แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - popen2556

หน้า: [1] 2 3 ... 28
1
ธรรมะกับชีวิต / ยอดมนุษย์ มนุษย์แม่
« เมื่อ: 23 สิงหาคม 2019, 14:13:27 »



ยอดมนุษย์
มนุษย์แม่

แม่ของทุกคน ล้วนเป็นยอดมนุษย์ทั้งหมด สำหรับลูกๆทุกคนที่เรียกเธอว่าแม่
แม่ย่อมเหนือ
กว่าผู้หญิงทุกๆคนบนโลก สำหรับลูกๆเสมอ
เพราะแม่ให้อย่างเดียวโดยไม่มีประมาณ

ผมยังจำรายละเอียดของแม่ได้ดีในวันนี้
เพราะผมรู้จักแม่มากกว่าผู้หญิงคนไหนๆและ
แม่ก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่รู้จักผมดีที่สุดบนโลกใบนี้
แม่รู้จักผมมาตั้งแต่เกิด
จนแม่ตายจากไปอย่างรู้ตัว
ผมมีวาสนาดีและมีบุญมากที่ได้เกิดและอยู่กับแม่มานานถึง 45 ปี
อยู่กันแทบจะทุกวัน
แม้กระทั่งตอนผมไปทำงานอย่างเร่งรีบ
เราก็ยังเจอกันทุกวัน
เช้าเย็น
45 ปี ดูมันเหมือนกับมันจะนานมาก
แต่สำหรับผมมันเร็วมากกว่านั้น
แม่เป็นตัวอย่างให้เห็นตั้งแต่เกิด จนแม่ตายจากไป
โดยทำให้ดู
แม้กระทั่งการตายอย่างสงบ
กล้าหาญ
ร่มเย็น
โดยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
สิ่งหนึ่ง.แม่สอนให้แตกต่างจากคนอื่น
ในเรื่องของความกตัญญู
คือใครที่ทำดีกับแม่
แม่จะยิ่งทำดีตอบให้ไปยิ่งกว่า
อีกสิ่งหนึ่ง
ที่แม่สอนให้เป็นหลักของลูกๆทุกคนก็คือ
ความซื่อสัตย์ เพราะแม่จะเป็นผู้หญิงที่พูดคำไหนคำนั้น
ไม่มีผิดเพี้ยน
และไม่เคยเห็นแม่ผิดคำพูดกับใครเลย

อีกทั้งแม่ยังไม่เคยตำหนิใครให้ฟังสักคำ
แม้กระทั่งมีคนอื่นๆมาตำหนิลูกของแม่
แม่จะนิ่งฟังอย่างเงียบๆ
หรือมีใครมาตำหนิแม่ให้แม่ฟัง
แม่ก็จะฟังเฉยๆ แต่ถ้ามีใครมาชมแม่ให้แม่ฟัง
แม่ก็จะยิ้มเฉยๆ นอกจากนั้นใครมาชมลูกของแม่ให้แม่ฟัง
แม้จะช่วยชมลูกๆของแม่ไปด้วย
อย่างมีเหตุผลที่ชัดเจน
แม่เป็นคนอา รมณ์ดี
ไม่ค่อยเครียดหรือโกรธเลยแม่ปล่อยวางเก่งมาก
เก็บอารมณ์เก่งที่สุด
แม้กระทั่งมีใครมาโกหกแม่เพื่อผลประโยชน์
แม่ก็ฟังเฉยๆทั้งๆที่รู้
แม่จะพูดเท่าที่จำเป็น
นอกจากนั้นแม่จะนั่งคุยกับลูกๆอย่างสนุกสนาน เล่าเรื่องในวัยเด็กของแม่ให้ลูกๆฟัง
ในช่วงอายุต่างๆที่พวกเรามีอายุต่างๆตามที่แม่เป็น
พวกเราจึงได้เรียนรู้ประสบการณ์ในวัยเด็กของแม่พร้อมๆกับประสบการณ์ในวัยต่างๆของพวกเราไปด้วย
แม่จะบอกบ่อยๆให้เรายอมกับทุกๆคน
แต่พี่ชายของผมสองคน
มักจะบอกให้ผมสู้เมื่อถูกรังแก
ถ้าไม่สู้
กลับบ้านจะถูกพี่ๆตีซ้ำ
แม่จะใจเย็นในทุกๆเรื่อง
ยกเว้นเรื่องของลูกๆของแม่ที่ถูกรังแก
แม่จะออกหน้าป้องกันอย่างรวดเร็ว
กล้าหาญทันที ตลอดชีวิตไม่เคยเห็นแม่บ่นอะไรเลย
ไม่ว่าจะมีเหตุ การณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม
เช่นเมื่อแม่ไปผ่าตาต้อกระจก
สมัยก่อนดูเป็นเรื่องใหญ่ใช้เงินมาก
แม่กลับทำตัวเหมือนกับปกติในกิจวัตรประจำวัน
แม่บอกกับผมว่า
เดี๋ยววันสองวันแม่ก็จะกลับบ้าน

แม่ทำงานหนัก ทั้งงานบ้าน
ทำกับข้าวให้คนงานและลูกๆกินทั้งยังต้องหมุนเงินอีก
ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมาก
ลูกๆรู้กันทุกคน
ลูกบางคนของแม่มีปัญหาเรื่องการเงิน
แม่ก็แอบช่วย
เหลืออย่างเงียบๆ
ไม่ค่อยจะบอกใคร
จนมารู้จักปากของเจ้าตัวเองพวกเราถึงจะรู้ว่าลูกคนนี้แม่ช่วยไปแล่ว
สิ่งต่างๆที่แม่หล่อหลอมพวกเรามาก็คือ
ความรัก
ที่แม่มีความรักให้กับลูกๆตลอดเวลา
และ
อดทนได้เสมอสำหรับลูกๆทุกคน
ลูกคนไหนที่แบ่งเบาภาระของแม่ไปได้ทั้งทางกายและทางใจแม่ก็จะปล่อยลูกคนนั้นมากขึ้น สิ่งที่แม่มีมากที่สุดในโลก
แทบทุกคนที่รู้จักแม่จะรู้
ก็คือ
แม่มี 2 หูไว้ฟังจริงๆ
แม่เป็นคนที่รับฟังจากทุกๆคน รวมทั้งลูกๆของแม่
รายละเอียดที่ลูกๆมาร้องขอกับแม่
อาจจะไม่ได้ในทันทีทันใด
แต่สุดท้ายไม่ว่าจะนานสักเท่าไหร่
....แม่จะทำให้
เพราะแม่ไม่เคยลืม
เช่นเมื่อตอนเด็กๆ
ผมมีความใฝ่ฝันว่า
อยากจะใส่กางเกงนักเรียน ที่ไม่ได้รับโอนมาจากพี่ๆบ้าง
ที่มีแถมรอยปะชุนเป็นรูปใยแมงมุมมาด้วย จนเมื่อถึงวันหนึ่ง
แม่ก็จะเริ่มตัดกางเกงให้ลูกๆ นับตั้งแต่วันนั้นมา
พวกเราก็ไม่เคยได้ใส่กางเกงตูดปะกันเลย
นั่นก็แสดงให้เห็นว่า
กระเป๋าเงินของแม่พร่องไม่มากแล้ว
นี่คือสิ่งที่แม่แสดงและแม่ทำแม่พูดโดยผ่านการกระทำของแม่มากกว่าคำพูด
มันเป็นปรมัตถสัจจะแห่งความรัก
ไม่ใช่สมมติสัจจะ แห่งความรัก
ที่เอาแต่พูดๆแต่ไม่เคยทำ
นึกถึงยอดมนุษย์ทีไร
ผมกลับนึกถึงแม่ของตัวเองทุกครั้งไป

ยอดมนุษย์มนุษย์แม่

รักแม่ตลอดเวลา

เม้า

เขียนเสือให้วัวกลัว
สุดท้ายกลับมากลัวทั้งเสือ
กลัวทั้งวัว
กลัวทั้งตัวเอง
จนเชื่อ...ผีสางโชคลาง
หมาหอน
ขาดความมั่นใจเพราะหลงผิด

กลั้นลมหายใจเสีย
แล้วปล่อยจนกว่าจะ

ตื่น

อนาคาริก

2
ธรรมะกับชีวิต / เรื่้อง.............
« เมื่อ: 20 สิงหาคม 2019, 10:14:00 »







เรื่อง...

ที่มันวุ่นวายกันอยู่บนโลกทุกหนแห่งในทุกวันนี้นั้น
มันก็แค่สองเรื่อง
เท่านั้นเองคือ
เรื่องของมึง
กับเรื่องของกูเท่านั้น

อนาคาริก

เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน
ผมได้ยินคนที่สนิทกับผมที่สุด คนที่ผมรักมากที่สุด
เขาพูดกับผมไม่เพียงกี่คำ
แต่มันทำให้ผมอึ้งมากที่สุดเลยในชีวิต
จนกระทั่งบัดนี้ผมจึงเริ่มเข้าใจในสัจธรรมของคำพูดนั้น
คำพูดที่ผมเคยทำให้ผมอึ้งมากที่สุดที่ได้ยินมา เมื่อลูกชายตัวน้อยของผม
เขาพูดกับผมว่า "ไม่สนิทกับผมเลย
แต่เขาสนิทกับแม่มาก"
แม่ที่ไปโรงเรียนด้วยกันและกลับจากโรงเรียนด้วยกัน
โดยเขาไปรับแม่ที่ทำงาน
ตอนนั้นผมแทบไม่เชื่อเลยว่า สุภาพบุรุษตัวน้อยของผมคนนั้น
จะพูดกับผมเช่นนั้นจริงๆ
ทั้งๆที่ผมเองเคยได้เลี้ยงเขามากับมือตั้งแต่เล็กแม้กระทั่งชำระล้างอุจจาระที่ก้นให้
พาไปเรียนพิเศษ
พาไปเรียนกีฬาพาไปเรียนว่ายน้ำ
ผมเป็นคนดำ เนินการให้เกือบทั้งหมด
แต่วันนี้ผมจึงค่อยเข้าใจสัจธรรมของลูกที่แสดงให้ฟังไว้ เนิ่นนานแล้วว่า มันเป็นความจริง เพราะตลอด
เว ลาหลายสิบปีที่ผ่านมา
ผมและครอบ ครัว
เจอกันน้อยมาก พวกเขาต่างไปเรียนหนังสือ
ไปทำงานวันหนึ่งเป็น 10 ชั่วโมง
กว่าจะได้เจอกัน แค่สองสามชั่วโมงในตอนเย็นเท่านั้น
แม้จะคุยกันทุกวันก็ตาม
ที่รู้สึกว่าผมรู้จักพวกเขาดี
แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย
เมื่อไม่นานมานี้มีเพื่อนสนิทของคนหนึ่ง
ที่เคยสนิทกันมาก
เขาบอกว่าเขารู้จักผมดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว
เขาไม่รู้จักผมเลยด้วยซ้ำ
แม้ผมอาจจะเคยคุยกับเขามากกว่าเพื่อนคนอื่น
แต่สิ่งที่ผมไม่ได้คุยให้เขาฟัง
มันมากกว่าที่เขารู้จากกับผมมาก ความในใจของลูกผู้ชาย
เราไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทั้งหมด
เอาเท่าที่จำเป็น แม้กระทั่งทุกวันนี้คนในครอบ ครัวของผมยังแค่พูดได้ว่า
ผมรู้จักเขาเท่านั้นเองแม้จะรักพวกเขามากที่สุดก็ตาม
แต่ที่ผมควรต้องทำจริงๆ
กลับต้องรู้จักตัวเองมากที่สุด สนิทกับตัวเองมากที่สุด
เพราะรักตัวเองมากที่สุด
ผมจึงตามสติตามจิตของผมอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะเอาอย่าง ไร
เราจะตัดสินใจอย่างไร
แล้วเราจะทำอย่างไงในชีวิต ผมจึงทิ้งคนเดิมของผมไปเสีบมากมาย
ผมทิ้งความสำคัญของตัวตนของผมเไปมากมาย
ผมกลับมาอยู่ตามลำพังก็จิตของผม
จะพยายามจะทำให้จิตของผมเป็นเพื่อนสนิทของผมจริงๆ อย่างน้อย...
ผมก็ยังพึ่งตนเองได้ทุกเมื่อ ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า
"อัตตาหิอัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนโดยยังความไม่ประมาทเถิด" บุญรักษาพระคุ้มครองนะลูกคนดี

รักลูกตลอดเวลา
พ่อ

รูปน้องฟินนี่
หลานสาวคนสวยที่แสนจะน่ารัก

3
ธรรมะกับชีวิต / เหนือความยุติธรรม
« เมื่อ: 13 สิงหาคม 2019, 20:01:16 »
เหนือความยุติธรรม

ความยุติธรรมที่โลกกำหนดมา เหมือนตาชั่ง ระหว่างข้างความถูกต้องกับความไม่ถูกต้องหรือความผิด
ความยุติธรรมทำงานอยู่ตรงกลาง
เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าอะไรคือความถูกต้องที่สังคมต้องการ
เเละอะไรคือความไม่ถูกต้องที่สังคมไม่ต้อง การ
ที่เรียกว่าความดีและความชั่ว เพื่อให้สังคมนี้อยู่กันได้อย่างผาสุกเสมอในระดับศีลธรรมความยุติธรรมที่เราเปรียบเทียบกันเปรียบเสมือนกับตาชั่ง
ตาชั่งที่ชั่งตวงให้มันสมดุลกันระหว่างซ้ายหรือขวา

