แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 26
1
ธรรมะกับชีวิต / สมมติสุข
« เมื่อ: 10 เมษายน 2019, 14:00:33 »



สมมติสุข

เราเกิดมา
ทุกคนมีพ่อและแม่เป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยง ดู
ดูแลและปั้นแต่ง
ให้ทุกอย่างที่มี นอกจากจะให้ชีวิตแล้ว
ก็ให้สิ่งที่ตนเอง เข้าใจว่าจะทำให้ ลูกๆมีความสุขที่สุด

ไม่ว่าสิ่งที่ให้
จะทำให้เติบโตแข็งแรงหรือ
อาการที่มีมีรสอร่อย
ช่วงที่ลูกๆโตขึ้น ก็อยากให้ลูก
มีความสุข
มีลาภยศมีสรรเสริญ
มีสุขในความรู้สึก
จะไม่อยากให้
เสื่อมลาภหรือเสื่อมยศ
ไม่ถูกนินทา
ไม่ทุกข์

คนเป็นพ่อแม่โดยธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น

คนทุกคนก็พัฒนาตนจากความรู้พื้นฐานที่บ้านนั่นแหละ
มีพ่อแม่เป็นครูคู่แรก

สมัยก่อนผู้คนแค่กินดีอยู่ดี
นอนหลับ
ไม่เป็นหนี้เป็นสินก็มีความสุขล้นเหลือแล้วตามประสาชาวบ้านธรรมดาๆ

จากการที่โลกเปลี่ยนแปลงขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยจากเมื่อก่อน

จนเหตุการณ์ต่างๆมันเปลี่ยน แปลงไปรวดเร็วมาก
ราวกับเนรมิตเพราะการเจริญในองค์ความรู้ของคน
จนทำให้เหมือนอยู่ในทิพย์วิมานหรือคนแทบจะเป็นเทวดาไป

อยากจะได้อะไรก็กดปุ่มมือถือ

เอาอะไรที่อยากได้ดั่งกับเสกมาจากสรวงสวรรค์

อันนี้คือความสุขของแบบโลกๆ

ความสุขต่อมาก็คือความอร่อย คนสมัยนี้จึงมีรูปร่างเป็นมะขามข้อเดียวกันเยอะทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย
ก็มีความสุขจากอร่อย
จนอาจจะเมินเสื้อผ้าที่ทำให้เสพแล้วมีความรู้สึกว่าหุ่นดีไป

ที่เขาสมมติมาให้เรารู้ว่าต้องมีเอวคอดหน้าอกใหญ่พอสมควร อันนี้เป็นสุขสมมติ

ต้องมีคิ้วโด่งเหมือนฝรั่ง ตากลมปากสวยใบหน้าขาวได้รูปกลมกลืน
อันนี้ก็สมมติสุข
ผมต้องดำสนิทหรือสีตามใจฉันจะยาวหรือจะสั้นก็แล้วแต่สมัยนิยมกันในหมู่

เดี๋ยวนี้มันสุขมากขึ้นกว่านั้นคือความสุขของการแข่งขันกันสุข
ด้วนความคิดที่ถือดีว่า
ตัวเองสูงกว่าเขา
ตัวเองไม่ต่ำกว่าเขาหรือ
อย่างน้อยก็เสมอเขา
คงจะไม่มีใครไปเปรียบเทียบตนกับคนที่เป็นขอทานหรอกว่า ตัวเองต่ำกว่า อย่างน้อยก็บอกแล้วว่าจะไม่เป็นขอทานหรือจัณทาล
สมมุติไปอย่างนั้น
คำว่าขอทานหรือจัณฑาล
เขาก็สมมุติมาเพื่อให้เรามีคำเรียก

สมมติเพื่อจะได้เรียกทุกอย่างนี้ให้เรียกให้มันถูกต้องเหมือนกันและเข้าใจกันตามลักษณะ
เช่นชื่อคนไทยเมื่อก่อนก็มี
ไอ้แดง
ไอ้ดำ
มาริษา
อัญญ่า
ชัญญ่า
หรือตามแต่จะเรียกให้หรู
นิมิตร วิจิตรเลิศจะหรูอะไรก็ว่ากันไป
เพื่อให้มีการเรียกตัวตนให้ถูกต้อง
ถ้าเราพิจารณาเป็นว่าคน
หรือคนใดคนหนึ่งแทนคนทั้งโลก
อย่างถี่ถ้วน
เราจะรู้ว่าคนเรานั้นไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย

รูปร่างหน้าตานั้นจะแตกต่างกันก็ตามสมมุติที่บอก
ว่าหล่อว่าสวยว่าหรือขี้เหร่

แต่คนทุกคนมันต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายใจ
มีเกศาโลมานักขาทันตาตโจหรือ
มีผม
มีขน
มีเล็บมีฟัน
มีหนัง
เหมือนๆกันหมดถ้าลอกสิ่งเหล่านี้ออกมาทั้งหมด

คนมันก็เหมือนกันเพราะมีแต่โครงกระดูก

คำว่าโครงกระดูกก็เป็นคำว่าสมมติ
เรียกว่าโครงกระดูก

โลกมีอริยชนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เดินตามวิถีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ศึกษาธรรมจากพระโอษฐ์
ว่า
ทุกรูปทุกนาม
ที่เห็นที่เรียกล้วนแล้วแต่สมมุติสุขนั้น
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นทุกข์เพราะมันไม่เที่ยงทนได้ยากแลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
คนไม่ชอบ
คนชอบแต่เกิดแก่เจ็บตายไม่ชอบ
ชอบแต่
หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
สุดท้ายก็น่าเกลียดเหมือนกัน
ก็ยังต้องไปห่ผ่าตัดที่หมอเก่งๆ
อาจจะบินไปถึงเกาหลี
บินไปถึงอเมริกาหรือว่าประเทศที่ตัวเองมั่นใจในหมอตัดเย็บ
ผ่าตัดตกแต่งเพื่อความงาม
โดยไม่สนใจว่าสุขภาพของตัวเองหลังจากผ่าตัด
จะแย่ลงหรืออย่างไร
เพราะการผ่าตัดล้วนต้องกระทบเปลี่ยนระบบภายในร่างกาย แต่ด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อให้ผิดเพี้ยนไปเพื่อตามใจปรารถนาในสมมติทำแล้วสวยหล่อเท่ห์

สิ่งที่พ่อแม่ให้มาก็เลยทิ้ง

อยากจะได้ตามสมัยนิยมว่าสวยว่าหล่อว่าเท่ห์

จนเด็กๆรุ่นหลังๆแม้กระทั่งสาวน้อย
หน้าตาแต่งออกจะมาที่ต้อง
ทำจมูกเหมือนกันทำหน้าผากเหมือนกัน
เขียนคิ้วเขียนตาเหมือนกัน
ตามไอดอล
เป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง
ซึ่งความเหมือนกันมันตาลปัตรกลับกันกับสังคมพระศรีอาริยเมตไตรย์
ที่ว่าทุกคนมีธรรมเสมอกันหมด
ไม่ต้องเปรียบเทียบเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นเพื่อน
ทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย
คำว่าปริยัติหรือตำราทั้งหลาย
คำว่าปฏิบัติหรือการทำกระทำการฝึกตัวฝึกตน มันก็เป็นคำพูดที่เรียกตามสมมุติทั้งนั้น
เพียงแต่ผู้ปฏิบัติจะเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายมันทุกข์
มันน่าเบื่อ
มันไม่อยากเอามันไม่อยากได้มันไม่อยากเป็นทำเสียให้มันจบจึงมีความพยายามที่จะดำเนินคามรอยพระบาทพระโคดม
จะถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง
เพียงแต่รู้ว่าที่หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
มันทุกข์ทั้งสิ้นเพราะมันไม่เครียด
ที่อยากจะให้มันสวยหล่อเท่ห์มีเสน่ห์
มันเที่ยงคงทนไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะ
ไม่รู้จักคำว่าโลกหรือธรรม
กระทั่งรู้จักตัวเองก็ยังไม่รู้จักกันเลย
สรรหากันไปสุดท้ายก็ตายเสียเปล่า

สาธุชนทั้งหลายจึงเริ่มลาออกจากสังคมใหญ่ๆสังคมเล็กๆสังคมส่วนตัวเพื่อแสวงหาสิ่งที่เรียกว่าโมกขธรรม
คือธรรมะที่ทำให้หลุดพ้น

ในสมัย
หลวงปู่มั่น
หลวงปู่เสาร์นั้นท่านแวะไปเยี่ยมชาวบ้านที่ไหนครอบครัวก็จะแตกที่นั่น
ไม่สามีไม่ภรรยาไม่บุตร
ก็สำนึกในธรรมที่ท่านแสดงอยากจะบรรลุธรรม
จึงเดินตามท่านที่มาโปรดกัน

อันนี้เป็นสิ่งดีสิ่งดี
ที่เราจะเข้าใจตัวเอง
คำว่าครอบครัวแตกแยกในที่นี้มันไม่เหมือนกับครอบครัวที่หย่าร้างกัน
แต่เป็นการแตกกันในจุดที่ดี
เพื่อจะได้จบทั้งงสิ้นดี
ตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า

ที่มีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้
แต่ว่าในเวลานี้เราจะมีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้หรือไม่มีก็ตาม
สัจธรรมความจริงของพระองค์
ก็ยังคงมีอยู่ของมันอย่างนั้น
เพียงแต่ว่าเรามีทางลัดตัดตรง
ที่แสดงที่มาของทุกข์ทุกวัน
ขึ้นอยู่ส่าเราไม่เอาหรือไม่เท่านั้นเอง
โดยมรคที่มีองค์ 8

หวังว่าท่านสาธุที่สนใจในธรรมจะได้ประโยชน์ในการ
ปรารถธรรมวันนี้เจริญพร
อนาคาริก

บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมอุทิศถวายแด่หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ
หลวงลุง
หลวงน้า
หลวงพ่อชา สุภัทโท ตลอดจนบรรพบุรุษอันนี้พ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายาย
พี่ป้าน้าอา เพื่อนๆทั้งหลายสรรพสิ่งในโลกแล้วก็เจ้ากรรมนายเวรตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่านขอให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆไป
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องผู้เขียนขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว

แทนสะมะชัยโย

ศีลแปลว่าปกติ

คนไม่มีศีลจึงแปลว่าไม่ปกติ
อยู่กับใคร
เขาก็เดือดร้อนเพราะเบียดเบียนเขาไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
ลืมคำว่า
อกเขาอกเรา
มีแต่เห็นแก่ตัวไม่ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
จนกรรมมันตามทัน

อนาคาริก




ศีลแปลว่าปกติ

2
ธรรมะกับชีวิต / รู้มาก
« เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:30:43 »



รู้มาก

คนรุ่นนี้มีโมบายด์ สรณัง คัจฉามิคือมีมือถือเป็นที่พึ่ง
ทำงาน ทำธุรกรรมแทบทุกอย่าง
เม้าท์มอยส์
หางาน
หาผัวหาเมีย
หาคนไปกินข้าวด้วย
สั่งอาหาร ขนม
สั่งสินค้า
ได้หมดสดชื่นกันในมือถือนี้แหละ
แม้กระทั่งหาเสียงเลือกตั้ง
ไม่รู้อะไรก็ถามกู๋
รู้มากจนไปกาหมอชวนหมอทะเลาะก็มาก
เพร่ะเจ้ามจว่าสิ่งที่รู้มามันถูกต้อง รวดเร็ว
จนหมอตามโรงพยาบาลแทบจะเครียดตายเพราะคนไข้รู้มาก
แด่ดันเจือกมาหากูเสียนี่
หรือม่สั่งยาให้หมอจ่ายก็ไม่รู้
โบราณท่านมีคำสอนว่า
รู้มากจะยากนาน
รู้น้อยพลอยรำ คาญ
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
และมีสุภาษิตเสริมว่า
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จะหมายความได้ถึงการมีความรู้มีวิชาสามารถช่วยให้เราสามารถ

ปกป้องดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยความรู้จะช่วยให้เราสามารถหา

ทางหลบหลีกและพ้นจากปัญหาไปได้ แม้บางครั้งคำว่า

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี จะจัดอยู่ในแนวเห็นแก่ตัวเอาตัวรอด

อยู่บ้าง แต่ก็เป้นเรื่องจริงในสังคมที่ต้องมีเรื่องเช่นนี้ ถ้าเราแปล

ให้ดีก็คือการรักษาตัวให้รอดพ้นปลอดภัยจากเรื่องร้ายๆนั่นเอง

แต่คนสมัยนี้ยังช่างรู้เพราะแหล่งข่าว
"เขา"
มันเยอะเหลือเกิน
พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่าให้ระวังความคิด
จะกลายเป็นความประพฤติ
แล้วเป็นนิสัย
จนเป็น
กรรมทั้ง
กุศลและอกุศลกรรม
จมทุกข์อย่างน้อย
ก็เครียดกับแหล่งข่าว
"เขา"
จนเขลาว่า
ปัญญาชั้นต้นหายไปหมด
ทิ้งใบปริญญาที่อุตส่าห์เรียนมาเพื่อเป็นคนรอบคอบอย่างง่ายๆ

