ว่า
"คุณใช่ไหมชื่ออนัตตนา"
ผมตอบท่านไปว่า
"ครับ"
ท่านยิ้มให้ผมครั้งหนึ่ง
แล้วบอกว่า
"พรุ่งนี้คุณไปหาคุณอดุลย์ที่ชั้น 6
ฝ่ายสินเชื่อสาขา
ไปคุยกับท่านก่อน
ค่อยมาคุยกับผม"

แล้วท่านก็เดินจากไป
ผมถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกว่า
"เกิดอะไรขึ้นกับผม"
เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางดวงใจ
จนมีอาการตัวสั่นเล็กน้อย

ปกติผมไม่ค่อยได้เจอผู้ใหญ่ในธนาคารสักเท่าไร
นอกจากอาเตี้ยผู้จัดการฝ่ายด้านเงินฝากในสมัยนั้น
ผมจึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้พี่ๆเพื่อนๆในส่วนงานฟัง
พี่อุดมหัวหน้าหน่วยเงินฝากที่ผมนับถือที่สุดในส่วนงานนี้
ยิ้มและหัวเราะแล้วท่านก็พูดว่า
"ขึ้นไปเถอะ "

เช้าวันถัดมาผมก็ได้ไปพบกับคุณอดุลย์
ท่านได้นั่งคุยกับผมอย่างผู้ใหญ่ใจดี
พร้อมบุหรี่หนึ่งมวน
แล้วก็ส่งผมไปที่ห้องผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อสาขา
คุณวิรัติ รัตนาภรณ์
หรือพี่ป้อมของพวกเรา
ท่านบอกกับผมว่า

"มาอยู่ที่นี่ก็ต้องปรับตัวหน่อยนะ

งานมันต่างจากที่คุณทำมามาก

ผมเชื่อว่าคุณจะเรียนรู้ได้ดี"

แล้วท่านก็ชี้ไปที่ตุ๊กตาลิงสามตัวที่อยู่บนโต๊ะทำงานของท่าน

"ปิดหู ปิดตาปิดปาก "

ท่านสอนว่า"อยู่ฝ่ายสินเชื่อนี่คือสิ่งที่คุณควรจะเรียนรู้ว่า
อะไรควรพูดอะไรควรเห็นอะไรควรฟัง
การทำงานสินเชื่อ
ต้องซื่อสัตย์ซื่อตรง
แม้บางครั้งจะต้องเดินออกนอกเส้นทางไปบ้างเล็กน้อย
แต่ก็ให้รีบกลับเข้ามายังเส้นทางที่เดินอยู่
แล้วคุณจะมีความสุขความเจริญ
จากการทำงานในอาชีพนี้ "

"คุณทำงานอยู่กับผมนะ"

"แล้วคุณไปคุยกับอ้วนต่อ "
อ้วนในที่นี้หมายถึงคุณสมชัย มิตรไพบูลย์หรือพี่อ้วนของพวกเรา
พี่อ้วนก็คุยกับผมสั้นๆว่า
"งานสินเชื่อต้องใช้ความสามารถส่วนตัวสูง
ต้องมีฟอร์ม
อย่ารับปากอะไรใครง่ายๆ
ช่วงอาทิตย์แรก ผมขอให้คุณไปขอแฟ้มสินเชื่อมาอ่านก่อน
ศึกษาอะไรทุกอย่างในแฟ้ม"

(บางแฟ้มหนามากหนา ขนาดตำราเคมีของผมสองเล่มรวมกันเสียอีก)
แล้วผมก็เริ่มต้นใหม่กับหน้าที่การงานใหม่ในวันนั้นเป็นวันแรกหลังจากที่ผมได้ร่วมงานกับหน่วยงานทางด้านเงินฝาก

ปรับปรุงระบบเดิมเข้าสู่ระบบออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลาราวๆครึ่งปีจนผมได้มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย
จากการที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับพี่ป้อมของเราในหลายๆอย่าง
ตั้งแต่
วิธีคิด
วิธีพิจารณา
และการตัดสินใจ
แล้วก็ถูกย่อยสลายหลายๆเรื่องนั้นมาเป็นประสบการณ์ที่ดี