ทุกวันนี้ทุกคนก็เลยพยายามยึดถือตราชั่ง
แต่ตราชั่งมักจะเอียงด้วยอคติในการตัดสินใจของตนเอง
ไม่ว่าจะคิดผิดหรือคิดถูก
เพื่อเรียกร้องความถูกต้องตามตราชั่งของทุกคน
ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นตราชั่งเพียงเพราะอคติโลกตราชั่งนั้นจึงเป็นการเมืองระดับ
ครอบครัว
สังคมประเทศชาติ
ระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความชอบธรรมหรือความถูกต้อง
แต่ความยุติธรรมเป็นจริงฤา
ทุกคนที้อยู่ในโลกใบนี้ก็รู้ว่า ความยุติธรรมที่แท้จริงเป๊ะ
หาได้ยาก

พุทธศาสนาวางหลักไว้ในเรื่องนี้ว่า
อะไรที่ก่อแล้วเกิดกุศลธรรมมันดี
อะไรที่ก่อให้เกิดอกุศลธรรม
นั้นไม่ดี
เพราะกุศลธรรมจะทำให้ใจร่มเย็นปิติสุข
แต่ถ้าอกุศลธรรมก็จะทำให้ใจร้อนรุ่มทั้งนั้นพุทธศาสนายังสอนให้เราเข้าใจถึงความจริงของความยุติธรรมว่าจะต้องมีความคิดที่ถูกต้อง
ใจที่เป็นกลางไม่เอียงซ้ายเอียงขวาหรือมีอคติใจที่ปลอดโปร่งจากการยุติธรรม
ใจที่เดินในทางสายกลาง
ทางสายกลางที่มีมรรคองค์แปดเป็นทางที่ไม่ข้องเกี่ยวกับทางซ้ายหรือทางขวาแต่อย่างใดที่เราเรียกว่าทางสายกลาง
จิตเมื่อบำเพ็ญในทางสายกลางแล้วจะมองเห็นความจริง 4 ประการคือเห็นความทุกข์เป็นความทุกข์
ไม่ใช่สุข
ความไม่เที่ยงเป็นความไม่เที่ยงไม่ใช่เที่ยงเห็นสิ่งที่ไม่สวยงามเป็นของไม่สวยงามไม่ใช่สวยงามอย่างที่โลกคิด
เห็นทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนเป็นไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

ไม่ใช่เป็นตัวเป็นตนอย่างที่เรายึดกัน
ความยุติธรรมที่เรายึดกันนั้นล้วนแต่เป็นตัวเป็นตนทั้งนั้น
เป็นทุกข์ไม่เที่ยง
ความยุติธรรมที่แท้จริงก็คือ เหนือเวทนาหรือความชอบหรือไม่ชอบ
ที่เรียกว่าธรรมดาที่สุด

เจริญพร

อนาคาริก





4
ธรรมะกับชีวิต / หมดหัวใจให้แม่
« เมื่อ: 12 สิงหาคม 2019, 13:02:01 »
หมดหัวใจ

ความเป็นคนจีนโพ้นทะเลที่ล่องเรือสำเภามาอาศัยพื้นแผ่นดินไทยทำหากิน
หากมีเหลือก็ส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่ได้ใช้

แต่การมาไกลขนาดนั้น

ไม่ได้ทำให้แม่ด้อยค่าไปกว่าแม่ของทุกๆคนบนโลกใบนี้
แม้แม่จะมีลูกชาย 5 คน อายุห่างกันตามสมควร
ต้องมาคอยดูแลในช่วงที่ลูกๆกำลังกินกำลังนอนพร้อมๆกัน
อีกทั้งยังมีเวลาในแต่ละวันน้อยมาก
เพราะงานในบ้านและงานในธุรกิจของครอบครัว
เเต่แม่ต้องการสร้างครอบครัว
ให้ดี
จึงกัดฟันซื้อบ้านหลังใหญ่ขนาด67ตร.วาให้ลูกๆได้มีที่ซุกหัวนอนกัน
และก็ไม่เคยเห็นแม่เอ่ยปากบ่นสักคำ
แม่ยังคงทำงานหนัก
หามรุ่งหามค่ำ จนนำพาลูกๆ
ให้พ้นไปจากอกแม่
ด้วยการศึกษาที่ดี
ด้วยอาชีพในการทำงานที่พออยู่ได้
ลูกๆของแม่ ทั้ง5 คน
มีปัญหาหนักๆถึง 2 คน
คือพี่ชายคนโต และน้องชายคนเล็ก
เนื่องจากเขาทั้งสองติดเหล้า
(พี่คนโตมาเลิกเหล้าได้ตอนอายุมากแล้วพร้อมกับโรคที่มาจากเหล้าเป็นรางวัลหลายโรค
ส่วนน้องชายคนเล็ก
ที่ชีวิตเกิดมา
สมองไม่สมประกอบ
คิดอะไรได้แปลกๆ
พี่น้องในบ้านจึงเรียกเขาว่า
ไม่เต็มบาท
หรือ80ยังคงดื่มอยู่ )
เขาเป็นลูกคนที่แม่เป็นห่วงมากที่สุด
จนแม่ต้องเดินตามหาแทบทุกคืน
เมื่อน้องชายคนนี้ยังไม่กลับเข้าบ้าน
แต่ถ้าหากเขาอยู่ที่บ้าน
แม่จะเข้านอนได้เร็วแต่หัวค่ำเลย
แต่แทบทุกคืนแม่ก็ยังคงเดินตามหาลูกชายคนเล็กของแม่ 2-3 เที่ยว
ก่อนจะกลับเข้าบ้านและจะเข้าห้องนอนเมื่อแม่ได้ยินเสียงลูกกลอนประตูบ้านเปิดและปิดโดยได้ยินเสียงของลูกชายคนเล็กตามกำกับมาด้วย
แม่จึงนอนตาหลับ
ผมเคยถามแม่เหมือนกันว่าทำไมแม่ต้องทำอย่างนั้นด้วย
แม่ตอบทันทีว่า "ยังไงๆเขาก็เป็นลูกของแม่
เขาเป็นปัญหาของแม่
แม่ออกเขามา
ไม่ใช่ปัญหาของใครๆ
ลูกไปนอนเถอะนะอย่าตามแม่เลย"
คำพูดนี้มันซึ้งใจ
สะเทือนใจของผม
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นาฬิกาของแม่มีไว้ตามหาลูกๆทุกคนของแม่ให้กลับเข้าบ้าน นอกเหนือจากความรักที่แม่มีให้พวกเราทุกคน
แม่มีความมั่นใจให้กับลูกของแม่ทุกคนเช่นกันอย่างเสมอภาค
แม่เชื่อใจ
แม่ภูมิใจในการ ตัดสินใจของลูกๆทุกเรื่อง เเละพวกเราก็ไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังหรือผิดหวังไม่มากนัก

แม่ยิ่งใหญ่เสมอเช่นเดียวกันกับแม่ของทุกคน
ความสำเร็จในการเลี้ยงและดูแลลูกๆของแม่ที่ได้รับความสำเร็จอย่างสูงถึง 3 คน
ทั้งในเรื่องการเงินและการงาน
และ
ลูกๆอีก2คนของแม่ที่พึ่งตนเองได้
แม้จะไม่ร่ำรวย

ควมเป็นอยู่ของแม่ในช่วงบั้น ปลายของชีวิต
แม่จึงได้รับความสะดวกสบายมีความสุขตามสมควร
แม่เคยหัวใจวายตอนที่แม่อายุ 72 ปี
แต่แม่ก็รอดมาได้
จนมีอายุยืนยาวอยู่มาได้
จนถึง 86 ปี
แม้หัวใจที่แม่มีเหลือและทำ งานได้อยู่เพียง 25%ขอทั้งหมด

แต่ใจของแม่สิเต็มเกินร้อย
แม่อยู่อย่างแข็งแรงมาโดยตลอด
มีคุณภาพชีวิตที่ดี
แม่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเยี่ยม
ทำกายบริหารทุกวัน
ท่าบริหารที่แม่เรียนจากทีวี
จนหมอที่ดูแลแม่ต่างชมว่า
ไม่น่าเชื่อว่าคนจีนโพ้นทะเลที่มาอยู่เมืองไทยอย่างแม่
จะรู้เรื่องการอยู่แบบธรรมชาติเป็นอย่างดี
ก่อนแม่ตายปีหนึ่ง
แม่ได้บอกกับผมว่า
"ปีหน้าแม่จะตายจากลูกแล้วนะเม้า"
แม่ยังบอกอีกว่า"
อยู่กับลูกคนนี้แล้ว
มีความสุขที่สุดเลย แม่ขอบใจ "
นั่นเป็นรางวัลชีวิตสูงสุดที่แม่ให้กับผม
จนผมตื้นตันใจจริงๆ

แม่ยังคงเดินตามหาลูกชายขี้เมาคนเล็กแทบ ทุกคืน
เว้นแต่เขาจะเข้าบ้านแต่หัวค่ำ

จนถึงคืนวันที่ 7 เมษายน 2545 แม่ไม่ตื่นขึ้นมา กินข้าวเย็นร่วมกันกับพวกเรา ซึ่งเป็นอาการผิดปกติ
แม่ตื่นขึ้นมาเพื่อไปเข้าห้องน้ำ
เดินเซไปเซมา ผมพยายามจะขอให้แม่ไปหาหมอ
แม่บอกว่าไม่เป็นไร
ถ้าไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้ค่อยพาแม่ไป
เช้าวันถัดมา
แม่เริ่มมีอาการแย่ลง
ผมต้องให้พี่ชายคนโตอุ้มแม่ไปส่งโรงพยาบาล
พี่หมอสมพร จาเขมิกรณ์
ให้แม่แอดมิต
พี่หมอเล่าให้ฟังว่า
สภาพร่างกายของแม่ใช้มานานมากแล้ว
ระบบมันเริ่มรวน มีเส้นเลือดฝอยตีบในสมองเป็นธรรมดา
อาการเป็นเหมือนแม่ของพี่หมอเอง
ที่มีอาการเช่นนั้น
แม่ยังคงมีความรู้สึกตัวในวันที่8
ผมคุยกับแม่ได้วันหนึ่งเต็มๆ
น้ำส้มคั้นที่ป้อนใส่ปากของแม่
ก็ยังได้รับการตอบสนองได้พอสมควร
ผมนั่งคุยกับแม่ตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกอย่างที่เราเคยคุยกันมาตลอดชีวิต

ผมอยากจะเกิดเป็นลูกของแม่ทุกชาติไป
แม้จะลำบากแค่ไหน
แม่ไม่ได้มีอะไรให้ห่วงแล้ว
ตั้งแต่วันที่แม่เริ่มป่วย
แม่ปล่อยวางทุกอย่างที่คิด
เตรียมจากไปอย่างสงบและงดงาม

แม่สอนบทเรียนที่ดีต่างๆมากมายในชีวิตให้กับผม
แม่รักลูกสุดหัวใจ
ผมเองก็รักแม่สุดหัวใจเช่นกัน ความรักที่ผมมีต่อแม่
ผมคิดว่าไม่มีผู้หญิงคนใดในโลกที่จะได้รับความรักจากผมเท่ากับแม่แล้ว ทุกวันนี้แม่ไม่เคยจากผมไปไหนเลย
แม่ยังอยู่กับผม เสมอ

ในหัวใจของผมที่นี่
ที่แม่ให้สงบนิ่ง
ที่แม่ให้เกิดปัญญา
ที่พร้อมเสมอจะสู้กับทุกอย่าง

แม่จากพวกเราไปอย่างสงบสุขมีสายตาของผมเองเฝ้ามองอยู่ด้วยหัวใจแทบแตกสลาย
ในวันที่10 เมษายน 2545

รักแม่ตลอดเวลา

เม้า

ชื่อเล่น...

คำว่า พี่น้องลุงป้าน้าอาแทบจะเป็นชื่อเล่น
หรือชื่อเล่นที่ 2 ของพวกคุณๆไปแล้ว

ในต่างประเทศ
ญาติที่ต้องการ จะพบกัน
ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้า หากไม่มีนัด
เขาจะไม่ยอมให้เข้าบ้านกันเลยลบความเป็นญาติออกไป
มันห่างไกลออกไป
สังคมที่มันแข่งขัน
แก่งแย่ง
ชิงดีชิงเด่น
เพื่อความสุขกายสบายใจ
มันเปลี่ยนแปลง
มันห่างเหิน
สังคมยุค Digital
มันทำให้สัมพันธภาพห่างเหินออกไป
เช่นกัน
มันแรงขึ้น
สามีภรรยาหรือผัวเมียก็เป็นอีกชื่อเล่นหนึ่ง ที่เปลี่ยนไปเป็นว่าเล่นเหมือนเป็นกางเกงใน
ตามก้นฝรั่งตูดขาวๆ
เป็นสังคมวัตถุนิยมยุคเมียหลวงผัวหลวงใครๆก็ใช้ได้
หมดถ้าสดชื่น คำว่าญาติ
ลุงป้านาอาพี่น้อง
ก็จะเป็นชื่อเรียก เล่นๆของกันและกัน
จนกว่าคำพ่อกับ
แม่
จะหมดประ โยชน์
ถ้าไม่ได้เลี้ยงหลานให้ลูกๆ มองในแง่ร้ายไปนิดหนึ่ง
สังคมมันเริ่มดื้อเป็นอย่างนั้นสิ ก่อนที่
หุ่นยนต์
จะเป็นเจ้าของโลก
ที่ไร้ศีลธรรม
ไม่มีคำว่าอาย ตั้งสติเข้าไว้นะโยมตัวเราก็ไม่ใช่ตัวใช่ตนอยู่แล้ว

เจริญพร
อนาคาริก

5














ความกตัญญู
คืออะไร
หรือเคยมีแต่ในตำนานที่เคยได้ยินได้ฟัง
ไม่ใช่จะหาเจอได้ในสมัยนี้

