แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 26
1
ธรรมะกับชีวิต / ศรัทธา
« เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2019, 16:29:51 »




23 ชม. ·
ศรัทธา

หลังจากที่พวกเราได้ตั้งสติ
ในการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จากการทำวัตรเย็นและการนั่งสมาธิด้วยเวลาอันสมควร
การที่เราทำสิ่งนี้เรียกว่มีศรัทธา ศรัทธาในพระพุทธศาสนาคือศรัทธาในพระพุทธเจ้าว่ามีจริงทรงเป็นผู้ต้นแบบแห่งกนทางของอริยชนศรัทธาในพระธรรมส่าพึ่งได่ฝึกจิตใจได้
ศรัทธาในพระสงฆ์ ดังเช่นนี้
อาจจะมีคนอื่นมองว่าพวกเรา มาทำอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระ
เสียเวลาเปล่า
เพราะเขาไม่มีศรัทธา
สิ่งที่พวกเรามาทำกันในวันนี้ เรามาเจริญสติร่วมกัน
เพื่อให้จิตมีกำลังแข็งแรง เพื่อที่จะให้จิตปลอดโปร่งผ่องแผ้ว
หลังจากที่ทำบุญกันมามากแล้ว
โลกทุกวันนี้มันแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปมากผโดยเฉพาะทางวัตถุ
เราก็ต้องอยู่กับมันให้รู้จักความจริง
อย่างเรื่องฝุ่นละอองที่เป็นพิษ เราก็ต้องเช็คดูว่า
มีที่ไหนที่เป็นเขตมลพิษ
ก็ต้องป้องกันโดยการใส่หน้ากากกัน
วันนี้อาตมาได้นั่งรถผ่านทางบางกะปิ
เห็นคนงานก่อสร้าง
นั่งกินข้าวกันด้วยความอิ่มอร่อย
กับข้าวก็ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
แต่พวกเขาดูมีความสุข
ความสุขที่เขาได้กินอิ่ม
กับอาหารมื้อที่เขาอยากจะได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องกินอาหารที่มีราคาแพงถึงจะอร่อย
คนงานเหล่านี้เขากินของเขาเองก็อร่อย
พวกเราก็ทำเป็นสมมติกันเองว่า ของอร่อยต้องเป็นของแพง และของไม่แพงนั้นไม่อร่อย
มีเพื่อนพระรูปหนึ่ง
เดิมท่านเป็นฆราวาสอยู่ข้างวัด
มีเมียเป็นอาจารย์
เผลอแป๊บเดียวก็มาบวชในวัด แล้ว
มาขอไลน์อาตมา
ถามอาตมาว่า อยากจะสึกเพราะร้อนผ้าเหลืองเหลือเกินอยู่ไม่ไหวเหงา จะทำอย่างไรอาตมาก็ตอบท่านไปว่า
ท่านลองไปคุยกับใครก็ได้
ถ้าไม่มีใครคุย ด้วยก็ไปคุยกับต้นไม้คุยกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวของท่าน
คุยกับตัวเองในกระจก
คุยไปเถอะ
หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง
ท่านก็บอกว่าท่านมีความสุขมากขึ้นเยอะ
ไม่สึกแล้ว
อันนี้ก็หลงสมมุติอยู่เหมือนกัน
สมมุติว่าต้องพึ่งคนอื่น
ก็พึ่งตัวเองไม่ได้ การที่พวกเรามาเจริญสติทำสมาธินี้
ทำให้จิตเรามีกำลัง
พอจิตมีกำลังที่เรียกว่าสมถะ ภาวนา
ถึงแจ้งกับวิปัสสนา
หรือตื่น
หรือว่าเราสงบเฉยๆ
เราก็จะรู้ว่าเราพึ่งตนเองได้ดังเช่น
ที่เรามาพึ่งพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เพื่อให้จิตมันสงบ
เมื่อจิตสงบแล้วยินดีแล้ว
ก็เกิดปัญญาปัญญาคือความรู้ตื่น
รู้ว่าพึ่งตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งสมมติอะไรๆทั้งนั้นเอง
เหมือนที่พวกเรากลัวกันว่าไอ้นั่นจะเกิดไอ้นี่จะเกินไป
กลัวมันทำไมกันกลัวแล้วมันจะไม่เกิดเรื่องที่กลัวเหรอ
อันนี้ทั้งหลายทั้งปวงมันอยู่ที่เราเอง
เราเองเป็นผู้กระทำให้มันเกิดมันเกิดจากกรรมของตัวเองที่ทำทั้งนั้น
กรรมที่แก้ไขในอดีตไม่ได้หรือจะแก้ไขในอนาคตก็ไม่ได้ต้องแก้ไขในปัจจุบันนี้เท่านั้น ดังนั้นอาตมาจึงบอกว่าพวกเรามาตั้งสติกัน

อ้าววันนี้มีวัยรุ่นมาด้วย
เรียนคณะนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พึ่งจบนะ
ดีนะที่มาฝึกปัญญากับห้องนี้จะได้เห็นความจริงที่พึ่งตัวเองได้
ขอให้กำลังใจแม่บ้านทุกท่านที่มาร่วมฝึกจิตใจกันวันนี้ อย่าไปกลัวอะไรอย่าไปหวังอะไรตั้งใจอยู่กับตัวเอง
ฝึกลมหายใจลมหายใจนี้น่ะ
พวกที่ดมฝุ่นพิษเข้าไปไม่ว่ารวยหรือว่าจน
ฝุนพิษมันมีค่าเท่ากัน
เพียงแต่ฝุ่นพิษของคนจนมีราคาถูกหน่อยเพราะ
ไปหาหมอกับสิทธิ 30 บาท
แต่คนรวยจะไปหาที่หมอโรงพยาบาลเอกชนก็อาจจะเสียหลายพันหรือล้มป่วยไปกว่านั้นก็เสียเพิ่มมากขึ้น
บ้างเป็นแสนบา โรงพยาบาลก็ขายดี
ขายกันทั้งยาขายกันทั้งหมอหมอ
อันนี้ก็เป็นกรรมเพราะฉะนั้นการฝึกกายฝึกลมหายใจให้จิตมจแข็งแกร่ง
เจริญภาวนาเจริญสมาธิภาวนา
ให้จิตสงบแล้วมีปัญญาเมื่อมี
ปัญญาก็นำปัญญาเข้าสู่ภาวะหนึ่งที่ว่าภาวะที่พ้นจากรูปนามหรือทุกข์
จิตใจเข้มแข็งมีสติแก่กล้าเป็นพลังงาน
น่าจะเรียกว่าพระนิพพานก็ได้ นะ

เอาละวันนี้แค่นี้ ฟังอาตมาแล้วทำวัตรมาแล้วนั่งสมาธิกันมาแล้วในระดับหนึ่ง
ก็ขอให้พวกเรารรับพรจากอาตมาในวันนี้ด้วย เอาตั้งใจนะ

พระกม กมโร

2
ธรรมะกับชีวิต / สักวัน
« เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 15:05:27 »



สักวันถ้าเรารู้ว่า
เราอยู่กับความโง่
ทุกข์ฟรี
สุดท้ายมันก็ปล่อยโง่เสียที

คิดใหม่ทำหมด

กุศล เจตนา

โลกธรรมแปดมันเป็นเพียงเงา จะไขว่คว้าหาทำไมเมื่อยนะ
เพราะมันไม่มี

อนาคาริก

ยกภูเขาออกจากอก
ไม่มีมึงไม่มีกูไม่มีเรา
มันหนักเลยเบา

อนาคาริก

ถ้าใครนอนตายวันนี้
ฝันดีนะ

อนาคาริก

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 มีการนัดเลี้ยง สังสรรค์กันกับเพื่อนชั้นประถม 1
นับว่าเป็นเพื่อนรุ่นแรกพิมพ์ใหญ่วัดแค
เพราะเรียนที่โรงเรียนประเสริฐวิทยาใกล้วัดแค นางเลิ้ง
ระยะทางในความเป็นเพื่อน ช่างยาวนานเหลือเกิน
กว่า 50 ปี การนัดกันครั้งนี้
อาจจะใช้เวลา มากกว่าเดิมเยอะ
เพราะเพื่อนแต่ละคนยังมีภาระ
มีดพื่อนสนิทมาเพิ่มด้วย รู้สึกขอบคุณเพื่อนรักที่มา
และยังก็ตามหาคนที่ติดต่อได้
แต่ยังไม่ได้มาเจอกัน
อละก็เป็นธรรมดาของคนที่ว่ามากคนมากเรื่อง
แต่ละคนก็ติดธุระกันมากอยู่ เพื่อนพาณีคนหนึ่ง
เพิ่งผ่าคอมาไม่ได้
ในวันนั้นเราไปเลี้ยงกันมี่ร้านอาหารพูนสิน
สี่แยกวิสุทธิ์กษัตริย์
ร้านดังในอดีตเรื่องเป็ดย่าง
นัดรวมเพื่อนได้วันนี้ก็มี 11 คน ตามรายชื่อข้างล่าง
ส่วนที่ยังขาดอยู่ เพราะคุณพาณีท่านหิน
ท่านประคอง
ที่ท่านเป็นประธานรุ่น 73 โรงเรียนวัดสระเกศ
ทีาทำคณประโยชน์ให้เพื่อนร่วมรุ่นมากวันนั้นเนื่องจากภรรยาเกิดอุบัติ
เหตุเล็กน้อย ต้องพาไปพบแพทย์

อากาศในวันนั้นค่อนข้างร้อน
ฝุ่นพิษเยอะ อาหารก็เป็นไปตามปกติ
ของทอด
ของผัด
เป็ด
ทุกคนแม้จะนานๆเจอกันที แต่ค่อนข้างจะสนิท
หลายๆคนยังมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง และมีนัดเจอกันบ้าง
ในปีกว่าที่ผ่านมาน
เราได้เตอกันสองครั้ง
มาก็รื้อฟื้นเรื่องราวๆต่างๆเป็นที่สนุกสนาน
เป็นธรรมดาของคนสูงวัย
ซึ่งล้วนแล้วแต่เกษียณเกือบหมด
เพื่อนมณียังนั่งทำงานอยู่เลย คุณเมาตาอินกรือตั่วแปะจับกระแสบวกได้ดีว่าราบรื่น
เป็นคลื่นบวก ทุกคนราบรื่นดี แม้ในปีที่ผ่านมาหลายคน
ต้องเข้าโรงพยาบาล
บางคนก็ผ่าสมองไปแล้ว บุญรักษาพระคุ้มครอง
บางคนก็จวนจะได้ผ่าตัดเพราะหมอวินิจฉัยผิด

นอกนั้นก็ปวดหลังชาเท้าเจ็บกระดูก
ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนวัยนี้
เพราะการใช้ร่างกายมานาน เพื่อนๆที่พอจะให้ชื่อกันได้วันนั้นก็มี
เพื่อนหมู
ตั่วแปะ
ยี่แปะ
เพื่อนจิน
หมูผักเพื่อนรัก โอ่งกับเพื่อนซี้ศาลที่ขาดกันไม่ได้เลยสักวัน
เพราะคู่นี้ไม่เคยพรากจากกันรักกันเหนียวแน่นมาหลายสิบปี
จนมีลูกมีหลาน และจะเพิ่มอีกเร็วๆนี้อีกคนหนึ่ง
อาหารที่ร้านก็เป็นอาหารจีนอย่างที่เราเคยกินกัน
ตามชื่อเสียงเดิมของร้านพูนสิน รสชาดพอใช้ได้ สถานที่เลี้ยงเป็นห้องส่วนตัว
เหมือนเรากินดอาหารจีนโบราณ
แต่มีการปรัยปรุงสถานที่และตกแต่งใหม่
ก็ดูสะอาดสะ
อ้านกว่าเดิมมาก อาหารจานที่อดจะชมไม่ได้คือผัดโหงวก๊วยขออร่อยได้ใจจนต้อสั่งซ้ำ
และเนื่องจากสมัยนี้มีร้านเป็ดย่างเยอะแยะ เลยทำให้คุณค่าของเป็ดย่างพูลสินอาจจะด้อยลงไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับร้านเจ้าดอื่นๆ อย่างเช่น MK เป็ดอบน้ำผึ้ง
ที่รสชาดจะนุ่มนวลเนียนกว่า และมีมาตรฐานทุกจานเท่ากันแต่ที่นี่ในจานแรกอาจจะกระด้างไปนิดหนึ่ง
แต่จานที่ 2 ก็เรียกชื่อพูลสินคืนมาได้ตามสมควร
สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นคุ้นเคยกันก็คือ หลากหลายความคิดได้ถ่ายทอดต่อกัน ผมเองก็พยา ยามจะทำตลก เพื่อให้คึกครื้นึวรแก่การที่นานๆเจอกันคที
หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้เพื่อนๆทำหน้าที่ไป
ใครอยากสนทนาอะไรกันก็สนทนา
อยากถ่ายรูปก็ถ่ายไปก็
รูปที่ถ่ายไปนี้ทุกคนล้วนเลย60ปีกันทั้งนั้น
เป็นวัยที่ทางการแพทย์เขาเรียกว่าเป็นวัยซ่อม
อวัยวะล้วนเหมือนฟันเฟืองในเครื่องจักร
ที่อยู่ในตัว
และเริ่มรวน
จะรวนมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับบุญกรรม
ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน
ว่าใช้งานกันมันหนักหนาแค่ไหน
และอยู่ในที่อารมณ์
อากาศ
อาหาร
การออกกำลังกายดีหรือไม่
แต่ในปีนี้ผมรู้สึกดีใจที่เพื่อนๆทุกคนแข็งแรงกันดีขึ้นมากกว่าปีก่อน
พลังเชิงบวกที่ผมได้รับตรงกับที่ตั่วแปะได้รับเหมือนกัน
คนมาไกลก็ยอมรับความคิดเห็นกัน
ถึงแม้จะแตกต่างกัน
การประนี
ประนอมมีมากมาก
ตรงหลักกฎสากลของการอยู่ร่วมกัน
ที่เรียกว่า โกลเด้นโกลรูล รูป
หรืออกเขาอกเรา
ซึ่งนี้ปีนี้การเจรจาต่อรองรอง เอออวย
ง่ายขึ้นมากผิดกับทุกครั้ง
คงจะเกิดจากวัย ที่สูงขึ้นเหมือนกับเทียนเผาไหม้มานาน ระยะทางของที่เหลือของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากันแต่ก็รู้ว่าคงจะเหลือไม่มากสักเท่าไหร่
ว่าไส้เทียนจะเผาถึงตายหรือว่ามันจะดับก่อนเป็นเช่นนั้น

