แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 29
1



ยอดมนุษย์...บทเริ่มต้นจาก
อุลตร้าแคปซูล สปิริต

ขณะที่กุศลเดินทางกลับบ้าน จากมหาวิทาลัย ท้องฟ้าโปร่ง โล่ง มีสีคราม ช่วงทางเดินในระหว่างซอยเข้าบ้านเป็นซอยขนาดกลาง
ร่มรื่นมีสวน ขนาดเล็กอยู่ข้างทางเดิน
ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกรุงเทพฯ

ขณะที่เดินทางมาทางถึงครึ่ง ทางของซอยนั้น เอง
กลับมีลมแรงต้นไม้ไหวแรง จนโยก
เกิดเป็นลมหมุน เล็กๆ
เริ่มหมุนใหญ่ เป็นวงขนาดล้อมรอบตัวกุศล กุศลตกใจ
แต่ทำอะไรไม่ได้ นักศึกษาปี 4 ของคณะ วิศวกรรมศาสตร์
ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศไทย
ทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่ร่าง เริ่มลอยตัวขึ้นจากพื้น
เท้าไม่ติดพื้นแล้ว
ร่างเริ่มหมุนช้าไปตามลมหมุน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกรุงเทพ
หรือจะเป็นเพราะสภาวะอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะโลกร้อน
กุศลคิด และเนื่องจากเป็นเด็กไม่ค่อยกลัวอะไร
กุศลคิดว่า กระโดดออกจากวงกลมของลมหมุนนี้ได้
ก็จะหลุดออกไปได้
จึงพยายามกระแทกลมหมุนเพื่อจะออกไป 3 ถึง4 ครั้ง
ก็ไม่เป็นผล
ในขณะที่กำลังงงอยู่นั้น
กุศลก็ได้ยินเสียงดังก้องหู ว่า
"เจ้าหนูน้อยได้เวลาที่เจ้าจะเติบใหญ่แล้ว
เวลาที่เจ้าจะต้องแสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่ต้องเดือดร้อน
จาก Spirit ที่สะสมกันมานาน จนมีพลังแห่งความชั่วร้าย สามารถแปลงร่างจากบุคคลธรรมดาเป็นสัตว์ปีศาจ
และอาจจะก่อให้เกิดภัยพิบัติกับประชาชน
ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ผู้บริสุทธิ์ไปทั่วโลก
หากเจ้าอยากจะมีความรับผิดชอบตรงนี้
ข้าจะเสนอโอกาสนี้ให้แก่เจ้า
แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธ เจ้าจะเห็นเองว่า สิ่งที่ข้าพูดนั้น เป็นความจริง เมื่อถึงเวลานั้น เมื่อเจ้าได้เจอเหตุการณ์แปลกประหลาด
เจ้าจำเป็นต้อง ใช้แคปซูล Spirit
แปลงร่างเป็นSpiritที่ดี ต่อสู้กับสปิริตที่ชั่วร้าย
ย่อมต้องมีเวลาเรียนรู้การใช้แคปซูลนั้น ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นแล้ว แคปซูลนี้ จะสูญสลายทำลายไปตามกาลเวลา บุญกุศลที่เจ้าทำมาในอดีต
ทำให้ข้าเลือกเจ้า
เป็นผู้สร้างบุญกุศลให้แก่ชาวโลก
ทันใดนั้นเอง เสียงนั้นกลับเปลี่ยนเป็นแสงสว่างจ้าสีเหลืองอ่อน
ส่งภาพมาพร้อมกับวัตถุชิ้นหนึ่งขนาดเท่าฝ่ามือ มีปุ่มกดสีแดง อยู่ตรงนั้น
ตรงหัวด้านหนึ่งของแคปซูลสีเหลือง
ที่เรียกว่า
อุลตร้าสปิริต แคปซูล Spirit เมื่ออยู่ในมือของกุศลแล้ว รู้สึกอุ่นมือ
รับรู้ถึงพลังแห่งความรัก
ความเมตตาได้
ลมหมุนอ่อนตัวลง
ส่งผลให้ร่างของกุศลค่อยๆ ลงถึงพื้น
กุศลนึกว่าเป็นความฝัน
หรือตนเผลอหลับไป
แต่ตัวเองกลับมาปรากฏอยู่ที่ห้องนอนที่บ้านแล้ว
แต่ในมือมีอุลตร้าแคปซูลสปิริต

มันไม่ใช่ความฝันแล้วนี่
เกิดอะไรขึ้น

ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข

ไอแซค

2
ธรรมะกับชีวิต / ศีล
« เมื่อ: 10 ตุลาคม 2019, 09:51:42 »



ศีล

:หลวงตาเจ้าคะ ดิฉันถือศีล 5 อย่างเคร่งเลยนะคะ
พอจะไปไหวไหม
หลวงตา:ดีจะโยมทำต่อไปเรื่อยๆให้มันเข้าถึงใจ
:เจ้าค่ะ
ทุกวันนี้มันก็เข้าถึงใจแล้วค่ะ
ดิฉัน
ไม่ฆ่าสัตว์
ไม่ลักทรัพย์
ไม่ประพฤติผิดในกาม
ไม่พูดปด
ไม่ดื่มจะ
หลวงตา:มีอะไรจ๊ะโยม
:หลวงพ่อครับผมไปถือศีล 8 ที่วัด
ทุกวันพระนั่งสมาธิทุกวัน
ฟังเทศน์ตลอดเวลา
ผมพอจะไปได้ไหมครับ
หลวงตา:ได้จะโยม
ทำไปเรื่อยๆเข้าเข้าไปให้ถึงใจเลย
:หลวงตาเจ้าคะ ดิฉันถือศีล 5 และจะถือศีล 8 เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ
จะไปได้ไหมคะไปได้

หลวงตา:จะโยมเขาให้ถึงใจเลยไปเรื่อยๆ
:หลวงพ่อครับ ผมควรจะยกระดับการปฏิบัติที่วัดมาเป็นที่บ้านตลอดเวลาดีไหมครับ

หลวงตา:โยมเอาให้ถึงใจเลย
:หลวงตาเจ้าคะฉันทำมา 20 ปีแล้วยังไม่เห็นความก้าวหน้าเลย
หลวงตา:ดี
จะโยม
ทำไปเรื่อยๆทำให้ถึงใจเลย
:หลวงพ่อครับผมนั่งสมาธิมาแต่เด็ก
เข้าวัดมาเรื่อยๆปฏิบัติธรรมถือศีล
พบหลวงพ่อเป็นประจำ
ผมยังไม่เห็นทางเลยครับ
หลวงตา:ไปต่อไปเรื่อยๆจะโยมเอาให้ถึงใจเลย
:หลวงตาเจ้าคะทำไมต้องเอาให้เข้าถึงใจด้วยคะ
:ครับหลวงพ่อทำไมต้องให้ถึงใจด้วยครับ

หลวงตา:

ก็ศีลทั้งหมดเลยน่ะ
ไม่ว่าศีล 5 ศีล 8 ศีล 227 ข้อ
นั้นมันอยู่ที่ใจเรียกกันง่ายๆคำเดียวเลยนะมันจะ
"อาย"
พออายแล้ว
มันอยู่ที่ใจไหม
:หลวงพ่อเจ้าคะ มันจะถึงใจได้อย่างไร

หลวงตา:
พอมันอาย
ไอ้สิ่งที่เป็นบาปมันละ
ไม่ได้ท่องบ่นนะ
มันไม่ทำบาปมันละบาปเลย
มันเลยทำใจให้ผ่องแผ้วสิโยม
มันจบที่ใจ

หลวงตาเฉี่ยว

สมมติ

พวกโยมเล่นสมมติกันมานาน
หลายภพชาติ
รู้ทั้งรู้ว่า
มันไม่จริง
เพราะ
ความอยาก
ไม่รู้จักจบจักสิ้น
ถือผีถือสาง
ถือมงคลตื่นข่าว
แถมเอาอัปปมงคล
มาห้อยคออีก
หนักก็หนัก

เฮ้อกูละเบื่อนะโยม

อนาคาริก

3
ธรรมะกับชีวิต / แม่ของฉัน
« เมื่อ: 10 ตุลาคม 2019, 09:50:27 »





ใครที่น้อยอกน้อยใจว่าไม่มีใครรักนั้น
ล้วนเข้าใจผิด
เพราะคุฯณมีคนรักคุณมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว

แม่ของฉัน

ความสุขที่เห็นแม่ตายจากไปจากลานสายตา

ถ้าอ่านแต่เพียงหัวข้อข้างต้น ทุกคนคงจะอยากด่าหรืออยากฉีกเนื้อฉันออกเป็นชิ้นๆอย่างไม่มีชิ้นดี

แต่ความจริงมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะตั้งแต่เกิด ฉันเห็น
แม่ของฉัน
เข้มแข็ง
อดทน
สงบ
อารมณ์ดี
กล้าหาญ
ขยันขันแข็ง
ยิ้มได้ตลอดเวลาแม้ภัยมา
เป็นห่วงลูกๆสุดชีวิต
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆของแม่
แม่จะเหมือนกับ พญานกอินทรีย์ บินเข้ามาปกป้องลูกๆทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
อะไรๆก็ตาม

