แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 27
1







วันนี้วันที่1มิ.ย2562
โยมสายบุญสายนี้
ได้มาทำกิจเป็นประจำทุกปี
นำผ้าป่าสามัคคีแก่นธรรมปีที่ 22
ประกาศยอดเงิน 102,000 บาท

ที่ทำมาตั้งแต่สมัยพระเดชพระคุณหลวงปู่ธูป เขมสิริ
พระราชธรรมวิจารณ์
หลวงพ่อช้วน คุณธัมโม
พระครูวิจารณ์วรกิจจนถึงอาตมา
พระพิพัฒน์วราภรณ์

ตั้งแต่ที่พึ่งมาเป็นเจ้าอาวาสใหม่ๆจนทุกวันนี้

พวกโยมมีความหนักแน่นที่จะทำบุญกับวัด
เพื่อใช้ซ่อมสร้างเสนาสนะต่างๆรอบวัด
ทั้งปรับปรุงพร้อมกันให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

เสนาสนะที่ใช้ไม่ได้ได้ซ่อมจนใช้ได้
ในการทำกิจของสงฆ์

ร่วมกับพุทธบริษัทชาวชุมชนนางเลิ้งและชุมชนอื่นๆ

ซึ่งเงินผ้าป่ากองนี้โยมก็มีจิตเมตตาที่จะทำทาน

แบ่งไปให้ผู้ป่วยที่โยมเห็นความทุกข์ยาก
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เขามาด้วยโรคภัยไข้เจ็บก็ทุกข์
เงินไม่พอใช้จ่ายค่ารักษาพยบาลก็ทุกข์เพิ่มขึ้น

เป็นบุญกุศลที่พวกเรามีใจที่จะทำบุญบริจาคเงินให้เป็นทานกับเขาเหล่านั้น
ที่ยังจำเป็นต้องใช้ยามเจ็บป่วย
ช่วยโรงพยาบาลเพื่อช่วยคนป่วย
เป็นบุญกุศลที่เมตตาสูงต่อคนด้วยกัน

แล้วก็มารับพรรับศีลกันให้หนักแน่นในธรรมะเป็นทางสายบุญของพวกเราทั้งหลายต่อไป

โยมสายนี้มีแต่บุญกุศลเมตตามาก
ดูได้ในการทำผ้าป่าทุกปี
ทำอยู่บ่อยๆมานานหลายสิบปี
ทำแล้วได้บุญกุศลในวงกว้าง

รักษาคนเจ็บคนไข้ได้ป่วยให้กลับไปอยู่กับครอบครัวตัวเองได้มีสังคมที่ดีขึ้น

ได้บริจาคเงินแบ่งปัน
เปลี่ยนทรัพย์เป็นอริยทรัพย์
ที่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

เสนาสนะรอบวัดพวกโยมที่มาอยู่ในที่นี้รวมทั้งโยมยายก็มีส่วนร่วมในทุกๆอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นศาลาการเปรียญ
กุฏิพระ
ท่านทั้งหลายมีส่วนกันทั้งสิ้น
คนไข้ส่วนหนึ่งที่เจ็บหนัก
พระอาพาธและ
การใช้เป็นทุนรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง

ต่อไปเมืองไทยอาจจะเป็นประเทศแรกที่ค้นพบการรักษามะเร็งอย่างจริงจังก็ได้
อันนี้เรียกว่าจาคะหรือการให้ทานอย่างมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์
แล้วก็มารับศีล

มีความมุ่งมั่นมากที่ทำมาหลายปีต่อเนื่องกันกว่า20 ปี
ตั้งแต่สมัยหลวงปู่ธูป หลวงพ่อช้วน จนถึงอาตจะมานี้

เห็นประโยชน์แห่งความตั้งใจมาทุกปี
ปีที่แล้วก็ทำที่ลุมพินีพาร์คปิ่นเกล้า
ได้มีท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิราภรณ์มาเทศน์ให้โยมฟังอีกต่างหาก
พระจะอยู่ได้เพราะโยม
โยมหนักใจก็มาที่วัด

มาปฎิบัติไหว้พระสวดมนต์กับสงฆ์

ก็ขออุทิศส่วนกุศลให้กับ
หลวงปู่ธูปพระราชธรรมวิจารณ์
หลวงพ่อช้วนคุณธัมโม พระครูวิจารณ์วรกิจ
ตลอดจน
ญาติโยมสายธรรมวันนี้
ให้มีอายุวัณโณสุขังพลัง

นิราศจากทุกข์

นิราศจากปัญหา

นิราศจากความเศร้าหมอง
มีสุขภาพแข็งแรง
มีใจมั่นคงมีความก้าวหน้าในชีวิต
ปลอดอุปสรรค
มีปัญหาต่างๆให้แก้ได้โดยรวดเร็ว
ด้วยทานด้วยศีลภาวนาสมาธิ
เจริญๆกัน
เพราะทุกท่านล้วนมีแต่ปัญญา
มีแต่ช่วยคนช่วยวัด
ทำกันต่อเนื่องมานาน
จึงขอให้พรดังนี้ และได้สวดบังสกุลให้แก่ บรรพบุรุษของท่านทั้งหลายที่มาในวันนี้ สรรพสัตว์ทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวร
เทวดาพระภูมิเจ้าที่ ให้มารับส่วนบุญเหล่านี้ร่วมกัน
ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ
ตามบทแผ่เมตตาที่เราได้ให้กันไว้
ตามศีลที่เรามารับกันมีสมาธิมั่นคง
มีทานที่ยิ่งใหญ่ทำกันมานานติดต่อกันมานาน
ขอจงมีความสุขสวัสดิ์ สถาพร
เจริญพร

พระพิพัฒน์วราภรณ์

หากมีข้อผิดพลาดผู้เขียนขอกราอโหสิกรรทครับ
บ๊อบ อุสสนัน

2
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมะเบ็ดเตล็ด
« เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2019, 10:40:47 »



ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ
สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว

แปลว่าหนึ่ง
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
แปลสอง
สรรค์นรกเลือกกันเอง
แปลสาม
เลือกเอากู ของกูหรือไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

อนาคาริก

ความคิด

คงจะมีหลายๆท่านเคยได้ยินมาว่า
เราทุกข์เพราะความคิด
ความจริงมีแหล่งกำเนิดมาความทุกข์ได้หลายทาง
แล้วแต่มุมมองทางไหนที่จะมอง
ความทุกข์เกิดจากเวทนา
เกิดจาตัณหาเกิดจากอุปทานเกิดจากกรรมเกิดจากใจเรานี้ ก็ได้
ผลที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นคว้ามาว่า
ในวันหนึ่งๆเรามีความคิดประมาณ 60,000 ความคิด
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
คิดอะไรตั้งแต่ลืมตาขึ้นตอนตื่นจนหลับตาลงตอนหลับ
ความคิดมันคิดได้ทั้งวัน
เพราะในปรมัตถุธรรม
อธิบายว่า
ความคิดก็คือจิตหรือเจตสิก
ที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิต
อันนั้นก็ได้พอจะอนุโลมปฏิโลมกันได้ว่า
ความคิดก็คือจิตหรือใจนั่นเอง ทำไมเราจะต้องมานั่งทุกข์กับความคิดพวกนั้นล่ะ
เพราะเราหนีสิ่งที่เรากระทบไม่ได้
ที่กระทบทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ มันเกิดเป็นการปรุงแต่งทั้งสิ้นทั้งความคิดทั้งจิตทั้งใจนะ
ก็ล้วนแต่เป็นการปรุงแต่งทั้งนั้น การที่คิดมากๆ เขาเรียกว่าฟุ้งซ่าน รำคาญใจ
คิดจนวิตกจริตคิดจนหลายๆเรื่อง
ทำให้ทุกข์
คิดวนอยู่นั่นแหละ
การคิดบวกของคนไม่ได้คิดแค่เรื่องเดียวแต่คิดถึงองค์ประกอบหลายๆอย่าง
และกลับมาทุกข์ เราถึงมีคำพูดว่าคนเรานี้ทุกข์จากความคิด
ที่จะให้สงบจากความคิด
จำเป็นจะต้องผูกจิตหรือใจไว้กับอะไรสักอย่างกับความคิดหรือใจของเรานี้
สิ่งที่เราผูกจิตไว้กับสิ่งหนึ่งเสมือนเอาเชือกมาผูก
ที่นิยมทำกันคือก็คือผูกไว้กับลมหายใจหรือพุท โธ
ลมหายใจหรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เราจะทำให้จิตเป็นอารมณ์เดียว เอโกธธัมโม
ถ้าเรามีอารมณ์เดียวเมื่อไหร่
จิตจะสงบเราก็จะเห็นความคิดเห็นอะไรได้ถ่ององแท้
แต่ผู้คนทั้งหลายกลับไม่ค่อยสน ใจ
แม้กระทั่งนักวิท ยาศาสตร์ทุกวันนี้ประเทศต่างๆทั่วโลก
กลับมาให้เราดูลมหายใจ
ดูจิตของเราเอง ให้มันเป็นอารมณ์เดียว
ไม่ฟุ้งซ่าน
มันจะดีทั้งรูปและนามรูปคือกายของเรานามคือใจของเราหรือจิตของเรานั่นเองทำให้สงบ
เมื่อความสงบเกิดมากๆขึ้น
สิ่งที่ตามมาก็หนีไม่พ้น
ปัญญา
ปัญญาแห่งการรู้รอบ
รอบรู้
ไม่ใช่รู้มาก

รู้มากจะยากนานรู้น้อยพลอยรำ คาญ
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
หรือตื่น
รู้ตื่นเป็นดีที่สุดเพราะเรารู้ความจริงของโลกและธรรมว่ามันไม่เที่ยง
มันวนอยู่นั่นแหละ
ปัญญายิ่งใหญ่เสมอ
การกำหนดความคิดก็คือกำหนดสติลงไปเพื่อให้อยู่ในอารมณ์เดียวเข้าใจแล้วนะโยม

เจริญพร
อนาคาริก

3
ธรรมะกับชีวิต / พระธรรมเทศนาย่อๆ
« เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2019, 11:44:14 »
ๆ๐


วันนี้ขอเล่าเรื่องให้ฟัง
เรื่องเกี่ยวกับที่เกิดขึ้นที่วัด
มีพวกนักต้มตุ๋น แต่งตัวดีหน้าตาหนุ่มหล่อสาวสวยมือเท้าดี
มาตามกุฏิของพระมาบอกว่าลูกนอนป่วยอยู่ที่ศิริราช
ไม่มีเงินไปเอาลูกออกมา
เพราะหมอไม่ให้เอาออกมาจนกว่าจะจ่ายเงิน
หลายกุฏิพระโดนกันไปบ้างแล้ว
โดยเฉพะพระใหม่เมตตามากอาตมาไม่มีเงินเพราะต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าส่งเสียเณรที่มาเรียนต่อในกรุง เทพฯ
ก็เลยบอกโยมไปว่าถ้ามายืมเงินอาตมาอาตมาจะต้องขอยืนโยมก่อน เขาก็บอกแหมแล้วเขาก็ไป
อันนี้เป็นเรื่องที่ ปรับแต่งกันมา สำหรับเรื่องที่จะพูดวันนี้คือคือเรื่องญาติ
เรื่องญาติในสังคมปัจจุบัน
ที่ครอบครัวมันเล็กลงๆ
ตามความจำเป็นที่ต้องตามการดูแลกัน