สัจธรรมที่เห็นอันหนึ่งก็คือ
เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปของกันและกัน
เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก
จนมาถึงวัยนี้ เพื่อนบางคนก็ได้ตายจาดไปแล้ว
ทุกๆคนก็เข้าใจและทำหลายๆคนก็เดินเข้าหาสัจธรรม
ผมเองก็มีดำริในส่วนตัวว่า
อยากจะเดินเข้าหาสัจธรรมขึ้นอยู่ว่าใครจะทำจริงๆ
ยอมรับมัน
ฝึกจิตให้เข้มแข็ง
เพื่อจะได้ก้าวต่อไป
ไม่หลงอารมณ์คือรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสธัมมารมณ์
เพราะสุดท้าย เราก็ต้องทิ้งอารมณ์เหล่านั้น คืนไป
ปล่อยให้มันจมอยู่การเวียนว่ายตายเกิด
ในจุดชั่วร้ายที่เรียกว่าอบาย
ถ้าจิตตกภวังค์แล้วนึกอะไรไม่ออก
ก็ไปวัดดวงดันเอา
ว่าจะไปข้างดีหรือข้างชั่ว
ถ้าตกภวังค์ด้วยสติและพลังจิตที่เข้มแข็งดั่งหลวงพ่อวิริยังค์สิรินธโรท่านสอนมานาน
มีหนทางแห่งการรอดในวัฏสงสาร
ไม่ต้องมาเหนื่อย
ไม่ต้องมาทนกับบาปกรรมที่ทำ หรือบุญที่ทำ
กรรมที่ก่อ
ทุกข์เหลือหลาย

สันนั้นยังมีความเห็นเพิ่มอีก
ว่าจะไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวกัน
คือระยอง
ในแง่ของผมเองผมก็เห็นด้วยอย่างน้อยพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯ
ไม่มีโอกาสไปฟอกปอดที่มีแต่ฝุ่นพิษ
และคงจะต้องจมอีกนานหลายปี ส่วนเรื่องสถานที่อะไร
เราคงไม่ได้เกี่ยงอะไรกันมาก
แต่หลายๆคนก็เป็นเหมือนกับผมเหมือนกันว่าเราเป็นโรคติดหมอ
แต่ก็มีบางคนก็ยังแข็งแรงอยู่ยังไม่ต้องถึงก็ติดหมอนะ
สักวันก็คงหนีไม่พ้นโรคติดโลง ซึ่งทุกๆคนทีาเกิดมาจะจบลงด้วยโรคเดียว All In One

แทนสะมะชัยโย

หากมีข้อผิดพลาดประการใดจากบทความนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว
บุญกุศลที่เกิดขึ้นขออุทิศส่วนกุศลให้แก่พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่หลวงพ่อหลวงตาหลวงลุง
หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
ตลอดจนพระพิพัฒน์วราภรณ์บรรพบุรุษ
อันมีพ่อแม่เป็นปฐม
ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาและเป็นเพื่อนๆทุกคนตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่าน
สรรพสัตว์ทั้งหลายเจ้ากรรมนายเวรให้เจริญพรเจริญสุขสวัสดิ์ด้วยเทอญ

3
ธรรมะกับชีวิต / ฝุ่นพิษ
« เมื่อ: 22 มกราคม 2019, 16:01:32 »



ฝุ่นพิษ

กทม.มีฝุ่นพิษมากเกินมาตราฐาน
เจอสาเหตุแล้วครับ
ไม่ต้องรอไปถึงสามปี
ให้การก่อสร้างเสร็จ
รออีกนิดเดียวนะครับ
ฝุ่นจะหายหมดเองแน่นอนครับ

อุลตร้าแมน

ที่ปรึกษาครม.ฝ่ายสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงแล้ว
แต่ ยังไม่เคยมีแถลงกาณ์

ขอขอบคุณเมียทุกคน
ตั้งแต่เมียหลวงจนถึงเมียน้อยทั้งหลาย
ที่ทำให้ได้ไปเจอกัลยาณเมีย

และขอขอบคุณกัลยาณเมีย
ที่ได้ทำให้เจอ
ผัวทั้งหลายๆ
อนาคตมันไม่
เที่ยงนะจะ

แจ๊คชื่อเดิม
แจ๊คกี้ชื่อใหม่

การคร่ำครวญร่ำไห้
พร่ำเพ้อรำพัน
ล้วนขาดสติ

พพพ มาก

เมื่อคุณหมดประโยชน์คุณจะเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวง
เพราะไม่มีใครที่อยากจะยุ่งกับคุณ
ดังนั้น
จงปลดปล่อยตนเองให้มีอิสระจากตัวกู
ที่ไม่มีของกูเสียที

อนาคาริก

บาปถึงแม้มันจะเป็นนามธรรม
แล้วมันจะก็แสดงผล
ออกมาเป็น
กรรมนั้นแหละ
อย่างน้อยก็ในใจของคุณ

อนาคาริก

4
ธรรมะกับชีวิต / เหยียบญี่ปุ่นตอนที่ 6
« เมื่อ: 26 ธันวาคม 2018, 15:10:49 »














































เหยียบญี่ปุ่นตอนที่ 6

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ประมาณ 6852 เกาะ โดยมีเกาะ
ที่ใหญ่ที่สุด 4 เกาะด้วยกันคือ ฮอกไกโด ฮอนชู
คิวชูและชิโกกุซึ่งมีพื้นที่รวมกันมากกว่า 97% ของ ญี่ปุ่นทั้งหมด

ชื่อของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นภาษาคันจิแปลว่าดินแดนแห่งพระอาทิตย์ ประชากรในประเทศญี่ปุ่น 98.5% เป็นคนญี่ปุ่นล้วน
หมายความว่าไม่มีเชื้อชาติอื่นแทรกเข้าไปอยู่สักเท่าไหร่
เป็นความภูมิใจของคนญี่ปุ่นเหมือนมีเชื้อสายบริสุทธิ์
และ
ทำให้เกิดลัทธิชาตินิยม
ภาษาหลักที่ใช้จในประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นภาษาญี่ปุ่นเอง
การติดต่อสื่อสารกับคนญี่ปุ่น จึงค่อนข้างยาก
เพราะภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น
และคนที่นั่นก็ไม่ค่อยจะสนใจภาษาอื่นสักเท่าไร

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาการสูงมาก
ในทุกๆด้าน
โดยได้รับประเพณีหรืออารยธรรมหลักจากจีน
การปกครองคล้ายๆกันจน
ถึงสมัยจักรพรรดิ
ญี่ปุ่นเป็น ประเทศที่มี
GDP สูงจึงเป็นประเทศญี่ปุ่น
ที่มีระบบเศรษฐ กิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
แต่ถ้าวัดตามกำ ลังซื้อของประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับ 4 ของโลก
ญี่ปุ่นมีมหานครโตเกียวเป็นเมืองหลวงมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 13 ล้านคน
ย้ายเมืองหลวงจากมหานคร
เกียวโตเดิม
มาที่โตเกียวประชากรญี่ปุ่นมีประมาณ 140 ล้านคน
อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเองประมาณ 128ล้านคน
เป็นประเทศหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีลัทธิชาตินิยมสุดโต่ง

เนื่องจากประชากรในประเทศของญี่ปุ่นมีเป็นจำนวนมากเป็นอัดับ10ของโลกการพึ่งพาอาศัย ประเทศอื่นๆจึงน้อยมาก
เพราะว่าจะอาศัยกำลังซื้อภายในประเทศญี่ปุ่นและมีการผลผลิตเพียงพอแล้ว
มีการนำเข้าบางส่วนเพียงพอที่จะอยู่ได้โดยลำพัง
แต่ญี่ปุ่นก็ถูกบังคับให้เปิดประเทศ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาอาวุธสูงจนทำให้ก่อให้เกิดสงคราม โลกครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ 24 84 ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศหนึ่งที่แพ้สงคราม
โดยโดนถล่มด้วยระเบิดปรมาณูจากสหรัฐอเมริกาที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ
ญี่ปุ่นถึงยอมยกธงแพ้

ประชากรญี่ปุ่นหรือคนญี่ปุ่นเองต้องผ่านอะไรมาเยอะ
ตั้งแต่ภัยธรรมชาติอันมีแผ่นดินไหว
และผลที่ตามมาก็คือสึนามิ
ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องสร้างแนวป้องกันมากมายรวมถึงสร้างบ้านที่รองรับแผ่นดินไหวไว้เป็นจำนวนมาก
แต่ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันที่เกิด เป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน
คลุกคลีอยู่ในวงเดียวกัน ชาตินิยมเช่นกัน ทำให้ญี่ปุ่นรักกันกลมเกลียวการจัดระเบียบในสังคมจึงง่ายกว่าประเทศอื่นๆ เรียกว่ามีความเสียสละสูง
ตายเดี่ยวดีกว่าตายหมู่
ญี่ปุ่นจึงสร้างชาติได้สำเร็จ
ในทุกครั้งที่มีภัย แม้จะล้มลุกคลุกคลานมาได้หลายๆสมัย
จนทุกวันนี้ญี่ปุ่นยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจประเทศหนึ่งหลังจากความพ่ายแพ้สงครามโลกมาก็ตาม
ญี่ปุ่นวันนี้จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะประกาษสงครามใดๆแต่ญี่ปุ่นยังมีกองกำลังรักษาประเทศที่เข้มแข็งมากอาวุธทันสมัยไม่แพ้ประเทศอื่นๆในโลก
นี่จึงเป็นเหตุผลอันหนึ่งที่ว่าคนญี่ปุ่น ไม่ง้อประเทศไหน
จะสังเกตได้ง่ายๆจากการที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ว่าและจากการให้ดูหนังซีรีย์ญี่ปุ่นออนไลน์
ดาราก็เป็นดาราซ้ำๆคนเดิมๆไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก
เรียกว่าสืบสายการเป็นดารากันเหมือนประเทศ ไทยก็น่าจะได้ เพราะคนญี่ปุ่นเอง
ยังชอบดูเรื่องที่ คนญี่ปุ่นสร้างเอง
เป็นเองจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามโลกตามสมัยและไม่ได้สร้งเอาใจคนต่างประเทศเลยนอกจากคนญี่ปุ่นกันเองดาราซีรี่ย์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าญี่ปุ่นมากมาย
ตั้งแต่นมเครื่องสำอางเหล้าบุหรี่อื่นๆ
วนอยู่ตรงนี้แหละ
หมายเหตุอันนี้เป็นทรรศนะหนึ่งเดียวของผู้ของผมเองเท่านั้น
โดยไม่ได้ศึกหรืออ่านประวัติศาสตร์ ภูมิภาคหรืออะไรอื่นๆ
เป็นแง่คิดเดียวเท่านั้นจากมุมมองส่วนตัวครับ

โตเกียว เป็นเมืองที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกและมีทางเลือกในการเดินทางเยอะมากๆ เลยทีเดียว จึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้สบายๆ

มหานครโตเกียวทุกวันนี้
จึงเป็นสถานที่สำหรับเพลิดเพลินกับธรรมชาติ อาหาร และประวัติศาสตร์ที่เราสามารถเดินทางจากโตเกียวได้ภายในเวลา 1 – 2 ชั่วโมงนั้นมีอยู่มากมาย และในครั้งนี้เราก็ได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวใกล้กับโตเกียวที่สามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในหลายแห่งที่มหานครโตเกียว
ที่ใครเดินช้าจะโดนคนข้างหลังเดินชนแบบไม่แยแส
แม้กระเป้กระแทกใส่
ผมโดนเองมาสามครั้งในทริป นี้ครับ








5
ธรรมะกับชีวิต / เลือดข้น คนจริง
« เมื่อ: 08 พฤศจิกายน 2018, 09:33:51 »




ผมเคยเจ็บลึกเข้าไปในห้วใจเพราะโดนหักหลัง
เพราะ...
แต่....พอนึกถึง
ชาดกเรื่องลูกศรปักอกขึ้นมาได้
จะสนใจกับคนยิงไปทำไม
มัน
กรรมเวร
หยุดเสียเถอะ
ลูกศรหลุดเลย

ดิจิตอล4. 9

















เลือดข้นคนจริง
ตอนที่หนึ่ง

ลุงตงเป็นพี่ชายคนที่ 3 ของผมอายุมากกว่าผมสัก 2 ปี
เป็นเด็กที่มีความใฝ่ฝันสูง
มีจินตนาการสูงมาก
ชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ประยุกต์
มาตั้งแต่เด็ก
ผมเป็นคนรับ กางเกงนักเรียนตูดปะมาจากลุงตง
ลุงตงก็ผจญความยากลำบากมาด้วยกันกับผม
ไปเรียนหนังสือ โรงเรียงเดียวกันสองแห่ง
แต่ไม่รู้ทำไมถึงลุงตงถึงย้ายโรงเรียนบ่อย ทั้งที่ลุงตงเป็นคนดี
เรียบร้อย
อดทนใจเย็น ย้ายไปย้ายมาก็ได้ไปอยู่คณะวิศวะกรรมศาสตร์
ที่ตัวเองชอบ
เหมือนพี่ชายคนที่ 2 ของผม
ลุงยี
ในวัยเด็กลุงตงชอบสร้างฝันแล้วก็ยังตามมาสร้างฝันให้น้องๆอีกมาก
คงจะได้ปกครองน้องๆง่ายด้วย

จินตนาการไปถึงว่า
ถ้าลุงตงสอบเข้าเรียนคณะวิศว กรรมศาสตร์จนจบมาแล้ว
จะกลับมาดูแลน้องๆให้จบในคณะที่น้องๆอยากจะเรียน

แต่ก็พวกเราก็ยังโชคดี
มีพี่อีกสองคนคอยช่วยเหลือสนับสนุนในการเรียนระดับหนึ่ง
จากลุงเนี้ยวลุงยี
ไม่ต้องทำงานหนักมากไปเหมือนลุงยีที่ต้องไปส่งหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า
ไปเป็นลูกจ้างร้านกาแฟในตอนสาย
หรือทำงานรับจ้างอื่นๆ
ตามถนัดของลุงเนี้ยว

ลุงตงเองก็ไปเป็นช่างซ่อมรถมอเตอร์ไซค์หลังจากส่งหนังสือพิมพ์เช้าในช่วงปิดเทอมของตัวเอง
นอกจาก
ลุงตงจะเป็นช่างอยู่แล้วก็
ยังชอบผาดโผน
ชอบขี่มอเตอร์ ไซค์มาก
ทั้งชีวิตของผมจึงเห็นลุงตงไปไหนมาไหนดัวยรถมอเตอร์ไซด์คันโปรดของแก
ที่ขี่เองซ่อมเอง