แค่พูดตรงและความจริง
ในจุดเริ่มต้นนี้ก็น่าจะพอ

อนาคาริก



ความรักที่มีค่าที่สุดที่ยังมีคนรักและห่วงใย

วันนี้ดีใจได้เจอน้องของพ่อคนสุดท้าย
ปีนี้อามีอายุ 82 ปี
อาสะใภ้อายุใกล้ๆจะ 80 ปี
ยังแข็งแรงดีทั้งสองคนเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกัน
น้องชายของผมตอนนี้อายุสี่สิบกว่าๆไม่กล้าบอกตรงๆเพราะกลัวแก่ ยังโสด
อาหารมื้อนี้เป็นมื้อกลางวันที่อร่อยที่สุดในโลก
แม้อาหารจะอร่อยเหมือนเดิม
แต่เพราะความรัก เมตตา ห่วงใยอย่างไม่มีเงื่อนไข
ที่อาทั้งสองคนมีให้กับผมตลอดมา
แต่แต่วัยเด็กจนถึงวินาทีที่วัยหรี่
รวมทั้งได้ให้ความรักและเมตตา
ลูกๆหลานๆของผม
ที่แทบจะทุกคนได้พึ่งอาท่านทั้งสองคน

กราบสุดหัวใจครับ

ด้วยความตื้นตัน
ใจและรัก
แม้จะไม่มีใครเข้าใจอามณ์นี้ได้ ..นอกจากผม

นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วในชาตินี้

ขอให้ท่านทั้งสองแข็งแรงจนที่สุด

แทนสะมะชัยโย







เพื่อนสนิท

หากพูดถึงคำๆนี้ทุกคนจะรู้ว่า
มันหมายความว่าอะไร
หลายๆคนก็คงจะคิดถึงเพื่อนที่อยู่กับเราเสมอเวลาเราทุกข์
เพื่อนที่คบหากันมานาน
แทบจะติดต่อกันตลอดเวลา
เพื่อนสนิทไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
บางคนอาจจะคิดเลยไปอีกว่า
เพื่อนสนิทเป็นเพื่อนที่สามารถจะช่วยเหลือเรา ได้
รับฟังความคิดเห็นของเรา
หรือเป็นคนที่รับฟังสิ่งต่างๆที่เราระบายความไม่สบายใจออกมา

คอยให้คำชี้แนะ และที่ในสุดก็มีอยู่

อีกความหมายหนึ่งที่ทุกคนยอมรับคือ
เพื่อนที่คอยรับฟังอยู่ตลอดเว ลา
เพื่อนสนิทอาจจะหมายถึงคนที่เที่ยวเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก
บางคนก็จากกันไปทำงานจนไม่มีเวลาเจอกัน
เพื่อนสนิท
บางคนอาจจะหมายรวมถึงเพื่อนคนอื่นๆที่คอยช่วยเหลือในยามจำเป็น ตามสภาพสิ่งแวดล้อม
เพื่อนสนิทในความหมายทั่วๆไปเช่น
เพื่อนที่สนิทแต่เด็กก็คือเพื่อนเล่นแถวบ้าน เพื่อนที่โรงเรียนจนถึงเพื่อนที่มหาวิทยาลัยแล้วก็เพื่อนในที่ทำงาน
เดี๋ยวนี้ก็อาจจะมีเพื่อนสนิททางเฟซบุ๊ค
ไลน์อะไรทำนองนั้นตามลำดับ
บางคนสนิทมากจนไปนอนด้วยกันก็มี
รุ่นต่อรุ่น
เพื่อนสนิทที่ใกล้ตัวที่สุดก็น่าจะเป็น

พ่อแม่
ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา
พี่น้อง
ความสนิทกันดังกล่าวข้างต้นนี้ เริ่มจะเสื่อมลงๆ
ไป
ตามสภาพของสังคมที่เปลี่ยน แปลงไป
เพราะทุกคนต้องทำงานหนักมากขึ้น
ต้องแบกภาระต่างๆอันเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้นที่มากขึ้น
ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็น อาหาร
เครื่องนุ่งห่ม
ยารักษาโรค
ที่อยู่อาศัยมันแพงที่สุดในตอนนี้
จนเมืองไทย เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับโลกแล้ว
และก็ยังมีหนี้ภาคครัวเรือนสูงติดอันดับ 10 ของโลกใน 89
ประเทศคือมากกว่า80%
ของGDP ของประเทศ

ผมเคยได้ยินลูกชายเมื่อครั้งตอนเรียนอยู่มัธยมฯ
พูดให้ฟังว่า
เขาไม่ค่อยสนิทกับผมเลย
แต่จะสนิทกับแม่มากกว่าเยอะเพราะว่า
พวกเขาสองคนแม่ลูกจะไปไหนมาไหน
ก็จะไปด้วยกัน
เสมอๆ
ส่วนผมก็ไปทำงานไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับพวกเขามากนัก
แม้จะเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก
ด้วยมือของตัวเองในหลายๆช่วงอายุ
ได้ทำหน้าที่เต็มที่พอสมควร
พอลูกเข้าโรงเรียนประถมฯ
ก็มีเวลา
รับส่งลูกไปโรงเรียน
รับส่งลูกไปเรียนพิเศษ
รับส่งลูกไปเรียนว่ายน้ำ
และเรียนเทนนิส
ซื้อการ์ตูนให้แทบทุกเล่ม
สั่งข้าวมากินด้วยกันในแทบทุกมื้อเย็น
แล้วก็ค่อยๆแอบศึกษาลูกหลังจากลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย
เพราะโตแล้ว
จนเขามีเพื่อนสนิทมากหลายคน
พ่อแม่ก็เป็นเพื่อนสนิทของลูกๆ
แต่ลูกๆอาจจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเพื่อนสนิทนี้ เพราะว่าพ่อแม่จะเป็นบุคคลที่ยอมลูกทุกอย่างตามใจลูกทุกอย่าง
ให้ลูกทุกอย่างเท่าที่พึงจะมี
จะเรียกว่า
ถ้าเรามีอะไรที่ลูกๆต้องการ
พวกเขาจะไม่เคยผิดหวังเลยคำพูดของลูกของผมยังก้องอยู่ในหูของผมอตลอดเวลา
ว่าเขาอยู่คลุกคลีและคุยกับแม่มากกว่าคุยกับผมทำให้เขาสนิทกับแม่มากกว่าผม
ในความจริงแล้วมันเป็นเช่นนั้น
ผมเองเคยพาลูกและเมีย
ไปที่ทำงาน
ไปที่ไซต์งานก่อสร้างออกบ่อย
แต่พวกเขาแทบจะไม่รู้เลยว่าผมทำงานอะไร งานหลายๆอย่างเรื่องหลายเรื่องผมก็เคยเล่าให้ฟัง
แม้มันจะซับซ้อน กับงานจัดการการบริหารงานการปรับโครงสร้างบริษัทแล้วก็การดูแลธุรกิจขนาดกลางใหญ่
จนถึงไปขนาดเล็ก
ที่เป็นอุตสาหกรรม
ที่ต้องใช้พลังทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวมากกว่าที่เราคิดมาก
แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไป
เรียกว่าในวัยเด็กของผมเองแทบจะไม่มีเลย
มีแต่วัยผู้ใหญ่
ไปทำงานจนถึงร่างกรอบทุกวันนี้
เมียของผมก็ทำงานของเธอที่ออฟฟิศอยู่หลายสิบปี
ลูกก็ทำงานมาแล้วเกือบ 10 ปี พวกเรารู้จักกันเพียงแต่สันดาน หรือนิสัยดั้งเดิมที่เป็นหลักเป็นฐานเป็นแก่น
แต่อารมณ์หรือนิสัยในปัจจุบันจะเรียกว่า
เรารู้จักเขาได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์หรือเปล่าก็ไม่รู้
มีเพื่อนสนิท
ของผมหลายๆคนบอกกับผมว่าเขารู้จักผมดีทุกอย่าง
ผมคิดว่าเขาเข้าใจผิดไปมาก
ในตอนที่เขาบอกว่าเขาสนิทกับผม
ผมเองก็ได้แต่พยักหน้า
เพราะผมเองก็ไม่รู้จักอะไรในตัวของพวกเขาเลย
ผมรู้เพียงแต่เพียงนิสัยดั้งเดิมบางอย่างที่พวกเขาไม่เปลี่ยนไปมากนัก
อย่างที่ผมเล่าให้ฟังในตอนต้นว่าลูกกับเมียอยู่ด้วยกัน
แต่ห่างไปแค่ไปทำงาน
ไปเรียนหนังสือ
วันละ 10 กว่าชั่วโมงต่อวัน
เจอกันได้เพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง
บางวันเรายังแทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งลูกๆเขาไปทำงานแล้ว
เราแทบไม่รู้จักพวกเขาเลยจริงๆว่าเขาคือใคร
เป็นอย่างไร
ยิ่งเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกันเป็นนานหลายๆปี
หรือว่าไม่ได้เจอกันบ่อยๆ
ใครจะไปรู้จักได้ คนที่รู้จักผมจริงๆบางส่วน
เขาอาจจะเห็นผม
จริงๆในตอนทำงาน
ในตอนสนทนากัน
ในตอนกินข้าวกัน
จริงๆแล้วพวกเขาอาจจะเข้าใจว่ารู้จักกันสนิทกับผม
แต่ในความเป็นจริงอาจจะ
ไม่ใช่เลยหรืไม่ถูกเลย

ถ้าเขารู้ว่า
ผมทำอะไรผมตัดสินใจเป็นอย่างไร
ในเรื่องที่สำคัญๆจริง
บางทีอาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นเพื่อนสนิท

แล้วพวกคุณเคยคิดบ้างไหมว่าคุณสนิทกับตัวของคุณเองมากแค่ไหน
ตามอารมณ์ตัวเองทันไหม
มีสติเสมอหรือไม่
ตามจิตตามอารมณ์ของตนทันไหม
ผมตอบแทนตัวเองได้เลยว่า
ไม่ครับ
แต่เพื่อนสนิทในวันนี้ของผมก็ยังคงเป็น

เพื่อนสนิทจิตของผม

แว่นฟ้าตาสว่าง

6
ธรรมะกับชีวิต / อัตตา อัดตาย
« เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2019, 18:43:33 »









อัดตาอัดตาย

คนที่อยากให้มีคนอื่นมารักตัวตนของตนเอง มาเป็นคู่ครอง
คู่ชีวิต
แต่ไม่เคยพิจาร ณาเลยว่า
ตัวตนของตัวเองเป็นเช่นไร
ไม่ใช่ผ่านผู้คนมาเยอะ อัธยาศัยดีต่อเขาแล้วได้รับคำชมว่าดี
มีกริยาสุภาพงดงาม
แต่ก็หลงอารมณ์ของตัวตนของตนเอง
เป็นคนที่ผ่านความรักด้วยเสน่หาสนิทแนบแน่นเพราะมีรูปสวย
จริตปรุงแต่งได้ดูดั
แต่สุดท้ายคนที่ม่หลงระกหลงเสน่หาก็เลือนหายหรือจากไป โดยมีความรู้สึกหดหู่
เศร้าๆและดีใจในที่สุดที่จากไป คนที่หลงในตัวตน
แล้วอยากจะให้คนมารักมาหลงเสน่หาเช่นนั้น ช่างเป็นคนที่น่าสงสาร
ที่ชอบเพลง Love Me Love My Dog
แล้วจะไปให้คนเกลียดหมารักคุณได้ยังไง
ถึงคุณจะรักเขาแทบตาย
อย่าเอาหมามันมาเป็นเครื่องขวางกั้นความรักของคุณทั้งสอง เลย
หมาเป็นหมาก็ยังน่ารักดี
แต่เป็นคนใจหมานี่สิแย่
ปล่อยตัวตนออกไปเสียบ้าง
ทุกคนจะรักคุณรวมทั้งตัวคุณของเอง
เพราะมันว่าง
มันสบาย
มันไม่หนักเลยเลย
ปลดปล่อยตัวเองเสียจากตัวตน
อัดตามันจะไม่ อัดตายน่ะโยม

อนาคาริก

เพื่อนสนิท

หากพูดถึงคำๆนี้ทุกคนจะรู้ว่า
มันหมายความว่าอะไร
หลายๆคนก็คงจะคิดถึงเพื่อนที่อยู่กับเราเสมอเวลาเราทุกข์
เพื่อนที่คบหากันมานาน
แทบจะติดต่อกันตลอดเวลา
เพื่อนสนิทไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
บางคนอาจจะคิดเลยไปอีกว่า
เพื่อนสนิทเป็นเพื่อนที่สามารถจะช่วยเหลือเรา ได้
รับฟังความคิดเห็นของเรา
หรือเป็นคนที่รับฟังสิ่งต่างๆที่เราระบายความไม่สบายใจออกมา

คอยให้คำชี้แนะ และที่ในสุดก็มีอยู่

อีกความหมายหนึ่งที่ทุกคนยอมรับคือ
เพื่อนที่คอยรับฟังอยู่ตลอดเว ลา
เพื่อนสนิทอาจจะหมายถึงคนที่เที่ยวเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก
บางคนก็จากกันไปทำงานจนไม่มีเวลาเจอกัน
เพื่อนสนิท
บางคนอาจจะหมายรวมถึงเพื่อนคนอื่นๆที่คอยช่วยเหลือในยามจำเป็น ตามสภาพสิ่งแวดล้อม
เพื่อนสนิทในความหมายทั่วๆไปเช่น
เพื่อนที่สนิทแต่เด็กก็คือเพื่อนเล่นแถวบ้าน เพื่อนที่โรงเรียนจนถึงเพื่อนที่มหาวิทยาลัยแล้วก็เพื่อนในที่ทำงาน
เดี๋ยวนี้ก็อาจจะมีเพื่อนสนิททางเฟซบุ๊ค
ไลน์อะไรทำนองนั้นตามลำดับ
บางคนสนิทมากจนไปนอนด้วยกันก็มี
รุ่นต่อรุ่น
เพื่อนสนิทที่ใกล้ตัวที่สุดก็น่าจะเป็น