ในสมัยก่อนญาติจะเยอะ
มีปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอา
จนถึงพี่ๆน้องๆลูกๆหลานๆ
ที่อยู่ร่วมกันในครอบครัวใหญ่สังคมยิ่งเติบโตทุกคนก็กระจายครอบครัวออกไปอยู่ด้วยกัน เอง
พ่อแม่ลูก
ดูแลครอบครัวกันเอง
ที่ตัวเองสร้างขึ้นมานี้เป็นไปตามธรรมชาติวิสัยกลับมาเยี่ยมพ่อแม่กลับมาดูแลพ่อแม่
เป็นธรรมดาแล้วแต่ความสะดวกสบาย
บางคนที่ปลอดภาระกับหน้าที่การงานก็อาจจะมาดูพ่อแม่หรือพวกที่อยู่กับแม่ก็เป็นหน้าที่หลักที่เราต้องดูแลเพราะเป็นเป็นญาติสนิทใกล้ตัวญาติสมัยนี้ส่วนใหญ่มาหากัน
ไม่มารบกวน
กัน
ก็มาขอยืมเงิน กันเป็นส่วนใหญ่ยืมแล้วไม่ค่อยคืนเพราะว่าเป็นญาติ
เป็นเรื่องปก
ที่ทุกอย่างมันแพง
ที่คนเอาแต่ใช้เงินกัน
ไม่รู้จักหาเงินกันให้พอกับที่ต้องใช้เงิน
ไม่เอาคือไม่เอาไม่ประหยัดและอดออม
เอาแต่ใช้
เอาแต่หาสิ่งดีๆในชีวิต
แล้วก็ไปกวนพี่ๆน้องๆหรือญาติไปยืมเงินส่วนใหญ่กันมาก
ไม่ค่อยคืนไม่นึกถึงอกเขาอกเรา
ไท่นึกถึงความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือกันน้ำใจที่มีต่อกันทำให้ผู้ให้ยืมเข็ด เพราะไม่ได้เงินคืนที่จำเป็นต้องใช้
เลยไม่คิดจะช่วยคนอื่นอีก
เพราะเงินของตัวเองมีความจำเป็นต้องใช้เหมือนกัน
ก็หมดไป
ความแร้นแค้นน้ำใจ
ก็เลยมีมากขึ้นหากทุกคนเข้าใจคำว่า
อกเขาอกเราอันนี้เป็นญาติที่ดีญาติสนิท
ความสนิทสนมเป็นญาติอย่างยิ่ง
พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้
พระนี้ที่เวลาป่วยหรืออาพาธนี้
ถ้าที่อยู่ในวัดเดียวกันกุฏิเดียว
กันก็ดูแลกันเป็นหน้าที่ของพระเพราะพระท่าน เป็นญาติสนิทกันเอง
พระพุทธองค์ทรงสอนเช่นนั้นจริง
เพราะพระไม่มีที่พึ่งอื่นๆที่ไหน
ถ้าออกจากเรือนชานแล้ว
ไม่พึ่งญาติโยมเท่าไหร่
ในสังคมปัจจุบันจะมีก็แต่พระผู้ใหญ่
ท่านมีญาติโยม
อุปฐากอุปถัมป์อะไร
ก็ตามแต่พระเลย
ส่วนใหญ่ต้องพึ่งตนเอง
พึ่งญาติสนิทที่เป็นพระด้วยกันเป็นเณรเป็นอะไร
ตามแต่จะมีการสงเคราะห์ดัน
ญาติจริงๆแล้วก็คือคนในครอบ ครัวเรา
ญาติสนิทพ่อแม่ลูก
พี่น้องในบ้านที่ยังเล็กอยู่
เมื่อทุกคนแยกออกไปแล้วเขามีหน้าที่ของตัวเองจะต้องดูแลกัน
ไม่ต้องเบียดเบียนกันต่อไป
เหมือนญาติที่เราเห็นกันทั่วไปพี่น้องก็เป็นศัตรูทางสายเลือดแย่งกันกินแย่งกันใช้แล้วสุด ท้ายก็มาแย่งมรดกก็ฆ่ากันตาย
อันนี้ไม่ใช่ญาติสนิทเป็นคนที่ไกลกัน
คนที่ไกลกันไม่ใช่ญาติ
แต่คนที่อยู่ด้วยกันจริงๆแล้วช่วยเหลือเกื้อกูลกันถึงไม่ใช่พี่น้องทางสายเลือดก็เป็นญาติสนิทได้ญาติตามความหมายของพระพุทธเจ้านี้เป็นเช่นนั้น ความสนิทสนมเป็นยอดแห่งญาติ
ในสังคมที่แปลกแยกกันนี้
ขอบเขตในความช่วยเหลือญาติเป็นเช่นไรก็ต้องพิจารณาตามสมควร
ช่วยคนมันก็ดีนะแต่ช่วยคนแล้วไม่ถูกหลอกดีกว่า
ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
วันนี้เรามาปฎิบัติกันแล้ว
กรวดน้ำ
แผ่เมตตาให้เขาทั้งหลาย
ให้จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้มาเบียด เบียนซึ่งกันและกันเลย
อะไรนี่แหละที่เราได้ส่งข้อ ความไป
ก็จอให้ใช้ปัญญาพิจารณา
เอา
ใครญาติเยอะเหนื่อยหน่อย ญาตินั้นมันมีลำดับของมันเอง
ที่ต้องช่วยมากคือตัวเอง
ค่าครองชีพมันแพง
พ่อแม่เป็นญาติที่สนิทที่สุดที่
เราต้องดูแล
เราก็ดูแลตามนั้น บางทีญาติทางสายเลือดยังดีสู้ญาตินอกสายเลือดไม่ได้
อันนี้เป็นเรื่องจริง
เป็นพระที่ดูแลกัน
แม้ไม่ใช่ญาติทางสายเลือดไม่ใช่พี่น้องเกิดตามกันมา
แต่ท่านก็ดูแลกันดีเพราะเป็นญาติ
วันนี้สั้นๆแค่นี้พวกเราก็มาเจอกันเป็นประจำทุกวันเสาร์

นอกจากมีกิจจำเป็น
ก็จะบอกกันก่อนล่วงหน้า
มาทำวัตรเย็นสวดมนต์นั่งสมาธิกัน
ตามเวลาอันควรแล้วก็ไปทำในกายนี้ให้ปกติ
อาตมาขอให้พรญาติโยมทั้งหลาย
ทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี


เจริญพรนะโยม

พระกม กมโร

4
ธรรมะกับชีวิต / ธรรม
« เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2019, 19:45:55 »



ธรรมไม่มีไว้อวดกัน
นอกจากคนที่ยังโง่อยู่เพราะมันอุดมไปด้วยตัณหา อุปทาน มานะ ทิฎฐิ และยังอุดมไปด้วยวจีกรรม มโนกรรม กายกรรม
ทั้งนั้น
ที่อวดๆดีกัน
มีใครดีตามนั้นไหมโยม
สักวันจะรู้สึกว่านี่มันจริงนะ
ทำธรรมให้เป็นธรรมนะโยม
เอ๊าหายใจเข้า

อนาคาริก

อย่า......ลืมทำบุงถ้าตั้งจายนะ
พพ มากs

5
ธรรมะกับชีวิต / Stress is over
« เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2019, 12:58:15 »






Stress is over


ประสาทแดก




เป็นเพราะเมาความคิดมากจนเกินไป
เลยเกิดอาการแฮ๊งค์
ทางการแพทย์เรียกว่าเคมีในสมองมันเออเร่อร์
หรือบกพร่อง
สุดท้ายแพทย์ก็ให้สงบจิตลงด้วยยาแล้วทำใจ
พุทธศาสตร์สอนให้สงบกิเลสด้วยและเข้าใจความจริงของโลก
เริ่มต้นจากศีล
และ
มีสติเข้าไว้
เมื่อสติกล้าแข็งปัญญาเกิด
ก็แดกประสาทเสียให้หมดนะ
เมื่อรู้ว่าชีวิตนี้มันแสนสั้น

วันนี้ฉันแรงเกรียนไปหน่อย
ขออภัยนะโยม

เจริญพร

อนาคาริก


6






พ่อของผม

ตอนนอนคุยกับพ่อ

ผมไม่ค่อยพูดถึงพ่อสักเท่าไหร่
ไม่ใช่ว่าไม่รักพ่อ
ไม่ใช่เพราะไม่สนิทใจกับพ่อ
หรือ
ไม่เคยคิดถึงพ่อ
จริงๆแล้วพ่อเป็นคนดี

เป็นช่างทำเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์เซี่ยงไฮ้มาจากเมืองสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือเมืองจีน
ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่ม
หอบเสื่อผืนหมอนใบมากับแม่

พ่อมามาจากเมืองจีนไม่มีเงินเลย
หาเงินจากแรงงานและฝีมือของตนเองล้วนๆ
จนพอมีเงินได้ซื้อบ้านหลังใหญ่67ตร.วาให้ครอบครัวได้อาศัย

โดยบ้านที่พ่อไปซื้อมาเป็นของท่านขุนคนหนึ่ง

พ่อเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก
งานของพ่อจึงออกมาจะต้องเนี๊ยบดีหรือประณีต
ไม่อย่างนั่นพ่อจะ
ไม่ส่ง
มุมและขอบต้องทุกอย่างต้องตรงเปะ
จนพ่อมีชื่อเสียงในหมู่ช่าง
และเริ่มรวบรวมเพื่อนๆมาทำงานและรับงานเอง

พ่อเป็นคนที่ชอบคบเพื่อน
เพื่อนของพ่อมีมาก
บ้านของเราแทบจะไม่เคยขาดแขกหรือเพื่อนๆของพ่อเลย
พ่อจึงมีอาหารที่พ่อชอบเต็มโต๊ะทุกวัน

เพราะทำเลี้ยงคนงานด้วย
แล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล้าแม่โขง
เพื่อนๆของพ่อ
ส่วนหนึ่งเป็นญาติ
ซึ่งแต่ละท่านล้วนมีฐานะดี
เป็นคนดี
เป็นผู้ใหญ่ในตระกูลของเรา
บางคนเคยเป็นอดีตเจ้าของธนาคารพาณิชย์
บางคนเป็นอดีตเจ้าของที่ดินที่ใช้สร้างมหาวิทยาลัยชื่อดังในปัจจุบัน