หลังจากที่แกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

ลุงตงกลับไปมีครอบครัวเป็นของตัวเอง
ทราบแต่ว่าแกเจอเนื้อคู่เป็นแม่ม่าย
แล้วหายไปจากบ้าน
นานหลายปี
กลับมาอีกทีก็มีลูกซ้อนท้ายมา
รถมอเตอรไซด์มาด้วย
และมีเพิ่มทีละคน
มากถึงสามคน
พอถึงคนที่สี่ก็ขับรถยนต์มาบ้านแล้ว

รถยนต์ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่แกและลูกของแกชอบทั้งวีดีโอ
แผ่นหนัง

แทบทุกครั้งที่กลับมาบ้าน
ลุงตงก็มาขอยืมเงินแม่ไปใช้
ผมเองรู้สึกสงสารทั้งพี่
ที่ลำบากและ
แม่ที่ต้องคอยกันเงินส่วนหนึ่งให้ลุงตงเสมอๆ
เพราะลุงตงมีลูกมากหลายคนพร้อมๆกัน

ในช่วงนั้นแกลำบากมากแสนเข็ญ
ในตอนเรียนมหาวิทยาลัย
ก็มีอาการกระดูกหลังทับเส้นประสาท
ต้องไปผ่าตัดหลังที่โรงพยาบาลศิริราช

แต่ร่างกายของแกแข็งแรงยังดีมาก
จึงผ่านไปได้ด้วยดี
ทุกครั้งหลังจาก ที่แกเข้าไปหาแม่แล้ว
แกก็จะพยายามมาบอกกับผมเสมอว่า
ให้พยายามตั้ง ใจเรียนเยอะๆ
อย่าได้นอกลู่นอกทาง
แบบเเกเลย
และช่วยและขอพยายามทำให้แม่มีความสุขมาก ๆ

หลังจากที่ลูกๆของแกเริ่มโต
ลุงตงเข้าไปทำงานที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
รายได้ค่อนข้างดีในฐานะวิศวกร
แต่เนื่องจากได้แยกทางกับภรร ยา
จึงจำเป็นต้องเลี้ยงดูลูกเอง
ต้องเอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงาน
จากคนหนึ่ง
ถึง 2คน หรือ 3 คนใ
เลี้ยงแบบให้คนโตดูแลคนรอง
ให้คนรองดูแลคนเล็ก
และให้คนเล็กกมาดูแลคนเล็กมากอีกต่อหนึ่ง
นอกจากการเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คน
ที่เป็นลูกของลุงตงเองแล้ว
ที่เป็นเรื่องยากลำบาก
ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนจบ

แถมยังต้องเลี้ยงดูลูกติดภรรยาอีก2คน
จนจบเรียนจบมหาวิทยาลัย

ต้องผ่อนบ้านเพราะซื้อบ้านให้ลูกๆอยู่
กระเตงๆลูกๆไปมา
จากบ้านไปที่ทำงาน
จากที่ทำงานไปบ้าน
แต่ลุงตงก็ดิ้นสู้สุดฤทธิ์
โดยทำงานหนัก

ในวัย....สามสิบกว่าปี
ลุงตงกลับมาบ้าน
เริ่มมีเงินมาให้ แม่
ปากก็พูดว่าสงสารแม่
ที่เห็นแม่ลำบากให้แกมานานแล้ว
รบกวนแม่มาตลอด
พร้อมพาแม่กับน้องๆและพี่
หรือพาทุกคนที่อยู่ในบ้านไปเลี้ยงข้าวอย่างสม่ำเสมอ
ขยันทำงานอย่างน่าตกใจแกหาเงินเก่ง
ก็ใช้เงินเก่ง
เวลาอยู่กับแม่
แกเอาใจแม่ทุกอย่าง
ด้วยความรักแบบสุดๆ
เพราะแกเป็นคนใจดีมาแต่เด็กหลานๆติดแกมากนะ
แกจะเลี้ยง
จะให้เงินใช้ตามที่ขอมาหากเห็นว่าจำเป็น

ให้แบบไม่เสีย ดายเงินเลย
แม้ แต่น้อย
แม้กระทั่งกับผมเองแกก็ยังพยา ยามจะยัดเยียดเงินให้เหมือนกัน
แกบอกกับผมว่า
ผมลำบากมากดูแลแม่อยู่คนเดียว
จนแม่มีความสุขมากๆ
เวลาแม่เห็นลุงตงมาเยี่ยม
แม่ก็จะมีความสุขมาก
เพราะได้เห็นลูกกลับมาแบบมีความสุข

ความสุขของคนเป็นพ่อแม่จริงๆก็อย่างนี้แหละที่เห็นลูกของตัวเองมีความสุข

จะเห็นได้จาก
รอยยิ้มบนใบ หน้าของแม่ชัดเจนทุกครั้ง
ที่ลุงตงมาเยี่ยม
และ
แกไม่ได้เยี่ยมเปล่าๆ
แกเอาของฝากทีาแม่ชอบและหอบความรักความอบอุ่น
ที่แกเคยให้ผมมาแต่เล็กจนโต
มาด้วยหอบใหญ่
แกกอดแม่แบบอดอยากจริงๆ

ผมกลับมาสนิท สนมกับลุงตงอีกนานพอสมควร
เป็นที่ปรึกษาของกันและกัน

ถือได้ว่า
ลุงตงเป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่งของผม
นอกจากลุงยีและลุงเนี้ยว แล้ว
และลุงตงไม่ใช่จะดีกับผมเพียงคนเดียว
แกยังดีกับคนอื่นๆอีกด้วย
ดีจนแบบนึกไม่ถึงว่า
จะมีคนแบบนี้ในโลก
ที่ควักเงินให้คนอื่นง่ายๆด้วยความสงสาร
แม้กระทั่งคนไข้อนาถาไม่มีเงินจะจ่ายค่ายาที่แกเจอตอนไปโรงพยาบาล

ทั้งผมทั้งแม่ก็ไม่เคยห้ามแกเลย
ที่แกจะทำอะไรด้วยอิสระ
ในการให้ทานคนอื่นๆ
เราอนุโมทนากับแกทุกครั้ง
ว่าแกทำบุญเยอะดี
ผมเคยเอ่ยเรื่องลุงตงให้ท่านอ่านเมื่อหลายปีก่อน
ตอนที่แกกำลังจะตาย
ด้วยความโศกเศร้าในการจากไป
ในบทความตามหาแก่นธรรม
และเป็นความเสียใจมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตจากการจากไปของที่คนผมรักและเคารพ
เพื่อเดินทางไกล
ไปอยู่ภพภูมิอื่นๆแต่ก็น่าจะหวังได้ว่า
ลงตงคงจะไปเกิดใหม่ในสุคติ
ด้วยผลบุญแห่งความดีของแก
แม่เองก็พูดออกมาคำเดียวตอนแม่ยังอยู่ว่า
ลุงตงเป็นลูกที่ดีของแม่คนหนึ่ง
ถ้าแม่ของผมพูดคำๆนี้แล้ว
เชื่อผมเถอะว่าลุงตง
เป็นลูกที่ดี
เป็นพี่น้องที่ดีเป็นพ่อที่ดีจริงๆ
ส่วนเรื่องครอบครัวจองแกและอื่นๆ
ผมไม่ทราบเลยเพราะลุงตงไม่เคยเอ่ยปากเล่าให้ใครฟัง
ไม่เคยว่าลูก
ไม่เคยว่าใคร
แกยังซักผ้าให้ลูกๆ 6คน
จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย
วันที่แกตายจากไป
ในขณะที่จะไปรับลูกของแกกลับบ้าน
ถึงมันจะเหนื่อยแสนเหนื่อยก็ตาม
แกก็ไม่ยอม
แกเลยหัวใจวายตายในรถตอนนั้นครับ

นี่แหละลุงตง
พี่ชายคนดีของผม
ที่น่าประหลาดใจ
ลุงตงจะเข้าบ้านและออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มแทบจะทุกครั้ง

เลือดข้นคนจริง

6
ธรรมะกับชีวิต / สิ่งศักดิ์สิทธิ์
« เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2018, 10:24:55 »




สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อและแม่
พอพูดถึง
มีเรื่องให้พูดเยอะแยะ
เพราะผู้เขียนอยู่กับพ่อแม่มาตลอดชีวิตเ
ห็นพ่อแม่มาตั้งแต่เกิดจนท่านทั้งสองตายจากไปกับตา

1.พ่อแม่จะห่วงลูกเสมอ
แม้จะพูดหรือไม่พูดก็ตาม
2. พ่อแม่จะฟังลูกทุกครั้งแบบเงียบๆ
3 พ่อจะแกล้งดุแต่ไม่ค่อยได้ตีแม่ไม่เคยดุไม่เคยตี
4. พ่อแอบยัดเงินใส่กระเป๋าให้ลูกใช้เสมอ
แต่แม่ส่งเงินให้ลูกใช้ตรงไปตรงมา
จำนวนเท่านี้เพราะลูกหลายคน
แม่จะถามเสมอว่าเงินพอใช้ไหมลูก
5.แม่จะช่วยลูกเสมอในลูกบางคนที่แม้ใว้ใจ

บางคนที่แม่ไม่เชื่อ
แต่แม่ก็ยังคงฟังเฉยๆ
ในบรรดาลูกของแม่ 5 คน
4 คนที่ตรงไปตรงมา
อีกคนหนึ่งไม่ตรงไปตรงมาเพราะเมาตลอดเวลา
แต่แม่ยังคงนั่งรอลูกๆทุกคนกลับถึงบ้าน
แม่จึงจะเข้านอน นอน
5. แม่จะไม่เคยเปรียบเทียบลูกของแม่กับใครๆเลย
แล้วไม่เคยอวดลูก
แม่จะบอกเพื่อนๆว่าแม่พึ่งลูกคนไหนได้บ้าง
เท่านั้นเอง
6. แม่ไม่เคยตำหนิลูกคนไหนไให้ใครฟัง
7. แม่จะอยู่ข้างลูกเสมอตลอดเวลา
8. ลูกคนที่แม่ห่วงมากที่สุดคือคนที่มีปัญหามากที่สุด
9. แม่จะบอกลูกทุกคนที่แม่พึ่งว่า ไม่ต้องไปช่วยเหลือพี่น้องคนอื่นๆอีกแล้วเพราะแม่ช่วยเขาไปเยอะด้วยเงินของลูกๆไปหมดแล้ว
10. แม่จะอยู่กับเราทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องการเรียน
ค่าเทอมความเวลาสุขความหรือทุกข์
และไม่เคยถอยห่างไปจากสิ่งเหล่านี้เลย
11. แม่เข้าใจชีวิตมากที่สุด
แม้กระทั่งก่อนแม่ตาย 1ปี 1
แม่จะบอกล่วงหน้า
แล้วแม่ตายจริงๆ
รักษาคำพูดน่าดูเลย
12. ความรักของแม่ท่วมล้นจากลูกๆไปสู่รุ่นหลานๆไม่ต่างกันเลย
แม่จะอุ้มเท่าที่แม่อุ้มได้
อุ้มไม่ได้แม่จะจับมือจับหัวเหมือนกับจับหัวพ่อหัว
ด้วยมือของแม่ที่ผ่านมา
13. แม่จะพูดน้อย
เงียบทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง
14. แม่ไม่เคยมีการศึกษาในระ บบใการศึกษาในโรงเรียนหรือในห้องเรียนเลยนอกจากมหาวิทยาลัยชีวิต
จากการที่นั่งสำเภาเรือมาจากเมืองจีน
15. ไม่เคยเห็นแม่กลัวอะไรเลยนอกจากว่ากลัวว่าอะไรจะอะไรเกิดขึ้นกับลูก 16. แม่ไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะต้องนั่งตามหาลูก
เดินตามลูกขี้เมาไม่ว่าจะเป็นตี 1 ตี 2 ตี 3 และแม่จะทนฟังลูกขี้เมาพูดได้ทุกเรื่อง ด่า ตำหนิจนกว่าเขาจะเข้านอน
17. แม่บอกลูกๆทุกคนว่า
ลูกของแม่อย่ามาห่วงกับชีวิตของแม่มาก
แม่ก็รักของแม่ทุกคน
ไม่ต้องห่วงแม่เข้าใจ
18. เมื่อถึงเวลาที่แม่จะตายแม่ก็ตายอย่างสมศักดิ์ศรี

19.
19.1 แม่ปล่อยวางเรื่องทั้งหมดกระทั่งเรื่องของลูกๆ
19.2 แม่จากไปอย่างกล้าหาญไม่เรียกร้องโรงหมอ
หมอ
หรือใครๆให้มาช่วยชีวิตของ
แม่
แม่ขอเพียงนอนเงียบๆ

พ่อแม่ขออะไรก็ให้หมด
ไม่ต้องบนบานศาลกล่าว
ถ้าคุณมีพ่อแม่แบบนี้คุณจะไม่รักและเคารพท่านอย่างไร
ควรจะอวดเก่งกับท่านทำไมหรือ
คุณจะก้าวล่วงท่านไปมากกว่านี้หรือไม่
ถ้าคุณกตัญญูกับท่าน
บุญกุศลมหาศาลของลูกคุณจะเป็นของแม่เต็มตัว

พ่อแม่ที่ทำความดี
เป็นศักดิ์สิทธิ์
เป็นพระอรหันต์

แทนสะมะชัยโย

วันแม่และวันพ่อ...

ผมไม่เคยไปไหว้เช็งเม้งที่หลุมฝังศพของพ่อแม่เลยสักปี
นานมากแล้วครับ
เพราะไม่ได้คิดแบบชาวบ้าน
คนอื่นๆ
ที่มักจะตำหนิผมอยู่เสมอว่าไม่กตัญญู

ผมรู้แต่เพียงว่า
ตลอดชีวิตของท่านทั้งสอง
ผมกินข้าวกับพ่อและแม่แทบจะทุกวัน
จนผมเห็นพ่อตายจากไปด้วยสายตา
จนผมเหลือแต่แม่อยู่เพียงคนเดียว
และผมไม่คิดจะย้ายครอบครัวของผมไปไหนตามคำขอของแม่
ผมอยู่กับแม่
กินข้าวกับท่านแทบทุกเย็น
เพราะงานของผมมันยุ่งมาก
บางครั้งต้องให้คนขับรถไปรับแม่มากินข้าวที่โรงแรมที่ประชุมพร้อมเมียกับลูก
หรือไม่ก็ซื้อข้าวผัดปูอน่อยๆจากครัวจีนที่แม่ชอบไปให้กินที่บ้าน

แม่จะนั่งรอผมจนกลับมาถึงบ้านทุกวัน
ท่านจึงจะเข้านอน
วันแล้ววันเล่าผมก็ไม่เคยเบื่อแม่เลย
แม่ใจดี
กล้าหาญ
ฉลาด ลึกซึ้ง
เข้าใจลูกทุกคน
ผมเห็นแม่จากไปด้วยสายตาของผมเช่นกันหลังงจากหมอกู้ชีพไม่ได้แล้วด้วยวัย 86ปี
อย่างมีความสุข

เพราะแม่บอกกับผมว่า
"แม่อยู่กับผมแล้วมีความสุขที่สุด"
จนผมย้ายครอบครัวออกมา
แม่กับพ่อก็ยังอยู่กับผม
ด้วยกายและจิตวิญญาณที่พ่อแม่ให้นี้
ไม่มีสักวันที่จะลืมพ่อแม่

รักแม่ที่สุด

แทนสะมะชัยโย

ชีวิตสวยงาม เดินตาม พุทธธรรม
สว่างเหลือล้ำ สังขาร เจือกิเลส
ไม่ติดข้อง หมองเศร้า ในอาเพท
เพราะวิเศษ เห็นธรรม สว่างใจ

เจริญพร

อนาคาริก

เสียเวลา
เสียใจ
เสียความรู้สึก
เสียเงิน
เสียศักดิ์ศรี
เสียคนรักหรือเสียของรัก
เสียหน้า
อะไรทุกข์ที่สุด

มีอะไรมันเสียหมดแหละ
ชอบหรือไม่ชอบมันถึงไม่มีดำไรหรือขาดทุน
เสมอตลอด
หาเจอไหมล่ะ

อนาคาริก

ขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าแก่นธรรมปีที่22
กับกองทุนพระรัตนตรัย
ในต้นปี2562ที่วัดแค นางเลิ้ง เวลา10.00 น.