พ่อแม่
ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา
พี่น้อง
ความสนิทกันดังกล่าวข้างต้นนี้ เริ่มจะเสื่อมลงๆ
ไป
ตามสภาพของสังคมที่เปลี่ยน แปลงไป
เพราะทุกคนต้องทำงานหนักมากขึ้น
ต้องแบกภาระต่างๆอันเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้นที่มากขึ้น
ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็น อาหาร
เครื่องนุ่งห่ม
ยารักษาโรค
ที่อยู่อาศัยมันแพงที่สุดในตอนนี้
จนเมืองไทย เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับโลกแล้ว
และก็ยังมีหนี้ภาคครัวเรือนสูงติดอันดับ 10 ของโลกใน 89
ประเทศคือมากกว่า80%
ของGDP ของประเทศ

ผมเคยได้ยินลูกชายเมื่อครั้งตอนเรียนอยู่มัธยมฯ
พูดให้ฟังว่า
เขาไม่ค่อยสนิทกับผมเลย
แต่จะสนิทกับแม่มากกว่าเยอะเพราะว่า
พวกเขาสองคนแม่ลูกจะไปไหนมาไหน
ก็จะไปด้วยกัน
เสมอๆ
ส่วนผมก็ไปทำงานไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับพวกเขามากนัก
แม้จะเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก
ด้วยมือของตัวเองในหลายๆช่วงอายุ
ได้ทำหน้าที่เต็มที่พอสมควร
พอลูกเข้าโรงเรียนประถมฯ
ก็มีเวลา
รับส่งลูกไปโรงเรียน
รับส่งลูกไปเรียนพิเศษ
รับส่งลูกไปเรียนว่ายน้ำ
และเรียนเทนนิส
ซื้อการ์ตูนให้แทบทุกเล่ม
สั่งข้าวมากินด้วยกันในแทบทุกมื้อเย็น
แล้วก็ค่อยๆแอบศึกษาลูกหลังจากลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย
เพราะโตแล้ว
จนเขามีเพื่อนสนิทมากหลายคน
พ่อแม่ก็เป็นเพื่อนสนิทของลูกๆ
แต่ลูกๆอาจจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเพื่อนสนิทนี้ เพราะว่าพ่อแม่จะเป็นบุคคลที่ยอมลูกทุกอย่างตามใจลูกทุกอย่าง
ให้ลูกทุกอย่างเท่าที่พึงจะมี
จะเรียกว่า
ถ้าเรามีอะไรที่ลูกๆต้องการ
พวกเขาจะไม่เคยผิดหวังเลยคำพูดของลูกของผมยังก้องอยู่ในหูของผมอตลอดเวลา
ว่าเขาอยู่คลุกคลีและคุยกับแม่มากกว่าคุยกับผมทำให้เขาสนิทกับแม่มากกว่าผม
ในความจริงแล้วมันเป็นเช่นนั้น
ผมเองเคยพาลูกและเมีย
ไปที่ทำงาน
ไปที่ไซต์งานก่อสร้างออกบ่อย
แต่พวกเขาแทบจะไม่รู้เลยว่าผมทำงานอะไร งานหลายๆอย่างเรื่องหลายเรื่องผมก็เคยเล่าให้ฟัง
แม้มันจะซับซ้อน กับงานจัดการการบริหารงานการปรับโครงสร้างบริษัทแล้วก็การดูแลธุรกิจขนาดกลางใหญ่
จนถึงไปขนาดเล็ก
ที่เป็นอุตสาหกรรม
ที่ต้องใช้พลังทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวมากกว่าที่เราคิดมาก
แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไป
เรียกว่าในวัยเด็กของผมเองแทบจะไม่มีเลย
มีแต่วัยผู้ใหญ่
ไปทำงานจนถึงร่างกรอบทุกวันนี้
เมียของผมก็ทำงานของเธอที่ออฟฟิศอยู่หลายสิบปี
ลูกก็ทำงานมาแล้วเกือบ 10 ปี พวกเรารู้จักกันเพียงแต่สันดาน หรือนิสัยดั้งเดิมที่เป็นหลักเป็นฐานเป็นแก่น
แต่อารมณ์หรือนิสัยในปัจจุบันจะเรียกว่า
เรารู้จักเขาได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์หรือเปล่าก็ไม่รู้
มีเพื่อนสนิท
ของผมหลายๆคนบอกกับผมว่าเขารู้จักผมดีทุกอย่าง
ผมคิดว่าเขาเข้าใจผิดไปมาก
ในตอนที่เขาบอกว่าเขาสนิทกับผม
ผมเองก็ได้แต่พยักหน้า
เพราะผมเองก็ไม่รู้จักอะไรในตัวของพวกเขาเลย
ผมรู้เพียงแต่เพียงนิสัยดั้งเดิมบางอย่างที่พวกเขาไม่เปลี่ยนไปมากนัก
อย่างที่ผมเล่าให้ฟังในตอนต้นว่าลูกกับเมียอยู่ด้วยกัน
แต่ห่างไปแค่ไปทำงาน
ไปเรียนหนังสือ
วันละ 10 กว่าชั่วโมงต่อวัน
เจอกันได้เพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง
บางวันเรายังแทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งลูกๆเขาไปทำงานแล้ว
เราแทบไม่รู้จักพวกเขาเลยจริงๆว่าเขาคือใคร
เป็นอย่างไร
ยิ่งเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกันเป็นนานหลายๆปี
หรือว่าไม่ได้เจอกันบ่อยๆ
ใครจะไปรู้จักได้ คนที่รู้จักผมจริงๆบางส่วน
เขาอาจจะเห็นผม
จริงๆในตอนทำงาน
ในตอนสนทนากัน
ในตอนกินข้าวกัน
จริงๆแล้วพวกเขาอาจจะเข้าใจว่ารู้จักกันสนิทกับผม
แต่ในความเป็นจริงอาจจะ
ไม่ใช่เลยหรืไม่ถูกเลย

ถ้าเขารู้ว่า
ผมทำอะไรผมตัดสินใจเป็นอย่างไร
ในเรื่องที่สำคัญๆจริง
บางทีอาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นเพื่อนสนิท

แล้วพวกคุณเคยคิดบ้างไหมว่าคุณสนิทกับตัวของคุณเองมากแค่ไหน
ตามอารมณ์ตัวเองทันไหม
มีสติเสมอหรือไม่
ตามจิตตามอารมณ์ของตนทันไหม
ผมตอบแทนตัวเองได้เลยว่า
ไม่ครับ
แต่เพื่อนสนิทในวันนี้ของผมก็ยังคงเป็น

เพื่อนสนิทจิตของผม

แว่นฟ้าตาสว่าง

7
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / หุ้น
« เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2019, 14:24:40 »



หุ้น...

ปัจจุบันหุ้นทั่วโลกออกจากไปแนวทิศทางที่สูงและขึ้นสูง
ขี้นไปหมดทั่งโลก
จากจุดที่ดำดิ่งจนดึงกลับมา
แม้กระทั่งจะมีภาวะกดดันอยู่หลายๆเรื่องตั้งแต่
Trade War
หรือสงครามการค้า
การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ทฤษฎีแท่งเทียนซึ่งบอกไว้ว่าโอกาสที่จะหุ้นไทยจะทะลุแนวต้านระยะสั้นของเราก็ยาก กองทุนก็ขายเยอะ
ฝรั่งก็ยังมีเงินไหลกลับมาในประเทศไทน
จึงทำให้ค่าเงินบาทแข็งเป็นสัญญาณที่เหมาะ
ทุกคนมีความคิดเช่นนั้น
บางคนเลยเถิดไปถึงขั้นกูรูกูรู้คือทำการบ้านมาดี
ที่บอกว่าทำการบ้านมาดีนั้นหมายความว่าศึกษาตัวตนของบริษัทที่จะลงทุนมาเป็นอย่างดีว่ามีความเจริญเติบโต
มีกำไรสูงด้วย
มีปันผลเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็มักจะมีคนพูดบ่อยในวงการหุ้นว่าเล่นหุ้นมาปีหนึ่งแล้ว จนมีเงินมาล้านกว่าบาท
ซึ่งแต่เดิมมีอยู่สามล้านบาท
เป็นส่วนใหญ่
ก็เพราะเจ๊งไปหมดแทบทุกคนที่เข้ามา
ในทุกทิศทุกทาง
ทุกเหล่าการศึกษาของสาขา การศึกษาที่เรียนมา
แตกต่างกันออกไป
มีอาชีพหลายๆอาชีพหรือแทบจะมีทุกอาชีพที่เข้ามาเล่นหุ้น รวมถึงพ่อค้าแม่ขายในตลาด
ที่เคยพูดกันว่าคนจนเล่นหวยคนรวยเล่นหุ้นนั้น
เดี๋ยวนี้มันไม่จริงแล้ว
ทั้งคนรวยและคนจนมาเล่นหุ้น แทบทั้งสิ้นสุดท้ายก็เป็น
คนเคยรวย
และคนเคยจน
มีแต่คนจนมากที่พ่ายแพ้เกมส์
แล้วก็เป็นคนส่วนใหญ่ของตลาดหุ้น
คนส่วนน้อยที่รวยก็คือเจ้ามือ ที่เริ่มต้นจากการซื้อแพงขายถูกเพราะอยากได้หุ้น
ซื้อจนถึงจุดหนึ่งก็บอกว่าหุ้นมันเต็มมูลค่าแล้วภายหลังจากที่ขายแพงซื้อถูกมานานแล้ว
แล้วก็เลิกซื้อ
รวมทั้งขายทิ้งเพื่อให้หุ้น....ลงแล้วก็มาเริ่มต้นวงจรอุบาทว์นี้กันใหม่
หลายๆคนก็มาตายด้วยความเห็นที่เป็น
หุ้นพื้นฐานดีจากกูรูที่เอาตัวมาเขาหรือเขลาจากไหนก็ไม่รู้มามาเล่าให้ฟัง
หุ้นดีจริงก็คือ หุ้นที่เจ้าของไม่ขายและกอดจนแน่น
เพราะเขารู้ว่ามันจะเติบโต
มันจะมีกำไร
มันจะมีปันผล
แต่จะมีคนสักกี่คนที่จะรู้เรื่องและเข้าถึงข้อมูลนี้ได้
แม้จะทำการบ้านมาเป็นอย่างดี
แม้กระทั่งฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆเองก็พังมาเยอะและค่อนข้างจะหวั่นไหว
ปรับเป้าประมาณการขึ้นลงของราคาหุ้นเป็นว่าเล่น
เดี๋ยวก็ใส่ปัจจัยบวก
เดี๋ยวก็ใส่ปัจจัยลบ
นักวิเคราะห์บางโบรกท้านหนึ่งเคยบอกว่า
หุ้นที่ลงมาจาก72บาทมาถึง25บาทเป็นหุ้นดี
แต่ถูกกลั่นแกล้ง
จนหุ้นมันลงมาข้างใต้ 7 บาทแล้วก็เงียบไป
คนเชื่อแกได้อย่างไรก็ไม่รู้
เพราะแกเก๋าหรืออยู่โยรกมาหลายสิบปี แถไปเรื่อยย

การเล่นหุ้นมันเป็นแค่การแก้ที่ปลายเหตุ
เพราะฉะนั้น .
ก่อนเข้าตลาดหุ้นก็ต้องวุ่นไปกับการศึกษาเรื่องหุ้นที่จะซื้อให้ดี
ตลอดเวลา
แม้กระทั่งการซื้อขาย
เราต้องมีความรู้ระดับหนึ่งในด้านของมหภาคเรื่องเศรษฐกิจการเมืองแล้วก็ ดูตัวเลขอื่นๆที่เราควรต้องรู้ในเรื่องของนโยบายเศรษฐ กิจของรัฐ
นโยบายของประเทศต่างๆทางด้านธุรกิจ สุดท้ายก็เป็นแค่ข่าว ที่สำคัญเราที่ต้องกลับมาดูด้วยว่า
หุ้นที่เรามี
มีการซื้อมากขายมาก อย่างไร
ดร.มารวย
ผดุงสิทธิ์
อดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนแรก
ทานเคยให้ความเห็นว่าการเล่นหุ้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้ยากเลย
คือให้ซื้อหุ้นดีๆไว้ตอนลง
แล้วขายตอนขึ้นเท่านั้นเองรวย
อันนี้เป็นสัจธรรมแท้ๆของหุ้นในตลาดทุกตัว
แต่ จะมีสักกี่คนทำได้
มีแต่คนชอบไล่หุ้นตอนมันวิ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
แล้วก็ต้องเสี่ยงสารพัดกันเถอะ
จนไปตามกัน
เลยพูดกันว่า

เสี่ยอยู่รูหมูอยู่ตึก
สุดท้ายไม่ใช่ Win Win
เป็นแค่
วินมอเตอร์ไซค์ หลายๆอาชีพ
หลายๆธุรกิจตอนนึ้ปั่นป่วนมากตฝในยุค AI ก็มาเริ่มที่
คนพ่ายแพ้ในเกมาหุ้น
คนที่ไม่ยอมรับความจริงเชื่อมั่นในตัวเองแบบผิดๆ
ฉลาดลึกแต่โง่กว้าง
เพราะในสายงานตัวเองที่ success หรือว่าจะเป็นเจ้าของกิจการที่ร่ำรวยจากอาชีพต่างๆที่มีการทำรายได้ให้ตัวเองมากมาย
ล้วนแล้วแค่มั่นใจสูง
แล้วกล้าเอาเงินมาทุ่มเทในตลาดหลักทรัพย์
แต่เขาไม่รู้หรอกว่า
คู่ต่อสู้ของเขาเป็นใคร
นับวันนับวัน
คู่ต่อสู้ของเจายิ่งแข็งแกร่ง
ส่วนปรมาจารย์ของหุ้นหรือกูรูกูรู้ส่วนใหญ่
จะใช้คำว่าเขาเขลาบอกมาว่าหุ้นตัวนี้จะดี
เขาเขลาบอกมาว่า
หุ้นตัวนี้จะขึ้น เชื่อมั่นมากๆไปตามกัน
ชื้ตามๆกันมาจนเขลา
ยิ่งเป็นข้อมูลระดับมหภาคแล้วก็มาเป็นจุลภาคคือหมดตัว
เขาบอกว่าเขลาโง่เขลาเจ๋ง
การอ้างอิงคำว่าเขาเขลา
มันหาหลักฐานความเชื่อไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้นคนที่มีการศึกษาดีมีความรู้ดีในการเล่นหุ้นแล้วมั่นคงในการเล่นหุ้นจะไม่พูดถึงเขาเขลาเลยนะท่านอาจารย์วอเร็น บัฟเฟตต์หรือดร. นิเวศน์เหมวชิรวรากร
ก็ไม่ได้พูดคำว่าเขาเชลาบอกว่าเลย