จนรู้มากพาลจะโง่กว้าง

เอาเสียนี่

ตะวันส่องก้น

3
ธรรมะกับชีวิต / พ่อของฉัน
« เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2019, 18:45:53 »



พ่อของฉัน

ฉันไม่เคยพูดอะไรถึงพ่อของฉันเลย

ทั้งๆที่อยู่กับพ่อมางาน

ตั้งแต่เกิด
ฉันเห็นพ่อตั้งแต่ยังเด็ก
จนถึงทุกวันนี้
แม่เล่าให้ฉันฟังว่า
พ่อของฉันทำงานธนาคารมาก่อนเป็นเสมียน

ตอนพ่อลาออกจากธนาคาร
ฉันก็เริ่มโตแล้วเรียนอยู่ชั้นประ ถม
พ่อออกจากงานมาขายเสื้อผ้าอยู่พักหนึ่ง
แล้วก็กลับไปทำงานต่อ
เพราะมีคนมาขอร้องให้พ่อไปช่วยถึงที่บ้านมากมาย
มีรถประจำตำแหน่งให้ใช้ด้วย
และเป็นรถคันแรกของพวกเรา

รถประจำตำแหน่งคันแรกของพ่อนั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไร

เป็นรถญี่ปุ่นสีขาวที่พ่อเลือกเอง
แม้พ่อจะเลือกรถที่แพงกว่านี้ได้
พ่อก็ไม่เอา
พ่อบอกแม่ว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังไม่แข็งแรงพอ

ตอนนั้นพ่อไปอยู่ในบริษัทที่กำลังเติบโตมาก มีออฟฟิศอยู่แถวๆเพลินจิต
ซึ่งที่นั่นพ่อเคยพาฉันไปในวันหยุดเรียน
และให้ฉันนั่งอ่านการ์ตูนที่พ่อซื้อให้อย่างไม่เบื่อหรือเสียดายเงินเลย
เพราะพ่ออยากให้ฉันอ่านหนัง สือเก่ง

ทุกๆคนในบริษัทดูออกจะกลัวพ่อ มาก
ทั้งๆที่พ่อเป็นคนใจดีที่สุด
คุณป้าแม่บ้านจะมาถามพ่อกับฉันว่ากลางวันจะกินอะไรทุกวัน

แล้วก็ไปซื้อข้าวมาให้กิน
บริษัทนี้เขาเลี้ยงข้าวกลางวันพ่อด้วย
มีโอวัลติน
มีกาแฟฟรี
ตอนฉันเรียนชั้นอนุบาล
ฉันเรียนถึง 2 โรงเรียน

ตอนนั้นพ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันมากนัก
งานโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้ไป
จนพอโตขึ้นหน่อย
ก็เริ่มเห็นพ่อมารับมาส่ง
และแถมมีคนขับรถชื่ออาทิตย์มาส่งให้ถึงที่โรง เรียนด้วย

พ่อเริ่มจับฉันให้เรียนพิเศษ
เรียนภาษาอัง กฤษ
เรียนคณิต ศาสตร์
เรียนว่ายน้ำ
และเรียนเทนนิส

ตอนฉันเรียนชั้นประถม

ฉันเคยไปเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษในหลายโรงเรียนแล้ว
ไม่เข้าใจอะไรเลยเสียเงินไปเยอะ

จนฉันไม่อยากเรียนแล้ว
พ่อก็เลยขอให้ฉันไปเรียนกับครูหลุยส์
ที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เก่งมาก
ท่านรักเด็กไที่สุด
เรียนกันเป็นกลุ่มคละชั้นอยู่ 7 คน ในบ้านของลุงศักดา
พ่อก็ตามไปซื้อข้าวซื้อหนังสือ student Weekly
ที่เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียนมาให้กับ
ทุกๆคนเป็นประจำทุกวันเสาร์
ด้วยความเต็มใจ ในช่วงหลังๆนี้พ่อจะมาเฝ้าดูว่าฉันเรียนอะไรแล้วก็ตามตลอด
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพ่อหาเวลามาจากไหนมาก มายในตอนนั้น
ทั้งๆที่พ่อก็ยุ่ง เพราะพ่อเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทต่างๆที่พ่อทำงานอยู่
มีภาระรับผิดชอบมาก
จนฉันเรียนถึงชั้นป. 6
ฉันต้องไปสอบเข้าโรงเรียนต่อชั้นมัธยมของโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงที่แม่มุ่งหวังจะให้ไปเรียนต่อ
และเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน
พ่อดูไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เลยในตอนนั้นเพราะพ่อยุ่ง

แต่พอผลสอบออกมาว่าฉันสอบไม่ได้

ฉันอาจจะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง เพราะฉันสอบได้ติดตัวสำรองอันดับ 1เท่านั้น แล้วก็พลาดไม่ได้เข้าโรงเรียนนี้ พ่อจึงเริ่มเข้าจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ
พ่อเอาฉันไปฝากไว้ให้กับโรงเรียนมัธยมอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งเขาต้องการเด็กเรียนเก่งได้ เกรด4
พร้อมกับเพื่อนของฉันอีกคนหนึ่งชื่อโจ้
ที่มีผลการเรียนไม่ถึงเกรด4
แต่อยากเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้(
ปัจจุบันโจ้เขาทำงานอยู่ในฝ่ายคอมพิวเตอร์ของธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง )
พ่อบอกครูไปว่า ถ้าจะรับลูกของพ่อคือฉันที่เรียนดีเกรด 4
จะต้องรับเพื่อนของฉันที่ชื่อโจ้เข้าไปเรียนด้วย

ไม่งั้นจะไม่ให้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ทั้งสองคน
ครูก็เลยยอมรับโจ้
แม้จะผิดนโยบายของโรงเรียนไปว่า
เด็กที่มาเรียนที่นี่จะต้องได้เกรด 4โดยไม่ต้องสอบเข้า

ฉันยังสงสัยเลยว่สทำไมพ่อของฉันถึงช่างกล้าหาญ
เอาอนาคตของลูก
มาต่อรองกับอนาคตของเด็กคนอื่นด้วยนะ
แต่ตอนนี้ฉันหายสงสัยแล้ว
เพราะพ่อเป็นเช่นนี้
ใจดีที่สุด

แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่า
ตอนที่แม่ท้องฉันอยู่สองเดือน
แม่เข้าโรงพยา บาลเพราะป่วยหนัก
มีการถ่ายเอกซเรย์มาก
แม่วิตกกังวลว่าฉันจะไม่แข็งแรงหรือพิการ
และยังมีการตรวจด้วยเครื่องมือทางการแพทย์อีกหลายๆอย่าง
พ่อดึงแม่มากอดแล้วบอกกับแม่ว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ลูกของเราจะมาเกิด
เป็นลูกรักของเรา ไม่ทำแท้งเด็ดขาด เขาจะเกิดมาดี"
ฉันจึงได้เกิดมาตามรอยของพ่อจนถึงทุกวันนี้

ลูกของพ่อและแม่

พพ มาก

4
ธรรมะกับชีวิต / คุณนายละเอียดไปดูหนัง
« เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2019, 16:53:35 »
คุณนายละเอียดไปดูหนัง

วันนี้เป็นวันหยุด ลูกชายสุดรักของคุณนายชวนดูหนัง
เป็นหนังมีอนิเมชั่นที่เกี่ยวกับ โลกอนาคต
เป็นหนังดัง ลูกชายก็ขอให้เธอไปจองตั๋วหนังให้ด้วยพร้อมทั้งแจ้ง
ว่าเธอจะได้สิทธิ์การซื้อตั๋วหนังลดราคาจากค่ายมือถือ
หลังจากที่กินก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยละแวกบ้านเรียบร้อย
เธอจึงไปจองตั๋วหนังตามคำขอของลูก
เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่

ได้เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ใช่วันศุกร์เสาร์อาทิตย์เลยไม่มีโปรโมชั่น
เรื่องการจองตั๋วหนังลดราคาของค่ายมือถือหรือค่ายใดๆ
คิวที่ได้มากับโรงภาพยนตร์เต็มหมดทุกเครือข่ายแล้วด้วย
คุณนายเธอไม่เข้าใจ
จึงพยายามจะถามต่อ
แล้วก็เกิดความคิดอันหนึ่งว่ามีบัตรลดราคาอยู่ที่บ้าน
ต้องกลับไปเอา และเมื่อฟังราคาตั๋วใบหนึ่งราคา290บาทเธอถอดใจทันทีเธอบอกว่าราคาค่าตั๋วหนังราคารวมเป็นเงิน870 บาท
ซึ่งเธอเสียดายเงินมาก
ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
กับเงินก้อนที่ไม่เธอเคยคิดจะเสียเลยกับการดูหนัง
ทั้งๆชอบดูหนัง
แต่ราคานี้เป็นราคาปกติสำหรับคนทั่วไปที่เขาดูกันสนั่นโลก
ระหว่างที่เธอลังเล
คิดมาก
ผมก็เลยเข้าไป เขาคิวจองตั๋วเมื่อจองตัวเสร็จ
จะดูตั๋วหนัง
เธอก็ยังเกิดความเสียดายใจจะขาดรอนๆ
เธอบอกว่าที่จริงดูที่หลังก็ได้
ผมก็พูดปลอบใจเธอ
เลยแสดงให้เธอได้เห็นว่า
สิ่งที่เธอคิดตอนนี้มันผิด
เพื่อเธอจะได้คิดถูกว่า
ลูกชายสุดรักของคุณนาย
เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากที่จะพาเธอมาดูหนังคุณด้วยบ่อยๆหรอกนะ
คุณนายใช้เงินไปกับในสิ่งที่ไม่ควรจะใช้มาก มาย
แต่คุณนายใช้เงินกับการดูหนังกับลูกและครอบ
ครัว
แบ่งปันความสุขให้ลูก
คิดแทนลูกให้มีความสุข
เหมือนดังเช่นคนธรรมดาที่คิดเหมือนดังแม่ธรรมดาที่เป็นอย่างที่เธอเคยเป็น
บอกให้เธอก็ว่ารู้เราแก่แล้วนะ
จะทำเช่นนี้ได้อีกนานสักแค่ไหน
เธอยังคงมีความทุกข์อีกบ้าง พอดูหนังจบ
เธอก็หายทุกข์กับเรื่องตั๋วหนัง ท่านทั้งหลาย
ที่ยังจะมีความทุกข์กับใครๆด้วยความคิดเองเออเอง
เห็นค่าของเงินเยอะเกินไป
พึงสังวรไว้บ้างหรือว่าท่านกำลังคิดผิด
ยึดติดกับเงินตรา
ทุกข์ไร้สาระงมงายลองเอาเรื่องนี้ไปคิดดู

แต่...คุณนายละเอียดเป็นคนที่ทุกข์ง่ายหายไว
พอดูหนังเสร็จแล้ว
ได้ความเพลิดเพลินเจริญใจตามประสาผู้หญิง(แก่) แล้วก็หายทุกข์ไปหมดได้

นายเขียว
ทาสรับใช้

มัจฉริยะ หรือ ความตระหนี่ หมายถึง ความเหนียวแน่น ความหวงแหน ในสมบัติของตน หรือ ปกปิดสมบัติของตนไม่ให้ผู้อื่นรู้ หรือ อยากให้สิ่งที่มีอยู่กับตน หรือ สิ่งที่ดีๆ นั้นมีอยู่กับเราผู้เดียว ไม่อยากให้ผู้อื่นมี เป็นต้น นี่คือ ลักษณะของความตระหนี่ครับ

มัจฉริยะ คือ ความตระหนี่ ๕ อย่าง ได้แก่

๑. อาวาสมัจฉริยะ ตระหนี่ ที่อยู่อาศัย

๒. กุลมัจฉริยะ ตระหนี่ ตระกูล

๓. ลาภมัจฉริยะ ตระหนี่ ลาภ เงินทอง

๔. วรรณมัจฉริยะ ตระหนี่ วรรณะ คือคำสรรเสริญ

๕. ธรรมมัจฉริยะ ตระหนี่ ธรรม รวมถึง ความรู้

การละคลายความตระหนี่ ก็ต้องเริ่มจาก การเข้าใจถูก อันเกิดจากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เพราะอาศัยการได้ฟัง ศึกษาพระธรรม ย่อมทำให้เกิดปัญญา เกิดกุศลธรรมประการต่างๆ ทำให้คิดถูกว่า ควรที่จะสละ แบ่งปัน ตามสมควร มีก็ให้ และให้ตามกำลังตามสมควร ไม่ได้หมายความว่าจะให้หมด แต่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นประโยชน์กับเขา ความคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็เพราะการฟัง ศึกษาพระธรรมอบรมอย่างยาวนาน

ความตระหนี่จะดับ ไม่เกิดอีกเลย คือ ถึงความเป็นพระโสดาบัน แต่จะค่อยๆ ละคลายความตระหนี่ได้ ก็เพราะ การศึกษาพระธรรมตามที่กล่าวมาอันเป็นเหตุละคลายความตระหนี่่ ครับ

ขอเพิ่มเติมรายละเอียดความตระหนี่ เพื่อสหายธรรมท่านอื่น ทราบความลึกซึ้งของความตระหนี่ ครับ