เงินบริจาคแบ่งเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งถวายวัด
ซ่อมแซมสร้างเสนาสนะของวัดที่ชำรุดมากแล้ว
อีกส่วนหนึ่งบริจาคให้รพ.จุฬาลงกรณ์
ช่วยเหลือผู้ป่วยอนาถา
พระอาพาธที่ขาดเงินอีกเยอะมาก
บุญกุศลในครั้งนี้ขอให้ท่านทั้งหลายเจริญในทางโลกและทางธรรมโดยถ้วนหน้ากันเทอญ

เลขที่บัญชีออมทรัพย์ ธ.กสิกรไทยนายพิชิต เลิศรัตนานนท์ สาขาสวนผัก 011 2 88986 8 ครับ

หมายเหตุแก่นธรรม
ผู้เขียนและคณะเป็นผู้เขลาทางปัญญา หากมีข้อผิดพลาดบกพร่อง ขอน้อมรับทุกประการ บุญกุศลที่เกิดจากบทความนี้ขอน้อมถวายแด่หลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ
ครูบาอาจารย์ และอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ อันมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นปฐม เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ รวมทั้งท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป

ขออนุมทนาโยมออที่เริ่มต้นบริจาคคนแรก
500บาทครับ
สาธุ

7



กำเนิดพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อชา สุภัทโทท่านเทศน์ให้ฟังว่า
พระพุทธเจ้าเกิดสองครั้ง

ครั้งแรกเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ
พอบรรลุธรรมแล้ว
ก็เกิดเป็นพระพุทธ เจ้า
อีกครั้งหนึ่ง
เพราะ
โลภโกรธหลง
นั้นไม่มี
เพราะไม่มีใครที่จะมีอีกต่อไป

อนาคาริก

คำบอกรักที่ดีที่สุด
คือ
เมตตาต่อกัน

อนาคาริก

ธรรมะติดเปลือกดี
ธรรมะติดแกน
ดีกว่า
ธรรมะนำใจ

อนุโมทนาสาธุ

ระริก

มีกับไม่มี
มันก็เหมือนกันนั่นแหละ
เพราะมันเป็น
เรื่องชั่วคราว
ทั้งนั้น
แต่มันทับซ้อนกันอยู่เหมือนกรรมเท่านั้นเอง

อนาคาริก

ทำไมเราต้องอยากร่วมประวัติศาสตร์
เหตุการณ์สำคัญ
เรื่องอินเทรนด์
ใครๆเขาก็มีกัน
ใครๆเขาก็เป็นกัน

จริงๆมันเป็นมานานแล้วหลายภพชาติ
เพราะ......กรรม

อนาคาริก

เพื่อน.....

แค่....เพื่อน
เพื่อนห่างๆ
เพื่อนสนิท
เพื่อนเลว
เพื่อนดี
กลุ่มเพื่อน
เพื่อน

นิยามยากนักฤา

นาม

มีเหมือนไม่มี
ไม่มีเหมือนมี
มีเหมือนมี
ไม่มีเหมือนไม่มี
ลาภ ยศ สรรเสริญ นินทา
ทุกข์ สุข

จริงไหม

อนาคาริก

8
ธรรมะกับชีวิต / เหี้ย
« เมื่อ: 27 กันยายน 2018, 12:14:33 »



เหี้ย.

เหี้ยเป็นสัตว์ประเสริฐ
ใครจะเอามันไปประ จานที่สภาฯ
มันก็เฉย
ใครจะเอามันไปอุปมาอุปมัย
เเทนคำด่าว่าเลว
ก็มันก็เฉย
ใครจะเอามันไปเปลี่ยนชื่อเป็น
ตัวเงินตัวทอง
มันก็ไม่ว่าอะไร
มันเฉย
ใครจะเอาชื่อของมันไปตั้งเป็นสรรพนามแทนชื่อเพื่อนๆหรือชื่อคู่แค้น
มันก็เฉย
มันไม่โต้เถียงยินดี

อย่างคำว่า
ไอ้เหี้ยอีเหี้ย
เป็นต้น

มันช่างประเสริฐหนักหนา
หรือมันรู้นะว่า
คำเหี้ยมันบ่ดี
ใครจะเอาเหี้ยไปทำอะไรก็เป็นสมบัติของเขาเด้อ แต่มันไม่เอาเถิก

เหี้ยช่างฉลาดจริงๆ

มองต่างมุม

แม่มด:กระจกวิเศษบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพี
กระจก:ก็มึงนะแหละ
พอหรือยังอีแก่

กระจก

การตัดสินใจ....

ถ้าใครไม่มีที่ว่างในใจของเขาเหลือให้เราเลย
หันหลังแล้วเดินออกมาเถอะ
อย่าหันกลับไปอีก
เน้นย้ำทางใครทางมัน
ด้วยสติ

และมันไม่ได้ยากกว่าที่คุณคิดหรอกนะ
อ้ออย่าลืม.....ขออโหสิกรรมกันไปด้วยล่ะจะได้
ว่าง

converse

9
พรชาต บุนนาค....
นายแน่มาก

ผมมีโอกาสได้รู้จักพี่หลานจริงๆมา 2-3 ปี

พี่หลานเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเลิศ
นอบน้อมถ่อมตน
อัธยาศัยดี
ไม่มีใครรู้เลยว่าท่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นคงคนหนึ่งของประเทศไทย
ในตำแหน่งรองเลขาธิการสมช
ซึ่งดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประเทศชาติมาตลอดชีวิตของท่าน
ท่านมีความรู้ความสามารถสูงมากโดยเฉพาะภัยก่อการร้าย
ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เป็นบุคลากรที่สำคัญมากคนหนึ่ง
ที่ช่วยให้ประเทศไทยผ่านปัญหาต่างๆมาได้มาก

พี่หลานไม่เคยแสดงตนเลยว่าท่านอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ
ท่านเป็นเพียงเป็นพี่ชายของผมที่ใกล้เกษียณและเกษียณอายุราชการเท่านั้น
ภายหลังเกษียณท่านยังต้องรับตำแหน่งสำคัญอื่นๆต่อไป
ดังที่ทราบกันแล้วในสื่อต่างฯ
ผมเองก็ไม่ค่อยได้ตามบทบาทของท่านสักเท่าไหร่
แต่เรื่องหน้าที่การงานของท่านผมทราบเพียงแต่เรื่องที่ท่านไปธุระในงานตามที่ท่านได้เมตตาเล่าให้ผมได้ฟังว่า

ท่านทำอะไรไปบ้างอย่างที่ออกสื่อเท่าที่ท่านจะเปิดเผยได้

ผมรู้สึกชื่นชมใน
ความเสียสละ
ความกล้าหาญ
ความเป็นสุภาพบุรุษ
ตลอดจนความประหยัดของพี่หลานอย่างมาก
ซึ่งผมไม่เคยให้ความนับถือข้าราชการที่ผมรู้จักมามากขนาดนี้มาก่อน
พี่หลานนอกจากจะเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ดีแล้ว
ท่านยัง
เป็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่ดี
เป็นแบบอย่างของพี่ชายที่แสนดีเป็นแบบอย่างคุณพ่อที่แสนดี
เป็นแบบอย่างของกัลยาณมิตร
ซึ่งยากจะหาคนเปรียบเทียบกับท่านได้
ท่านเสียสละตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่ผมได้รู้จักกับท่าน
ผมสนิทสนมกับพี่เร็วมาก
เพราะเราสองคนเปิดใจคุยกัน
ตั้งแต่ยืนคุย นั่งคุย
แม้กระทั่งท่านมานั่งคุยกับผมข้างสระน้ำตอนผมลงน้ำ
คุยกันได้ทุกที่
ในสนามหญ้า
ตอนออกกำลังกายเดินไปคุยไป
หลายๆครั้งผมเห็นพี่หลานยืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียด
ก็อดเป็นห่วงท่านไม่ได้
เพราะท่านเคยเล่าให้ฟังว่าครอบครัวมีพันธุกรรมในโรคหนึ่งคือ
โรคเส้นโลหิตในสมองแตกหรือstroke
คนในครอบครัวของท่านรอดกันได้ยาก
ท่านเองก็กลัวอยู่เหมือนกันว่า
จะถึงคราวจากในโลกนี้ไปด้วยโรคที่ผูกขาดกับครอบครัวของท่านมานาน
ความที่ท่านเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขันสูง คุยด้วยแล้วสบายใจ
พี่หลานท่านยังเมตาดูแลคนทั่วๆ
ท่านให้ความช่วยเหลือทุกอย่างที่ท่านจะช่วยได้กับคนรอบข้าง

ทั้งที่รู้จักและทั้งไม่รู้จักกับท่าน
ท่านวางตัวเป็นกันเองมาก
ผมมีโอกาสได้ทานข้าวกับพี่หลานบ่อยครั้ง
บางครั้งพวกเราแบ่งขนมกันทาน
แบ่งกับข้าวและผลไม้กันทาน
ท่านมีเมตตากับผมมาก
รวมทั้งพี่อ๊อดแล้วก็น้องอรภรรยาและลูกสาวสุดที่รักของท่าน
พี่หลานนอกจากจะห่วงใยประเทศชาติและรักชาติยิ่งชีวิตแล้ว
ท่านยังรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เป็นล้นพ้น
ท่านพูดให้ฟังและก็ชื่นชมในทั้งสองพระองค์บ่อยๆ
จนยากที่จะพูดออกมาเป็นคำพูดได้

พี่หลานสนุกสนานกับงานของท่านมาก
เรียกว่าเมื่อมีงานมาท่านจะเข้มแข็ง สมเป็นแม่ทัพคนหนึ่งของประเทศไทย
แม้ทุกรูปที่ออกมากับสื่อ
ท่านดูออกเคร่งขรึมและออกจะเครียดๆ
แต่ผมรู้ว่าหัวใจท่านพร้อมที่จะทำ งานตลอดเวลา
ไม่เคยเกี่ยงงอนเลยกับคนที่ทำงานคร่ำเคร่งมาตลอดชีวิต
หลังเกษียณแล้วยังต้องมารับใช้ประเทศชาติต่อไปอีก
พี่หลานเป็นคนที่ชอบทานขนมมากโดยเฉพาะขนมที่หวานเข้ากะทิ
ปลาเค็มปลาอินทรีย์ทอดและ
ของที่รสจัด
และอดไม่ได้คือน้ำอัดลมหวานๆท่านน่ารักกับทุกคนรวมทั้งพนักงานร้านอาหาร
ผมทานข้าวกับท่านจะอร่อยและสนุกมาก หัวเราะกันท้องแข็ง
เรามีเรื่องคุยกันได้เยอะ
เฮฮากันได้ทุกครั้งเรียกว่าทานไปอิ่มไปสนุก
ในช่วง 2 ปีหลังมานี้พี่หลานมีอาการท้องอืดแน่นเฟ้อเรอเปรี้ยวผมเองก็ยังคิดว่าพี่หลานคงจะเครียดจากการงาน
น้องอรจึงพาคุณพ่อคุณแม่ไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาล
แล้วก็พบว่าท่านป่วยเป็นมะเร็งปอดแต่ความที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบต่องานของประเทศชาติอีกทั้งยังเข้มแข็ง
แม้ก็จะรู้ว่าป่วยก็ยังกลับไปทำงานหนัก
ท่านพูดกับหมอว่า
"คุณหมอบอกมาเลยครับจะให้ผมทำอย่างไรผมจะสู้ให้ถึงที่สุด"

ในเดือนมกราคมต้นปีที่ผ่านมา
หลังที่เราได้ร่วมกันกับผมจัด
พระธรรมเทศนาร่วมกัน
เทศน์ทอล์คกับพระมหาสมปอง ตาลปัตโต
ที่ลุมพินีพาร์คปิ่นเกล้า
งานผ่านไปได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับอาการของท่านที่เริ่มจะมารวดเร็วของท่านเหมือนกัน
ในตอนแรกทำท่าว่ายาจะหยุดโรคร้ายได้หรือเอามันอยู่
แต่มันก็ยังคงคลืบคลานชีวิตของท่านอยู่ต่อไปอีก
ผมไม่ได้เจอกับท่านช่วงหนึ่งมา
รู้ทีหลังว่าท่านเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะไปโรงพยาบาลบ่อยๆ

ผมก็ได้แต่ให้กำลังใจท่านซึ่งจริงๆแล้วกำลังใจของท่านล้นเหลือ
อะไที่พอจะช่วยท่านำด้บ้าง
ผมก็ยินดีและรีบทำให้โดยเร็ว
แต่ท่านก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผมเห็นเลย
ท่านยังคงเข้มแข็งอ่อนโยนน่ารักเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอแม้ยามเจ็บหนัก
เมื่อปีที่แล้วผมลืมกระเป๋าเงินไว้ในรถแท็กซี่หลังจากทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล
ท่านก็เป็นธุระจัดการติดต่อเจ้าของอู่แท็กซี่ให้เอากระเป๋าเงินมาคืนให้ผม
คนขับรถแท็กซี่ก็เป็นคนที่สุภาพนอบน้อมสุจริตและเอากระเป๋ามาคืน ให้ถึงที่ๆผมนั่งรออยู่กับท่าน
เพราะท่านบอกว่านั่งรอเป็นเพื่อนจนกว่าจะได้คืน
ท่านบอกกับผมว่าหากไม่ได้กระเป๋าคืน
ท่านจะขับรถพาไปแจ้งความกับผมให้
ท่านเป็นพี่ชายแสนดีขนาดนี้
แล้ว
จะไม่ให้ผมหลงรักท่านได้อย่างไรครับ
ในช่วงที่ท่านเริ่มป่วยหนักมีอาการมากขึ้น
ท่านยังคงหิวน้ำ 2 แพ็คใหญ่
ติดมือเดินขึ้นบ้าน
ผมจะขอช่วยท่านหิ้ว
ท่านก็ไม่ยอมให้ช่วย
เพราะท่านรู้ว่าผมมีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังและกระดูกคอทับเส้นประสาท
จนท่านเดินเซไปเซมา
ผมจึงได้แต่มองตามหลังท่านทึ่เดินอย่างมาดมั่นเข้มแข็ง
หลังจากนั้นผมยังมีโอกาสได้ทานข้าวกับท่านอีกหลายมื้อ
ท่านบอกกับผมว่า
ผมเป็นเพื่อนสนิทของท่านคนหนึ่ง
อีกท่านหนึ่งก็คืออ.ดร.รยุศค์
บุญทันหรืออ.ดร.โอ๋

เมื่อราวๆสักเดือนกว่าๆในคืนหนึ่งอ.ดร.โอ๋
บอกให้ผมไปช่วยไปพี่หลานหน่อย
ผมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมจึงรีบไปถึงห้องนอนของท่าน
ท่านนอนอยู่ซมอยู่
มีอาการหนักมากลุกไม่ขึ้นผมจัดการเรียกรถพยาบาลก่อน
แล้วยืดเหยียดให้กับท่าน
จนท่านพอจะลุกขึ้นไหวนำส่งโรงพยาบาลได้
ท่านก็ยังสู้อย่างมั่นคงยิ้มหัวเราะอย่างมีสติ
ผมมารู้ภายหลังว่าท่านล้มจึงทำให้ท่านเคลื่อนไหวได้ยากขึ้น
ก่อนหน้านี้ท่านก็ไปล้มที่โรงพยาบาลในลิฟท์
กระดูกไม่เป็นอะไรลุกขึ้นได้อย่างชายชาตรี
ภายหลังที่ท่านรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลได้ราวหนึ่งเดือน

จนมาถึอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผมฝันถึงท่าน
ยิ้มแย้มแจ่มใสในเสื้อตัวเก่งที่ท่านชอบ
ในวันถัดมาอาจารย์ดร.โอ๋
ชวนผมไปเยี่ยมท่าน
ผมจึงรีบไปทันที
ผมได้คุยกับท่านนาน
ผมบอกท่านว่า
"พี่เป็นคนดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมรู้จักเป็นพี่ชายแสนดี
ทำงานให้ประเทศชาติมาเยอะทำงานให้ครอบครัว
รักลูกและภรรยาแบบสุดชีวิต
พี่ทำอะไรมามากแล้ว
พี่ก็สู้มามาก
ถ้าพี่สู้ยังอยากสู้
พี่ก็สู้ไปนะครับ
แต่ถ้าพี่สู้ไม่ไหว
พี่ก็ควรจะให้ถอย
ให้ปล่อยวางในสิ่งที่พี่สู้มา
พี่ไม่ได้แพ้
พี่เพียงแต่ถอย
ถอยให้กับโรคร้ายที่มันคุกคามชีวิตที่ทรมาน
ให้ถอยเพื่อตั้งสติ
ตั้งหลัก
เจริญสติ
มีสติอยู่กับตัวเองอยู่กับใจตัวเอง"
ผมชวนพี่สวดมนต์สั้นๆ
พี่ก็สวดมนต์ร่วมกับผม
สร้างความตื้นตันให้ผมเป็นอย่างมากและฝากเงินทำบุญให้กับอาจารย์ดร.โอ๋
ให้ช่วยเลี้ยงเพลพระเนื่องใน วันเกิดของท่านวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมานี้เอง 2,000 บาท
(พวกเราได้นิมนต์พระ 5 รูปมาถวายเพลพระตามที่ท่านได้อนุโมทนาไว้)
ผมรู้ว่าพี่เหนื่อยมากแล้ว
แต่ยังสู้สุดแรงตามที่รับปากกับผมจริงๆ
ผมหวังว่าคนดีอย่างพี่
มีประโยชน์ที่แผ่ไพศาล
บุญกุศลจะพาพี่จะไปสู่สุคติ
หากผมยังต้องเกิดอยู่ในชาติหน้า
ขอให้ผมมาเกิดเป็นน้องพี่อีก
เป็นคนร่วมกันเจริญบุญร่วมกันเจริญกุศล
ผมขอกราบอโหสิกรรรมท่านทุกอย่างนะครับ"

แล้วท่านก็กล่าวอโหสิกรรมให้
ผมรู้สึกตื้นตันขึ้นมาตลอด
พี่หลานท่านเป็นพี่ชายคนที่ 3 ที่จากผมไป
ในวัยไม่มากนัก
2 คนแรกเป็นพี่ชายแท้ในสายเลือด
พี่หลานก็เป็นคนดีที่หนึ่ง
เป็นพี่ชายที่ดีไม่ต่างไปจากพี่ชายในสายเลือดของผมทั้งสอง
เป็นวาสนาเป็นบุญเก่าเป็นกรรมเก่าที่เราก่อมาร่วมกัน
ให้มาเป็นพี่น้องกันในชาตินี้แล้วทุกครั้งที่ผมกอดพี่
ผมอบอุ่นใจทุกครั้ง
และรู้ว่าพี่หลานเป็นพี่ชายของผมจริงๆ

ผมขออนุญาตไม่คิดถึงพี่หลานอีกแล้วนะครับ
ผมขออะไรมามากแล้ว
ผมรู้แต่เพียงว่า
พี่พรชาต บนนาคหรือพี่หลานของผม
จะอยู่ในหัวใจของผมตลอดไป
ด้วยความรักและเคารพอย่างสูง

พี่หลาน นายแน่มากที่ไม่ตายจากโรคเส้นโลหิตในสมองแตก
เหมือนดั่งพี่น้องและญาติๆก่อนวัยอันควร


SAMACHAIYO

ข้อเขียนนี้เขียนด้วยความเคารพรักต่อพี่หลาน พรชาต บุนนาค
หากมีข้อผิดพลาดบกพร่องประการใด
ข้อน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

บุญกุศลที่เกิดจากข้อเขียนนี้
ขอน้อมอุทิศแด่พี่หลานให้ไปสู่สุคติตามรอยบุญที่ท่านได้ทำมาชั่วชีวิต
และสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรด้วยเทอญ

https://thitinob.com/node/8

http://news.ch3thailand.com/…/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E…

10




ของขวัญที่ดีที่สุดในโลก

ผมเกิดในครอบครัวที่มีพี่น้อง 5 คนเป็นผู้ชายทั้งหมด
ทุกคนต่างดิ้นรนให้ตัวเองไปถึงจุดที่สูงสุดในชีวิตที่อยากจะไป
แต่มีไปกันถึงได้ทั้งหมดแค่ 3 คน
ที่ผ่านจุดยากลำบากมากไปถึงจุดสูงสุดในชีวิตได้
แต่อีกสองคนไปไม่ถึง
และมีชีวิตลุ่มๆดอนๆ
คนอยครัวของพวกเขาจึงมีภาวะเดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวสุข
แต่พวกเราก็อาศัยด้วยกันมานาน
จนกระทั่งเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน
พี่ๆแทบทุกคนได้แตกครอบครัวออกไป
บ้านที่เคยอุ่นหนาฝาคั่งด้วยญาติพี่น้องลูกหลานอยู่กันเต็มบ้าน
พลันเงียบสงบลงไปทันที
คงมีแต่ผม ภรรยาและลูกเล็กๆคนหนึ่งกับแม่ที่สูงวัยอีกคนเท่านั้น
ในตอนแรกๆผมก็เองก็หนักใจ
เพราะว่าแม่เคยมีพี่ชายแสนดีคนหนึ่งคอยดูแลพ่อแม่อย่างดีมากมาตลอด
ด้วยความรักและห่วงใยเป็นที่สุด
ด้วยการที่มีฐานทางการเงินที่มั่นคงเกี่ยวอาชีพ
การงานดีมาก
จนกระทั่งวันหนึ่งพี่คนนี้ได้จากไป
ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกระทันหันตายก่อนวัยอันควร
ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดในชีวิตของพี่ที่มีความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงาน
พอจะสบายมากๆหน่อย
พี่กลับตายเสียแล้วภาระทั้งกายทั้งใจทั้งการเงินทั้งหมด
ตกมาที่ผมคนเดียว

ซึ่งในตอนแรก
ผมเองก็ค่อนข้างตะหนักใจว่า
ผมจะดูแลแม่ยังไงให้สมบูรณ์เหมือนกับพี่ชายที่คอยดูแล
อย่างเช่นแม่เคยบ่นครั้งหนึ่งว่าอยากไปเมืองจีน
เพราะตอนที่ผมยังเล็กคุณยายเสีย
ท่านร้องไห้อยู่วันหนึ่ง
บอกกับพี่ชายของผมว่าเสียดายไม่มีเงินไม่อย่างนั้นจะไปร่วมงานศพของยายเลยแล้วพี่ชายคนนี้ก็รับปากว่า
สักวันจะพาแม่กลับเมืองจีนไปกราบยายกับตา
ปู่กับย่า
รวมทั้งไปตั้งศาลบรรพบุรุษให้
แก่ครอบครัวทั้งหมดที่เป็นญาติของแม่ทั้งหมดในภายหลัง

อีกหลายปีต่อมาพี่ชายคนนี้ก็ลางาน
พาแม่ไปเที่ยวที่เมืองจีน 15 วัน
ดูแลเป็นอย่างดี
พี่ชายไปเมืองจีนตามลำพังกับแม่แค่สองคนทั้วๆที่ไม่เคยไปกันมาก่อนเลย
แต่พี่ชายก็ดูแลจนสะดวกดีทุกอย่างญาติทางโน้นก็ออกต้อนรับกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งพรั่งพร้อม
รวมทั้งญาติๆที่ๆพ่อกับแม่เคยส่งเงินไปช่วยที่เมืองจีนในสมัยนั้นบ่อยๆ
แม่เล่าให้ฟังว่า
มีพี่สาวของพ่ออยู่คนหนึ่งอายุร้อยกว่าปีเดินข้ามภูเขา 3 ลูกเพื่อมาหาแม่ในทุกๆเช้า
แม่ประทับใจมากพูดไปยิ้มไปแบบดีใจที่สุด
เท่าที่เคยเห็นแม่ยิ้มมา
หลังๆก็เคยเห็นแม่ยิ้มบ่อยๆแต่ไม่มากขนาดนี้
ท่านภูมิใจในพี่สาวของพ่อมาก
แต่ที่พ่อไม่ได้ไปกับแม่ในครั้งนี้เพราะว่าพ่อเองก็เดินทางไกลจากไปเสียก่อน
สิ่งเหล่านี้มันซ่อมแซมส่วนลึกของแม่ได้หมด
หลังจากนั้นอีก 30 กว่าปี
แม่ก็จากไปอย่างสงบรู้ตัวอย่างรู้ทั่วพร้อม มีความสุขมาก
แม่ได้บอกล่วงหน้ามาหนึ่งปีแล้ว
ว่าแม่จะอยู่กับลูกถึงปีหน้า
และมันก็จริงตามนั้น

ของขวัญล้ำค่าที่แม่ทิ้งให้ผมเป็นคำพูดประโยคหนึ่งว่า
"แม่อยู่กับลูกแล้วมีความสุขที่สุดเลย"
ผมโชคดีที่สุดในบรรดาพี่น้องทุกคน
ที่ผมได้ยินคำพูดนี้จากแม่
โชคดีที่ได้ทำดีพูดดีประพฤติดีและกตัญญูจนเป็นผู้ทำในสิ่งที่แม่อยากให้เป็น
ทำตามใจแม่ในสิ่งที่แม่อยากจะให้ทำจนครบ
ไม่มีอะไรโชคดีกว่านี้แล้วที่ได้ของขวัญเช่นนี้

แทนสะมะชัยโย

11
ธรรมะกับชีวิต / "กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย"
« เมื่อ: 13 กันยายน 2018, 16:01:27 »




"กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย"
ที่ตะโกนลั่นออกมานี้
ส่วนใหญ่แทบจะทั้งหมด
เนื่องจากทนตัวเองไม่ได้
เพราะอยาก

อนาคาริก

ผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนากับ
ผู้ไม่มีศรัทธาจะต่าง
กันมากตรงที่

กล้าหาญในกุศลกรรม
เกรงกลัวและละอายต่อบาป
มีสัจจะ
เชื่อกรรมสนิทใจ
ยึดหลักกาลามสูตร
มีโยนิโสมนสิการ
สติตั้ง
ภาวนา

ไม่ปลิ้นปล้อน
มีศีล
เชื่อพระรันตรัย

ฯลฯ

อนาคาริก

กำไรคือ....
สิ่งที่คนในโลกต้องการ
แม้กระทั่งกำไรชีวิต
ไม่รู้มันพวกเขาคิดกันอย่างไร
จากจุดสมดุล
แต่มีคนชอบพูดกันบ่อยมาก
อะไรคือขาดทุน
อะไรคือกำไร
ทุกข์กรือสุข
ชอบหรือไม่ชอบ
รักหรือเกลียด
สุดท้าย...ก็ทิ้งกำไรไปหมด
แต่ถ้าลงไป
นรก
เปตร
อสุรกาย
เดรัจฉาน
ภพภูมิ

อันนี้สิ .....ขาดทุนนะที่ได้เกิดมาเป็นคน

ฉ้นว่าเองนะ
เพราะเกิดเป็นคนนั้นแสนยาก
ชีวิตมันแสนสั้น

อนาคาริก

คำพูด
กริยาทางกาย
ใจ
บอกภพภูมิ

อนาคาริก

คำพูด
กริยาทางกาย
ใจ
บอกภพภูมิ

อนาคาริก

เหี้ย... เรื่องเหี้ยๆ

เมื่อคุณเอ่ยปากคำๆนี้

บางคนได้ฟังแล้วเขาจะรู้สึกว่าคุณหยาบคายทันที
บางคนอาจจะฟังแล้วสะใจ
มีบางคน
ถึงกับนึกถึงใครเลวๆที่ทำเลวกับเขา

แต่บางคนอาจจะไม่อยากฟังคำหยาบแถมตำหนิคุณทันที
ว่าเหี้ย

บางคนเอาคำพูดนี้ไปทำการตลาดแบบเหี้ยๆ
เหี้ยอาจจะเป็น
ลูกไดโนเสาร์
ลูกจระเข้
ลูกคุณ....ฯลฯ