พี่ป้อมของเราท่านเป็นคนที่พูดจริงทำจริง
รักษาคำพูดมากที่สุด
เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ
เชื่อมั่นในสายตาของท่านเอง
ช่วยใครช่วยจริง
ท่านจึงเป็นที่เคารพรักของทุกๆคนในสถาบันแห่งนี้เป็นอย่างมาก

ในช่วงแรกๆผมอาจจะไม่ชินกับการที่ถูกเรียกเข้าไปคุยกับท่าน
ในขณะที่พี่ป้อมก้มหน้าเซ็นอนุมัติเอกสารแล้ว
ก็โยนแฟ้มที่ท่านเซ็นไว้ในกล่องข้างๆโต๊ะ

ผมงี้ปากสั่นมือสั่นไปหมด
จนเคยชินและรู้หลักว่า

หากมีสินเชื่อเร่งด่วนขนาดใหญ่
จะป้องกันตัวเองอย่างไร
จะป้องกันธนาคารอย่างไร
จะป้องกันพี่ป้อมอย่างไร
ในฐานะคนเซ็นอนุมัติว่า
เราจะรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
"ปลอดภัยไว้ก่อน"

ช่วงเวลาที่ท่านสอนผม
จนได้ประสบการณ์มากที่สุด
ก็ตอนออกไปเยี่ยมลูกค้าอย่างใกล้ชิดด้วยกัน

และหลายๆครั้งที่ท่านคุยกับผมส่วนตัว
คุยกับผู้จัดการเขต
คุยกับผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างตรงไปตรงมา
สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่หาในโลกได้ยากจนถึงทุกวันนี้
ยิ่งอยู่กับท่านนานวัน
ยิ่งรักพี่ป้อมมากขึ้นเท่านั้น
ท่านเป็นคนใจดีมากที่สุด
เป็นที่พึ่งได้
เป็นต้นโพธิ์ต้นแรกในชีวิตของผม
ที่ธนาคารตราใบโพธิ์แห่งนี้

หมายเหตุ....
มีอยู่ครั้งหนึ่งธนาคารปล่อยสินเชื่อเพื่อการส่งออกให้ลูกค้าขนาดใหญ่รายหนึ่ง
มีชื่อเสียงดี
สาขาอยากได้ผลงาน
วันนั้นผมได้มีโอกาสไปแทนพี่ป้อม
ได้คุยกับผู้บริหารของบริษัท(สมมติว่าชื่อธีระ)
ที่ถูกดึงตัวจากธนาคารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งมาร่วมงานและเป็นกรรมการบริหารของบริษัท

หลักประกันส่วนใหญ่จะเป็นการค้ำประกันของ
กรรมการบริษัททั้งหมด
แต่วันนั้นผมได้คุยกับคุณธีระเรื่องการค้ำประกันเพื่อตอกย้ำการปล่อยสินเชื่อ
พี่ธีระยืนยันว่าไม่มีหนี้เสียเลยและยินยอมค้ำประกันบริษัทกับ
ธนาคารของเราโดยส่วนตัว

ผมก็เลยทำเรื่องเสนอขออนุมัติไปตามนั้น
พี่ป้อมเดินออกมาถามผมก่อนเสนอเรื่องว่า

"ทำไมไปจับกรรมการบริหารของบริษัทฯมาค้ำประกันด้วย
ธรรมเนียมปฎิบัติไม่มีนะ"

ผมเรียนท่านไปว่า
"คุณธีระมีความสำคัญต่อการบริหารบริษัทฯและเต็มใจเซ็นค้ำประกันมาด้วยแล้ว"
หลังจากนั้นมาปีหนึ่ง
สต๊อคสินค้าของบริษัทไม่ครบจำนวน
และมีปัญหาเรื่องสต๊อคลม
ก่อนจะถูกทุกธนาคารฟ้องร้อง
ผมทวงหนี้คืนจากบริษัทฯนี้มาได้ครบจากคุณธีระนี่แหละครับ
พี่ป้อมท่านออกมายิ้มให้ผมครั้งหนึ่ง
พี่ป้อมของพวกเราท่าน
พึ่งได้เสมอ
เย็นได้เสมอ
ปัญหาทุกอย่างแก้ได้เสมอ
นี่คือนายคนแรกที่ผมภูมิใจ
คุรุที่สอนให้ผมมีความสามารถจนดำเนินชีวิตได้ดีกระทั่งมาถึงทุกวันนี้
แม้เวลาจะผ่านมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม
ผมก็ยังคงจำ
ท่าน
เสียงของท่าน
บุญคุณของท่านตลอดจน
ความรู้
ความสุจริต
ความซื่อสัตย์ความชัดเจนคำไหนคำนั้นของท่าน
มาจนถึงนาทีนี้
พี่ป้อม
วิรัติ รัตนาภรณ์
ยิ่งกว่านาย
ยิ่งกว่าพี่
ยิ่งกว่าเพื่อน