แต่บางคนก็เป็นช่างไม้ธรรมดาจนๆไม่มีเงิน
พ่อไม่เคยเลือกคบใครเลย
ใครๆพ่อก็คบได้
คุยกันตามประสาเพื่อนๆ

ยกเว้นคนที่พูดกันไม่รู้เรื่อง

หลังๆผลงานของพ่อติดตลาดเป็นที่ถูกใจจองลูกค้า
จนมีร้านค้าเฟอร์นิเจอร์
ติดต่อให้ส่งสินค้าให้ประจำ
ร้านค้าที่มีชื่อเสียงในสมัยก่อนส่วนใหญ่
มีตู้มีโต๊ะของพ่อตั้งอยู่แทบทั้งนั้น
ไม่ว่าจะบางลำภู หรทอที่โรงเลี้ยงเด็ก

แม้กระทั่งโรงแรมเอราวัณเก่าที่รื้อทิ้งไป

พ่อเป็นคนใจกว้าง
เป็นคนใจใหญ่
เป็นคนใจดี
พูดคำไหนคำนั้น
รักษาคำพูดมากที่สุด

งานของพ่อทุกชิ้นออกมาจากความตั้งใจมากของพ่อ
ตรงเวลาเสมอ

พ่อจึงเป็นที่สนใจของลูกค้าเป็นอย่างมากเชื่อมั่นในฝีมือและงานของพ่อ

พ่อจึงมีงานเล็กงานใหญ่มาให้ทำอยู่เสมอ
สิ่งที่ขาดหายไปก็คือเงินทุนหมุนเวียน
พ่อเคยรับงานของโรงแรมใหญ่มากแห่งหนึ่งแถวราชดำโดยการทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดของโรงแรม

ซึ่งเป็นงานใหญ่มากก็ได้เงินมาก
แต่ก็หมดไปกับดอกเบี้ยนอกระบบ
เพื่อนๆของพ่อ
และการพนัน

พี่ชายของผมเคยพูดว่าเงินพวกนี้พ่อเป็นคนหา
ถึงพ่อจะทำหายไปก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของพ่อ
ซึ่งผมเองก็เห็นด้วย

ปัญหาของพ่อที่ตามมาก็คือ
เรื่องเงินทุนหมุนเวียน
ก็เลยทำให้เกิดความลำบากให้กับแม่

เพราะต้องเป็นคนบริหารจัดการให้มันพอดี
ให้มันลงตัว
ให้พอจ่ายค่าแรงและค่าของ
หรือวัสดุและเครื่องมือช่าง
ค่าใช้จ่ายในบ้านค่าการศึกษาของลูกๆทั้งห้าคน
ยิ่งในช่วงที่งานไม่มี
จะลำบากมากเหมือนกันเพราะต้องรักษาคนงานที่ชำนาญค่าแรงสูงไว้
แม้จะไม้มีงานให้ทำมากนักหรือไม่คุ้ม
พ่อจะเลือกในคนงานที่มีฝีมือไว้เท่านั้น
คนงานที่ไม่มีฝีมือ
พ่อก็ไม่ได้จ้าง

จะเอาก็เฉพาะเด็กฝึกงาน
ผมเคยเห็นพ่อสอนงานให้คนงานมีฝีมือ
ว่าอยากได้อย่างนี้อย่างนั้น
พ่อตั้งใจมากให้เกียรติ

การเข้าสลักไม้ที่พ่อทำไว้สำหรับล็อคเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ใช้น็อตหรือสกรูก็ทำได้ดี

การบริหารจัดทการของแม่ค่อนข้างดี
เครื่องมือเครื่องไม้ไม่ค่อยหายเท่าไหร่
คอยดูคนที่เบิกไป
แต่จะมาส่งคืนให้แม่ใส่ตู้เครื่องมือให้เรียบร้อย
เครื่องมือเป็นเครื่องมืออย่างดีของเก่า
ช่างทุกคนก็มีเครื่องมือของเขาประจำตั
วที่เอามาเองเหมือนกัน
เพราะถนัดมือมากกว่า

แม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยกับพ่อบ่อยนัก
แต่ก็มีช่วงเวลาที่ได้คุยกับพ่อเสมอๆ
เช่นเวลา
จัดที่นอน
กางมุ้งให้พ่อ
ถ้าพ่อยังไม่นอน
พ่อก็ชวนคุยโดยผมนอนข้างๆพ่อ

ทําให้รู้เรื่องราวของพ่อมากกว่าพี่ๆคนอื่นๆ
พ่อจะใจดีกับผมมากที่สุดตอนนั้น

บ่อยครั้งที่พ่อจะแอบให้เงินพวกเราเป็นเงินก้อนโตสำหรับเด็กๆ

พวกเราสามารถนำไปใช้ได้นานหลายๆวัน
อยากกินอะไรก็ซื้อ
อยากใช้อะไรก็ได้
แต่พวกเราไม่ค่อยได้กินได้ใช้ตามที่พ่อบอกบ่อยหรอกนะ

เวลาพ่อได้รับเงินจากงานที่เสร็จ
พ่อจะให้เงินคนละห้าร้อยบาทกับพวกเราก่อนที่จะเอาเงินไปให้แม่
พ่อเป็นคนใจเด็ดกล้าหาญ
ในการตัดสินใจ
ผิดก็ยอมรับผิด
ถูกก็เฉยๆและ

มักจะเป็นคนให้อภัยคนเสมอ

ไม่เคยเห็นพ่อทะเลาะกับใครมาก่อนเลย
น้อยครั้งมาก

ยกเว้นทะเลาะกับแม่เวลาขาดเงิน

ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งของครอบครัว
ที่การหมุนเงินไม่เป็นระบบ
จึงเป็นธรรมดาที่เงินจะขาดมือ

การใช้ชีวิตของพ่อทำให้มีระยะห่างระหว่างพ่อกับครอบครัวเหมือนกัน
แต่ลูกๆทุกคนยังรักพ่อมาก
เพราะพ่อเสียสละให้พวกเราอยู่เสมอ
ฉันก็ยังคงนอนคุยกับพ่อได้ในทุกๆปัญหาเสมอตอนที่พ่อเครียดเรื่องหมุนเงินไม่ทัน
หรืองานส่งไม่ทัน
พ่อจะพักเบรคการดื่มลงไป
ช่วงที่รับงานใหญ่พ่ออาจจะก่อปัญหาให้เราบ้าง
การทะเลาะเบาะแว้งกับแม่บ่อย เป็นที่น่าปวดหัวและหนักใจของผมเป็นอย่างมาก

ในช่วงที่พ่อวัย 60ปีขึ้นไป
พ่อใจดีมากขึ้นเนื่องจากพ่อแก่ตัวลงและมีหลานๆให้ได้เล่นด้วย
พ่อใจดีขึ้นมากจนเหลือเชื่อ
ไม่เชื่อจะต้องเชื่อ
พ่ออ่อนโยน
ชอบเล่นและคุยกับหลานๆ
พ่อจะคุยอย่างสนุก
ผมขอให้พ่อเลิกดื่มเหล้า
หลังจากที่ทะเลาะกับแม่หลังสุด
ผมร้องไห้ฟูมฟายนอนคุยกับพ่อ

ผมพูดกับพ่อว่า

ผมไม่เคยขออะไรพ่อเลยนะ
วันนี้ผมขอให้พ่อเลิกดื่มเหล้าได้ไหม
ให้เลิกตลอดชีวิต

พ่อดึงผมเข้าไปกอดน้ำตาไหล
พ่อรับปากทันที
แล้วตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยเห็นพ่อดื่มเหล้าอีกเลย
พ่อเลิกจริงๆ
ช่างเหลือเชื่อที่พ่อเลิกดื่มเหล้าได้ทั้งๆที่ดื่มมาทั้งชีวิต

นี่แหละคือสิ่งที่สืบสานต่อมาจนเป็นมรดกของลูกหลาน

ที่พูดคำไหนคำนั้น

รักพ่อเสมอ

เม้า

7
ธรรมะกับชีวิต / การบริหารความทุกช์
« เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2019, 16:06:54 »


การบริหารความสุข
คือ
การรู้จักทุกข์คืออะไร
ทำไมจึงเกิดทุกข์
ทำอย่างไรทุกข์จะคลายลง
ทุกข์คลายแล้วเป็นเช่นไร
ข้อสำคัญสุขนั่นแหละทุกข์รู้หรือยังยิ่งดิ้นหาสุขยิ่งทุกข์

ความสงบเป็นสุขอย่างยิ่ง

อนาคาริก

ถ้าคำว่า
"เหี้ย"
เป็นคำด่า
"เหี้ยฉิบหาย "
แปลว่า
ดีงามพระรามแปด
เพราะมันหายหรือมันฉิบหายไปหมด
ตามสมมติที่ไม่เที่ยง
เข้าใจไหม

เว้ง พระรามแปด

สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกตอนนี้คือ สมาร์ทโฟนเข้าใจตรงกันนะ

อะฮะ

เชื่อไม่เชื่อก็ช่าง

ที่สุด..

1สิ่งที่คนมีเหลือ น้อยแต่ใช้ฟุ่ม เฟือยมากที่สุดคือเวลา
2สิ่งที่คนลืมมากที่สุดคือลมหาย ใจ
3 สิ่งที่คนชอบมากที่สุดคือฝัน หรือเพ้อฝัน
4 สิ่งที่คนกลัวมากที่สุด
แต่ทำบ่อยที่สุดคือกรรม
5 สิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุด
อยากได้มากที่สุดคือเงิน
6 สิ่งที่คนกลัวมากที่สุดคือตาย 7สิ่งที่คุณกลัวเสียมากที่สุดคือเสียหน้า
8 สิ่งที่คนเชื่อมากที่สุดคือกู
9 สิ่งที่คนรักมากที่สุดคือของกู

จะเชื่อก็ช่างไม่เชื่อก็ช่าง

นายบ่างช่างยุ

8
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมะเบ็ดเตล็ด
« เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2019, 19:54:45 »



ลืมตาแล้วอย่าเพิ่งทำอะไร
นิ่งๆ
ดูสิว่าจิตจะพาไปไหน
แล้วพิจารณาให้ดีว่า
อย่าลืมตายนะ

อนาคาริก

กำลังใจนั้นมีค่าสูงสุด
แต่ใจต้องมีสติ

สมาหิโต
ปริสุทโธ
กัมมนีโย

อนาคาริก

ยาอะไรๆที่ดีที่สุดในโลกนี้
มิสู้ภูมิคุ้มกันของตัวเองได้
แม้กระทั่งกีฬายังดีกว่ายาทั้งมวล
เพราะกีฬาๆคือยาวิเศษ
ใจก็เช่นกัน ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว
ฝึกใจไว้ให้แข็งแรงด้วยพลังของสมาธิ
ชนะหมดสามโลก
แม้กระทั่งชนะใจของตนเอง
เมื่อชนะแล้ว
ชนะกิเลสทั้งหมด
หยุดเกิดหยุดอยากหมด
นิพพิทา