ทุกอย่างเป็นเรื่องสมมติกำหนดที่ในใจเรา
ถ้าเราเข้าใจสิ่งสมมติ
เราจะเอาเหี้ยออกจากใจเพราะมัน
โกรธ โลภ หลง
ไปกับคำเรียกตัวเงินตัวทองนั้นทดแทน

หรือเราจะเรียกอะไรก็ตาม
ปล่อยเหี้ยออกจากใจขอวคุณเถอะ
เชื่อฉัน
ด้วยคำบริกรรมภาวนา

พุทโธๆ

สายฟ้าศีกษาธรรม

12






ความตายคือการหลับแล้วตื่นในพรุ่งนี้หรือชาติหน้า
ชีวิตคือความฝันที่จำไม่ได้
ชีวิตคือประสบการณ์ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งของแต่ละคนจากเกิดไปถึงตาย
คนที่ไม่เข้าใจความจริงของชีวิต
ก็จะเรียกว่าทุกข์
แต่คนที่เข้าใจความจริงของชีวิตจะเรียกว่าอาจตะเรียกว่าทุกข์หรือสุข
แต่ละชีวิตไม่ว่าสั้นหรือยาว
ต่างมีประสบการณ์ ไม่แตกต่างกัน
ในเชิงคณิตศาสตร์วันต่อวัน
คืนต่อคืน
เดือนต่อเดือน
ปีต่อปีเช่นกัน
เกิดแล้วตายเหมือนกัน
ถ้าเราบาลานซ์หรือสมดุลสมการทั้งสองข้าง
ไม่ว่าชีวิตจะยาวหรือสั้น
ผลมันก็ออกเท่ากันคือ
เกิดเท่ากับตาย
แต่ถ้าเราใส่ประสบการณ์ตรงกลางไว้ระหว่างเกิดกับตาย
ในเรื่อง
ของเวลา
คุณภาพชีวิต
ที่สมมุติขึ้นมา
มันก็ต่างกันเพียงเล็กน้อย
แต่โดยสมมติ
คนกินข้าวจานละ 40 บาท
ไม่ได้หมายความว่าจะอร่อยน้อยไปกว่าคนที่กินสเต็กจานละ 500 บาท
อันนี้เป็นเรื่องสมมุติเป็นการถูกหลอกทางการตลาด
ทางความคิด
การใส่เครื่องปรุงลงไปในความคิด
ของคนในรุ่นต่อรุ่นอย่างเช่น
สมัยก่อนคนไทยไม่รู้จักสเต็กเลย
แต่ทุกวันนี้คนไทยถูกย้อมสมองมาจากฝั่งตะวันตก
จนมายังฝั่งตะวันออก
เช่นทุกวันนี้คนเอเชียก็รู้จักคำว่ากินสเต็กไปหมด
กินกันตามห้างฯเกลื่อนมีเห็นอยู่ทุกวัน
ฝรั่งก็ไม่เคยกินต้มยำแต่พอมากินก็บอกว่าต้มยำกุ้งอร่อย
กินอะไรๆก็ไม่ต่างกันอร่อยก็ไม่ต่างกันคืออร่อยเหมือนๆกัน
อร่อยในแง่ของการกินโดย
กริยามีเวทนาชอบหรือไม่ชอบ
เพียงแต่ว่าใช้เงินแตกต่างกันออกไปมากน้อยกว่ากันเท่า นั้น
มันเป็นวัตถุอย่างนั้น บ้านก็เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น
ทาวน์เฮ้าส์
คอนโด
ห้องเช่า
หรือบ้าน 50 ตารางวาราคา 7-8 ล้านบาท
บ้าน100 ไร่ราคา..
ก็ไม่ต่างกันกับที่จะมีประสบการณ์ในการอยู่และมีความสุขและความทุกข์
จะเป็น
โฮมสวีทโฮมหรือไม่ขึ้นกับว่าอยู่กับ
ใคร
เสื้อผ้าก็เช่นกันไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อผ้า
ที่มียี่ห้อกุ๊ชชี่หรือจะเป็นของ Copy ก็ไม่ได้ต่างกัน
ในเรื่องของความสุขที่ใส่แล้วมีความสุขย้อมใจตัวเอง
แต่จริงๆมันเป็นเครื่องกั้นอนาจารที่เขาเรียกว่า
สมมติ
ที่แท้จริงใช้ป้องกันร้อนหนาวเท่านั้น

ประสบการณ์ของความสุขกับความทุกข์ของคนจึงไม่ต่างกัน
หรืออย่างยาที่เป็นยานอกทะเบียน
หรือยาในทะเบียนที่เรียกว่ายาหลัก
มีประสิทธิผลอาจจะต่างกันบ้างในเรื่องของตัวยา
รายละเอียด
แต่โดยพื้นฐานจะเหมือนกัน
เช่นพาราเซตามอลกับไทลินอล
หรือ
จะเป็นยา Copy จากยาที่หมดลิขสิทธิ์แล้วกับยา Original ก็ไม่ต่างกัน
สุดท้ายก็
เกิดกับตายเหมือนกัน
ชีวิตจึงเป็นเรื่องราวของประสบการณ์
ที่ทุกคนจะต้องผ่านมันไป
แล้วก็กลับมาอีก
มันเป็นแค่ความฝันฝันหนึ่งชาติหนึ่ง
ถ้าเราคิดชาติหนึ่งเป็นอารมณ์หนึ่ง
ที่เกิดแก่เจ็บตาย
ของวงจรปฏิจจสมุปบาท
เราจะรู้หรือว่าภพหรือชาติมันเกิดขึ้นดับลงตลอดเวลา
เกิดทุกข์
เกิดสุขเวทนา
อยู่ตลอดเวลา เวทนาทำให้เกิดตัณหา
ตัณหาทำให้เกิดอุปทานทำให้เกิดภพเกิดชาติ
เกิดแล้วก็ ชรา มรณะ โสกะ
ปริเทวะอุปายสะทุกข์จริงๆแล้วมันเป็นตัวทุกข์แทบทั้งหมด
แต่สิ่งที่ทำให้เกิดตัวทุกข์หรือเหตุแห่งทุกข์คือ
อวิชชา ตัณหา
สังขารกับภพ
เป็นเหตุแห่งทุกข์นอกจากนั้นเป็นทุกข์หมด
มีอวิชชาและก็ตัณหาเป็นหลัก
อวิชชาตัณหาอุปทานและกรรมล้วนแต่เป็นเรื่องเดียวกัน
เพราะเป็นจิตฉะนั้นที่พระท่านเทศน์มาว่า
ตายไปแล้วกี่ชาติกี่ภพ
มันก็เหมือนฝัน เหมือนคนทุกวันนี้
ใช้ชีวิตไปวันๆผ่อนบ้าน 30 ปีเป็นทาส
ทาสของวัตถุแล้วก็ถ่ายความคิด
ความคิดคือทิฐิ
คิดถูกก็คือสัมมาทิฏฐิคิดผิดก็มิจฉาทิฐิ ดังนั้นเราทั้งหลายต้องตั้งหลักก็คือ
เอาธรรมะอุปการะที่ครูบาอาจารย์สอนไว้คือสติปัฏฐานสี่
ที่เราจะเจริญร่วมกันในวันเสาร์นี้มาใช้
ขอญาติโยมมาประชุมร่วมกัน
ฟังพระอาจารย์กลม กมโรแห่งวัดนายโรงแสดงธรรมะตอนเย็น
ที่ทำกันมาทุกวันเสาร์กว่าปีหนึ่งแล้ว
ร่วมทำวัตรปฏิบัติสวดมนต์
สนทนาธรรม
ฟังเทศน์เหมือนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
จะแน่วแน่ในแนวปัญญา
ไม่ใช่แนวศรัทธาแต่เพียงอย่างเดียว
แล้วแต่ท่านที่สะดวกเสาร์นี้
มีหัวข้อว่า
"เราจะให้อะไรที่ดีที่สุดกับคนที่เรารัก" ในเชิงปัญญาไม่เชิงวัตถุ
คำถามนี้ฟังดูง่าย
แต่ยากจะตอบ
ขอท่านทั้งหลายจงมีประสบการณ์แห่งความรู้ความจริงของชีวิตเป็นสุขของความจริง
เข้าใจมัน
ยอมรับ
มัน
บุญกุศลที่เกิดขึ้นจากบทความนี้ขออุทิศส่วนกุศลให้แด่
หลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ หลวงปู่ชาสุภัทโท
พระอาจารย์ชยสาโรพระอาจารย์กลม
กมโรแห่งวัดนายของเรา
บรรพบุรุษอันมีพ่อแม่เป็นปฐมปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอา
ท่านผู้อ่าน
เพื่อนๆทั้งหลายสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก
เจ้ากรรมนายเวรขอให้มีความสุขความเจริญในชีวิต
เห็นกว่าความจริงมีความสุขจากการรู้ความจริงด้วยเถิด
พบกันเย็นวันเสาร์นี้ 17.00น. ถึง 19.00น.
ที่ห้องประชุมอาคารเอครับแอดมิน

13


แม่..............................................แม่จ๋าหนูรักแม่นะจะ

แม่แม่คือ...

หนึ่ง.มนุษย์คนหนึ่ง
สอง.คนที่รักเรามากที่สุดในโลกหรือรักสุดใจ
สาม.ตื๊อให้เราพาไปกินข้าว
พาไปเที่ยวด้วยบ่อยๆ
สี่.บ่นคิดถึงลูกจนดูเหมือนน่ารำคาญเพราะรัก
ห้า.นักจัดการเรื่องของลูกตัวยง
หก.รู้ทุกเรื่อง แม้จะผิดแบบว่า"เขาบอกว่า"
เจ็ด.ลูกกูถูกเสมอ
แปด.คิดอะไรไม่ออกให้กลับไปอ่านข้อเจ็ด
เก้า.ตายแล้วตายเลยหาแทนไม่ได้
เหมือนเมียเหมือนผัว
สิบ.....เยอะ

ลูกกตัญญู
รักแม่ที่สุด

เชื่อไหมว่า
การพูดดีที่สุดคือ
การเงียบ

กาลามสูตร
สิบสรุปได้ว่า

จริงคือเท็จ
เท็จคือจริง
เท็จคือเท็จ
จริงคือจริง

หลวงปู่อ.ธีรศักดิ์ ฉั่ว
รพ.จุฬาลงกรณ์

#13เรื่องราวของแม่ที่ลูกทุกคนเกือบลืมไปแล้ว
#พศิน อินทรวงค์

1. เมื่อคุณเกิดมา คุณอาจรู้สึกว่าแม่ของคุณแก่จัง แต่คุณคงลืมไปว่า ครั้งหนึ่งแม่ของคุณเคยสาว เคยสวย เคยเป็นเด็กวัยรุ่นช่างฝัน ท่านฝันว่า วันหนึ่งท่านจะมีครอบครัวที่น่ารัก มีสามีที่ดี มีลูกที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ชีวิตไม่ใช่นิยามที่จะเขียนได้อย่างใจ “ช่างมันเถอะไม่เป็นไร” ท่านคงคิดอย่างนั้น เพราะอย่างน้อยที่สุด ชีวิตก็พาให้คุณกับท่านมาเจอกันจนได้

2. นอกจากต้องแบกน้ำหนักเกือบ 15 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาเกือบสิบเดือนแล้ว ในวันที่คุณลืมตาดูโลก ยังเป็นวันเดียวกับวันที่ท่านต้องเจ็บปวดที่สุดในชีวิต คุณอาจเคยได้ยินมาบ่อยๆ ว่าการคลอดลูกมันเจ็บมาก แต่คุณไม่มีวันรับรู้ความรู้สึกนั้นได้จริงๆ จนกว่าถึงวันที่คุณต้องคลอดลูกเอง ลองมองหน้าแม่ของคุณในวันนี้ คุณอาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยเจ็บปวดเพื่อให้คุณเกิดมา

3. แม่ของคุณเคยรูปร่างดีกว่านี้ เคยมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งกว่านี้ ท่านเคยสวยกว่านี้มาก จนถึงวันที่มีคุณ รูปร่างของท่าน ผิวพรรณของท่าน ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป คุณรู้ใช่ไหมว่า ท่านต้องแบ่งปันร่างกายของท่าน เพื่อสร้างร่างกายของคุณ คุณรู้ใช่ไหมว่า หลังจากคลอดคุณออกมา เส้นผมของท่านร่วงเป็นกระจุกๆ อยู่หลายเดือน คุณรู้ใช่ไหม ถ้าท่านไม่มีคุณ ท่านคงจะเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาสวยกว่านี้อีกเยอะเลย

4. ในอดีต เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของแม่ เคยเป็นของท่านเอง ท่านจะไปไหนก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ จะเที่ยวสนุกหรือทำเพื่อตัวเองแค่ไหนก็ได้ สิ่งนี้ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่คุณลืมตาดูโลก สองเดือนแรกที่คุณเกิดมา แม่ของคุณต้องอุ้มคุณตลอดเวลาเพราะคุณร้องไห้ตลอดเวลา คุณตื่นทุกๆ สองชั่วโมง ขับถ่ายทุกๆ สองชั่วโมง ทำให้ท่านต้องอยู่ใกล้ชิดคุณ ไม่มีเวลากิน ไม่มีเวลานอน ไม่มีเวลาไปไหนมาไหน หนึ่งปีแรก ที่คุณหัดเดิน แม่ของคุณต้องเดินตามคุณตลอดเวลาเพื่อไม่ให้คุณเป็นอันตราย เงินส่วนใหญ่ ถูกใช้เพื่อซื้อของจำเป็นให้คุณ ค่าคลอด ค่ารักษา ค่าฉีดวัคซีน ค่านม ค่าของ ค่าเสื้อผ้า มันไม่ง่ายเลยสำหรับเงินก้อนนั้นที่แม่ของคุณเพิ่มเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว

5. เมื่อคุณเข้าเรียนอนุบาล แม้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณกับท่านต้องห่างกัน แต่ท่านก็เป็นห่วงคุณอยู่ดี ท่านคิดในใจว่า “โอ้โห ค่าเรียนอนุบาลทำไมแพงจัง” เมื่อท่านคิดได้อย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของใช้ส่วนตัวของท่านจึงถูกลดคุณภาพลงทั้งหมด กินถูกๆ ใช้ของถูกๆ ใส่เสื้อผ้าถูกๆ ทำทุกอย่างเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณมีสิ่งที่ดีที่สุด ในเวลานี้ คุณรู้รึเปล่าว่า แม่ของคุณแทบไม่ได้ไปเที่ยวอีกต่อไป เวลาท่านคิดถึงอนาคต มันไม่ใช่อนาคตของท่านแต่เป็นอนาคตของคุณ ท่านไม่ใช่นางเอกในชีวิตของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ความเป็นแม่ของท่านมากขึ้นทุกทีๆ ท่านได้ทำอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะทำได้ เพื่อที่คุณจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด

6. เมื่อคุณเป็นวัยรุ่น ทุกอย่างดูจะยากขึ้นอีกมาก จากแม่ที่เคยเป็นคนที่ให้คำปรึกษา ท่านกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยในสายตาคุณ คุณเริ่มมีสังคมเป็นของตนเอง เริ่มมีความลับกับแม่ เริ่มพูดไม่เพราะกับแม่ เริ่มโกรธแม่บ่อยขึ้น แต่คุณรู้อะไรไหม คุณยังเป็นเด็กน้อยเสมอในสายตาแม่คนเดิม

7. ครั้งแรกที่คุณอกหัก แม่แอบมองคุณอยู่ห่างๆ ท่านอาจบอกว่าท่านไม่โกรธคนๆ นั้นที่ทิ้งคุณไป แต่ความจริงแล้วท่านโกรธมาก ท่านคิดเสมอว่า ทำไมคุณต้องไปเสียน้ำตาให้คนที่ไม่รักคุณ มันมีสิทธิ์อะไรมาทำให้คุณเสียใจ ทำไมคุณไม่หันกลับมามองที่ท่าน ตอนนั้นคุณลืมไปแล้วว่าใครรักคุณมากที่สุด ท่านอยากจะบอกคุณว่า “ใครจะทิ้งคุณก็ช่างแม่งมัน แต่ชั่วชีวิตนี้ท่านจะเป็นคนที่รักคุณจนวันตาย”

8. เมื่อคุณเรียนจบ แม่ของคุณยิ่งดีใจกว่าคุณหลายเท่า คุณได้ใบปริญญามาหนึ่งใบ แต่สำหรับท่านกว่าจะพาคุณมาถึงตรงนี้ได้ ท่านก็ผ่านอะไรมามากมาย ท่านมองคุณถ่ายรูปกับเพื่อนๆ คิดถึงเรื่องราวในอดีต คิดถึงวันเก่าๆ ไม่ว่าคุณจะแต่งหน้าได้ดูแก่ขนาดไหนในวันรับปริญญา คุณสง่างามที่สุดในสายตาท่านอยู่ดี

9. วันแรกของการทำงาน เหมือนวันเปิดโลกใบใหม่สำหรับคุณ คุณกำลังอยู่ในโลกใบใหม่ ขณะที่ท่านอยู่ในโลกใบเดิม คุณมองไปไกลถึงฝั่งฝัน ขณะที่ท่านยิ่งคิดถึงคุณในวันวานมากขึ้น คุณบอกท่านว่าคุณไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว และนั่นทำให้ท่านใจหาย คุณไม่ใช่เด็กได้อย่างไร เมื่อในห้วงความทรงจำของท่าน คุณยังร้องไห้งอแงอยู่เลย คุณไปไกลจากท่านทุกทีๆ มีความคิดเป็นของตนเอง มีเป้าหมายเป็นของตนเอง มีคนรักเป็นของตนเอง คุณฝันถึงการงานที่คุณอยากจะทำ คุณลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า แม่ของคุณเลี้ยงคุณมาด้วยอาชีพอะไร ชีวิตของคุณกำลังพุ่งทะยาน ขณะที่ชีวิตของท่านกำลังนับเวลาถอยหลัง

10. คุณได้เจอกับคนที่ใช่ และไม่ใช่อีกหลายคน มีคนเข้ามาและจากไป แต่ท่านก็ยังมองคุณอยู่ห่างๆ ในช่วงเวลานี้ แม้แต่จะเข้ามาใกล้ๆ ในชีวิตของคุณท่านยังไม่กล้า ท่านจะกล้าได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่รู้อะไรเลยในโลกของคุณ ท่านกลายเป็นคนไม่ทันโลก ตกยุค ขณะที่คุณกำลังสร้างโลกใบใหม่ที่ท่านไม่รู้จัก มีหลายอย่างในชีวิตคุณที่ท่านสงสัยแต่ไม่กล้าถาม ช่วงเวลานี้ ท่านได้กลายเป็นอากาศที่คุณมองไม่เห็นไปแล้ว

11. ในที่สุด ชีวิตของท่านก็เดินทางมาถึงจุดนี้จนได้ คุณมีครอบครัวเป็นของตนเอง กับใครคนหนึ่ง หรือคุณตัดสินใจอยู่เพียงลำพัง กับความคิดหนึ่งที่ท่านไม่เข้าใจ ถ้าคุณมีครอบครัว คุณจะเห็นว่าท่านเริ่มห่วงคุณมากขึ้น ถ้าคุณไม่มีครอบครัว คุณก็จะเห็นว่าท่านห่วงคุณมากขึ้นเหมือนกัน คุณรู้ไหม ท่านเริ่มคิดถึงความตายแล้ว แต่ท่านไม่เคยบอกคุณ คุณรู้ไหม ท่านเริ่มกลัวว่าท่านจะเป็นโรคร้าย เป็นโรคมะเร็ง หรือโรคอะไรที่คนแก่ๆ เขาเป็นกัน ท่านคิด ท่านกลัว แต่ท่านไม่เคยบอกคุณ มีเรื่องหนึ่งที่ผุดเข้ามาในใจของท่าน “คุณจะพบคนดีที่จะดูแลคุณได้ชั่วชีวิตรึเปล่า และถ้าคุณพบแล้ว เขาคนนั้นจะทอดทิ้งคุณไปหรือไม่” ท่านก็แค่คนแก่ๆ คนหนึ่งที่เป็นห่วงลูกตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่า ไม่ควรยึดติด แต่จะไม่ให้ยึดติดในความสุขความทุกข์ของคุณ ท่านไม่เคยทำมันได้เลย

12. ชีวิตของคุณกำลังรุ่งโรจน์ ขณะที่ชีวิตของท่านกำลังร่วงโรย ท่านอาจมองคุณในบางวัน นึกถึงคุณในวัยเยาว์แล้วบอกกับตนเองว่า “ทั้งหมดในชีวิต เราผ่านมันมาได้อย่างไร ช่างน่าอัศจรรย์” ทุกอย่างเป็นเหมือนฝัน ท่านเคยเป็นเด็ก เคยเล่นตุ๊กตา เคยเป็นสาวน้อยช่างฝัน แล้วท่านก็เป็นวัยรุ่น เคยมีสิ่งที่อยากมีและอยากเป็น ท่านพบพ่อของคุณ เกิดความรัก แล้วก็มีคุณ แล้วชีวิตก็พาท่านเดินทางมาไกลเกินกว่าที่ท่านจะคาดคิด เชื่อเถอะว่า ท่านแทบไม่เคยจินตนาการไว้เลยว่าท่านจะมีลูกอย่างคุณ แต่คุณก็เป็นลูกของท่าน แม้คุณจะเป็นลูกที่ดี แม้คุณจะเป็นลูกที่ไม่ดี คุณก็เป็นลูกของท่าน ชีวิตของท่านพาท่านมาไกลมาก และคุณซึ่งเป็นลูกของท่านก็พาท่านมาไกลมาก ไกลจนท่านเกือบลืมไปแล้ว ท่านแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ชีวิตของท่านก่อนที่คุณจะเกิดมานั้นเป็นอย่างไร

13. วันหนึ่ง ท่านเรียกคุณเข้าไปพบ ท่านพูดบางอย่าง เหมือนมันเลื่อนลอย คำพูดนั้นเบาบาง เหมือนไม่มีอะไร ท่านเริ่มรู้วาระของท่านแล้ว ท่านเริ่มตระหนักแล้วว่า คุณกับท่านต้องจากกันตลอดไป แต่คุณไม่รู้หรอกว่าคุณมีความหมายกับท่านมากแค่ไหน แม้คุณคิดว่าคุณรู้ แต่นั้นช่างห่างไกลกับความรู้สึกของท่านที่มีต่อคุณ คุณลืมเรื่องราวหลายอย่างระหว่างคุณกับท่าน
บางครั้งท่านมองดูคุณ
ภูมิใจ ดีใจ และเสียใจกับสิ่งที่คุณทำ
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ใกล้หมดเวลาของท่านเต็มที
สายลมพัดผ่านเบาๆ
แล้วชีวิตของคนที่รักคุณที่สุด…ก็ดับไป

***แด่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทั่วทั้งโลก
ขอให้ลูกทุกคนอ่านแล้วคิดตาม ขอให้แม่ทุกคนอ่านแล้วคิดตาม ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอ
และมันจะเป็นเช่นนี้ไปชั่วกัลปาวสาน***

***ติดต่อ พศิน อินทรวงค์***
บรรยาย(วิทยากร) / หนังสือ/บทความ
เพจ พศิน อินทรวงค์
https://www.facebook.com/talktopasin2013
******************************************

อย่าไปเล่าอะไรๆให้ยาวนักเลย
ทำให้มันจบๆเสีย
จะได้ไม่มีอะไรเหลือค้าง
เป็นราคานุสัย
เริ่มจากหยุด
อยาก
เสียมั่งนะ

อนาคาริก

คำพูดเป็นนาย
เพราะ
ใจมันตรง
กายมันตรง
วาจามันตรง
เขาเรียกอีกอย่างว่าสัมมามรรค

อนาคาริก

ถ้าคุณไม่เคยรักใครที่สุด
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าใครรักคุณที่สุด
ถ้าคุณไม่เคยเกลียดใครที่สุด
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเกลียดคุณที่สุด
ถ้าคุณไม่เคยเจ็บมากที่สุด
คุณจะรู้ได้อย้างไรว่าเจ็บมากที่สุดเป็นอย่างไร
ถ้าคุณไม่เคยปล่อยวางได้เลย
คุณจะยังมีหน้าไปสอนใครๆว่าให้ปล่อยวาง ถ้าคุณไม่โกหก
แล้วที่สุดมันก็เป็นแค่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ทุกๆที่สุดทุกๆอย่าง
เพราะว่า
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป..เพราะมันไม่เที่ยงนะ

ไอ้โง่

เพลินพระ






14





ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร
เพียงแต่เราไปปรุงรสมัน
ใส่สีมัน
ใส่ไข่มัน
ตามรสที่เราอยากจะให้มันเป็น
สุดท้าย.....
เราหวานมันเค็มกับชีวิต
ทุกข์ทุรนทุรายกับรสชาดต่างๆ
เพราะมันไม่ได้ดังใจ
เมื่อสงบจิตสงบกิเลส
ได้แล้ว
เราจะเป็นอิสระต่อรสชาดทั้งหมด
มีแต่สงบสว่างสะอาดสบายเพราะ..
จิตตื่น

อนาคาริก

ชีวิตมันไม่ได้มีรสชาดอะไร
เพียงแต่เราไปปรุงรสมัน
ใส่สีมัน
ใส่ไข่มัน
ตามรสที่เราอยากจะให้มันเป็น
สุดท้าย.....
เราหวานมันเค็มกับชีวิต
ทุกข์ทุรนทุรายกับรสชาดต่างๆ
เพราะมันไม่ได้ดังใจ
เมื่อสงบจิตสงบกิเลส
ได้แล้ว
เราจะเป็นอิสระต่อรสชาดทั้งหมด
มีแต่สงบสว่างสะอาดสบายเพราะ..
จิตตื่น

อนาคาริก

นิเทศน์

ผมรักแม่ม่าย

ท่านอาจารย์ครับ
ผมติดตามโพสต์ของท่านมาหลายปีแล้วครับ
มีแง่คิดมากมายทั้งโลกและธรรม
มาถึงวันนี้ผมอยากจะเรียนถามท่านว่า
ผมจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อ
ผมเป็นคนทำงานออฟฟิศครับ
แต่รายได้ค่อนข้างดีเพราะมีความรู้ความสามารถในงานที่ผมถนัด
ผมแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งว่า
ทำไมผมถึงมีแต่เมียแม่หม้ายครับ
ทั้งๆที่มีสาวๆโสดสนิทมาตามตื้อผมมากอยู่
แต่ผมก็ไม่เลือกเธอเหล่านั้นเลยสักคน

ทุกครั้งที่ผมได้กับเมียแต่ละคน
ใช้เวลาไม่นานเลย เหมือนกับจุดไฟชนวนได้เร็วมาก
เมียแต่ละคนผมก็พึงพอใจเธอในระดับหนึ่ง

ในคนแรกผมเจอเธอตอนพวกเราอายุยังน้อยในช่วงวัยรุ่น
เธอพลาดท่าเสียที ผู้ชายึนหนึ่ง
ทั้งๆที่มีหนุ่มๆมาติดเธอมาก
แต่เธอก็พลาดท่าไปและถูกข่มเหงมาตลอด
จนเธอกลับคิดได้
ก็มาขออยู่กับผม
ซึ่งผมก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี
เธอเองก็นิสัยดีมากแต่ออกจะมีเรื่องตื่นเต้นบ่อยๆคือมีผู้ชายมาตามตื๊อเธออยู่หลายคนเหมือนกัน
เราอยู่กันมาได้กว่าห้าปี
แล้วมีเหตุต้องแยกออกจากกันซึ่งไม่เกี่ยวกับความรักของเราเลย
เพราะต่างคนต่างรักกันมาก
แต่มีความจำเป็นจริงๆในชีวิต
ทุกวันนี้เธอไม่ได้แต่งงานใหม่
จนมาถึงเมียคนที่ 2 ซึ่งเธอเป็นอดีตเมียน้อยของหมอคนหนึ่งซึ่งมีฐานะการเงินดีมาก
แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนที่มนุษย์สัมพันธ์ดีเกินไป ชอบดื่มเหล้า
แล้วเลิกกับหมอมาพร้อมด้วยเงินก้อนใหญ่
เธอก็ใช้เงินก้อนนั้นหมดไปกับวงเหล้า จนน่าใจหาย
เงินหลายล้านบาทอยู่ในมือเธอ
แต่เธอก็เก็บไม่อยู่ จนเธอหมดตัว
แล้วมาพบผมเข้า
เริ่มจากเป็นเพื่อนกินเหล้ากัน
จนมาอยู่ด้วยกัน
เธอเป็นแม่บ้านที่ดีสำหรับเรา
ทำอาหารเก่งอร่อยดูแลดีไม่ตกหล่น
แต่ชอบดื่ม
ไม่ถึงกับราน้ำ
แต่ดื่มได้ทุกวันเพื่อนฝูงจึงมาก
ตามไปดื่มทีไรก็ไปทันที
แม้กระทั่งนัดทานข้าวกับผมก็ยังชวนผมไปร่วมวงด้วย
จนผมเบื่อที่จะไปดื่มเหล้ากับเธอแล้ว
ตอนหลังเธอดูเหมือนได้คิด
ก็เพลาๆลงไป
ดื่มบ้าง
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมต้องอึ้งกับเธอก็คือ เธออยากไต่เต้าในทางการงานก็เลยไปมีอะไรๆกับหัวหน้างาน
ซึ่งผมเห็นว่ามันออกจะเกินเลยไปหน่อย ก็รับเธอไม่ไหว เพราะความซื่อสัตย์ที่อยู่ด้วยกัน
ผมมีให้เธอเต็มเปี่ยม