แต่ในความตระหนี่นั้น ยังมีความละเอียดลึกลงไปอีก ดังข้อความที่ว่า อีกอย่างหนึ่ง แม้ความตระหนี่ขันธ์ ท่านก็เรียกว่ามัจฉริยะ แม้ความตระหนี่ธาตุ ท่านก็เรียกว่ามัจฉริยะ

คือ มีทั้ง ความตระหนี่ ขันธ์ ความตระหนี่ ธาตุ และความตระหนี่ อายตนะ ซึ่งความตระหนี่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ยังหมายถึง ความหวงแหนในความเป็นเรา ในความเป็นไปของสภาพธรรมที่สมมติว่าเป็นเรา ที่มาจากขันธ์ ธาตุ อายตนะ นั่นเอง คือ ไม่อยากให้ใครเป็นอย่างตน ตระหนี่ในความเป็นเรา เป็นลักษณะของสภาพธรรมอย่างนี้ ขณะนั้นก็เป็น ความตระหนี่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ เพราะสภาพธรรมที่เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ก็คือสภาพธรรมที่มีจริง ที่เป็น จิต เจตสิก และรูป ที่ประชุมรวมกัน และสมมติว่าเป็นเรา ผู้ที่มีความหวงแหน ตระหนี่อย่างยิ่ง ย่อมไม่อยากแม้ให้ใครเป็นอย่างตน ตระหนี่ในลักษณะรูปร่าง ในความเป็นเรา ในขันธ์เช่นนี้ ในธาตุ ในอายตนะ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ที่มีลักษณะเช่นนี้ ให้อยู่กับตนเองเท่านั้น ไม่อยากให้คนอื่นเป็นดังเช่นลักษณะรูปร่าง สภาพธรรมดังเช่นตน ขณะนั้น ชื่อว่า มีความตระหนี่ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ครับ

ท่าน อ.สุจินต์

ตระหนี่อะไรอย่างยิ่งคะ ความรักตัว มีอะไรที่จะสละได้ยากเท่ากับความรักตัวบ้าง เพราะฉะนั้นความรักตัวนี่ตระหนี่อย่างยิ่ง ตระหนี่ความเป็นเรา ไม่อยากให้หมดไปเลย บางคนคิดว่าฟังธรรมกันทำไม กลัวเหลือเกินที่จะหมดกิเลส คิดดูนะคะ กลัวหมดกิเลส ช่างคิดอะไรได้ปานนั้น กิเลสดีนักหรือที่จะเก็บไว้ทุกวัน มากๆ โดยไม่รู้สึกตัวด้วย แต่ก็ยังตระหนี่ไว้มาก เหนียวแน่น ไม่ยอมสละหรือละความติดข้องในความเป็นตน

เพราะฉะนั้น ธรรมคือเรื่องที่จริง ละเอียดและลึกซึ้ง ที่จะต้องอาศัยการไตร่ตรองของแต่ละบุคคล ไม่ใช่เป็นผู้ฟังแล้วเชื่อ แต่ว่าฟังแล้วเข้าใจ แม้เข้าใจ เดี๋ยวก็ลืม เพราะเหตุว่า ลืมก็เป็นธรรม เข้าใจก็เป็นธรรม เบื่อก็เป็นธรรม ไม่เบื่อก็เป็นธรรม ศรัทธา สภาพของจิตที่ผ่องใส ไม่มีอกุศล โลภะ โทสะ โมหะ ขณะที่กำลังฟังธรรมด้วยศรัทธาที่จะเข้าใจในสิ่งที่กำลังฟัง ขณะนั้นก็เป็นธรรม แต่พอเห็น เป็นอกุศลแล้ว ฟังไป ดูดอกไม้ไป ก็มีสภาพธรรมที่เกิดดับหลายอย่าง จำแนกออกไปเป็นประเภทต่างๆ ก็คือชีวิตตามความเป็นจริง

ทำไมวิชาอื่นศึกษาได้ และก็อยากศึกษามากๆ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ธรรมที่มีจริงๆ และผู้อื่นไม่สามารถสั่งสอนได้เลย มหาวิทยาลัยใดๆ ในโลกก็ไม่สามารถทำให้เกิดความเข้าใจในความจริงนี้ได้เลย นอกจากพระธรรม พุทธศาสนา คำสอนของผู้ที่ทรงตรัสรู้ตามความเป็นจริง ทำไมไม่สนใจที่จะเข้าใจ ไม่ได้เกิดโทษภัยใดๆ เลยทั้งสิ้น

ฟังแล้วเจ็บไหมคะ “ปรมมัจฉริยะ” เจ็บไหมคะ ไม่มีใครไปว่าใคร แต่พูดถึงธรรมที่เป็นจริงอย่างนี้ ให้เข้าใจถูกต้อง

เพราะฉะนั้น ความเข้าใจไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ใครเป็นทุกข์เลย แต่นำมาซึ่งความเห็นที่ถูกต้อง และเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้ยินได้ฟังด้วยว่า ทุกคำที่ได้ยินได้ฟังเป็นวจีสัจจะ วาจาสัจจะ คำพูดจริง เพราะพูดถึงสิ่งที่กำลังมีจริงๆ และพูดถึงความจริงของสิ่งที่มีจริง เพื่อให้เข้าใจความจริงถูกต้องยิ่งขึ้น จนสามารถไม่เป็น “ปรมมัจฉริยะ”

ขออนุโมทนา

https://www.dhammahome.com/webboard/topic/26024





5
ธรรมะกับชีวิต / ศรัทธา
« เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2019, 16:29:51 »




23 ชม. ·
ศรัทธา

หลังจากที่พวกเราได้ตั้งสติ
ในการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จากการทำวัตรเย็นและการนั่งสมาธิด้วยเวลาอันสมควร
การที่เราทำสิ่งนี้เรียกว่มีศรัทธา ศรัทธาในพระพุทธศาสนาคือศรัทธาในพระพุทธเจ้าว่ามีจริงทรงเป็นผู้ต้นแบบแห่งกนทางของอริยชนศรัทธาในพระธรรมส่าพึ่งได่ฝึกจิตใจได้
ศรัทธาในพระสงฆ์ ดังเช่นนี้
อาจจะมีคนอื่นมองว่าพวกเรา มาทำอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระ
เสียเวลาเปล่า
เพราะเขาไม่มีศรัทธา
สิ่งที่พวกเรามาทำกันในวันนี้ เรามาเจริญสติร่วมกัน
เพื่อให้จิตมีกำลังแข็งแรง เพื่อที่จะให้จิตปลอดโปร่งผ่องแผ้ว
หลังจากที่ทำบุญกันมามากแล้ว
โลกทุกวันนี้มันแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปมากผโดยเฉพาะทางวัตถุ
เราก็ต้องอยู่กับมันให้รู้จักความจริง
อย่างเรื่องฝุ่นละอองที่เป็นพิษ เราก็ต้องเช็คดูว่า
มีที่ไหนที่เป็นเขตมลพิษ
ก็ต้องป้องกันโดยการใส่หน้ากากกัน
วันนี้อาตมาได้นั่งรถผ่านทางบางกะปิ
เห็นคนงานก่อสร้าง
นั่งกินข้าวกันด้วยความอิ่มอร่อย
กับข้าวก็ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
แต่พวกเขาดูมีความสุข
ความสุขที่เขาได้กินอิ่ม
กับอาหารมื้อที่เขาอยากจะได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องกินอาหารที่มีราคาแพงถึงจะอร่อย
คนงานเหล่านี้เขากินของเขาเองก็อร่อย
พวกเราก็ทำเป็นสมมติกันเองว่า ของอร่อยต้องเป็นของแพง และของไม่แพงนั้นไม่อร่อย
มีเพื่อนพระรูปหนึ่ง
เดิมท่านเป็นฆราวาสอยู่ข้างวัด
มีเมียเป็นอาจารย์
เผลอแป๊บเดียวก็มาบวชในวัด แล้ว
มาขอไลน์อาตมา
ถามอาตมาว่า อยากจะสึกเพราะร้อนผ้าเหลืองเหลือเกินอยู่ไม่ไหวเหงา จะทำอย่างไรอาตมาก็ตอบท่านไปว่า
ท่านลองไปคุยกับใครก็ได้
ถ้าไม่มีใครคุย ด้วยก็ไปคุยกับต้นไม้คุยกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวของท่าน
คุยกับตัวเองในกระจก
คุยไปเถอะ
หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง
ท่านก็บอกว่าท่านมีความสุขมากขึ้นเยอะ
ไม่สึกแล้ว
อันนี้ก็หลงสมมุติอยู่เหมือนกัน
สมมุติว่าต้องพึ่งคนอื่น
ก็พึ่งตัวเองไม่ได้ การที่พวกเรามาเจริญสติทำสมาธินี้
ทำให้จิตเรามีกำลัง
พอจิตมีกำลังที่เรียกว่าสมถะ ภาวนา
ถึงแจ้งกับวิปัสสนา
หรือตื่น
หรือว่าเราสงบเฉยๆ
เราก็จะรู้ว่าเราพึ่งตนเองได้ดังเช่น
ที่เรามาพึ่งพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เพื่อให้จิตมันสงบ
เมื่อจิตสงบแล้วยินดีแล้ว
ก็เกิดปัญญาปัญญาคือความรู้ตื่น
รู้ว่าพึ่งตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งสมมติอะไรๆทั้งนั้นเอง
เหมือนที่พวกเรากลัวกันว่าไอ้นั่นจะเกิดไอ้นี่จะเกินไป
กลัวมันทำไมกันกลัวแล้วมันจะไม่เกิดเรื่องที่กลัวเหรอ
อันนี้ทั้งหลายทั้งปวงมันอยู่ที่เราเอง
เราเองเป็นผู้กระทำให้มันเกิดมันเกิดจากกรรมของตัวเองที่ทำทั้งนั้น
กรรมที่แก้ไขในอดีตไม่ได้หรือจะแก้ไขในอนาคตก็ไม่ได้ต้องแก้ไขในปัจจุบันนี้เท่านั้น ดังนั้นอาตมาจึงบอกว่าพวกเรามาตั้งสติกัน

อ้าววันนี้มีวัยรุ่นมาด้วย
เรียนคณะนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พึ่งจบนะ
ดีนะที่มาฝึกปัญญากับห้องนี้จะได้เห็นความจริงที่พึ่งตัวเองได้
ขอให้กำลังใจแม่บ้านทุกท่านที่มาร่วมฝึกจิตใจกันวันนี้ อย่าไปกลัวอะไรอย่าไปหวังอะไรตั้งใจอยู่กับตัวเอง
ฝึกลมหายใจลมหายใจนี้น่ะ
พวกที่ดมฝุ่นพิษเข้าไปไม่ว่ารวยหรือว่าจน
ฝุนพิษมันมีค่าเท่ากัน
เพียงแต่ฝุ่นพิษของคนจนมีราคาถูกหน่อยเพราะ
ไปหาหมอกับสิทธิ 30 บาท
แต่คนรวยจะไปหาที่หมอโรงพยาบาลเอกชนก็อาจจะเสียหลายพันหรือล้มป่วยไปกว่านั้นก็เสียเพิ่มมากขึ้น
บ้างเป็นแสนบา โรงพยาบาลก็ขายดี
ขายกันทั้งยาขายกันทั้งหมอหมอ
อันนี้ก็เป็นกรรมเพราะฉะนั้นการฝึกกายฝึกลมหายใจให้จิตมจแข็งแกร่ง
เจริญภาวนาเจริญสมาธิภาวนา
ให้จิตสงบแล้วมีปัญญาเมื่อมี
ปัญญาก็นำปัญญาเข้าสู่ภาวะหนึ่งที่ว่าภาวะที่พ้นจากรูปนามหรือทุกข์
จิตใจเข้มแข็งมีสติแก่กล้าเป็นพลังงาน
น่าจะเรียกว่าพระนิพพานก็ได้ นะ

เอาละวันนี้แค่นี้ ฟังอาตมาแล้วทำวัตรมาแล้วนั่งสมาธิกันมาแล้วในระดับหนึ่ง
ก็ขอให้พวกเรารรับพรจากอาตมาในวันนี้ด้วย เอาตั้งใจนะ

พระกม กมโร

6
ธรรมะกับชีวิต / สักวัน
« เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 15:05:27 »