อนาคาริก

คนที่มีความแตกต่างทางความคิดหรือทิษฐิ

ขาดสติ
มีความเห็นผิดหรือมิจฉาทิษฐิ
มีความโลภความโกรธ ความหลง
มีความฉลาดเหนือผู้อื่นมากหรืออัจฉริยะ
คนเมา
คนบ้า
พระอริยเจ้า
คนมองไม่เห็นความจริง
รวมกันแล้วคือบัวสี่เหล่านั่นเอง

ฆราวาสศึกษาธรรม

คนที่มีความแตกต่างทางความคิดหรือทิษฐิ

ความสัมพันธ์ของญาตินั้น
ซับซ้อนพอสม ควรมาตั้งแต่โบราณนั้นก็มี
พี่ป้าน้าอาลุงน้อง
ปู่ย่าตายายจนทวด

มันครบญาติยาวแม้จะวุ่นวายถ้าไม่แย่งมรดกกันก็คงไม่เกลียดกัน
เพราะไม่ขัดผลประโยชน์อะไร

แต่สมัยนี้คบญาติกันที่เงินเพราะ
มีเงินก็นับเป็นน้องมีทองก็นับเป็นพี่

จนสมัยนี้มันเหลือแต่
พ่อแม่ลูก
ต่อไปก็คงเหลือ
ผัวเมีย
จนสุดท้ายเหลือตัวคนเดียวในครอบครัว
เพราะโสดสนิทมีแต่คนส่ายหน้า

เบื่อจริงๆหนีมาบวชสิโยม

อนาคาริก

ความสนิทสนมเป็นยอดแห่งญาติ

เก่าใหม่

ไก่งามเพราะขน
คนงามเพราะแต่ง

ไก่งามเพราะหิว
คนงามเพราะแอป

ไก่งามเพราะอร่อย
คนงามเพราะเด็ด
ไก่งามเพราะยา
คนงามเพราะผ่า

ไก่งามเพราะอะไร
คนงามเพราะอะไร
ก็ช่างหัวมัน

ถวิล

9



คณะกรรมการกองทุนพระรัตนตรัยจะจัดตั้งผ้าป่าแก่นธรรมปีที่ 22

ทอดที่วัดแคนางเลิ้ง
ในวันที่1มิ.ย. . 2562นี้ เวลา10.00น.
ที่กุฎิท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วราภรณ์
เจ้าวาสวัดสุนทรธรรมทาน( แค นางเลิ้ง)
ผ้าป่าแก่นธรรมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
บางปีก็สองครั้ง
ติดต่อกันมา 22 ปีแล้วครับ ผ้าป่าแก่นธรรมนี้
ไม่เคยพิมพ์ซอง
ไม่มีกรรมการผ้าป่า
ได้เงินจากการบอกต่อแล้วก็การบริจาคผ่านทาง facebook เป็นจำนวนมาก
(ครั้งที่ผ่านมาในปีที่ 21 นี้
ได้ทอดที่ลุมพินีพาร์คปิ่นเกล้าในเดือนกรกฎาคม 2561 ได้ยอดเงินทั้งสิ้น 81,118 1บาทโดยไม่หักค่าใช้จ่าย )
รายได้จากการรับบริจาคแบ่งออกเป็น 2 ส่วนให้วัดแคนางเลิ้งซ่อมเสนาสนะและสร้างใหม่ทดแทนในส่วนที่ไม่สามารถจะซ่อมได้แล้ว
อีกส่วนหนึ่งบริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาสภากาชาด
เพื่อช่วยผู้ป่วยอนาถาและพระอาพาธ
ตลอดจนช่วยงานวิจัยโรคมะเร็งขั้นสูงของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในปีนี้

ท่านสาธุชนท่านใดที่มีความสนใจจะร่วมบุญกุศลในผ้าป่ากองนี้
โปรดกรุณาโอนเข้าบัญชี
คุณพิชิต เลิศรัตนานนท์ ธนาคารกสิกรไทยสาขาสวนผักเลขที่บัญชี 011- 2 -88986-8
บุญกุศลที่เกิดจากการร่วมทำผ้าป่าในครั้งนี้
ขออุทิศให้แด่พ่อแม่ครูบาอา จารย์
หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อหลวงลุง
ท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วราภรณ์

เจ้าอาวาสวัดแคนางเลิ้ง
ตลอดจนบรรพบุรุษอันมีพ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและเป็นเพื่อนๆสาธุชนทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์หลายขอให้เจริญธรรมสุขสวัสดิ์ด้วยเทอญ
ขออนุโมทนามาณที่นี้ด้วยและขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่ง
สาธุครับ

แทนสะมะชัยโย

10
ธรรมะกับชีวิต / สมมติสุข
« เมื่อ: 10 เมษายน 2019, 14:00:33 »



สมมติสุข

เราเกิดมา
ทุกคนมีพ่อและแม่เป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยง ดู
ดูแลและปั้นแต่ง
ให้ทุกอย่างที่มี นอกจากจะให้ชีวิตแล้ว
ก็ให้สิ่งที่ตนเอง เข้าใจว่าจะทำให้ ลูกๆมีความสุขที่สุด

ไม่ว่าสิ่งที่ให้
จะทำให้เติบโตแข็งแรงหรือ
อาการที่มีมีรสอร่อย
ช่วงที่ลูกๆโตขึ้น ก็อยากให้ลูก
มีความสุข
มีลาภยศมีสรรเสริญ
มีสุขในความรู้สึก
จะไม่อยากให้
เสื่อมลาภหรือเสื่อมยศ
ไม่ถูกนินทา
ไม่ทุกข์

คนเป็นพ่อแม่โดยธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น

คนทุกคนก็พัฒนาตนจากความรู้พื้นฐานที่บ้านนั่นแหละ
มีพ่อแม่เป็นครูคู่แรก

สมัยก่อนผู้คนแค่กินดีอยู่ดี
นอนหลับ
ไม่เป็นหนี้เป็นสินก็มีความสุขล้นเหลือแล้วตามประสาชาวบ้านธรรมดาๆ

จากการที่โลกเปลี่ยนแปลงขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยจากเมื่อก่อน

จนเหตุการณ์ต่างๆมันเปลี่ยน แปลงไปรวดเร็วมาก
ราวกับเนรมิตเพราะการเจริญในองค์ความรู้ของคน
จนทำให้เหมือนอยู่ในทิพย์วิมานหรือคนแทบจะเป็นเทวดาไป

อยากจะได้อะไรก็กดปุ่มมือถือ

เอาอะไรที่อยากได้ดั่งกับเสกมาจากสรวงสวรรค์

อันนี้คือความสุขของแบบโลกๆ

ความสุขต่อมาก็คือความอร่อย คนสมัยนี้จึงมีรูปร่างเป็นมะขามข้อเดียวกันเยอะทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย
ก็มีความสุขจากอร่อย
จนอาจจะเมินเสื้อผ้าที่ทำให้เสพแล้วมีความรู้สึกว่าหุ่นดีไป

ที่เขาสมมติมาให้เรารู้ว่าต้องมีเอวคอดหน้าอกใหญ่พอสมควร อันนี้เป็นสุขสมมติ

ต้องมีคิ้วโด่งเหมือนฝรั่ง ตากลมปากสวยใบหน้าขาวได้รูปกลมกลืน
อันนี้ก็สมมติสุข
ผมต้องดำสนิทหรือสีตามใจฉันจะยาวหรือจะสั้นก็แล้วแต่สมัยนิยมกันในหมู่

เดี๋ยวนี้มันสุขมากขึ้นกว่านั้นคือความสุขของการแข่งขันกันสุข
ด้วนความคิดที่ถือดีว่า
ตัวเองสูงกว่าเขา
ตัวเองไม่ต่ำกว่าเขาหรือ
อย่างน้อยก็เสมอเขา
คงจะไม่มีใครไปเปรียบเทียบตนกับคนที่เป็นขอทานหรอกว่า ตัวเองต่ำกว่า อย่างน้อยก็บอกแล้วว่าจะไม่เป็นขอทานหรือจัณทาล
สมมุติไปอย่างนั้น
คำว่าขอทานหรือจัณฑาล
เขาก็สมมุติมาเพื่อให้เรามีคำเรียก

สมมติเพื่อจะได้เรียกทุกอย่างนี้ให้เรียกให้มันถูกต้องเหมือนกันและเข้าใจกันตามลักษณะ
เช่นชื่อคนไทยเมื่อก่อนก็มี
ไอ้แดง
ไอ้ดำ
มาริษา
อัญญ่า
ชัญญ่า
หรือตามแต่จะเรียกให้หรู
นิมิตร วิจิตรเลิศจะหรูอะไรก็ว่ากันไป
เพื่อให้มีการเรียกตัวตนให้ถูกต้อง
ถ้าเราพิจารณาเป็นว่าคน
หรือคนใดคนหนึ่งแทนคนทั้งโลก
อย่างถี่ถ้วน
เราจะรู้ว่าคนเรานั้นไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย

รูปร่างหน้าตานั้นจะแตกต่างกันก็ตามสมมุติที่บอก
ว่าหล่อว่าสวยว่าหรือขี้เหร่

แต่คนทุกคนมันต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายใจ
มีเกศาโลมานักขาทันตาตโจหรือ
มีผม
มีขน
มีเล็บมีฟัน
มีหนัง
เหมือนๆกันหมดถ้าลอกสิ่งเหล่านี้ออกมาทั้งหมด

คนมันก็เหมือนกันเพราะมีแต่โครงกระดูก

คำว่าโครงกระดูกก็เป็นคำว่าสมมติ
เรียกว่าโครงกระดูก

โลกมีอริยชนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เดินตามวิถีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ศึกษาธรรมจากพระโอษฐ์
ว่า
ทุกรูปทุกนาม
ที่เห็นที่เรียกล้วนแล้วแต่สมมุติสุขนั้น
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นทุกข์เพราะมันไม่เที่ยงทนได้ยากแลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
คนไม่ชอบ
คนชอบแต่เกิดแก่เจ็บตายไม่ชอบ
ชอบแต่
หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
สุดท้ายก็น่าเกลียดเหมือนกัน
ก็ยังต้องไปห่ผ่าตัดที่หมอเก่งๆ
อาจจะบินไปถึงเกาหลี
บินไปถึงอเมริกาหรือว่าประเทศที่ตัวเองมั่นใจในหมอตัดเย็บ
ผ่าตัดตกแต่งเพื่อความงาม
โดยไม่สนใจว่าสุขภาพของตัวเองหลังจากผ่าตัด
จะแย่ลงหรืออย่างไร
เพราะการผ่าตัดล้วนต้องกระทบเปลี่ยนระบบภายในร่างกาย แต่ด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อให้ผิดเพี้ยนไปเพื่อตามใจปรารถนาในสมมติทำแล้วสวยหล่อเท่ห์