ผมก็ว่างอยู่พักใหญ่พักหนึ่ง
แล้วผมก็ไปเจอเมียคนที่ 3 ม่ายสาวอีกคนหนึ่งอายุ 25 ปีเอง
อดีตสามีเป็นนายตำรวจ
แต่เธอเลิกกับนายตำรวจคนนั้นแล้วเพราะว่านายตำรวจขี้เหล้าเมายาเจ้าชู้
ชอบใช้เงินของเธอมากมาย
จนเธอเป็นหนี้สินถึงต้องเลิกกัน
ผมรู้แต่เพียงเท่านั้น
เรามีความสุขที่อยู่
ด้วยกัน
อยู่กันแบบชาวบ้าน เธอจะให้เกียรติผมมาก
โดยเธออ้างว่ามีการศึกษาน้อยกว่าผมมาก
แต่ความจริงเธอให้เกียรติ
ผมอยู่และรักเธอด้วยความจริงใจมีความสุขในวัยหนุ่มเต็มที่จนกระทั่ง เธอกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อไปงานศพน้องชายอายุหกปีที่เสีย
เธอซึมบ้างนิดหน่อยเพราะเธอรักน้องคนนี้มาก
แต่ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติในวันสองวัน

เพื่อนๆของเธอล้วนเป็นสาวสวย
ผมรู้จักหมดทุกคน
เธอจะไว้ใจผมมาก
มีแต่เธอจะตีกันป้องกันเพื่อนๆไม่ให้มายุ่งกับผมพอสมควรอย่างรัดกุมด้วยความหวง
ซึ่งผมเองก็ทำอะไรด้วยความสุภาพเรียบร้อยไม่เคยล่วงเกินใคร
เราคบกันมาได้ปีหนึ่งกับห้าเดือนจนถึงปลายทางซักระยะหนึ่ง
เราไม่มีอะไรเป็นข้อบกพร่องเลย
แต่ผมหาเธอไม่เจอแม้กระทั่งที่คอนโดที่เธอเช่าอยู่
เธอก็ยังคงเช่าอยู่แต่ไม่กลับมานานแล้ว
ผมไม่สามารถจะติด ต่อเธอได้อีกเลย
เพราะเธอไม่ใช้มือถือใช้แต่โทรศัพท์ของคอนโดเท่านั้น
ก็เลยต้องเลิกกันโดยปริยาย
จนมาถึงคนต่อมาเป็นพยาบาลในชุดขาว
แม้เธอจะสวยงามแต่ต้องเลิกกับสามีเพราะว่าสามีเจ้าชู้มาก
จนมีเรื่องราวให้เธอกลับมาคิด
เพราะผู้หญิงของอดีตสามีต่างไปรังควาญเธอที่ทำงาน
จนเธอรับไม่ไหวอีกต่อไป
แล้วเธอก็มาตกหลุมรักผม
เธออยู่กันกับผมได้สัก 2 ปี
ในปีแรกเธอดีกับผมมาก
ดีกับผมทุกอย่างเข้าใจทุกอย่างสุดท้ายปีที่สองเธอเริ่มคุกคามผม
เริ่มตรวจสอบผมว่าผมไปมีอะไรๆกับผู้หญิงอื่นหรือเปล่า
ซึ่งมันไม่มีทางเลยผมเลิกงานก็ไปรับเธอทุกวัน
ท้ายที่สุดผมก็ทน
อามณ์ฉุนเฉียวของเธอไม่ไหว
หลังจากที่เธอบอกเลิกกับผมหลายสิบครั้ง
ผมก็ยินยอมให้เธอจากไป
เธอร้องไห้ตอนที่ผมจากมา
และตามกลับมาขอคืนดีกับผมสองครั้ง แต่ผมคงไม่มีวันที่จะกลับไป
เพราะผู้หญิงแบบที่เป็นแบบของเธอในตอนนั้น
ไม่ใช่แบบที่ผมจะเลือกเดินด้วยกันได้เลย
ท้ายสุดผมมาเจอแม่หม้ายอีกคนหนึ่งอายุมากกว่า
เธอมีลูกผู้ชายแล้วคนหนึ่ง
เธอหว่านเสน่ห์กับผมสุดฤทธิ์
ตอนแรกผมก็เฉยๆ แต่ด้วยความรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ซื่อน่าสงสาร
ใจรักความสงบ เป็นคนรับผิดชอบสูง
มีอดีตสามีมาแล้วหลายคน
พูดจาตรงไปตรงมา เราคบกันได้อยู่สัก 2 ปี
แล้ววันหนึ่งเธอมา
บอกกับผมว่าเธอหมดรักผมแล้วล่ะ
ผมก็ยอมรับ
ตอบรับเธอไปอย่างตรงไปตรงมาว่า
ได้ไม่เป็นไรครับยินดีทางของพวกเรามันตันเช่นนั้นเอง
ทั้งๆที่พวกเรารักกัน ขอให้เธอโชคดี
สุดท้ายผมก็เลิกกับแม่หม้ายทั้ง 5 คน
วันนี้ผมมาทบทวนตัวเองว่า
ผมควรจะทำเช่นไรทำอย่างไร
ผมผิดอย่างไร
ที่ทำให้ผมได้ไปเจอกับแม่หม้ายเหล่านั้น แผนที่จะตั้งหลักมีครอบครัวของผมล้มเหลวไม่เป็นท่า

จริงๆแล้วผมอยากจะจริงจังกับใครสักคน ทุกวันนี้หน้าที่การงานผมค่อนข้างดีมาก
สบายๆ
รายได้มากพอสมควรสามารถ
ดูแลผู้หญิงไม่ฟุ้งเฟ้อให้ดีได้คนหนึ่งสบายๆ
มีบ้านมีรถเป็นของตัวเอง
ผมเคยบวชแล้วอยู่หนึ่ง 1 เดือน
มีความสุขมากที่ได้อยู่ตรงนั้น
เหมือนผมเป็นอิสระกับสิ่งทั้งปวง
แม่ของผมท่านก็สนับสนุนให้ผมบวชผมจึงบวชให้แม่ด้วยความรักท่าน
จนตอนนี้แม่แก่มากแล้ว
ท่านอยากจะให้ผมมีครอบครัว
เป็นฝั่งเป็นฝามีลูกมีหลานให้ท่านอุ้ม
นี่คือความปวดหัวของผมในวันนี้ว่า
ผมควรจะทำเช่นไรแม่ไม่เคยขออะไรกับผมเลย
กับผู้หญิงทั้ง 5 คนที่ผ่านมา
ผมก็พาเข้าบ้านหมด ให้แม่ได้รู้จัก
แม่เองก็ไม่ได้บอกรับหรือบอกปฏิเสธอะไรกับผม
ท่านได้แต่ยิ้ม
แล้วบอกกับผมว่า
ผมโตแล้ว
ผมตัดสินใจเองได้แล้ว
ท่านเชื่อในการตัดสินใจของลูก
เพราะลูกก็ดูแลแม่ดีเหลือเกิน
เป็นคนดี
แต่พอแม่ขอให้ผมแต่งงาน
มีครอบครัว
มีลูก
ผมกลับรู้สึกพอแล้วไม่ไว้ใจตัวเองในสิ่งที่ผมใช้ชีวิตผิดพลาดกับเมียแม่ม่ายเหล่านั้นทั้งหมด
มีสามคนที่ยังโทรกลับมาหาผมว่า
ยังรอผมอยู่
ผมไม่รู้จะทำอย่างไร
ผมก็เหมือนกับคนที่ติดตามอ่านโพสต์ของท่านหวังว่าท่านคงจะให้ข้อแนะนำ ดีๆหรือ
ข้อธรรมดีๆกับผมนะครับ
กราบมนัสการครับ

สุรพงษ์
ป้จจุบันผมอายุ32ปีครับ

ฉันก็พูดตามตรงตามที่เล่ามานะ
ว่าคุณหลง
หลงไปกับหลงผิดไปก้อนเนื้อหนังมังสาหลงไปกับตามรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหลงรูปลงกลิ่นหลงเสียงหลงสัมผัส
ถ้าคุณตั้งสติให้ดี
จนได้คุณรู้ว่าคุณจะเอาอะไรกับชีวิตของคุณ
คุณบอกว่าบวชมาได้เดือนหนึ่ง
คุณมีความสุขมากนั่นคืออิสระที่ทุกคนพึงกระทำได้
ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจใจที่นิ่งๆสงบ
การปฏิบัติธรรมเป็นหนทางอันหนึ่งที่ดีที่จะลดความฟุ้งเฟ้อฟุ้งซ่านฟุ้งกิเลส
แล้วคุณจะเห็นว่าคุณจะเลือกอะไรเป็นอะไร
ฉันตอบแทนคุณไม่ได้หรอกว่า
จะเลือกอะไร พระพุทธเจ้ายังทรงกล่าวว่า
อักขาตาโร ตถาตาพระองค์เป็นเพียงผู้ทรงชี้ทางเท่านั้นแต่คุณคือผู้ที่จะเดินทางสายไหน
ทางสายโลกีย์หรือทางธรรมะปฏิบัติ
เมื่อคุณเลือกได้แล้วคุณก็สามารถกลับมาตอบตัวเองได้
และตอบคุณแม่ของคุณได้ว่าคุณอยากเป็นอะไร
หวังว่าคุณคงเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปพวกเราล้วนเป็นคนที่มีฝุ่นละอองในดวงตาที่เรียกเวไนยสัตว์เท่านั้นที่สามารถบรรลุธรรมได้ในความเป็นคน เจริญพรนะโยม
ทั้งหมดที่คุณเล่าล้วนเป็นกรรมเก่าและกรรมใหม่
ขอจงสุขสวัสดิ์นะคุณสุรพงษ์

อนาคาริก

อ้อคำว่า
มนัสการกับกราบนั้นมันคือคำเดียวกันนะโยม ใช้สักอย่างเป็นพอ
และสถานที่กินเหล้ามันเป็นที่อโคจรไม่ควรจะไปนะโยม

15



ในห่วงโซ่ ของ
ปฏิจจสมุปบาท
เริ่มต้นจาก
1.อวิชชา
2.สังขาร
3.วิญญาณ
4.นามรูป
5.อายตนะ
6.ผัสสะ
7.เวทนา
8.ตัณหา
9.อุปทาน
10.ภพ
11.ชาติ
12.ทุกข์
ห่วงโซ่
ข้อที่ 1
ข้อ 8
และข้อที่ 9 คือ
กิเลส
ข้อที่ 2 ข้อที่ 10 คือการกระทำ
ข้ออื่นๆ คือทุกข์
ท่านนาคารชุนกล่าว
อธิบายว่า
ห่วงโซ่ข้อที่หนึ่ง
ของปฏิจจสมุปบาท จ้อที่ 1อวิชชา
ข้อที่ 8 ตัณหา
ข้อที่ 9 อุปทาน
คือที่มาของทุกข์ที่อยู่ในรูปของกิเลส

ส่วนข้อที่ 2 สังขารและข้อที่ 10 ภพคือกากระทำที่ส่งผลกรรม
ที่มาของทุกข์ ในรูปของการกระทำที่ส่งผลกรรม
ทั้ง 5 ข้อประกอบเป็นอริยสัจข้อที่ 2 คือ"เหตุแห่งทุกข์"หรือ"สมุทัย."
สายโซ่อีก 7 ข้อที่เหลือคือ
ตั้งแต่ข้อ 3
วิญญาณตามด้วย
นามรูป
อายตนะ
ผัสสะ
เวทนา
และชาติประกอบขึ้นมาเป็นอริยสัจข้อแรกคือทุกข์

จากทางสายกลาง

ศรัทธาอย่างมีเหตุผล

องค์ดาไลลามะที่ 14 เขียน

อวด

อวดตอนสาวมันก็พอจะดูน่ามอง
อวดตอนกลางคน
มันก็พอจะยอมรับได้
ว่าสามสิบยังแจ๋ว

อวดตอนแก่....นี้สิ

น่าสงสารเพราะไม่มีอะไรน่าอวดมีแต่กองกระดูก

นอกจากจะอวดบุญกุศล
มันดังลั่นไปถึงสวรรค์เลยนะ

อนาคาริก

อวด

อวดตอนสาวมันก็พอจะดูน่ามอง
อวดตอนกลางคน
มันก็พอจะยอมรับได้
ว่าสามสิบยังแจ๋ว

อวดตอนแก่....นี้สิ

น่าสงสารเพราะไม่มีอะไรน่าอวดมีแต่กองกระดูก

นอกจากจะอวดบุญกุศล
มันดังลั่นไปถึงสวรรค์เลยนะ

อนาคาริก

ดิ้นรน...
ชื่อมันก็บอกแล้วว่าทั้งดิ้นร้อนทั้งรนราน
เป็นคนพัฒนาจิตให้เข้มแข็งสงบตื่นรู้
เบิกบาน
อะไรก็สู้ได้แม้กระทั่งใจตนเอง
ชนะหมด

อนาคาริก

จะร้องไห้ไปทำไม
ใครๆที่เกิดมาทุกข์ทั้งหมด
ทำเสียให้มันสิ้นไป
ให้มันล่วงไป

อวสาน

จะร้องไห้ไปทำไม
ใครๆที่เกิดมาทุกข์ทั้งหมด
ทำเสียให้มันสิ้นไป
ให้มันล่วงไป

อวสาน

บนความหลอกลวง
แต่เรายังคง
ซื่อสัตย์จริงใจ
มั่นคงต่อการมองความจริง
แม้กระทั่งมองเห็นจากความหลอกลวง
เพื่อให้มันผ่านไป
หมดเวรกรรมกันเสียที
อย่างสงบนิ่ง
แม้จะปิดปากหูตา
แต่เปิดใจ

สิกขาเพื่อบรรลุธรรม

ภาพ สุรพล ทับทอง

เธอไม่มีวันรู้หรอกว่า ที่เธอทิ้งฉันไปแล้วคิดว่าฉันอกหัก ความจริงฉันดีใจสุดตัว เพราะเธอมันFake เหมือนในรูปข้างล่าง ฉันตกใจฉี่เล็ดและฮาขี้แตกขี้แตนเลยในวันที่เธอจากไปเพราะเห็นหน้าแท้จริงของเตอ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ครุ่นคิด


หน้า: [1] 2 3 ... 26