ได้เห็นสิ่งต่างๆที่แม่ทำ
แม่ล้วนแต่มีความสุข
อย่างเห็นได้ชัด เเม่เป็นคนที่ค่อนข้างแข็งแรง เคยเกิดหัวใจวายครั้งหนึ่งตอนอายุ72ปี สมรรถนะของหัวใจของแม่เหลือใช้ในการทำงานได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์
แต่แม่ก็อยู่มาได้จนถึงอายุ 86 ปี และยังแข็งแรง แม่ชอบออกกำ ลังกาย
หรือกายบริหาร ตามที่ดูเขาสอนผ่านทีวีประจำ แม่รู้ตัวเสมอว่าแม่กำลังทำอะไร อยู่
ในช่วง 3 ปีหลังก่อนที่แม่จะตาย
แม่มีเผลอลืมบ้าง
เช่นลืมกดชักโครกห้องน้ำลืมทิ้งกระดาษทิชชู่ไว้ในชักโครก
ก็เป็นธรรมดาของคนสูงวัยขนาดนั้น
แต่คนที่ไม่เข้าใจอาจจะตำหนิติบ่นแม่ได้
พอมีใครทักแม่
แม่จะตอบรับว่า"จะ"
แล้วก็หัวเราะทันที
ฉันเคยควบคุม อาหารแม่อย่างเข้มงวดอยู่ช่วงหนึ่งเพราะน้ำตาลขึ้น

และแม่ชอบกินเป๊ปซี่มากที่สุด
น้ำอัดลมที่มีสีดำฟองฟู่เป็นของหวานชิ้นเดียวที่แม่ชอบมากนอกจากทุเรียน ตอนหลังๆ
ฉันพยายามซื้อ เป๊บซี่ที่เป็นไดเอ็ทคือไม่มีน้ำตาลมาให้แม่
แต่แม่บอกว่าไม่อร่อย
แม้กินบ้างแต่แอบไปซื้อแบบดั้งเดิมกิน

พี่หมอสมพร
จามิกรณ์
ท่านบอกกับแม่ว่าคุมน้ำตาลได้ดีมาก
แล้วท่านก็หันมาบอกกับฉันว่า "เเม่เขาคุมได้ดีมากอยู่แล้ว
เราปล่อยแม่บ้างเถอะนะ
แม่ดูแลตัวเองดี
แม่อยากจะทำอะไร
ก็ปล่อยให้แม่ทำไป"
ฉันก็เห็นความเป็นจริงในข้อนี้หลังๆเลยปล่อยให้แม่คุมเอง
คอยดูแต่ค่าแล๊ป เท่านั้น
แม้แม่จะดื่มน้ำเป๊ปซี่มาตั้งแต่สาวๆจนถึงอายุ 80 กว่านี้
แม่ไม่ได้กินอะไรอย่างพร่ำเพรื่อ
กินพอดับกระ หาย
แม่รู้ตัวดีว่าว่าแม่ควรจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร
อาหารที่แม่กินก็เป็นอาหารปกติ ที่แม่ทำเองหรือเคยทำเอง รสชาติออกจะจืด
ไม่เข้มข้น
ไม่เน้นหวานมันเค็ม
แม่มีความสุขทุกครั้งที่กิน
เห็นได้จากรอยยิ้มบนใบหน้าของแม่ชัดเจน น้อยครั้งที่จะไม่เห็นใบหน้าเช่นนั้น
ก่อนที่.....แม่จะตายไม่กี่วัน
แม่ก็ยังหัวเราะยิ้มเป็นปกติ
วันที่แม่เริ่มล้มป่วยก่อนตาย3-4 วัน
แม่ปล่อยวางทุกอย่าง
ไม่ถามถึงใคร
ไม่พูดอะไรมาก
ยิ้มและเข้านอนท่าเดียว
ปล่อยทุกอย่างจนหมด
จนระบบการทำงานในร่างกายของแม่พังไปทั้งตัว
พี่หมอสมพร
ปั๊มหัวใจช่วยแม่สุดชีวิต
แต่แล้วแม่ก็จากไปจากลานสายตาของฉัน
ความตายของแม่เป็นความตายที่สมบูรณ์แบบที่สุด
เป็นความตายแบบรู้ตัว
เป็นความตายแบบปล่อยวาง
สวยงาม
ไม่เป็นห่วงหวงอะไรอีก

ฉันดูหน้าแม่ตอนก่อนและหลังที่ แต่งหน้าศพแล้ว ดูแทบไม่รู้เลยว่าแม่ตาย
เหมือนกับแม่นอนหลับฝันดีมากกว่า
ตอนนี้ฉันก็เชื่ออย่างนั้น
และเชื่ออีกว่าหากแม่ของฉัน ฝัน
แม่ก็จะฝันดีตลอดไป
ก็แม่ของฉันเป็นคนคิดดี
พูดดี
ทำดี
ทำบุญตลอดชีวิต
ทำบุญเวลาที่มีโอกาส
ฉลาด
ฉันเห็นแม่ทำทุกอย่างในชีวิตอย่างมีความสุขแล้ว
แม่ก็ตายจากไปอย่างมีความสุข
ฉันก็เลยมีความสุขสงบตามแม่ของฉัน
สักวันหนึ่ง....
ถ้าถึงเวลาของฉันแล้ว
ฉันจะทำแบบแม่ให้ได้
ตายอย่างมีความสุข
หมดจด
ชัดเจน
สง่างาม
เรียบง่าย หลับตาลงนอนแล้วนอนหลับ ตาทันที
ตายจากไปสู่สุคติ
ฉันมั่นใจ
ว่าแม่ไปสู่สุคติ เพราะ
ผู้หญิงคนนี้
ไม่เคยทำบาปเลย
ตลอดชีวิตที่เห็นแม่ของฉันมาตลอด

รักแม่สุดหัวใจ

ลูกของแม่
เม้า

ครบรอบวันเกิดแม่ปีที่ 103 ปี

ผ้าป่าแก่นธรรม
ตั้งแล้วจะบัญชีอาแปะทำแล้ว
รอนิดนุงนะๆๆๆคะ

นู๋เอง

4
ธรรมะกับชีวิต / ความคิด
« เมื่อ: 03 ตุลาคม 2019, 09:28:33 »





1"ความคิด

คนพังเพราะความคิด
ทั้งความคิดของตนและความคิดของคนกันมาก
ความคิดผิดเป็นต้นกำเนิดของสิ่งชั่วหรืออกุศลกรรมทั้งหลายในดวงใจ
จึงสร้างภพสร้างชาติเต็มไปหมด

คิดเป็นก็เห็นธรรม

อนาคาริก

2"สมมติว่า

คุณรู้อะไรๆหมดทั้งโลกแล้ว
คุณจะทำอะไรต่อไป

เพราะทั้งโลกก็มีแค่....
เกิด แก่ เจ็บ ตาย
เท่านั้น
มีความรู้อื่นอีกไหม
ที่ควรรู้
อนาคาริก

3"ภาษาญี่ปุ่นพาไป

สมมติว่า...

ผมชื่อเหี้ยนะครับ
จะเรียกผมให้สนิทมากที่สุดว่าอย่างไรดีครับ
ถ้าไม่ใช่....


"เหี้ยจัง"

สุภาพชนตัวพ่อ


พอเพียง มาก รายงาน

https://th.m.wikipedia.org/…/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0…


5
ธรรมะกับชีวิต / สมมติว่า
« เมื่อ: 01 ตุลาคม 2019, 19:58:20 »






พ่อบอกว่าผ้าป่าออกช้าเพราะเกรงใจคนเศรษฐกิจไม่ดี แต่รับปากพ่อแม่ครูบาอาจารย์แล้วจะทำ
อาทิตย์นี้แหละรายละเอียดแต่ไม่หมด
คนไหนไปโรงพยาบาลรักษาด้วยโรคอะไรก็ตามใช่สืมธิ์ไหนก็เถอะ
ใส่กล่องให้โรงพยาบาลครั้งละสามสิบบาทได่ไหม
ถ้าได้ขอกราบสิบทิศนะจะ

มาร์คเอง

หนึ่ง.

สมมติว่า

คุณรู้อะไรๆหมดทั้งโลกแล้ว
คุณจะทำอะไรต่อไป

เพราะทั้งโลกก็มีแค่....
เกิด แก่ เจ็บ ตาย
เท่านั้น
มีความรู้อื่นอีกไหม
ที่ควรรู้
อนาคาริก

สอง.