ท่านผู้รู้ดร.นิเวศน์ เหมวชิรากร
ที่กระโดดเข้ามาในตลาดหุ้น
ศึกษามามากและทดลองผิดถูกมามากแล้วเข่นกัน
จะมีเหตุเป็นเช่นไรท่านก็ดูแลตัวของท่านเองได้คุมอารมณ์ด้วยเหตุผลมั่นคงชัดเจน
จนมาเป็นกูรูที่ประเทศไทยยอมรับและยกย่องว่าเก่ง
แต่ท่านเองก็บอกว่าเองว่าในปีหนึ่งๆ
ท่านก็ไม่ได้ทำกำไรสักเท่าไหร่แล้วแพ้ก็มี
เช่นเดียวกับในบรรดากูรูในตลาดหุ้นทั้งหลาย
แต่กูรู้นี้สิ
ส่วนใหญ่จะชนะตะบัน
ละอายที่จะบอกว่าแพ้
นี่แหละคือผู้แพ้ตัวจริง
ผู้แพ้ที่แพ้หมดรูป
เพราะเชื่อเขาเขลา
ไม่เชื่อตัวเอง
ไม่ทำการบ้านคอยแต่จะลุยลูเดียว
ดังนั้นสงครามยังไม่สงบอย่าเพิ่งนับศพทหารเลย
ล้านกว่าบาทที่เหลือก็อาจจะหายหมดได้
ถ้ายังเล่นหุ้นแบบเดิมๆ
วิสัยทัศน์แบบเดิมๆ
เอาหูไปนาเอาตาไปไร่
เอาเงินไปทิ้ง บางคนถึงกับบ้าบอประสาทกินเพ้อเจ้อเพราะเสียหุ้นหนักหมดตัว
เพราะความที่อยากจะได้ลดค่าคอมมิชชั่นในการเทรดหุ้นด้วยโวลุ่มเพื่อให้มีการลดค่าคอมฯมาก
มี่มีเงินหลายร้อยล้านบาท
ก็เอามาทิ้งก็มาก

ถึงจะเอาเงิน
ในยุคนี้ที่เล่นหุ้นแบยข้างต้น
ก็น่าจะหายไปจากตลาดหุ้นเยอะมากแล้ว

ความมรู้เป็นสิ่งที่ไม่มีวันจำกัดสำหรับโลก
อยู่ในอาชีพไหนๆก็ต้องรู้ดีไม่ใช่ว่าเขาเขลาเอาแต่เดาเอา
ก็เลยเป็นเหยื่อของคนปล่อยข่าวที่เรียดว่าเขาเขลา
เครื่องมือในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้ก็มีมากมาย
ใช้ให้เพียงพอ
ก็จะมีหนทาง อย่าไปหลงบ้าหลงเชื่อเขาเขลา
กันให้มากนักเลย

แมงเม่าเรืองแสงเพราะแพ้ไฟ

8





พี่ดนูเและพี่สุรินทร์ที่เคารพรัก

วันนี้ 10กรกฎาคม 2562
9:00 น
หลานๆนัดหมายผมให้ไปที่สำนักงานทรัพย์สินฯ
เกี่ยวกับเรื่องต่อสัญญาสิทธิการเช่า
หลานๆทั้งหมดล้วนเป็นลูกของพี่ทั้งสองคน
มาแทนพ่อๆของเขาที่มีชื่ออยู่ในผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิม
แต่...
พี่ๆทั้งสองคนได้จากไปก่อนวัยอันควรเหมือนกัน
หลานๆมากันพร้อม
ตรงเวลาเปะ
ผมเองรีมบเหมือนกัน
เเต่เพราะยังมีกิจกรรมส่วนรวมอีกหลายอย่างในตอนเช้า
ก็พยายามทำให้ทุกอย่างลงตัว
คาดหมายว่าออกเดินทางประมาณก่อนเวลานัดสักครึ่งชั่วโมง
ก็คงจะถึงสำนักงานทรัพย์สินฯ
แต่เอาเข้าจริงๆ
กว่าจะขึ้นรถได้และจะไปต่อได้
Traffic Jam
เวลาไปถึงราวประมาณ 9:05 น.
แถมดันไปหลงทางเข้าออกของสำนักงานทรัพย์สินฯอีก
เพราะสถานที่ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากๆ
ได้ทุบตึกเก่าสร้างตึกใหม่
จนสวยงามมาก
ผมไม่ได้ไปที่นั่นมานานมากแล้ว
ก็เลยหลงทาง
เดินหาที่นัดพบอยู่จนเจอราว 9:15 น.
ถึงที่นัดแล้วก็ยังโทรหาโบว์
ที่นั่งหลบมุมกันในห้องประชุมเล็ก
เลยทำให้หลานๆต้องคอย
และโดนโรสจอมหน้าบึ้งเอ็ดเอาตามสมควร
ตอนนี้โรสหลานสาวคนโตปีนี้อายุย่างเข้า 40 ปีแล้ว
มีลูกสาวเล็กคนหนึ่ง
น่ารักมาก
หน้ายิ้มดูฉลาด
เรียนอยู่ชั้นป 4 แล้ว
รอยยิ้มของดธอดูหน้าทะเล้น
น่ารักดี
ท่าทางแข็งแกร่งเหมือนแม่กรือโรส
ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
โรสสอนให้ลูกหุงข้าวทำกับข้าวตั้งแต่อยู่ป .1
มันอาจจะเป็นวิถีชีวิตที่น่าขำสำหรับหลายๆคน
แต่ผมเองรู้สึกว่ามันดีมากนะครับ
โรสก็ยังคทำงหน้าบึ้งตึงเหมือนตอนเด็กๆ
แม้จะอายุ40ปีแล้ว
แต่ก็ยังใจดีเหมือนเดิมเช่นกัน
สลัมปีนี้อายุ 29ปี
ลูกชายคนโตพี่สุรินทร์
อ้วนท้วนสมบูรณ์เกินไป

น้ำหนักพอๆกับโบว์
แถมยังเอาโรคประจำตัว
ของพี่สุรินทร์ตามมาหลายอย่าง

ผมคุยกับสลัมเรื่องการดูแลตัวเองนานหน่อย
เพราะสลัมอายุยังน้อยมาก
ยังไม่รู้ทันโรค
สลัมก็รับปากว่าว่าจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้นแล้ว
ตอนนี้สลัมมีลูกของตัวเองอายุ 5 ขวบแล้วหนึ่งคน
เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
ผมลืมถามไป
ผมจะถามให้อีกครั้งนะครับ
ในตอนแรก
หลานๆตกลงใจจะโอนสิทธิการเช่าให้กิตติ
อาของพวกเขาดูแลแทนคนเดียว
ผมก็เลยเจรจาอยู่สักห้านาทีว่าเพิ่มสลัมเข้าไป
ในสัญญาเข่าอีกคนหนึ่งจะดีกว่า
เผื่อลูกๆหลานๆที่หลงเหลือลำ บาก
จำเป็นต้องพักอาศัย
ส่วนเจ้าปอนด์คนหุ่นดีที่สุดในบรรดาพี่น้องผู้ชาย
คือ Smart ไว้หนวดเคราพอสมควรตามประสาเด็กแขก
วัยรุ่นก็
ยังคงก้มหน้าก้มพูดอยู่เหมือนเดิม
แต่พี่สุรินทร์ ไว้ใจเขาได้นะว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ปอนด์เป็นเซลล์ขายรถสิบล้อ Isuzu
ผมเชื่อว่าเขาจะพาตัวเองไปได้ ในที่ๆเขาอยากเป็น
หรืออยากไป
ตามความฝันหรือตามความหวัง

สำหรับคนที่ผมเคยห่วงมากที่สุดเลยคือนูของพี่สุรินทร์
นูที่พี่ห่วงค่อนข้างเยอะกว่าคนอื่นๆในเรื่องการศึกษา
ผมเคยตอกย้ำกับนูเรื่องนี้บ่อยมาก
จนเขาหงุดหงิด
แต่สุดท้ายเขาก็เรียนจบ
จนได้งานได้การดีทำสมใจ
และคงจะสมใจของด้วยพี่สุรินทร์ด้วยครับ
ผมเห็นจริงๆเลยว่าเป็น
ความยากลำบากมาก
ในการเลี้ยงลูกๆของพี่สุรินทร์
ที่เป็นลูกของตัวเอง 4 คน
และอีก2คนเป็นลูกติดแม่
ที่พี่ส่งเสียให้เรียนจนจบ
และทำงานไปนานแล้ว

ถ้าเป็นสมัยก่อน
ผมก็ว่ามันก็ลำบากแล้วนะ
แต่หากเป็นสมัยนี้แล้ว
ผมว่าลำบากหนักหนาสาหัส

เมื่อก่อนพี่สุรินทร์ยังต้องเอาลูกๆซ้อนหน้าซ้อนหลัง
รถมอเตอร์ไซค์ของพี่ไปเลี้ยงที่ออฟฟิศ
แต่แล้วผลตอบแทนมันได้มาคุ้มเหลือจะคุ้ม
ด้วยความรักของพี่สุรินทร์ที่มีต่อพวกลูกๆ
วันนี้พวกเขาเป็นล้วนเด็กดี

ในสายตาของผม
พวกเขาพึ่งตนเองได้แล้วนะ ครับ
ทุกคนมีความเป็นผู้ใหญ่และเสียสละค่อนข้างมาก
สลัมยังคงซื่อและฉลาดเหมือนพี่สุรินทร์เลย
เด็กอายุ 29 ปีที่ผ่อนบ้านราคา
4 ล้านบาทได้หมดแล้ว
พี่ได้ฟังก็คงจะดีใจและชื่นใจมาก
ลูกของพี่ได้เลือดของพี่ไปเยอะทั้ง 4 คน
ผมเองก็ภูมิใจในลักษณะนิสัยตรงไปตรงมาเหมือนพี่ของสลัม
พูดจาเชื่อถือได้
ซื่อตรง
ไม่มีอ้อมค้อมลังเลโกหก

วันนี้สลัมทำให้ผมยกย่องเขามาก
เขาเองก็ภูมิใจในตนเอง
ผมเองก็ภูมิใจในสลัม
สมเป็นหลานรักคนหนึ่งของผม
ส่วนลูกของพี่ดนูคือพินและโบว์
ก็เรียบร้อยดีในเหมือนเดิมด้วยวัย34และ32ปี
พินเปิดคลีนิคส่วนตัวได้สักครึ่งปีกว่าแล้ว
คลีนิคก็ไปได้ด้วยดีราบรื่น
พี่ดนูไม่ต้องห่วงอะไรอีกเลย คนไข้ก็ติดฝีมือหมอพิน
ที่มีจรรยาบรรณ
ไว้ใจได้
ราคาไม่แพง
ส่วนโบว์ยังชอบงานผจญภัย อ้วนเกินขนาดเพราะน้ำหนักมากเกินไป
พี่ดนูก็คงจะวางใจพวกเขาได้ เพราะเขาดูแลกันและกันมาตลอด
มีชีวิตไปในเส้นทางที่เขาชอบและถูกต้อง
เด็กๆทั้งหมดรวมทั้งพี่ใหญ่และผม
สบายดีครับ
ที่เราต้องเปลียนจากโอนกรรมสิทธิ์ให้กิตติทั้งหมด
เพราะกิตติไม่มีครอบครัว
ชอบดื่มเหล้าเหมือนเดิม
เลยขอให้หลานคนหนึ่งมาเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันไว้
เผื่อมีอะไร
และเพื่อจะให้รุ่นหลังๆที่ยังลำบากอยู่ได้มีที่พึ่งพิงบ้านของบรรพบุรุษได้บ้างและไว้
รำลึกถึง
ที่ยอกเด็กๆเขาว่านอนสอนง่ายทั้งที่ลงประชามติกันไปแล้ว
ก่อนที่ผมจะมาถึง
พอฟังคำทักท้วงและมีเหตุผลของผม
ก็ให้สลัมลูกของพี่สุรินทร์เป็นคนร่วมรับโอนกรรมสิทธิ์ทันที
สลัมก็พูดว่าว่างๆสะดวกหมด

ตอนนี้สลัมกำลังทำธุรกิจส่วนตัวอยู่และยังเป็นคนคุมเครือข่ายของบริษัทสื่อารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย
ผมมั่นใจในความซื่อสัตย์
ความรู้ของสลัมที่เขาจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