อนัตตนา

วิกีพีเดียคุรุ (สันสกฤต: गुरु) หรือ กูรู (อังกฤษ: guru) หมายถึง ครู หรือ อาจารย์
ถ้าแยกศัพท์ออกมาแล้ว จะมีสองคำ คือ คำว่า คุ ซึ่งแปลว่า แสงสว่าง (เป็นผู้ชี้ทางแสงสว่าง) และคำว่า รุ แปลว่า ความมืดมน (เป็นผู้ขจัดความเขลาที่มืดมน) ในศาสนาพราหมณ์ฮินดู มาจากปรัชญาความเชื่อในความสำคัญของการเข้าถึงความรู้ โดยมี คุรุ หรือ อาจารย์เป็นผู้ชักนำไปสู่จุดสูงสุด ในประเทศอินเดียในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู และซิกข์ คำ คุรุ นี้ยังคงความหมายของความศักดิ์สิทธิ์ เช่น คุรุนานัก คุรุปัทมสัมภวะคุรุนาคารชุน
อนึ่ง คำว่า คุรุ นี้มีการทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ โดยสะกดว่า "guru" ซึ่งหากทับศัพท์มาใช้ในภาษาไทย ก็จะต้องเขียน "คุรุ" ซึ่งมีศัพท์นี้อยู่แล้วในภาษาไทย เช่น คุรุสภา, คุรุศึกษา เป็นต้น (ในภาษาบาลีใช้ "ครุ" เช่น ครุศาสตร์, ครุภัณฑ์) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีความนิยมใช้คำว่า คุรุ นี้ในเชิงการบริหารและการศึกษา หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขานั้นๆ
คุรุ ในภาษาสันสกฤตนั้นยังใช้หมายถึง พฤหัสบดี ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง ซึ่งตรงกับเทพเจ้าจูปิเตอร์ของชาวโรมันนั่นเอง ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูนั้น ดาว จูปีเตอร์/คุรุ/พฤหัสบดี ถือว่าเป็นดาวที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ในภาษาต่างๆ ของอินเดีย คำว่า พฤหัสปติวาร(วันพฤหัสบดี) จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าว่า คุรุวาร(วันคุรุ) โดย วาร นั้นหมายถึงวัน
คุรุ ในอินเดียในทุกวันนี้ใช้ในความหมายทั่วไป หมายถึง "ครู"
ในประเทศตะวันตก คุรุ ยังใช้ในความหมายที่กว้างขึ้นหมายถึง บุคคลที่เผยแพร่ศาสนา หรือ กลุ่มความเชื่อตามปรัชญาต่างๆ คำนี้ยังใช้ในความหมายเชิงอุปมา หมายถึงบุคคลผู้ซึ่งอยู่ในสถานะที่เชื่อถือได้ เนื่องมาจากความรู้ และความชำนาญ ที่เป็นที่ประจักษ์และยอมรับ

https://youtu.be/LORws367s-M

14
ธรรมะกับชีวิต / คำว่าครอบครัว
« เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2020, 17:21:56 »



ครอบครัว

เมื่อเอ่ยๆคำนี้ขึ้นมา
ทุกคนจะนึกถึงการแต่งงานทันที
เช่น
คุณมีครอบครัวหรือยัง
หมายถึง
มีเมียมีผัว
ละไว้ในฐานมี่เข้าใจ
มีลูกไหม
ถ้าเป็นสมัยก่อนๆเช่น
Babyboom
Genx

มักจะได้คำตอบว่ามีลูกห้าคนหรือสองคนแล้วค่ะ

แต่พอถึงพอศอนี้คำตอบจะบอกว่า
ยัง
ยังไม่ได้คิด
เนื้อคู่ยังไม่เกิด
ไม่ว่างเลย
ยังหาไม่เจอ
อยากเป็นโสด...