การบรรลุธรรม

เมื่อพูดถึงธรรมะ

จะมีบุคคลหลายจำพวกที่จะพูดถึง
1.กลุ่มแรก
พวกเธอจะสนทนาด้วย
และพวกเธอยังจะเล่าอะไรๆให้ฟังยาวเหยียด
กลุ่มที่ 2
ก็ส่ายหน้า
กลุ่มที่ 3
จะปฏิเสธว่าไม่ใช่คนเข้าวัดแต่รู้ว่าธรรมะอยู่ที่ใจ
กลุ่มที่ 4 ได้แต่นั่งฟังยิ้ม
กลุ่มที่ 5 หรือกลุ่มที่6
แล้วแต่ประสบ
การณ์และอารมณ์จองท่านที่เจอ

การบรรลุธรรมก็คือการไปถึงธรรมะ
เหมือนเราอยากจะไปญี่ปุ่น
เมื่อเราบินไป 6 ชั่วโมง
เราก็ถึงญี่ปุ่นแล้ว
เหมือนกับเราอยากจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ตาม
ถ้าเราได้เดินทางไปถึงจุดมุ่งหมาย
ไม่ว่าจะเป็น
เชียงใหม่ขอนแก่นหาดใหญ่หรือสถานที่ในกรุงเทพฯที่เราอยากจะไป
ก็จะเรียกได้ว่าบรรลุถึง
จุดหมายปลายทางนั้นแล้ว
การบรรลุคือการไปถึง
สิ่งที่เรากำลังจะบรรลุ
ตอนแรกอาจจะมีความรู้ความเข้าใจ
พอเห็นมัน
พอดูมันชัดๆมันจึงจะบรรลุธรรมคือ
การทำเอง
ปฏิบัติเอง
บรรลุเอง เหมือนบุรุษสีไฟที่เอาไม้ไผ่ 2 ปล้อง
มาสีกันอยู่นาน
จนเมื่อย
จนขี้เกียจ
ไฟก็ไม่ติด
ก็บอกว่าไฟไหม้ไม่มี
แต่คนโบราณนั้นเขาสีปล้องไม้ไผ่กัน
จนมีไฟ
ถึงหยุดสี
เพราะความจำเป็นในการหุงหาอาหารหรืออื่นๆ
จำเป็นต้องใช้ไฟไฟจึงจุดติดแล้วถึงหยุด

ธรรมะที่ใครๆบอกว่ามันไม่มี
เพราะไม่ดูมันเอง
มันมีอยู่
การบรรลุธรรม
ก็เป็นเรื่องปกติของการจะไปถึง แต่มันก็มีขั้นตอนของมันเอง
ต้องศึกษามันเอง
รู้ได้ด้วยตนเองเป็นพยานให้ตนเอง
รู้เองเห็นเอง
ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย มันก็เป็นเช่นนั้น
หนทางแห่งการบรรลุธรรม
ก็ย่อมเหมาะกับคนที่
ศึกษาธรรมปฏิบัติธรรม
เดินทางเพื่อบรรลุธรรม
ซึ่งความเกียจคร้านนั้นมันตรงข้ามกันเพราะมันขาดความเพียรหรือสัมมัปปธาน 4 คือ
ความอดทนความเพียรที่จะไปถึงความดี
ส่งเสริมความดีที่มีอยู่ให้มากขึ้นละความชั่วและหลีกเลี่ยงการทำชั่วทั้งปวงด้วยความเพียรธรรมะเป็นเช่นนั้น
ก็ต้องส่งเสริมกันไปในทางที่ถูกที่ควร
แล้วสุดท้ายธรรมะก็จะคุ้มครองท่านเองธัมมะจารีสุขังเสติ
ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข

รากไม้ศึกษาธรรม


6
โอวาทธรรม / การปลดปล่อยที่แท้จริง...
« เมื่อ: 30 กันยายน 2019, 10:14:40 »





การปลดปล่อยที่แท้จริง...

เมื่อคุณได้พบปัญหาทางกายที่ถูกกักขัง
แต่คุณยังสา มารถเดินออกมาได้
จงเดินจากมาโดยเร็ว
แต่ถ้าคุณถูกกักขังโดย
ความอยาก
หรือตัณหา
หรือราคะ
หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณจะเรียก

จงทำจิตให้สงบและ
ยอมรับมันว่า
คุณได้ค้นพบขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์แล้ว
เพราะมันเป็นความจริง...
ความจริงนั้นมันเป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งหลายที่เรียกว่าสมุทัย
และมันกักขังใจของคุณเอาไว้
จงยอมรับมัน
จงเข้าใจมัน
จงเข้าถึงมัน
ด้วยพุทธวิธี
คือมรรคที่มีองค์แปด
เริ่มต้นจากการคิดถูกต้อง
จนเห็นมันเป็นเพียง
สิ่งไม่เที่ยง
จนตราบนิรันดร์
คุณจะได้ปลดปล่อยมันออกไปจากใจของคุณ
ความทุกข์
ที่กักขังใจของคุณนั่นแหละ

อนาคาริก

ง่วงไหม

คุณเชื่อไหม

ว่ามีหนังสือชื่อ
"เหี้ย ห่าและสารพัดสัตว์"
เป็นหนังสือดี
เป็นแบบเรียนนอกเวลา
แต่ก่อนขายดีมาก
ที่อัมรินทร์ คนขายบอกมา
ตอนนี้หาซื้อยากมาก
ผมหามาสองปีแล้ว

คนแต่งท่านดังมากนะครับ

มจ.ชาตรี เฉลิมยุคล

หนังสือเล่มนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 500 หนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงรางวัลส่งเสริมสิ่งแวดล้อมจากชมรมสิ่งแวดล้อมสยาม นั่นถือเป็นการรับรองถึงคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับการได้อ่านและเห็นมุมมองในสิ่งที่หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เล็งเห็นและสะท้อนออกมาในรูปแบบของวรรณกรรม

ไอ้เหี้ยรายงาน

https://www.jamplay.world/…/book5ad96b239872d0000fc6a0e5/ep…


7
ธรรมะกับชีวิต / คนกับควาย
« เมื่อ: 20 กันยายน 2019, 20:02:36 »





คนกับควาย

เก่ง:
ไอ้หนึ่งคนกับควายมันต่างกันอย่างไรวะ
เอาแบบ
ที่ชัดเจนที่เห็น ได้ชัดนะ
หนึ่ง:
หนึ่ง.
คนกินข้าว
ควายกินหญ้า
สอง.
คอควายไถนา
คอคนขึงขัง

เก่ง:อืม
เจ๋งนะ
มีสุดยอดกว่านี้ไหมล่ะ
หนึ่ง:มีดิ
ควายมีเขา
คนมีเขลา
เลยมีเพลง
"ถ้าวันนี้ยังเขาอยู่"ไง
เพราะอยากเป็นควาย
เก่ง:?????

veng

อยู่กับอากง


ตอนที่หนึ่ง

อาหยิก
เมื่อคนเราแก่หรือเริ่มแก่แล้วในวัยหกสิบปี
ที่เรียกว่าชราชนม์
ทุกคนต้องกลับมามองที่ตนเองให้มาก
มองคนอื่นให้น้อยลง
เพราะมันเปลี่ยนไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ
ร่างกายนั้นทรุดโทรม
อาจจะต้องซ่อม
จิตใจนั้นมันไม่ค่อยยอมรับ
การเปลี่ยนแปลงสักเท่าไร
เพราะเข้าใจว่า
ฉันยังเก่ง
ฉันรู้มาก
ฉันฉลาด
ฉันแข็งแรง
ฉันสวยงาม
ฉันยังหล่ออยู่
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
มันเสื่อมลงหมดทุกอวัยวะ
ถ้าพวกเขาไปดูหน้าตนเองในกระจก
จะรู้เลยว่า
มันจริงทุกตารางนิ้ว
เพราะ
มันเหี่ยว
มันย่นไปหมด

หยิก ประจิม


8
ธรรมะกับชีวิต / รู้สมมติ
« เมื่อ: 19 กันยายน 2019, 19:39:40 »