พี่ใหญ่ก็สุขภาพดีขึ้นภายหลังจากทิ้งที่ต้องผ่าตัดขาข้างหนึ่งแล้ว
เรื่องลูกชายฝาแฝดคนหนึ่งของแกที่พี่ใหญ่เป็นห่วงมากเสียไปแล้ว
ทุกคนก็เก็บเงียบเป็นความลับกลัวว่าพี่ใหญ่เขาเสียกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป
ผมเองก็เผลอหลุดปากถามไปด้วยความเป็นห่วง
แต่แกไม่ได้ยินหูตึงแล้ว
เพราะผมเคยเลี้ยงคนที่เสียมากับมือตัวเอง
ทุกวันนี้ผมก็ไม่เคยตำหนิอะไรเขา
และเขาก็จากไป
ผมก็ได้ช่วยเหลืองานศพนิดหน่อย
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าบรรยากาศดีๆในหมู่พี่น้องของเราที่มารวมกันเหมือนเช่นเดิม
เพียงแต่มีตัวแทนของพี่ทั้งสองคนมาแทน
คุยกันง่ายพูดจาง่าย
ไม่เหมือนบางครอบครัวที่ผมเคยเข้าไปพัวพัน
ที่มีเรื่องกันสารพัดปวดหัว
อยู่กันด้วยความทะเลาะเบาะแว้ง
ทั้งๆที่ฐานะการเงินของพวกเขาดีกว่าพวกเรามาก
แทบที่จะเปรียบไม่ได้เลย
ทุกคนร่ำรวยเป็นหลักเป็นฐานแต่ความแตกแยก
มีมากจนหาความสุขไม่ได้จริงๆ ครอบครัวเหล่านี้ผมถอยหนีออกมาหมดสิ้น
รู้สึกมีความสุขความสงบ
ที่ไม่ต้องไปพัวพันอะไรกับเรื่องของเขา
ปล่อยให้เขาดำเนินชีวิตไปตามปกติ
สำหรับในครอบครัวของพวกเรา
ผมเองก็ปักหมุดสบายใต จเพราะว่า
ทุกคนมีชีวิตของตัวเอง
มีกรรมของตัวเอง
ลูกหลานที่ผมสัมผัสดูแล้ว
ผมรู้สึกอุ่นใจ
ผมกอดเจ้าโรสที่หน้าบึ้งตลอดเวลา
เอาหัวชนกับโรสตอนจะแยกย้ายกันไป
ผมภูมิใจในตัวเขานะ พี่
กอดพินและเด็กๆ
ก่อนตะอวยพร
แล้วก็อดชมหนุ่มหล่ออย่างนูไม่ได้
ผมมีความสุขเงียบๆมากเลย
แต่ผมไม่ได้บอกใครๆนอกจากมด
การได้กลับมาอยู่กับครอบครัวพี่ๆน้องๆน่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆสุดท้ายในชีวิตโดยพร้อมเพรียงกัน
ผมก็มีความสุขมากกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามาก
เพราะลูกชายของผมทำงานแล้วและยุ่ง
ไม่มีกรรมสิทธิ์ใดๆในที่ดินแปลงนี้
ก็เลยไม่ได้มาเจอพี่ๆน้องๆพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างนี้
ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เจอพวกเขาพร้อมๆกันอีกหรือเปล่า เรื่องที่พี่ๆห่วงกันและที่ฝากผมเอาไว้
ให้ผมปิดทองหลังพระมาตลอดที่ดูแลหลานๆทั้งทางตรงและทางอ้อม
ผมได้ทำเรียบร้อยแล้วครับ
แม้ว่าเด็กๆจะเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม
อันนั้นไม่สำคัญ
ที่มันสำคัญ
เพราะพี่ๆทั้งสองคยให้ความรักผมมาจ
นผมตื้นตันใจเสมอ
ตื้นตันจนแทบจะพูดไม่ออก
ได้แต่คิดถึงพี่ๆทั้งสองด้วยความสุขและสิ่งดีๆของพี่ๆ
จนพี่ๆทั้งสองเป็นตำนานของครอบครัว
เป็นตำนานของท้องถิ่น
เป็นตำนานของเพื่อนๆร่วมอาชีพของพี่
การศึกษาของพี่ที่ให้ผมแลให้ลูก ๆ
สิ่งเหล่านี้ผมว่ายากที่จะหาใครทดแทนได้
ทุกวันนี้ผมก็เริ่มนับเวลาถอยหลังแล้ว
เพื่อตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท
สิ่งที่พี่ๆฝากให้ทำ
ผมก็ได้ทำหมดแล้ว
ความอึดอัดใจในหลายๆเรื่อง
ที่ผมเคยเป็นมาหายไปหมด
พี่ดนูเคยส่งลูกเรียนหนังสือในสถานที่ที่ดีที่สุด
ตั้งแต่อนุบาลรัศมีโรงเรียนชุมชน
จนพี่ตายจากไปก่อน
พี่สุรินทร์ก็เช่นกัน
เด็กๆบ่นว่าลำบากมากตอนพ่อเสียไป
เด็กๆของพี่สุรินทร์ 2 คน
คือสลัมและปอนด์ต้องไปขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
เจ้านูก็เสรีไปตามที่พี่ๆรู้และสำเร็จไปแล้ว
ทำตัวลงตัวลงในบล็อกอย่างที่พี่สุรินทร์อยากจะได้
ส่วนพี่ดนูที่ให้พื้นฐานเด็กๆมาดี
พวกเขาจึงเอาพื้นฐานที่พี่ให้ไปใช้ได้ประโยชน์
แม้โรงเรียนที่พี่ส่งเรียนจะแสนแพงมาก
ถึงตรงนี้ผมว่าเขาได้คุ้มค่า
ผมเองก็ไม่มีอะไรต้องห่วงเป็นใยแล้ว
จึงเขียนจดหมายถึงพี่ 2 คนและเชื่อว่าพี่ๆคงจะได้อ่าน
แม้จะแดนสุขาวดี สวรรค์หรือที่พี่ไปเกิดที่เป็นสุคติ
เพราะพี่ๆทั้งสองคนเป็นคนดีเหลือหลาย
ช่วยครอบครัว
ช่วยผู้อื่นโดยไม่คิดถึงอะไรเลย
เป็นตำนานของเพื่อนๆ
เป็นตำนานของครอบครัวที่อยู่
ไม่มีใครกล้าทำเช่นพี่ๆเลย
ทั้งสองคน
รวมทั้งผมด้วย
ผมนับถือพี่และรักพี่หมดหัวใจ
ผมขอยืนยันได้ว่า
วันนี้ผมยังคงมีความรักให้ทุกๆคน
ผมบอกนอกพินว่ามีแม่ของพวกเราช่วย้หลือพวกเขามาตลอดทุกคน
แม่ของพวก้ราย่าของพวกเขา

รักพี่รักน้องรักลูกหลาน
และครอบครัวตลอดเวลา
เม้า

9
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมะเบ็ดเตล็ด
« เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2019, 20:57:35 »



คำว่ากูร้ายนักแปลว่าเกิด

เพราะเลยเถิดของกูไปถึงไหน

หมดตัวกูจะฉิบหายช่างเป็นไร

ไม่มีใครอยากได้พระนิพพาน

กูเอง กวีแหล

นกไม่เห็นฟ้า
ปลาไม่เห็นน้ำ
คนไม่เห็นธรรม
กรรมบังตา

อนาคาริก
แปลง

อะไรเป็นอะไร

ถ้ารู้อะไรเป็นอะไรแล้ว
มันหมดรู้นะ

อนาคาริก

หยุด.เป็นคำเริ่มต้น
ทำ.เป็นคำตรงกลาง
แผ้ว.เป็นคำสิ้นสุดแห่งทุกข์
หยุดก่อบาป
ทำบุญกุศล
ทำจิตให้ผ่อง แผ้ว

โอวาทปาติโมกข์

อนาคาริก

คนที่คิดเองเองไปในทางดีมันถูกทางโลกแต่ไม่ถูกทางธรรม

(เก่าเล่าใหม่)

และคนที่คิดเองเออเองไปในทางไม่ดี
มันผิดทั้งทางโลกและทางธรรม
ยิ่งไปคิดว่าคนอื่นผิดหรือยิ่งบ้าใหญ่เขาเรียกว่ามานะและฟุ้งซาน
ทุกข์เสียของนะ

ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
เราพูดถึงความเป็นคนดี
คนดีของพระอาจารย์กลมคือกายวาจาใจดีถูกต้อง
ไม่ใช่ว่าใครทำอะไรให้ชอบใจก็บอกว่าก็ดี
ใครทำอะไรไม่ชอบใจก็บอกเค้าไม่ดี
ทุกอย่างมันเป็นเพียงอารมณ์หนึ่งเท่านั้น
ถ้าเราไปเกาะเกี่ยวกับมันเราก็เหนื่อย
วันนี้เราเริ่มต้นกับคำว่าฉลาดและเฉลียว
"ออสก้าฉลาดหมายถึงอะไร"
ออสก้า
"ไม่รู้ครับ"
เฉลียวหมายถึงอะไร
ไม่รู้ครับ
ฉลาดหมายถึง เป็นควายใช่ไหมออสก้า
ไม่ใช่ครับ
ฉลาดหมายถึงการที่เรารู้อะไรสักอย่าง
จากความจำ
ความคิดเองและการได้รับการยอมรับจากบุคคลภายนอกว่าดีกว่าคนอื่น
มันเป็นความฉลาดทางโลกเฉลียวคือ การใคร่ครวญดีแล้วก่อนที่จะทำอะไรเรียกว่ามีสติมากขึ้น
ทั้งฉลาดเฉลียวจึงเอามาใช้รวมกันเรียกว่าเฉลียวฉลาด
ห้องนี้เป็นห้องที่พยายามจะขยายภูมิปัญญาของคน
โดยหลักพุทธในความจริงของพุทธวจนส่วนหนึ่ง
และความจริงจากพระไตรปิฎกส่วนหนึ่งซึ่งพระอาจารย์กลม
ได้เล่าเรียนมา
ได้ฝึกมาและมา
พวกเราจึงได้มารวมตัวกันเพื่อสนทนาธรรมทำวัตรสวดมนต์เย็นแล้วก็เจริญภาวนาพร้อมกันเป็นเรื่องดี
ที่ยกวัดมาไว้ที่ปาร์คปิ่นเกล้าที่ห้องประชุมอาคารเคนี้
ทำไมาได้ประมาณสักปีหนึ่งแล้ว
ตั้งแต่ ญาติโยมไม่ค่อยมีมา
ยังไม่รู้จักกิจ
จน
เดี๋ยวนี้เด็กน้อยอย่างออสก้า
เด็กโตอย่างน้องเมย์ ก็เริ่มมา
น้องมิ่งก็หายไปเพราะยังติดธุระเรื่องเรียน
เรื่องวาจาก็เหมือนกัน
ที่พูดถึงว่าเรื่องปากอย่างใจอย่างหลายๆท่านบอกว่าไม่ได้เจตนาไม่บาป
ดังที่นักเขียนใหญ่ชื่อดังท่านหนึ่งท่านรับรองว่าไม่ผิดหรอก
เพราะมีเจตนาดีหรือไม่มีเจตนาร้ายแต่ท่านเจ้าคุณพระพิพัฒนวราภรณ์ (พระธรรมฑูต)แล้ว
ท่านไม่เห็นด้วย
ท่านสอนว่าอะไรที่มันไม่ตรงมันก็ผิดคือเป็นมุสาวาททั้งนั้น

ตัวจริงเสียงจริงของท่าน
เราจะได้ฟังท่านเจ้าคุณพระพิพัฒนวราภรณ์
จะมาพูดให้เราฟังรวมทั้งท่านเจ้าคุณพระปัญญาวชิราภรณ์ 2 ครูบาอาจารย์สายปฏิบัติส
ายเทศนาเป็นพระของพระเจ้าอยู่หัวเป็น
พระธรรมทูต
จะมาเทศน์ให้เราฟังที่พาร์คปิ่นเกล้า
เทศน์ถึงที่นี่เลย
ในวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2561 นี้เริ่มต้นเวลา 9 นาฬิกาตรง
งานอาจจะมีก่อนเวลานิดหน่อยรวมทั้งถวายเพลพระภิกษุสงฆ์ 9 รูปด้วยกัน
จดและวงเอาไว้นะครับ
ซึ่งญาติโยมทั้งหลายที่เรามาเจริญบุญกันในวันนั้นเหมือนกับ
การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ก็ได้
เหมือนกับการทอดผ้าป่าก็ได้
ผ้าป่าที่เราตั้งต้นมานานข้ามปีที่
ล๊อบบี้แล้ว
เราก็จะทอดกันในวันนี้
รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายจะแบ่งให้กับวัดแคนางเลิ้งหรือว่าวัดสุนทรธรรมทานครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อมสร้างเสนาสนะของวัด
ที่สร้างกันมานานแล้วเป็น
วัดเก่าแก่ร้อยปี
อีกครึ่งหนึ่งจะให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อช่วยผู้ป่วยอนาถาและภิกษุอาพาธ
ให้เป็นบุญเป็นกศลเป็นศิริมงคลแก่ตัวเราเองง่ายๆนี้

เนื่องจากผมในฐานะกรรมการไม่ได้เข้าประชุมเมื่อคราวล่าสุด
ก็เลยไม่ได้อนุมัติจากคณะกรรมการ
ในเรื่องกิจกรรมนี้
เพราะฝากเรื่องไว้
แต่คณะกรรมการท่านคงจะอยากฟังรายละเอียดให้ผมชี้แจง
เรื่องรายละเอียดของงาน
แต่ผมกลับไปคิดว่างานนี้ผมแจ้งจะจัดทำมานานกว่าครึ้งปีแล้ว
ต้นผ้าป่าก็ตั้งมานานแล้ว
ก็อาจจะการเข้าใจผิดกันในเรื่องแบบนี้ เรืองเลยตกวาระการ
แต่ไม่เป็นไรครับ
ในเมื่อคณะกรรมการท่านไม่อนุมัติงบ
พวกเราคณะทำงานชุดที่นิมนต์พระมหาสมปองมาทอลค์เทศน์ที่ปาร์คก็ยินดีทำต่อไป
บุญกุศลที่เกิดจากการบุญครั้งนี้
ขออุทิศให้แด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่หลวงพ่อหลวงตา
ตลอดจนท่านเจ้าคุณทั้งสองและพระอาจารยกม กมโร
แห่งวัดนายโรงผู้เมตตาชี้ทางทำให้เราทุกเย็นวันเสาร์