สักวันถ้าเรารู้ว่า
เราอยู่กับความโง่
ทุกข์ฟรี
สุดท้ายมันก็ปล่อยโง่เสียที

คิดใหม่ทำหมด

กุศล เจตนา

โลกธรรมแปดมันเป็นเพียงเงา จะไขว่คว้าหาทำไมเมื่อยนะ
เพราะมันไม่มี

อนาคาริก

ยกภูเขาออกจากอก
ไม่มีมึงไม่มีกูไม่มีเรา
มันหนักเลยเบา

อนาคาริก

ถ้าใครนอนตายวันนี้
ฝันดีนะ

อนาคาริก

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 มีการนัดเลี้ยง สังสรรค์กันกับเพื่อนชั้นประถม 1
นับว่าเป็นเพื่อนรุ่นแรกพิมพ์ใหญ่วัดแค
เพราะเรียนที่โรงเรียนประเสริฐวิทยาใกล้วัดแค นางเลิ้ง
ระยะทางในความเป็นเพื่อน ช่างยาวนานเหลือเกิน
กว่า 50 ปี การนัดกันครั้งนี้
อาจจะใช้เวลา มากกว่าเดิมเยอะ
เพราะเพื่อนแต่ละคนยังมีภาระ
มีดพื่อนสนิทมาเพิ่มด้วย รู้สึกขอบคุณเพื่อนรักที่มา
และยังก็ตามหาคนที่ติดต่อได้
แต่ยังไม่ได้มาเจอกัน
อละก็เป็นธรรมดาของคนที่ว่ามากคนมากเรื่อง
แต่ละคนก็ติดธุระกันมากอยู่ เพื่อนพาณีคนหนึ่ง
เพิ่งผ่าคอมาไม่ได้
ในวันนั้นเราไปเลี้ยงกันมี่ร้านอาหารพูนสิน
สี่แยกวิสุทธิ์กษัตริย์
ร้านดังในอดีตเรื่องเป็ดย่าง
นัดรวมเพื่อนได้วันนี้ก็มี 11 คน ตามรายชื่อข้างล่าง
ส่วนที่ยังขาดอยู่ เพราะคุณพาณีท่านหิน
ท่านประคอง
ที่ท่านเป็นประธานรุ่น 73 โรงเรียนวัดสระเกศ
ทีาทำคณประโยชน์ให้เพื่อนร่วมรุ่นมากวันนั้นเนื่องจากภรรยาเกิดอุบัติ
เหตุเล็กน้อย ต้องพาไปพบแพทย์

อากาศในวันนั้นค่อนข้างร้อน
ฝุ่นพิษเยอะ อาหารก็เป็นไปตามปกติ
ของทอด
ของผัด
เป็ด
ทุกคนแม้จะนานๆเจอกันที แต่ค่อนข้างจะสนิท
หลายๆคนยังมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง และมีนัดเจอกันบ้าง
ในปีกว่าที่ผ่านมาน
เราได้เตอกันสองครั้ง
มาก็รื้อฟื้นเรื่องราวๆต่างๆเป็นที่สนุกสนาน
เป็นธรรมดาของคนสูงวัย
ซึ่งล้วนแล้วแต่เกษียณเกือบหมด
เพื่อนมณียังนั่งทำงานอยู่เลย คุณเมาตาอินกรือตั่วแปะจับกระแสบวกได้ดีว่าราบรื่น
เป็นคลื่นบวก ทุกคนราบรื่นดี แม้ในปีที่ผ่านมาหลายคน
ต้องเข้าโรงพยาบาล
บางคนก็ผ่าสมองไปแล้ว บุญรักษาพระคุ้มครอง
บางคนก็จวนจะได้ผ่าตัดเพราะหมอวินิจฉัยผิด

นอกนั้นก็ปวดหลังชาเท้าเจ็บกระดูก
ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนวัยนี้
เพราะการใช้ร่างกายมานาน เพื่อนๆที่พอจะให้ชื่อกันได้วันนั้นก็มี
เพื่อนหมู
ตั่วแปะ
ยี่แปะ
เพื่อนจิน
หมูผักเพื่อนรัก โอ่งกับเพื่อนซี้ศาลที่ขาดกันไม่ได้เลยสักวัน
เพราะคู่นี้ไม่เคยพรากจากกันรักกันเหนียวแน่นมาหลายสิบปี
จนมีลูกมีหลาน และจะเพิ่มอีกเร็วๆนี้อีกคนหนึ่ง
อาหารที่ร้านก็เป็นอาหารจีนอย่างที่เราเคยกินกัน
ตามชื่อเสียงเดิมของร้านพูนสิน รสชาดพอใช้ได้ สถานที่เลี้ยงเป็นห้องส่วนตัว
เหมือนเรากินดอาหารจีนโบราณ
แต่มีการปรัยปรุงสถานที่และตกแต่งใหม่
ก็ดูสะอาดสะ
อ้านกว่าเดิมมาก อาหารจานที่อดจะชมไม่ได้คือผัดโหงวก๊วยขออร่อยได้ใจจนต้อสั่งซ้ำ
และเนื่องจากสมัยนี้มีร้านเป็ดย่างเยอะแยะ เลยทำให้คุณค่าของเป็ดย่างพูลสินอาจจะด้อยลงไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับร้านเจ้าดอื่นๆ อย่างเช่น MK เป็ดอบน้ำผึ้ง
ที่รสชาดจะนุ่มนวลเนียนกว่า และมีมาตรฐานทุกจานเท่ากันแต่ที่นี่ในจานแรกอาจจะกระด้างไปนิดหนึ่ง
แต่จานที่ 2 ก็เรียกชื่อพูลสินคืนมาได้ตามสมควร
สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นคุ้นเคยกันก็คือ หลากหลายความคิดได้ถ่ายทอดต่อกัน ผมเองก็พยา ยามจะทำตลก เพื่อให้คึกครื้นึวรแก่การที่นานๆเจอกันคที
หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้เพื่อนๆทำหน้าที่ไป
ใครอยากสนทนาอะไรกันก็สนทนา
อยากถ่ายรูปก็ถ่ายไปก็
รูปที่ถ่ายไปนี้ทุกคนล้วนเลย60ปีกันทั้งนั้น
เป็นวัยที่ทางการแพทย์เขาเรียกว่าเป็นวัยซ่อม
อวัยวะล้วนเหมือนฟันเฟืองในเครื่องจักร
ที่อยู่ในตัว
และเริ่มรวน
จะรวนมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับบุญกรรม
ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน
ว่าใช้งานกันมันหนักหนาแค่ไหน
และอยู่ในที่อารมณ์
อากาศ
อาหาร
การออกกำลังกายดีหรือไม่
แต่ในปีนี้ผมรู้สึกดีใจที่เพื่อนๆทุกคนแข็งแรงกันดีขึ้นมากกว่าปีก่อน
พลังเชิงบวกที่ผมได้รับตรงกับที่ตั่วแปะได้รับเหมือนกัน
คนมาไกลก็ยอมรับความคิดเห็นกัน
ถึงแม้จะแตกต่างกัน
การประนี
ประนอมมีมากมาก
ตรงหลักกฎสากลของการอยู่ร่วมกัน
ที่เรียกว่า โกลเด้นโกลรูล รูป
หรืออกเขาอกเรา
ซึ่งนี้ปีนี้การเจรจาต่อรองรอง เอออวย
ง่ายขึ้นมากผิดกับทุกครั้ง
คงจะเกิดจากวัย ที่สูงขึ้นเหมือนกับเทียนเผาไหม้มานาน ระยะทางของที่เหลือของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากันแต่ก็รู้ว่าคงจะเหลือไม่มากสักเท่าไหร่
ว่าไส้เทียนจะเผาถึงตายหรือว่ามันจะดับก่อนเป็นเช่นนั้น

สัจธรรมที่เห็นอันหนึ่งก็คือ
เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปของกันและกัน
เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก
จนมาถึงวัยนี้ เพื่อนบางคนก็ได้ตายจาดไปแล้ว
ทุกๆคนก็เข้าใจและทำหลายๆคนก็เดินเข้าหาสัจธรรม
ผมเองก็มีดำริในส่วนตัวว่า
อยากจะเดินเข้าหาสัจธรรมขึ้นอยู่ว่าใครจะทำจริงๆ
ยอมรับมัน
ฝึกจิตให้เข้มแข็ง
เพื่อจะได้ก้าวต่อไป
ไม่หลงอารมณ์คือรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสธัมมารมณ์
เพราะสุดท้าย เราก็ต้องทิ้งอารมณ์เหล่านั้น คืนไป
ปล่อยให้มันจมอยู่การเวียนว่ายตายเกิด
ในจุดชั่วร้ายที่เรียกว่าอบาย
ถ้าจิตตกภวังค์แล้วนึกอะไรไม่ออก
ก็ไปวัดดวงดันเอา
ว่าจะไปข้างดีหรือข้างชั่ว
ถ้าตกภวังค์ด้วยสติและพลังจิตที่เข้มแข็งดั่งหลวงพ่อวิริยังค์สิรินธโรท่านสอนมานาน
มีหนทางแห่งการรอดในวัฏสงสาร
ไม่ต้องมาเหนื่อย
ไม่ต้องมาทนกับบาปกรรมที่ทำ หรือบุญที่ทำ
กรรมที่ก่อ
ทุกข์เหลือหลาย

สันนั้นยังมีความเห็นเพิ่มอีก
ว่าจะไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวกัน
คือระยอง
ในแง่ของผมเองผมก็เห็นด้วยอย่างน้อยพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯ
ไม่มีโอกาสไปฟอกปอดที่มีแต่ฝุ่นพิษ
และคงจะต้องจมอีกนานหลายปี ส่วนเรื่องสถานที่อะไร
เราคงไม่ได้เกี่ยงอะไรกันมาก
แต่หลายๆคนก็เป็นเหมือนกับผมเหมือนกันว่าเราเป็นโรคติดหมอ
แต่ก็มีบางคนก็ยังแข็งแรงอยู่ยังไม่ต้องถึงก็ติดหมอนะ
สักวันก็คงหนีไม่พ้นโรคติดโลง ซึ่งทุกๆคนทีาเกิดมาจะจบลงด้วยโรคเดียว All In One

แทนสะมะชัยโย

หากมีข้อผิดพลาดประการใดจากบทความนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว
บุญกุศลที่เกิดขึ้นขออุทิศส่วนกุศลให้แก่พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่หลวงพ่อหลวงตาหลวงลุง
หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
ตลอดจนพระพิพัฒน์วราภรณ์บรรพบุรุษ
อันมีพ่อแม่เป็นปฐม
ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและเป็นเพื่อนๆทุกคนตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่าน
สรรพสัตว์ทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวรให้เจริญพรเจริญสุขสวัสดิ์ด้วยเทอญ

7
ธรรมะกับชีวิต / ฝุ่นพิษ
« เมื่อ: 22 มกราคม 2019, 16:01:32 »



ฝุ่นพิษ

กทม.มีฝุ่นพิษมากเกินมาตราฐาน
เจอสาเหตุแล้วครับ
ไม่ต้องรอไปถึงสามปี
ให้การก่อสร้างเสร็จ
รออีกนิดเดียวนะครับ
ฝุ่นจะหายหมดเองแน่นอนครับ

อุลตร้าแมน

ที่ปรึกษาครม.ฝ่ายสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงแล้ว
แต่ ยังไม่เคยมีแถลงกาณ์

ขอขอบคุณเมียทุกคน
ตั้งแต่เมียหลวงจนถึงเมียน้อยทั้งหลาย
ที่ทำให้ได้ไปเจอกัลยาณเมีย

และขอขอบคุณกัลยาณเมีย
ที่ได้ทำให้เจอ
ผัวทั้งหลายๆ
อนาคตมันไม่
เที่ยงนะจะ

แจ๊คชื่อเดิม
แจ๊คกี้ชื่อใหม่

การคร่ำครวญร่ำไห้
พร่ำเพ้อรำพัน
ล้วนขาดสติ

พพพ มาก

เมื่อคุณหมดประโยชน์คุณจะเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวง
เพราะไม่มีใครที่อยากจะยุ่งกับคุณ
ดังนั้น
จงปลดปล่อยตนเองให้มีอิสระจากตัวกู
ที่ไม่มีของกูเสียที

อนาคาริก

บาปถึงแม้มันจะเป็นนามธรรม
แล้วมันจะก็แสดงผล
ออกมาเป็น
กรรมนั้นแหละ
อย่างน้อยก็ในใจของคุณ

อนาคาริก

8
ธรรมะกับชีวิต / เหยียบญี่ปุ่นตอนที่ 6
« เมื่อ: 26 ธันวาคม 2018, 15:10:49 »














































เหยียบญี่ปุ่นตอนที่ 6

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ประมาณ 6852 เกาะ โดยมีเกาะ
ที่ใหญ่ที่สุด 4 เกาะด้วยกันคือ ฮอกไกโด ฮอนชู
คิวชูและชิโกกุซึ่งมีพื้นที่รวมกันมากกว่า 97% ของ ญี่ปุ่นทั้งหมด

ชื่อของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นภาษาคันจิแปลว่าดินแดนแห่งพระอาทิตย์ ประชากรในประเทศญี่ปุ่น 98.5% เป็นคนญี่ปุ่นล้วน
หมายความว่าไม่มีเชื้อชาติอื่นแทรกเข้าไปอยู่สักเท่าไหร่
เป็นความภูมิใจของคนญี่ปุ่นเหมือนมีเชื้อสายบริสุทธิ์
และ
ทำให้เกิดลัทธิชาตินิยม
ภาษาหลักที่ใช้จในประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นภาษาญี่ปุ่นเอง
การติดต่อสื่อสารกับคนญี่ปุ่น จึงค่อนข้างยาก
เพราะภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น
และคนที่นั่นก็ไม่ค่อยจะสนใจภาษาอื่นสักเท่าไร

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาการสูงมาก
ในทุกๆด้าน
โดยได้รับประเพณีหรืออารยธรรมหลักจากจีน
การปกครองคล้ายๆกันจน
ถึงสมัยจักรพรรดิ
ญี่ปุ่นเป็น ประเทศที่มี
GDP สูงจึงเป็นประเทศญี่ปุ่น
ที่มีระบบเศรษฐ กิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
แต่ถ้าวัดตามกำ ลังซื้อของประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับ 4 ของโลก
ญี่ปุ่นมีมหานครโตเกียวเป็นเมืองหลวงมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 13 ล้านคน
ย้ายเมืองหลวงจากมหานคร
เกียวโตเดิม
มาที่โตเกียวประชากรญี่ปุ่นมีประมาณ 140 ล้านคน
อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเองประมาณ 128ล้านคน
เป็นประเทศหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีลัทธิชาตินิยมสุดโต่ง