สิ่งที่พ่อแม่ให้มาก็เลยทิ้ง

อยากจะได้ตามสมัยนิยมว่าสวยว่าหล่อว่าเท่ห์

จนเด็กๆรุ่นหลังๆแม้กระทั่งสาวน้อย
หน้าตาแต่งออกจะมาที่ต้อง
ทำจมูกเหมือนกันทำหน้าผากเหมือนกัน
เขียนคิ้วเขียนตาเหมือนกัน
ตามไอดอล
เป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง
ซึ่งความเหมือนกันมันตาลปัตรกลับกันกับสังคมพระศรีอาริยเมตไตรย์
ที่ว่าทุกคนมีธรรมเสมอกันหมด
ไม่ต้องเปรียบเทียบเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นเพื่อน
ทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย
คำว่าปริยัติหรือตำราทั้งหลาย
คำว่าปฏิบัติหรือการทำกระทำการฝึกตัวฝึกตน มันก็เป็นคำพูดที่เรียกตามสมมุติทั้งนั้น
เพียงแต่ผู้ปฏิบัติจะเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายมันทุกข์
มันน่าเบื่อ
มันไม่อยากเอามันไม่อยากได้มันไม่อยากเป็นทำเสียให้มันจบจึงมีความพยายามที่จะดำเนินคามรอยพระบาทพระโคดม
จะถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง
เพียงแต่รู้ว่าที่หล่อสวยเท่ห์มีเสน่ห์
มันทุกข์ทั้งสิ้นเพราะมันไม่เครียด
ที่อยากจะให้มันสวยหล่อเท่ห์มีเสน่ห์
มันเที่ยงคงทนไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะ
ไม่รู้จักคำว่าโลกหรือธรรม
กระทั่งรู้จักตัวเองก็ยังไม่รู้จักกันเลย
สรรหากันไปสุดท้ายก็ตายเสียเปล่า

สาธุชนทั้งหลายจึงเริ่มลาออกจากสังคมใหญ่ๆสังคมเล็กๆสังคมส่วนตัวเพื่อแสวงหาสิ่งที่เรียกว่าโมกขธรรม
คือธรรมะที่ทำให้หลุดพ้น

ในสมัย
หลวงปู่มั่น
หลวงปู่เสาร์นั้นท่านแวะไปเยี่ยมชาวบ้านที่ไหนครอบครัวก็จะแตกที่นั่น
ไม่สามีไม่ภรรยาไม่บุตร
ก็สำนึกในธรรมที่ท่านแสดงอยากจะบรรลุธรรม
จึงเดินตามท่านที่มาโปรดกัน

อันนี้เป็นสิ่งดีสิ่งดี
ที่เราจะเข้าใจตัวเอง
คำว่าครอบครัวแตกแยกในที่นี้มันไม่เหมือนกับครอบครัวที่หย่าร้างกัน
แต่เป็นการแตกกันในจุดที่ดี
เพื่อจะได้จบทั้งงสิ้นดี
ตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า

ที่มีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้
แต่ว่าในเวลานี้เราจะมีพระพุทธเจ้าพระองค์นี้หรือไม่มีก็ตาม
สัจธรรมความจริงของพระองค์
ก็ยังคงมีอยู่ของมันอย่างนั้น
เพียงแต่ว่าเรามีทางลัดตัดตรง
ที่แสดงที่มาของทุกข์ทุกวัน
ขึ้นอยู่ส่าเราไม่เอาหรือไม่เท่านั้นเอง
โดยมรคที่มีองค์ 8

หวังว่าท่านสาธุที่สนใจในธรรมจะได้ประโยชน์ในการ
ปรารถธรรมวันนี้เจริญพร
อนาคาริก

บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมอุทิศถวายแด่หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ
หลวงลุง
หลวงน้า
หลวงพ่อชา สุภัทโท ตลอดจนบรรพบุรุษอันนี้พ่อแม่เป็นปฐม ปู่ย่าตายาย
พี่ป้าน้าอา เพื่อนๆทั้งหลายสรรพสิ่งในโลกแล้วก็เจ้ากรรมนายเวรตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่านขอให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆไป
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องผู้เขียนขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว

แทนสะมะชัยโย

ศีลแปลว่าปกติ

คนไม่มีศีลจึงแปลว่าไม่ปกติ
อยู่กับใคร
เขาก็เดือดร้อนเพราะเบียดเบียนเขาไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
ลืมคำว่า
อกเขาอกเรา
มีแต่เห็นแก่ตัวไม่ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
จนกรรมมันตามทัน

อนาคาริก




ศีลแปลว่าปกติ

11
ธรรมะกับชีวิต / รู้มาก
« เมื่อ: 09 เมษายน 2019, 11:30:43 »



รู้มาก

คนรุ่นนี้มีโมบายด์ สรณัง คัจฉามิคือมีมือถือเป็นที่พึ่ง
ทำงาน ทำธุรกรรมแทบทุกอย่าง
เม้าท์มอยส์
หางาน
หาผัวหาเมีย
หาคนไปกินข้าวด้วย
สั่งอาหาร ขนม
สั่งสินค้า
ได้หมดสดชื่นกันในมือถือนี้แหละ
แม้กระทั่งหาเสียงเลือกตั้ง
ไม่รู้อะไรก็ถามกู๋
รู้มากจนไปกาหมอชวนหมอทะเลาะก็มาก
เพร่ะเจ้ามจว่าสิ่งที่รู้มามันถูกต้อง รวดเร็ว
จนหมอตามโรงพยาบาลแทบจะเครียดตายเพราะคนไข้รู้มาก
แด่ดันเจือกมาหากูเสียนี่
หรือม่สั่งยาให้หมอจ่ายก็ไม่รู้
โบราณท่านมีคำสอนว่า
รู้มากจะยากนาน
รู้น้อยพลอยรำ คาญ
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
และมีสุภาษิตเสริมว่า
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จะหมายความได้ถึงการมีความรู้มีวิชาสามารถช่วยให้เราสามารถ

ปกป้องดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยความรู้จะช่วยให้เราสามารถหา

ทางหลบหลีกและพ้นจากปัญหาไปได้ แม้บางครั้งคำว่า

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี จะจัดอยู่ในแนวเห็นแก่ตัวเอาตัวรอด

อยู่บ้าง แต่ก็เป้นเรื่องจริงในสังคมที่ต้องมีเรื่องเช่นนี้ ถ้าเราแปล

ให้ดีก็คือการรักษาตัวให้รอดพ้นปลอดภัยจากเรื่องร้ายๆนั่นเอง

แต่คนสมัยนี้ยังช่างรู้เพราะแหล่งข่าว
"เขา"
มันเยอะเหลือเกิน
พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่าให้ระวังความคิด
จะกลายเป็นความประพฤติ
แล้วเป็นนิสัย
จนเป็น
กรรมทั้ง
กุศลและอกุศลกรรม
จมทุกข์อย่างน้อย
ก็เครียดกับแหล่งข่าว
"เขา"
จนเขลาว่า
ปัญญาชั้นต้นหายไปหมด
ทิ้งใบปริญญาที่อุตส่าห์เรียนมาเพื่อเป็นคนรอบคอบอย่างง่ายๆ

จนรู้มากพาลจะโง่กว้าง

เอาเสียนี่

ตะวันส่องก้น

12
ธรรมะกับชีวิต / พ่อของฉัน
« เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2019, 18:45:53 »



พ่อของฉัน

ฉันไม่เคยพูดอะไรถึงพ่อของฉันเลย

ทั้งๆที่อยู่กับพ่อมางาน

ตั้งแต่เกิด
ฉันเห็นพ่อตั้งแต่ยังเด็ก
จนถึงทุกวันนี้
แม่เล่าให้ฉันฟังว่า
พ่อของฉันทำงานธนาคารมาก่อนเป็นเสมียน

ตอนพ่อลาออกจากธนาคาร
ฉันก็เริ่มโตแล้วเรียนอยู่ชั้นประ ถม
พ่อออกจากงานมาขายเสื้อผ้าอยู่พักหนึ่ง
แล้วก็กลับไปทำงานต่อ
เพราะมีคนมาขอร้องให้พ่อไปช่วยถึงที่บ้านมากมาย
มีรถประจำตำแหน่งให้ใช้ด้วย
และเป็นรถคันแรกของพวกเรา

รถประจำตำแหน่งคันแรกของพ่อนั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไร

เป็นรถญี่ปุ่นสีขาวที่พ่อเลือกเอง
แม้พ่อจะเลือกรถที่แพงกว่านี้ได้
พ่อก็ไม่เอา
พ่อบอกแม่ว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังไม่แข็งแรงพอ

ตอนนั้นพ่อไปอยู่ในบริษัทที่กำลังเติบโตมาก มีออฟฟิศอยู่แถวๆเพลินจิต
ซึ่งที่นั่นพ่อเคยพาฉันไปในวันหยุดเรียน
และให้ฉันนั่งอ่านการ์ตูนที่พ่อซื้อให้อย่างไม่เบื่อหรือเสียดายเงินเลย
เพราะพ่ออยากให้ฉันอ่านหนัง สือเก่ง

ทุกๆคนในบริษัทดูออกจะกลัวพ่อ มาก
ทั้งๆที่พ่อเป็นคนใจดีที่สุด
คุณป้าแม่บ้านจะมาถามพ่อกับฉันว่ากลางวันจะกินอะไรทุกวัน

แล้วก็ไปซื้อข้าวมาให้กิน
บริษัทนี้เขาเลี้ยงข้าวกลางวันพ่อด้วย
มีโอวัลติน
มีกาแฟฟรี
ตอนฉันเรียนชั้นอนุบาล
ฉันเรียนถึง 2 โรงเรียน

ตอนนั้นพ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันมากนัก
งานโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้ไป
จนพอโตขึ้นหน่อย
ก็เริ่มเห็นพ่อมารับมาส่ง
และแถมมีคนขับรถชื่ออาทิตย์มาส่งให้ถึงที่โรง เรียนด้วย

พ่อเริ่มจับฉันให้เรียนพิเศษ
เรียนภาษาอัง กฤษ
เรียนคณิต ศาสตร์
เรียนว่ายน้ำ
และเรียนเทนนิส

ตอนฉันเรียนชั้นประถม

ฉันเคยไปเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษในหลายโรงเรียนแล้ว
ไม่เข้าใจอะไรเลยเสียเงินไปเยอะ