ห้องประชุมอาคาร เอ
ตลอดจนบรรพบุรุษอันมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นปฐม
พี่ป้าน้าอา
คณะกรรมการทุกท่านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งหลายขอให้ท่านทั้งหลายจงเจริญสุขเจริญธรรมเจริญสุขสวัสดิ์ยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ

10
ประสบการณ์ที่ผ่านมา / ช่องว่าง
« เมื่อ: 08 กรกฎาคม 2019, 14:48:34 »



ช่องว่าง

พวกเรามักจะได้ยินคำนี้มา
มาก
โดยเฉพาะช่วงหาเสียง
ช่องว่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากจน
ช่องว่างระหว่างความคิดของคน ในสังคม
ช่องว่างระหว่างคนในครอบครัว ช่องว่างระหว่างคนอายุที่ต่างกันในแต่ละรุ่น ตั้งแต่ยุค
baby boom

Gen X

Gen Y

Gen Z
ทุกคนก็เอา
แต่อ้างช่องว่าง ช่องว่าง....นี้
จึงดูเหมือนจะไม่ดีไปซะหมด
จากคำพูดข้างต้น
แล้วทุกคนก็เริ่มกลัว
พยายามจะลด ช่องว่างอันนั้น

เช่นช่องว่างของการแข็งค่าเงินสกุลต่างๆ
จึงเข้าแทรกแซง
แต่ก็ทำไม่ได้มากนัก
เพราะกลไกของความคิดหลากหลาย

แล้ว....เมื่อไหร่เราจะเติมช่องว่างให้มันเต็มได้
เสียที
หลายๆคนที่เป็นผู้รู้ หรือกูรู
หรือจะเป็นกูรู้
ก็พยายามจะแก้ปัญหาเรื่องช่องว่างต่างๆ
อย่างช่องว่างระหว่างความร่ำรวยกับความยากจน
โดยพยายามจะสร้างรายได้ให้แก่คนยากจนได้มีโอกาสลืมตา อ้าปากกับเขาได้บ้าง
ช่องว่างที่พรรคการเมืองทุกพรรคเสนอและเขาพูดกัน
ว่าจะพยายามแสดงให้เห็นความเป็นจริง
ด้วยคำว่าบริบทแต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เช่นนั้นได้เลย
นายทุนยังเอาเปรียบคนจนอยู่ยังค่ำ
นายทุนมีเงินมากกว่า
จึงมีกำลังซื้อมากกว่า
ก้มหน้าก้มตาซื้อที่ดินมาก
จนที่ดินแพงเพราะความต้อง การของคนรวยมีเยอะ
เขื่อไหมว่าคนรวยจริงในประเทศมีไม่
กี่คน
ทำให้คนจนทั้งประเทศยากจนลงมากเข้าไปอีกและเป็นหนึ้ธนาคารดักดานถึง30ปี
เพราะปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย
ที่ดินที่ชาวบ้านใช้ทำกินกันทุกวันนี้ในประเทศ ไทย
รวมทั้งที่นาของชาวนาเป็นจำนวนมาก
ที่ไม่ใช่เป็นที่นาของตัวเอง
ต้องเช่าพื้นที่ปลูกข้าวกันมาก

ช่องว่าง...จริงๆ
มันเกิดจากกิเลส
ความโลภ
ความโกรธ
ความหลง
แล้ว
อยากจะได้
อยากจะมี
อยากจะเป็น
ทุกคนล้วนมีมานะหรือชอบเปรียบเทียบ หรือชอบอวดกันนั้น
คนนั้นคนนี้ดีกว่าเรา
คนนั้นคนนี้แย่กว่าเรา

แต่คนไทยทุกวันนี้
ยังมีใจดีอยู่มาก โดยจะเห็นได้ว่า
คนไทยชอบบริ จาคเงิน
ให้วัด
ให้โรงพยาบาล
ให้มูลนิธิ
จนกระทั่งขอ ทานที่ไหนๆก็มักจะได้เงิน
ไม่มากก็น้อย
มีขอทานอยู่ท่านหนึ่ง
ได้รับเงินบริจาคมาจากผู้คน
ด้วยความสงสาร

ก็ยังมีใจสูงสามารถเอาเงินรับบริจาคที่ได้มาเป็นจำนวนกว่าล้านบาท กลับมาทำประ โยชน์ให้กับวัด
อันนี้น่าจะถือว่าขอทานท่านนั้น ได้ถมช่องว่างระหว่างความร่ำรวยและความยากจนของท่านได้สำเร็จ
เพราะเป็นคน รวยแล้วที่เขารู้จักคำว่า
พอ
ท่านอิ่มแล้ว
ที่รู้จักกินรู้จักใช้ สบายใจ
เมื่อได้คืนเงินที่ได้รับบริจาคจากการเป็นขอทาน

พวกเราเชื่อไหมว่า
คำพูดและภาพลักษณ์นี้มันสำคัญกับคนไทยมาก
แม้จะไม่เป็นความจริงก็ตามเพราะช่องว่างแห่งปัญญา
เช่นถ้าเราถูกเอาตัวเองไปเปรียบเทียบว่าเป็นขอ ทาน
ทุกคนจะเกลียด และไม่ชอบคนพูดเลย
อาจจะโกรธ
ไม่อยากให้ใครดูแคลนได้ว่าตนเองเป็นขอ ทาน
อัตตามั่นหมายในตัวตน
ว่าตัวเอง
เก่งกว่า
แน่กว่า
คนอื่นๆ

ในสังคมไทย
ยุคหลังๆนี้
วัตถุเจริญเลยเถิดไปจากสังคมในยุคก่อนหน้านั้นมาก
คนไทยสมัยก่อนที่มีอายุราวๆ 50 60 ปีขึ้นไป
จะใช้เงินแบบ ประหยัด
มัธยัสถ์
พอสมควร
แต่เวลาจำเป็นจะใช้
ก็ใช้อย่างมีเหตุ ผล
อย่างไม่เกรงใจตัวเอง

และอดออมไปใช้วันข้างหน้า
จึงมีสำนวนกล่าวว่า
"มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท"
เพราะท่านรู้ว่าเงินเป็นเพียงวัตถุอย่างหนึ่งเท่านั้น
ที่ซื้อความสุขบางอย่างได้จากการใช้มัน
แต่ความสุขทางใจ
หาได้ยากจากเงิน
ความสุขทางใจส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ครอบครัว
มีความสุขและความเจริญ
จนท่านมีทานศีลภาวนา
วันพระเป็นวันพระ
ไปถือออุโบสถศีลที่วัด
ศีล 8 ศีล 10
ก็ถือกันไป
ให้มีความผ่อง ใส
ไม่ก่อกรรมทำเข็ญหรืออกุศลกรรรม
ขอเอาแต่กุศลกรรม
บำเพ็ญกุศล
และทำจิตให้ผ่องแผ้ว
เจริญทางสายพุทธะอย่างชัดเจน
แต่คนสมัยนี้ชอบอวด
แม้กระทั่งชอบอวดของการไปเข้าคอร์สสมาธิชักจูงให้คนไปเข้าคอร์สสมาธิกันเป็นจำนวนมาก
มีบางคนที่ขาดศรัทธาและเอามาเป็นการตลาดในการขายตรง
แต่ผู้เขียนยังเชื่อว่า
คนส่วนใหญ่ไปเรียนการทำจิตภาวนา
ด้วยความเป็นศิษย์มีครู
เห็นดีเห็นชอบเห็นประโยชน์จากการฝึกสมาธิกับหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร แล้วก็มาเผยแพร่
ผู้เขียนเองก็ถือตนว่าเป็นศิษย์ไกลๆของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
เหนือเศียรเหนือเกล้า
และได้มีโอกาสกราบพบหลวงพ่อ
ยังจำได้ไม่รู้ลืมวันที่หลวงพ่อจับไหล่ที่สนามบินดอนเมือง
ด้วยใบหน้าสีชมพูเปล่งปลั่งหลวงพ่อเป็นกำลังใจสูงสุดเป็นตัวแทนของพุทธะหรือพระพุทธเจ้า
ซึ่งเป็นกำลังใจพระธรรมเป็นแผนที่
พระสงฆ์เป็นที่ปรึกษา
องค์ทั้ง 3รวมกัน เรียกว่า
พระรัตนตรัย
ผู้เขียนเชื่อว่าองค์พระรัตน ตรัยอยู่ในตัวหลวงพ่อเต็มเปี่ยม
ในวัยที่สูงมากและใกล้ๆจะ เลข3 หลัก

บุญกุศลที่เกิดจากการเขียนบทความนี้
ขออุทิศแด่หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
พ่อแม่ครูบาอาจารย์
หลวงปู่หลวงตา
หลวงพ่อ
บรรพบุรุษอันพ่อแม่เป็นปฐม
ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาตลอดจนเพื่อนๆและท่านผู้อ่านทั้งหลาย
เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ในโลก
เพื่อนทุกข์
อีกทั้งพระภูมิเจ้าที่

หากมีข้อผิดพลาดบางประ การในบทความอันนี้หรือบทความตามหาแก่นธรรมผู้เขียนขอน้อมรับทุกประการ
และขออโหสิ
กรรมมาณ.ที่นี้
ขอทุกท่านจงเจริญสุข สวัสดิ์
ถมช่องว่างทางความคิด
และช่องว่างต่างๆด้วยความสมดุล
ความสมดุลนั้นเกิดจากทางสายกลาง
เจริญมรรคที่มีองค์ 8
เดิน
ตามรอยพระอรหันต์
หลวงปู่หลวงพ่อตลอดจนหลวงพ่อพระพุทธเจ้า ที่เราชาวพุทธนับถือที่ปลุกให้พวกเราหลุดจากความหลับไหลสนิทในอวิชชามาชั่วกาลนานให้
"ตื่น"
ไม่ว่าจะเป็นชาตินี้หรือ
ชาติไหนๆ
อันเป็นละการ
กระทำที่ใช้ชีวิต
ที่มืดบอด
ดำมืดอีกต่อไปทั้ง 2 ด้านที่เป็นสุดขั้วของความสุขสุดขั้วของความทุกข์
จนมีช่องว่างมากมาย
หนทางแห่งปัญญาจงมีแด่ท่าน
จะเลือกเดินทางไหน
ขึ้นอยู่กับตัวขอวพวงท่านเอง

ธรรมะสวัสดี

แทนสะมะชัยโย

11
ธรรมะกับชีวิต / โถไม่น่าเลย....แง่คิด
« เมื่อ: 28 มิถุนายน 2019, 21:31:41 »






โถไม่น่าเลย..