เนื่องจากประชากรในประเทศของญี่ปุ่นมีเป็นจำนวนมากเป็นอัดับ10ของโลกการพึ่งพาอาศัย ประเทศอื่นๆจึงน้อยมาก
เพราะว่าจะอาศัยกำลังซื้อภายในประเทศญี่ปุ่นและมีการผลผลิตเพียงพอแล้ว
มีการนำเข้าบางส่วนเพียงพอที่จะอยู่ได้โดยลำพัง
แต่ญี่ปุ่นก็ถูกบังคับให้เปิดประเทศ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาอาวุธสูงจนทำให้ก่อให้เกิดสงคราม โลกครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ 24 84 ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศหนึ่งที่แพ้สงคราม
โดยโดนถล่มด้วยระเบิดปรมาณูจากสหรัฐอเมริกาที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ
ญี่ปุ่นถึงยอมยกธงแพ้

ประชากรญี่ปุ่นหรือคนญี่ปุ่นเองต้องผ่านอะไรมาเยอะ
ตั้งแต่ภัยธรรมชาติอันมีแผ่นดินไหว
และผลที่ตามมาก็คือสึนามิ
ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องสร้างแนวป้องกันมากมายรวมถึงสร้างบ้านที่รองรับแผ่นดินไหวไว้เป็นจำนวนมาก
แต่ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันที่เกิด เป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน
คลุกคลีอยู่ในวงเดียวกัน ชาตินิยมเช่นกัน ทำให้ญี่ปุ่นรักกันกลมเกลียวการจัดระเบียบในสังคมจึงง่ายกว่าประเทศอื่นๆ เรียกว่ามีความเสียสละสูง
ตายเดี่ยวดีกว่าตายหมู่
ญี่ปุ่นจึงสร้างชาติได้สำเร็จ
ในทุกครั้งที่มีภัย แม้จะล้มลุกคลุกคลานมาได้หลายๆสมัย
จนทุกวันนี้ญี่ปุ่นยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจประเทศหนึ่งหลังจากความพ่ายแพ้สงครามโลกมาก็ตาม
ญี่ปุ่นวันนี้จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะประกาษสงครามใดๆแต่ญี่ปุ่นยังมีกองกำลังรักษาประเทศที่เข้มแข็งมากอาวุธทันสมัยไม่แพ้ประเทศอื่นๆในโลก
นี่จึงเป็นเหตุผลอันหนึ่งที่ว่าคนญี่ปุ่น ไม่ง้อประเทศไหน
จะสังเกตได้ง่ายๆจากการที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ว่าและจากการให้ดูหนังซีรีย์ญี่ปุ่นออนไลน์
ดาราก็เป็นดาราซ้ำๆคนเดิมๆไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก
เรียกว่าสืบสายการเป็นดารากันเหมือนประเทศ ไทยก็น่าจะได้ เพราะคนญี่ปุ่นเอง
ยังชอบดูเรื่องที่ คนญี่ปุ่นสร้างเอง
เป็นเองจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามโลกตามสมัยและไม่ได้สร้งเอาใจคนต่างประเทศเลยนอกจากคนญี่ปุ่นกันเองดาราซีรี่ย์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าญี่ปุ่นมากมาย
ตั้งแต่นมเครื่องสำอางเหล้าบุหรี่อื่นๆ
วนอยู่ตรงนี้แหละ
หมายเหตุอันนี้เป็นทรรศนะหนึ่งเดียวของผู้ของผมเองเท่านั้น
โดยไม่ได้ศึกหรืออ่านประวัติศาสตร์ ภูมิภาคหรืออะไรอื่นๆ
เป็นแง่คิดเดียวเท่านั้นจากมุมมองส่วนตัวครับ

โตเกียว เป็นเมืองที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกและมีทางเลือกในการเดินทางเยอะมากๆ เลยทีเดียว จึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้สบายๆ

มหานครโตเกียวทุกวันนี้
จึงเป็นสถานที่สำหรับเพลิดเพลินกับธรรมชาติ อาหาร และประวัติศาสตร์ที่เราสามารถเดินทางจากโตเกียวได้ภายในเวลา 1 – 2 ชั่วโมงนั้นมีอยู่มากมาย และในครั้งนี้เราก็ได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวใกล้กับโตเกียวที่สามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในหลายแห่งที่มหานครโตเกียว
ที่ใครเดินช้าจะโดนคนข้างหลังเดินชนแบบไม่แยแส
แม้กระเป้กระแทกใส่
ผมโดนเองมาสามครั้งในทริป นี้ครับ








9
ธรรมะกับชีวิต / เลือดข้น คนจริง
« เมื่อ: 08 พฤศจิกายน 2018, 09:33:51 »




ผมเคยเจ็บลึกเข้าไปในห้วใจเพราะโดนหักหลัง
เพราะ...
แต่....พอนึกถึง
ชาดกเรื่องลูกศรปักอกขึ้นมาได้
จะสนใจกับคนยิงไปทำไม
มัน
กรรมเวร
หยุดเสียเถอะ
ลูกศรหลุดเลย

ดิจิตอล4. 9

















เลือดข้นคนจริง
ตอนที่หนึ่ง

ลุงตงเป็นพี่ชายคนที่ 3 ของผมอายุมากกว่าผมสัก 2 ปี
เป็นเด็กที่มีความใฝ่ฝันสูง
มีจินตนาการสูงมาก
ชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ประยุกต์
มาตั้งแต่เด็ก
ผมเป็นคนรับ กางเกงนักเรียนตูดปะมาจากลุงตง
ลุงตงก็ผจญความยากลำบากมาด้วยกันกับผม
ไปเรียนหนังสือ โรงเรียงเดียวกันสองแห่ง
แต่ไม่รู้ทำไมถึงลุงตงถึงย้ายโรงเรียนบ่อย ทั้งที่ลุงตงเป็นคนดี
เรียบร้อย
อดทนใจเย็น ย้ายไปย้ายมาก็ได้ไปอยู่คณะวิศวะกรรมศาสตร์
ที่ตัวเองชอบ
เหมือนพี่ชายคนที่ 2 ของผม
ลุงยี
ในวัยเด็กลุงตงชอบสร้างฝันแล้วก็ยังตามมาสร้างฝันให้น้องๆอีกมาก
คงจะได้ปกครองน้องๆง่ายด้วย

จินตนาการไปถึงว่า
ถ้าลุงตงสอบเข้าเรียนคณะวิศว กรรมศาสตร์จนจบมาแล้ว
จะกลับมาดูแลน้องๆให้จบในคณะที่น้องๆอยากจะเรียน

แต่ก็พวกเราก็ยังโชคดี
มีพี่อีกสองคนคอยช่วยเหลือสนับสนุนในการเรียนระดับหนึ่ง
จากลุงเนี้ยวลุงยี
ไม่ต้องทำงานหนักมากไปเหมือนลุงยีที่ต้องไปส่งหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า
ไปเป็นลูกจ้างร้านกาแฟในตอนสาย
หรือทำงานรับจ้างอื่นๆ
ตามถนัดของลุงเนี้ยว

ลุงตงเองก็ไปเป็นช่างซ่อมรถมอเตอร์ไซค์หลังจากส่งหนังสือพิมพ์เช้าในช่วงปิดเทอมของตัวเอง
นอกจาก
ลุงตงจะเป็นช่างอยู่แล้วก็
ยังชอบผาดโผน
ชอบขี่มอเตอร์ ไซค์มาก
ทั้งชีวิตของผมจึงเห็นลุงตงไปไหนมาไหนดัวยรถมอเตอร์ไซด์คันโปรดของแก
ที่ขี่เองซ่อมเอง

หลังจากที่แกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

ลุงตงกลับไปมีครอบครัวเป็นของตัวเอง
ทราบแต่ว่าแกเจอเนื้อคู่เป็นแม่ม่าย
แล้วหายไปจากบ้าน
นานหลายปี
กลับมาอีกทีก็มีลูกซ้อนท้ายมา
รถมอเตอรไซด์มาด้วย
และมีเพิ่มทีละคน
มากถึงสามคน
พอถึงคนที่สี่ก็ขับรถยนต์มาบ้านแล้ว

รถยนต์ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่แกและลูกของแกชอบทั้งวีดีโอ
แผ่นหนัง

แทบทุกครั้งที่กลับมาบ้าน
ลุงตงก็มาขอยืมเงินแม่ไปใช้
ผมเองรู้สึกสงสารทั้งพี่
ที่ลำบากและ
แม่ที่ต้องคอยกันเงินส่วนหนึ่งให้ลุงตงเสมอๆ
เพราะลุงตงมีลูกมากหลายคนพร้อมๆกัน

ในช่วงนั้นแกลำบากมากแสนเข็ญ
ในตอนเรียนมหาวิทยาลัย
ก็มีอาการกระดูกหลังทับเส้นประสาท
ต้องไปผ่าตัดหลังที่โรงพยาบาลศิริราช

แต่ร่างกายของแกแข็งแรงยังดีมาก
จึงผ่านไปได้ด้วยดี
ทุกครั้งหลังจาก ที่แกเข้าไปหาแม่แล้ว
แกก็จะพยายามมาบอกกับผมเสมอว่า
ให้พยายามตั้ง ใจเรียนเยอะๆ
อย่าได้นอกลู่นอกทาง
แบบเเกเลย
และช่วยและขอพยายามทำให้แม่มีความสุขมาก ๆ

หลังจากที่ลูกๆของแกเริ่มโต
ลุงตงเข้าไปทำงานที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
รายได้ค่อนข้างดีในฐานะวิศวกร
แต่เนื่องจากได้แยกทางกับภรร ยา
จึงจำเป็นต้องเลี้ยงดูลูกเอง
ต้องเอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงาน
จากคนหนึ่ง
ถึง 2คน หรือ 3 คนใ
เลี้ยงแบบให้คนโตดูแลคนรอง
ให้คนรองดูแลคนเล็ก
และให้คนเล็กกมาดูแลคนเล็กมากอีกต่อหนึ่ง
นอกจากการเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คน
ที่เป็นลูกของลุงตงเองแล้ว
ที่เป็นเรื่องยากลำบาก
ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนจบ

แถมยังต้องเลี้ยงดูลูกติดภรรยาอีก2คน
จนจบเรียนจบมหาวิทยาลัย

ต้องผ่อนบ้านเพราะซื้อบ้านให้ลูกๆอยู่
กระเตงๆลูกๆไปมา
จากบ้านไปที่ทำงาน
จากที่ทำงานไปบ้าน
แต่ลุงตงก็ดิ้นสู้สุดฤทธิ์
โดยทำงานหนัก

ในวัย....สามสิบกว่าปี
ลุงตงกลับมาบ้าน
เริ่มมีเงินมาให้ แม่
ปากก็พูดว่าสงสารแม่
ที่เห็นแม่ลำบากให้แกมานานแล้ว
รบกวนแม่มาตลอด
พร้อมพาแม่กับน้องๆและพี่
หรือพาทุกคนที่อยู่ในบ้านไปเลี้ยงข้าวอย่างสม่ำเสมอ
ขยันทำงานอย่างน่าตกใจแกหาเงินเก่ง
ก็ใช้เงินเก่ง
เวลาอยู่กับแม่
แกเอาใจแม่ทุกอย่าง
ด้วยความรักแบบสุดๆ
เพราะแกเป็นคนใจดีมาแต่เด็กหลานๆติดแกมากนะ
แกจะเลี้ยง
จะให้เงินใช้ตามที่ขอมาหากเห็นว่าจำเป็น

ให้แบบไม่เสีย ดายเงินเลย
แม้ แต่น้อย
แม้กระทั่งกับผมเองแกก็ยังพยา ยามจะยัดเยียดเงินให้เหมือนกัน
แกบอกกับผมว่า
ผมลำบากมากดูแลแม่อยู่คนเดียว
จนแม่มีความสุขมากๆ
เวลาแม่เห็นลุงตงมาเยี่ยม
แม่ก็จะมีความสุขมาก
เพราะได้เห็นลูกกลับมาแบบมีความสุข

ความสุขของคนเป็นพ่อแม่จริงๆก็อย่างนี้แหละที่เห็นลูกของตัวเองมีความสุข

จะเห็นได้จาก
รอยยิ้มบนใบ หน้าของแม่ชัดเจนทุกครั้ง
ที่ลุงตงมาเยี่ยม
และ
แกไม่ได้เยี่ยมเปล่าๆ
แกเอาของฝากทีาแม่ชอบและหอบความรักความอบอุ่น
ที่แกเคยให้ผมมาแต่เล็กจนโต
มาด้วยหอบใหญ่
แกกอดแม่แบบอดอยากจริงๆ