จนฉันไม่อยากเรียนแล้ว
พ่อก็เลยขอให้ฉันไปเรียนกับครูหลุยส์
ที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เก่งมาก
ท่านรักเด็กไที่สุด
เรียนกันเป็นกลุ่มคละชั้นอยู่ 7 คน ในบ้านของลุงศักดา
พ่อก็ตามไปซื้อข้าวซื้อหนังสือ student Weekly
ที่เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียนมาให้กับ
ทุกๆคนเป็นประจำทุกวันเสาร์
ด้วยความเต็มใจ ในช่วงหลังๆนี้พ่อจะมาเฝ้าดูว่าฉันเรียนอะไรแล้วก็ตามตลอด
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพ่อหาเวลามาจากไหนมาก มายในตอนนั้น
ทั้งๆที่พ่อก็ยุ่ง เพราะพ่อเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทต่างๆที่พ่อทำงานอยู่
มีภาระรับผิดชอบมาก
จนฉันเรียนถึงชั้นป. 6
ฉันต้องไปสอบเข้าโรงเรียนต่อชั้นมัธยมของโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงที่แม่มุ่งหวังจะให้ไปเรียนต่อ
และเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้าน
พ่อดูไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เลยในตอนนั้นเพราะพ่อยุ่ง

แต่พอผลสอบออกมาว่าฉันสอบไม่ได้

ฉันอาจจะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง เพราะฉันสอบได้ติดตัวสำรองอันดับ 1เท่านั้น แล้วก็พลาดไม่ได้เข้าโรงเรียนนี้ พ่อจึงเริ่มเข้าจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ
พ่อเอาฉันไปฝากไว้ให้กับโรงเรียนมัธยมอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งเขาต้องการเด็กเรียนเก่งได้ เกรด4
พร้อมกับเพื่อนของฉันอีกคนหนึ่งชื่อโจ้
ที่มีผลการเรียนไม่ถึงเกรด4
แต่อยากเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้(
ปัจจุบันโจ้เขาทำงานอยู่ในฝ่ายคอมพิวเตอร์ของธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง )
พ่อบอกครูไปว่า ถ้าจะรับลูกของพ่อคือฉันที่เรียนดีเกรด 4
จะต้องรับเพื่อนของฉันที่ชื่อโจ้เข้าไปเรียนด้วย

ไม่งั้นจะไม่ให้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ทั้งสองคน
ครูก็เลยยอมรับโจ้
แม้จะผิดนโยบายของโรงเรียนไปว่า
เด็กที่มาเรียนที่นี่จะต้องได้เกรด 4โดยไม่ต้องสอบเข้า

ฉันยังสงสัยเลยว่สทำไมพ่อของฉันถึงช่างกล้าหาญ
เอาอนาคตของลูก
มาต่อรองกับอนาคตของเด็กคนอื่นด้วยนะ
แต่ตอนนี้ฉันหายสงสัยแล้ว
เพราะพ่อเป็นเช่นนี้
ใจดีที่สุด

แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่า
ตอนที่แม่ท้องฉันอยู่สองเดือน
แม่เข้าโรงพยา บาลเพราะป่วยหนัก
มีการถ่ายเอกซเรย์มาก
แม่วิตกกังวลว่าฉันจะไม่แข็งแรงหรือพิการ
และยังมีการตรวจด้วยเครื่องมือทางการแพทย์อีกหลายๆอย่าง
พ่อดึงแม่มากอดแล้วบอกกับแม่ว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ลูกของเราจะมาเกิด
เป็นลูกรักของเรา ไม่ทำแท้งเด็ดขาด เขาจะเกิดมาดี"
ฉันจึงได้เกิดมาตามรอยของพ่อจนถึงทุกวันนี้

ลูกของพ่อและแม่

พพ มาก

13
ธรรมะกับชีวิต / คุณนายละเอียดไปดูหนัง
« เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2019, 16:53:35 »
คุณนายละเอียดไปดูหนัง

วันนี้เป็นวันหยุด ลูกชายสุดรักของคุณนายชวนดูหนัง
เป็นหนังมีอนิเมชั่นที่เกี่ยวกับ โลกอนาคต
เป็นหนังดัง ลูกชายก็ขอให้เธอไปจองตั๋วหนังให้ด้วยพร้อมทั้งแจ้ง
ว่าเธอจะได้สิทธิ์การซื้อตั๋วหนังลดราคาจากค่ายมือถือ
หลังจากที่กินก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยละแวกบ้านเรียบร้อย
เธอจึงไปจองตั๋วหนังตามคำขอของลูก
เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่

ได้เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ใช่วันศุกร์เสาร์อาทิตย์เลยไม่มีโปรโมชั่น
เรื่องการจองตั๋วหนังลดราคาของค่ายมือถือหรือค่ายใดๆ
คิวที่ได้มากับโรงภาพยนตร์เต็มหมดทุกเครือข่ายแล้วด้วย
คุณนายเธอไม่เข้าใจ
จึงพยายามจะถามต่อ
แล้วก็เกิดความคิดอันหนึ่งว่ามีบัตรลดราคาอยู่ที่บ้าน
ต้องกลับไปเอา และเมื่อฟังราคาตั๋วใบหนึ่งราคา290บาทเธอถอดใจทันทีเธอบอกว่าราคาค่าตั๋วหนังราคารวมเป็นเงิน870 บาท
ซึ่งเธอเสียดายเงินมาก
ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
กับเงินก้อนที่ไม่เธอเคยคิดจะเสียเลยกับการดูหนัง
ทั้งๆชอบดูหนัง
แต่ราคานี้เป็นราคาปกติสำหรับคนทั่วไปที่เขาดูกันสนั่นโลก
ระหว่างที่เธอลังเล
คิดมาก
ผมก็เลยเข้าไป เขาคิวจองตั๋วเมื่อจองตัวเสร็จ
จะดูตั๋วหนัง
เธอก็ยังเกิดความเสียดายใจจะขาดรอนๆ
เธอบอกว่าที่จริงดูที่หลังก็ได้
ผมก็พูดปลอบใจเธอ
เลยแสดงให้เธอได้เห็นว่า
สิ่งที่เธอคิดตอนนี้มันผิด
เพื่อเธอจะได้คิดถูกว่า
ลูกชายสุดรักของคุณนาย
เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากที่จะพาเธอมาดูหนังคุณด้วยบ่อยๆหรอกนะ
คุณนายใช้เงินไปกับในสิ่งที่ไม่ควรจะใช้มาก มาย
แต่คุณนายใช้เงินกับการดูหนังกับลูกและครอบ
ครัว
แบ่งปันความสุขให้ลูก
คิดแทนลูกให้มีความสุข
เหมือนดังเช่นคนธรรมดาที่คิดเหมือนดังแม่ธรรมดาที่เป็นอย่างที่เธอเคยเป็น
บอกให้เธอก็ว่ารู้เราแก่แล้วนะ
จะทำเช่นนี้ได้อีกนานสักแค่ไหน
เธอยังคงมีความทุกข์อีกบ้าง พอดูหนังจบ
เธอก็หายทุกข์กับเรื่องตั๋วหนัง ท่านทั้งหลาย
ที่ยังจะมีความทุกข์กับใครๆด้วยความคิดเองเออเอง
เห็นค่าของเงินเยอะเกินไป
พึงสังวรไว้บ้างหรือว่าท่านกำลังคิดผิด
ยึดติดกับเงินตรา
ทุกข์ไร้สาระงมงายลองเอาเรื่องนี้ไปคิดดู

แต่...คุณนายละเอียดเป็นคนที่ทุกข์ง่ายหายไว
พอดูหนังเสร็จแล้ว
ได้ความเพลิดเพลินเจริญใจตามประสาผู้หญิง(แก่) แล้วก็หายทุกข์ไปหมดได้

นายเขียว
ทาสรับใช้

มัจฉริยะ หรือ ความตระหนี่ หมายถึง ความเหนียวแน่น ความหวงแหน ในสมบัติของตน หรือ ปกปิดสมบัติของตนไม่ให้ผู้อื่นรู้ หรือ อยากให้สิ่งที่มีอยู่กับตน หรือ สิ่งที่ดีๆ นั้นมีอยู่กับเราผู้เดียว ไม่อยากให้ผู้อื่นมี เป็นต้น นี่คือ ลักษณะของความตระหนี่ครับ

มัจฉริยะ คือ ความตระหนี่ ๕ อย่าง ได้แก่

๑. อาวาสมัจฉริยะ ตระหนี่ ที่อยู่อาศัย

๒. กุลมัจฉริยะ ตระหนี่ ตระกูล

๓. ลาภมัจฉริยะ ตระหนี่ ลาภ เงินทอง

๔. วรรณมัจฉริยะ ตระหนี่ วรรณะ คือคำสรรเสริญ

๕. ธรรมมัจฉริยะ ตระหนี่ ธรรม รวมถึง ความรู้

การละคลายความตระหนี่ ก็ต้องเริ่มจาก การเข้าใจถูก อันเกิดจากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เพราะอาศัยการได้ฟัง ศึกษาพระธรรม ย่อมทำให้เกิดปัญญา เกิดกุศลธรรมประการต่างๆ ทำให้คิดถูกว่า ควรที่จะสละ แบ่งปัน ตามสมควร มีก็ให้ และให้ตามกำลังตามสมควร ไม่ได้หมายความว่าจะให้หมด แต่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นประโยชน์กับเขา ความคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็เพราะการฟัง ศึกษาพระธรรมอบรมอย่างยาวนาน

ความตระหนี่จะดับ ไม่เกิดอีกเลย คือ ถึงความเป็นพระโสดาบัน แต่จะค่อยๆ ละคลายความตระหนี่ได้ ก็เพราะ การศึกษาพระธรรมตามที่กล่าวมาอันเป็นเหตุละคลายความตระหนี่่ ครับ

ขอเพิ่มเติมรายละเอียดความตระหนี่ เพื่อสหายธรรมท่านอื่น ทราบความลึกซึ้งของความตระหนี่ ครับ

แต่ในความตระหนี่นั้น ยังมีความละเอียดลึกลงไปอีก ดังข้อความที่ว่า อีกอย่างหนึ่ง แม้ความตระหนี่ขันธ์ ท่านก็เรียกว่ามัจฉริยะ แม้ความตระหนี่ธาตุ ท่านก็เรียกว่ามัจฉริยะ

คือ มีทั้ง ความตระหนี่ ขันธ์ ความตระหนี่ ธาตุ และความตระหนี่ อายตนะ ซึ่งความตระหนี่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ยังหมายถึง ความหวงแหนในความเป็นเรา ในความเป็นไปของสภาพธรรมที่สมมติว่าเป็นเรา ที่มาจากขันธ์ ธาตุ อายตนะ นั่นเอง คือ ไม่อยากให้ใครเป็นอย่างตน ตระหนี่ในความเป็นเรา เป็นลักษณะของสภาพธรรมอย่างนี้ ขณะนั้นก็เป็น ความตระหนี่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ เพราะสภาพธรรมที่เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ก็คือสภาพธรรมที่มีจริง ที่เป็น จิต เจตสิก และรูป ที่ประชุมรวมกัน และสมมติว่าเป็นเรา ผู้ที่มีความหวงแหน ตระหนี่อย่างยิ่ง ย่อมไม่อยากแม้ให้ใครเป็นอย่างตน ตระหนี่ในลักษณะรูปร่าง ในความเป็นเรา ในขันธ์เช่นนี้ ในธาตุ ในอายตนะ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ที่มีลักษณะเช่นนี้ ให้อยู่กับตนเองเท่านั้น ไม่อยากให้คนอื่นเป็นดังเช่นลักษณะรูปร่าง สภาพธรรมดังเช่นตน ขณะนั้น ชื่อว่า มีความตระหนี่ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ครับ