ผมเองไม่เคยถือว่าการลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์
เป็นการลงทุนที่แท้จริง
ถึงพวกคุณจะบอกว่า
พวกคุณเป็นนักลงทุนกลุ่มไหนๆในโลกก็ตาม
แต่สิ่งที่พวกคุณทำในสายตาของผมมันเป็นการพนันหรือมองร้ายไปกว่านั้นมันเป็นการตกทองมากกว่าการพนัน
หุ้นไม่มีทางขึ้น ถ้าไม่มีคนปั่นหุ้นขึ้น
เพราะยังไงๆก็ต้องมีคนปั่นหุ้นมี
คือซื้อถูกก่อนแล้วซื้อแพงจึงขายถูก
เมื่อซื้อชี้นำเรียบร้อยแล้วคือซื้อแพงขายถูก การปั่นหุ้นมีมาตั้งแต่
เริ่มตั้งตลาดหุ้นทั่วโลก
ในตลาด หลักทรัพย์หรือตลาดหุ้น
จึงมีคน 97% พังพินาศไปกับตลาดหลักทรัพย์
แต่จะมีเพียง 3 %เท่านั้นที่รอดตัวและเอาตัวรอดและร่ำรวย
คนเหล่านี้ผมคิดว่าผมน่าจะเรียกว่าเจ้ามือ
ในตลาด หลักทรัพย์บ้านเราก็เช่นกัน
ผมเชื่อว่ามีเจ้ามือหลายฝ่าย
1 สถาบันหรือกองทุนนั่นเอง
2 ต่างชาติ
3 โบรกเกอร์
4 รายย่อยที่มีเงินหนาหลายร้อยหลายพันล้านบาท
รายย่อยทุกรายไม่ได้เป็นแมงเม่าเสมอไป
จึงเป็นเจ้ามือก็มี ดังจะเห็นได้ว่าหุ้นบางตัวขึ้นมาไม่กี่วันขึ้นมาเป็นร้อยเปอร์ เซ็นต์มีหุ้นหมุนเวียนแค่สามล้านหุ้น
แล้วจะบอกว่าเป็นการลงทุนไม่ใช่การลงทุนความหมายจองคำว่าการลงทุน เราจะกำหนดได้ร้อยอย่างพันอย่างเหมือนผู้คนที่มีร้อยพ่อพันแม่
เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่าที่สุดของการลงทุนก็คือ ราคาไม่ไปไหน อีกแล้ว
นักวิเคราะห์มักจะบอกให้ซื้อต่อเพราะกำไร
จนติดดอยไปทั่วนักวิเคราะห์จะออกมาพูดอีกอย่างว่า
มันเต็มมูลค่า
แต่ในความเป็นจริง
เจ้ามือไล่ราคาหุ้นออกของไปแล้วจนไม่มีคนตาม
เจ้ามือมากจะขายแพงหลังจากหุ้นถึงที่สุดเพราะในตอนต้นเจ้ามือจะซื้อถูกซื้อขึ้นไปเรื่อยๆจนราคาหุ้นมันแพง
ก็ทยอยขาย
แต่รายย่อยยับที่เรียกว่าแมงเม่าชอบไปยุ่งกับเจ้ามือตอนที่ราคาหุ้นมันขึ้นมามากหรือแพงมากแล้ว
อ้อ.เจ้ามืออีกประเภทหนึ่ง
ก็น่าจะเรียกได้ว่าแปลกแยกออกไปแล้วที่เป็นคนเริ่มต้นปั่นที่ธรรมดามากคือเจ้าของกิจการที่เป็นผู้ออกใบหุ้น
ที่ออกมาแสดงความมั่นใจมากในธุรกิจของตนเองเพื่อชี้นำบางทีด็บอกว่าเงินสำรองกิจการเหลือ
เอามาลงทุนก็ไม่คุ้ม
หุ้นของบริษัทจองตนมันถ฿กเกินไป
เดี๋ยวเอาเงินนี้มาทำให้การปั่นราคาหุ้นมันถูกระเบียบหน่อยก็ดีคือขออนุมัติในการซื้อหุ้นคืนโดยอ้างว่าถูกเกินไป
มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มากมายที่เราเคยเห็นว่ามันฟองฟู
ฟูเฟื่องจาก 72 บาท
ลงมาถึง 7 บาท แล้วมีหุ้นตัวหนึ่งที่ลงมาจาก 11 บาทตีกลับมาไปเรื่อยๆเป็น 9 บาท 6 บาทสุดท้ายก็เหลืออยู่1.40บาท กว่า
เจ้าของบริษัทรวยขึ้นๆทุกวัน แต่รายย่อยยับจนลงทุกวัน
เราจะบอกว่ามันเป็นเกมส์ของคนรวยเล่นหุ้น แต่ผมกลับเห็นว่า
เป็นเกมส์ของคนเคยรวย เล่นมากกว่า
คนที่ข้าไปเล่นหุ้นในตลาด หลักทรัพย์
มีแต่บุคคลที่เก่งกาจมาก
มีความเชื่อมั่นมากที่สุด
มีเงิน
อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องเก่งในสายอาชีพของเขาหรือบรรพบุรุษทำมาให้มาก
ก็เลยมาหาความรู้ในตลาด หลักทรัพย์
แล้วคิดว่ามันเป็นการลงทุนที่พึ่งได้
ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนย้อนดูประวัติ ศาสตร์
บริษัททุกบริษัทเคยเสียท่าเจ๊งมาทั้งนั้น
เพราะเจอมือที่ใหญ่กว่า
ไม่ว่าจะเป็น
หุ้นปตท
หุ้น SCC
หุ้นกลุ่มธนาคาร ถ้าใครติดยอดดอยในสมัยก่อน ก็คงปีนภูเขาหุ้นไปไม่ถึงจุดเดิมสักที
หลักที่นักวิเคราะห์เอาตัวเลขอันหนึ่งมาทำจับฉ่ายให้เล่น
เรียกว่า PE ratio
เอาไว้เป็นหลักหินหรือเครื่องล่อให้รายย่อย ที่มีความรู้ไปเข้าตลาด
นี่เป็นหลักของตัวเองให้เกิดการยอมรับ
ในการใช้มาตรฐานอันนี้ทฤษฎีหลายทฤษฎี
ถูกเจ้ามือสร้างมาทั้งนั้น
แล้วก็ตั้งทฤษฎีแท่งเทียนที่ใช้กราฟ
ผมว่าทุกคนรู้จักกราฟแท่งเทียนดีหมดแล้ว
ก็เลยเข้าทางเจ้ามือหนักเข้าไปอีก
ทำกราฟให้สวยแล้วก็ซื้อหุ้นจนแพงเทขายลงมาเมื่อได้ราคาที่ตัวเองกำไรเพ้อเจ้อแล้ว
คนเคยรวยก็รวยดักดานสนิท
บางคนรวยฉิบหายมากกว่ารวยสนิทอีก
คือรวยสนิมแบบ เป็นโรคซึมเศร้าและยังเป็นโรคซึมทรุดอี

มีอยู่คนหนึ่งเหม่อมองท้องฟ้าทั้งวันให้เมียป้อนข้าวป้อนน้ำให้
เป็นที่น่าเสียดายที่หลายๆคนเอาชีวิตมาเวียนวนอยู่กับตรงนี้เพียงอย่างเดียวแต่หลายๆคนก็มีความสุขจับทางได้
แล้วก็พอจะ ลืมตาอ้าปากได้บ้างเช่นกัน
แต่เขาจะต้องมีความรู้มีวินัย
มีความโลภน้อยกว่าใครๆ
อยู่ในตลาดนานจนชำนาญ
ทุกวันนี้เจ้ามือปีกกล้าขาแข็งกว่าที่เราคิด
เจ้ามือมีมืออัจฉริยะ
ก็คือหุ่นยนต์ที่เราเรียกว่า Robotมาทำการแทน
ก็ขอให้ทุกท่านที่อ่านบทความนี้ โปรดพิจารณา จาก
แมลงเม่าอาวุโสตัวหนึ่ง
อย่างไรก็ดี
ซื้อหุ้นมันดีกว่าไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล
เพราะความน่าจะเป็นในการถูกหวยมันน้อยมากทุกคนรู้
แต่ก็ซื้อ
เป็นกรรมอย่างหนึ่ง
ที่ทำเป็นไม่รู้
บางคนซื้อจนเป็นหนี้เป็นสินเงินเยอะแยะ
เพราะผลสลากมันกินไม่เคยแบ่งให้คนหมู่มากเลยนะครับ

คิดเองเออเอง

แมงเม่าเบอร์13

12
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมลีลา ห้า
« เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 13:57:20 »







สีเลนะ สุคะติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงสุคติสีเลนะ โภคะสัมปะทา = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพร้อมด้วยโภคะทรัพย์สิเลนะ นิพพุติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพานตัสมา สีลัง วิโสทะเย = เพราะเหตุนั้นพึงชำระศีลให้หมดจด


ธรรมลีลา ห้า

คำว่าศีลสำหรับบางคนก็คือการอาราธนาศีล
กับพระ
แต่บางคนก็ยังขอพระถือศีลได้บางข้อ
อ้างว่า
ยังทำงานอยู่
ขายของอยู่ บางทีต้องพูดปดบ้างเพราะบอกต้นทุนจริงกับลูกค้าไม่ได้เป็นต้น
ศีล ไม่ใช่คำพูด หรือ
ศีล ไม่ใช่การกระทำ
แต่เพียงอย่างเดียว
เพราะมันเป็นเพียง
กายกรรม
วจีกรรม
เท่านั้นเอง
ศีลจะถึงพร้อมจริงๆต้องเป็นมโนกรรมด้วย ต้องสะอาดออกจากจิต
เป็นศีลที่สมบูรณ์แล้ว
ศีลที่มี
ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ไม่ต้องอาราธนาศีลเป็นคำพูด
ก็ยังมีศีลห้าอยู่ครบ
แต่ถ้าใครยังคิดเปรียบเทียบว่า ตนเองถือศีลครบมากกว่าคนอื่น
ถือศีบเสมอคนอื่น
อันนี้ศีลยังไม่ใช่ศีล
ยังมีความบกพร่องอยู่
ศีลที่แท้จริงมันต้องออกมาจากหัวใจ
มีศีลด้วยจิตของตนเอง
ศีลเป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับผู้ค้นหาความจริงของชีวิตและโลก
ถ้าปราศจากศีลผู้ค้นหาความจริงก็ไม่สมบูรณ์

อนาคาริก

จากฟังพระธรรมเทศนาของพอจ.ชยสาโร

กล่อง

ถ้าคุณยังไม่รู้จักความจริง หรือยังงไม่รู้จักชีวิต คุณก็ยังอยู่ในกล่องเท่านั้นเอง แม้คุณจะมีความสุขก็ตาม
คุณก็ไม่ได้หนีหายไปจากกล่องได้เลย เพราะพวกคุณยังมีความคิดผิด เข้าใจอะไรผิดๆ อยู่ในกรอบของมัน
ความสุขที่คุณได้มา
เป็นความสุขช่วงเวลาสั้นๆประเดี๋ยวเดียว
เป็นครั้งเป็นคราว
เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืนทนนาน เป็นความสุขที่ ชอบ
ความ
สนุก
ตื่นเต้น
อร่อย
สวยงาม และสดชื่น
แล้วก็วนไปวนมา
เวียนไปเวียนมา อยู่ตรงนั้น
ทำไมคุณจะไม่อยู่ในกล่องล่ะ

อนาคาริก
จากการได้ยินผ่านหู
พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์ชยสาโร
[/b][/size][/color]

13
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมลีลา สาม
« เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 09:44:32 »





ธรรมลีลา สาม



สีเลนะ สุคะติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงสุคติสีเลนะ โภคะสัมปะทา = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพร้อมด้วยโภคะทรัพย์สิเลนะ นิพพุติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพานตัสมา สีลัง วิโสทะเย = เพราะเหตุนั้นพึงชำระศีลให้หมดจด

คำว่าศีลสำหรับบางคนก็คือการอาราธนาศีล
กับพระ
แต่บางคนก็ยังขอพระถือศีลได้บางข้อ
อ้างว่า
ยังทำงานอยู่
ขายของอยู่ บางทีต้องพูดปดบ้างเพราะบอกต้นทุนจริงกับลูกค้าไม่ได้เป็นต้น
ศีล ไม่ใช่คำพูด หรือ
ศีล ไม่ใช่การกระทำ
แต่เพียงอย่างเดียว
เพราะมันเป็นเพียง
กายกรรม
วจีกรรม
เท่านั้นเอง
ศีลจะถึงพร้อมจริงๆต้องเป็นมโนกรรมด้วย ต้องสะอาดออกจากจิต
เป็นศีลที่สมบูรณ์แล้ว
ศีลที่มี
ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ไม่ต้องอาราธนาศีลเป็นคำพูด
ก็ยังมีศีลห้าอยู่ครบ
แต่ถ้าใครยังคิดเปรียบเทียบว่า ตนเองถือศีลครบมากกว่าคนอื่น
ถือศีบเสมอคนอื่น
อันนี้ศีลยังไม่ใช่ศีล
ยังมีความบกพร่องอยู่
ศีลที่แท้จริงมันต้องออกมาจากหัวใจ
มีศีลด้วยจิตของตนเอง
ศีลเป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับผู้ค้นหาความจริงของชีวิตและโลก
ถ้าปราศจากศีลผู้ค้นหาความจริงก็ไม่สมบูรณ์

อนาคาริก

จากฟังพระธรรมเทศนาของพอจ.ชยสาโร

กล่อง

ถ้าคุณยังไม่รู้จักความจริง หรือยังงไม่รู้จักชีวิต คุณก็ยังอยู่ในกล่องเท่านั้นเอง แม้คุณจะมีความสุขก็ตาม
คุณก็ไม่ได้หนีหายไปจากกล่องได้เลย เพราะพวกคุณยังมีความคิดผิด เข้าใจอะไรผิดๆ อยู่ในกรอบของมัน
ความสุขที่คุณได้มา
เป็นความสุขช่วงเวลาสั้นๆประเดี๋ยวเดียว
เป็นครั้งเป็นคราว
เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืนทนนาน เป็นความสุขที่ ชอบ
ความ
สนุก
ตื่นเต้น
อร่อย
สวยงาม และสดชื่น
แล้วก็วนไปวนมา
เวียนไปเวียนมา อยู่ตรงนั้น
ทำไมคุณจะไม่อยู่ในกล่องล่ะ

อนาคาริก
จากการได้ยินผ่านหู
พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์ชยสาโร


14
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมลีลา สอง
« เมื่อ: 24 มิถุนายน 2019, 09:30:06 »





ธรรมลีลา

เกิดเป็นที่มาของชีวิต
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ดำเนิน
นอกนั้นไม่มี
เกิดมันเป็นเหตุของปัจจัย
หยุดเกิดเมื่อไหร่
ทุกข์จึงไม่มี
เพราะมันดับ..ไม่เหลือ

อนาคาริก

ธรรมลีลา

ปัญญา
เป็น.......
อารมณ์ขั้นสูง
เป็น....กุศลธรรม
เป็นเจตสิกที่สะอาดเกิดขึ้นพร้อม
ต้องสงบ สะอาด
ปัญญาถึงจะเกิด
ใช้งานได้เอง

อนาคาริก

ธรรมลีลา

เพราะไม่ยอมรับความจริงของโลกและธรรม
ตายอดตาใส
เพราะขาดปัญญา
จึงหลงผิด

อนาคาริก

ธรรมลีลา

อารมณ์เป็น.....นามธรรม
หลงรักหลงเกลียด
หลงโกรธ
หลงชอบหรือหลงชัง
เพราะความพยายามจะเปลี่ยนนามธรรมเป็นรูปธรรม
บ้ากันไปใหญ่

อนาคาริก

15
ธรรมะกับชีวิต / ธรรมลีลา
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2019, 15:17:17 »




ธรรมลีลา

ชีวิตคืออะไร

1.เป็นอยู่คือ
2.ระยะเวลาหนึ่งของประสบการณ์
3. วันเวลาแห่งการ
ผ่านร้อน
ผ่านหนาว
ผ่านฝน
4.ช่วงเวลาแห่งการกระเสือกกระสนหาความสุข
5. เกิดแก่เจ็บตาย
6.สิ่งที่ไม่เห็นจะมีอะไร
7.คือช่วงเวลาหนึ่งที่ทำ
ให้มีประสบการณ์ในการรู้จักความทุกข์
ต่างระดับ
ต่างรูปแบบ
8.ระยะเวลาสั้นๆที่เราผ่านมา
แต่ยากจะหวนจะกลับคืนื แม้กระทั่งชาติหน้า

9.รูปกับนาม

10.ระยะเวลาหนึ่งที่เจอแต่ความทุกข์
เพราะไม่รู้จักความจริงของชีวิตและโลก

11.ขันธ์ห้า
12.กายกับใจ
13.กูกับของกู

อนาคาริก


หน้า: [1] 2 3 ... 28