ฝุ่น...

คนสมัยนี้มีนิวรณ์เยอะมากเหมือนมีฝุ่นละอองในดวงตา
มันเลยพร่ามัวไปหมด
พูดไปก็เสมือนสาดน้ำบนหลังสุนัข
มันสะบัดที่เดียวน้ำหายเกือบหมด

อนาคาริก

นิวรณ์(อ่านว่า นิ-วอน) (บาลี: nīvaraṇāna) แปลว่า เครื่องกั้น ใช้หมายถึงธรรมที่เป็นเครื่องปิดกั้นหรือขัดขวางไม่ให้บรรลุความดี ไม่เปิดโอกาสให้ทำความดี และเป็นเครื่องกั้นความดีไว้ไม่ให้เข้าถึงจิต เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ปฏิบัติบรรลุธรรมไม่ได้หรือทำให้เลิกล้มความตั้งใจปฏิบัติไป

นิวรณ์มี 5 อย่าง คือ

กามฉันทะ ความพอใจ ติดใจ หลงใหลใฝ่ฝัน ในกามโลกีย์ทั้งปวง ดุจคนหลับอยู่
พยาบาท ความไม่พอใจ จากความไม่ได้สมดังปรารถนาในโลกียะสมบัติทั้งปวง ดุจคนถูกทัณท์ทรมานอยู่
ถีนมิทธะ ความขี้เกียจ ท้อแท้ อ่อนแอ หมดอาลัย ไร้กำลังทั้งกายใจ ไม่ฮึกเหิม
อุทธัจจะกุกกุจจะ ความคิดซัดส่าย ตลอดเวลา ไม่สงบนิ่งอยู่ในความคิดใด ๆ
วิจิกิจฉา ความไม่แน่ใจ ลังเลใจ สงสัย กังวล กล้า ๆ กลัว ๆ ไม่เต็มที่ ไม่มั่นใจ

ตอแหลลงตับ

Ann Hattaway

THE HUSLER

15
ธรรมะกับชีวิต / บัวสี่เหล่า
« เมื่อ: 27 มกราคม 2020, 14:10:55 »



บัวสี่เหล่า

๑.ชอบสร้างปัญหาตลอดเวลา
๒.สร้างปัญหาแล้วจึงแก้ปัญหาไปเรื่อย
๓.แก้ปัญหาด้วยปัญญาทุกครา

๔.หยุดสร้างปัญ หาด้วยปัญญา
เพราะรู้ว่า
ทุกปัญหาเกิดจาก
เหตุอะไร
แล้วหยุดเสีย

อนาคาริก

พระพุทธเจ้าทรงเปรียบบุคคลเป็นดอกบัว 4 เหล่า โดยนำปทปรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอุคฆฏิตัญญุสูตร บุคคลวรรค อังคุตตรนิกาย มาเปรียบเป็นบัวเหล่าที่ 4 จึงได้เป็นแนวคิดดอกบัว 4 เหล่า ดังนี้

บุคคล ๔ จำพวก คือ อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยย ปทปรมะ ก็เปรียบเหมือนดอกบัว ๔ เหล่านั้นแล. ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมพร้อมกับเวลาที่ท่านยกขึ้นแสดง ชื่ออุคฆฏิตัญญู. บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมเมื่อท่านแจกความแห่งคำย่อโดยพิสดาร ชื่อว่าวิปจิตัญญู. บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมโดยลำดับด้วยความพากเพียรท่องจำ ด้วยการไต่ถาม ด้วยทำไว้ในใจโดยแยบคาย ด้วยคบหาสมาคมกับกัลยาณมิตร ชื่อว่าเนยย. บุคคลที่ไม่ตรัสรู้ธรรมได้ในชาตินั้น แม้เรียนมาก ทรงไว้มาก สอนเขามาก ชื่อว่าปทปรมะ.

– อรรถกถา ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปทานสูตร ธมฺมเทสนาธิฏฺฐานวณฺณนา

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ

หน้า: [1] 2 3 ... 31