ผมกลับมาสนิท สนมกับลุงตงอีกนานพอสมควร
เป็นที่ปรึกษาของกันและกัน

ถือได้ว่า
ลุงตงเป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่งของผม
นอกจากลุงยีและลุงเนี้ยว แล้ว
และลุงตงไม่ใช่จะดีกับผมเพียงคนเดียว
แกยังดีกับคนอื่นๆอีกด้วย
ดีจนแบบนึกไม่ถึงว่า
จะมีคนแบบนี้ในโลก
ที่ควักเงินให้คนอื่นง่ายๆด้วยความสงสาร
แม้กระทั่งคนไข้อนาถาไม่มีเงินจะจ่ายค่ายาที่แกเจอตอนไปโรงพยาบาล

ทั้งผมทั้งแม่ก็ไม่เคยห้ามแกเลย
ที่แกจะทำอะไรด้วยอิสระ
ในการให้ทานคนอื่นๆ
เราอนุโมทนากับแกทุกครั้ง
ว่าแกทำบุญเยอะดี
ผมเคยเอ่ยเรื่องลุงตงให้ท่านอ่านเมื่อหลายปีก่อน
ตอนที่แกกำลังจะตาย
ด้วยความโศกเศร้าในการจากไป
ในบทความตามหาแก่นธรรม
และเป็นความเสียใจมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตจากการจากไปของที่คนผมรักและเคารพ
เพื่อเดินทางไกล
ไปอยู่ภพภูมิอื่นๆแต่ก็น่าจะหวังได้ว่า
ลงตงคงจะไปเกิดใหม่ในสุคติ
ด้วยผลบุญแห่งความดีของแก
แม่เองก็พูดออกมาคำเดียวตอนแม่ยังอยู่ว่า
ลุงตงเป็นลูกที่ดีของแม่คนหนึ่ง
ถ้าแม่ของผมพูดคำๆนี้แล้ว
เชื่อผมเถอะว่าลุงตง
เป็นลูกที่ดี
เป็นพี่น้องที่ดีเป็นพ่อที่ดีจริงๆ
ส่วนเรื่องครอบครัวจองแกและอื่นๆ
ผมไม่ทราบเลยเพราะลุงตงไม่เคยเอ่ยปากเล่าให้ใครฟัง
ไม่เคยว่าลูก
ไม่เคยว่าใคร
แกยังซักผ้าให้ลูกๆ 6คน
จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย
วันที่แกตายจากไป
ในขณะที่จะไปรับลูกของแกกลับบ้าน
ถึงมันจะเหนื่อยแสนเหนื่อยก็ตาม
แกก็ไม่ยอม
แกเลยหัวใจวายตายในรถตอนนั้นครับ

นี่แหละลุงตง
พี่ชายคนดีของผม
ที่น่าประหลาดใจ
ลุงตงจะเข้าบ้านและออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มแทบจะทุกครั้ง

เลือดข้นคนจริง

10
ธรรมะกับชีวิต / สิ่งศักดิ์สิทธิ์
« เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2018, 10:24:55 »




สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อและแม่
พอพูดถึง
มีเรื่องให้พูดเยอะแยะ
เพราะผู้เขียนอยู่กับพ่อแม่มาตลอดชีวิตเ
ห็นพ่อแม่มาตั้งแต่เกิดจนท่านทั้งสองตายจากไปกับตา

1.พ่อแม่จะห่วงลูกเสมอ
แม้จะพูดหรือไม่พูดก็ตาม
2. พ่อแม่จะฟังลูกทุกครั้งแบบเงียบๆ
3 พ่อจะแกล้งดุแต่ไม่ค่อยได้ตีแม่ไม่เคยดุไม่เคยตี
4. พ่อแอบยัดเงินใส่กระเป๋าให้ลูกใช้เสมอ
แต่แม่ส่งเงินให้ลูกใช้ตรงไปตรงมา
จำนวนเท่านี้เพราะลูกหลายคน
แม่จะถามเสมอว่าเงินพอใช้ไหมลูก
5.แม่จะช่วยลูกเสมอในลูกบางคนที่แม้ใว้ใจ

บางคนที่แม่ไม่เชื่อ
แต่แม่ก็ยังคงฟังเฉยๆ
ในบรรดาลูกของแม่ 5 คน
4 คนที่ตรงไปตรงมา
อีกคนหนึ่งไม่ตรงไปตรงมาเพราะเมาตลอดเวลา
แต่แม่ยังคงนั่งรอลูกๆทุกคนกลับถึงบ้าน
แม่จึงจะเข้านอน นอน
5. แม่จะไม่เคยเปรียบเทียบลูกของแม่กับใครๆเลย
แล้วไม่เคยอวดลูก
แม่จะบอกเพื่อนๆว่าแม่พึ่งลูกคนไหนได้บ้าง
เท่านั้นเอง
6. แม่ไม่เคยตำหนิลูกคนไหนไให้ใครฟัง
7. แม่จะอยู่ข้างลูกเสมอตลอดเวลา
8. ลูกคนที่แม่ห่วงมากที่สุดคือคนที่มีปัญหามากที่สุด
9. แม่จะบอกลูกทุกคนที่แม่พึ่งว่า ไม่ต้องไปช่วยเหลือพี่น้องคนอื่นๆอีกแล้วเพราะแม่ช่วยเขาไปเยอะด้วยเงินของลูกๆไปหมดแล้ว
10. แม่จะอยู่กับเราทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องการเรียน
ค่าเทอมความเวลาสุขความหรือทุกข์
และไม่เคยถอยห่างไปจากสิ่งเหล่านี้เลย
11. แม่เข้าใจชีวิตมากที่สุด
แม้กระทั่งก่อนแม่ตาย 1ปี 1
แม่จะบอกล่วงหน้า
แล้วแม่ตายจริงๆ
รักษาคำพูดน่าดูเลย
12. ความรักของแม่ท่วมล้นจากลูกๆไปสู่รุ่นหลานๆไม่ต่างกันเลย
แม่จะอุ้มเท่าที่แม่อุ้มได้
อุ้มไม่ได้แม่จะจับมือจับหัวเหมือนกับจับหัวพ่อหัว
ด้วยมือของแม่ที่ผ่านมา
13. แม่จะพูดน้อย
เงียบทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง
14. แม่ไม่เคยมีการศึกษาในระ บบใการศึกษาในโรงเรียนหรือในห้องเรียนเลยนอกจากมหาวิทยาลัยชีวิต
จากการที่นั่งสำเภาเรือมาจากเมืองจีน
15. ไม่เคยเห็นแม่กลัวอะไรเลยนอกจากว่ากลัวว่าอะไรจะอะไรเกิดขึ้นกับลูก 16. แม่ไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะต้องนั่งตามหาลูก
เดินตามลูกขี้เมาไม่ว่าจะเป็นตี 1 ตี 2 ตี 3 และแม่จะทนฟังลูกขี้เมาพูดได้ทุกเรื่อง ด่า ตำหนิจนกว่าเขาจะเข้านอน
17. แม่บอกลูกๆทุกคนว่า
ลูกของแม่อย่ามาห่วงกับชีวิตของแม่มาก
แม่ก็รักของแม่ทุกคน
ไม่ต้องห่วงแม่เข้าใจ
18. เมื่อถึงเวลาที่แม่จะตายแม่ก็ตายอย่างสมศักดิ์ศรี

19.
19.1 แม่ปล่อยวางเรื่องทั้งหมดกระทั่งเรื่องของลูกๆ
19.2 แม่จากไปอย่างกล้าหาญไม่เรียกร้องโรงหมอ
หมอ
หรือใครๆให้มาช่วยชีวิตของ
แม่
แม่ขอเพียงนอนเงียบๆ

พ่อแม่ขออะไรก็ให้หมด
ไม่ต้องบนบานศาลกล่าว
ถ้าคุณมีพ่อแม่แบบนี้คุณจะไม่รักและเคารพท่านอย่างไร
ควรจะอวดเก่งกับท่านทำไมหรือ
คุณจะก้าวล่วงท่านไปมากกว่านี้หรือไม่
ถ้าคุณกตัญญูกับท่าน
บุญกุศลมหาศาลของลูกคุณจะเป็นของแม่เต็มตัว

พ่อแม่ที่ทำความดี
เป็นศักดิ์สิทธิ์
เป็นพระอรหันต์

แทนสะมะชัยโย

วันแม่และวันพ่อ...

ผมไม่เคยไปไหว้เช็งเม้งที่หลุมฝังศพของพ่อแม่เลยสักปี
นานมากแล้วครับ
เพราะไม่ได้คิดแบบชาวบ้าน
คนอื่นๆ
ที่มักจะตำหนิผมอยู่เสมอว่าไม่กตัญญู

ผมรู้แต่เพียงว่า
ตลอดชีวิตของท่านทั้งสอง
ผมกินข้าวกับพ่อและแม่แทบจะทุกวัน
จนผมเห็นพ่อตายจากไปด้วยสายตา
จนผมเหลือแต่แม่อยู่เพียงคนเดียว
และผมไม่คิดจะย้ายครอบครัวของผมไปไหนตามคำขอของแม่
ผมอยู่กับแม่
กินข้าวกับท่านแทบทุกเย็น
เพราะงานของผมมันยุ่งมาก
บางครั้งต้องให้คนขับรถไปรับแม่มากินข้าวที่โรงแรมที่ประชุมพร้อมเมียกับลูก
หรือไม่ก็ซื้อข้าวผัดปูอน่อยๆจากครัวจีนที่แม่ชอบไปให้กินที่บ้าน

แม่จะนั่งรอผมจนกลับมาถึงบ้านทุกวัน
ท่านจึงจะเข้านอน
วันแล้ววันเล่าผมก็ไม่เคยเบื่อแม่เลย
แม่ใจดี
กล้าหาญ
ฉลาด ลึกซึ้ง
เข้าใจลูกทุกคน
ผมเห็นแม่จากไปด้วยสายตาของผมเช่นกันหลังงจากหมอกู้ชีพไม่ได้แล้วด้วยวัย 86ปี
อย่างมีความสุข

เพราะแม่บอกกับผมว่า
"แม่อยู่กับผมแล้วมีความสุขที่สุด"
จนผมย้ายครอบครัวออกมา
แม่กับพ่อก็ยังอยู่กับผม
ด้วยกายและจิตวิญญาณที่พ่อแม่ให้นี้
ไม่มีสักวันที่จะลืมพ่อแม่

รักแม่ที่สุด

แทนสะมะชัยโย

ชีวิตสวยงาม เดินตาม พุทธธรรม
สว่างเหลือล้ำ สังขาร เจือกิเลส
ไม่ติดข้อง หมองเศร้า ในอาเพท
เพราะวิเศษ เห็นธรรม สว่างใจ

เจริญพร

อนาคาริก

เสียเวลา
เสียใจ
เสียความรู้สึก
เสียเงิน
เสียศักดิ์ศรี
เสียคนรักหรือเสียของรัก
เสียหน้า
อะไรทุกข์ที่สุด

มีอะไรมันเสียหมดแหละ
ชอบหรือไม่ชอบมันถึงไม่มีดำไรหรือขาดทุน
เสมอตลอด
หาเจอไหมล่ะ

อนาคาริก

ขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าแก่นธรรมปีที่22
กับกองทุนพระรัตนตรัย
ในต้นปี2562ที่วัดแค นางเลิ้ง เวลา10.00 น.

เงินบริจาคแบ่งเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งถวายวัด
ซ่อมแซมสร้างเสนาสนะของวัดที่ชำรุดมากแล้ว
อีกส่วนหนึ่งบริจาคให้รพ.จุฬาลงกรณ์
ช่วยเหลือผู้ป่วยอนาถา
พระอาพาธที่ขาดเงินอีกเยอะมาก
บุญกุศลในครั้งนี้ขอให้ท่านทั้งหลายเจริญในทางโลกและทางธรรมโดยถ้วนหน้ากันเทอญ

เลขที่บัญชีออมทรัพย์ ธ.กสิกรไทยนายพิชิต เลิศรัตนานนท์ สาขาสวนผัก 011 2 88986 8 ครับ

หมายเหตุแก่นธรรม
ผู้เขียนและคณะเป็นผู้เขลาทางปัญญา หากมีข้อผิดพลาดบกพร่อง ขอน้อมรับทุกประการ บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมถวายแด่หลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ
ครูบาอาจารย์ และอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ อันมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นปฐม เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ รวมทั้งท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป

ขออนุมทนาโยมออที่เริ่มต้นบริจาคคนแรก
500บาทครับ
สาธุ

11



กำเนิดพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อชา สุภัทโทท่านเทศน์ให้ฟังว่า
พระพุทธเจ้าเกิดสองครั้ง

ครั้งแรกเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ
พอบรรลุธรรมแล้ว
ก็เกิดเป็นพระพุทธ เจ้า
อีกครั้งหนึ่ง
เพราะ
โลภโกรธหลง
นั้นไม่มี
เพราะไม่มีใครที่จะมีอีกต่อไป

อนาคาริก

คำบอกรักที่ดีที่สุด
คือ
เมตตาต่อกัน

อนาคาริก

ธรรมะติดเปลือกดี
ธรรมะติดแกน
ดีกว่า
ธรรมะนำใจ

อนุโมทนาสาธุ

ระริก

มีกับไม่มี
มันก็เหมือนกันนั่นแหละ
เพราะมันเป็น
เรื่องชั่วคราว
ทั้งนั้น
แต่มันทับซ้อนกันอยู่เหมือนกรรมเท่านั้นเอง

อนาคาริก

ทำไมเราต้องอยากร่วมประวัติศาสตร์
เหตุการณ์สำคัญ
เรื่องอินเทรนด์
ใครๆเขาก็มีกัน
ใครๆเขาก็เป็นกัน

จริงๆมันเป็นมานานแล้วหลายภพชาติ
เพราะ......กรรม

อนาคาริก

เพื่อน.....