ท่าน อ.สุจินต์

ตระหนี่อะไรอย่างยิ่งคะ ความรักตัว มีอะไรที่จะสละได้ยากเท่ากับความรักตัวบ้าง เพราะฉะนั้นความรักตัวนี่ตระหนี่อย่างยิ่ง ตระหนี่ความเป็นเรา ไม่อยากให้หมดไปเลย บางคนคิดว่าฟังธรรมกันทำไม กลัวเหลือเกินที่จะหมดกิเลส คิดดูนะคะ กลัวหมดกิเลส ช่างคิดอะไรได้ปานนั้น กิเลสดีนักหรือที่จะเก็บไว้ทุกวัน มากๆ โดยไม่รู้สึกตัวด้วย แต่ก็ยังตระหนี่ไว้มาก เหนียวแน่น ไม่ยอมสละหรือละความติดข้องในความเป็นตน

เพราะฉะนั้น ธรรมคือเรื่องที่จริง ละเอียดและลึกซึ้ง ที่จะต้องอาศัยการไตร่ตรองของแต่ละบุคคล ไม่ใช่เป็นผู้ฟังแล้วเชื่อ แต่ว่าฟังแล้วเข้าใจ แม้เข้าใจ เดี๋ยวก็ลืม เพราะเหตุว่า ลืมก็เป็นธรรม เข้าใจก็เป็นธรรม เบื่อก็เป็นธรรม ไม่เบื่อก็เป็นธรรม ศรัทธา สภาพของจิตที่ผ่องใส ไม่มีอกุศล โลภะ โทสะ โมหะ ขณะที่กำลังฟังธรรมด้วยศรัทธาที่จะเข้าใจในสิ่งที่กำลังฟัง ขณะนั้นก็เป็นธรรม แต่พอเห็น เป็นอกุศลแล้ว ฟังไป ดูดอกไม้ไป ก็มีสภาพธรรมที่เกิดดับหลายอย่าง จำแนกออกไปเป็นประเภทต่างๆ ก็คือชีวิตตามความเป็นจริง

ทำไมวิชาอื่นศึกษาได้ และก็อยากศึกษามากๆ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ธรรมที่มีจริงๆ และผู้อื่นไม่สามารถสั่งสอนได้เลย มหาวิทยาลัยใดๆ ในโลกก็ไม่สามารถทำให้เกิดความเข้าใจในความจริงนี้ได้เลย นอกจากพระธรรม พุทธศาสนา คำสอนของผู้ที่ทรงตรัสรู้ตามความเป็นจริง ทำไมไม่สนใจที่จะเข้าใจ ไม่ได้เกิดโทษภัยใดๆ เลยทั้งสิ้น

ฟังแล้วเจ็บไหมคะ “ปรมมัจฉริยะ” เจ็บไหมคะ ไม่มีใครไปว่าใคร แต่พูดถึงธรรมที่เป็นจริงอย่างนี้ ให้เข้าใจถูกต้อง

เพราะฉะนั้น ความเข้าใจไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ใครเป็นทุกข์เลย แต่นำมาซึ่งความเห็นที่ถูกต้อง และเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้ยินได้ฟังด้วยว่า ทุกคำที่ได้ยินได้ฟังเป็นวจีสัจจะ วาจาสัจจะ คำพูดจริง เพราะพูดถึงสิ่งที่กำลังมีจริงๆ และพูดถึงความจริงของสิ่งที่มีจริง เพื่อให้เข้าใจความจริงถูกต้องยิ่งขึ้น จนสามารถไม่เป็น “ปรมมัจฉริยะ”

ขออนุโมทนา

https://www.dhammahome.com/webboard/topic/26024





14
ธรรมะกับชีวิต / ศรัทธา
« เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2019, 16:29:51 »




23 ชม. ·
ศรัทธา

หลังจากที่พวกเราได้ตั้งสติ
ในการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จากการทำวัตรเย็นและการนั่งสมาธิด้วยเวลาอันสมควร
การที่เราทำสิ่งนี้เรียกว่มีศรัทธา ศรัทธาในพระพุทธศาสนาคือศรัทธาในพระพุทธเจ้าว่ามีจริงทรงเป็นผู้ต้นแบบแห่งกนทางของอริยชนศรัทธาในพระธรรมส่าพึ่งได่ฝึกจิตใจได้
ศรัทธาในพระสงฆ์ ดังเช่นนี้
อาจจะมีคนอื่นมองว่าพวกเรา มาทำอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระ
เสียเวลาเปล่า
เพราะเขาไม่มีศรัทธา
สิ่งที่พวกเรามาทำกันในวันนี้ เรามาเจริญสติร่วมกัน
เพื่อให้จิตมีกำลังแข็งแรง เพื่อที่จะให้จิตปลอดโปร่งผ่องแผ้ว
หลังจากที่ทำบุญกันมามากแล้ว
โลกทุกวันนี้มันแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปมากผโดยเฉพาะทางวัตถุ
เราก็ต้องอยู่กับมันให้รู้จักความจริง
อย่างเรื่องฝุ่นละอองที่เป็นพิษ เราก็ต้องเช็คดูว่า
มีที่ไหนที่เป็นเขตมลพิษ
ก็ต้องป้องกันโดยการใส่หน้ากากกัน
วันนี้อาตมาได้นั่งรถผ่านทางบางกะปิ
เห็นคนงานก่อสร้าง
นั่งกินข้าวกันด้วยความอิ่มอร่อย
กับข้าวก็ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
แต่พวกเขาดูมีความสุข
ความสุขที่เขาได้กินอิ่ม
กับอาหารมื้อที่เขาอยากจะได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องกินอาหารที่มีราคาแพงถึงจะอร่อย
คนงานเหล่านี้เขากินของเขาเองก็อร่อย
พวกเราก็ทำเป็นสมมติกันเองว่า ของอร่อยต้องเป็นของแพง และของไม่แพงนั้นไม่อร่อย
มีเพื่อนพระรูปหนึ่ง
เดิมท่านเป็นฆราวาสอยู่ข้างวัด
มีเมียเป็นอาจารย์
เผลอแป๊บเดียวก็มาบวชในวัด แล้ว
มาขอไลน์อาตมา
ถามอาตมาว่า อยากจะสึกเพราะร้อนผ้าเหลืองเหลือเกินอยู่ไม่ไหวเหงา จะทำอย่างไรอาตมาก็ตอบท่านไปว่า
ท่านลองไปคุยกับใครก็ได้
ถ้าไม่มีใครคุย ด้วยก็ไปคุยกับต้นไม้คุยกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวของท่าน
คุยกับตัวเองในกระจก
คุยไปเถอะ
หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง
ท่านก็บอกว่าท่านมีความสุขมากขึ้นเยอะ
ไม่สึกแล้ว
อันนี้ก็หลงสมมุติอยู่เหมือนกัน
สมมุติว่าต้องพึ่งคนอื่น
ก็พึ่งตัวเองไม่ได้ การที่พวกเรามาเจริญสติทำสมาธินี้
ทำให้จิตเรามีกำลัง
พอจิตมีกำลังที่เรียกว่าสมถะ ภาวนา
ถึงแจ้งกับวิปัสสนา
หรือตื่น
หรือว่าเราสงบเฉยๆ
เราก็จะรู้ว่าเราพึ่งตนเองได้ดังเช่น
ที่เรามาพึ่งพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เพื่อให้จิตมันสงบ
เมื่อจิตสงบแล้วยินดีแล้ว
ก็เกิดปัญญาปัญญาคือความรู้ตื่น
รู้ว่าพึ่งตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งสมมติอะไรๆทั้งนั้นเอง
เหมือนที่พวกเรากลัวกันว่าไอ้นั่นจะเกิดไอ้นี่จะเกินไป
กลัวมันทำไมกันกลัวแล้วมันจะไม่เกิดเรื่องที่กลัวเหรอ
อันนี้ทั้งหลายทั้งปวงมันอยู่ที่เราเอง
เราเองเป็นผู้กระทำให้มันเกิดมันเกิดจากกรรมของตัวเองที่ทำทั้งนั้น
กรรมที่แก้ไขในอดีตไม่ได้หรือจะแก้ไขในอนาคตก็ไม่ได้ต้องแก้ไขในปัจจุบันนี้เท่านั้น ดังนั้นอาตมาจึงบอกว่าพวกเรามาตั้งสติกัน

อ้าววันนี้มีวัยรุ่นมาด้วย
เรียนคณะนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พึ่งจบนะ
ดีนะที่มาฝึกปัญญากับห้องนี้จะได้เห็นความจริงที่พึ่งตัวเองได้
ขอให้กำลังใจแม่บ้านทุกท่านที่มาร่วมฝึกจิตใจกันวันนี้ อย่าไปกลัวอะไรอย่าไปหวังอะไรตั้งใจอยู่กับตัวเอง
ฝึกลมหายใจลมหายใจนี้น่ะ
พวกที่ดมฝุ่นพิษเข้าไปไม่ว่ารวยหรือว่าจน
ฝุนพิษมันมีค่าเท่ากัน
เพียงแต่ฝุ่นพิษของคนจนมีราคาถูกหน่อยเพราะ
ไปหาหมอกับสิทธิ 30 บาท
แต่คนรวยจะไปหาที่หมอโรงพยาบาลเอกชนก็อาจจะเสียหลายพันหรือล้มป่วยไปกว่านั้นก็เสียเพิ่มมากขึ้น
บ้างเป็นแสนบา โรงพยาบาลก็ขายดี
ขายกันทั้งยาขายกันทั้งหมอหมอ
อันนี้ก็เป็นกรรมเพราะฉะนั้นการฝึกกายฝึกลมหายใจให้จิตมจแข็งแกร่ง
เจริญภาวนาเจริญสมาธิภาวนา
ให้จิตสงบแล้วมีปัญญาเมื่อมี
ปัญญาก็นำปัญญาเข้าสู่ภาวะหนึ่งที่ว่าภาวะที่พ้นจากรูปนามหรือทุกข์
จิตใจเข้มแข็งมีสติแก่กล้าเป็นพลังงาน
น่าจะเรียกว่าพระนิพพานก็ได้ นะ

เอาละวันนี้แค่นี้ ฟังอาตมาแล้วทำวัตรมาแล้วนั่งสมาธิกันมาแล้วในระดับหนึ่ง
ก็ขอให้พวกเรารรับพรจากอาตมาในวันนี้ด้วย เอาตั้งใจนะ