ใครอยากอ่านก็อ่านโว้ย
ไม่อยากอ่านก็หลบปาย
มันไม่เที่ยงโว้ย

พพ มากกกกกกว้ออยอยยยยย

รู้สมมติ

วันนี้

พวกเราลองมาพิจารณา
เกี่ยวกับคำว่าความรู้กันดูนะ

ความรู้แรกของคนเรา
มักจะเกิดจากการบอกเล่าสอนสั่งจากบรรพชนตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย
ที่เลี้ยงดูเรามา ให้เรา
เรียกพ่อ
เรียกแม่
กิน
ให้รู้รสของอาหารอะไรต่างๆ
อันนี้เกิดจากการบอกเล่าและประสบการณ์
ให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ในช่วงอายุหนึ่งๆ และเมื่อถึงวัยเข้าเรียนก็เริ่มเข้าไปศึกษา
ตามหลักที่ได้ระบุ
ที่ถูกวางหลัก สูตรไว้จนเรียนจบมา
รู้วิชาเอามาทำมาหากิน
ความรู้ที่ได้จากวิชาอาจจะมากมายเหลือคณา
ตำรับตำราเต็มห้อง
จนไม่มีที่พอจะจัดเก็บ
อาจจะเรียกได้ว่าตำราล้นห้องก็น่าจะได้
ยิ่งใครเรียนมากๆหลายๆสาขา
จนถึงดอกเตอร์ก็คงจะมีความรู้เยอะ
ในทางวิทยา ศาสตร์
เขาจะพิสูจน์ โดยผ่านการทดลองจากการสมมติฐาน
แล้วตั้งเป็นทฤษฎี
เพื่อที่จะพิสูจน์ได้ชัดเจน
เป็นกฎและเป็นหลักแห่งการยึดถือต่อการค้นคว้ากันต่อไป สมมติฐาน....
ถ้ามันไม่เป็นไปตามนั้น
ก็เป็นอันละเลิกกันไป
แต่ถ้าเป็นไปตามสมมติฐาน
ก็ยกระดับเป็นทฤษฎี
ทฤษฎีมั่นคงแล้ว
ก็เอามาเป็นกฎเป็นหลักที่เห็นได้ก็คือ Hydrogen 2 อะตอมรวมกับออกซิเจน 1 อะตอม
เป็น H2O ที่ได้ตามมาก็คือน้ำ อันนี้เป็นกฎของวิทยาศาสตร์ที่สามารถจำแนกอะตอมออกมาได้ขนาดนั้น
การเรียนรู้จากการมองเห็นได้ยิน
รับรู้รส
ดมกลิ่น
สัมผัส
วิทยาศาสตร์สอนให้เท่านั้น แต่เรื่องสัมผัสของใจนี้ วิทยาศาสตร์ไม่ได้สอนเลย
แต่พุทธศาสนากลับสอนเรื่องใจมากที่สุด
ถึงกับระบุว่าใจนั้นเป็นใหญ่
ใจนั้นเป็นนายกายเป็นบ่าวเท่านั้นเอง
หลักของพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้รู้จักทุกข์
ที่มาของทุกข์ หรือเหตุของทุกข์
ภาวะแห่งการหมดทุกข์และหนทางในการดับทุกข์วิทยาศาสตร์สนใจในเรื่องของการดับทุกข์ทางกายมากกว่าทางใจ
ในร้อนก็มีเย็นหนาวก็มีอุ่น
แข็งก็มีสบายมาก
ไม่อร่อยก็มีอร่อย
เจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษากันไปตามสมมติฐาน
พุทธศาสนาภายหลังจากได้ ปรากฏขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าบังเกิด
กว่า 2500 ปี พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงความรู้ทั้งหมดในการพ้นทุกข์
จนมีพระอริยเจ้าทั้งหลายบังเกิดขึ้นมากมาย
เมื่อพระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว
พระอริยเจ้าต่างไปเข้าร่วมประชุมสงฆ์เอาธรรมที่ได้รับการสอนมา
ปฎิบัติจนเห็นแจ้ง
บัญญัติออกมาเป็นพระคัมภีร์ ที่เรียกว่าพระไตรปิฎก
มีทั้ง
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎกแล้วก็พระอภิ ธรรม
ที่เราได้เรียนเขียนอ่านกันมานาน
สรุปบทบัญญัติมาว่า
สิ่งนั้นเกิดสิ่งนั้นดับ
เป็นปฏิจสมุป บาท
อันนี้ก็เป็นสมมุติอันหนึ่งเหมือนกัน
สมมุติอันนี้เกิดจากการเรียนรู้สืบต่อจากกันว่าเขาเรียกอย่างนี้ก็คืออย่างนี้ๆ เพื่อเป็นฐานในการปฎิบัติ
แต่ในความเป็นจริง พระพุทธเจ้าทรงให้เราอยู่กับกายแบะอยู่กับใจตัวเอง
ใช้ใจพิจารณากาย
แล้วก็ใช้ใจ
พิจารณากายให้รู้ถึงสภาวะต่างๆ ให้เห็นจริงแท้ จากสมมติฐานที่เรารู้มา
ให้รายละเอียดมากกว่านั้นโดยอาศัยกรรมฐาน40 แบบ
แล้วแต่ใครจะเลือกเอาบทใดบทหนึ่งมาใช้เพื่อจะที่รวมความคิด
ที่เราเห็นในวันหนึ่ง 5-6 หมื่นความคิดหรืออารมณ์
มาเป็นอารมณ์เดียว
ที่เรียกว่าเอกัคคตารมณ์
จนเกิดความสงบเกิดปัญญาเกิดความรู้แจ้ง
แจ้งในอารมณ์ทั้งหลาย
แจ้งในสมมุติว่าเราจำเป็นต้องอยู่กับสมมติ
ให้กายมันอยู่ได้และ
ให้ใจพ้นจากทุกข์
แล้วก็เลยสมมุติไป
ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอนมาทั้งหลายทั้งปวงพระพุทธเจ้าท่านก็ทรงเจอมาก่อน
ไปเจอครูบาอาจารย์ที่เก่งตั้งแต่ท่านอาฬารดาบส
และอุทกกดาบสก็ยังไม่ได้คำตอบแห่งการล่วงจากการพ้นทุกข์
พระองค์จึงได้ทรงออกไปแสวงหาโมกขธรรมหรือธรรมะแห่งการหลุดพ้นด้วยพระองค์เองจนบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ
เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เรากราบไหว้กันมานาน แม้จะทรงดับขันธ์ปรินิพพานมานานมากแล้วก็ตาม
แต่พระองค์ก็ยังทรงอยู่
เพราะพระองค์ทรงบัญญัติสิ่งที่เรียกว่าปริยัติเรียกว่าสิ่งที่สอนมาว่าพระธรรมพระคัมภีร์เป็นตัวแทนของพระองค์
เชื่อได้พิสูจน์ได้จากตัวของท่านเอง
จนเกิดมีพระอริยบุคคล
ทุกกาลสมัยจนถึงการปัจจุบัน
ที่เรียกว่า
ปัจจัตตัง
สันทิฏฐิโก
อะกาลิโก
คือ
รู้เองเห็นเองเฉพาะตน
รู้ได้เห็นได้ด้วยตนเอง
แล้วก็ไม่จำกัดกาล
การบรรลุธรรมทั้งหลายทั้ง หมด
อยู่ที่ตัวของท่านเอง
เมื่อใจสงบดีแล้วอารมณ์ที่สูงขึ้นมาก็เกิดเรียกว่าปัญญา
จนอธิปัญญาก็บังเกิดขึ้น
เห็นความจริงของสมมุติโดยแท้จริงว่า
รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ หรือกายกับใจนี้ มันล้วนแต่ว่า
ไม่เที่ยง
เกิดขึ้นและดับไป
เป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา
เป็นอารมณ์ของวิปัสสนา
คือรู้จักเกิดดับแจ้งในความสว่างสงบสบายสะอาด
เป็นอารมณ์ส่วนน้อยแต่เป็นบรมสุขที่เรียกว่า พระนิพพาน
ที่แปลว่าตื่นหรือเย็น

เจริญพร
อนาคาริก


9
ธรรมะกับชีวิต / นรก
« เมื่อ: 18 กันยายน 2019, 12:38:34 »



นรก
ตกนรกทั้งเป็นคือทุกข์จนตามืดตามัวตลอดเวลา

อนาคาริก

สวรรค์นรกและอบาย
ล้วนอยู่ที่ใจ

อนาคาริก

สุดท้าย

คำว่าสุดท้าย
มันยังไม่จบจริง
เกิดดับจน
ดับไม่เหลือนี่สิ
มัน
ไม่มีต้น
ไม่มีกลาง
ไม่มีปลาย
มันจึงแค่
เกิดดับ

อนาคาริก
คนดี...

ถ้าเธอจะเป็นคนดี
ขอจงเป็นคนดีที่ถือศีลห้าอย่างมีเกียรติด้วยศรัทธาและใจ
ไม่ใช่เพียงแต่มัวอาราธนาศีลด้วยปาก
คนดีของโลกมันก็แค่ดีในรูปและนามเท่านั้น
บางทีอาจดีเกินไป
ดีธรรมดาคือรู้ว่า
รูป เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณล้วนไม่เที่ยง..
มันดีที่สุดแล้ว
เพราะมันจริงทุกมุม

อนาคาริก

หิริโอตัปปะ

คนที่เอ่ยคำขอบใจและขอโทษไม่เป็น
ถึงจะถือศีลห้าก็ปลอมทั้งสิ้น
เพราะยังไม่มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปเลย

อนาคาริก

ทำร้ายและทำลาย

คนที่จะทำร้ายและทำลายชีวิตของคุณได้
มีในโลกสักกี่คน

ถ้าคุณคิดแล้วตอบว่า
มีอยู่หลายคน
คุณโปรดพิจารณาให้ถี่ ถ้วนก่อนด้วย
แต่สำหรับคำตอบของที่นี่
สมมติว่า
มีเพียงคนๆเดียวเท่านั้น
ที่จะสามารถทำร้ายและทำลายคุณได้

อย่างสนิทใจ
คือตัวคุณเองเท่านั้น
และ
ยังมีเงื่อนไขต่อไปอีกว่า
ที่แท้....
ไม่ใช่ตัวใช่ตน

อนาคาริก

คนมันรักกันมันก็บอกดีหมด
คนเกลียดกันมันก็เลวหมด
ขี้ทั้งนั้น

อุปกิเลส

อนาคาริก


รูปภาพของ พอเพียง มาก

ทำงานที่ กรุงเทพมหานคร

10
ธรรมะกับชีวิต / มะม่วงสอนธรรม
« เมื่อ: 06 กันยายน 2019, 11:32:45 »