แค่....เพื่อน
เพื่อนห่างๆ
เพื่อนสนิท
เพื่อนเลว
เพื่อนดี
กลุ่มเพื่อน
เพื่อน

นิยามยากนักฤา

นาม

มีเหมือนไม่มี
ไม่มีเหมือนมี
มีเหมือนมี
ไม่มีเหมือนไม่มี
ลาภ ยศ สรรเสริญ นินทา
ทุกข์ สุข

จริงไหม

อนาคาริก

12
ธรรมะกับชีวิต / เหี้ย
« เมื่อ: 27 กันยายน 2018, 12:14:33 »



เหี้ย.

เหี้ยเป็นสัตว์ประเสริฐ
ใครจะเอามันไปประ จานที่สภาฯ
มันก็เฉย
ใครจะเอามันไปอุปมาอุปมัย
เเทนคำด่าว่าเลว
ก็มันก็เฉย
ใครจะเอามันไปเปลี่ยนชื่อเป็น
ตัวเงินตัวทอง
มันก็ไม่ว่าอะไร
มันเฉย
ใครจะเอาชื่อของมันไปตั้งเป็นสรรพนามแทนชื่อเพื่อนๆหรือชื่อคู่แค้น
มันก็เฉย
มันไม่โต้เถียงยินดี

อย่างคำว่า
ไอ้เหี้ยอีเหี้ย
เป็นต้น

มันช่างประเสริฐหนักหนา
หรือมันรู้นะว่า
คำเหี้ยมันบ่ดี
ใครจะเอาเหี้ยไปทำอะไรก็เป็นสมบัติของเขาเด้อ แต่มันไม่เอาเถิก

เหี้ยช่างฉลาดจริงๆ

มองต่างมุม

แม่มด:กระจกวิเศษบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพี
กระจก:ก็มึงนะแหละ
พอหรือยังอีแก่

กระจก

การตัดสินใจ....

ถ้าใครไม่มีที่ว่างในใจของเขาเหลือให้เราเลย
หันหลังแล้วเดินออกมาเถอะ
อย่าหันกลับไปอีก
เน้นย้ำทางใครทางมัน
ด้วยสติ

และมันไม่ได้ยากกว่าที่คุณคิดหรอกนะ
อ้ออย่าลืม.....ขออโหสิกรรมกันไปด้วยล่ะจะได้
ว่าง

converse

13
พรชาต บุนนาค....
นายแน่มาก

ผมมีโอกาสได้รู้จักพี่หลานจริงๆมา 2-3 ปี

พี่หลานเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเลิศ
นอบน้อมถ่อมตน
อัธยาศัยดี
ไม่มีใครรู้เลยว่าท่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นคงคนหนึ่งของประเทศไทย
ในตำแหน่งรองเลขาธิการสมช
ซึ่งดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประเทศชาติมาตลอดชีวิตของท่าน
ท่านมีความรู้ความสามารถสูงมากโดยเฉพาะภัยก่อการร้าย
ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เป็นบุคลากรที่สำคัญมากคนหนึ่ง
ที่ช่วยให้ประเทศไทยผ่านปัญหาต่างๆมาได้มาก

พี่หลานไม่เคยแสดงตนเลยว่าท่านอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ
ท่านเป็นเพียงเป็นพี่ชายของผมที่ใกล้เกษียณและเกษียณอายุราชการเท่านั้น
ภายหลังเกษียณท่านยังต้องรับตำแหน่งสำคัญอื่นๆต่อไป
ดังที่ทราบกันแล้วในสื่อต่างฯ
ผมเองก็ไม่ค่อยได้ตามบทบาทของท่านสักเท่าไหร่
แต่เรื่องหน้าที่การงานของท่านผมทราบเพียงแต่เรื่องที่ท่านไปธุระในงานตามที่ท่านได้เมตตาเล่าให้ผมได้ฟังว่า

ท่านทำอะไรไปบ้างอย่างที่ออกสื่อเท่าที่ท่านจะเปิดเผยได้

ผมรู้สึกชื่นชมใน
ความเสียสละ
ความกล้าหาญ
ความเป็นสุภาพบุรุษ
ตลอดจนความประหยัดของพี่หลานอย่างมาก
ซึ่งผมไม่เคยให้ความนับถือข้าราชการที่ผมรู้จักมามากขนาดนี้มาก่อน
พี่หลานนอกจากจะเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ดีแล้ว
ท่านยัง
เป็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่ดี
เป็นแบบอย่างของพี่ชายที่แสนดีเป็นแบบอย่างคุณพ่อที่แสนดี
เป็นแบบอย่างของกัลยาณมิตร
ซึ่งยากจะหาคนเปรียบเทียบกับท่านได้
ท่านเสียสละตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่ผมได้รู้จักกับท่าน
ผมสนิทสนมกับพี่เร็วมาก
เพราะเราสองคนเปิดใจคุยกัน
ตั้งแต่ยืนคุย นั่งคุย
แม้กระทั่งท่านมานั่งคุยกับผมข้างสระน้ำตอนผมลงน้ำ
คุยกันได้ทุกที่
ในสนามหญ้า
ตอนออกกำลังกายเดินไปคุยไป
หลายๆครั้งผมเห็นพี่หลานยืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียด
ก็อดเป็นห่วงท่านไม่ได้
เพราะท่านเคยเล่าให้ฟังว่าครอบครัวมีพันธุกรรมในโรคหนึ่งคือ
โรคเส้นโลหิตในสมองแตกหรือstroke
คนในครอบครัวของท่านรอดกันได้ยาก
ท่านเองก็กลัวอยู่เหมือนกันว่า
จะถึงคราวจากในโลกนี้ไปด้วยโรคที่ผูกขาดกับครอบครัวของท่านมานาน
ความที่ท่านเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขันสูง คุยด้วยแล้วสบายใจ
พี่หลานท่านยังเมตาดูแลคนทั่วๆ
ท่านให้ความช่วยเหลือทุกอย่างที่ท่านจะช่วยได้กับคนรอบข้าง

ทั้งที่รู้จักและทั้งไม่รู้จักกับท่าน
ท่านวางตัวเป็นกันเองมาก
ผมมีโอกาสได้ทานข้าวกับพี่หลานบ่อยครั้ง
บางครั้งพวกเราแบ่งขนมกันทาน
แบ่งกับข้าวและผลไม้กันทาน
ท่านมีเมตตากับผมมาก
รวมทั้งพี่อ๊อดแล้วก็น้องอรภรรยาและลูกสาวสุดที่รักของท่าน
พี่หลานนอกจากจะห่วงใยประเทศชาติและรักชาติยิ่งชีวิตแล้ว
ท่านยังรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เป็นล้นพ้น
ท่านพูดให้ฟังและก็ชื่นชมในทั้งสองพระองค์บ่อยๆ
จนยากที่จะพูดออกมาเป็นคำพูดได้

พี่หลานสนุกสนานกับงานของท่านมาก
เรียกว่าเมื่อมีงานมาท่านจะเข้มแข็ง สมเป็นแม่ทัพคนหนึ่งของประเทศไทย
แม้ทุกรูปที่ออกมากับสื่อ
ท่านดูออกเคร่งขรึมและออกจะเครียดๆ
แต่ผมรู้ว่าหัวใจท่านพร้อมที่จะทำ งานตลอดเวลา
ไม่เคยเกี่ยงงอนเลยกับคนที่ทำงานคร่ำเคร่งมาตลอดชีวิต
หลังเกษียณแล้วยังต้องมารับใช้ประเทศชาติต่อไปอีก
พี่หลานเป็นคนที่ชอบทานขนมมากโดยเฉพาะขนมที่หวานเข้ากะทิ
ปลาเค็มปลาอินทรีย์ทอดและ
ของที่รสจัด
และอดไม่ได้คือน้ำอัดลมหวานๆท่านน่ารักกับทุกคนรวมทั้งพนักงานร้านอาหาร
ผมทานข้าวกับท่านจะอร่อยและสนุกมาก หัวเราะกันท้องแข็ง
เรามีเรื่องคุยกันได้เยอะ
เฮฮากันได้ทุกครั้งเรียกว่าทานไปอิ่มไปสนุก
ในช่วง 2 ปีหลังมานี้พี่หลานมีอาการท้องอืดแน่นเฟ้อเรอเปรี้ยวผมเองก็ยังคิดว่าพี่หลานคงจะเครียดจากการงาน
น้องอรจึงพาคุณพ่อคุณแม่ไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาล
แล้วก็พบว่าท่านป่วยเป็นมะเร็งปอดแต่ความที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบต่องานของประเทศชาติอีกทั้งยังเข้มแข็ง
แม้ก็จะรู้ว่าป่วยก็ยังกลับไปทำงานหนัก
ท่านพูดกับหมอว่า
"คุณหมอบอกมาเลยครับจะให้ผมทำอย่างไรผมจะสู้ให้ถึงที่สุด"

ในเดือนมกราคมต้นปีที่ผ่านมา
หลังที่เราได้ร่วมกันกับผมจัด
พระธรรมเทศนาร่วมกัน
เทศน์ทอล์คกับพระมหาสมปอง ตาลปัตโต
ที่ลุมพินีพาร์คปิ่นเกล้า
งานผ่านไปได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับอาการของท่านที่เริ่มจะมารวดเร็วของท่านเหมือนกัน
ในตอนแรกทำท่าว่ายาจะหยุดโรคร้ายได้หรือเอามันอยู่
แต่มันก็ยังคงคลืบคลานชีวิตของท่านอยู่ต่อไปอีก
ผมไม่ได้เจอกับท่านช่วงหนึ่งมา
รู้ทีหลังว่าท่านเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะไปโรงพยาบาลบ่อยๆ

ผมก็ได้แต่ให้กำลังใจท่านซึ่งจริงๆแล้วกำลังใจของท่านล้นเหลือ
อะไที่พอจะช่วยท่านำด้บ้าง
ผมก็ยินดีและรีบทำให้โดยเร็ว
แต่ท่านก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผมเห็นเลย
ท่านยังคงเข้มแข็งอ่อนโยนน่ารักเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอแม้ยามเจ็บหนัก
เมื่อปีที่แล้วผมลืมกระเป๋าเงินไว้ในรถแท็กซี่หลังจากทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล
ท่านก็เป็นธุระจัดการติดต่อเจ้าของอู่แท็กซี่ให้เอากระเป๋าเงินมาคืนให้ผม
คนขับรถแท็กซี่ก็เป็นคนที่สุภาพนอบน้อมสุจริตและเอากระเป๋ามาคืน ให้ถึงที่ๆผมนั่งรออยู่กับท่าน
เพราะท่านบอกว่านั่งรอเป็นเพื่อนจนกว่าจะได้คืน
ท่านบอกกับผมว่าหากไม่ได้กระเป๋าคืน
ท่านจะขับรถพาไปแจ้งความกับผมให้
ท่านเป็นพี่ชายแสนดีขนาดนี้
แล้ว
จะไม่ให้ผมหลงรักท่านได้อย่างไรครับ
ในช่วงที่ท่านเริ่มป่วยหนักมีอาการมากขึ้น
ท่านยังคงหิวน้ำ 2 แพ็คใหญ่
ติดมือเดินขึ้นบ้าน
ผมจะขอช่วยท่านหิ้ว
ท่านก็ไม่ยอมให้ช่วย
เพราะท่านรู้ว่าผมมีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังและกระดูกคอทับเส้นประสาท
จนท่านเดินเซไปเซมา
ผมจึงได้แต่มองตามหลังท่านทึ่เดินอย่างมาดมั่นเข้มแข็ง
หลังจากนั้นผมยังมีโอกาสได้ทานข้าวกับท่านอีกหลายมื้อ
ท่านบอกกับผมว่า
ผมเป็นเพื่อนสนิทของท่านคนหนึ่ง
อีกท่านหนึ่งก็คืออ.ดร.รยุศค์
บุญทันหรืออ.ดร.โอ๋

เมื่อราวๆสักเดือนกว่าๆในคืนหนึ่งอ.ดร.โอ๋
บอกให้ผมไปช่วยไปพี่หลานหน่อย
ผมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมจึงรีบไปถึงห้องนอนของท่าน
ท่านนอนอยู่ซมอยู่
มีอาการหนักมากลุกไม่ขึ้นผมจัดการเรียกรถพยาบาลก่อน
แล้วยืดเหยียดให้กับท่าน
จนท่านพอจะลุกขึ้นไหวนำส่งโรงพยาบาลได้
ท่านก็ยังสู้อย่างมั่นคงยิ้มหัวเราะอย่างมีสติ
ผมมารู้ภายหลังว่าท่านล้มจึงทำให้ท่านเคลื่อนไหวได้ยากขึ้น
ก่อนหน้านี้ท่านก็ไปล้มที่โรงพยาบาลในลิฟท์
กระดูกไม่เป็นอะไรลุกขึ้นได้อย่างชายชาตรี
ภายหลังที่ท่านรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลได้ราวหนึ่งเดือน

จนมาถึอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผมฝันถึงท่าน
ยิ้มแย้มแจ่มใสในเสื้อตัวเก่งที่ท่านชอบ
ในวันถัดมาอาจารย์ดร.โอ๋
ชวนผมไปเยี่ยมท่าน
ผมจึงรีบไปทันที
ผมได้คุยกับท่านนาน
ผมบอกท่านว่า
"พี่เป็นคนดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมรู้จักเป็นพี่ชายแสนดี
ทำงานให้ประเทศชาติมาเยอะทำงานให้ครอบครัว
รักลูกและภรรยาแบบสุดชีวิต
พี่ทำอะไรมามากแล้ว
พี่ก็สู้มามาก
ถ้าพี่สู้ยังอยากสู้
พี่ก็สู้ไปนะครับ
แต่ถ้าพี่สู้ไม่ไหว
พี่ก็ควรจะให้ถอย
ให้ปล่อยวางในสิ่งที่พี่สู้มา
พี่ไม่ได้แพ้
พี่เพียงแต่ถอย
ถอยให้กับโรคร้ายที่มันคุกคามชีวิตที่ทรมาน
ให้ถอยเพื่อตั้งสติ
ตั้งหลัก
เจริญสติ
มีสติอยู่กับตัวเองอยู่กับใจตัวเอง"
ผมชวนพี่สวดมนต์สั้นๆ
พี่ก็สวดมนต์ร่วมกับผม
สร้างความตื้นตันให้ผมเป็นอย่างมากและฝากเงินทำบุญให้กับอาจารย์ดร.โอ๋
ให้ช่วยเลี้ยงเพลพระเนื่องใน วันเกิดของท่านวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมานี้เอง 2,000 บาท
(พวกเราได้นิมนต์พระ 5 รูปมาถวายเพลพระตามที่ท่านได้อนุโมทนาไว้)
ผมรู้ว่าพี่เหนื่อยมากแล้ว
แต่ยังสู้สุดแรงตามที่รับปากกับผมจริงๆ
ผมหวังว่าคนดีอย่างพี่
มีประโยชน์ที่แผ่ไพศาล
บุญกุศลจะพาพี่จะไปสู่สุคติ
หากผมยังต้องเกิดอยู่ในชาติหน้า
ขอให้ผมมาเกิดเป็นน้องพี่อีก
เป็นคนร่วมกันเจริญบุญร่วมกันเจริญกุศล
ผมขอกราบอโหสิกรรรมท่านทุกอย่างนะครับ"

แล้วท่านก็กล่าวอโหสิกรรมให้
ผมรู้สึกตื้นตันขึ้นมาตลอด
พี่หลานท่านเป็นพี่ชายคนที่ 3 ที่จากผมไป
ในวัยไม่มากนัก
2 คนแรกเป็นพี่ชายแท้ในสายเลือด
พี่หลานก็เป็นคนดีที่หนึ่ง
เป็นพี่ชายที่ดีไม่ต่างไปจากพี่ชายในสายเลือดของผมทั้งสอง
เป็นวาสนาเป็นบุญเก่าเป็นกรรมเก่าที่เราก่อมาร่วมกัน
ให้มาเป็นพี่น้องกันในชาตินี้แล้วทุกครั้งที่ผมกอดพี่
ผมอบอุ่นใจทุกครั้ง
และรู้ว่าพี่หลานเป็นพี่ชายของผมจริงๆ

ผมขออนุญาตไม่คิดถึงพี่หลานอีกแล้วนะครับ
ผมขออะไรมามากแล้ว
ผมรู้แต่เพียงว่า
พี่พรชาต บนนาคหรือพี่หลานของผม
จะอยู่ในหัวใจของผมตลอดไป
ด้วยความรักและเคารพอย่างสูง

พี่หลาน นายแน่มากที่ไม่ตายจากโรคเส้นโลหิตในสมองแตก
เหมือนดั่งพี่น้องและญาติๆก่อนวัยอันควร


SAMACHAIYO

ข้อเขียนนี้เขียนด้วยความเคารพรักต่อพี่หลาน พรชาต บุนนาค
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องประการใด
ข้อน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

บุญกุศลที่เกิดจากข้อเขียนนี้
ขอน้อมอุทิศแด่พี่หลานให้ไปสู่สุคติตามรอยบุญที่ท่านได้ทำมาชั่วชีวิต
และสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรด้วยเทอญ

https://thitinob.com/node/8

http://news.ch3thailand.com/…/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E…

14




ของขวัญที่ดีที่สุดในโลก

ผมเกิดในครอบครัวที่มีพี่น้อง 5 คนเป็นผู้ชายทั้งหมด
ทุกคนต่างดิ้นรนให้ตัวเองไปถึงจุดที่สูงสุดในชีวิตที่อยากจะไป
แต่มีไปกันถึงได้ทั้งหมดแค่ 3 คน
ที่ผ่านจุดยากลำบากมากไปถึงจุดสูงสุดในชีวิตได้
แต่อีกสองคนไปไม่ถึง
และมีชีวิตลุ่มๆดอนๆ
คนอยครัวของพวกเขาจึงมีภาวะเดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวสุข
แต่พวกเราก็อาศัยด้วยกันมานาน
จนกระทั่งเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน
พี่ๆแทบทุกคนได้แตกครอบครัวออกไป
บ้านที่เคยอุ่นหนาฝาคั่งด้วยญาติพี่น้องลูกหลานอยู่กันเต็มบ้าน
พลันเงียบสงบลงไปทันที
คงมีแต่ผม ภรรยาและลูกเล็กๆคนหนึ่งกับแม่ที่สูงวัยอีกคนเท่านั้น
ในตอนแรกๆผมก็เองก็หนักใจ
เพราะว่าแม่เคยมีพี่ชายแสนดีคนหนึ่งคอยดูแลพ่อแม่อย่างดีมากมาตลอด
ด้วยความรักและห่วงใยเป็นที่สุด
ด้วยการที่มีฐานทางการเงินที่มั่นคงเกี่ยวอาชีพ
การงานดีมาก
จนกระทั่งวันหนึ่งพี่คนนี้ได้จากไป
ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกระทันหันตายก่อนวัยอันควร
ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดในชีวิตของพี่ที่มีความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงาน
พอจะสบายมากๆหน่อย
พี่กลับตายเสียแล้วภาระทั้งกายทั้งใจทั้งการเงินทั้งหมด
ตกมาที่ผมคนเดียว

ซึ่งในตอนแรก
ผมเองก็ค่อนข้างตะหนักใจว่า
ผมจะดูแลแม่ยังไงให้สมบูรณ์เหมือนกับพี่ชายที่คอยดูแล
อย่างเช่นแม่เคยบ่นครั้งหนึ่งว่าอยากไปเมืองจีน
เพราะตอนที่ผมยังเล็กคุณยายเสีย
ท่านร้องไห้อยู่วันหนึ่ง
บอกกับพี่ชายของผมว่าเสียดายไม่มีเงินไม่อย่างนั้นจะไปร่วมงานศพของยายเลยแล้วพี่ชายคนนี้ก็รับปากว่า
สักวันจะพาแม่กลับเมืองจีนไปกราบยายกับตา
ปู่กับย่า
รวมทั้งไปตั้งศาลบรรพบุรุษให้
แก่ครอบครัวทั้งหมดที่เป็นญาติของแม่ทั้งหมดในภายหลัง

อีกหลายปีต่อมาพี่ชายคนนี้ก็ลางาน
พาแม่ไปเที่ยวที่เมืองจีน 15 วัน
ดูแลเป็นอย่างดี
พี่ชายไปเมืองจีนตามลำพังกับแม่แค่สองคนทั้วๆที่ไม่เคยไปกันมาก่อนเลย
แต่พี่ชายก็ดูแลจนสะดวกดีทุกอย่างญาติทางโน้นก็ออกต้อนรับกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งพรั่งพร้อม
รวมทั้งญาติๆที่ๆพ่อกับแม่เคยส่งเงินไปช่วยที่เมืองจีนในสมัยนั้นบ่อยๆ
แม่เล่าให้ฟังว่า
มีพี่สาวของพ่ออยู่คนหนึ่งอายุร้อยกว่าปีเดินข้ามภูเขา 3 ลูกเพื่อมาหาแม่ในทุกๆเช้า
แม่ประทับใจมากพูดไปยิ้มไปแบบดีใจที่สุด
เท่าที่เคยเห็นแม่ยิ้มมา
หลังๆก็เคยเห็นแม่ยิ้มบ่อยๆแต่ไม่มากขนาดนี้
ท่านภูมิใจในพี่สาวของพ่อมาก
แต่ที่พ่อไม่ได้ไปกับแม่ในครั้งนี้เพราะว่าพ่อเองก็เดินทางไกลจากไปเสียก่อน
สิ่งเหล่านี้มันซ่อมแซมส่วนลึกของแม่ได้หมด
หลังจากนั้นอีก 30 กว่าปี
แม่ก็จากไปอย่างสงบรู้ตัวอย่างรู้ทั่วพร้อม มีความสุขมาก
แม่ได้บอกล่วงหน้ามาหนึ่งปีแล้ว
ว่าแม่จะอยู่กับลูกถึงปีหน้า
และมันก็จริงตามนั้น

ของขวัญล้ำค่าที่แม่ทิ้งให้ผมเป็นคำพูดประโยคหนึ่งว่า
"แม่อยู่กับลูกแล้วมีความสุขที่สุดเลย"
ผมโชคดีที่สุดในบรรดาพี่น้องทุกคน
ที่ผมได้ยินคำพูดนี้จากแม่
โชคดีที่ได้ทำดีพูดดีประพฤติดีและกตัญญูจนเป็นผู้ทำในสิ่งที่แม่อยากให้เป็น
ทำตามใจแม่ในสิ่งที่แม่อยากจะให้ทำจนครบ
ไม่มีอะไรโชคดีกว่านี้แล้วที่ได้ของขวัญเช่นนี้

แทนสะมะชัยโย

15
ธรรมะกับชีวิต / "กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย"
« เมื่อ: 13 กันยายน 2018, 16:01:27 »




"กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย"
ที่ตะโกนลั่นออกมานี้
ส่วนใหญ่แทบจะทั้งหมด
เนื่องจากทนตัวเองไม่ได้
เพราะอยาก

อนาคาริก

ผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนากับ
ผู้ไม่มีศรัทธาจะต่าง
กันมากตรงที่

กล้าหาญในกุศลกรรม
เกรงกลัวและละอายต่อบาป
มีสัจจะ
เชื่อกรรมสนิทใจ
ยึดหลักกาลามสูตร
มีโยนิโสมนสิการ
สติตั้ง
ภาวนา

ไม่ปลิ้นปล้อน
มีศีล
เชื่อพระรันตรัย

ฯลฯ

อนาคาริก

กำไรคือ....
สิ่งที่คนในโลกต้องการ
แม้กระทั่งกำไรชีวิต
ไม่รู้มันพวกเขาคิดกันอย่างไร
จากจุดสมดุล
แต่มีคนชอบพูดกันบ่อยมาก
อะไรคือขาดทุน
อะไรคือกำไร
ทุกข์กรือสุข
ชอบหรือไม่ชอบ
รักหรือเกลียด
สุดท้าย...ก็ทิ้งกำไรไปหมด
แต่ถ้าลงไป
นรก
เปตร
อสุรกาย
เดรัจฉาน
ภพภูมิ

อันนี้สิ .....ขาดทุนนะที่ได้เกิดมาเป็นคน

ฉ้นว่าเองนะ
เพราะเกิดเป็นคนนั้นแสนยาก
ชีวิตมันแสนสั้น

อนาคาริก

คำพูด
กริยาทางกาย
ใจ
บอกภพภูมิ

อนาคาริก

คำพูด
กริยาทางกาย
ใจ
บอกภพภูมิ

อนาคาริก

เหี้ย... เรื่องเหี้ยๆ

เมื่อคุณเอ่ยปากคำๆนี้

บางคนได้ฟังแล้วเขาจะรู้สึกว่าคุณหยาบคายทันที
บางคนอาจจะฟังแล้วสะใจ
มีบางคน
ถึงกับนึกถึงใครเลวๆที่ทำเลวกับเขา

แต่บางคนอาจจะไม่อยากฟังคำหยาบแถมตำหนิคุณทันที
ว่าเหี้ย

บางคนเอาคำพูดนี้ไปทำการตลาดแบบเหี้ยๆ
เหี้ยอาจจะเป็น
ลูกไดโนเสาร์
ลูกจระเข้
ลูกคุณ....ฯลฯ

ทุกอย่างเป็นเรื่องสมมติกำหนดที่ในใจเรา
ถ้าเราเข้าใจสิ่งสมมติ
เราจะเอาเหี้ยออกจากใจเพราะมัน
โกรธ โลภ หลง
ไปกับคำเรียกตัวเงินตัวทองนั้นทดแทน

หรือเราจะเรียกอะไรก็ตาม
ปล่อยเหี้ยออกจากใจขอวคุณเถอะ
เชื่อฉัน
ด้วยคำบริกรรมภาวนา

พุทโธๆ

สายฟ้าศีกษาธรรม

หน้า: [1] 2 3 ... 26