พระกม กมโร

15
ธรรมะกับชีวิต / สักวัน
« เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 15:05:27 »



สักวันถ้าเรารู้ว่า
เราอยู่กับความโง่
ทุกข์ฟรี
สุดท้ายมันก็ปล่อยโง่เสียที

คิดใหม่ทำหมด

กุศล เจตนา

โลกธรรมแปดมันเป็นเพียงเงา จะไขว่คว้าหาทำไมเมื่อยนะ
เพราะมันไม่มี

อนาคาริก

ยกภูเขาออกจากอก
ไม่มีมึงไม่มีกูไม่มีเรา
มันหนักเลยเบา

อนาคาริก

ถ้าใครนอนตายวันนี้
ฝันดีนะ

อนาคาริก

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 มีการนัดเลี้ยง สังสรรค์กันกับเพื่อนชั้นประถม 1
นับว่าเป็นเพื่อนรุ่นแรกพิมพ์ใหญ่วัดแค
เพราะเรียนที่โรงเรียนประเสริฐวิทยาใกล้วัดแค นางเลิ้ง
ระยะทางในความเป็นเพื่อน ช่างยาวนานเหลือเกิน
กว่า 50 ปี การนัดกันครั้งนี้
อาจจะใช้เวลา มากกว่าเดิมเยอะ
เพราะเพื่อนแต่ละคนยังมีภาระ
มีดพื่อนสนิทมาเพิ่มด้วย รู้สึกขอบคุณเพื่อนรักที่มา
และยังก็ตามหาคนที่ติดต่อได้
แต่ยังไม่ได้มาเจอกัน
อละก็เป็นธรรมดาของคนที่ว่ามากคนมากเรื่อง
แต่ละคนก็ติดธุระกันมากอยู่ เพื่อนพาณีคนหนึ่ง
เพิ่งผ่าคอมาไม่ได้
ในวันนั้นเราไปเลี้ยงกันมี่ร้านอาหารพูนสิน
สี่แยกวิสุทธิ์กษัตริย์
ร้านดังในอดีตเรื่องเป็ดย่าง
นัดรวมเพื่อนได้วันนี้ก็มี 11 คน ตามรายชื่อข้างล่าง
ส่วนที่ยังขาดอยู่ เพราะคุณพาณีท่านหิน
ท่านประคอง
ที่ท่านเป็นประธานรุ่น 73 โรงเรียนวัดสระเกศ
ทีาทำคณประโยชน์ให้เพื่อนร่วมรุ่นมากวันนั้นเนื่องจากภรรยาเกิดอุบัติ
เหตุเล็กน้อย ต้องพาไปพบแพทย์

อากาศในวันนั้นค่อนข้างร้อน
ฝุ่นพิษเยอะ อาหารก็เป็นไปตามปกติ
ของทอด
ของผัด
เป็ด
ทุกคนแม้จะนานๆเจอกันที แต่ค่อนข้างจะสนิท
หลายๆคนยังมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง และมีนัดเจอกันบ้าง
ในปีกว่าที่ผ่านมาน
เราได้เตอกันสองครั้ง
มาก็รื้อฟื้นเรื่องราวๆต่างๆเป็นที่สนุกสนาน
เป็นธรรมดาของคนสูงวัย
ซึ่งล้วนแล้วแต่เกษียณเกือบหมด
เพื่อนมณียังนั่งทำงานอยู่เลย คุณเมาตาอินกรือตั่วแปะจับกระแสบวกได้ดีว่าราบรื่น
เป็นคลื่นบวก ทุกคนราบรื่นดี แม้ในปีที่ผ่านมาหลายคน
ต้องเข้าโรงพยาบาล
บางคนก็ผ่าสมองไปแล้ว บุญรักษาพระคุ้มครอง
บางคนก็จวนจะได้ผ่าตัดเพราะหมอวินิจฉัยผิด

นอกนั้นก็ปวดหลังชาเท้าเจ็บกระดูก
ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนวัยนี้
เพราะการใช้ร่างกายมานาน เพื่อนๆที่พอจะให้ชื่อกันได้วันนั้นก็มี
เพื่อนหมู
ตั่วแปะ
ยี่แปะ
เพื่อนจิน
หมูผักเพื่อนรัก โอ่งกับเพื่อนซี้ศาลที่ขาดกันไม่ได้เลยสักวัน
เพราะคู่นี้ไม่เคยพรากจากกันรักกันเหนียวแน่นมาหลายสิบปี
จนมีลูกมีหลาน และจะเพิ่มอีกเร็วๆนี้อีกคนหนึ่ง
อาหารที่ร้านก็เป็นอาหารจีนอย่างที่เราเคยกินกัน
ตามชื่อเสียงเดิมของร้านพูนสิน รสชาดพอใช้ได้ สถานที่เลี้ยงเป็นห้องส่วนตัว
เหมือนเรากินดอาหารจีนโบราณ
แต่มีการปรัยปรุงสถานที่และตกแต่งใหม่
ก็ดูสะอาดสะ
อ้านกว่าเดิมมาก อาหารจานที่อดจะชมไม่ได้คือผัดโหงวก๊วยขออร่อยได้ใจจนต้อสั่งซ้ำ
และเนื่องจากสมัยนี้มีร้านเป็ดย่างเยอะแยะ เลยทำให้คุณค่าของเป็ดย่างพูลสินอาจจะด้อยลงไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับร้านเจ้าดอื่นๆ อย่างเช่น MK เป็ดอบน้ำผึ้ง
ที่รสชาดจะนุ่มนวลเนียนกว่า และมีมาตรฐานทุกจานเท่ากันแต่ที่นี่ในจานแรกอาจจะกระด้างไปนิดหนึ่ง
แต่จานที่ 2 ก็เรียกชื่อพูลสินคืนมาได้ตามสมควร
สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นคุ้นเคยกันก็คือ หลากหลายความคิดได้ถ่ายทอดต่อกัน ผมเองก็พยา ยามจะทำตลก เพื่อให้คึกครื้นึวรแก่การที่นานๆเจอกันคที
หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้เพื่อนๆทำหน้าที่ไป
ใครอยากสนทนาอะไรกันก็สนทนา
อยากถ่ายรูปก็ถ่ายไปก็
รูปที่ถ่ายไปนี้ทุกคนล้วนเลย60ปีกันทั้งนั้น
เป็นวัยที่ทางการแพทย์เขาเรียกว่าเป็นวัยซ่อม
อวัยวะล้วนเหมือนฟันเฟืองในเครื่องจักร
ที่อยู่ในตัว
และเริ่มรวน
จะรวนมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับบุญกรรม
ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน
ว่าใช้งานกันมันหนักหนาแค่ไหน
และอยู่ในที่อารมณ์
อากาศ
อาหาร
การออกกำลังกายดีหรือไม่
แต่ในปีนี้ผมรู้สึกดีใจที่เพื่อนๆทุกคนแข็งแรงกันดีขึ้นมากกว่าปีก่อน
พลังเชิงบวกที่ผมได้รับตรงกับที่ตั่วแปะได้รับเหมือนกัน
คนมาไกลก็ยอมรับความคิดเห็นกัน
ถึงแม้จะแตกต่างกัน
การประนี
ประนอมมีมากมาก
ตรงหลักกฎสากลของการอยู่ร่วมกัน
ที่เรียกว่า โกลเด้นโกลรูล รูป
หรืออกเขาอกเรา
ซึ่งนี้ปีนี้การเจรจาต่อรองรอง เอออวย
ง่ายขึ้นมากผิดกับทุกครั้ง
คงจะเกิดจากวัย ที่สูงขึ้นเหมือนกับเทียนเผาไหม้มานาน ระยะทางของที่เหลือของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากันแต่ก็รู้ว่าคงจะเหลือไม่มากสักเท่าไหร่
ว่าไส้เทียนจะเผาถึงตายหรือว่ามันจะดับก่อนเป็นเช่นนั้น

สัจธรรมที่เห็นอันหนึ่งก็คือ
เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปของกันและกัน
เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก
จนมาถึงวัยนี้ เพื่อนบางคนก็ได้ตายจาดไปแล้ว
ทุกๆคนก็เข้าใจและทำหลายๆคนก็เดินเข้าหาสัจธรรม
ผมเองก็มีดำริในส่วนตัวว่า
อยากจะเดินเข้าหาสัจธรรมขึ้นอยู่ว่าใครจะทำจริงๆ
ยอมรับมัน
ฝึกจิตให้เข้มแข็ง
เพื่อจะได้ก้าวต่อไป
ไม่หลงอารมณ์คือรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสธัมมารมณ์
เพราะสุดท้าย เราก็ต้องทิ้งอารมณ์เหล่านั้น คืนไป
ปล่อยให้มันจมอยู่การเวียนว่ายตายเกิด
ในจุดชั่วร้ายที่เรียกว่าอบาย
ถ้าจิตตกภวังค์แล้วนึกอะไรไม่ออก
ก็ไปวัดดวงดันเอา
ว่าจะไปข้างดีหรือข้างชั่ว
ถ้าตกภวังค์ด้วยสติและพลังจิตที่เข้มแข็งดั่งหลวงพ่อวิริยังค์สิรินธโรท่านสอนมานาน
มีหนทางแห่งการรอดในวัฏสงสาร
ไม่ต้องมาเหนื่อย
ไม่ต้องมาทนกับบาปกรรมที่ทำ หรือบุญที่ทำ
กรรมที่ก่อ
ทุกข์เหลือหลาย

สันนั้นยังมีความเห็นเพิ่มอีก
ว่าจะไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวกัน
คือระยอง
ในแง่ของผมเองผมก็เห็นด้วยอย่างน้อยพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯ
ไม่มีโอกาสไปฟอกปอดที่มีแต่ฝุ่นพิษ
และคงจะต้องจมอีกนานหลายปี ส่วนเรื่องสถานที่อะไร
เราคงไม่ได้เกี่ยงอะไรกันมาก
แต่หลายๆคนก็เป็นเหมือนกับผมเหมือนกันว่าเราเป็นโรคติดหมอ
แต่ก็มีบางคนก็ยังแข็งแรงอยู่ยังไม่ต้องถึงก็ติดหมอนะ
สักวันก็คงหนีไม่พ้นโรคติดโลง ซึ่งทุกๆคนทีาเกิดมาจะจบลงด้วยโรคเดียว All In One

แทนสะมะชัยโย

หากมีข้อผิดพลาดประการใดจากบทความนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว
บุญกุศลที่เกิดขึ้นขออุทิศส่วนกุศลให้แก่พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่หลวงพ่อหลวงตาหลวงลุง
หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
ตลอดจนพระพิพัฒน์วราภรณ์บรรพบุรุษ
อันมีพ่อแม่เป็นปฐม
ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและเป็นเพื่อนๆทุกคนตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่าน
สรรพสัตว์ทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวรให้เจริญพรเจริญสุขสวัสดิ์ด้วยเทอญ

หน้า: [1] 2 3 ... 27