หนึ่ง
มะม่วงสอนธรรม

ถ้าเรารู้สึกว่า
เราสูญเสียทุกอย่างที่เป็นของๆเรา
แม้กระทั่งมะม่วงที่อยู่บนต้น

ทั้งที่ปลูกในบ้านหรือนอกบ้าน
ถ้ามีคนอื่นมาสอยมะม่วงเอาไป
เราคงจะ....บ้า

แต่ในทางกลับกัน

ถ้าเรารู้สึกว่าสบายใจเพราะเรา
ได้แบ่งปันมะม่วงให้คนอื่นกิน
ไม่เป็นภาระ
ในการเก็บ
ในการทิ้ง

เมื่อมะม่วงบนต้นที่ร่วงแล้วเน่า
เราคงสบายดี

อีกทั้งเรายังได้เก็บขายได้เงิน
เหลือก็แจกจ่ายเพื่อนบ้านเป็น
อริยทรัพย์

แต่ถ้าเรารู้ด้วยว่ามะม่วงบนต้นมัน
เปรี้ยวหรือหวาน
กรอบอย่างไรด้วยแล้ว
นั่นเรารู้โลก

อนาคาริก

สอง

รัก

คนที่มันรักเอ็งจริงแท้
ทุกข์มันก็ห่วงกรุณาช่วยเหลือ
สุขมันก็เมตตาแล้วก็ดีใจด้วยจนหมดสิ้น

สุดท้ายวางหมด

อนาคาริก

สาม

หลง

จะกลัวอะไรกันนักหนา

ให้เสียฟอร์ม
มันคิดเองเออเองกันทั้งนั้น
เพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกันชาตินี้
อาจจะไม่ได้เจอกันเลยก็ได้
รวมทั้งชาติหน้า
อย่าไปหลงภพหลงชาติกันเลย

อนาคาริก

สี่

ชั่วคราว

เกิดแก่เจ็บตาย
มันล้วนแต่.........................เป็นเรื่องชั่วคราวทั้งนั้น
ฉะนั้น
พวกเอ็งจงเข้าใจให้ถ่องแท้
อย่าไปหลงกำมันให้
แน่นมือ
แน่นอก
แน่นใจ
ไปเลย
มันหนักเจ็บเชียวนะ

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

อนาคาริก

11
ธรรมะกับชีวิต / กูรู้เรื่องทางการเงิน
« เมื่อ: 29 สิงหาคม 2019, 21:22:17 »





วันจันทร์ถึงวันศุกร์
กูเบื่อ
วันเสาร?อาทิตย?
กูชอบ
วันหยุด
กูชอบที่สุด
วันเงินเดือนออก
กูอารมณ์ดี
วันรับโบนัส
กูสดชื่นมื่น
วันเกิด
กูสบายใจฉลอง
วันแม่และวันพ่อ
กูไปหาพ่อกับแม่ถ่ายรูป
วันๆ
กูไม่ได้ทำอะไร

อึ้งสิมึน

กูรู้เรื่องทางการเงิน

มีรายการทีวีอยู่รายการหนึ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงิน
และการลงทุนบ้านเรา
ที่ออกอากาศเผยแพร่ความรู้มานานกว่า 13 ปีตั้งแต่ปีพศ 2548
ก็คือรายการ Money Channel
เป็นรายการที่ดีมาก
ให้ความรู้ดีที่สุด
กว่ารายการอื่นๆมีประโยชน์แทบจะทุกด้าน
จนต้องมาปิดการออกอากาศไป
เมื่อวันที่ 1 มกราคมพศ 2562
ด้วยเหตุผลที่ท่านชี้แจงมานั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รายการนี้สนับ สนุนการออมและการลงทุนให้คนมาก
มีหัวข้อหนึ่งที่ยิงสปอร์ตโฆษณาอากาศออกบ่อยมาก
คือเกษียณสุข
โดยมีการสัมภาษณ์ผู้คนในหลายๆอาชีพ
หลายๆเหตุการณ์
ว่ามีเงินสักเท่าไรเท่าจึงจะพอใช้ในยาม เกษียณ
เป็นที่จดจำและฝังหัวคนดูกันเยอะว่า
คุณจะต้องมีเงิน 5 ล้าน
10 ล้าน
20 ล้าน
30 ล้านบาทจึงจะพอใช้หบังเกษียณ
ในฐานะนักการเงินตัวน้อยๆคนหนึ่ง
ที่อยู่ในแวดวงการเงินและทำงานหนักมามากกว่าสามสิบปี
มีการลงทุน
มีการกระจาย การลงทุนในธุรกิจ
หลายๆช่องทางและลงทุนในตลาดลักทรัพย์เหมือนกัน
แต่สิ่งที่ผมไม่ค่อยทำเท่าไหร่ ก็คือหาช่องทาง ในการลงทุนเพื่อนำเอามาหักลดหย่อนภาษีเพราะเชื่อว่า เงินส่วนหนึ่งรัฐจะได้มาปรับปรุงประเทศชาติ
ตามฐานะของหน้าที่พลเมืองดีทุกวันนี้. .ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่นัก
เพราะถือว่ามันเป็นหน้าที่ในการช่วยชาติข้างต้น หากจะคิดในแง่ของนักการเงินผมอาจจะผิดร้ายแรง
ที่ไม่รู้จักการลงทุนด้านนี้
เพราะมันเป็นวิธีถูกต้องและฉลาด
ที่ว่าเกษียณสุขแล้ว
ถ้าเราไม่มีเงิน
5 ล้าน
10 ล้าน
20 ล้านบาท
เราก็คงจะไม่มีรายได้เพื่อจ่ายในแต่ละเดือนหรือยากจนจริงไหมครับ
เอาเป็นสมมุติว่าเรามีเงิน 10 ล้านบาท
10 ล้านบาทเราได้ดอกเบี้ย 3%ต่อปี
เป็นจุดเริ่มต้น อ.ดบ3% นี่
หาได้จากไหน 3%
หาได้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถาบันเลื่องชื่อที่มั่นคง
กรรมการเข้มแข็ง
มีการตรวจสอบและการบริหารอย่างรอบคอบระมัดระวัง
เช่นสหกรณ์ของโรงพยาบาลศิริราช
สหกรณ์ของ ของกลุ่มเครือบริษัทยักษ์
หรือไม่ก็
สหกรณ์ของการไฟฟ้าต่างๆ
เราจะมีรายได้เดือนหนึ่ง
จากเงินปันผลหรือดอกเบี้ยของสหกรณ์ขั้นต่ำคือ 300,000
บาท
เราก็จะมีเงินใช้ประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน
25,000 บาทสำหรับคนวัยเกษียณ
หากใช้แบบธรรมดา
ไม่ต้องเคร่ง เครียดกับมันมากนัก
ผมว่าอยู่สบาย เพราะคนวัยเกษียณเอง
คงจะใช้อะไรในเรื่องกินอยู่คือ
ตามปกติเฉลี่ยแล้วตกวันละ 1,000 บาท 1,000 บาทนี้เป็นค่าอาหารไม่ต้องเดินทาง ออกจากบ้าน
ไม่ต้องผ่อนอะไร
จะมีเงินเหลือจ่ายค่าน้ำค่าไฟเล็กๆน้อยๆ
ถ้าใครอยู่คอนโดฯ
ก็ยังพอมีเงินเหลือ
จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดฯอีก
ในไซส์หนึ่งที่ตามความเหมาะสมของฐานะของท่าน
ที่ท่านรู้เองอยู่แล้ว
เพราถไม่รู้ไม่ได้
นี่เป็นอัตรารายได้ขั้นต่ำที่เราจะใช้จ่ายสบายๆไปนาน
แต่คนบนโลกนี้ไม่ใช่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น
ใครกันจะมีเงินออมถึง 10 ล้าน 20 ล้านบาท
หรือมากสักเท่าไรกี่คน
ถ้าคิดแบบโฆษณา
1 + 1 = 2
มันก็ถูกหรอกที่ต้องมี
แต่ในชีวิตจริง คนเราไม่ได้
มี 1 + 1 = 2 มากนักหรอก
บางคนทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นเงินล้านบาทเลย ก็มี
แต่บางคนเกิดมาก็มีเงิน
ร่ำรวยเป็นหลายร้อยล้านบาทแล้ว
ที่เรียกว่าเกิดบนกองเงินกองทอง
เตี่ยอาม้าหาให้
มา
แต่เนื่องจากถูกโฆษณากรอกหูอยู่ทุกวันไปเรื่อย
คนเลยนิยมการลงทุนการที่มีความเสี่ยงต่างๆโดยไม่ประมาณ
การลงทุนของตนเอง
อาจจะไม่มีความรู้เรื่องดีพอ
ก็....เจ๊ง
การลงทุนในกองทุนต่างๆที่ตนไม่มีความรู้เรื่องดีพอ
เพราะเชื่อใจสถาบันการเงินเก่ง
ก็....เจ๊งมาก
ถ้าลงทุนแล้วมัวแต่ไปฟัง
เขลา
เล่าว่า
...เจ๊งบริสุทธิ์สนิทยังไงก็. .เจ๊งแน่
อย่างนี้ต้องเรียกว่า
รวยแล้วยังโง่ อีก
ดังนั้นการที่ท่านมีเงินอยู่ในทางธุรกิจของท่านโดยอาชีพของท่าน
ท่านไม่ต้องแสวงหาการลงทุนอื่นๆไปมากนักหรอกนอกจากท่านจะเบื่อหน่ายในการทำธุรกิจนั้นๆแล้ว
ท่านก็มาหัดลงทุนในการเล่นหุ้นเองได้
อยากจะดูบริษัทไหนที่มันเหมาะสมกับท่าน
ก็เลือกเอาสักตัวสองตัวในแต่ละวัน
หาข้อมูลเอง
ไม่ต้องโลภมาก แล้วสักวัน
ไม่นานนักหรอกท่านก็จะหาบริษัทนั้นๆเจอตรงที่กับใจของท่าน
ทุกๆท่าน
ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเก็งกำไร
หรือหุ้นลงทุนก็ตาม
แล้วแต่ลักษณะนิสัยของท่านเอง
แต่ไม่ใช่...
เสียน้อยเสียยาก
เสียมากเสียง่าย สุดท้ายก็...เจ๊งเหมือนกัน
เพราะเก่งมากๆเลย
หาเงินมาได้มากจริงๆแต่ไม่ใช้
แล้วสุดท้ายมันไม่ใช่ของเราหรอก
เพราะคิดว่าเราจะอยู่เป็นอมตะ
ก็เรื่องหนึ่ง
เผลอๆไม่ได้ใช้เลย
ตายเสียก่อน
แต่ผมเชื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าทุกอย่างมัน
ไม่เที่ยง
มีเงินก็ใช้เงินซะบ้าง
ตายไปแล้วไม่ได้ใช้
เงินที่ท่านหามาเก็บมากองทั้งหมด
ก็ไม่ใช่เงินของท่าน
แม้จะใส่ปากตอนตายได้แค่บาท
สองบาทเองเท่านั้น
เกษียณสุขหรือเกษียณสุกกันแน่
อาจจะกลายเป็นเกษียณทุกข์
ต่างหากก็ได้นะ
ทำบุญเสียบ้างจะดีลดความตระหนี่ถี่เหนียว
ครับ
การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง
ควรศึกษาและพิจารณาก่อนการลงทุน
ทุกอย่าง
แต่สิ่งแรกที่ท่านต้องทำคือ
ตั้งสติ
มีสติเท่านั้นที่ทำให้ท่านรอดได้
สติเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำให้ท่านมีความสุขได้
พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสสอนเรื่องสตินี้มากที่สุดในพระไตรปิฎก

เมื่อมีสติแล้วหนังสือ How to ทั้งหลาย
ก็ไม่ต้องอ่านเลย
เสียเวลาเปล่าๆเพราะท่านจะรู้เองว่าจะทำอย่างไร
กับคำว่า How to อยู่แล้ว

กูรู้นิดหน่อย

12
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / คนไม่สำคัญ
« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2019, 09:44:37 »



คนไม่สำคัญ

หลังจากที่แม่ได้บอกกับผมว่า
ปีหน้าแม่จะตายแล้วนะลูก
จะอยู่กับผมได้อีก 1 ปี
ผมได้แต่หัวเราะ เพราะแม่ดูแข็งแรงมาก
สดชื่น
อารมณ์ดี
ใช้ชีวิตปกติได้อย่างดีมีความสุข
กินข้าวได้อร่อย
จะเดินยืนนั่งได้อย่างมั่นคง
ต่างจากผู้หญิงหรือ
คนแก่อายุ 85 ปีมาก
และแม่ก็ยังคงเดินตามหาลูกชายคนเล็กขี้เมาของแม่อยู่ทุกคืนเป็นปกติ
ในช่วงต้นเดือนเมษายน
ผ่านไปได้ไม่กี่วัน
แม่ก็ยังคงหัวเราะกินข้าวอร่อยจนถึงคืนวันหนึ่ง
แม่เข้านอนเร็วกว่าปกติ
เล็กน้อย
พอเวลาประมาณสัก 20:00 น
แม่ตื่นขึ้นมาจะไปเข้าห้องน้ำ
แม่เดินเซไปเซมา
ผมบอกแม่ว่าจะพาไปหาหมอ
แต่แม่กลับบอกกับผม
ไม่ต้อง
ถ้าไม่หายพรุ่งนี้ค่อยพาแม่ไปนะจะ

วันรุ่งขึ้นผมรีบไปดูแม่
แม่ของนอนอยู่เฉย
ไม่พูดอะไรสักเท่าไหร่

ผมได้ให้พี่ชายคนโตของผมอุ้มแม่ไปหาพี่หมอสมพร จามิกรณ์ พี่หมอบอกว่าอาการแม่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ให้แอตมิตที่โรงพยาบาล

จากนั้นอีกสองวันพี่หมอสมพรบอกว่า
แม่มีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ
หลังจากนั้นวันหนึ่งแม่ก็นอนเงียบไป
อีก2 วันถัดมา
แม่ถูกพาเข้าห้อง ICU
ปั๊มหัวใจแต่เช้าตรู่
แล้วแม่ก็จากพวกเราไป
ผมยืนมองดูแม่สิ้นลมต่อหน้าต่อตา
พี่หมอสมพร
เดินออกมาบอกว่า
หิวจังเลย
เต็มที่แล้วนะ
ผมเข้าใจและพยักหน้าให้พี่หมอ
แต่พี่ชายของผมโกรธมาก
เพราะเขากำลังเสียใจและไม่เข้าใจในเรื่องนั้น
แล้วแม่ทำตัวเหมือนคนธรรมดาที่
จากไปจริงๆ
เพราะ
แม่เป็นแม่ของเรานี่เอง
แม่เท่ห์มากนะครับ
10/4/2545

รักแม่ตลอดเวลา

ลูกของแม่


13
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / โง่แล้วก็จน
« เมื่อ: 26 สิงหาคม 2019, 20:27:42 »



โง่แล้วก็จน

เป็นคติประจำใจในการดำเนินชีวิต
ในการทำงานครอบครัวของผม
เพราะสมัยก่อนตั้งแต่เล็ก
ผมเองก็อยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก
โชคดีที่ทุกคนให้การสนับสนุนได้เรียนต่อจนหางานทำได้
ในจุดที่ตัวเองพอใจ
ตั้งแต่ออกจากงานขององค์กรขนาดใหญ่
ได้ความรู้เรื่องระบบ
ได้สติปัญญาออกมามาก
ผ่านพื้นชีวิตที่เต็มตัว
ขึ้นเหนือล่องใต้ จนได้มาเป็นกรรมการบริหาร CFO CEO PRESIDENT
ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก
แต่การทำงาน
ก็ยังอาศัยความคิดของคนอื่น
ในการแก้ปัญหามากมายที่เรียกว่า
Brain Stroming
หรือการระดมความคิด
เพราะผมเป็นคนช่างถาม
แล้วก็ชอบฟังอย่างตั้งใจเสมอ
ด้วย
แม้กระทั่งในเรื่องที่เหมือนไม่ตั้งใจฟัง
ก็ฟังอย่างตั้งใจหากมีประโยชน์
ก็จะเก็บไปคิด


สำหรับคนแก่กับผมด้วยแล้ว
ผมมักจะถามว่า เขาดำเนินชีวิตกันอย่างไร
หรือ
จะรองรับจากประสบการณ์ของตัวเองที่ยังไม่เคยเป็น
และแก่ลงไปทุกวัน
ซึ่งในตอนนี้ก็ค่อยๆเรียนรู้ไปกับมัน..ความแก่

อาจารย์
หมอบุญสาม รุ่งภูวภัทร
คุณหมอ
ผู้มีจิตใจงดงามแห่งโรงพยา บาลรามาธิบดีบอกกับผมว่า
"ถ้าพี่อายุมากกว่านี้อีกหน่อยก็ต้องระวังเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนะครัยว่า
มันจะมาเดี่ยวหรือมันจะมาหมู่"
มันก็ต้องต้อนรับมันครับ
รองศาสตราจารย์ หมอวินัย พากเพียร
อดีตนายกสมาคมศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
อ.ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูกระดูกและข้อคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ
ท่านก็บอกว่า
"คุณยังแข็งแรงอยู่
ก็ต้องพัฒนากล้ามเนื้อของตัวเองให้สู้โรคให้ดีนะ

กล้ามเนื้ออะไรต่างๆก็ยังดีอยู่เชื่อหมอนะ
สู้มันได้
จำคำพูดของหมอไว้
กีฬากีฬาเป็นยาวิเศษ "
อันนี้เป็นตัว อย่างที่ผมเป็นคนรับฟัง
และยังรับฟังตั้งแต่
แม่บ้าน
กรรมการ
ลูกน้อง
เลขา
แต่จะเลือกตอบและไม่ตอบในเรื่องที่มีหรือไม่มีประโยชน์
มีเหตุผล
แถมยังได้รู้ว่าลูกน้องคนไหนโกงแชร์จาดการฟังอีกด้วยให้ระวังไว้

มีช่วงหนึ่ง
ผมทำงานจนเงินเดือนไม่ได้ใช้เลย
ส่วนใหญ่ก็ไปหมดกับบริวารและการลงทุนในอุตสาหกรรมถึงแม้ผมเองจะถูกกำหนดให้มาดูงานทางด้านที่เกี่ยวกับการเงิน เป็นหลักในตอนแรก
ซึงในตอนแรกเริ่มจากได้รับงานที่เกี่ยวกับดูแลไม่ให้ธุรกิจมันล้มคว่ำ
แต่สุดท้ายก็ต้องมานั่งแก้ไขธุรกิจที่ล้มคว่ำมากมาย
แต่ยังโชคดีที่มีเพื่อนๆสนิท
ที่ต่างมีความรู้ความสามารถ
มาช่วยกันกอบกู้บริษัทเหล่านั้น
จนผ่านไปได้หมด
มันดีขึ้นชัดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนมาหลายสิบปีฟื้นให้กลับไปทำธุรกิจของตัวเองและเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองต่อไปอย่างสดชื่น
มีบริษัทหนึ่งล้มไม่เป็นท่าเหมือนผีลงหลุม
จากยอดขายวันละ 3 ล้านกว่าบาท
ยอดขายปีละเกือบ7,000ล้านบาท
พนักงานก็หมดกำลังใจไม่ให้ความร่วมมือ ถามชื่อก็ไม่บอกเข้าอบรมก็สร้างปัญหาให้วิทยากรพอสมควร
ผมต้องแลกแบงค์ 20 บาทใหม่
เพื่อเอาไปใช้ถามชื่อของพนักงานแต่ละคน
พอถามตรงๆก็ไม่ตอบ
ต้องถามแล้วให้แจกเงิน 20 บาทถึงจะได้คำตอบ เหมือนที่พ่อค้านักธุรจกินั่งข้างๆกับผม
เขาบอกว่า
"สมัยนี้
คนไม่เอาพ่อไม่เอาแม่
มีกันเยอะ
แต่คนไม่เอาเงินไม่มี "
บริษัทนี้เป็นบริษัทหนึ่งที่ ฟื้นฟูได้ยากลำบาก
เครดิตเสียกับ supplier
เครดิตกับธนาคารเริ่มจะเสีย
จนของไม่มีขายเพราะไม่มีคนส่งของให้
ยอดขายจึงหดเหลือแค่ 6,000 บาทต่อวัน
ผมเริ่มเข้าจัดการในช่วงเริ่มต้น
เคลียร์หนี้กับSUPPLIER
เพื่อนๆที่ไปด้วยตอนแรก
ก็กลัวจะโดนยิงหัวเอา
แต่เราก็ผ่านไปได้ด้วยดี
แจกเงินให้กำลังใจพนักงาน
มีโบนัสทุกสัปดาห์ทั้งสาขาในกรุงเทพและต่างจังหวัด
เลี้ยงข้าวกลางวันเสาร์อาทิตย์เพราะลูกค้าเยอะ
ใน 6 เดือนยอดขายก็กลับมาที่ 4 ล้านบาทถึง 5 ล้านบาทต่อวัน โดยได้รับความอุปถัมภ์จาก supplier
แล้วก็ธนาคารที่เจรจา
จนผ่านแก้เรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก
ฟังมากๆ
พูดเท่าที่จำเป็น หว่านล้อมเท่าที่มีเหตุผลชัดเจนไม่ทำได้จริงอย่าไปพูด

สุดท้ายก็โดนเจ้าของบริษัทนี้โกง
เพิ่งมารู้ทีหลัง
ว่า
เพราะเราตั้งใจทำงานฟื้นฟูมากจนเกินไปตามนิสัย
ไว้ใจเพื่อนที่แนะนำมากไปแต่มันก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ
พวกเราที่ทำงานด้วยกัน
ได้กลับมาคือประสบการณ์ที่เข้มข้น
ความรักเพื่อนที่มีกันมากมายยอมเหนื่อยกันมากกว่า
คิดถึงเรื่องเงินเยอะ
นี่คือสมบัติชิ้นหนึ่งที่แม่ให้ไว้คือ
"มีสองหูให้ฟังมากๆ
หากให้พูด
พูดให้น้อยๆ

จนดูเหมือนโง่บางครั้งก็ตาม"
ทุกวันนี้แม้จะไม่มีรายได้มากมาย
หนี้สินที่มันฝากให้หนักอกหนักใจมากมายมานับสิบปี
ก็หายหมด
แต่ก็มีเพื่อนหลายคนที่ร่วมรบ
ก็แยกย้ายกันออกไป
บางคนบาดเจ็บเพราะไม่ระวังตัวบางคนมีปัจจัยที่ร่วมเดินทางมันชำรุด
แต่มันเป็นสิ่งสวยงาม
ในการร่วมเดินทางและจากกันไปด้วยดี
ขอให้ทุกท่านที่เดินจากไปมีความสุข
ในวัยที่ร่วงโรย
มีความชัดเจนในชีวิต
ผมเองก็ขอดำเนินชีวิต เงียบๆต่อไป
ขออนุญาตไม่ไปงานพิธีต่างๆสำหรับเพื่อนๆทุกคน
เพราะปีหนึ่งที่ผ่านมาแล้ว
เห็นว่าไม่มีความจำเป็น
แต่สำหรับท่านที่ยังไม่ได้มากินข้าวกัน
นั่งคุยกันหรืออะไรก็ตาม
ก็ยังยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยเสมอ
ท่านที่ร่วมกินและคุยกันไปแล้ว
หากยังมีโอกาสเหลือให้ได้กินข้าวด้วยกันบ้างก็เชิญด้วยความยินดีครับ
เพราะผมเดินทางไม่สะดวกกาย
ก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินไปตายที่วัดด้วยใจจริง
บุญกุศลที่ทำมาในชาตินี้ขออุทิศให้เพื่อนๆทั้ง หมด
ให้มีความสุขความเจริญในทุกๆด้าน
จนนอนตาหลับขับตาตื่นให้อยู่ในสุคติ
รักเพื่อนๆเสมอนะทุกคน

แทนสะมะชัยโย

14
ธรรมะกับชีวิต / ยอดมนุษย์ มนุษย์แม่
« เมื่อ: 23 สิงหาคม 2019, 14:13:27 »



ยอดมนุษย์
มนุษย์แม่

แม่ของทุกคน ล้วนเป็นยอดมนุษย์ทั้งหมด สำหรับลูกๆทุกคนที่เรียกเธอว่าแม่
แม่ย่อมเหนือ
กว่าผู้หญิงทุกๆคนบนโลก สำหรับลูกๆเสมอ
เพราะแม่ให้อย่างเดียวโดยไม่มีประมาณ

ผมยังจำรายละเอียดของแม่ได้ดีในวันนี้
เพราะผมรู้จักแม่มากกว่าผู้หญิงคนไหนๆและ
แม่ก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่รู้จักผมดีที่สุดบนโลกใบนี้
แม่รู้จักผมมาตั้งแต่เกิด
จนแม่ตายจากไปอย่างรู้ตัว
ผมมีวาสนาดีและมีบุญมากที่ได้เกิดและอยู่กับแม่มานานถึง 45 ปี
อยู่กันแทบจะทุกวัน
แม้กระทั่งตอนผมไปทำงานอย่างเร่งรีบ
เราก็ยังเจอกันทุกวัน
เช้าเย็น
45 ปี ดูมันเหมือนกับมันจะนานมาก
แต่สำหรับผมมันเร็วมากกว่านั้น
แม่เป็นตัวอย่างให้เห็นตั้งแต่เกิด จนแม่ตายจากไป
โดยทำให้ดู
แม้กระทั่งการตายอย่างสงบ
กล้าหาญ
ร่มเย็น
โดยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
สิ่งหนึ่ง.แม่สอนให้แตกต่างจากคนอื่น
ในเรื่องของความกตัญญู
คือใครที่ทำดีกับแม่
แม่จะยิ่งทำดีตอบให้ไปยิ่งกว่า
อีกสิ่งหนึ่ง
ที่แม่สอนให้เป็นหลักของลูกๆทุกคนก็คือ
ความซื่อสัตย์ เพราะแม่จะเป็นผู้หญิงที่พูดคำไหนคำนั้น
ไม่มีผิดเพี้ยน
และไม่เคยเห็นแม่ผิดคำพูดกับใครเลย

อีกทั้งแม่ยังไม่เคยตำหนิใครให้ฟังสักคำ
แม้กระทั่งมีคนอื่นๆมาตำหนิลูกของแม่
แม่จะนิ่งฟังอย่างเงียบๆ
หรือมีใครมาตำหนิแม่ให้แม่ฟัง
แม่ก็จะฟังเฉยๆ แต่ถ้ามีใครมาชมแม่ให้แม่ฟัง
แม่ก็จะยิ้มเฉยๆ นอกจากนั้นใครมาชมลูกของแม่ให้แม่ฟัง
แม้จะช่วยชมลูกๆของแม่ไปด้วย
อย่างมีเหตุผลที่ชัดเจน
แม่เป็นคนอา รมณ์ดี
ไม่ค่อยเครียดหรือโกรธเลยแม่ปล่อยวางเก่งมาก
เก็บอารมณ์เก่งที่สุด
แม้กระทั่งมีใครมาโกหกแม่เพื่อผลประโยชน์
แม่ก็ฟังเฉยๆทั้งๆที่รู้
แม่จะพูดเท่าที่จำเป็น
นอกจากนั้นแม่จะนั่งคุยกับลูกๆอย่างสนุกสนาน เล่าเรื่องในวัยเด็กของแม่ให้ลูกๆฟัง
ในช่วงอายุต่างๆที่พวกเรามีอายุต่างๆตามที่แม่เป็น
พวกเราจึงได้เรียนรู้ประสบการณ์ในวัยเด็กของแม่พร้อมๆกับประสบการณ์ในวัยต่างๆของพวกเราไปด้วย
แม่จะบอกบ่อยๆให้เรายอมกับทุกๆคน
แต่พี่ชายของผมสองคน
มักจะบอกให้ผมสู้เมื่อถูกรังแก
ถ้าไม่สู้
กลับบ้านจะถูกพี่ๆตีซ้ำ
แม่จะใจเย็นในทุกๆเรื่อง
ยกเว้นเรื่องของลูกๆของแม่ที่ถูกรังแก
แม่จะออกหน้าป้องกันอย่างรวดเร็ว
กล้าหาญทันที ตลอดชีวิตไม่เคยเห็นแม่บ่นอะไรเลย
ไม่ว่าจะมีเหตุ การณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม
เช่นเมื่อแม่ไปผ่าตาต้อกระจก
สมัยก่อนดูเป็นเรื่องใหญ่ใช้เงินมาก
แม่กลับทำตัวเหมือนกับปกติในกิจวัตรประจำวัน
แม่บอกกับผมว่า
เดี๋ยววันสองวันแม่ก็จะกลับบ้าน

แม่ทำงานหนัก ทั้งงานบ้าน
ทำกับข้าวให้คนงานและลูกๆกินทั้งยังต้องหมุนเงินอีก
ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมาก
ลูกๆรู้กันทุกคน
ลูกบางคนของแม่มีปัญหาเรื่องการเงิน
แม่ก็แอบช่วย
เหลืออย่างเงียบๆ
ไม่ค่อยจะบอกใคร
จนมารู้จักปากของเจ้าตัวเองพวกเราถึงจะรู้ว่าลูกคนนี้แม่ช่วยไปแล่ว
สิ่งต่างๆที่แม่หล่อหลอมพวกเรามาก็คือ
ความรัก
ที่แม่มีความรักให้กับลูกๆตลอดเวลา
และ
อดทนได้เสมอสำหรับลูกๆทุกคน
ลูกคนไหนที่แบ่งเบาภาระของแม่ไปได้ทั้งทางกายและทางใจแม่ก็จะปล่อยลูกคนนั้นมากขึ้น สิ่งที่แม่มีมากที่สุดในโลก
แทบทุกคนที่รู้จักแม่จะรู้
ก็คือ
แม่มี 2 หูไว้ฟังจริงๆ
แม่เป็นคนที่รับฟังจากทุกๆคน รวมทั้งลูกๆของแม่
รายละเอียดที่ลูกๆมาร้องขอกับแม่
อาจจะไม่ได้ในทันทีทันใด
แต่สุดท้ายไม่ว่าจะนานสักเท่าไหร่
....แม่จะทำให้
เพราะแม่ไม่เคยลืม
เช่นเมื่อตอนเด็กๆ
ผมมีความใฝ่ฝันว่า
อยากจะใส่กางเกงนักเรียน ที่ไม่ได้รับโอนมาจากพี่ๆบ้าง
ที่มีแถมรอยปะชุนเป็นรูปใยแมงมุมมาด้วย จนเมื่อถึงวันหนึ่ง
แม่ก็จะเริ่มตัดกางเกงให้ลูกๆ นับตั้งแต่วันนั้นมา
พวกเราก็ไม่เคยได้ใส่กางเกงตูดปะกันเลย
นั่นก็แสดงให้เห็นว่า
กระเป๋าเงินของแม่พร่องไม่มากแล้ว
นี่คือสิ่งที่แม่แสดงและแม่ทำแม่พูดโดยผ่านการกระทำของแม่มากกว่าคำพูด
มันเป็นปรมัตถสัจจะแห่งความรัก
ไม่ใช่สมมติสัจจะ แห่งความรัก
ที่เอาแต่พูดๆแต่ไม่เคยทำ
นึกถึงยอดมนุษย์ทีไร
ผมกลับนึกถึงแม่ของตัวเองทุกครั้งไป

ยอดมนุษย์มนุษย์แม่

รักแม่ตลอดเวลา

เม้า

เขียนเสือให้วัวกลัว
สุดท้ายกลับมากลัวทั้งเสือ
กลัวทั้งวัว
กลัวทั้งตัวเอง
จนเชื่อ...ผีสางโชคลาง
หมาหอน
ขาดความมั่นใจเพราะหลงผิด

กลั้นลมหายใจเสีย
แล้วปล่อยจนกว่าจะ

ตื่น

อนาคาริก

15
ธรรมะกับชีวิต / เรื่้อง.............
« เมื่อ: 20 สิงหาคม 2019, 10:14:00 »







เรื่อง...

ที่มันวุ่นวายกันอยู่บนโลกทุกหนแห่งในทุกวันนี้นั้น
มันก็แค่สองเรื่อง
เท่านั้นเองคือ
เรื่องของมึง
กับเรื่องของกูเท่านั้น

อนาคาริก

เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน
ผมได้ยินคนที่สนิทกับผมที่สุด คนที่ผมรักมากที่สุด
เขาพูดกับผมไม่เพียงกี่คำ
แต่มันทำให้ผมอึ้งมากที่สุดเลยในชีวิต
จนกระทั่งบัดนี้ผมจึงเริ่มเข้าใจในสัจธรรมของคำพูดนั้น
คำพูดที่ผมเคยทำให้ผมอึ้งมากที่สุดที่ได้ยินมา เมื่อลูกชายตัวน้อยของผม
เขาพูดกับผมว่า "ไม่สนิทกับผมเลย
แต่เขาสนิทกับแม่มาก"
แม่ที่ไปโรงเรียนด้วยกันและกลับจากโรงเรียนด้วยกัน
โดยเขาไปรับแม่ที่ทำงาน
ตอนนั้นผมแทบไม่เชื่อเลยว่า สุภาพบุรุษตัวน้อยของผมคนนั้น
จะพูดกับผมเช่นนั้นจริงๆ
ทั้งๆที่ผมเองเคยได้เลี้ยงเขามากับมือตั้งแต่เล็กแม้กระทั่งชำระล้างอุจจาระที่ก้นให้
พาไปเรียนพิเศษ
พาไปเรียนกีฬาพาไปเรียนว่ายน้ำ
ผมเป็นคนดำ เนินการให้เกือบทั้งหมด
แต่วันนี้ผมจึงค่อยเข้าใจสัจธรรมของลูกที่แสดงให้ฟังไว้ เนิ่นนานแล้วว่า มันเป็นความจริง เพราะตลอด
เว ลาหลายสิบปีที่ผ่านมา
ผมและครอบ ครัว
เจอกันน้อยมาก พวกเขาต่างไปเรียนหนังสือ
ไปทำงานวันหนึ่งเป็น 10 ชั่วโมง
กว่าจะได้เจอกัน แค่สองสามชั่วโมงในตอนเย็นเท่านั้น
แม้จะคุยกันทุกวันก็ตาม
ที่รู้สึกว่าผมรู้จักพวกเขาดี
แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย
เมื่อไม่นานมานี้มีเพื่อนสนิทของคนหนึ่ง
ที่เคยสนิทกันมาก
เขาบอกว่าเขารู้จักผมดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว
เขาไม่รู้จักผมเลยด้วยซ้ำ
แม้ผมอาจจะเคยคุยกับเขามากกว่าเพื่อนคนอื่น
แต่สิ่งที่ผมไม่ได้คุยให้เขาฟัง
มันมากกว่าที่เขารู้จากกับผมมาก ความในใจของลูกผู้ชาย
เราไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทั้งหมด
เอาเท่าที่จำเป็น แม้กระทั่งทุกวันนี้คนในครอบ ครัวของผมยังแค่พูดได้ว่า
ผมรู้จักเขาเท่านั้นเองแม้จะรักพวกเขามากที่สุดก็ตาม
แต่ที่ผมควรต้องทำจริงๆ
กลับต้องรู้จักตัวเองมากที่สุด สนิทกับตัวเองมากที่สุด
เพราะรักตัวเองมากที่สุด
ผมจึงตามสติตามจิตของผมอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะเอาอย่าง ไร
เราจะตัดสินใจอย่างไร
แล้วเราจะทำอย่างไงในชีวิต ผมจึงทิ้งคนเดิมของผมไปเสีบมากมาย
ผมทิ้งความสำคัญของตัวตนของผมเไปมากมาย
ผมกลับมาอยู่ตามลำพังก็จิตของผม
จะพยายามจะทำให้จิตของผมเป็นเพื่อนสนิทของผมจริงๆ อย่างน้อย...
ผมก็ยังพึ่งตนเองได้ทุกเมื่อ ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า
"อัตตาหิอัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนโดยยังความไม่ประมาทเถิด" บุญรักษาพระคุ้มครองนะลูกคนดี

รักลูกตลอดเวลา
พ่อ

รูปน้องฟินนี่
หลานสาวคนสวยที่แสนจะน่ารัก

หน้า: [1] 2 3 ... 29